การจดั การเรียนรู้รายวชิ าสุขศึกษา
ช้ันประถมศึกษาปี ท5่ี
โรงเรียนเทศบาลวดั โพธ์ิ
โดย
นายจริ ายุส ลนุ พฒุ
ประวตั ิแชร์บอล
• กฬี าแชร์บอลไมม่ หี ลกั ฐานท่ีชัดเจนวา่ มกี าเนดิ หรอื เลน่ กนั มาตั้งแต่เม่อื ใด แต่ทัง้ น้ี ต้งั แต่
ในอดีต กีฬาแชรบ์ อลเปน็ เกมกีฬาท่ีมงุ่ เนน้ การปลูกฝงั หรอื เป็นการปพู นื้ ฐานการเลน่ กฬี า
จาพวกบาสเกตบอล แฮนด์บอล หรอื กฬี าประเภทอนื่ ๆ โดยมงุ่ เนน้ ใหผ้ ู้เรียนมีทักษะดา้ น
การเคลอื่ นไหว รวมถงึ ทักษะการฝกึ ฝนเบอื้ งตน้ ด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นการฝกึ ความพรอ้ ม
ของร่างกายและจิตใจ
ส่วนระเบยี บการเล่น หรือ กตกิ าแชร์บอล ในตอนแรกยงั ไมม่ ีระบขุ ึ้นมาตายตัว
เพยี งแต่ยดึ ถอื กตกิ าบาสเกตบอลในบางส่วนมาใช้ โดยการอนโุ ลมให้เหมาะสมเทา่ นนั้
จากหลักฐานทปี่ รากฏผูท้ คี่ ดิ ค้นกีฬาแชรบ์ อลขึ้นมาเล่นคอื พนั เอกมงคล พรหมสาขา ณ
สกลนคร และไดม้ กี ารพฒั นาอย่างแพรห่ ลาย เนอื่ งจากแชรบ์ อลเป็นกฬี าทเี่ ลน่ งา่ ย เพราะ
ไมจ่ ากัดเพศของผเู้ ล่น คอื อาจจะเล่นรวมท้ังชายและหญิงผสมกนั และสถานท่ี สามารถ
เลน่ ได้กับทุกสนามไม่ว่าจะเป็น สนามหญา้ พ้ืนดิน พน้ื ซเี มนต์ พื้นไม้ ฯลฯ ส่วนลูกบอลที่
ใชจ้ ะใช้ลกู เนตบอล หรือลูกวอลเลย์บอล ถา้ ไม่มีก็ใชว้ ัสดอุ น่ื แทนได้ เช่น ม้วนผ้าเปน็
ลกั ษณะกลม ๆ กส็ ามารถเลน่ ได้ ส่วนภาชนะทใี่ ช่รบั ลูกบอลนอกจากตะกร้ายังสามารถใช้
อยา่ งอน่ื ท่ีใสล่ ูกได้
โดยจดุ ประสงค์ของกฬี าแชรบ์ อล คือ ผเู้ ลน่ แตล่ ะฝา่ ยชว่ ยกันรบั สง่ ลูกบอลให้ผู้
เล่นฝา่ ยเดยี วกนั นาลูกบอลผ่านฝา่ ยตรงขา้ มโยนลงไปในตะกร้าของฝ่ายตนเองทีย่ นื รอรับ
อยู่ข้างหนา้ (ด้านหลังของฝา่ ยตรงขา้ ม) โดยโยนให้เขา้ ตะกรา้ ให้มากทสี่ ดุ และในทาง
ตรงกนั ขา้ มอีกฝ่ายกจ็ ะตอ้ งป้องกนั ไม่ให้ลูกบอลส่งขา้ มไปเขา้ ตะกร้าเช่นกนั
ปจั จุบนั กีฬาแชร์บอลเปน็ กฬี าที่นิยมเลน่ กนั อยา่ งแพร่หลาย ไมเ่ พยี งแต่เล่นหรอื
แข่งขันภายในโรงเรียนประถมศึกษาและมธั ยมศกึ ษาเทา่ นนั้ หนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทั้ง
ภาครฐั บาลและเอกชนต่างกใ็ หค้ วามสนใจนิยมเลน่ กัน และมีการแขง่ ขันทง้ั ภายใน
หน่วยงานหรอื ระหวา่ งหน่วยงาน เนื่องจากกฬี าแชร์บอลเป็นส่ืออยา่ งหนงึ่ ทจ่ี ะชว่ ยให้
เชอ่ื มความสามคั ครี ะหว่างกนั ได้เปน็ อยา่ งดี
กตกิ าแชร์บอล
• 1.สนามแชร์บอล
1.1 สนามเป็นรูปสเ่ี หลี่ยมผนื ผา้ กว้าง 16 เมตร (เส้นหลงั ) ยาว 32 เมตร (เสน้ ขา้ ง) สนาม
แบ่งเปน็ สองสว่ นเท่า ๆ กนั ดว้ ยเส้นแบ่งแดน ขนาดสนามนีจ้ ะเปลย่ี นแปลงได้ตามความ
เหมาะสม โดยมบี รเิ วณเขตรอบสนามอย่างนอ้ ย 1 เมตร ถา้ เป็นสนามในร่มความสงู จากพ้ืน
สนามข้ึนไปไมค่ วรนอ้ ยกวา่ 6 เมตร
1.2 วงกลมกลางสนาม ท่ีจุดก่งึ กลางของเส้นแบง่ แดน ใหเ้ ขียนวงกลมรัศมี 1.80 เมตร
1.3 เขตผู้ป้องกันตะกร้า ทจี่ ุดกงึ่ กลางของเส้นหลงั ทง้ั สองด้าน เขยี นครึ่งวงกลม รศั มี 3.00
เมตร ในสนามเล่น เขตนี้เรยี กวา่ เขตผ้ปู ้องกนั ตะกร้า
1.4 เสน้ โทษ ถัดจากจุดกงึ่ กลางเส้นหลังเข้าไปในสนาม 8.00 เมตร ลากเส้นใหข้ นานกบั เสน้
หลงั ยาว 50 เซนติเมตร (โดยลากให้กงึ่ กลางของเสน้ อยูท่ ก่ี ึง่ กลางของความกวา้ ง)
1.5 เส้นทกุ เส้นกว้าง 5 เซนตเิ มตร (สีขาว) และเป็นส่วนหนึง่ ของเขตนน้ั
2.อุปกรณ์การเเข่งขนั
• 2.1เก้าอ้ี เปน็ เก้าอ้ชี นิด 4 ขา มีความแขง็ แรงมนั่ คง ไมม่ ีพนกั พิง สูง 35-40
เซนติเมตร ขนาดของท่นี ง่ั กว้าง 30-35 เซนติเมตร หรอื เปน็ เกา้ อท้ี ่มี ขี นาดใกล้เคียง
และเป็นชนิดเดียวกนั ทั้งสองตัว เกา้ อี้น้ีวางไวท้ ี่จุดก่ึงกลางของเส้นหลงั โดยใหข้ าหน้า
ของเกา้ อท้ี ั้งสองขาวางอยบู่ นเสน้ สนาม
• 2.2ตะกรา้ ขนาดสงู 30-35 เซนติเมตร ปากตะกร้าเปน็ รปู ทรงกลม มี
เสน้ ผา่ ศูนย์กลาง 30-35 เซนติเมตร ทาดว้ ยหวายท่ไี มก่ อ่ ให้เกิดอนั ตรายต่อผู้เลน่ หรือ
วสั ดุอ่นื ๆ ทีไ่ ม่เกิดอันตราย มนี ้าหนกั เบาเทา่ กัน
•
2.3ลูกบอล ใช้ลูกแชร์บอล หรอื ลกู ฟุตบอลขนาดเบอร์ 4-5 หรือลกู ที่ฝา่ ยจัดการ
แขง่ ขนั รับรอง ซึง่ ฝา่ ยจัดการแข่งขนั จะตอ้ งแจ้งใหผ้ ู้แข่งขนั ทราบก่อนในระเบยี บการ
แข่งขัน
2.4 นาฬิกาจบั เวลา 2 เรือน ใช้สาหรบั จับเวลานอก และเวลาแข่งขนั
2.5 ใบบนั ทกึ การเขง่ ขนั
2.6 ปา้ ยคะแนน
2.7 สัญญาณหมดเวลาการแข่งขนั (นกหวดี ระฆงั กร่งิ ฯลฯ)
2.8 ป้ายบอกจานวนคร้ังของการฟาวล์ (ถ้าม)ี
• 3. เวลาการแขง่ ขนั
3.1 เวลาการแขง่ ขนั แบง่ ออกเปน็ 2 คร่งึ ครึ่งละ 20 นาที พกั ระหวา่ งคร่งึ 5 นาที (เวลาการ
แข่งขนั นีอ้ าจเปลย่ี นแปลงไดต้ ามความเหมาะสมกับนกั กฬี า โดยตอ้ งแจง้ ไวใ้ นระเบยี บการ
แขง่ ขันก่อน)
3.2 เวลาการแข่งขนั เรมิ่ ข้ึนเมื่อ ผตู้ ดั สนิ ได้โยนลูกบอลขึน้ ระหว่างผู้เลน่ สองคนของแต่ละฝ่าย
ท่ีอยใู่ นวงกลม และลกู บอลไดถ้ กู ผเู้ ลน่ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้ว
3.3 เมื่อเร่มิ แขง่ ขนั ครึ่งเวลาหลงั และเวลาเพิ่มพิเศษแตล่ ะช่วงให้เปล่ียนแดนกัน
3.4 เวลานอก ใหแ้ ตล่ ะทีมขอเวลานอกไดค้ ร่งึ เวลาละ 2 ครง้ั ครงั้ ละ 1 นาที
3.5 การตอ่ เวลาการแข่งขัน เมื่อผลการแข่งขันเสมอกนั ให้ตอ่ เวลาเพิม่ พเิ ศษอีกช่วงละ 5
นาที จนกวา่ จะมผี ลแพ้ชนะกันหรือจะมขี ้อตกลงเปน็ อยา่ งอน่ื
3.6 การขอเวลานอกในเวลาเพิม่ พิเศษ ให้ขอเวลานอกไดช้ ว่ งละ 1 ครงั้
3.7 ชดุ ใดทมี่ าแขง่ ขันช้ากวา่ กาหนดเวลาการแขง่ ขนั 15 นาทีให้ปรับเปน็ แพ้
• 4.ผเู้ ลน่
4.1 ชุดหนึง่ ประกอบไปด้วยผ้เู ล่น 12 คน เปน็ ผูเ้ ล่นในสนาม 7 คน ผเู้ ลน่ สารอง 5 คน ผู้
เลน่ สารองและเจา้ หนา้ ที่ประจาทมี ต้องน่งั ทีท่ ่ีคณะกรรมการจัดไว้ให้
4.2 เม่ือเริม่ ทาการแขง่ ขัน ตอ้ งมผี เู้ ลน่ ในสนามฝา่ ยละ 7 คนและในระหว่างการแข่งขัน
ฝ่ายใดฝา่ ยหนึ่งมผี ้เู ลน่ นอ้ ยกว่า 5 คน ใหป้ รบั แพ้
4.3 ผู้เล่นสารองจะเขา้ เลน่ ได้ เมือ่ ไดร้ ับอนญุ าตจากผู้ตัดสนิ และตอ้ งทาการเปลย่ี นตวั ที่
บริเวณเสน้ แบง่ แดนด้านเดียวกบั โตะ๊ เจ้าท่จี ัดการแขง่ ขนั (เขตเปลยี่ นตัว)
4.4 ผู้เล่นแต่ละชดุ ตอ้ งสวมเสอื้ ที่ม่ีสเี ดียวกัน และตดิ หมายเลขท่ีด้านหน้า ขนาดสงู ไม่
นอ้ ยกว่า 10 เซนติเมตร ท่ดี า้ นหลงั ขนาดสูงไมน่ ้อยกว่า 20 เซนตเิ มตร ใชห้ มายเลข 1 –
12 สีของหมายเลขต้องแตกตา่ งจากสีเสื้ออย่างชดั เจน
4.5 ห้ามผ้เู ลน่ สวมเครื่องประดบั ทอี่ าจกอ่ ให้เกดิ อันตรายตอ่ ผ้อู น่ื
• 5. ผู้ป้องกนั ตะกร้า
5.1 ผู้ป้องกันตะกร้าเพยี งคนเดยี วเทา่ นั้น ทมี่ ีสทิ ธิเ์ ขา้ ไปใน
เขตป้องกันตะกร้าได้
5.2 ผู้ป้องกนั ตะกร้าสามารถเคลอ่ื นทไี่ ปในเขตป้องกนั ตะกร้า
พร้อมกับลูกบอลได้ โดยปราศจากข้อจากดั ภายในเวลา 3
วนิ าที
5.3 ผู้ป้องกันตะกร้าสามารคออกมาร่วมเล่นในสนามเล่นได้
แต่ต้องปฏบิ ัตติ นเหมือนผู้เล่นในสนามท่วั ๆ ไป
5.4 การเปลีย่ นแปลงตาแหน่งผู้ป้องกันตะกร้าโดยไมแ่ จง้ และ
ละเมิดกตกิ าอย่างร้ายแรง ผู้ตัดสินจะใหอ้ อกจากการแขง่ ขัน
(ไล่ออก)
• 6. ผถู้ อื ตะกร้า
6.1 ตอ้ งอยู่บนเก้าอี้พรอ้ มกบั ตะกร้า
6.2 ไม่มสี ิทธ์ิเขา้ รว่ มเล่นกับผูเ้ ล่นในสนามขณะกาลังแข่งขนั (ส่งขา้ ง)
6.3 ห้ามใชต้ ะกรา้ หรอื ส่วนหนึ่งสว่ นใดของรา่ งกาย กดี กันการปอ้ งกนั ของผู้ป้องกันตะกรา้
(ส่งขา้ ง)
6.4 สามารถเคลอ่ื นไหวตะกร้าไดท้ กุ ลกั ษณะ
6.5 ผู้ถือตะกรา้ ตอ้ งใชต้ ะกรา้ รบั ลกู บอลจากการยงิ ประตูทกุ ลกั ษณะทศิ ทาง และตอ้ งทรง
ตวั อยูบ่ นเก้าอีไ้ ดอ้ ย่างมนั่ คง
• 7. การเลน่ ลกู บอล
อนุญาตใหผ้ ู้เลน่ กระทา ดงั นี้
7.1 จบั ตี ปัด กลง้ิ ส่ง หรือขว้างลกู บอลดว้ ยมอื แขน ศีรษะ หรือลาตัวบริเวณเหนอื สะเอว
ขึ้นไป
7.2 ครอบครองลูกบอลดว้ ยมือเดยี วหรือสองมือ หรือกดลูกบอลทอี่ ยบู่ นพน้ื สนาม หรอื โยนลกู
บอลข้ึนในอากาศไดภ้ ายในเวลาไม่เกิน 3 วินาที
7.3 ถอื ลกู บอลและเคลอ่ื นไหวไปมาไดด้ ว้ ยการหมุนตัวโดยมเี ทา้ หลัก
7.4 กระโดดรบั ส่ง หรือยิงประตู
7.5 ใช้ลาตวั บังคู่ตอ่ สู้ ในขณะท่ีกาลงั ครอบครองลูกบอลอยู่
ไมอ่ นุญาตให้ผเู้ ล่นกระทา ดงั นี้
7.6 ห้ามเล้ียงลกู บอล (ส่งขา้ ง) ยกเว้นกรณีการรับลูกไมไ่ ด้ (FUMBLE) หรอื การตดั ลูกบอล
7.7 เจตนาพงุ่ ตัวลงเพ่ือครอบครองลูกบอล (ส่งข้าง)
7.8 เลน่ ลูกบอลด้วยสว่ นหน่งึ สว่ นใด ต้งั แต่สะเอวลงไป (สง่ ข้าง)
7.9 ย่ืนลกู บอลใหเ้ พอื่ นร่วมทมี ดว้ ยมอื ตอ่ มอื (บันทกึ การฟาวล์)
7.10 ทาใหค้ ู่ต่อสู้ได้รบั อันตรายโดยใชล้ ูกบอล (ยิงโทษ)
7.11 ทบุ ตบ ตี ลกู บอลจากมอื คู่ต่อสู้ (ส่งข้าง)
7.12 กดี ขวางคูต่ ่อสู้ด้วยมอื แขน ขา หรอื ลาตวั ในลักษณะท่เี ป็นอนั ตรายกับคตู่ อ่ สู้ (ขดั ขวาง)
7.13 ดงึ ดัน ผลัก ชก ชน เตะ คู่ตอ่ สูท้ ุกลักษณะ (ส่งขา้ งหรือยงิ โทษ หรอื ตัดสทิ ธ์ใิ หอ้ อกจาก
การแข่งขนั )
7.14 ทาผิดกตกิ าอย่างร้ายแรงกับคู่ต่อสู้ (ยงิ โทษ และตัดสิทธใิ์ หอ้ อกจากการ
• 8. การเร่ิมเลน่ และการโยนลกู กระโดด
8.1 การเร่มิ เล่นในคร่ึงเวลาแรก และครง่ึ เวลาหลงั เวลาเพมิ่ พเิ ศษ และการหยดุ เลน่ อนื่ ๆ ท่ี
ต้องทาลูกกระโดด จะเรม่ิ โดยผ้ตู ดั สินเปน็ ผโู้ ยนลูกกระโดดที่วงกลมกลางสนาม ระหวา่ งผู้
กระโดด
8.2 ตัดสนิ เปน็ ผโู้ ยนลูกกระโดดขนึ้ ไปบนอากาศ ในแนวดิ่งระหว่างผกู้ ระโดดท้งั สองฝ่าย
8.3 ผเู้ ลน่ อน่ื ๆ ทไ่ี มใ่ ช่ผูก้ ระโดดต้องอยู่นอกวงกลม ณ ท่ีใด ๆ กไ็ ด้ในเขตสนามแขง่ ขนั
8.4 จะโยนลกู กระโดดเมือ่
8.4.1 เริ่มการแขง่ ขันคร่ึงเวลาแรก ครึ่งเวลาหลงั และเวลาเพมิ่ พเิ ศษ
8.4.2 เมื่อมกี ารหยุดเลน่ โดยท่ไี ม่มฝี า่ ยหน่งึ ฝา่ ยใดทาผดิ กตกิ า
8.4.3 เมื่อเกิดลกู ยึดของผู้เล่นทัง้ สองฝ่าย (ผูท้ าลูกยดึ ตอ้ งมาเป็นผกู้ ระโดด)
8.4.4 เมอ่ื ทง้ั สองฝ่ายทาผิดกติกาพรอ้ มกัน ใหฝ้ า่ ยที่ครอบครองบอลส่งบอลเข้าเลน่ ต่อ
หลงั จากบนั ทึกฟาวล์ทง้ั 2 คน
8.5 ผกู้ ระโดดตอ้ งปดั ลูกบอลในขณะท่ีลกู บอลลอยอยใู่ นจดุ สงู สดุ ไดค้ นละไม่เกนิ 2 ครง้ั
จากน้นั ผ้กู ระโดดจะถูกลกู บอลอกี ไมไ่ ด้ จนกว่าลกู บอลจะได้ถกู ผู้เลน่ คนอนื่ ๆ