แ ผ้ ว ส นิ ท ว ง ศ์ เ ส นี
ยุทธภูมิ ฮาบพนม ม.5/3 31
เกิดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นบุตรคนที่สอง มีพี่สาวชื่อ
ทับทิม คลี่สุวรรณ และน้องชายชื่อสหัส สุทธิบูรณ์ย่าเคยเป็น
พนักงานฝ่ายในในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
อายุได้แปดปี หญิงแผ้วได้ถวายตัวเข้า วังสวนกุหลาบ
จนกระทั่งได้รับการฝึกฝนนาฏศิลป์ การแสดง สามารถรับบท
เป็นตัวเอกทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง จนทำให้เธอกลายเป็น
นางละครที่มีชื่อเสียง
นผลาฏงากนรเรกมี่ยวกับการแสดงศิลปะ
ท่ารำของตัวพระ นาง ยักษ์ ลิง และ
ตัวประกอบ การแสดงโขน ละครชาตรี ละคร
นอก ละครใน ละครพันทาง และระบำฟ้อน
ต่างๆ เป็นผู้คัดเลือกการแสดง จัดทำบทและเป็น
ผู้ฝึกสอน ฝึกซ้อม อำนวยการแสดงถวายทอด
พระเนตรหน้าพระที่นั่ง ในวโรกาสต้อนรับพระ
ราชอาคันตุกะ อาคันตุกร
งานของรัฐบาล หน่วยงานองค์กรต่างๆ จัดต้อนรับเป็น
เกียรติแก่แขกผู้มาเยือนประเทศไทย เป็นผู้คัดเลือกตัว
ละครให้เหมาะสมตามบทบาทในการแสดงต่างๆ เพื่อเชื่อม
สัมพันธไมตรี และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย ที่กรม
ศิลปากรจัดแสดงแก่ประชาชน เป็นวิทยากรบรรยายและ
ตอบข้อซักถามในการอบรมวิชานาฏศิลป์
ในด้านบทวรรณกรรมสำหรับใช้แสดง
ค้นคิดปรับปรุง เสริมแต่งให้เหมาะสมกับยุคสมัย
ดำเนินไปโดยถูกต้องตามระเบียบแบบแผนอันมีมาแต่
ดั้งเดิม เช่น บทละครเรื่องอิเหนา ตอนลมหอบ ตอน
อุณากรรมชนไก่ ตอนบุษบาชมศาล ตอนศึกกระหมังกุ
หมิง ตอนประสันตาต่อนัก
เรื่องสังข์ทอง
ตอนเลียบเมือง ตอนเลือกคู่
หาปลา ตอนตีคลี ตอนนาง
มณฑาลงกระท่อม
เรื่องขุนช้างขุนแผน
ตอนพลายเพชรพลายบัวออกศึก
ตอนพระไวยแตกทัพ
เรื่องไกรทอง
ตอนที่ 1 ตะเภาแก้ว ตะเภาทอง และ
บริวารไปเล่นน้ำ
ตอนที่ 2 ตามนางวิมาลากลับไปถ้ำ
เรื่องพระอภัยมณี
ตอนพบนางละเวง ตอนนางละเวง
พบดินถนัน ตอนหนีนางผีเสื้อสมุทร
นอกจากนี้ ยังได้คิดประดิษฐ์กระบวนท่ารำขึ้น
ใหม่ไว้อีกมาก เช่น กระบวนท่าร่ายรำในการ
แสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ใน
รัชกาลที่ 1-2 กระบวนท่าร่ายรำในการแสดง
นาฏกรรมของกรมศิลปากร และกระบวนท่าร่าย
รำชุดต่าง ๆที่กรมศิลปากรจัดแสดง
ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฏีมาลา เข็ม
ศิลปวิทยา เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514