1
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรโู ดยใชป ญหาเปน ฐานสานตอชุมชน
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
รายวชิ า โลก ดาราศาสตรแ ละอวกาศ 5 รหัสวชิ า ว33265
เรอื่ ง เอกภพ การแล็กซี และดาวฤกษ
ชัน้ มัธยมศึกษาปท ี่ 6
ชุดที่ 3 ความเร็วในการเคลื่อนทีข่ องกาแลกซี
นายวงศพ ันธ เวยี งนนท
ตําแหนง ครู วทิ ยฐานะ ครูชาํ นาญการพเิ ศษ
โรงเรยี นบงึ มะลวู ทิ ยา
อาํ เภอกันทรลกั ษ จงั หวดั ศรสี ะเกษ
สาํ นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษาศรีสะเกษ ยโสธร
สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
ชดุ ท่ี 3 : ความเรว็ ในการเคล่ือนทีข่ องกาแล็กซี
ก
คาํ นํา
ชุดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐานสานตอชุมชน กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยี รายวิชา โลก ดาราศาสตรและอวกาศ รหัสวิชา ว33265 เรื่อง เอกภพ กาแล็กซีและดาวฤกษ
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ไดพัฒนาข้ึนเพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแกโจทยปญหาวิทยาศาสตร โดยใช
ขั้นตอนการจัดการเรียนรูโ ดยใชปญหาเปน ฐานสานตอชุมชน ผูจัดทําไดทําการสังเคราะหขั้นตอนกระบวนการ
การจัดการเรียนรูซ่ึงสอดคลองกับการจัดการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐานของสํานักงานเลขาธิการสภา
การศกึ ษา (2550: 6-8) สรุปไดเ ปน 6 ขน้ั ตอน ไดแก
1. ข้ันกาํ หนดปญ หา
2. ขัน้ ทําความเขา ใจกบั ปญ หา
3. ขน้ั ดาํ เนนิ การศึกษาคน ควา
4. ขั้นสังเคราะหความรู
5. สรปุ และประเมนิ คา ของคําตอบ
6. นําเสนอ ประเมนิ ผลงานและขยายผลสชู มุ ชน
ชุดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐานสานตอชุมชน กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยี รายวิชา โลก ดาราศาสตรและอวกาศ รหัสวิชา ว33265 เรื่อง เอกภพ กาแล็กซีและดาวฤกษ
ชนั้ มัธยมศึกษาปที่ 6 มที งั้ หมดจํานวน 9 ชดุ ไดแ ก
ชุดที่ 1 กาํ เนดิ และววิ ัฒนาการของเอกภพ
ชดุ ที่ 2 แบบจาํ ลองการขยายตวั ของเอกภพ
ชดุ ท่ี 3 ความเร็วในการเคล่ือนท่ีของกาแล็กซี
ชดุ ที่ 4 กาแล็กซีและกาแลก็ ซีทางชางเผอื ก
ชุดท่ี 5 ความสองสวา งและโชติมาตรของดาวฤกษ
ชดุ ท่ี 6 การหาระยะทางวตั ถโุ ดยใชห ลกั การแพรลั แลก็ ซ
ชดุ ที่ 7 สี อณุ หภูมิผิวและชนิดของสเปกตรมั ของดาวฤกษ
ชุดที่ 8 แผนภาพเฮริ ซปรุง – รัสเซลล
ชดุ ที่ 9 กาํ เนิดและววิ ัฒนาการของดาวฤกษ
ผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวา ชุดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐานสานตอชุมชน ชุดท่ี 3
เรื่องความเร็วในการเคลื่อนท่ีของกาแล็กซี ชุดนี้ จะเปนรูปแบบการจัดการเรียนรูท่ีจะกอใหเกิดการพัฒนา
ความสามารถในการคิดแกโจทยปญหาวิทยาศาสตร ซ่ึงจะเปนประโยชนตอการศึกษาในระดับสูงของผูเรียน
ตอ ไป และผูเรยี นสามารถนาํ แนวคดิ ในการแกปญหาไปประยุกตใชในการดาํ เนินชวี ิตไดอ ยางเหมาะสม
วงศพันธ เวยี งนนท
โรงเรยี นบึงมะลวู ิทยา
ชดุ ท่ี 3 : ความเรว็ ในการเคลือ่ นทีข่ องกาแล็กซี
สารบญั ข
เร่อื ง หนา
คํานํา ก
สารบญั ข
คาํ ช้ีแจงสาํ หรับครูผสู อน 1
คําชแ้ี จงสาํ หรับนักเรยี น 2
แบบทดสอบกอนเรยี น 3
ชดุ กจิ กรรมที่ 3 ความเร็วในการเคลื่อนท่ขี องกาแลก็ ซี 5
ใบความรูกิจกรรมที่ 3 ความเรว็ ในการเคล่อื นที่ของกาแล็กซี 12
แบบทดสอบหลงั เรียน 16
ภาคผนวก 18
19
- เฉลยแบบทดสอบ 20
- แนวการตอบกจิ กรรม 22
บรรณานกุ รม
ชุดท่ี 3 : ความเร็วในการเคล่อื นท่ีของกาแลก็ ซี
1
คําชีแ้ จงสําหรบั ครู
คูมือสําหรับครูประกอบการใชชุดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐานสานตอชุมชน กลุมสาระ
การเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี รายวิชา โลก ดาราศาสตรและอวกาศ รหัสวิชา ว33265 เร่ือง เอกภพ
กาแล็กซีและดาวฤกษ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 6 ชุดที่ 3 เรือ่ ง ความเร็วในการเคลอ่ื นท่ีของกาแล็กซี มีแนวทาง
การจัดการเรยี นรสู ําหรับครู ดงั น้ี
1. บทบาทของครูผูสอน
1.1 ครูผูสอนเตรียมตัวใหพรอม โดยศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการใชชุดกิจกรรมการเรียนรู
การจัดชัน้ เรยี นและการเตรยี มสือ่ การเรียนรูท ใี่ ชประกอบการจัดการเรยี นรู
1.2 การจัดกจิ กรรมการเรียนรู ครจู ะตอ งจดั กจิ กรรมใหครบตามท่ีระบุไวใ นแผนการจดั การ
เรียนรู เพือ่ ใหกิจกรรมเปนไปอยา งตอเนอื่ งและบรรลตุ ามวตั ถุประสงคของการเรียนรู
1.3 กอนทํากิจกรรมทุกครั้งครูตองอธิบาย ช้ีแจงวิธีปฏิบัติกิจกรรมใหชัดเจน เพ่ือใหนักเรียน
เขาใจกระบวนการตรงกนั สง ผลใหก ารจัดกิจกรรมการเรียนรูบรรลเุ ปาหมายและมีประสทิ ธภิ าพ
1.4 ครูผสู อนเนน ยํ้าใหนักเรียนทุกคนมสี ว นรวมในการปฏิบตั กิ ิจกรรมเพื่อเปนการสง เสริมให
นกั เรยี นรจู ักการทํางานรว มกัน ชวยเหลือซึง่ กนั และกัน รบั ผิดชอบตอหนา ทแ่ี ละกลาแสดงออก
1.5 ขณะดําเนินกจิ กรรม ครสู งั เกตกระบวนการทาํ งานกลมุ ของนักเรียนแตล ะกลุม บันทึกผล
ในแบบบันทึกผลการประเมนิ นักเรียนเปน รายบคุ คล
1.6 หลังจากเสร็จสิน้ การจดั กจิ กรรมการเรียนรู ครูประเมนิ ผลการเรียนรูน กั เรยี นโดยใหท ํา
แบบทดสอบหลงั เรียน
2. ส่ิงทีค่ รตู องเตรยี ม
2.1 แผนการจัดการเรียนรู
2.2 สอ่ื การเรยี นรูท ่ใี ชในกิจกรรม
2.3 ใบความรู
2.4 ใบกจิ กรรม
2.5 แบบทดสอบ
2.6 แบบประเมนิ
3. การประเมนิ ผลการเรียนรู
3.1 ประเมินผลดานความรู
3.2 ประเมินผลดานทกั ษะกระบวนการ
3.3 ประเมนิ ผลดานเจตคติ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค
3.4 ประเมินผลความสามารถในการแกโ จทยป ญหา
ชุดที่ 3 : ความเร็วในการเคลอื่ นทขี่ องกาแล็กซี
2
คาํ ช้ีแจงสาํ หรับนกั เรียน
ชุดกิจกรรมการเรียนรูที่นักเรียนจะไดศึกษาตอไปนี้คือ ชุดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน
สานตอชุมชน ชุดท่ี 3 เร่ือง ความเร็วในการเคลื่อนท่ีของกาแล็กซี เปนชุดกิจกรรมท่ีเนนใหนักเรียน
ไดลงมือปฏิบัติกิจกรรมตามท่ีกําหนดไดดวยตนเองและกระบวนการกลุม โดยใหนักเรียนไดศึกษา สํารวจ
สงั เกต ทําการทดลอง รวบรวมขอมูล แลว สรปุ เปนองคค วามรู นักเรยี นควรปฏบิ ตั ิตามคําชี้แจงดงั ตอไปนี้
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรูโดยใชปญ หาเปนฐาน ชุดที่ 3 เรื่อง ความเร็วในการเคลื่อนท่ีของกาแล็กซี
ใชเวลาในการทาํ กจิ กรรม 2 ชว่ั โมง
2. นักเรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี น เรือ่ ง แบบจําลองการขยายตัวของเอกภพ จํานวน 10 ขอ
3. นกั เรียนศึกษาตวั ช้วี ัด จุดประสงคการเรียนรู และวิธดี าํ เนินกิจกรรม
4. นกั เรยี นแตล ะกลมุ ปฏิบตั กิ จิ กรรมการเรียนรูโดยใชปญ หาเปนฐาน มีข้นั ตอน ดังน้ี
ข้นั ที่ 1 ข้นั กําหนดปญหา นักเรยี นกาํ หนดปญหาจากสถานการณทคี่ รกู ําหนดให
ขั้นท่ี 2 ขั้นทําความเขาใจกับปญหา นักเรียนจะตองทําความเขาใจปญหาที่ตองการเรียนรู
ซึง่ นักเรียนตองสามารถอธิบายสิ่งตาง ๆ ที่เกีย่ วของกบั ปญหาได
ขัน้ ที่ 3 ขน้ั ดาํ เนนิ การศกึ ษาคนควา นักเรยี นกําหนดสง่ิ ทตี่ อ งเรียน ดําเนนิ การศกึ ษาคนควา
ดวยตนเองและวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย
ขัน้ ท่ี 4 ขนั้ สังเคราะหค วามรู เปนข้ันท่ีนักเรียนนาํ ความรทู ีไ่ ดค นความาแลกเปล่ียนเรียนรู
รว มกันอภปิ รายผลและสังเคราะหค วามรูท ่ไี ดมาวา มคี วามเหมาะสมหรือไมเพยี งใด
ข้ันที่ 5 สรุปและประเมนิ คาของคําตอบ นกั เรียนแตละกลุม สรุปผลงานของกลมุ ตนเองและ
ประเมินผลวา ขอมูลท่ีศึกษาคนควา มีความเหมาะสมหรือไมเพียงใด โดยพยายามตรวจสอบแนวคิด
ภายในกลุมของตนเองอยางอสิ ระ ทุกกลุมชวยกันสรุปองคความรใู นภาพรวมของปญหาอีกครั้ง
ข้นั ที่ 6 นําเสนอ ประเมนิ ผลงานและสานตอ ชุมชน นกั เรียนนาํ ขอ มูลทไ่ี ดมาจดั ระดับองค
ความรูและนําเสนอเปนผลงานในรูปแบบท่ีหลากหลาย นักเรียนทุกกลุมรวมท้ังผูท่ีเก่ียวของกับปญหารวมกัน
ประเมนิ ผลงาน นาํ องคความรขู ยายผลสชู ุมชน
5. นักเรียนทําใบกิจกรรมในชุดกิจกรรมการเรียนรูใหครบทุกกิจกรรม โดยสามารถศึกษาไดจาก
ใบความรูท ม่ี ีในชุดกิจกรรมการเรยี นรูหรือแหลง เรยี นรูอ น่ื เพ่มิ เติมได
6. นกั เรยี นทําแบบทดสอบหลงั เรียน เรอ่ื ง ความเร็วในการเคลือ่ นท่ขี องกาแล็กซี จํานวน 10 ขอ
ชุดที่ 3 : ความเรว็ ในการเคลอ่ื นท่ีของกาแลก็ ซี
3
แบบทดสอบกอนเรยี น
คําช้แี จง แบบทดสอบมีทั้งหมด 10 ขอ นักเรียนเลือกคําตอบทถี่ ูกตองที่สุด แลวทาํ เครอื่ งหมาย X
ลงในกระดาษคําตอบ
1. ขอมูลตอไปนีใ้ ชในการหาความเรว็ ในการเคล่ือนทอ่ี อกจากผสู งั เกตของกาแลก็ ซี ยกเวน ขอใด
1. ระยะหางระหวางกาแล็กซี
2. ผลตางของความยาวคลน่ื ของสเปกตรัมมดื ของกาแลก็ ซีท่ีกําหนดกับสเปกตรัมมดื อางองิ
3. คาเลอ่ื นทางแดง
4. ความยาวคลื่นของสเปกตรัมมืดของกาแลก็ ซีท่กี ําหนด
5. ความยาวคลน่ื ของสเปกตรัมมืดอางอิง
2. ขอใดมีความเร็วในการเคล่ือนท่อี อกจากผูสังเกตมากทีส่ ดุ
1. กาแล็กซี A มคี าเลอื่ นทางแดง 0.10 2. กาแล็กซี B มีคา เลอื่ นทางแดง 0.01
3. กาแล็กซี C มีคาเลอ่ื นทางแดง 0.20 4. กาแล็กซี D มีคา เล่ือนทางแดง 0.02
5. กาแล็กซี E มีคา เลือ่ นทางแดง 0.25
3. ขอ ใดสอดคลอ งกบั การเล่ือนทางแดง (red shift)
1. หากผลตา งของความยาวคล่นื มากจะทําใหค าเลอ่ื นทางแดงนอย
2. หากสเปกตรัมมืดเล่ือนไปทางดา นสแี ดงจะมคี วามยาวคลื่นมากข้นึ
3. หากคา เลือ่ นทางแดงมากแสดงวากาแลก็ ซนี ้นั มคี วามเรว็ ในการเคล่ือนท่ีออกจากผสู ังเกตนอย
4. คา เลือ่ นทางแดงไมสงผลตอความเรว็ ของกาแลก็ ซี
5. เปนไปไดทุกขอ
4. อตั ราสวนระหวา งผลตา งของความยาวคลน่ื สเปกตรัมของกาแล็กซีกับความยาวคลื่นสเปกตรัมอางอิง
ตอ ความยาวคล่นื สเปกตรัมอางอิงคือขอใด
1. ความเรว็ ถอยหา ง 2. ความเร็วในการเคล่ือนที่ของกาแล็กซี
3. คาเลือ่ นทางแดง 4. ความยาวคลน่ื ของสเปกตรัมมืด
5. ความยาวคล่นื ยาว
5. คาเลอื่ นทางแดงมีความสัมพันธก บั ความเร็วในการเคลือ่ นท่ีของกาแล็กซีตามขอใด
1. คาเลื่อนทางแดงมากความเร็วในการเคล่ือนที่เขาหากันของกาแล็กซมี ากดว ย
2. คาเลื่อนทางแดงนอยความเร็วในการเคลื่อนทีเ่ ขาหากันของกาแล็กซีนอ ยดวย
3. คาเลอ่ื นทางแดงมากความเรว็ ถอยหางของกาแล็กซมี ากดวย
4. คาเลอื่ นทางแดงนอยความเร็วถอยหางของกาแล็กซีมีคามาก
5. คาเลื่อนทางแดงไมมีผลตอความเรว็ ในการเคล่ือนทีข่ องกาแล็กซี
ชุดท่ี 3 : ความเร็วในการเคล่อื นที่ของกาแล็กซี
4
แบบทดสอบกอนเรยี น
6. ความยาวคลื่นของสเปกตรัมมืดของธาตไุ ฮโดรเจนแอลฟา ในกาแล็กซี O เทากบั 661 nm และ
สเปกตรมั มืดอา งอิง เทากับ 656 nm คา เล่อื นทางแดง (Z) มคี า เทา ใด
1. 5 2. 0.05 3. 0.0076
4. 656 5. -5
7. ความยาวคลน่ื ของสเปกตรมั มืดของธาตไุ ฮโดรเจนแอลฟา ในกาแล็กซี O เทา กับ 661 nm และ
สเปกตรัมมดื อางอิง เทากับ 656 nm ผลตา งของความยาวคลื่นสเปกตรัมของกาแลก็ ซกี ับความยาวคล่นื
สเปกตรัมอา งอิงมคี า เทา ใด
1. 5 nm 2. 0.05 nm 3. 0.0076 nm
4. 656 nm 5. -5 nm
8. ความยาวคลน่ื ของสเปกตรัมมืดของธาตุไฮโดรเจนแอลฟา ในกาแล็กซี O เทากับ 661 nm และ
สเปกตรัมมืดอา งองิ เทา กับ 656 nm ความเรว็ ในการเคลอ่ื นท่ขี องกาแล็กซี (v) มคี าเทา ใด
1. 22,800 กโิ ลเมตรตอวินาที 2. 65,600 กิโลเมตรตอวินาที 3. 66,100 กโิ ลเมตรตอวนิ าที
4. 50,000 กโิ ลเมตรตอวินาที 5. 7,600 กโิ ลเมตรตอวนิ าที
9. สเปกตรมั มดื อางอิงมคี าความยาวคลื่น (λo)ของธาตแุ คลเซียม เค เทากับ 393 นาโนเมตร
ถากาแล็กซี X มคี าความยาวคล่นื สเปกตรมั มืดของธาตุแคลเซยี ม เค เทากบั 397 นาโนเมตร จะมคี า เล่อื น
ทางแดงของกาแลก็ ซเี ทา ใด
1. 0.04 2. 0.02 3. 0.01
4. 0.05 5. 0.25
10. กาแล็กซใี ดมีความเร็วออกจากผสู ังเกตมากทส่ี ดุ
1. กาแล็กซี 1 มีคาความยาวคล่นื สเปกตรมั มืดของธาตุ เทากบั 394 nm
2. กาแล็กซี 2 มคี า ความยาวคลื่นสเปกตรัมมืดของธาตุ เทากบั 392 nm
3. กาแล็กซี 3 มีคาความยาวคลื่นสเปกตรมั มืดของธาตุ เทากบั 396 nm
4. กาแล็กซี 4 มคี าความยาวคลืน่ สเปกตรมั มืดของธาตุ เทากับ 397 nm
5. กาแลก็ ซี 1 มคี าความยาวคลน่ื สเปกตรัมมืดของธาตุ เทากบั 398 nm
ชุดท่ี 3 : ความเรว็ ในการเคลอื่ นที่ของกาแล็กซี
5
รายวิชา โลกดาราศาสตรแ ละอวกาศ 5 ชดุ กจิ กรรมที่ 13.1 ผลการเรียนรูที่ 3
รหัสวชิ า ว33265 ใชป ระกอบแผนจัดการเรียนรูที่ 3
ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปท ี่ 6 เวลา 50 นาที
เรอื่ ง ความเร็วในการเคลอ่ื นท่ีของกาแล็กซี
ผลการเรยี นรู
อธบิ ายหลักฐานทีส่ นับสนนุ ทฤษฎีบกิ แบง จากความสัมพนั ธระหวางความเร็วกบั ระยะทางของ
กาแล็กซี รวมทั้งขอมลู การคนพบไมโครเวฟพนื้ หลงั จากอวกาศ
จุดประสงคการเรียนรู
1. เปรยี บเทยี บตาํ แหนงของสเปกตรมั มดื ของธาตใุ นกาแลก็ ซีที่กําหนดกับเสนสเปกตรัมมืดท่ีใชอางองิ
2. อธบิ ายวธิ ีการหาความเร็วในการเคล่อื นท่ขี องกาแลก็ ซีออกจากผสู งั เกต
สาระสาํ คัญ
จากการเปรียบเทียบตาํ แหนงของเสนสเปกตรัมมดื ของธาตุในกาแล็กซีกับตําแหนง ของเสน สเปกตรัม
มดื อางอิง ทาํ ใหท ราบคา เลอื่ นทางแดงของกาแล็กซี และเมือ่ นําคาเลอื่ นทางแดงมา หาความเรว็ ในการเคลือ่ นที่
ของกาแล็กซีออกจากผูสังเกต พบวากาแล็กซีท่ีมีคาเล่ือนทางแดง มากจะมีความเร็วในการเคล่ือนท่ีออกจากผู
สงั เกตมาก
ชดุ ที่ 3 : ความเร็วในการเคล่ือนทขี่ องกาแล็กซี
6
วธิ ีดําเนินกิจกรรม
ขนั้ ท่ี 1 ขัน้ กาํ หนดปญ หา
ครนู าํ เขา สูบทเรียนโดยใชค าํ ถามดงั น้ี
• มวี ธิ ีการอยา งไรในการหาความเร็วในการเคลือ่ นที่ของกาแล็กซี (นกั เรยี นตอบตามความคดิ
เหน็ ของนักเรยี น จากน้นั ใหน กั เรยี นรว มกันอภปิ รายตามความคิดเห็นของตนเอง)
ข้นั ท่ี 2 ขน้ั ทาํ ความเขา ใจปญหา
1. ครอู ธบิ ายทบทวนและอธิบายเกีย่ วกบั สเปกตรัมมดื ความยาวคลืน่ ของสเปคตรมั มดื
พรอ มขอตกลงในการทํากิจกรรม
2. นักเรยี นแบงกลมุ ศึกษาใบกจิ กรรมที่ 3 เร่อื ง ความเร็วในการเคล่อื นทขี่ องกาแล็กซี
ปญ หา สิง่ ทีต่ อ งการรู แหลง ขอมูล
การหาคา เลื่อนทางแดงของ สมการการหาคา การเล่ือนทาง - ใบความรทู ี่ 3 เร่ือง ความเร็วใน
กาแลก็ ซี แดงของกาแล็กซี การเคลอ่ื นที่ของกาแล็กซี
- หนังสอื เรียน สสวท.
- อินเทอรเนต็
- หองสมดุ
การหาความเรว็ ในการเคล่ือนท่ี สมการการหาความเรว็ ในการ - ใบความรทู ี่ 3 เรอื่ ง ความเร็วใน
ของกาแล็กซี เคล่ือนที่ของกาแล็กซี การเคล่อื นที่ของกาแลก็ ซี
- หนังสือเรียน สสวท.
- อนิ เทอรเ นต็
- หอ งสมดุ
2. นักเรยี นรวมกันพจิ ารณาประเด็นตาง ๆ จากใบความรูและใบกิจกรรมที่ 3 เรอ่ื งความเรว็
ในการเคล่ือนท่ีของกาแล็กซี วามีประเด็นใดบางทีใ่ ชในการแกป ญหา ประเดน็ ใดทส่ี ามารถชวยตอบคําถามได
อยา งเหมาะสม
ขั้นท่ี 3 ขั้นดําเนนิ การศึกษาคน ควา
นกั เรยี นแตละกลุมชวยกนั ทํากจิ กรรมที่ 3 โดย
1. ศึกษาจุดประสงคการเรียนรูข องใบกจิ กรรมท่ี 3 ความเร็วในการเคล่อื นท่ีของกาแลก็ ซี
2. กําหนดปญหาของกิจกรรม
3. ออกแบบวธิ ดี าํ เนินการ ลงมือปฏิบตั กิ ิจกรรม ศึกษาคน ควา เพม่ิ เตมิ จากใบความรแู ละ
แหลง เรียนรอู ่นื ๆ
ชดุ ที่ 3 : ความเรว็ ในการเคลือ่ นทขี่ องกาแลก็ ซี
7
วธิ ดี าํ เนินกจิ กรรม
ข้ันที่ 4 ขั้นสังเคราะหความรู
นักเรยี นแตละกลมุ ชวยกนั ตอบคาํ ถามทา ยกิจกรรม เพื่อสงั เคราะหค วามรู และรว มกัน
อภปิ รายผลการปฏบิ ตั ใิ นใบกิจกรรมที่ 3 เร่อื ง ความเรว็ ในการเคลอื่ นทีข่ องกาแล็กซี
ขน้ั ท่ี 5 ขัน้ สรุปและประเมนิ คา ของคาํ ตอบ
ครสู อบถามและนาํ อภิปรายเพอื่ สรุปความรูโ ดยมีแนวทางคําถาม ดงั นี้
1. การหาความเร็วในการเคลื่อนท่ีออกจากผูสังเกต ใชขอมูลใดบาง (ความยาวคล่ืน
ของสเปกตรัมมดื อางอิง ความยาวคลืน่ ของสเปกตรัมมดื ของ กาแลก็ ซีท่กี ําหนด คา เลือ่ นทางแดง)
2. ผลตางของความยาวคลื่นของสเปกตรัมมืดของกาแล็กซีตาง ๆ และความยาวคล่ืนของ
สเปกตรัมมืดอา งอิงมีความสัมพันธกับคา เล่ือนทางแดงอยางไร (หากผลตางมากคาเลือ่ นทางแดงก็มากขนึ้ ดวย)
3. คาเล่ือนทางแดงของเสนสเปกตรัมมืดมีความสัมพันธกับความเร็วในการเคล่ือนที่ของ
กาแล็กซี ออกจากผูสังเกตอยางไร (คาเลื่อนทางแดงมากแสดงวากาแล็กซีนั้นมีความเร็วในการเคล่ือนที่
ออกจากผูสงั เกตมาก หากคาเลือ่ นทางแดงนอ ยแสดงวา กาแลกซีนัน้ มีความเร็วในการเคลื่อนที่ออกจากผสู ังเกต
นอย)
4. กาแล็กซใี ดอยูใกลโลกมากที่สุดและกาแล็กซีใดอยูไกลโลกมากทีส่ ุด พจิ ารณาจากขอมูลใด
(กาแล็กซี 1 อยูใกลโลกมากท่ีสุดและกาแล็กซี 3 อยูไกลโลกมากที่สุด พิจารณา จากความเร็วในการเคลื่อนที่
ของกาแล็กซีออกจากผูส งั เกต ซงึ่ จากการคาํ นวณพบวา กาแล็กซี 1 มีความเรว็ ในการเคล่อื นที่ออกจากผูสังเกต
นอ ยทส่ี ดุ ในขณะทกี่ าแล็กซี 3 มีความเรว็ ใน การเคลอ่ื นทอ่ี อกจากผสู งั เกตมากทส่ี ุด)
5. ครแู ละนักเรียนรวมกันอภปิ รายวา นอกจากการขยายตวั ของเอกภพแลว ยังมีหลกั ฐานอื่น
ท่ีนํามา ใชสนับสนุนทฤษฎีบิกแบงหรือไม จากนั้นใหนักเรียนศึกษาความรูเร่ือง ไมโครเวฟพื้นหลังจากอวกาศ
ในหนงั สอื เรียนหนา 13 และอภิปรายรวมกันโดยใชประเด็นคาํ ถามดังน้ี
• นกั วิทยาศาสตรไ ดม กี ารตรวจพบไมโครเวฟพนื้ หลงั จากอวกาศไดอยา งไร
(ไมโครเวฟพื้นหลังจากอวกาศไดถูกตรวจพบโดยบังเอิญระหวางทดสอบระบบ สัญญาณเครื่องรับวิทยุที่ติดอยู
กับกลองโทรทรรศนวิทยุ จากนั้นนักวิทยาศาสตรไดสง ดาวเทียมสํารวจอวกาศโคบีขึ้นไปในอวกาศ
เพอื่ ตรวจสอบและยนื ยนั การพบไมโครเวฟ พ้นื หลังจากอวกาศ)
• ทราบไดอ ยา งไรวา ไมโครเวฟทตี่ รวจวดั ไดเ ปนไมโครเวฟพ้ืนหลงั จากอวกาศ (ทราบไดว า
ไมโครเวฟดังกลาวเปนไมโครเวฟพ้ืนหลังจากอวกาศเน่ืองจาก ไมโครเวฟท่ีตรวจวัดไดมีการกระจายตัวอยาง
สม่ําเสมอในทกุ ทิศทางจากอวกาศ)
• ไมโครเวฟพนื้ หลังจากอวกาศท่ตี รวจพบไดนาํ มาสนบั สนุนทฤษฎีบกิ แบงไดอยางไร
(ทฤษฎบี ิกแบงกลาววา ปจ จุบันเอกภพควรมีคลน่ื แมเหล็กไฟฟาเหลืออยูในรูป ของไมโครเวฟพืน้ หลังจาก
อวกาศ ที่มสี เปกตรัมการแผรังสสี อดคลอ งกบั อณุ หภมู ิ 2.73 เคลวิน จากการสํารวจโดยใชด าวเทียมสาํ รวจ
อวกาศโคบีพบวา คล่นื ไมโครเวฟดังกลา วมกี ารกระจาย ตวั อยา งสมา่ํ เสมอในอวกาศและมคี วามสอดคลอ งกบั
ชุดที่ 3 : ความเรว็ ในการเคลื่อนท่ขี องกาแลก็ ซี
8
วธิ ีดําเนินกจิ กรรม
การแผรงั สีของวัตถดุ ําทอี่ ุณหภูมิ 2.73 เคลวิน ซ่ึงเปน อุณหภูมขิ องเอกภพในปจจุบนั ทล่ี ดลงหลงั บิกแบงและ
สอดคลองกับ แบบจาํ ลองตามทฤษฎีบิกแบงทวี่ า ปจจุบันควรมคี ลืน่ แมเ หล็กไฟฟา หลงเหลอื อยูใ นรูปของคล่ืน
ไมโครเวฟพืน้ หลังจากอวกาศที่มสี เปกตรมั การแผร ังสีสอดคลองกับอุณหภมู ิ 2.73 เคลวิน)
ข้ันท่ี 6 ขัน้ นาํ เสนอและประเมนิ ผลงาน
1. นักเรียนสงตวั แทนกลุมนําเสนอผลการทาํ กจิ กรรม
2. นักเรียนแตละกลุมรวบรวมใบกจิ กรรมที่ 3 ความเร็วในการเคลื่อนท่ีของกาแล็กซี
สงครูผูสอน
3. นกั เรยี นแตล ะกลุมสรปุ องคความรสู ําหรับการเผยแพรสูชุมชน
ชุดท่ี 3 : ความเรว็ ในการเคลอ่ื นท่ีของกาแล็กซี
9
กิจกรรมท่ี 3 ความเรว็ ในการเคลื่อนทข่ี องกาแลก็ ซี
ปญหาของกจิ กรรมนี้คอื
........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
วิธีดาํ เนนิ การเพือ่ แกป ญ หา
........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
จดุ ประสงคกิจกรรม
1. เปรยี บเทยี บตําแหนง ของสเปกตรัมมืดของธาตุในกาแลก็ ซที ี่กาํ หนดกบั เสนสเปกตรัมมดื ที่ใชอางองิ
2. อธบิ ายวธิ ีการหาความเร็วในการเคลือ่ นทีข่ องกาแลก็ ซอี อกจากผูสงั เกต
วัสดุ-อุปกรณ
1. เอกสารความรเู รอื่ ง การเปลี่ยนตําแหนงของเสน สเปกตรัมมดื 1 ชุด
2. แผนภาพการเลอื่ นทางแดงของสเปกตรัมมืดของธาตใุ นกาแลก็ ซี 1 แผน
หมายเหตุ สามารถดาวนโหลดแผนภาพและเอกสารความรไู ดจ าก QR code
วิธีการทํากจิ กรรม
1. ศึกษาการเปล่ยี นตําแหนง ของเสนสเปกตรมั มืดจากเอกสารที่กาํ หนด
2. เลือกสเปกตรมั มดื ของธาตุทีต่ อ งศึกษา จากนนั้ อา นคาความยาวคลน่ื ของสเปกตรัมมืดของธาตนุ ้นั
ในกาแล็กซี 1 2 3 และกาแล็กซีอา งองิ จากแผนภาพที่กําหนด บันทึกผล
3. หาผลตางของความยาวคล่ืนของสเปกตรัมมืดของธาตุในกาแล็กซตี าง ๆ กับความยาวคลนื่ ของ
สเปกตรัมมดื ทใี่ ชอ างองิ (∆λ) บนั ทกึ ผล
4. คํานวณคาการเลื่อนทางแดง (Z) ของแตล ะกาแลก็ ซโี ดยใชสมการจากเอกสารความรูท่ี กาํ หนด
บันทกึ ผล
5. คาํ นวณความเร็วในการเคลอ่ื นท่อี อกจากผสู งั เกต (V) ของกาแลก็ ซี โดยใชสมการจาก เอกสาร
ความรูท ่กี าํ หนด บันทกึ ผล
6. สรปุ และนําเสนอผลการทาํ กิจกรรม
ชดุ ท่ี 3 : ความเรว็ ในการเคลือ่ นทข่ี องกาแล็กซี
10
แบบบนั ทึกกิจกรรมที่ 3 ความเร็วในการเคลอื่ นที่
คาํ ถามทา ยกจิ กรรม
1. การหาความเรว็ ในการเคล่ือนท่ีออกจากผสู งั เกต ใชขอ มูลใดบา ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. ผลตางของความยาวคล่นื ของสเปกตรัมมดื ของกาแลก็ ซีตาง ๆ และความยาวคล่นื ของสเปกตรัมมดื อา งอิงมี
ความสมั พนั ธกับคา เล่ือนทางแดงอยางไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. คาเลอื่ นทางแดงของเสน สเปกตรมั มดื มีความสมั พนั ธกับความเร็วในการเคล่ือนที่ของกาแลก็ ซี
ออกจากผูส ังเกตอยางไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. กาแลก็ ซใี ดอยูใกลโ ลกมากท่ีสดุ และกาแลก็ ซีใดอยูไกลโลกมากทสี่ ดุ พจิ ารณาจากขอ มูลใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สรุปผลการทํากิจกรรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชุดที่ 3 : ความเรว็ ในการเคลื่อนที่ของกาแลก็ ซี
11
แบบบนั ทึกกจิ กรรมท่ี 3 ความเรว็ ในก0ารเคลื่อนที่ของกาแล็กซี
สรุปองคความรูส าํ หรบั การเผยแพรสชู ุมชน
……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………
…………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………
ชดุ ที่ 3 : ความเรว็ ในการเคลื่อนทขี่ องกาแลก็ ซี
12
ใบความรูท่ี 3 เร่ือง ความเรว็ ในการเคลือ่ นท่ีของกาแล็กซี
สเปกตรัม คือ คล่ืนแมเหล็กไฟฟาในชวงความถ่ีตาง ๆ หรือความยาวคล่ืนท่ีแตกตางกัน โดยมีลําดับ
ความยาวคล่ืนจากความยาวคล่ืนส้นั ไปความยาวคลน่ื ยาว คอื จากสีมว งไปสแี ดง ลาํ ดบั ดังรปู 1
ความยาวคลื่นสน้ั ความยาวคลื่นยาว
รูป 1 แถบสเปกตรมั ตอ เน่อื งของคลนื่ แมเหล็กไฟฟา
สเปกตรัมดูดกลืน หรือ สเปกตรัมมืด เกิดจากการดูดกลืนพลังงานของคล่ืนแมเหล็กไฟฟาเนื่องจาก
อะตอมของธาตุแตละชนิดจะดูดกลืนพลังงานท่ีความยาวคลื่นแตกตางกัน ทําใหแถบสีสเปกตรัมในชวงความ
ยาวคลน่ื นั้นมคี วามเขม ลดลงปรากฏเปนสีดําในบางชวงความยาวคล่ืน ดงั รปู 2
ความยาวคลื่นส้ัน ความยาวคลน่ื ยาว
รปู 2 สเปกตรัมมดื ของคลืน่ แมเหลก็ ไฟฟาในแถบสเปกตรมั ตอ เนื่อง
ชุดท่ี 3 : ความเร็วในการเคลื่อนท่ีของกาแลก็ ซี
13
ใบความรูท่ี 3 เรื่อง ความเร็วในการเคลอ่ื นที่ของกาแลก็ ซี
นกั ดาราศาสตรพ บวาเม่ือวตั ถุทองฟาเคล่ือนท่ีออกจากผสู ังเกต สเปกตรัมมดื จะเล่อื นไปทางดานสีแดง
ซึ่งมีความยาวคล่ืนเพ่ิมขึ้น เรียกวา การเลื่อนทางแดง (red shift) ซึ่งอธิบายไดดวยหลักการเดียวกับปรากฏ
การณดอปเพลอร (Doppler’s effect) จากรูป แสดงสเปกตรัมมืดของธาตุแคลเซียมของกาแล็กซี NGC379
ในกลุมดาวปลา (2) และสเปกตรัมมืดของธาตุแคลเซียมที่ไดจากการตรวจวัดในหองทดลองบนโลกซ่ึงใชเปน
สเปกตรัมอางอิง (1) เม่ือพิจารณาตําแหนงของสเปกตรัมมืดของธาตุแคลเซียมของกาแล็กซี NGC379 ในกลุม
ดาวปลาพบวาเม่ือเทียบตําแหนงกับสเปกตรัมมืดอางอิงจะอยูในตําแหนงที่มีความยาวคล่ืนมากกวา แสดงวา
กาแล็กซนี ม้ี กี ารเล่อื นทางแดง
รปู 3 สเปกตรัมของกาแลก็ ซีในกลุม ดาวปลา และสเปกตรมั มืดอางอิง
หมายเหตุ สเปกตรัมของกาแล็กซใี นภาพไดรบั การปรับสใี หตรงขามกับสีจริงทําใหเสนสเปกตรัมมืดมีสีขาว สวนสเปกตรัมทม่ี ี
ความสวา งจะมสี ดี ํา
การศึกษาเสนสเปกตรัมมืดของกาแล็กซี นอกจากทําใหสามารถบอกไดวากาแล็กซีน้ันกําลังเคลื่อนท่ี
หางออกจากโลกแลว สเปกตรัมเหลานี้ยังสามารถนํามาคํานวณเพ่ือหาความเร็วในการเคล่ือนท่ีของกาแล็กซี
ออกจากผสู ังเกตหรอื ความเร็วถอยหาง ไดอีกดวย
ชดุ ท่ี 3 : ความเรว็ ในการเคลอ่ื นทีข่ องกาแล็กซี
14
ใบความรูท่ี 3 เรื่อง ความเรว็ ในการเคล่อื นท่ขี องกาแลก็ ซี
ตัวอยางการหาความเร็วในการเคลอ่ื นที่ของกาแล็กซี มีขั้นตอนดงั น้ี
1) เลือกสเปกตรัมมดื ของธาตุใดธาตหุ น่ึงในกาแล็กซี A และสเปกตรมั มดื อางองิ ในทีน่ ีเ้ ลือกธาตุไฮโดรเจน
แอลฟา (Hα)
สเปกตรัมมืดของ CaK สเปกตรมั มดื ของ Hα
สเปกตรัมมดื ของ CaH
396 nm 661 nm
400 nm
สเปกตรมั ของกาแล็กซี A
สเปกตรัมมดื ของ CaK สเปกตรัมมดื ของ Hα
สเปกตรมั มดื ของ CaH
394 nm 656 nm
397 nm
สเปกตรมั อางอิง
2) อานคาความยาวคลื่นของสเปกตรัมมืดของธาตุไฮโดรเจน แอลฟา ในกาแล็กซี A และสเปกตรัมมืดอางอิง
ซึ่งมคี าดังน้ี
ความยาวคลืน่ ของสเปกตรัมมดื อางอิง ( λ0) = 656 nm
ความยาวคล่ืนของสเปกตรัมมืดของกาแล็กซี ( λr) = 661 nm
3) หาคา เล่ือนทางแดง (z) จากอัตราสวนระหวางผลตางของความยาวคล่ืนสเปกตรัมของกาแลก็ ซีกบั
ความยาวคลนื่ สเปกตรมั อางอิงตอความยาวคล่นื สเปกตรมั อางอิง
ไดดงั น้ี λr- λ0
λ0
คา เล่ือนทางแดง z =
= (661-656)
= 0.0067566
ชดุ ท่ี 3 : ความเร็วในการเคลอ่ื นที่ของกาแล็กซี
15
ใบความรูท่ี 3 เร่ือง ความเรว็ ในการเคลอ่ื นทข่ี องกาแลก็ ซี
4) นาํ คาเล่ือนทางแดงมาหาความเรว็ ในการเคลือ่ นที่ของกาแล็กซี (v) ไดดังน้ี
v = cz
โดย v คือ ความเร็วถอยหาง มีหนวยเปน เมตรตอ วนิ าที
c คือ ความเร็วแสง มีคา เทา กบั 3x108 เมตรตอ วนิ าที
z คือ คา เลอ่ื นทางแดง
ดงั นัน้
ความเรว็ ในการเคล่ือนทีข่ องกาแล็กซี A (v) = 3x108 x 0.0076
= 2.28 x 106 เมตรตอวนิ าที
= 22,800 กิโลเมตรตอ วินาที
ชดุ ที่ 3 : ความเร็วในการเคลอ่ื นท่ีของกาแลก็ ซี
16
แบบทดสอบหลงั เรียน
คาํ ชี้แจง แบบทดสอบมที งั้ หมด 10 ขอ นกั เรียนเลอื กคําตอบท่ีถกู ตองทส่ี ดุ แลวทาํ เครื่องหมาย X
ลงในกระดาษคําตอบ
1. ขอมูลตอไปนี้ใชในการหาความเร็วในการเคล่อื นท่อี อกจากผูสังเกตของกาแลก็ ซี ยกเวนขอใด
1. คา เลอ่ื นทางแดง
2. ระยะหางระหวางกาแล็กซี
3. ความยาวคลน่ื ของสเปกตรัมมืดอางอิง
4. ความยาวคลื่นของสเปกตรัมมืดของกาแลก็ ซีท่กี าํ หนด
5. ผลตางของความยาวคลนื่ ของสเปกตรัมมืดของกาแล็กซีท่กี าํ หนดกับสเปกตรัมมืดอางอิง
2. ขอ ใดมีความเร็วในการเคลอื่ นทอ่ี อกจากผูสังเกตมากทสี่ ดุ
1. กาแลก็ ซี E มีคา เลอ่ื นทางแดง 0.25 2. กาแล็กซี D มคี า เลื่อนทางแดง 0.02
3.กาแลก็ ซี A มคี าเลื่อนทางแดง 0.10 4. กาแล็กซี B มีคา เลื่อนทางแดง 0.01
5. กาแล็กซี C มีคา เลื่อนทางแดง 0.20
3. ขอ ใดสอดคลองกับการเล่ือนทางแดง (red shift)
1. คาเลอ่ื นทางแดงไมสง ผลตอความเร็วของกาแล็กซี
2. หากผลตา งของความยาวคลน่ื มากจะทําใหค าเล่อื นทางแดงนอ ย
3. หากสเปกตรัมมืดเลอ่ื นไปทางดา นสีแดงจะมคี วามยาวคลืน่ มากขึ้น
4. หากคา เลือ่ นทางแดงมากแสดงวา กาแล็กซีนน้ั มคี วามเรว็ ในการเคล่ือนท่ีออกจากผสู งั เกตนอย
5. เปนไปไดทุกขอ
4. อตั ราสวนระหวางผลตางของความยาวคล่ืนสเปกตรัมของกาแล็กซกี บั ความยาวคลื่นสเปกตรมั อางอิง
ตอความยาวคล่นื สเปกตรัมอางองิ คอื ขอใด
1. ความเรว็ ถอยหาง 2. ความเร็วในการเคลื่อนทข่ี องกาแลก็ ซี
3. ความยาวคลนื่ ยาว 4. คา เลือ่ นทางแดง
5. ความยาวคลืน่ ของสเปกตรัมมืด
5. คา เล่ือนทางแดงมีความสัมพนั ธก บั ความเรว็ ในการเคลอื่ นทีข่ องกาแล็กซีตามขอใด
1. คา เล่อื นทางแดงนอ ยความเรว็ ในการเคลื่อนทเ่ี ขา หากันของกาแล็กซีนอ ยดว ย
2. คา เลอ่ื นทางแดงมากความเร็วถอยหา งของกาแล็กซมี ากดวย
3. คา เลื่อนทางแดงนอ ยความเร็วถอยหางของกาแล็กซีมีคามาก
4. คา เลือ่ นทางแดงไมมผี ลตอความเร็วในการเคลื่อนทขี่ องกาแล็กซี
5. คา เลอื่ นทางแดงมากความเรว็ ในการเคลื่อนท่เี ขา หากนั ของกาแลก็ ซมี ากดวย
ชุดท่ี 3 : ความเรว็ ในการเคลอื่ นท่ีของกาแล็กซี
17
แบบทดสอบหลงั เรยี น
6. ความยาวคลืน่ ของสเปกตรมั มืดของธาตุไฮโดรเจนแอลฟา ในกาแลก็ ซี O เทากบั 661 nm และ
สเปกตรัมมืดอางองิ เทากับ 656 nm คาเล่ือนทางแดง (Z) มีคา เทาใด
1. 0.0076 2. 5 3. 0.05
4. 656 5. -5
7. ความยาวคลน่ื ของสเปกตรัมมดื ของธาตไุ ฮโดรเจนแอลฟา ในกาแล็กซี O เทากับ 661 nm และ
สเปกตรัมมืดอา งอิง เทา กบั 656 nm ความเร็วในการเคลื่อนที่ของกาแล็กซี (v) มคี าเทาใด
1. 22,800 กิโลเมตรตอวนิ าที 2. 65,600 กโิ ลเมตรตอวินาที 3. 66,100 กิโลเมตรตอวินาที
4. 50,000 กโิ ลเมตรตอวินาที 5. 7,600 กโิ ลเมตรตอ วินาที
8. ความยาวคลน่ื ของสเปกตรัมมดื ของธาตไุ ฮโดรเจนแอลฟา ในกาแลก็ ซี O เทากับ 661 nm และ
สเปกตรมั มืดอางอิง เทากบั 656 nm ผลตา งของความยาวคลน่ื สเปกตรมั ของกาแล็กซกี บั ความยาวคลื่น
สเปกตรัมอางอิงมคี าเทา ใด
1. 656 nm 2. 0.05 nm 3. -5 nm
4. 0.0076 nm 5. 5 nm
9. สเปกตรัมมดื อางอิงมีคา ความยาวคล่ืน (λo)ของธาตุแคลเซยี ม เค เทา กบั 393 นาโนเมตร
ถา กาแล็กซี X มีคาความยาวคล่ืนสเปกตรัมมดื ของธาตแุ คลเซยี ม เค เทากับ 397 นาโนเมตร จะมคี าเลือ่ น
ทางแดงของกาแลก็ ซเี ทาใด
1. 0.01 2. 0.02 3. 0.04
4. 0.05 5. 0.25
10. กาแลก็ ซีใดมีความเร็วออกจากผสู ังเกตมากทีส่ ุด
1. กาแล็กซี 1 มคี าความยาวคลืน่ สเปกตรัมมืดของธาตุ เทากบั 398 nm
2. กาแล็กซี 1 มคี าความยาวคล่นื สเปกตรมั มืดของธาตุ เทากับ 394 nm
3. กาแล็กซี 2 มคี าความยาวคล่ืนสเปกตรัมมืดของธาตุ เทากบั 392 nm
4. กาแล็กซี 3 มีคาความยาวคล่ืนสเปกตรมั มืดของธาตุ เทากบั 396 nm
5. กาแลก็ ซี 4 มคี าความยาวคลนื่ สเปกตรัมมืดของธาตุ เทากับ 397 nm
ชดุ ที่ 3 : ความเรว็ ในการเคลอื่ นทข่ี องกาแลก็ ซี
18
ภาคผนวก
ชุดท่ี 3 : ความเร็วในการเคลื่อนทข่ี องกาแล็กซี
19
เฉลยแบบทดสอบ
ขอ คาํ ตอบ ขอ คําตอบ
11 6 3
25 7 1
32 8 1
43 9 3
53 10 5
ขอ คําตอบ ขอ คําตอบ
12 6 1
21 7 1
33 8 5
44 9 1
52 10 1
ชดุ ท่ี 3 : ความเร็วในการเคล่อื นท่ขี องกาแลก็ ซี
20
แนวการตอบแบบบันทึกกจิ กรรม
แบบบนั ทกึ กจิ กรรม 3 เร่อื ง ความเร็วในการเคลื่อนท่ขี องกาแล็กซี
ปญ หาของกิจกรรมน้ีคอื
การหาคาเลื่อนทางแดงของกาแล็กซี การหาความเร็วในการเคล่อื นท่ีของกาแล็กซี
วิธีดําเนนิ การเพือ่ แกปญหา
ศกึ ษาจุดประสงคของกิจกรรม เอกสารใบความรู สบื คนแหลง เรยี นรูอ ่ืน รว มมอื ในกลมุ
แกป ญ หาตามวัตถุประสงคของใบกจิ กรรม
ตารางบันทึกผลการทาํ กิจกรรม
คาํ ถามทายกจิ กรรม
1. การหาความเรว็ ในการเคล่ือนท่ีออกจากผสู ังเกต ใชขอ มูลใดบาง
แนวคาํ ตอบ ความยาวคล่นื ของสเปกตรัมมืดอางองิ ความยาวคลื่นของสเปกตรัมมืดของกาแลก็ ซีท่ี
กาํ หนด คาเลอ่ื นทางแดง
2. ผลตางของความยาวคลืน่ ของสเปกตรัมมดื ของกาแลก็ ซตี าง ๆ และความยาวคลื่นของสเปกตรัมมืดอา งอิงมี
ความสมั พนั ธก ับคาเล่ือนทางแดงอยางไร
แนวคําตอบ หากผลตางมากคาเลื่อนทางแดงก็มากขน้ึ ดว ย
3. คา เล่อื นทางแดงของเสน สเปกตรัมมดื มีความสมั พันธก ับความเรว็ ในการเคลื่อนที่ของกาแลก็ ซี
ออกจากผูส ังเกตอยา งไร
แนวคําตอบ คา เลอ่ื นทางแดงมากแสดงวา กาแล็กซนี ้ันมีความเรว็ ในการเคลื่อนที่ออกจากผูสังเกตมาก
หากคา เล่ือนทางแดงนอ ยแสดงวากาแลก็ ซีน้ันมีความเร็วในการเคลือ่ นท่ีออกจากผสู ังเกตนอ ย
ชดุ ที่ 3 : ความเรว็ ในการเคลื่อนท่ขี องกาแล็กซี
21
แนวการตอบแบบบันทกึ กจิ กรรม
4. กาแลก็ ซใี ดอยใู กลโลกมากท่สี ดุ และกาแลก็ ซีใดอยูไกลโลกมากท่ีสดุ พิจารณาจากขอมูลใด
แนวคาํ ตอบ กาแลก็ ซี 1 อยใู กลโ ลกมากท่สี ดุ และกาแล็กซี 3 อยไู กลโลกมากท่ีสุด พิจารณาจาก
ความเรว็ ในการเคล่ือนที่ของกาแลก็ ซอี อกจากผสู ังเกต ซง่ึ จากการคํานวณพบวา กาแลก็ ซี 1 มคี วามเรว็ ในการ
เคลอื่ นที่ออกจากผูสังเกตนอยทส่ี ุด ในขณะท่ีกาแลก็ ซี 3 มีความเรว็ ในการเคลื่อนท่อี อกจากผูส ังเกตมากทส่ี ุด
สรุปผลการทํากจิ กรรม
จากการเปรยี บเทยี บตาํ แหนงของเสน สเปกตรมั มืดของธาตุในกาแล็กซกี ับตาํ แหนง ของเสนสเปกตรมั
มดื อางอิง ทาํ ใหท ราบคาเลอื่ นทางแดงของกาแล็กซี และเมือ่ นําคาเลื่อนทางแดงมาหาความเรว็ ในการเคล่ือนที่
ของกาแล็กซอี อกจากผสู งั เกต พบวา กาแลก็ ซีท่ีมีคาเลอ่ื นทางแดงมากจะมคี วามเร็วในการเคลือ่ นที่ออกจากผู
สงั เกตมาก
จากกจิ กรรมพบวา กาแลก็ ซี 3 มีคาเล่ือนทางแดงและความเร็วในการเคล่ือนที่ออกจากผสู งั เกตมาก
ท่ีสดุ สวนกาแลก็ ซี 1 มีคาเล่ือนทางแดงและความเรว็ ในการเคลื่อนท่ีออกจากผสู ังเกตนอยท่สี ุด ดงั นั้น
ความเรว็ ในการเคลื่อนที่ของกาแลก็ ซีหาไดจ ากคาเล่ือนทางแดง
สรุปองคค วามรสู าํ หรับการเผยแพรสชู ุมชน
จากกิจกรรมสรปุ ไดวาตาํ แหนงของเสน สเปกตรัมมืดของธาตุในกาแล็กซกี ับตําแหนง ของเสนสเปกตรมั
มืดอางองิ ทาํ ใหทราบคา เลือ่ นทางแดงของกาแล็กซี และเมือ่ นาํ คาเล่ือนทางแดงมาหาความเร็วในการเคล่ือนท่ี
ของกาแล็กซอี อกจากผสู งั เกต พบวา กาแลก็ ซที ีม่ ีคา เลอื่ นทางแดงมากจะมีความเรว็ ในการเคล่ือนที่ออกจากผู
สังเกตมาก (นักเรียนสะทอนผลการขยายผลสชู มุ ชน ผูปกครอง)
ชดุ ท่ี 3 : ความเร็วในการเคลอื่ นท่ีของกาแลก็ ซี
22
บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2560). ตวั ช้วี ัดและสาระการเรยี นรแู กนกลางกลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร
และเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พชมุ ชนสหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย.
สถาบันสงเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2562). คูมือครรู ายวชิ าเพ่ิมเตมิ
วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี โลก ดาราศาสตรแ ละอวกาศ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 6
เลม5. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพค รุ สุ ภาลาดพรา ว.
สุวทิ ย มูลคํา . 2546. กลยุทธการสอนคดิ แกป ญ หา.กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ.
https://www.beartai.com/article/tech-article/818998/2
https://proj14.ipst.ac.th/m4-6-earth/m6-earth-book5/earth-m6b5-001/
ชุดที่ 3 : ความเร็วในการเคล่อื นทีข่ องกาแล็กซี
23
ชุดที่ 3 : ความเรว็ ในการเคลอื่ นท่ีของกาแล็กซี