46 แบบวัฏจักรการเรียนรู้5 ชั้น (5E) กับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้7 ชั้น (7E). ปริญญานิพนธ์ทศ.ม. (การวิจัยการศึกษา). มหาสารคาม: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. ถ่ายเอกสาร.
47 ภาคผนวก ก แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง น้ำ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 7E แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ เรื่อง น้ำ
48 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว32105 รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง น้ำ จำนวน 15 ชั่วโมง เรื่อง โมเลกุลของน้ำ จำนวน 3 ชั่วโมง สอนโดย นายสุทธิราช วงศ์คำ 1.มาตรฐาน สาระที่ 2 ว 2.1 ม.5/8 ระบุว่าพันธะโคเวเลนต์ เป็นพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม และระบุ จำนวนคู่อิเล็กตรอนระหว่างอะตอมคู่ร่วม พันธะจากสูตรโครงสร้าง 2.ตัวชี้วัด - 3.สาระสำคัญ น้ำ เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานในร่างกายของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โมเลกุล ของน้ำ เกิดจากอะตอมของธาตุไฮโดรเจน 2 อะตอม ยึดเหนี่ยวกับธาตุออกซิเจน 1 อะตอมด้วย พันธะเคมีที่ เรียกว่า พันธะโคเวเลนต์ น้ำ จัดเป็นสารโคเวเลนต์ และยังมีสารอื่นอีกหลายชนิดที่เป็น สารโคเวเลนต์ สถานะ และจุดเดือดของสารโคเวเลนต์ขึ้นอยู่กับแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล ซึ่งมีความ สัมพันธ์กับสภาพขั้วของสาร และพันธะไฮโดรเจน ในแหล่งน้ำ ธรรมชาตินอกจากมีน้ำ เป็นองค์ประกอบ หลักแล้ว ยังมีสารอื่นละลายอยู่ ด้วย สารที่ละลายน้ำ ได้มีทั้งสารโคเวเลนต์และสารประกอบไอออนิก สารประกอบไอออนิกเกิดจากการยึด เหนี่ยวระหว่างไอออนบวกกับไอออนลบด้วยพันธะไอออนิก ในอัตราส่วนอย่างต่ำที่ทำให้ประจุรวมของ สารประกอบเป็นศูนย์ การละลายของสารในน้ำ มี 2 แบบ คือการละลายแบบแตกตัวและไม่แตกตัว ซึ่งทำให้ ได้สารละลายอิเล็กโทรไลต์และนอนอิเล็กโทรไลต์ตามลำดับ 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนระบุจำนวนอะตอมของธาตุองค์ประกอบในโมเลกุลของสารโคเวเลนต์จากสูตรโมเลกุลหรือ สูตร โครงสร้าง พันธะโคเวเลนต์เป็นพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม และระบุจำนวนคู่อิเล็กตรอน ระหว่าง อะตอมคู่ร่วมพันธะ จากสูตรโครงสร้างได้ (K) 2. นักเรียนสร้างแบบจำลองอย่างง่าย ของสารโควาเลนต์ได้(P) 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้(A)
49 5.สาระการเรียนรู้ พันธะโคเวเลนต์เป็นการยึดเหนี่ยว ระหว่างอะตอมด้วยการใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน เกิดเป็น โมเลกุล โดย การใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกัน 1 คู่ เรียกว่าพันธะเดี่ยว เขียนแทนด้วยเส้นพันธะ 1 เส้นใน โครงสร้างโมเลกุล ส่วน การใช้เวเลนซ์อิเล็กตรอน ร่วมกัน 2 คู่และ 3 คู่ เรียกว่า พันธะคู่และพันธะสาม เขียน แทนด้วยเส้นพันธะ 2 เส้น และ 3 เส้น ตามลำดับ 6.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 7E ขั้นที่ 1 ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม 1.1 นักเรียนดูคลิปวิดีโอ เกี่ยวกับประโยชน์ของ น้ำ ในชีวิตประจำวัน 1.2 นักเรียนตอบถามเกี่ยวกับประโยชน์ ความสำคัญของน้ำ ในชีวิตประจำวัน สถานะ ที่พบใน คลิปวิดีโอ แนวคำถาม-น้ำมีประโยชน์อย่างไรในชีวิตประจำวัน ( ช่วยให้พืชเจริญเติบโต เป็น องค์ประกอบส่วนหนึ่งของร่างกาย) คำถาม-นักเรียนคิดว่า พันธะโคเวเลนต์ โมเลกุลของน้ำประกอบไปด้วยธาตุอะไรบ้าง และมี รูปร่างอย่างไร (ปล่อยให้นักเรียนเกิดความสงสัย) ขั้นที่ 2 ขั้นเร้าความสนใจ 2.1 นักเรียน แบ่งกลุ่ม 7 คนจำนวน 8 กลุ่ม 2.2 นักเรียนศึกษาใบความรู้เกี่ยวกับโมเลกุลของน้ำเป็นเวลา 10 นาที ขั้นที่ 3 ขั้นสำรวจและค้นหา 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มอธิบายความเข้าใจจากใบความรู้เกี่ยวกับโมเลกุลของน้ำ พร้อมบอก ปัญหา หรือสอบถามในประเด็นที่ไม่เข้าใจจากครูผู้สอน 3.1 นักเรียนฟังครูผู้สอนอธิบายให้ความรู้ เกี่ยวกับอะตอมของธาตุองค์ประกอบในโมเลกุล ของสารโคเวเลนต์จากสูตรโมเลกุลหรือสูตร โครงสร้าง พันธะโคเวเลนต์เป็นพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม และระบุจำ นวนคู่อิเล็กตรอน ระหว่างอะตอมคู่ร่วมพันธะ จากสูตรโครงสร้าง ขั้นที่ 4 ขั้นอธิบาย 4.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มสร้างแบบจำลองอย่างง่าย ของสารโควาเลนต์ จากอุปกรณ์ที่ครูเตรียม ให้ -อุปกรณ์ 1. ดินน้ำมัน สีดำและสีแดง 2. ไม้จิ้มฟัน 3. กระดาษ 4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มสุ่มจับ สารโควาเลนต์ที่ครูเตรียมมาให้ ภายในเวลา 15 นาที
50 ขั้นที่ 5 ขั้นขยายความคิด 5.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มเวียนกลุ่มศึกษาแบบจำลองที่กลุ่มอื่นทำใช้เวลา 2 นาทีต่อหนึ่งแบบจำลอง ขั้นที่ 6 ขั้นประเมินผล 6.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอแบบจำลองสารโควาเลนต์ให้เพื่อนกลุ่มอื่นฟัง 6.2 นักเรียนตอบคำถามที่ครูถามในชั้นเรียน คำถาม-โมเลกุลของน้ำ ประกอบไปด้วยธาตุอะไรบ้าง ( ออกซิเจน 1 อะตอม และ ไฮโดรเจน 2 อะตอม ) คำถาม-จำนวนคู่อิเล็กตรอน ระหว่างอะตอมคู่ร่วมพันธะ มีจำนวนเท่าไหร่ ( 2 คู่ อิเล็กตรอน ) ขั้นที่ 7 ขั้นนำความรู้ไปใช้ 7.1 นักเรียนยกตัวอย่างสารโคเวเลนต์ในชีวิตประจำวันพร้อมบอกประโยชน์สารโคเวเลนต์ ชนิดนั้นเป็นการบ้าน 7.สื่อการเรียนรู้ 7.1 คลิปวิดีโอ เกี่ยวกับประโยชน์ของ น้ำ ในชีวิตประจำวัน 7.2 ใบความรู้เกี่ยวกับโมเลกุลของน้ำ 7.3 แบบจำลองโมเลกุลของสารประกอบโควาเลนต์
51 8.การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนระบุจำนวน อะตอมของธาตุ องค์ประกอบในโมเลกุล ของสารโคเวเลนต์จากสูตร โมเลกุลหรือสูตร โครงสร้าง พันธะโคเว เลนต์เป็นพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม และระบุจำนวนคู่ อิเล็กตรอน ระหว่าง อะตอมคู่ร่วมพันธะ จาก สูตรโครงสร้างได้ (K) สังเกตความถูกต้องของ แบบจำลอง การสร้างแบบจำลอง -70% 2. นักเรียนสร้าง แบบจำลองอย่างง่าย โมเลกุลของน้ำได้(P) การตอบคำถาม ความถูกต้องในการตอบ คำถาม - 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้ (A) สังเกตพฤติกรรมระหว่าง เรียนของนักเรียน -แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึง ประสงค์ ระดับคุณภาพดี ผ่าน เกณฑ์
52 ใบความรู้เกี่ยวกับโมเลกุลของสารโควาเลนต์ การเกิดสารประกอบโควาเลนต์เกิดจากอะตอมของอโลหะทำปฏิกิริยากับอะตอมของอโลหะโดย อะตอมของอโลหะจะนำอิเล็กตรอนวงนอกมาใช้ร่วมกันเป็นคู่ๆเพื่อให้อยู่สภาวะที่เสถียร และจะอยู่เป็นโมเลกุล ชัดเจนว่า 1 โมเลกุลมีกี่อะตอม ตัวอย่างที่1อะตอมของธาตุไฮโดรเจน 2 อะตอม รวมกับอะตอมของธาตุออกซิเจน1อะตอมได้น้ำ1โมเลกุล ตัวอย่างที่2อะตอมของธาตุคาร์บอน 1 อะตอม รวมกับอะตอมของธาตุไฮโดรเจน4อะตอมได้แก๊สมีเทน (CH4)1โมเลกุล
53 สารประกอบโควาเลนต์ แบ่งเป็น 2 ประเภท 1. Homonuclear molecule (โมเลกุลของธาตุ) หมายถึงสารประกอบโคเวเลนต์ที่ในหนึ่งโมเลกุล ประกอบด้วยอะตอมของธาตุชนิดเดียวกันมายึดกันด้วยพันธะโควาเลนต์ เช่น H2, O2,Br2 ,N2 ,F2 ,Cl2เป็น ต้น 2. Heteronuclear molecule (โมเลกุลของสารประกอบ) หมายถึง สารประกอบโคเวเลนต์ที่ในหนึ่ง โมเลกุลประกอบด้วยธาตุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป มายึดกันด้วยพันธะโคเวเลนต์ เช่น HCl , CH4, H2O , H2SO4 ,HClO4เป็นต้น สมบัติของสารประกอบโควาเลนต์ 1. มีสถานะเป็นของแข็ง ของเหลว หรือแก๊ส เช่น - สถานะของเหลว เช่น น้ำเอทานอลเฮกเซน - สถานะของแข็ง เช่น น้ำตาลทราย (C12H22O11),แนพทาลีนหรือลูกเหม็น (C10H8) -สถานะ แก๊ส เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2),แก๊สมีเทน (CH4),แก๊สโพรเพน (C3H8) 2. มีจุดหลอมเหลวต่ำ หลอมเหลวง่ายเนื่องจากมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลที่ไม่แข็งแรงสามารถ ถูกทำลายได้ง่าย 3. มีทั้งละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ เช่น เอทานอลละลายน้ำ แต่เฮกเซนไม่ละลายน้ำ 4. สารประกอบโคเวเลนต์ไม่นำไฟฟ้าเนื่องจากมีประจุไฟฟ้าเป็นกลาง และอิเล็กตรอนทั้งหมดถูกใช้ เป็นอิเล็กตรอน 5. คู่ร่วมพันธะระหว่างอะตอม ทำให้ไม่มีอิเล็กตรอนอิสระช่วยนำไฟฟ้า แต่ยกเว้นในสารประกอบ โคเวเลนส์ที่มีสภาพขั้วแรงมาก เช่น HCI, HBr, H2SO4
54 ตัวอย่างแบบจำลองสารโควาเลนต์ น้ำ แอมโมเนีย ยูเรีย กรดน้ำส้มสายชู
55 บันทึกผลหลังสอน ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................... ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................... ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายสุทธิราช วงศ์คำ) ครูผู้สอน ........./......../.........
56 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................... (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./......... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายจำนง ศิลารินทร์) ผู้บริหารสถานศึกษา ........./......../.........
57 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว32105 รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง น้ำ จำนวน 15 ชั่วโมง เรื่อง สารในแหล่งน้ำธรรมชาติ จำนวน 3 ชั่วโมง สอนโดย นายสุทธิราช วงศ์คำ 1.มาตรฐาน สาระที่ 2 ว 2.1 ม.5/8 ระบุว่าพันธะโคเวเลนต์ เป็นพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม และระบุ จำนวนคู่อิเล็กตรอนระหว่างอะตอมคู่ร่วม พันธะจากสูตรโครงสร้าง 2.ตัวชี้วัด - 3.สาระสำคัญ น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติเป็นน้ำที่ไม่บริสุทธิ์ มีสารอื่นเจือปน อาจเป็นสารโคเวเลนต์ เช่น แก้ว ออกเงิน (O2) แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และสารที่อยู่ในรูปของไอออน เช่น โซเดียมไอออน (Na) คลอไรด์ไอออน (CI) ไอออนทั้งสองชนิดนี้มีปริมาณมากในน้ำทะเล และเมื่อระเหยน้ำออกจะได้เกลือแกงหรือโซเดียมคลอไร (NCI เป็น สารประกอบไอออนิก (ionie compound 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนเปรียบเทียบน้ำกลั่นและน้ำจากแหล่งธรรมชาติได้(K) 2. นักเรียนเขียนสูตรเอมพิริคัลของสารประกอบไอออนิก บอกสมบัติและชื่อของสารประกอบไอออนิก ได้(P) 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้(A) 5.สาระการเรียนรู้ สารประกอบไอออนิกส่วนใหญ่เกิดจากการ รวมตัวกันของไอออนบวกของธาตุโลหะ และไอออนลบ ของธาตุอโลหะ ในบางกรณีไอออนอำจประกอบด้วยกลุ่มของอะตอม โดยเมื่อไอออนรวมตัวกันเกิดเป็น สารประกอบไอออนิกจะมีสัดส่วนการ รวมตัวเพื่อทำให้ประจุของสารประกอบเป็น กลางทางไฟฟ้า โดยไอออน บวกและไอออน ลบจะจัดเรียงตัวสลับต่อเนื่องกันไปใน 3 มิติเกิดเป็นผลึกของสารซึ่งสูตรเคมีของ สารประกอบ ไอออนิประกอบด้วย สัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนบวกตามด้วย สัญลักษณ์ธาตุที่เป็นไอออนลบ
58 6.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 7E ขั้นที่ 1 ตรวจสอบความรู้เดิม 1.1 นักเรียนชมคลิปวิดีโอการผลิตน้ำดื่มจากวิดีโอที่ครูเตรียมมา และภาพแหล่งน้ำใน ประเทศไทย 1.2 นักเรียนตอบคำถาม คำถาม-เพราะเหตุใดในการผลิตน้ำดื่มจึงมีขั้นตอนมากมาย (เพราะต้องการให้น้ำดื่ม สะอาดปลอดภัย) คำถาม-ระหว่างน้ำกลั่นและน้ำจากแหล่งธรรมชาติมีความแตกต่างกันอย่างไร (ปล่อยให้ นักเรียนเกิดความสงสัย) ขั้นที่ 2 ขั้นเร้าความสนใจ 2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม 7 คนจำนวน 8 กลุ่ม 2.2 นักเรียนศึกษาสารในแหล่งน้ำธรรมชาติตัวอย่าง (นาเกลือ) จากใบความรู้เรื่อง สารประกอบไอออนิกในนาเกลือ ขั้นที่ 3 ขั้นสำรวจและค้นหา 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิดช่วยกันออกแบบการทดลอง การเปรียบเทียบน้ำจาก แหล่งธรรมชาติและน้ำกลั่น -โดยมีสารดังนี้ 1.น้ำกลั่น 2.น้ำโคลน 3.น้ำเกลือ 3.2 นักเรียนส่ง Plan การทดลอง ขั้นที่ 4 ขั้นอธิบาย 4.1 นักเรียนทำการทดลอง เรื่อง การเปรียบเทียบน้ำจากแหล่งธรรมชาติและน้ำกลั่น -อุปกรณ์ 1. ตระเกียงแอลกอฮอล์ พร้อมที่ครอบ 2. กรวยกรอง 3. ไม้ขีดไฟ 4. ถาดหลุม 5. สารที่ใช้ในการทดลอง 1.น้ำกลั่น 2.น้ำโคลน 3.น้ำเกลือ 4.2 นักเรียนสรุปผลการทดลองในกระดาษโฟชาตตามผลการทดลองเรื่อง การเปรียบเทียบ น้ำจากแหล่งธรรมชาติและน้ำกลั่น 4.3 นักเรียนฟังครูอธิบาย Power point เรื่อง สูตรเอมพิริคัล สารประกอบไอออนิกและ สมบัติไอออนิก
59 ขั้นที่ 5 ขั้นขยายความคิด 5.1 นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ -สารประกอบไอออนิกแตกจากสารโคเวเลนต์อย่างไร -สารไอออนิกเกิดจากกลุ่มธาตุใดกับกลุ่มธาตุใด ขั้นที่ 6 ขั้นประเมินผล 6.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลองหน้าชั้นเรียน 6.2 นักเรียนทำใบกิจกรรม เรื่อง สารประกอบไอออนิก ขั้นที่ 7 ขั้นนำความรู้ไปใช้ 7.1 นักเรียนแต่กลุ่มสำรวจสารประออกไอออนิกในชีวิตประจำวันโดยกำหนดสถานที่ ภายในบริเวรที่อยู่อาศัยของนักเรียนแต่ละคน 7.สื่อการเรียนรู้ 7.1 คลิปวิดีโอการผลิตน้ำดื่มจากวิดีโอที่ครูเตรียมมา 7.2 ใบความรู้เรื่อง สารประกอบไอออนิกในนาเกลือ 7.3 Power point เรื่อง สูตรเอมพิริคัล สารประกอบไอออนิกและสมบัติไอออนิกจาก 7.4 ใบกิจกรรม เรื่อง สารประกอบไอออนิก
60 8.การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนเปรียบเทียบน้ำ กลั่นและน้ำจากแหล่ง ธรรมชาติได้(K) สังเกตจากการทำการ ทดลอง ผลการทดลองโฟชาต - 2. นักเรียนเขียนสูตรเอมพิ ริคัลของสารประกอบไอ ออนิกและสมบัติของ สารประกอบไอออนิกได้ (P) ตรวจใบกิจกรรม เรื่อง สารประกอบไอออนิก ใบกิจกรรม เรื่อง สารประกอบไอออนิก -70% 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้ (A) สังเกตพฤติกรรมระหว่าง เรียนของนักเรียน -แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึง ประสงค์ ระดับคุณภาพดี ผ่าน เกณฑ์
61 ใบความรู้เรื่องสารประกอบไอออนิกในนาเกลือ เกลือ หรือชื่อในทางเคมีคือ โซเดียมคลอไรด์(NaCl) เป็นของแข็งสีขาว มีรสเค็ม ถือเป็นหนึ่งใน ปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ มนุษย์จำเป็นต้องบริโภคเกลือเฉลี่ย 5-10 กรัม/วัน เพื่อรักษาสมดุล ของน้ำในระบบต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานได้อย่างปกติ นอกจากนี้เกลือยังมีประโยชน์ในด้านต่างๆ มากมาย เช่น ปรุงอาหาร ถนอมอาหาร และใช้ในอุตสาหกรรมผลิตสารแคมีต่างๆ เช่น ผงฟู(NaHCO3 ) และ โซดาไฟ (NaOH) เป็นต้น การผลิตเกลือภายในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. เกลือทะเล (sea salt) หรือ เกลือสมุทร คือ เกลือที่ผลิตโดยการนำน้ำทะเลมาตากแดด ให้น้ำ ระเหยออกไปเหลือแต่ผลึกของเกลือ เกลือประเภทนี้มีการผลิตและใช้งานมาตั้งแต่สมัยโบราณ และถือเป็น อาชีพเก่าแก่อีกหนึ่งอาชีพของชาวไทย โดยได้มีการกำหนดเป็นสินค้าเกษตรกรรมขั้นต้นตามพระราชบัญญัติ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 2. เกลือหิน (rock salt) หรือ เกลือสินเธาว์เป็นเกลือที่เกิดจากการชะของน้ำใต้ดิน ทำให้ดินละลาย เกิดเป็นคราบเกลืออยู่บนผิวดิน เรียกว่า ดินเอียด หรือชาวอีสานจะเรียกว่า ส่าดิน โดยในอดีตชาวบ้านจะนำ ดินเอียดมาละลายน้ำ และนำมาต้ม ทำให้ได้เกลือสินเธาว์ ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2512 มีการศึกษาทางธรณีวิทยา และสำรวจพบแหล่งเกลือสินเธาว์ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ทำให้รูปแบบการผลิตเกลือ สินเธาว์เปลี่ยนแปลงไปในเชิงอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการ และความสะดวกของ กระบวนการผลิต
62 หินตะกอนเคมี(chemical sedimentary rock) หมายถึง หินตะกอนที่เกิดจากการตกตะกอน และสะสมตัวของตะกอนที่ถูกพัดพามาในรูปของสารละลายในน้ำ ซึ่งโดยส่วนใหญ่หินตะกอนเคมีแทบจะไม่ สามรถมองเห็นเม็ดของตะกอนได้เลยด้วยตาเปล่า ทั้งนี้เนื่อจากตะกอนมีขนาดเล็กมาก แต่อาจมองเห็นเม็ด ของแร่ได้หากส่องดูภายใต้กล้องจลทรรศน์ ในธรรมชาติ หินตะกอนเคมีมีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็เกิดใน สภาพแวดล้อมที่เฉพาะแตกต่างกัน
63
64
65 บันทึกผลหลังสอน ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................... ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................... ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายสุทธิราช วงศ์คำ) ครูผู้สอน ........./......../.........
66 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................... (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./......... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายจำนง ศิลารินทร์) ผู้บริหารสถานศึกษา ........./......../.........
67 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ว32105 รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง น้ำ จำนวน 15 ชั่วโมง เรื่อง การละลายของสารในน้ำ จำนวน 3 ชั่วโมง สอนโดย นายสุทธิราช วงศ์คำ 1.มาตรฐาน สาระที่ 2 ว 2.1 ม.5/8 ระบุว่าพันธะโคเวเลนต์ เป็นพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสาม และระบุ จำนวนคู่อิเล็กตรอนระหว่างอะตอมคู่ร่วม พันธะจากสูตรโครงสร้าง 2.ตัวชี้วัด - 3.สาระสำคัญ การเตรียมน้ำเกลือแร่ทำได้โดยการนำผงเกลือแร่ซึ่งเป็นของแข็งมาละลายในน้ำ ผงเกลือแร่ส่วนใหญ่ ประกอบด้วยเกลือแกง(NaCl) และกลูโคส (C6H12O6) ซึ่งเกลือแกงเป็นสารประกอบไอออนิกส่วนกลูโคส เป็น สารโคเวเลนต์ที่มีสมบัติละลายน้ำได้ ซึ่งการละลายของสารประกอบไอออนิกและสารโคเวเลนต์ ลักษณะบาง ประการแตกต่างกัน การละลายของสารในน้ำเกิดขึ้นเมื่อโมเลกุลของน้ำเข้าไปแทรกระหว่างโมเลกุลหรือ ไอออน ของตัวละลายได้สารผสมที่เป็นสารเนื้อเดียว เรียกว่า สารละลาย โดยการละลายของสารในน้ำมี 2 ลักษณะ คือ การละลายแบบแตกตัว และการละลายแบบไม่แตกตัว 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนระบุว่าสารเกิดการละลายน้ำ แบบแตกตัวหรือไม่แตกตัวจากสูตรเคมีของสาร และ สารละลายที่ได้เป็นสารละลายอิเล็กโทรไลต์หรือนอนอิเล็กโทรไลต์(K) 2. นักเรียนเขียนสมการการแตกตัว และวาดภาพสื่อถึงการแตกตัวของสารละลายอิเล็กโทรไลต์ได้(P) 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้(A)
68 5.สาระการเรียนรู้ สารจะละลายน้ำได้เมื่อองค์ประกอบของ สารสามารถเกิดแรงดึงดูดกับโมเลกุลของ น้ำได้โดยการ ละลายของสำรในน้ำเกิดได้2 ลักษณะคือการละลายแบบแตกตัวและ การละลายแบบไม่แตกตัวการละลาย แบบ แตกตัวเกิดขึ้นกับสารประกอบ ไอออนิก และสารโคเวเลนต์บางชนิดที่มีสมบัติเป็นกรดหรือเบสโดยเมื่อ สารเกิดการละลาย แบบแตกตัวจะได้ไอออนที่สามารถเคลื่อนที่ ได้ทำให้ได้สารละลายที่นำไฟฟ้าซึ่งเรียกว่า สารละลาย อิเล็กโทรไลต์การละลาย แบบไม่แตกตัวเกิดขึ้นกับสารโคเวเลนต์ที่มีขั้วสูงสามารถดึงดูดกับโมเลกุล ของน้ำได้ดีโดยเมื่อเกิดการละลายโมเลกุลของสารจะ ไม่แตกตัวเป็นไอออน และสารละลายที่ได้จะไม่นำ ไฟฟ้าซึ่งเรียกว่าสารละลาย นอนอิเล็กโทรไลต์ 6.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 7E ขั้นที่ 1 ขั้นตรวจสอบความรู้เดิม 1.1 นักเรียนดูรูปภาพสารละลายในชีวิตประจำวัน จากสื่อ Power point 1.2 นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ คำถาม-นักเรียนเห็นอะไรบ้างในรูปภาพ (น้ำเชื่อม น้ำโคลน) -สารเหล่านี้จัดเป็นสารประเภทใด (สารผสม สารละลาย) -สารละลายจะประกอบด้วยอะไรบ้าง (ตัวทำละลาย ตัวถูกละลาย) ขั้นที่ 2 ขั้นเร้าความสนใจ 2.1 นักเรียนแบ่งกลุ่ม 6 กลุ่มกลุ่มละ 7 คน 2.1 นักเรียนทำการทดลอง เรื่องการเตรียมเกลือแร่ (ตามอัตราส่วนที่โจทย์กำหนดให้) -อุปกรณ์ 1. ตาชั่งสารเคมี 2. บีกเกอร์ขนาด 250 ml 3. แท่งแก้วคนสาร 4. สารที่ใช้ทดลอง เกลือแร่ 2.3 นักเรียนฟังครูอธิบายสารละลายอิเล็กโทรไลต์ และนอนอิเล็กโทรไลต์จากสื่อ Power point เรื่องสารละลายอิเล็กโทรไลต์ และนอนอิเล็กโทรไลต์
69 ขั้นที่ 3 ขั้นค้นหาและสำรวจ 3.1 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันคิดและออกแบบการนำเสนอผลการทดลอง เช่น การสร้าง แบบจำลอง การวาดภาพสื่อถึงการแตกตัวของสารละลายอิเล็กโทรไลต์และนอนอิเล็กโทรไลต์โดยมีผู้สอนคอย ให้คำแนะนำ ขั้นที่ 4 ขั้นอธิบาย 4.1 นักเรียนช่วยกันสร้างต้นแบบผลการทดลอง เรื่องการเตรียมเกลือแร่ (ตามอัตราส่วนที่ โจทย์กำหนดให้) 4.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มแสดงและอธิบายวิธีคำนวณอัตราส่วนการเตรียมเกลือแร่ ขั้นที่ 5 ขั้นขยายความคิด 5.1 นักเรียนนำเสนอต้นแบบผลการทดลองหน้าชั้นเรียน 5.2 นักเรียนฟังครูอธิบายเพิ่มเติม ขั้นที่ 6 ขั้นประเมินผล -นักเรียนทำใบงานเรื่อง การละลายของสายในน้ำ ขั้นที่ 7 ขั้นนำความรู้ไปใช้ -นักเรียนแต่ละกลุ่มทำการทดลองการเคลือบโลหะ โดยมีสารอิเล็กโทรไลต์เป็นตัวกลางใน การเคลือบ 7.สื่อการเรียนรู้ 7.1 รูปภาพสารละลายในชีวิตประจำวัน 7.2 สื่อ Power point เรื่องสารละลายอิเล็กโทรไลต์ และนอนอิเล็กโทรไลต์ 7.3 ใบงานเรื่อง การละลายของสายในน้ำ
70 8.การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือการวัด เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนระบุว่าสารเกิด การละลายน้ำ แบบแตก ตัวหรือไม่แตกตัวจากสูตร เคมีของสาร และ สารละลายที่ได้เป็น สารละลายอิเล็กโทรไลต์ หรือนอนอิเล็กโทรไลต์(K) ตรวจใบงานเรื่อง การ ละลายของสายในน้ำ ใบงานเรื่อง การละลายของ สายในน้ำ -70% 2. นักเรียนเขียนสมการ การแตกตัว และวาดภาพ สื่อถึงการแตกตัวของ สารละลายอิเล็กโทรไลต์ ได้(P) สังเกตการทำการทดลอง และความถูกต้องของการ สร้างต้นแบบผลการทดลอง การสร้างต้นแบบผลการ ทดลอง - 3. นักเรียนมีวินัยใฝ่เรียนรู้ (A) สังเกตพฤติกรรมระหว่าง เรียนของนักเรียน -แบบประเมินคุณลักษณะอัน พึง ประสงค์ ระดับคุณภาพดี ผ่าน เกณฑ์
71 ตัวอย่างภาพสารละลายอิเล็กโทรไลต์และนอนอิเล็กโทรไลต์
72 ใบกิจกรรมการทดลอง เรื่องการเตรียมเกลือแร่ สมาชิกกลุ่ม 1.ชื่อ......................................................สกุล........................................เลขที่............... ........... 2.ชื่อ......................................................สกุล........................................เลขที่............... ........... 3.ชื่อ......................................................สกุล........................................เลขที่............... ........... 4.ชื่อ......................................................สกุล........................................เลขที่............... ........... 5.ชื่อ.......................................................สกุล........................................เลขที่.............. ............ 6.ชื่อ.......................................................สกุล........................................เลขที่.............. ............ 7.ชื่อ.......................................................สกุล........................................เลขที่.............. ............ คำชี้แจ้ง:เมื่อนักเรียนได้โจทย์ปัญหาต้องคำนวณอัตราส่วนให้ถูกต้องก่อนลงมือทำการทดลอง โจทย์ที่ได้.................................................................................................................. ............................. วิธิทำ(แสดงการหาอัตราส่วน) สารที่พบในเกลือแร่ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ....... อุปกรณ์ 1. ตาชั่งสารเคมี 2. บีกเกอร์ขนาด 250 ml 3. แท่งแก้วคนสาร 4. สารที่ใช้ทดลอง เกลือแร่
73 สังเกตการทดลอง ก่อนละลาย หลังการละลาย เวลาที่ใช้ ผลที่สังเกตได้ สรุปผลการทดลอง ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ .............................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................. ............................................. ........................................................................................................
74 บันทึกผลหลังสอน ผลการเรียนรู้ ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ........................ ปัญหา/อุปสรรค ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................... ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายสุทธิราช วงศ์คำ) ครูผู้สอน ........./......../.........
75 ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายประสิทธิ์ แก้วงาม) ครูพี่เลี้ยง ........./......../......... ความคิดเห็นของผู้บริหาร ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................... (ลงชื่อ).............................................................. (นางสาวจุฑาทิพย์ รวมธรรม) รองผู้บริหารสถานศึกษา .........../........./......... (ลงชื่อ)…………………………………………………………….. (นายจำนง ศิลารินทร์) ผู้บริหารสถานศึกษา ........./......../.........
76 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน บทที่ 2 เรื่อง น้ำ ข้อสอบจำนวน 20 ข้อคิดเป็น 10 คะแนน ไม่มีการสอบแก้ วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพเคมี ว32105 ผู้สอน นายสุทธิราช วงศ์คำ นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู 1. น้ำเป็นสารประกอบที่มีสูตรโมเลกุลเป็น H2O ประกอบด้วยธาตุไฮโดรเจน 2 อะตอม และ ออกซิเจน 1 อะตอมยึดเหนี่ยวกันด้วยพันธะเคมี อะไร ก. แรงยึดเหนี่ยวโมเลกุล ข. แรงขั้วไฟฟ้า ค. พันธะโควาเลนต์ ง. พันธะไฮโดรเจน 2. ข้อใดมีค่าอิเล็กโทรเนกาตีวิตี้ EN มากที่สุด ก. ธาตุหมู่ IA ข.ธาตุหมู่ VA ค. ธาตุหมู่ IIIA ค. ธาตุหมู่ VIIA 3. พันธะใดมีความยาวพันธะมากที่สุด ก.พันธะเดี่ยว ข.พันธะคู่ ค.พันธะสาม ง.ถูกทุกข้อ 4. พันธะไฮโดรเจน หมายถึงข้อใด ก. เป็นแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของ สารมีขั้วภายในโมเลกุลมี H-F H-O H-N ข. พันธะที่ทำให้โมเลกุลสารมีรูปร่าง แน่นอน ค. เป็นพันธะเคมีของสารโควาเลต์ ง. เป็นพันธะที่เกิดจากธาตุโลหะกับ อโลหะ 5. ข้อใดกล่าวถึงสารโควาเลนต์ได้ถูกต้อง ก. เป็นสารประกอบส่วนใหญ่เกิดจาการ รวมตัวของธาตุโลหะกับโลหะ ข. เป็นสารประกอบส่วนใหญ่เกิดจากการ รวมตัวของธาตุอโลหะกับอโลหะ ค. เกิดจากธาตุที่มีค่าENต่ำ ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง 6. สารโควาเลนต์ในข้อใดไม่มีขั้ว ก.มีเทน ข.คาร์บอนไดออกไซด์ ค.แก็สไนโตรเจน ง.คาร์บอนมอนอกไซด์ 7. PCl3 มีชื่อตามหลัก IUPAC ว่าอย่างไร ก. โพแทสเซียมไตรคลอไรด์ ข. ฟอสฟอรัสไตรคลอไรด์ ค. มอนอฟอสฟอรัสไตรคลอไรด์ ง. ฟอสฟอรัสคลอไรด์ 8. จงเรียงลำดับแรงยึดเหนียวของพันธะต่อไปนี้ จากมากไปน้อยตามลำดับ ก. พันธะเดี่ยว พันธะคู่ พันธะสาม ข. พันธะคู่ พันธะสาม พันธะเดี่ยว ค. พันธะสาม พันธะเดี่ยว พันธะคู่ ง. พันธะสาม พันธะคู่ พันธะเดี่ยว
77 9. สารประกอบไอออนิกหมายถึงข้อใด ก. สารประกอบที่ประกอบด้วยธาตุโลหะ และธาตุอโลหะ ข. เป็นสารประกอบส่วนใหญ่เกิดจาการ รวมตัวของธาตุโลหะกับโลหะ ค. เป็นสารประกอบที่ละลายน้ำไม่ได้ ง. มีค่า EN ใกล้เคียงกัน 10. ข้อได้กล่าวถึงสารประไอออนิกได้ถูกต้อง ก. มีรูปร่างโมเลกุลแน่ ข. เมื่อละลายน้ำจะไม่แตกตัวเป็นไอออน ค. เป็นผลึกสลับระหว่างไอออนบวกกับ ไอออนลบเรื่อยไม่มีสูตรโมเลกุล ง. ไม่มีประไฟฟ้าในโมเลกุล 11. สารในข้อใดไม่ใช่สารประกอบไอออนิก ก. NaCl ข. HCl ค. ZnSO4 ง. CaCO3 12. สารในข้อใดมีจุดเดือดสูงที่สุด ก. C6H12O6 ข. HCl ค. CuSO4 ง. O2 13. FeCl3 เมื่อละลายน้ำ Fe จะมีไอออนเท่าใด ก. 2+ ข.3+ ค. 3- ง. 2- 14. K3 PO4 มีอัตราส่วนในการละลายคือเท่าใด ก. 1:1 ข. 2:1 ค. 3:1 ง. 1:3 15. MgCl2 ตามหลัก IUPAC มีชื่อเรียกว่าอย่างไร ก. มอนอแมกนีเซียมไดคลอไรด์ ข. แมกนีเซียมไดคลอไรด์ ค. แมกนีเซียมคลอไรด์ ง. แมกนีเซียม (II) คลอไรด์ 16. สารในข้อใดประจุรวมไม่เท่ากับ 0 ก. NaCl ข. CaCl2 ค. MgO ง. MgCl 17. สารบางชนิดเมื่อละลายน้ำแล้วแตกตัวเป็น ไอออน กระแสไฟฟ้าผ่านได้คือข้อใด ก. สารนำไฟฟ้า ข. สารละลายอิเล็กโทรไลต์ ค. สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์ ง. สารละลายแบบไม่แตกตัว 18. สารในข้อใดละลายแบบไม่แตกตัว ก. NaCl ข. Na2SO4 ค. NH3 ง. MgO 19. เมื่อละลายน้ำสารละลายใดต่อไปนี้ไม่นำไฟฟ้า ก. ZnSO4 ข. CuSO4 ค. CuS ง. N2 20. ในการเคลือบโลหะด้วยทองแดงต้องใช้สาร อิเล็กโทรไลต์ชนิดใด ก. FeCl3 ข. MgCl2 ค. CuSO4 ง. Al(NO3 )3
78 ภาคผนวก ข ภาคผนวก ข การวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแผนการจัดการ เรียนรู้และแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์โดยใช้กระบวนการ สืบเสาะหาความรู้ 7E
79 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 7E เรื่อง น้ำ เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน รายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โดยผู้เชี่ยวชาญ รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ ที่ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบแก้ โจทย์ปัญหา มีรายนามดังต่อไปนี้ 1. นายประสิทธิ์ แก้วงาม ตำแหน่งครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านดุงวิทยา จังหวัดอุดรธานี 2. นายทัพพ์เทพ สุดาเดช ตำแหน่งครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านดุงวิทยา จังหวัดอุดรธานี 3. นายยทภูมิ ถาหล้า ตำแหน่งครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนบ้านดุงวิทยาจังหวัด อุดรธานี คำชี้แจง 1. แบบประเมินนี้สำหรับผู้เชี่ยวชาญเพื่อใช้ประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแผนการ จัดการการเรียนรู้แผนการจัดการการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 7E เรื่อง น้ำ เพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน ซึ่งจะใช้เป็นเครื่องมือในการสร้าง แผนการจัดการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบ เสาะหาความรู้แบบ 7E เรื่อง น้ำ สัปดาห์ละ 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จำนวน 3 แผน ใช้เวลา 9 ชั่วโมง ซึ่งมีสาระ การเรียนรู้ ดังนี้ 2.1.4.1 โมเลกุลของน้ำ จำนวน 3 ชั่วโมง 2.1.4.2 สารในแหล่งน้ำธรรมชาติ จำนวน 3 ชั่วโมง 2.1.4.3 การละลายของสารในน้ำ จำนวน 3 ชั่วโมง ซึ่งแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วยสาระสำคัญจุดประสงค์การเรียนรู้(รายชั่วโมง) สาระการ เรียนรู้กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผล
80 2. ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแผนการจัดการการเรียนรู้ โดยพิจารณาจากค่า ดัชนีความสอดคล้อง (Index of item Objective Congruence: IOC) ระหว่างจุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา กระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ และการวัดประเมินผลของแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ โดยพิจารณา ตรวจสอบให้คะแนน ดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบ ความสามารถในการแก้ปัญหาเหมาะสมและสอดคล้องกัน ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่างองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบ ความสามารถในการแก้ปัญหามีความเหมาะสมและสอดคล้องกัน ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบ ความสามารถในการแก้ปัญหาไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกัน แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 7E เรื่อง น้ำ เพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โดยผู้เชี่ยวชาญ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง โมเลกุลของน้ำ จำนวน 3 ชั่วโมง ที่ รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ∑R IOC คนที่1 คนที่2 คนที่3 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 3 1 1.1 เขียนได้ใจความสำคัญของเรื่อง +1 +1 +1 3 1 1.2 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 2.1 ถูกต้องครอบคลุมเนื้อหา +1 +1 +1 3 1 2.2 สามารถวัดและประเมินได้ +1 +1 +1 3 1 3. สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับตัวชี้วัด/ จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 4. กระบวนการจัดการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1
81 4.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นไปตามการ จัดการเรียนรู้โดยเทคนิค Design Thinking เรื่อง น้ำ เพื่อเปรียบเทียบผลจากการจัดการ เรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี +1 +1 +1 3 1 4.2 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับ จุดประสงค์การเรียนรู้และเนื้อหา/สาระการ เรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 4.3 กิจกรรมเหมาะสมกับระดับของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1 4.4 กิจกรรมสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ลงมือ ปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง +1 +1 +1 3 1 4.5 กิจกรรมส่งเสริมผลการเรียนรู้ด้านความรู้ ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1 4.6 กิจกรรมส่งเสริมทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1 4.7 กิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดง ความคิด และนำเสนอผลงาน +1 +1 +1 3 1 4.8 เวลาที่ใช้เพียงพอต่อกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 5. สื่อการเรียนรู้เหมาะสมกับสาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 3 1 6.1 การวัดและประเมินผลมีความหลากหลาย +1 +1 +1 3 1 6.2 วิธีวัดและเครื่องมือวัด สามารถวัดได้ +1 +1 +1 3 1 6.3 ตรงและครบถ้วนตามจุดประสงค์การ เรียนรู้ +1 +1 +1 3 1
82 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 7E เรื่อง น้ำ เพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โดยผู้เชี่ยวชาญ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง สารในแหล่งน้ำธรรมชาติจำนวน 3 ชั่วโมง ที่ รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ∑R IOC คนที่1 คนที่2 คนที่3 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 3 1 1.1 เขียนได้ใจความสำคัญของเรื่อง +1 +1 +1 3 1 1.2 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 2.1 ถูกต้องครอบคลุมเนื้อหา +1 +1 +1 3 1 2.2 สามารถวัดและประเมินได้ +1 +1 +1 3 1 3. สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับตัวชี้วัด/ จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 4. กระบวนการจัดการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 4.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นไปตามการ จัดการเรียนรู้โดยเทคนิค Design Thinking เรื่อง น้ำ เพื่อเปรียบเทียบผลจากการจัดการ เรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี +1 +1 +1 3 1 4.2 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับ จุดประสงค์การเรียนรู้และเนื้อหา/สาระการ เรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 4.3 กิจกรรมเหมาะสมกับระดับของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1 4.4 กิจกรรมสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ลงมือ ปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง +1 +1 +1 3 1
83 4.5 กิจกรรมส่งเสริมผลการเรียนรู้ด้านความรู้ ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1 4.6 กิจกรรมส่งเสริมทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1 4.7 กิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดง ความคิด และนำเสนอผลงาน +1 +1 +1 3 1 4.8 เวลาที่ใช้เพียงพอต่อกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 5. สื่อการเรียนรู้เหมาะสมกับสาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 3 1 6.1 การวัดและประเมินผลมีความหลากหลาย +1 +1 +1 3 1 6.2 วิธีวัดและเครื่องมือวัด สามารถวัดได้ +1 +1 +1 3 1 6.3 ตรงและครบถ้วนตามจุดประสงค์การ เรียนรู้ +1 +1 +1 3 1
84 แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) แผนการจัดการการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 7E เรื่อง น้ำ เพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 โดยผู้เชี่ยวชาญ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การละลายของสารในน้ำ จำนวน 3 ชั่วโมง ที่ รายการประเมิน ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ∑R IOC คนที่1 คนที่2 คนที่3 1. สาระสำคัญ +1 +1 +1 3 1 1.1 เขียนได้ใจความสำคัญของเรื่อง +1 +1 +1 3 1 1.2 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 2.1 ถูกต้องครอบคลุมเนื้อหา +1 +1 +1 3 1 2.2 สามารถวัดและประเมินได้ +1 +1 +1 3 1 3. สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับตัวชี้วัด/ จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 4. กระบวนการจัดการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 4.1 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นไปตามการ จัดการเรียนรู้โดยเทคนิค Design Thinking เรื่อง น้ำ เพื่อเปรียบเทียบผลจากการจัดการ เรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี +1 +1 +1 3 1 4.2 กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับ จุดประสงค์การเรียนรู้และเนื้อหา/สาระการ เรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 4.3 กิจกรรมเหมาะสมกับระดับของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1 4.4 กิจกรรมสนับสนุนให้ผู้เรียนได้ลงมือ ปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง +1 +1 +1 3 1
85 4.5 กิจกรรมส่งเสริมผลการเรียนรู้ด้านความรู้ ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1 4.6 กิจกรรมส่งเสริมทักษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ของผู้เรียน +1 +1 +1 3 1 4.7 กิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แสดง ความคิด และนำเสนอผลงาน +1 +1 +1 3 1 4.8 เวลาที่ใช้เพียงพอต่อกิจกรรมการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 5. สื่อการเรียนรู้เหมาะสมกับสาระการเรียนรู้ +1 +1 +1 3 1 6. การวัดและประเมินผล +1 +1 +1 3 1 6.1 การวัดและประเมินผลมีความหลากหลาย +1 +1 +1 3 1 6.2 วิธีวัดและเครื่องมือวัด สามารถวัดได้ +1 +1 +1 3 1 6.3 ตรงและครบถ้วนตามจุดประสงค์การ เรียนรู้ +1 +1 +1 3 1
86 ตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญ การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ กายภาพ (Index of Item Objective Congruence: IOC) เรื่อง น้ำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ข้อที่ คะแนนของผู้เชี่ยวชาญ รวม ค่า IOC แปลผล หมายเหตุ คนที่1 คนที่2 คนที่3 1 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 2 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 3 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 4 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 5 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 6 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 7 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 8 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 9 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้ 10 +1 +1 +1 3 1 ใช้ได้
87 ค่าความเชื่อมั่น KR-20 ของแบบทดสอบ ผลจากการจัดการการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 7E เรื่อง น้ำ เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 ภาพตารางค่าความเชื่อมั่น ค่าความเชื่อมั่น KR-20 ของแบบทดสอบ ผลจากการจัดการการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 7E เรื่อง น้ำ เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5 มีค่าดังตารางต่อไปนี้ ∑X ∑X 2 ∑pq S 2 KR-20 251 63001 2.55 3920.062 1.05
88 ภาคผนวก ค ผลงานนักเรียนและภาพประกอบวิจัย
89 การสร้างแบบจำลองสารโควาเลนต์อย่างง่าย ขั้นตอนการสร้างแบบจำลองสารโควาเลนต์ ผู้สอนตรวจความถูกต้องแบบจำลองสารโควาเลนต์ การสลับกลุ่มเพื่อเรียนรู้แบบจำลองสารโควาเลนต์ชนิดต่างๆ
90 ใบกิจกรรมเรื่อง สารโควาเลนต์ กลุ่มที่ 6 ใบกิจกรรมเรื่อง สารโควาเลนต์ กลุ่มที่ 4
91 ภาพวาดสารประกอบไอออนิก
92 กิจกรรมวาดภาพสารประกอบไอออนิก การนำเสนอผลงานภาพวาดสารประกอบไอออนิกหน้าชั้นเรียน
93 กิจกรรมเกี่ยวกับสารอิเล็กโทรไลต์ การใช้ประโยชน์สารอิเล็กโทรไลต์โดยการเคลือบโลหะ
94 ประวัติผู้วิจัย
95 ประวัติผู้วิจัย ชื่อ-นามสกุล นายสุทธิราช วงศ์คำ วันเดือนปีเกิด 9 ธันวาคม พุทธศักราช 2544 ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 208 หมู่ 7 ตำบลดงเย็น อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี 41190 ประวัติด้านการศึกษา พ.ศ.2556 เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโนนชัยศิลป์ พ.ศ 2559 เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนดงเย็นพิทยาคาร พ.ศ.2562 เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนดงเย็นพิทยาคาร ปัจจุบันกลำงศึกษาอยู่ที่ มหาลัยราชภัฏอุดรธานี คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและเคมี เบอร์โทรติดต่อ 0963152798 อีเมล [email protected]