The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

พุทธศาสนสุภาษิต รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ส21101 ระดับชั้นมัธยมศึกาษาปีที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายชัยชนะ ทองมา, 2021-06-08 10:02:36

พุทธศาสนสุภาษิต

พุทธศาสนสุภาษิต รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ส21101 ระดับชั้นมัธยมศึกาษาปีที่ 1

เอกสำรประกอบกำรสอน

หนว่ ยท่ี 4 เรือ่ ง พทุ ธศำสนสภุ ำษิต
รำยวชิ ำสงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม ส21101

ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีท่ี 1

นำงญำตำ ศรีโคตร
ครูชำนำญกำร

โรงเรียนหนองไผ่ อำเภอหนองไผ่ จงั หวัดเพชรบูรณ์

สำนักงำนเขตพื้นท่ีกำรศึกษำมธั ยมศึกษำ เขต 40
สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขัน้ พื้นฐำน กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร



คำนำ

เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 4 เรอ่ื ง พุทธศาสนสุภาษิต รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นการสร้างและพัฒนาสื่อ นวัตกรรมทาง
การศึกษาท่ีสอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
โรงเรยี นหนองไผ่ ฉบับนี้ สรา้ งข้นึ เพื่อเป็นสื่อการเรยี นรู้ของผู้เรียน ประกอบด้วย

1. สำหรับใช้ในการเรียนการสอนในห้องเรียนซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาเรียนรู้และปฏิบัติ
กิจกรรมต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในคำชี้แจงสำหรับครูผู้สอนและสำหรับนักเรียนโดยมีผู้สอนคอยควบคุม
ใหค้ ำปรกึ ษาและดแู ล

2. นักเรียนใช้ศึกษาเพื่อทบทวนความรู้เมื่อการเรียนการสอนในชั้นเรียนล่วงผ่านไปแล้ว
โดยการศึกษาเน้อื หาและปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ตามคำชแ้ี จงในเอกสารประกอบการสอน

3. นักเรียนใช้ศึกษาหาความรู้เพื่อเพิ่มเติมตามความสนใจของตนเองท้ังการศึกษาเพ่ือเตรียม
ตวั ก่อนเรียนหรอื ศกึ ษาในกรณีทีเ่ รียนไม่ทันเพื่อนๆ

เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 4 เรอ่ื ง พุทธศาสนสุภาษิต รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ซ่ึงนักเรียนจะสามารถศึกษาและปฏิบัติ
กิจกรรมต่าง ๆ ท่ีกำหนดไว้และประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเองเม่ือศึกษาจบเอกสารประกอบการ
สอนน้ีแลว้

นางญาตา ศรีโคตร



สารบัญ

เรอ่ื ง หน้า
คำนำ..................................................................................................................... ก
สารบัญ.................................................................................................................. ข
สารบญั ภาพ.......................................................................................................... ค
คำช้แี จงสำหรับครผู ู้สอน....................................................................................... ง
คำช้แี จงสำหรับนักเรยี น........................................................................................ จ
สาระสำคญั ........................................................................................................... 1
มาตรฐานการเรยี นรู้............................................................................................. 1
ตวั ชี้วดั .................................................................................................................. 1
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้........................................................................................... 1
แบบทดสอบก่อนเรยี น.......................................................................................... 3
ใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง เรอื่ งเล่าจากภาพถ่าย............................................................. 9
ใบความรู้ เรือ่ ง อตตฺ นา โจทยตฺตานํ : จงเตอื นตนดว้ ยตนเอง/ 10
นสิ มมฺ กรณํ เสยโฺ ย : การใคร่ครวญกอ่ นแลว้ จึงทำดีกว่า.....................................
ใบงานท่ี 4.2 เรือ่ ง คิดก่อนลงมอื กระทำ............................................................ 13
ใบความรู้ เรือ่ ง ทรุ าวาสา ฆรา ทกุ ขฺ า : เหยา้ เรอื นทีป่ กครองไมด่ นี ำทกุ ข์มาให้.... 14
ใบงานที่ 4.3 เรื่อง ความหมายและผลของการปฏิบตั ติ นท่สี อดคล้องกับพทุ ธ 16
ศาสนสภุ าษิต........................................................................................................
แบบทดสอบหลังเรียน......................................................................................... 17
บรรณานกุ รม....................................................................................................... 19
ภาคผนวก............................................................................................................ 20
เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลงั เรยี น.......................................................................... 21
เฉลยใบงานท่ี 4.1 เร่ือง เรือ่ งเล่าจากภาพถ่าย...................................................... 23
เฉลยใบงานที่ 4.2 เรื่อง คดิ ก่อนลงมือกระทำ....................................................... 24
เฉลยใบงานท่ี 4.3 ความหมายและผลของการปฏิบัตติ นท่ีสอดคล้องกับพทุ ธ 25
ศาสนสุภาษิต........................................................................................................
กระดาษคำตอบแบบทดสอบ............................................................................... 26



สารบัญภาพ หน้า
6
เรือ่ ง 6
ภาพที่ 1 ภาพผู้กระทำความผิดถกู ตำรวจจับ........................................................ 7
ภาพที่ 2 ภาพนักเรียนกำลงั เรียนหนังสอื .............................................................. 7
ภาพที่ 3 ภาพนกั กีฬาฟตุ บอลกำลงั ฝึกซ้อมการเล่นฟุตบอล................................. 8
ภาพที่ 4 ภาพคนน่ังฟังธรรมทีว่ ดั .......................................................................... 11
ภาพท่ี 5 ภาพเด็กวยั รนุ่ ตดิ ยาเสพติด.................................................................... 12
ภาพที่ 6 ภาพนักเรยี นกำลงั ทดลองวทิ ยาศาสตร์.................................................. 12
ภาพท่ี 7 ภาพคนทอผา้ .......................................................................................
ภาพที่ 8 ภาพชาวสวนกับสวนผสม......................................................................



คำชแี้ จงสำหรับครูผสู้ อน

เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 4 เร่อื ง พุทธศาสนสุภาษิต รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 เป็นการสร้างและพัฒนาสื่อ นวัตกรรมทาง
การศึกษาที่สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
โรงเรียนหนองไผ่ มลี ำดับข้ันตอนดังต่อไปนี้

1. ใช้เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 4 เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต รายวิชา สังคมศึกษา
ศาสนาและวฒั นธรรม รหัสวิชา ส21101 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1

2. ก่อนใช้เอกสารประกอบการสอนนักเรียนทดสอบก่อนเรียนเพ่ือประเมินความรู้เบ้ืองต้น
ของนกั เรยี น

3. ครูผู้สอนต้องเตรียมความพร้อมก่อนปฏิบัติกิจกรรมท้ังวัสดุอุปกรณ์ประกอบการปฏิบัติ
กจิ กรรม

4. ใหเ้ วลานักเรียนไดศ้ กึ ษาใบความรู้กอ่ นปฏบิ ัติตามกิจกรรม
5. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมถอื เปน็ การเรียนรู้ระหวา่ งเรียน
6. เมื่อนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมเสร็จแล้ว นักเรียนต้องตรวจสอบและศึกษาผลท่ีได้จากการ
ปฏิบตั ิ กิจกรรมร่วมกับครผู ูส้ อนและเพือ่ นรว่ มช้ันเรียน
7. นักเรียนเรียนปฏิบัติแบบทดสอบหลังเรียนเพ่ือประเมินความรู้หลังจากใช้เอกสาร
ประกอบการสอน



คำชแ้ี จงสำหรับนักเรียน

เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 4 เรอ่ื ง พุทธศาสนสุภาษิต รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม รหัสวิชา ส21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 เป็นการสร้างและพัฒนาส่ือ นวัตกรรมทาง
การศึกษาที่สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
กอ่ นทน่ี ักเรยี นจะศกึ ษาเอกสารประกอบการสอนในเลม่ น้ีให้ผู้เรยี นปฏิบัติตามขน้ั ตอน ดงั ตอ่ ไปนี้

1. ทำความเขา้ ใจจุดประสงค์การเรียนรกู้ อ่ นศึกษาเอกสารประกอบการสอน
2. ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน จำนวน 10 ขอ้ ลงในกระดาษคำตอบ
3. นักเรยี นตอ้ งมคี วามซือ่ สตั ย์โดยไม่ดูเฉลยก่อนทำแบบทดสอบ
4. ศกึ ษาเอกสารประกอบการสอนตามขั้นตอนและปฏิบัตกิ ิจกรรมด้วยความตั้งใจ
5. ขณะท่ีศึกษาเอกสารประกอบการสอนหากนักเรียนมีปัญหาหรือข้อสงสัยสามารถ
สอบถามขอคำปรกึ ษาครผู ู้สอนได้ทันที
6. เม่ือศึกษาเอกสารประกอบการสอนจบแล้วให้ทำแบบทดสอบหลังเรียนและตรวจคำตอบ
จากเฉลยทา้ ยเอกสารประกอบการสอน

เอกสารประกอบการสอน

หน่วยที่ 4 เร่อื ง พทุ ธศาสนสภุ าษติ

สาระสำคัญ

สุภาษิต ยอ่ มเปน็ ทีน่ ยิ มของหมู่ชนทัง้ หลาย ถึงแม้จะตา่ งเช้ือชาติต่างศาสนาต่างก็มีสุภาษิต
ในหมู่ของตน คำสุภาษิตนั้น เป็นคำสั้นๆ จำได้ ไม่ยากเย็น อีกทั้งไพเราะ และมีความหมาย ลึก กิน
ใจ ดังนนั้ Dhammathai.org เห็นว่า "พทุ ธศาสนสุภาษิต" มีคณุ คา่ และประโยชน์ แก่ พระภิกษุสงฆ์
สามเณร ผู้ที่อยู่ในวัยเรียน วัยทำงาน วัยครองเรือน วัยสูงอายุ หากมีเวลา ให้แก่พระศาสนาบ้าง
เพียงอา่ น และทอ่ งจำวนั ละบท ศึกษาใหเ้ ขา้ ใจ

ทั้งนี้ก็เพื่อน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน จะบังเกิดประโยชน์แก่ตนเองและ
ผู้อื่นโดยทั่วไป "พุทธศาสนสุภาษิต" นี้ ได้รับการเอื้อเฟื้อข้อมูลจาก สำนักพิมพ์ธรรมสภา
โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ เอาไว้ ทำใหส้ ะดวก ต่อการคน้ หาและ เร่ิมค้นหา "เคร่ืองเตือนสต"ิ เพื่อความ
อ่ิมเอม ซาบซึ้งในรสพระธรรม

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของ
พระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนบั ถอื และศาสนาอืน่ มีศรทั ธาท่ถี กู ต้อง ยึดมน่ั และปฏิบัตติ าม
หลักธรรม เพ่อื อย่รู ่วมกันอย่างสนั ตสิ ขุ

ตัวชีว้ ดั ส 1.1 ม.1/5

อธบิ ายพทุ ธคณุ และข้อธรรมสำคัญในกรอบอริยสั ัจ 4 หรอื หลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถอื
ตามท่ีกำหนด เห็นคณุ ค่าและนำไปใชพ้ ฒั นาแก้ปญั หาของตนเองและครอบครวั

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายความหมายของ ยํ เว เสวติ ตาทโิ ส ได้
2. วเิ คราะหแ์ นวทางการปฏิบตั ติ นตามพุทธศาสนสุภาษติ คบคนเช่นใดย่อมเปน็ เชน่ นน้ั ได้
3. อธบิ ายความหมายของ อตฺตนา โจทยตฺตานํและนิสมฺม กรณํ เสยโฺ ย ได้
4. วเิ คราะหแ์ นวทางการปฏิบัตติ นตามพุทธศาสนสุภาษิต จงเตอื นตนด้วยตนเอง
การใคร่ครวญกอ่ น

เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 4 เรือ่ ง พทุ ธศาสนสุภาษติ 1

5. อธิบายความหมายของ ทรุ าวาสา ฆรา ทกุ ฺขา ได้
6.วิเคราะห์แนวทางการปฏบิ ัตติ นตามพุทธศาสนสภุ าษติ เหย้าเรอื นทีป่ กครองไมด่ นี ำทุกข์
มาให้ ได้

เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 4 เรื่อง พทุ ธศาสนสุภาษติ 2

แบบทดสอบก่อนเรียน

เอกสารประกอบการสอน หนว่ ยที่ 4 เรือ่ ง พุทธศาสนสุภาษติ
รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหัสวิชา ส21101 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1

คำชี้แจง นกั เรียนพิจารณาจากคำตอบท่ีถูกต้องท่ีสุดเพยี งข้อเดยี วแล้วกากบาทตัวเลือก ก,ข,ค หรอื ง
ลงกระดาษคำตอบ (เวลาในการทำแบบทดสอบก่อนเรยี น 10 นาที)

1. พระรัตนตรยั หมายถึง แก้วหรือส่ิงทมี่ ีค่าสูงสดุ 3 ประการ ในทางพระพทุ ธศาสนา
ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
ข พระพทุ ธ พระธรรม พระวนิ ัย
ค พระอภิธรรม พระธรรมวินัย พระสงฆ์
ง พระธรรม พระอภิธรรม พระธรรมวนิ ัย

2. มคี วามจริงอยู่ 4 ประการ คือ การมอี ยู่ของทุกข์ เหตแุ หง่ ทุกข์ ความดับทกุ ข์และหนทาง
ไปสู่ความดบั ทุกข์ ความจรงิ เหลา่ นเ้ี รียกว่าอยา่ งไร
ก อริยสัจ 4
ข อิทธิบาท 4
ค สังคหวตั ถุ 4
ง พรหมวหิ าร 4

3. พทุ ธสุภาษิต ยํ เว เสวติ ตาทิโส หมายถงึ
ก คบคนชั่วเป็นมติ ร
ข ชนะตนนัน่ แหละ เปน็ ดี
ค คบคนเช่นใดย่อมเปน็ เชน่ น้ัน
ง มนษุ ยผ์ ูเ้ หน็ แก่ประโยชน์ตน เป็นคนไมส่ ะอาด

4. จากโคลงโลกนิติได้กล่าวเปรยี บเทียบถงึ สิ่งใด

ปลาร้าพนั ห่อด้วย ใบคา

ใบกเ็ หม็นคาวปลา คละคลงุ้

คือคนหมไู่ ปหา คบเพ่ือน พาลนา

ได้แตร่ ้ายร้ายฟุง้ เฟ่อื งให้เสยี พงศ์

ก การเรยี น
ข การคบคน
ค การทำงาน
ง การดำรงชวี ิต

เอกสารประกอบการสอนหนว่ ยที่ 4 เร่ือง พทุ ธศาสนสภุ าษติ 3

5. อตฺตนา โจทยตตฺ านํ หมายถึง
ก โลกถกู จติ นำไป
ข การฝกึ จิตเป็นความดี
ค จงเตือนตนด้วยตนเอง
ง ผู้ประพฤติตามอำนาจจิตยอ่ มลำบาก

6. การกำหนดทจี่ ะกระทำการใดๆไว้ แลว้ ปฏบิ ัติตามกำหนดนัน้ ๆโดยไม่ตอ้ งไม่ให้
ผู้อื่นมาว่ากล่าวตักเตือน หรือการพิจารณาตนเองว่าผิดพลาด บกพร่องในเรื่องใดบ้าง
แล้วปรบั ปรงุ เปลี่ยนแปลงตนเสียใหมใ่ ห้ถูกต้อง จากขอ้ ความดงั กล่าวหมายถงึ

ก การตักเตอื น
ข ขอ้ บกพร่อง
ค การเตอื นตน
ง การจำได้หมายรู้
7. สาเหตสุ ำคัญท่ที ำให้มนษุ ย์มีความทุกขม์ าก ตามพระพุทธศาสนาตรงตามข้อใด
ก กุศล
ข สนั โดษ
ค ทุกข์ใจ
ง ตณั หา
8. การคบบณั ฑิต เปน็ มงคลอย่างไร
ก ทำให้เรามคี วามสขุ
ข ทำให้เรามีปัญญามาก
ค เราได้ชว่ ยเหลือบุคคลอื่น
ง มคี นชักนำเราไปสู่หนทางเจรญิ
9. ทรุ าวาสา ฆรา ทุกขฺ า หมายถงึ
ก เหย้าเรอื นท่ปี กครองไม่ดนี ำทุกขม์ าให้
ข สตั ว์ท้งั ปวงไปส่อู ำนาจแหง่ จิตอยา่ งเดียว
ค ช่อื วา่ บัณฑติ ย่อมทำประโยชน์ให้สำเร็จได้แล
ง ก็บาปเกิดจากอารมณ์ใดๆ พงึ หา้ มใจจากอารมณ์น้นั ๆ
10. สมทรงแตง่ งานกับสมศรี ท้งั สองตอ้ งมีหลกั ธรรมใดในการครองเรอื น
ก พรหมวหิ าร4
ข อานาปานสติ
ค ฆราวาสธรรม4
ง สัปปุรสิ ธรรม 7

เอกสารประกอบการสอนหนว่ ยท่ี 4 เรื่อง พทุ ธศาสนสภุ าษิต 4

ใบความรู้ เร่ือง ยํ เว เสวติ ตาทโิ ส : คบคนเชน่ ใดย่อมเป็นเช่นนั้น

คำสอนในพระพุทธศาสนา มีองค์ 9 ประการ ที่เรียกว่า นวังคสัตถุศาสน์ ได้แก่ สุตตะ
เคยยะ เวยยากรณ คาถา อุทาน อติ วิ ุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม และเวทัลละ

สุภาษิต แปลว่า ถ้อยคำที่กล่าวไว้ดี (สุ = ดี, ภาษิต = กล่าว) สามารถนำมาเป็นคติ ยึดถือ
เป็นหลักใจได้

พุทธศาสนสุภาษิต หมายถึง ถ้อยคำดีๆ ในพระพุทธศาสนา แต่มิได้หมายความเฉพาะคำที่
พระพทุ ธองค์ตรสั ไวเ้ ทา่ นั้น แมส้ ุภาษติ แทบทง้ั หมดจะเปน็ พระพุทธพจนก์ ็ตาม

พุทธศาสนสุภาษิต ยํ เว เสวติ ตาทโิ ส : คบคนเชน่ ใดยอ่ มเปน็ เชน่ นั้น
การคบ หมายถึง การอยู่ร่วมกัน การไปมาหาสู่กัน การทำกิจการงานร่วมกัน หรือมี
ผลประโยชน์ร่วมกัน คนในโลกนี้มี 2 ประเภท คือ คนดี คือ คนที่คิดดี พูดดีและทำดี ส่วนคนไม่ดี
คือ คนท่ีคดิ ชวั่ พดู ชั่ว และทำชวั่ โดยทัว่ ไป เมอื่ คบกับใครก็จะมีพฤติกรรมเหมือนกับคนๆ นน้ั
เรื่องนา่ คดิ มอี ยู่วา่
– คบคนพาล พาลพาไปหาผิด
– คบบัณฑติ บัณฑิตพาไปหาผล
– คนพาล ไปคบบณั ฑิต ไม่แนใ่ จว่า จะเป็นไปตามบณั ฑติ
หรอื ไม่
– บณั ฑิต ไปคบคนพาล ไม่แนใ่ จเหมือนกนั ว่า จะเป็นไปตาม
คนพาล หรอื ไม่
ออ้ ย ไปปลกู ใกลก้ บั สะเดา ฯ อ้อยจะมรี สขมไปตามสะเดา หรอื
ในทางตรงกันข้าม สะเดาจะมีรสหวานไปตามอ้อย หรือไม่
หากบณั ฑิตไม่คบคนพาลเลยและคนพาล กไ็ ม่คบบัณฑิตเลยทง้ั 2 คนนั้น ก็ไม่มวี ันจะเขา้
หากนั ได้… เหมือนพระพทุ ธเจ้า ก็ไม่ไปหาลทั ธิครทู ั้ง 6 ในขณะเดยี วกัน ครูทงั้ 6 ก็ไม่เข้าไปหา
พระพทุ ธเจ้า… หรอื อย่างไร
คำว่า “ธรรมะ ยอ่ มชนะ อธรรม”
กศุ ล ทเ่ี ปน็ ปจั เจก ชนะ อกุศล ท่ีเป็นปัจเจก
กศุ ล ในใจของผ้ใู ด กช็ นะอกุศล ทีเ่ กิดกบั ใจของผู้น้นั …ไมใ่ ช่ชนะอกุศล ในใจของผ้อู ่ืน
อกุศลในใจของผอู้ ืน่ ก็ถูกกศุ ลในใจของเขานนั่ แหละ ชนะ ไมใ่ ชก่ ุศลในใจของเราไปชนะ

เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 4 เรอื่ ง พุทธศาสนสภุ าษติ 5

ภาพท่ี 1 ภาพผกู้ ระทำความผดิ ถกู ตำรวจจับ
ท่ีมา : https://mgronline.com/crime/detail/9620000066753

ภาพที่ 2 ภาพนักเรยี นกำลังเรียนหนังสือ 6
ที่มา : https://positioningmag.com/1281835

เอกสารประกอบการสอนหนว่ ยที่ 4 เรอื่ ง พทุ ธศาสนสภุ าษิต

ภาพที่ 3 ภาพนักกฬี าฟตุ บอลกำลงั ฝกึ ซ้อมการเล่นฟตุ บอล

ทม่ี า : http://www.srp.ac.th/srp/index.php/2013-07-26-04-18-40/2013-07-29-07-00-02/2138-
srp3001256101

ภาพที่ 4 ภาพคนนง่ั ฟงั ธรรมท่ีวดั
ท่ีมา : https://www.bangkokbanksme.com/en/dharma-practice-place-bangkok

เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 4 เรอ่ื ง พุทธศาสนสภุ าษติ 7

ภาพที่ 5 ภาพเดก็ วัยรุ่นติดยาเสพติด
ทีม่ า : https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_764333

เอกสารประกอบการสอนหนว่ ยท่ี 4 เร่อื ง พทุ ธศาสนสุภาษติ 8

ใบงานที่ 4.1 เรอ่ื ง เร่ืองเลา่ จากภาพถ่าย

ช่อื -สกุล ..........................................................เลขท่ี............หอ้ ง.............
คำช้แี จง 1. นักเรยี นวิเคราะห์และตอบคำถามต่อไปน้ใี ห้สมบรู ณท์ ส่ี ดุ

คำถาม ภาพใดท่ีนักเรียนควรหลีกเล่ยี ง พร้อมอธิบายเหตผุ ล
............................................................................................................................. ...............................
............................................................................................................................................................
.................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................
............................................................................................................................................................
...................................................................................... ......................................................................
............................................................................................................................................................

คำถาม ภาพใดทน่ี กั เรียนชอบ พรอ้ มอธบิ ายเหตุผล
.................................................................................................................................... ........................
................................................................................................................... .........................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................. ...........
........................................................................................................................ ....................................
....................................................................................................... .....................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

แบบประเมนิ คะแนน
( ) ผา่ นดมี าก 9-10 คะแนน
( ) ผา่ นดี 7-8 คะแนน
( ) ผา่ นพอใช้ 5-6 คแนน
( ) ไม่ผ่านต้องปรับปรุง 0-4 คะแนน
ลงชอื่ .............................................ผู้ประเมิน
(นางญาตา ศรโี คตร)

เอกสารประกอบการสอนหนว่ ยท่ี 4 เรื่อง พุทธศาสนสภุ าษิต 9

ใบความรู้ เรือ่ ง อตตฺ นา โจทยตฺตานํ : จงเตอื นตนดว้ ยตนเอง/

นิสมฺม กรณํ เสยโฺ ย : การใคร่ครวญก่อนแลว้ จึงทำดีกว่า

พุทธสภุ าษิต อตตฺ นา โจทยตฺตานํ : จงเตือนตนดว้ ยตนเอง
โดยปกติมนุษย์เรานนั้ ต้องได้รับการเรยี นรจู้ ากครูบาอาจารย์ แตห่ ากบุคคลนัน้ ไม่ได้เช่ือฟัง
หรือน้อมรับมาปฏิบัติ ก็ไม่เกิดประโยชน์แก่ตน ดังนั้น จึงควรมีการเตือนตนเองเพื่อพานพบความ
สงบด้วยตนเอง
ในท่นี ้ี ขออธบิ าย คำวา่ “ตน “มี 2 ความหมาย คือ
1.”ตนโดยสมมต”ิ มีพุทธสุภาษติ ว่า “อตตฺ าหิ อตตฺ โน นาโถ.” แปลวา่ ตนเป็นที่พึงแห่งตน
คือ รู้ตนเอง เห็นตนเอง เช่นผู้ปฏิบัติธรรมจะเห็นตนเอง และจะรู้ตัวทั่วพร้อม คือ อยู่กับปัจจุบัน
เพื่อวางอดีต หยุดนึกคิดอนาคตนั่นเอง ทำให้จิตใจเศร้าหมอง หรือ ภาษาที่เราเรียกว่า “จิตตก”
จงึ ควรปฏบิ ัติธรรมข้ันพื้นฐานนใ้ี หเ้ ปน็ นจิ
2. คำวา่ “รู้ตวั ในภาษาปรมัต”ิ แบง่ ออกเปน็ 2 ระดับ คอื
2.1 รู้ตัวเอง เห็นตัวเอง คือ เห็นว่ามีตัวเองในระดับโลกียะ (ระดับปุถุชน) คือ เห็นว่ามี
อตั ตาตามภาษาธรรม, สำหรับภาษาสมมติ คอื เห็นว่ามตี นเองโดยสมมติ เพอ่ื ทำหน้าท่ีให้เหมาะสม
ของตนของตน หรือทเ่ี รียกวา่ รจู้ กั เหตุ ร้จู กั ผลร้จู กั ตน รจู้ ักประมาณ ร้จู กั กาลเวลา ร้จู ักชุมชน รู้จัก
บคุ คล ระดับสมถะ ซงึ่ ยังเห็นอตั ตาอยู่ ทัง้ หมดให้ดู เห็น พิจารณาตนเอง รวมเรียกวา่ ขนั ธ์ห้า ได้แก่
รูป เวทนา สัญญา สังขารวิญญาณ แบ่ง เป็น (รูป คือ ร่างกาย กับ นามคือ เวทนา สัญญา สังขาร
วิญญาณ) พระพุทธเจ้าตรัสวา่ ขันธ์หา้ เปน็ อนตั ตา คือ ไมม่ ีตัว แตป่ ถุ ชุ นมองเห็นว่าเปน็ ทุกข์แต่การ
ดูตัวเองในภาษาปรมัติ คือ มีจิตใจ สงบในระดับหนึ่ง ไม่เห็นแจ้งพระนิพพาน ไม่เห็นแจ้งสุญญตา
ก็เพราะมอี วิชชาปิดบังไว้อีกชนั้ หนึ่ง มีธลุ หี รอื ขี้ฝุ่น (ภาษาธรรมคอื อวชิ ชา). “ตา”ในภาษาธรรม คือ
ปญั ญา ซงึ่ หมายถึงขี้ฝุ่นปดิ บงั ตาปญั ญาไม่สามารถเหน็ ถกู ต้องชัดเจนได้ ทำใหเ้ ห็นขันธ์ห้าเป็นตัวตน
เป็นอัตตา แตแ่ ทจ้ รงิ โดยธรรมชาติแลว้ ขันธห์ ้าเป็นอนัตตา อาทเิ ช่น การฝึกสตปิ ฏั ฐาน 4 ซึ่งฝึกฐาน
กาย ยงั เห็นว่ามตี ัว ยังเห็นเวทนาเปน็ ตวั จึงเป็นเหตุใหต้ ดิ ฐานจติ อยู่
2.2. เห็นตัวเองในภาษาปรมัติในระดับโลกุตตระ คือ เห็นว่าไม่มีตัวเอง ไม่มีขันธ์ 5 หรือไร้
ตัวตนนั่นเอง จึงนำพาบุคคลนั้นไปสู่การเห็นแจ้งพระนพิ พาน สุญญตา เห็นความว่าง ความสงบสุข
มาสู่ตนในที่สุด
ตน ในที่นี้ หมายถึง กุศลกรรมท่ีเราได้ประพฤติปฏิบัติมา กุศลกรรมหรือความดีเท่าน้นั จึง
จะเป็นที่พึ่งของเราได้ เช่น บุคคลผู้ตั้งอยู่ในศีลธรรม หมั่นประกอบความดี มีชื่อเสียงเกียรติยศ
ปรากฏเป็นที่เคารพนับถือของคนทั่วไป และเมื่อเวลาตายไปแล้วย่อมไปสู่สุคติ เป็นต้น ด้วยเหตุนี้
ทุกๆ คนไม่ว่าใครๆ ต่างก็มีตน คือคุณงามความดีเป็นที่พึ่งของตนทั้งนั้น จะพึ่งใครไม่ได้เพราะใคร
ทำกรรมใด คนนั้นกย็ ่อมได้รบั ผลของกรรมนั้น
จงเตือนตนดว้ ยตนเอง คือ การพรำ่ สอนตนให้มสี ิตสัมปชัญญะขน้ึ มา เพื่อเตือนตนให้รู้ว่า
อะไรถูก อะไรผิด อะไรควรทำหรือไม่ควรทำ และพยายามคอยสอดส่องดูโทษ ความผิดพลาด และ
ข้องบกพร่องของตนด้วยตนเองอยู่เสมอ ไม่ต้องให้ใครมาคอยเตือน พร้อมทั้งอย่ามัวไปคอยเพ่งดู
โทษ หรือ ความผิดของคนอื่นอยู่เลยจงหมั่นตรวจดูความผิดของตนเองอยู่ทุกเมื่อ เมื่อเราพยายาม

เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 4 เรอ่ื ง พทุ ธศาสนสุภาษติ 10

เพ่งจับผิดตนบ่อยๆ ความผิดมันก็ไม่เกิดขึ้นหรือถ้าจะเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นน้อย และเมื่อพบแล้วต้องใช้
สติปญั ญาแก้ไขความผดิ นั้นใหห้ มดไป โดยไมท่ ำความผดิ ขึ้นอกี

พุทธสภุ าษิต สมฺม กรณํ เสยโฺ ย : การใครค่ รวญกอ่ นแล้วจงึ ทำดีกวา่

การกระทำใด ๆ ท่ขี าดการใคร่ครวญด้วยดีก่อน ยอ่ มมโี อกาสผดิ พลาดได้ง่าย เม่ือผิดพลาด
อาจเสยี ชอ่ื เสยี ง เสียการงาน เสียชีวติ เสยี เวลา เสียงบประมาณ หรือเสยี ศลี ธรรม

จะเห็นได้ว่า การกระทำที่ขาดการใคร่ครวญนั้น สร้างแต่ผลเสียให้เรา ดังนั้น ก่อนจะทำ
การใด ๆ ก็ตาม ควรใคร่ครวญให้ดเี สียก่อนจึงค่อยทำ คือใคร่ครวญดว้ ยปญั ญาให้แนช่ ัดว่า สิ่งที่เรา
กำลังจะทำอยู่นั้น ดีหรือไม่ดี สร้างประโยชน์หรือไม่ วิธีการที่จะทำ จะนำความสำเร็จมาให้หรือไม่
เป็นต้น เมื่อพิจารณาดีแล้วเห็นว่าเป็นการดีแน่ สร้างประโยชน์ได้แน่ ไม่สร้างความเดือดร้อนแน่
พจิ ารณาไดด้ งั นจี้ งึ ค่อยทำ

การจะทำอะไรนั้น ไม่ควรใจเร็วด่วนได้ บุ่มบ่ามทำ เพราะอาจทำให้เกิดความผิดพลาด
ได้ง่าย เนื่องจากสายตาของคนเรา ที่มองสิ่งต่าง ๆ ทุกวันนี้มักจะมองแบบไม่บริสุทธิ์ มองแบบ
เจือปนด้วยกเิ ลส ตณั หา อปุ าทาน จงึ เสี่ยงต่อการวินิจฉยั ทีผ่ ดิ ๆ บ่อยคร้งั

มคี นกลา่ วไว้ว่า “คิดทุกส่ิงที่ทำ แต่อยา่ ทำทุกส่ิงท่ีคิด” คนท่คี ดิ ทุกส่ิงท่ีทำ คือการคิดให้
ดีกอ่ นลงมอื ทำนั่นเอง จะเหน็ วา่ การคิดใหม่ทำใหม่ของคนเราก็มีอะไรเปล่ยี นแปลง เพิ่มมาอยู่เรื่อย
ไม่มากก็น้อย ความคิดไม่ได้อยู่ร่องรอยเดิมเท่าไรนัก แต่ก็ดีกว่าทำอะไรรวดเร็วเกินไปโดยไม่ค่อยมี
เวลาได้คิด ส่วนคนที่ทำทุกอย่างที่คิด คงนำความวุ่นวายปั่นป่วนมาสู่ชีวิตและสงั คมไม่น้อยทีเดยี ว
เพราะความคิดของมนุษย์ซับซ้อนและไร้ขอบเขต มีทั้งดีและไม่ดี การลงมือทำทุกอย่างที่คิดเป็น
เรอื่ งสุดวิสัยที่จะทำตามได้คงสบั สนและเหน็ดเหนื่อยเต็มทน เพราะแตล่ ะวันแตล่ ะคนคิดได้รอ้ ยแปด
พนั เก้าเร่อื ง คงว่ิงไลก่ วดทำตามความคิดไม่ได้ทกุ อยา่ งเปน็ แนแ่ ท้

ดังนั้นคนเราก่อนจะทำอะไรแล้ว ควรจะใคร่ครวญให้ถ้วนถี่รอบคอบ หรือพิจารณา
ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน ค่อยลงมือทำ จะเป็นการดีกว่า จะได้มีข้อบกพร่องน้อยที่สุด และงานก็จะ
สำเรจ็ ลลุ ่วงสมบูรณ์ ดงั พุทธศาสนสภุ าษิตท่ีวา่ นิสมมฺ กรณํ เสยฺโย: ใคร่ครวญกอ่ นแลว้ จงึ ทำดีกว่า

ภาพท่ี 6 ภาพนกั เรยี นกำลงั ทดลองวทิ ยาศาสตร์ 11
ทม่ี า : https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9590000010059

เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 4 เรือ่ ง พุทธศาสนสุภาษิต

ภาพท่ี 7 ภาพคนทอผา้
ท่มี า : https://www.matichon.co.th/prachachuen/news_161325

ภาพที่ 8 ภาพชาวสวนกับสวนผสม
ที่มา : https://www.thairath.co.th/content/558470

เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 4 เรอื่ ง พทุ ธศาสนสภุ าษิต 12

ใบงานที่ 4.2 เรือ่ ง คิดกอ่ นลงมือกระทำ

สมาชิกกลุ่ม
ชอ่ื -สกลุ ..........................................................เลขท.่ี ...........หอ้ ง.............
ชอ่ื -สกุล ..........................................................เลขที่............หอ้ ง.............
ช่อื -สกุล ..........................................................เลขท.่ี ...........หอ้ ง.............
ชอื่ -สกุล ..........................................................เลขที.่ ...........ห้อง.............

คำช้ีแจง 1. นักเรยี นวิเคราะห์และตอบคำถามต่อไปน้ใี ห้สมบูรณ์ท่สี ุด
คำถาม ระดมแสดงความคิดเห็นว่า ก่อนที่ผลงานในภาพจะประสบความสำเร็จนั้น บุคคล

ในภาพจะตอ้ งคิดอยา่ งไรบา้ ง

............................................................................................................................................................
.................................................................................................... ........................................................
.................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................ ............
............................................................ .................................................................................. ..............
........................................................................................ ....................................................................
...................................................................................... ......................................................................
............................................................................................................................................................
.................................................................................................................................... ........................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
........................................................................................................................ ....................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
แบบประเมินคะแนน

( ) ผ่านดมี าก 9-10 คะแนน
( ) ผา่ นดี 7-8 คะแนน
( ) ผ่านพอใช้ 5-6 คแนน
( ) ไม่ผ่านตอ้ งปรับปรงุ 0-4 คะแนน

ลงช่ือ.............................................ผ้ปู ระเมิน
(นางญาตา ศรโี คตร)

เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 4 เรื่อง พทุ ธศาสนสุภาษติ 13

ใบความรู้ เร่อื ง ทรุ าวาสา ฆรา ทุกขฺ า : เหย้าเรือนที่ปกครองไมด่ ีนำทุกข์มาให้

พทุ ธสุภาษติ ทรุ าวาสา ฆรา ทุกขฺ า : เหย้าเรือนทปี่ กครองไม่ดีนำทกุ ข์มาให้
คำว่า “เหย้าเรือน” ในที่นี้ หมายถึง การครองเรือน ฆราวาสผู้ครองเรือนนั้น ต้องมีการ

จดั การทีด่ ี มกี ารวางแผน มีธรรมะเป็นตัวนำในการครองเรือน จึงจะสามารถครองเรือนอยู่ได้อย่างมี
ความสุข

ธรรมะสำหรับผู้ครองเรอื น เรียกวา่ ฆราวาสธรรม มี 4 ขอ้ คือ
สจั จะ มคี วามซ่ือสตั ยต์ ่อกัน
ทมะ รจู้ กั ข่มจติ ของตน
ขนั ติ มคี วามอดทน
จาคะ มคี วามเสยี สละ แบ่งปนั
ผู้ครองเรือน ต้องมีธรรมะ 4 ข้อนี้เป็นตัวนำ จึงจะสามารถครองเรือนอยู่ได้ด้วยความสงบ
ร่มเย็น
การปกครองเหย้าเรือน ก็คือการดูแลตัวอาคารและดูแลคนทีอ่ าศัยอยู่ร่วมกนั ในอาคารนั้น
ทั้งสองประการนี้ ถ้าปกครองไม่ดีย่อมจะเกิดความทุกข์ขึ้นได้มากเหย้าเรือนคืออาคารอันเป็นที่พัก
อาศยั มกี จิ ทจี่ ะตอ้ งเอาใจใส่ปฏบิ ัติอย่มู าก เช่น การปดั กวาดเชด็ ถูทำความสะอาด จดั ส่ิงของให้เป็น
ระเบียบ และเมื่อชำรุดทรุดโทรมต้องซ่อมแซม การดูแลบ้านเรือนจึงต้องทำทุกวันทุกเวลา หากไม่
เอาใจใส่จะสกปรกรกรุงรัง ก่อความทุกข์ความไม่สบายให้ผู้อยู่อาศัย อีกประการหนึ่ง เหย้าเรือนยัง
มผี อู้ ย่อู าศยั ร่วมกันหลายคน ทั้งเดก็ และผใู้ หญ่ ต่างเพศต่างวัย ตา่ งความคิด ตา่ งพฤติกรรม จึงมักมี
การขัดแย้งกัน รุนแรงบ้าง ไม่รุนแรงบ้าง ถ้าผู้ปกครองเหย้าเรือนไม่รู้จักวิธีแก้ไขให้ดีแล้ว จะมีแต่
ความทกุ ข์ หาความสขุ ไดย้ าก
ลักษณะของสถาบนั ครอบครวั ทีอ่ ยดู่ ว้ ยกนั อยา่ งปกติสุข
ความสำคัญของครอบครัว ให้การศึกษา อบรมเลี้ยงดู ถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆและ
สร้างเสริมประสบการณ์ต่างๆ ให้กับสมาชิกที่อาศัยอยู่ร่วมกัน ตั้งแต่เกิดจนเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่
ให้ความรัก ความเมตตา การเอาใจใส่ ห่วงใย อาทร สร้างความเข้าใจ พยายามเข้าใจ และสร้าง
สมาชิกในครอบครัวให้มคี ุณลักษณะอนั พึงประสงคท์ สี่ งั คมต้องการ
ครอบครัว หมายถึง การอยู่ร่วมกันของกลุ่มบุคคลที่เป็นสมาชิก ซึ่งมีความสัมพันธ์กัน
ผูกพันกัน เช่น ความสัมพันธ์ทางสายเลือด หรือการรับเป็นบุตรบุญธรรม สมาชิกที่มีความสัมพันธ์
กันและมีบทบาทและหนา้ ทีแ่ ตกตา่ งกนั เช่น เป็นบดิ า เป็นมารดา เป็นสามหี รือภรรยาหรือเปน็ บุตร
สังคมไทยในอดีต สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวจะมีความใกล้ชิดสนิทสนมมีความ
ผูกพัน มีสัมพันธภาพแน่นแฟ้น มีความเคารพนับถือ ให้ความช่วยเหลือ ดูแลกันอย่างทั่วถึง มีการ
ติดต่อไปมาหาสู่หมู่ญาติพี่น้องสม่ำเสมอ ครอบครัวส่วนใหญ่เป็นครอบครัวขยาย (Extended
Family) คอื เป็นครอบครัวใหญ่ท่ปี ระกอบไปดว้ ยญาติพ่ีน้องของสามีหรือภรรยา อาทิเช่น พ่ี ปา้ น้า
อา ปู่ ยา่ ตา ยาย เปน็ ตน้ อยูร่ ่วมในครอบครัวด้วย

เอกสารประกอบการสอนหนว่ ยที่ 4 เร่อื ง พุทธศาสนสุภาษิต 14

ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงในสังคม ส่งผลให้สภาพครอบครัวไทยในอดีตเปลี่ยนแปลงไป
เช่นเดียวกัน กล่าวคือ ครอบครัวปัจจุบันส่วนใหญจ่ ะเป็นครอบครัวเดีย่ ว (Nuclear Family ) จะมี
เฉพาะสามี ภรรยา บุตร และอาจมีผู้ช่วยทำงานบ้าน พ่อแม่ลูก ไม่ค่อยมีความใกล้ชิดกันมากนัก
เพราะจะต้องออกไปหารายได้นอกบ้าน มาช่วยจุนเจือครอบครัว ลูกต้องจ้างคนอื่นเลี้ยง หรือให้
ญาติดแู ล หรอื ตอ้ งฝากเขา้ โรงเรยี นกอ่ นวัยเรยี น การไปมาหาสกู่ บั ญาตพิ ี่น้องนอ้ ยลง

บทบาทหนา้ ทีข่ องสมาชกิ ในครอบครัว
สมาชิกในครอบครัวแต่ละคนมีบทบาทและหน้าที่แตกต่างกันออกไป ครอบครัวจะมี

ความสขุ ถ้าบคุ คลในครอบครวั รบู้ ทบาทและปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีของตน ดังนี้
บทบาทและหน้าทขี่ องบิดามารดา

บดิ ามารดาเปน็ บคุ คลทส่ี ำคญั ของบ้าน ซ่ึงสว่ นใหญบ่ ดิ าจะทำหน้าที่เป็นผ้นู ำของครอบครัว
หรือหัวหน้าครอบครัว เป็นที่พึ่งพาของสมาชิกในครอบครัว โดยทั่วไป บิดามารดามีบทบาทและ
หนา้ ท่ี ดงั น้ี

1. ประกอบอาชพี เพือ่ หารายไดเ้ ล้ียงครอบครวั ใหเ้ พยี งพอกบั ค่าใช้จ่าย
2. รับผิดชอบเล้ยี งดูบตุ รหรอื บคุ คลในครอบครวั ใหก้ ินอยู่อยา่ งมีความสขุ
3. ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี อาทิเช่น ไม่ทะเลาะวิวาท ไม่ระบายอารมณ์กับบุตร
ไม่นินทาให้รา้ ยผอู้ น่ื ไม่เล่นการพนนั ไมเ่ สพสง่ิ เสพตดิ และของมนึ เมาทงั้ หลาย
4. ใหก้ ารอบรมบุตรหลานหรือบุคคลในครอบครวั ท้งั ด้านจรยิ ธรรม คณุ ธรรม เพือ่ การเป็น
คนดีในสังคม อาทเิ ช่น รู้จักคณุ คา่ ของการประหยดั อดทนและปฏิบัติตามหลกั ธรรมทางศาสนา
5. ให้ความปลอดภัยแก่บุตรและบุคคลในครอบครัว อาทิเช่น ดูแลรักษาเมื่อบุตรเจ็บป่วย
ให้ทอี่ ยูอ่ าศัย ให้เส้ือผ้าเครอื่ งนงุ่ หม่
6. ดูแลเอาใจใส่ให้ความรักความอบอุ่น มีเมตตา ไม่ใช้วาจาหยาบคาย ข่มขู่ ให้เกิดความ
หวาดกลวั หรืออับอายผูอ้ ื่น รวมทงั้ ซกั ถาม และให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาต่างๆ
7. ใหก้ ารศกึ ษาต่อบุตร เพ่ือใหบ้ ุตรมีความรู้อันเปน็ รากฐานถึงความม่นั คงในชวี ิต
8. ปกครองดูแลบุตรด้วยความยุติธรรม ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง อาทิเช่น ไม่ลำเอียงเข้าข้าง
บุตรคนใดคนหนง่ึ
9. ส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพกายอาทิเช่น ให้รู้จักเลือกรับประทานอาหารที่ถูก
สุขลักษณะใหอ้ อกกำลงั กายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนอย่างเพยี งพอ

เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 4 เรือ่ ง พทุ ธศาสนสุภาษติ 15

ใบงานที่ 4.3 เร่อื ง ความหมายและผลของการปฏิบัติตนท่สี อดคล้องกบั พทุ ธศาสนสุภาษติ

ชอ่ื -สกลุ ..................................................ชั้น...........เลขท.ี่ ..........เลขประจำตวั …………………………
ชอ่ื -สกลุ ..................................................ชั้น...........เลขท.่ี ..........เลขประจำตัว…………………………

คำชี้แจง นักเรยี นตอบคำถามต่อไปนีใ้ หส้ มบูรณ์

คำถาม นกั เรยี นร่วมกันสรปุ ความหมายและผลของการปฏิบัตติ นท่ีสอดคล้องกับพุทธศาสน
สุภาษติ ทรุ าวาสา ฆรา ทกุ ขฺ า : เหย้าเรือนท่ีปกครองไมด่ ีนำทุกข์มาให้ ใหส้ มบูรณ์
.......................................................................................................................................................... ..
.................................................................................................... ........................................................
.................................................................................................. ..........................................................
............................................................................................................................................................
................................................................................................................................................ ............
.............................................................................................................................................. ..............
........................................................................................ ....................................................................
...................................................................................... ......................................................................
............................................................................................................................................................
.................................................................................................................................... ........................
.................................................................................................................................. ..........................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
........................................................................................................................ ....................................
...................................................................................................................... ......................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

แบบประเมินคะแนน
( ) ผา่ นดมี าก 9-10 คะแนน
( ) ผ่านดี 7-8 คะแนน
( ) ผ่านพอใช้ 5-6 คแนน
( ) ไม่ผ่านต้องปรับปรงุ 0-4 คะแนน
ลงชื่อ.............................................ผปู้ ระเมิน
(นางญาตา ศรโี คตร)

เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 4 เรื่อง พทุ ธศาสนสุภาษติ 16

แบบทดสอบหลงั เรียน

เอกสารประกอบการสอน หนว่ ยท่ี 4 เร่ือง พทุ ธศาสนสุภาษิต
รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหัสวิชา ส21101 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1

คำชีแ้ จง นกั เรียนพิจารณาจากคำตอบท่ีถกู ต้องทส่ี ดุ เพียงข้อเดียวแลว้ กากบาทตัวเลือก ก,ข,ค หรือ ง
ลงกระดาษคำตอบ (เวลาในการทำแบบทดสอบก่อนเรียน 10 นาที)

1. พระรัตนตรยั หมายถงึ แก้วหรือส่ิงท่มี ีค่าสูงสุด 3 ประการ ในทางพระพุทธศาสนา
ประกอบด้วยอะไรบา้ ง
ก พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์
ข พระพุทธ พระธรรม พระวินัย
ค พระอภิธรรม พระธรรมวนิ ัย พระสงฆ์
ง พระธรรม พระอภิธรรม พระธรรมวนิ ัย

2. มคี วามจรงิ อยู่ 4 ประการ คอื การมีอยู่ของทกุ ข์ เหตุแหง่ ทุกข์ ความดับทกุ ขแ์ ละหนทาง
ไปสคู่ วามดบั ทุกข์ ความจริงเหลา่ น้เี รียกวา่ อยา่ งไร
ก อริยสจั 4
ข อิทธบิ าท 4
ค สังคหวตั ถุ 4
ง พรหมวิหาร 4

3. พทุ ธสภุ าษติ ยํ เว เสวติ ตาทิโส หมายถงึ
ก คบคนชัว่ เปน็ มิตร
ข ชนะตนน่ันแหละ เปน็ ดี
ค คบคนเช่นใดย่อมเปน็ เชน่ น้ัน
ง มนษุ ย์ผู้เหน็ แก่ประโยชน์ตน เปน็ คนไม่สะอาด

4. จากโคลงโลกนิติได้กลา่ วเปรียบเทียบถึงสิ่งใด

ปลารา้ พันหอ่ ด้วย ใบคา

ใบกเ็ หม็นคาวปลา คละคลงุ้

คอื คนหมไู่ ปหา คบเพ่ือน พาลนา

ไดแ้ ต่รา้ ยร้ายฟุง้ เฟ่อื งให้เสียพงศ์

ก การเรียน
ข การคบคน
ค การทำงาน
ง การดำรงชีวติ

เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 4 เรื่อง พุทธศาสนสภุ าษิต 17

5. อตฺตนา โจทยตฺตานํ หมายถงึ
ก โลกถูกจิตนำไป
ข การฝกึ จิตเปน็ ความดี
ค จงเตือนตนดว้ ยตนเอง
ง ผ้ปู ระพฤติตามอำนาจจิตย่อมลำบาก

6. การกำหนดที่จะกระทำการใดๆไว้ แลว้ ปฏบิ ตั ิตามกำหนดน้ันๆโดยไมต่ อ้ งไมใ่ ห้
ผู้อื่นมาว่ากล่าวตักเตือน หรือการพิจารณาตนเองว่าผิดพลาด บกพร่องในเรื่องใดบ้าง
แล้วปรับปรงุ เปลีย่ นแปลงตนเสยี ใหมใ่ หถ้ ูกต้อง จากขอ้ ความดงั กลา่ วหมายถงึ

ก การตกั เตือน
ข ข้อบกพรอ่ ง
ค การเตอื นตน
ง การจำได้หมายรู้
7. สาเหตสุ ำคัญท่ีทำให้มนษุ ย์มคี วามทกุ ข์มาก ตามพระพทุ ธศาสนาตรงตามข้อใด
ก กุศล
ข สันโดษ
ค ทุกข์ใจ
ง ตัณหา
8. การคบบณั ฑิต เป็นมงคลอย่างไร
ก ทำใหเ้ รามีความสุข
ข ทำให้เรามปี ัญญามาก
ค เราได้ชว่ ยเหลือบุคคลอื่น
ง มคี นชักนำเราไปสู่หนทางเจริญ
9. ทรุ าวาสา ฆรา ทุกฺขา หมายถึง
ก เหย้าเรอื นท่ีปกครองไม่ดีนำทกุ ข์มาให้
ข สัตวท์ ัง้ ปวงไปสอู่ ำนาจแห่งจิตอยา่ งเดียว
ค ชอื่ ว่าบณั ฑิตยอ่ มทำประโยชนใ์ ห้สำเร็จไดแ้ ล
ง กบ็ าปเกิดจากอารมณ์ใดๆ พงึ ห้ามใจจากอารมณ์นัน้ ๆ
10. สมทรงแต่งงานกบั สมศรี ทัง้ สองตอ้ งมีหลกั ธรรมใดในการครองเรือน
ก พรหมวิหาร4
ข อานาปานสติ
ค ฆราวาสธรรม4
ง สัปปุริสธรรม 7

เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 4 เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต 18

บรรณานุกรม

การศาสนา, กรม. (2538). คู่มือนักธรรมและธรรมศึกษาช้ันโท. พมิ พค์ ร้ังท่ี 5. กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพ์การศาสนา.

คูณ โทขันธ์, รศ. (2537). พทุ ธศาสนากับชวี ิตประจำวนั . กรุงเทพมหานคร : โอ.เอส.พริ้นตง้ิ เฮ้าส์.
ทองหลอ่ วงษ์ธรรมา. (2538). ปรชั ญา 201 พุทธศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : โอ. เอส. พริน้ ตง้ิ

เฮ้าส์.
วิทย์ วิศทเวทย์และเสถยี รพงษ์ วรรณปก. (2552). พระพุทธศาสนา ม.1. พิมพ์คร้งั ท่ี 10.

กรงุ เทพมหานคร : บริษทั อักษรเจรญิ ทัศน์ อจท. จำกดั .
ขอ้ มูลสารสนเทศ
ข่าวสด ออนไลน์. (2561). ชาวบา้ นเอือม! ถา่ ยภาพแฉพฤตกิ รรมนักเรยี นม่ัวสุมเสพยา หา่ งร้วั

โรงเรยี นเพียง 100 เมตร. สืบค้นข้อมูลเมื่อ 5 มกราคม 2563, จาก

https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_764333

ธนาคารกรงุ เทพ. (ม.ป.ป.). 10 สถานปฏบิ ตั ิธรรมในกรุงเทพฯ จิตสงบจบทุกเรื่อง. สบื ค้นข้อมูล
เมอ่ื 5 มกราคม 2563, จาก https://www.bangkokbanksme.com/en/dharma-practice-

place-bangkok

ไทยรัฐออนไลน์. (2559). ชาวสวนไมธ่ รรมดา! ปลูกผกั ส่งลูกเรียน 3 คน รายได้เหนาะๆ วันละ
พนั หา้ . ขอ้ มลู เมอื่ 10 มกราคม 2563, จาก https://www.thairath.co.th/content/558470

มตชิ นออนไลน์. (2559). ผา้ ทอชวี ติ ยลดา ภูริผล ภารกิจรับไม้ตอ่ ภูมิปัญญา “ลาวครงั่ ”. สืบค้น
ขอ้ มลู เมอื่ 10 มกราคม 2563, จากhttps://www.matichon.co.th/prachachuen

/news_161325

สรุ าษฎร์พิทยา,โรงเรยี น. (2561). การฝึกซ้อมฟตุ บอลโครงการ เก่ง ดี มีสุข ฟุตบอล ระดับ
มัธยมศกึ ษา สพม 11 สหวิทยาเขต 1. สืบคน้ ข้อมูลเมื่อ 5 มกราคม 2563,
จาก http://www.srp.ac.th/srp/index.php/2013-07-26-04-18-40/2013-07-29-07-00-

02/2138-srp3001256101

MGR Online. (2562.). ขา่ วอาชญากรรม. สืบค้นข้อมลู เมื่อ 5 มกราคม 2563,
จาก https://mgronline.com/crime/detail/9620000066753

MGR Online. (2559.). เชฟรอน หนนุ ขบั เคล่อื น “โครงการมหาวิทยาลัยเด็ก ประเทศไทย
2559. สืบคน้ ข้อมูลเมื่อ 5 มกราคม 2563, จาก https://mgronline.com/

greeninnovation/detail/9590000010059

POSITIONING. (2563). โอกาสในวกิ ฤต ยคุ ใหม่ “อักษรเจริญทศั น”์ ถึงเวลา #เรียนออนไลน์
พลกิ โฉมการศึกษาไทย. สืบค้นข้อมูลเม่ือ 30 มิถุนายน 2563, จาก
https://positioningmag.com/1281835

เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 4 เร่อื ง พุทธศาสนสภุ าษติ 19

ภาคผนวก

เอกสารประกอบการสอนหนว่ ยที่ 4 เรื่อง พุทธศาสนสภุ าษิต 20

เฉลยแบบทดสอบก่อน-หลังเรยี น

เอกสารประกอบการสอน หนว่ ยท่ี 4 เรื่อง พทุ ธศาสนสุภาษติ
รายวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม รหัสวิชา ส21101 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1

คำชีแ้ จง นักเรียนพิจารณาจากคำตอบท่ีถกู ต้องทสี่ ดุ เพยี งข้อเดียวแล้วกากบาทตวั เลือก ก,ข,ค หรือ ง
ลงกระดาษคำตอบ (เวลาในการทำแบบทดสอบก่อนเรยี น 10 นาที)

1. พระรตั นตรยั หมายถึง แกว้ หรือสิ่งที่มีค่าสูงสุด 3 ประการ ในทางพระพุทธศาสนา
ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์
ข พระพุทธ พระธรรม พระวินยั
ค พระอภธิ รรม พระธรรมวนิ ัย พระสงฆ์
ง พระธรรม พระอภธิ รรม พระธรรมวนิ ัย

2. มคี วามจรงิ อยู่ 4 ประการ คือ การมอี ยู่ของทุกข์ เหตุแหง่ ทุกข์ ความดับทุกขแ์ ละหนทาง
ไปสู่ความดบั ทุกข์ ความจริงเหล่านเี้ รยี กว่าอยา่ งไร
ก อริยสจั 4
ข อทิ ธบิ าท 4
ค สงั คหวตั ถุ 4
ง พรหมวหิ าร 4

3. พทุ ธสุภาษิต ยํ เว เสวติ ตาทโิ ส หมายถึง
ก คบคนช่วั เป็นมิตร
ข ชนะตนนั่นแหละ เป็นดี
ค คบคนเช่นใดย่อมเปน็ เชน่ น้นั
ง มนุษย์ผ้เู หน็ แก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด

4. จากโคลงโลกนติ ไิ ด้กล่าวเปรยี บเทยี บถงึ สง่ิ ใด

ปลารา้ พนั ห่อดว้ ย ใบคา

ใบก็เหม็นคาวปลา คละคลงุ้

คอื คนหมูไ่ ปหา คบเพื่อน พาลนา

ได้แตร่ า้ ยรา้ ยฟุ้ง เฟื่องให้เสยี พงศ์

ก การเรียน
ข การคบคน
ค การทำงาน
ง การดำรงชีวติ

เอกสารประกอบการสอนหนว่ ยท่ี 4 เรอื่ ง พุทธศาสนสภุ าษิต 21

5. อตฺตนา โจทยตฺตานํ หมายถงึ
ก โลกถูกจิตนำไป
ข การฝกึ จิตเปน็ ความดี
ค จงเตือนตนดว้ ยตนเอง
ง ผ้ปู ระพฤติตามอำนาจจิตย่อมลำบาก

6. การกำหนดที่จะกระทำการใดๆไว้ แลว้ ปฏบิ ตั ิตามกำหนดน้ันๆโดยไมต่ อ้ งไมใ่ ห้
ผู้อื่นมาว่ากล่าวตักเตือน หรือการพิจารณาตนเองว่าผิดพลาด บกพร่องในเรื่องใดบ้าง
แล้วปรับปรงุ เปลีย่ นแปลงตนเสยี ใหมใ่ หถ้ ูกต้อง จากขอ้ ความดงั กลา่ วหมายถงึ

ก การตกั เตือน
ข ข้อบกพรอ่ ง
ค การเตอื นตน
ง การจำได้หมายรู้
7. สาเหตสุ ำคัญท่ีทำให้มนษุ ย์มคี วามทกุ ข์มาก ตามพระพทุ ธศาสนาตรงตามข้อใด
ก กุศล
ข สันโดษ
ค ทุกข์ใจ
ง ตัณหา
8. การคบบณั ฑิต เป็นมงคลอย่างไร
ก ทำใหเ้ รามีความสุข
ข ทำให้เรามปี ัญญามาก
ค เราได้ชว่ ยเหลือบุคคลอื่น
ง มคี นชักนำเราไปสู่หนทางเจริญ
9. ทรุ าวาสา ฆรา ทุกฺขา หมายถึง
ก เหย้าเรอื นท่ีปกครองไม่ดีนำทกุ ข์มาให้
ข สัตวท์ ัง้ ปวงไปสอู่ ำนาจแห่งจิตอยา่ งเดียว
ค ชอื่ ว่าบณั ฑิตยอ่ มทำประโยชนใ์ ห้สำเร็จไดแ้ ล
ง กบ็ าปเกิดจากอารมณ์ใดๆ พงึ ห้ามใจจากอารมณ์นัน้ ๆ
10. สมทรงแต่งงานกบั สมศรี ทัง้ สองตอ้ งมีหลกั ธรรมใดในการครองเรือน
ก พรหมวิหาร4
ข อานาปานสติ
ค ฆราวาสธรรม4
ง สัปปุริสธรรม 7

เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 4 เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต 22

เฉลยใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง เรื่องเลา่ จากภาพถา่ ย

ชอื่ -สกลุ ..........................................................เลขที.่ ...........ห้อง.............
คำชแ้ี จง 1. นักเรยี นวเิ คราะห์และตอบคำถามต่อไปน้ีใหส้ มบูรณท์ สี่ ุด

คำถาม ภาพใดท่ีนักเรียนควรหลกี เล่ียง พร้อมอธบิ ายเหตุผล
แนวคำตอบ
ภาพท่นี ักเรยี นควรหลีกเล่ยี งได้แก่ ภาพที่ 1 และภาพที่ 5
เพราะภาพท่ี 1 เปน็ การกระทำทผี่ ิดกฎหมาย เมอื่ ทำผดิ ย่อมถูกลงโทษ
เพราะภาพที่ 5 เป็นการกระทำทไ่ี มเ่ หมาะสม สำหรบั การเป็นเดก็ และเยาวชนและถ้า
เปน็ การพนนั ก็ย่อมเป็นการผิดศีลธรรม
คำถาม ภาพใดท่ีนักเรยี นชอบ พร้อมอธบิ ายเหตุผล
แนวคำตอบ
ภาพใดทีน่ ักเรยี นชอบ ได้แก่ ภาพที่ 2 เพราะการเรยี นหนงั สือทำให้ได้รบั ความรู้
ภาพที่ 3 เพราะเปน็ การออกกำลงั กาย ทำใหร้ ่างกายแข็งแรง ซงึ่ การเลน่ กีฬาเปน็
การฝกึ เรือ่ งความมีวนิ ยั ความกลา้ หาญ ความอดทน ความเสียสละ
และภาพที่ 4 เพราะการฟงั ธรรมน้ันย่อมทำใหจ้ ิตใจคิดไปในทางที่ดงี ามและได้
แนวทางในการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม

แบบประเมินคะแนน
( ) ผ่านดมี าก 9-10 คะแนน
( ) ผ่านดี 7-8 คะแนน
( ) ผ่านพอใช้ 5-6 คแนน
( ) ไม่ผ่านต้องปรับปรงุ 0-4 คะแนน
ลงชื่อ.............................................ผปู้ ระเมิน
(นางญาตา ศรีโคตร)

เอกสารประกอบการสอนหนว่ ยท่ี 4 เรือ่ ง พุทธศาสนสภุ าษติ 23

เฉลยใบงานท่ี 4.2 เร่ือง คิดกอ่ นลงมือกระทำ

สมาชิกกลุ่ม
ชอื่ -สกลุ ..........................................................เลขท.่ี ...........ห้อง.............
ชอ่ื -สกลุ ..........................................................เลขที่............ห้อง.............
ชอ่ื -สกุล ..........................................................เลขที.่ ...........ห้อง.............
ชอื่ -สกลุ ..........................................................เลขท่.ี ...........ห้อง.............

คำชแี้ จง 1. นกั เรยี นวิเคราะห์และตอบคำถามต่อไปนใ้ี หส้ มบรู ณท์ ี่สดุ
คำถาม ระดมแสดงความคิดเห็นว่า ก่อนที่ผลงานในภาพจะประสบความสำเร็จนั้น บุคคล

ในภาพจะตอ้ งคดิ อย่างไรบา้ ง
แนวคำตอบ
ใช้แนวความคดิ ที่วา่ “คิดทุกส่ิงท่ที ำ แต่อยา่ ทำทกุ สิง่ ท่ีคดิ ” คนทคี่ ดิ ทุกส่ิงทที่ ำ คอื การคิด

ให้ดีก่อนลงมือทำนั่นเอง จะเห็นว่าการคิดใหม่ทำใหม่ของคนเราก็มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพิ่มมาอยู่
เรื่อย ไม่มากก็น้อย ความคิดไม่ได้อยู่ร่องรอยเดิมเท่าไรนัก แต่ก็ดีกว่าทำอะไรรวดเร็วเกินไปโดยไม่
ค่อยมีเวลาได้คิด ส่วนคนที่ทำทุกอย่างที่คิด คงนำความวุ่นวายปั่นป่วนมาสู่ชีวิตและสังคมไม่น้อย
ทีเดียว เพราะความคิดของมนุษย์ซับซ้อนและไร้ขอบเขต มีทั้งดีและไม่ดี การลงมือทำทุกอย่างที่
คิดเป็นเรื่องสุดวิสัยที่จะทำตามได้คงสับสนและเหน็ดเหนือ่ ยเต็มทน เพราะแต่ละวันแต่ละคนคิดได้
ร้อยแปดพันเกา้ เรื่อง คงวิง่ ไล่กวดทำตามความคดิ ไมไ่ ด้ทกุ อย่างเปน็ แนแ่ ท้

การที่จะทำงานได้สำเร็จลุล่วงในทุก ๆ เร่ืองก็คือ จะต้องมีการคิด ตรองดูและวางแผนใหด้ ี
ก่อนท่ีจะลงมอื กระทำและต้องทำด้วยความตัง้ ใจและสนุกกับส่ิงนั้น งานจึงจะออกมาสำเร็จ

แบบประเมินคะแนน
( ) ผา่ นดมี าก 9-10 คะแนน
( ) ผ่านดี 7-8 คะแนน
( ) ผา่ นพอใช้ 5-6 คแนน
( ) ไม่ผ่านต้องปรับปรุง 0-4 คะแนน
ลงชอื่ .............................................ผู้ประเมิน
(นางญาตา ศรีโคตร)

เอกสารประกอบการสอนหนว่ ยที่ 4 เรอ่ื ง พทุ ธศาสนสภุ าษิต 24

เฉลยใบงานที่ 4.3 เรอื่ ง ความหมายและผลของการปฏบิ ตั ิตนที่สอดคลอ้ งกบั พุทธศาสนสภุ าษิต

ชื่อ-สกลุ ..................................................ชน้ั ...........เลขท.ี่ ..........เลขประจำตวั …………………………
ชือ่ -สกุล..................................................ชน้ั ...........เลขที.่ ..........เลขประจำตวั …………………………

คำช้ีแจง นักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้ใหส้ มบูรณ์

คำถาม นักเรียนรว่ มกนั สรุปความหมายและผลของการปฏิบัติตนทสี่ อดคล้องกบั พทุ ธศาสน
สุภาษติ ทรุ าวาสา ฆรา ทกุ ฺขา : เหยา้ เรือนทป่ี กครองไมด่ นี ำทุกข์มาให้ ให้สมบูรณ์

แนวคำตอบ
พุทธศาสนสุภาษติ หมายถึง ถ้อยคำดีๆ ในพระพุทธศาสนา แต่มิได้หมายความเฉพาะคำที่

พระพุทธองคต์ รสั ไว้เท่านน้ั แมส้ ภุ าษติ แทบท้งั หมดจะเป็นพระพทุ ธพจน์กต็ าม
ผลของการปฏิบัติตนทีส่ อดคล้องกบั พุทธศาสนสภุ าษิต ทำให้จิตใจสงบ มีความสุขกับการ

ดำรงชีวิต อย่างเช่น การทำบุญด้วยการใส่บาตร คนไทยมีความเชื่อว่าการใส่บาตินั้นถือวา่ เป็นการ
สร้างบุญให้ตัวเองเพื่อจีคลับจะให้กับคนที่จากเราไปหรือล่วงลับไปแล้วเพื่อให้บุญกุศลนั้นตกถึง
บคุ คลท่ีเราใส่ไปให้อีกความเชอื่ กค็ อื วา่ ใสบ่ าตรแล้วสามารถจะนำไปกนิ ได้ในชาติหน้า

แบบประเมินคะแนน
( ) ผ่านดีมาก 9-10 คะแนน
( ) ผา่ นดี 7-8 คะแนน
( ) ผ่านพอใช้ 5-6 คแนน
( ) ไมผ่ ่านต้องปรับปรุง 0-4 คะแนน
ลงช่อื .............................................ผูป้ ระเมนิ
(นางญาตา ศรโี คตร)

เอกสารประกอบการสอนหน่วยท่ี 4 เร่อื ง พทุ ธศาสนสุภาษติ 25

กระดาษคำตอบแบบทดสอบ

เอกสารประกอบการสอน หน่วยท่ี 4 เรือ่ ง พทุ ธศาสนสุภาษิต

รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม รหัสวิชา ส21101 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1

----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ชื่อ-สกลุ ........................................................................ช้ัน...............................เลขที่.........................

สำหรับแบบทดสอบก่อนเรยี น สำหรบั แบบทดสอบหลงั เรียน

ข้อ ก ข คง ขอ้ ก ข คง
1 1
2 2
3 3
4 4
5 5
6 6
7 7
8 8
9 9
10 10
รวมคะแนน รวมคะแนน

ลงชื่อ............................................ผู้เรยี น ลงชื่อ.............................................ผู้เรียน
(...........................................) (...........................................)

ลงชอื่ .............................................ผู้ตรวจ ลงชอ่ื .............................................ผตู้ รวจ
(...........................................) (...........................................)

ลงชอ่ื ...............................................ผ้สู อน ลงชอ่ื ...........................................ผู้สอน
(นางญาตา ศรโี คตร)
(นางญาตา ศรโี คตร)

เอกสารประกอบการสอนหน่วยที่ 4 เรอ่ื ง พุทธศาสนสภุ าษติ 26


Click to View FlipBook Version