คณุ ค่า
นริ าศนรนิ ทรค์ ําโคลง
ครูธนาภรณ์ เครอื เล็ก
ประวตั ิความเปนมา
ผแู้ ต่ง นายนรนิ ทรธ์ เิ บศร์ (อิน)
แต่งเมอื ตามเสดจ็ สมเดจ็ พระบวรราชเจา้
มหาเสนานรุ กั ษ์ ยกทัพไปปราบพมา่ ทีเมอื ง
ถลางและชุมพร
รา่ ยสภุ าพ ลักษณะคําประพนั ธ์ โคลงสสี ภุ าพ
วเิ คราะห์คณุ ค่า
นริ าศนรนิ ทรค์ ําโคลง
คณุ ค่าด้านเนือหา
คณุ ค่าด้านวรรณศฺิลป (ความงามของภาษา)
คณุ ค่าด้านสงั คม
คณุ ค่าด้านเนอื หา
การแตงนิราศเรอ่ื งนใี้ ชวธิ กี ารแตงแบบเลียนครู กลาวคอื นายนรนิ ทรธเิ บศร (อนิ ) ใชวธิ กี ารนาํ บท
กวเี กา ทม่ี ีมากอ นแลวเปน แบบอยา ง แลวนามาดัดแปลงในรูปแบบของตนเอง ไมไดเ ลียนแบบมาทัง้ หมด
เชน
อยธุ ยายศยิ่งฟา ลงดนิ แลฤๅ อยธุ ยายศลม แลว ลอยสวรรค ลงฤๅ
อาํ นาจบญุ เพรงพระ กอเก้ือ
เจดยี ล อออนิ ทร ปราสาท สิงหาสนป รางครตั นบ รร- เจดิ หลา
ในทาบทองแลวเนอ้ื นอกโสรม
บญุ เพรงพระหากสรรค ศาสนรงุ เรอื งแฮ
(กําสรวลศรปี ราชญ)
บงั อบายเบกิ ฟา ฝกฟนใจเมอื ง
(นริ าศนรนิ ทรค ําโคลง)
โฉมแมจ กั ฝากฟ า เกรงอนิ ทร หยอกนา
อินทรทานเทอกโฉมเอา สูฟ า
โฉมแมจ กั ฝากดนิ ดินทานแลวแฮ
ดนิ ฤๅขัดเจาหลา สสู มสองสม
(กาํ สรวลศรีปราชญ)
โฉมควรจักฝากฟ า ฤๅดนิ ดีฤๅ
เกรงเทพไทธ รณินทร ลอบกล้าํ
ฝากลมเล่ือนโฉมบนิ บนเลา นะแม
ลมจะชายชักช้าํ ชอกเน้ือเรยี มสงวน
(นิราศนรนิ ทรค ําโคลง)
คณุ ค่าด้านสงั คม
๑.สะทอนใหเหน็ คุณคาดา นสังคมในเร่ืองการจงรักภักดีท่ีมตี อ พระมหากษัตรยิ
ดังจะเห็นไดจากบทสดุดีพระเกียรตยิ ศพระมหากษัตรยิ เปน บทขนึ้ ตน หรอื บทไหวครู
ตามขนบวรรณคดีไทย
และยังแสดงใหเห็นถึงการยกยองบุญบารมีของพระมหากษตั รยิ วาบานเมือง
เจริญรุงเรอื งได กเ็ พราะมพี ระมหากษัตรยิ ทรงปกครองและบํารงุ แผน ดนิ
คณุ ค่าด้านสงั คม
๒.สะทอ นใหเห็นถงึ ความเจรญิ รุงเรอื่ งของพระพุทธศาสนาในสมัย
ตน รตั นโกสนิ ทร นอกจากนย้ี ังสอดแทรกใหเ ห็นในดานความงามของบา นเมือง
เปนการแสดงถึงความงดงามของสถาปต ยกรรม
๓. สะทอ นเรือ่ งราวและคุณคา ทางประวัติศาสตร การลมสลายของอยธุ ยา
แลว จงึ กลายมาเปน กรงุ เทพมหานครในเวลาตอมา
คณุ ค่าด้านสงั คม
๔. สะทอ นใหเ หน็ เรื่องการนบั ถือเทพเจา
พันเนตร หมายถงึ มพี นั ตา คอื พระอินทรผ ูมนี ามวา สหัสนัยน
พักตรส ่แี ปดโสต หมายถงึ มีสีห่ นา แปดหู คอื พระพรหมผมู สี ่พี กั ตร
กฤษณนิทรเลอหลังนาคหลบั หมายถงึ พระกฤษณะ (พระนารายณ) นอนหลบั บนหลงั พญานาค
๕. สะทอนความเชือ่ เร่อื งบาปบญุ คณุ โทษ
คณุ ค่าด้านวรรณศิลป
๑. การเลนสมั ผัสสระและสัมผัสพยัญชนะภายในวรรค
ถึงตระนาวตระหนาซา สงสาร อรเอย
จรศกึ โศกมานาน เนินชา้
เดินดงทง่ ทางละหาน หิมเวศ
สารสงั ทกุ หยอ่ มหญา้ ยา่ นนาลานาง
คณุ ค่าด้านวรรณศิลป
๒. การเลน เสยี งสัมผัสพยัญชนะระหวางวรรคหนากบั วรรคหลัง
นทสี สี มทุ รมว้ ย หมดสาย
ติมงิ คล์มงั กรนาคผาย ผาดสอ้ น
หยาดเหมพริ ุณหาย เหือดโลก แล้งแม่
แรมราคแสนรอ้ ยรอ้ น ฤเถ้าเรยี มทน
คณุ ค่าด้านวรรณศิลป
๓. การเลนคํา มีการใชค าํ ซ้ําในหลายตําแหนง แตใ นแตล ะตําแหนง จะใหความ
หมายของคําแตกตา งกัน
เห็นจากจากแจกก้าน แกมระกํา
ถนัดระกํากรรมจํา จากชา้
บาปใดทโี ททาํ แทนเทา่ ราแม่
จากแต่คาบนีหน้า พนี ้องคงถนอม
คณุ ค่าด้านวรรณศิลป
๔. การหลากคํา หรือการใชคาํ ไวพจนใ นการแตง คือการใชค าํ ตางกันแตค วาม
หมายเดยี วกนั
จําใจจากแมเ่ ปลือง ปลิดอก อรเอย
เยยี ววา่ แดเดียวยก แยกได้
สองซกี แล่งทรวงตก แตกภาคออกแม่
ภาคพไี ปหนึงไว้ แนบเนือนวลถนอม
คณุ ค่าด้านวรรณศิลป
๕. อติพจน หรอื การกลา วเกนิ จรงิ เปนการแสดงใหเ หน็ ถงึ อารมณข องผแู ตง
เปน สําคัญ
เอียงอกเทออกอ้าง อวดองค์ อรเอย
เมรุชุบสมทุ รดินลง เลขแต้ม
อากาศจักจารผจง จารกึ พอฤๅ
โฉมแมห่ ยาดฟาแยม้ อยูร่ อ้ นฤๅเห็น
คณุ ค่าด้านวรรณศิลป
๖.บคุ คลวตั คือการทาํ ใหส ่งิ ทีไ่ มม ีชีวติ หรือไมใชมนษุ ยมีกิริยาอาการความรูสกึ
เหมือนมนุษย
จากมามาลิวลา ลําบาง
บางยเี รอื ราพลาง พพี รอ้ ง
เรอื แผงชว่ ยพานาง เมยี งมา่ น มานา
บางบร่ บั คําคล้อง คล่าวนาตาคลอ
คณุ ค่าด้านวรรณศิลป
๗. เสาวรจนยี (บทชมโฉม) คอื การเลา ชมความงามของตวั ละครในเร่อื ง
ชมแขคิดใชห่ น้า นวลนาง
เดือนตําหนิดวงกลาง ต่ายแต้ม
พมิ พพ์ กั ตรแ์ มเ่ พญ็ ปราง จักเปรยี บ ใดเลย
ขาํ กวา่ แขไขแยม้ ยงิ ยมิ อัปสร
คณุ ค่าด้านวรรณศิลป
๘.สัลลาปง คพิสัย(บทโศก) คอื การกลา วขอความแสดงอารมณโศกเศรา อาลยั รกั
รารกั ราเรอื งรา้ ง แรมนวล นาฏฤๅ
เสนาะสนันดินครวญ ครุน่ ฟา
สารสงั พกี ําสรวล แสนเสน่ห์ นุชเอย
ควรแมไ่ วต้ ่างหน้า พพี นู้ ภายหลัง