หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4
พฒั นาการของอาณาจกั รสุโขทยั
พฒั นาการของอาณาจักรสุโขทัย
• การสถาปนาอาณาจกั รสุโขทยั
• ปัจจยั ท่ีมีอิทธิพลต่อพฒั นาการในสมยั สุโขทยั
• พฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครอง
• พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจ
• พฒั นาการดา้ นสงั คม
• พฒั นาการดา้ นศิลปวฒั นธรรม
• พฒั นาการดา้ นความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประเทศ
• อิทธิพลของวฒั นธรรมตะวนั ออกท่ีมีผลต่อสุโขทยั
• การสร้างสรรคภ์ ูมิปัญญาสมยั สุโขทยั
• ความเส่ือมอานาจของอาณาจกั ร
การสถาปานาอาณาจักรสุโขทัย
• สนั นิษฐานวา่ เมืองสุโขทยั น่าจะมีความสมั พนั ธก์ บั ชาวมอญที่เมืองละโว้ (ลพบุรี)
และขอมที่เมืองพระนคร
• นอกจากน้ียงั มีความสมั พนั ธก์ บั ละวา้
หรือล้วั และลาว รวมท้งั ไตหรือชาวไทย
ท่ีอยทู่ างตอนใตข้ องจีน จนเกิดการ
ผสมผสานเป็ นชุมชนขนาดใหญ่
และสถาปนาเป็นอาณาจกั รสุโขทยั
วดั พระพายหลวง หลกั ฐานของชุมชนในยคุ แรก
• ปัจจัยภายใน
• การขยายตวั ของชุมชนสุโขทยั
• ทาเลท่ีต้งั ของแควน้ สุโขทยั
• การมีผนู้ าที่เขม้ แขง็
อนุสาวรียพ์ ่อขนุ ผาเมือง
อ. หล่มสัก จ. เพชรบูรณ์
• ปัจจยั ภายนอก
• การเส่ือมอานาจของขอม
• คนไทยในแควน้ อื่นๆ ยอมรับ
• อานาจของแควน้ สุโขทยั
ศาลตาผาแดง ลกั ษณะศลิ ปะขอมแบบบายน
• สภาพภูมิอากาศ สุโขทยั ต้งั อยทู่ ่ามกลางเทือกเขา ทาใหอ้ ากาศไม่ร้อนจนเกินไป นอกจากน้ี
ยงั มีฝนตกชุกในฤดูมรสุม
• ความอดุ มสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่ าไม้ สตั วป์ ่ า ของป่ า และแร่ธาตุต่างๆ
• การคมนาคม สุโขทยั มีเสน้ ทางการคา้ ทางน้าและทางบกที่สามารถติดต่อกบั แควน้ ต่างๆ
ไดส้ ะดวก
• สุโขทยั ไดร้ ับวฒั นธรรมภายนอกเขา้ มา
ผสมผสานกบั วฒั นธรรมเดิมของไทย
ท้งั ดา้ นศาสนา ภาษา การปกครอง กฎหมาย
และศิลปกรรม จนเกิดเป็นศิลปวฒั นธรรม
และภูมิปัญญาไทยสืบต่อมาในสมยั หลงั
อุทยานประวตั ิศาสตร์สุโขทยั
ลกั ษณะความสัมพนั ธ์ระหว่างพระมหากษตั ริย์กบั ราษฎร
• ในระยะแรกปกครองแบบ “พ่อปกครองลกู ”
• ต่อมาในสมยั พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย)
พระมหากษตั ริยท์ รงเป็น “ธรรมราชา”
แต่กม็ ีความเชื่อวา่ พระมหากษตั ริยท์ รงเป็น
สมมติเทพดว้ ยเช่นกนั
พอ่ ขนุ รามคาแหงเสดจ็ ออกรับเรื่องร้องทุกขจ์ ากราษฎร
ทิศตะวนั ออก • ไดเ้ มืองสระหลวง สองแคว (พิษณุโลก) ลุมบาจาย (หล่มเก่า)
สระคาถึงขา้ มฝ่ังแม่น้าโขง ถึงเวยี งจนั ทน์และเวยี งคา
ทศิ ตะวันตก • ไดเ้ มืองฉอด หงสาวดีจนสุดฝั่งทะเล
ทิศเหนือ • ไดเ้ มืองแพร่ น่าน พลวั่ (อ. ปัว จ. น่าน) เลยฝั่งโขงไปถึง
ทศิ ใต้ เมืองชวา (หลวงพระบาง)
• ไดเ้ มืองคณฑี (กาแพงเพชร) พระบาง (นครสวรรค)์ แพรก
(ชยั นาท) สุพรรณภูมิ ราชบุรี เพชรบุรี นครศรีธรรมราชจนสุด
ฝั่งทะเล
แผนทีแ่ สดงอาณาจกั รสุโขทยั สมยั พ่อขุนรามคาแหงมหาราช
ทิศตะวนั ออก ไดเ้ มืองสระหลวง สองแคว
(พษิ ณุโลก) ลุมบาจาย (หล่มเก่า) สระคาถึง
ขา้ มฝ่ังแม่น้าโขง ถึงเวยี งจนั ทร์และเวยี งคา
ทิศตะวนั ตก ไดเ้ มืองฉอด หงสาวดีจนสุด
ฝั่งทะเลเป็ นอาณาเขต
ทิศเหนือ ไดเ้ มืองแพร่ เมืองน่าน เมืองพลว่ั
(อาเภอบวั จงั หวดั น่าน) เลยฝ่ังโขงไปถึง
เมืองชวา (หลวงพระบาง)
ทิศใต้ ไดเ้ มืองคณฑี (กาแพงเพชร) พระบาง
(นครสวรรค)์ แพรก (ชยั นาท) สุพรรณภูมิ ราชบุรี
เพชรบุรี นครศรีธรรมราชจนสุดฝั่งทะเล
อาณาเขตการปกครองสมยั พระมหาธรรมราชาท่ี 1 (ลไิ ทย)
ทิศตะวนั ออก • มีอาณาเขตไปถึงเมืองสระหลวง สองแคว
(พิษณุโลก)
• มีอาณาเขตไปถึงเมืองปากยม (พจิ ิตร) ชากงั ราว
ทิศตะวนั ออกเฉียงใต้ สุพรรณภาว นครพระชุม (ในเขตกาแพงเพชร)
บางพาน (อ. พรานกระต่าย จ. กาแพงเพชร)
ทศิ เหนือถึงทิศ • มีอาณาเขตไปถึงเมืองราด สะคา้ และลุมบาจาย
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ ท้งั 3 เมืองอยใู่ นบริเวณลุ่มแม่น้าน่าน
รูปแบบการปกครอง
• เป็นลกั ษณะกระจายอานาจจากราชธานีไปยงั หวั เมืองต่างๆ
• เมืองต่างๆ ท่ีข้ึนอยกู่ บั กรุงสุโขทยั ตามท่ีปรากฏในศิลาจารึกรวมกนั เป็นกลมุ่ เมืองช้นั ใน
ช้นั กลาง ช้นั นอก ตามระยะทางใกลไ้ กลตามลาดบั โดยเมืองใหญ่ที่สาคญั ปกครองเมืองเลก็ ๆ
มี 4 เมือง ไดแ้ ก่ กรุงสุโขทยั (ราชธานี) ศรีสัชนาลยั กาแพงเพชร และสองแคว (พิษณุโลก)
พระมหากษตั ริยท์ รงแตง่ ต้งั พระโอรสไปปกครองเมืองดงั กล่าว (ยกเวน้ ราชธานี)
อยา่ งไรกด็ ี ในบางคร้ังท่ีมีการเปลี่ยนรัชกาล เมืองข้ึนต่างๆ ท่ีอยหู่ ่างไกลอาจต้งั ตวั
เป็นอิสระได้ เช่น เม่ือสิ้นสมยั พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช เมืองเชียงทอง (ตาก) และพระบาง
(นครสวรรค)์ ต่างต้งั ตวั เป็นอิสระ เป็นตน้
ปัจจยั ท่ีเอือ้ ต่อพฒั นาการทางด้านเศรษฐกจิ
• การใช้ระบบชลประทานในการเกษตร เช่น การสร้าง “ตระพงั ” เกบ็ น้าเพื่อใชใ้ นการเพาะปลกู
เป็ นตน้
• เป็ นศูนย์กลางในการติดต่อกบั ดนิ แดนอื่นๆ
ท้งั ภายในและภายนอกอาณาจักร ซ่ึงเอ้ือต่อ
การคา้ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
• นโยบายยกเว้นการจัดเกบ็ ภาษผี ่านด่าน
ทเี่ รียกว่า จกอบ (จงั กอบ)
ตระพงั ตระกวน ตวั อยา่ งหน่ึงของสระน้า
ลกั ษณะทางด้านเศรษฐกจิ ทสี่ าคญั
การเกษตรกรรม
• พ้นื ฐานเศรษฐกิจข้ึนอยกู่ บั อาชีพเกษตรกรรม โดยมีการจดั ระบบชลประทานเขา้ ช่วยใน
การเพาะปลูกในฤดูแลง้
การพาณิชยกรรม
• มีตลาดคา้ ขาย เรียกวา่ ตลาดปสานมีการใชเ้ งินตราในการซ้ือขายสินคา้
เช่น เบ้ีย บาท เงินพดดว้ ง
• สินคา้ ออก เช่น เครื่องเทศ ของป่ าหายาก พริกไทย น้าตาล งาชา้ ง
สินคา้ ขาเขา้ เช่น ผา้ ไหม ผา้ ทอ
การหัตถกรรม
• การผลิตเครื่องป้ันดินเผาหรือเครื่องสงั คโลก
กลุ่มคนในสังคม
กล่มุ บุคคล พระมหากษตั ริย์ กล่มุ บุคคล ไพร่
ที่มีอานาจใน ท่ีอยู่ใต้การ
การปกครอง ปกครอง
พระราชวงศ์ ข้า
(เจ้านาย)
ขนุ นาง นอกจากนี้ ยงั มีพระภกิ ษุสงฆ์เป็ นกลุ่ม
สาคญั อกี กลุ่มหน่ึงในสังคมสุโขทัยด้วย
กฏหมายและการพจิ ารณาคดี
ในสมยั สุโขทยั ไดม้ ีการตรากฎหมายในลกั ษณะต่างๆ เพื่อความเป็นระเบียบ
เรียบร้อยและความเป็นธรรมในสงั คม กฎหมายท่ีตราข้ึนในสมยั สุโขทยั จากหลกั ฐาน
ท่ีพบมีลกั ษณะตา่ งๆ ดงั น้ี
• ลกั ษณะทรัพยส์ ินมรดก
• ลกั ษณะการพจิ ารณาคดีความ
• ลกั ษณะการร้องฎีกา
• ลกั ษณะโจร
สถาปัตยกรรม
เจดียท์ รงพมุ่ ขา้ วบิณฑ์ เจดียท์ รงกลมแบบลงั กา เจดียแ์ บบลงั กาผสมศรีวชิ ยั
วดั เจดียเ์ จด็ แถว จ.สุโขทยั วดั ชา้ งลอ้ ม จ.สุโขทยั วดั เจดียเ์ จด็ แถว จ.สุโขทยั
สถาปัตยกรรม มณฑปวดั ศรีชุม
• อาคาร มีลกั ษณะเป็นอาคารโถง หรืออาคาร
ท่ีมีฝาผนงั มีหลงั คาซอ้ นกนั เป็นช้นั ๆ
• อาคารทีเ่ ป็ นรูปส่ีเหลยี่ มผืนผ้า เช่น วหิ าร
ที่วดั สวนแกว้ อุทยานนอ้ ย เมืองศรีสชั นาลยั
• อาคารที่ก่อด้วยศิลาแลง เช่น วหิ ารที่วดั
กฎุ ีราย เมืองศรีสชั นาลยั
• อาคารท่ีเป็ นปราสาทราชวงั ส่วนใหญ่
สร้างดว้ ยไม้ จึงผพุ งั ไปหมดแลว้
• อาคารทเ่ี ป็ นรูปส่ีเหลยี่ ม เช่น มณฑป
วดั ศรีชุม เมืองสุโขทยั
ประตมิ ากรรม
• การแกะสลกั ศิลปวตั ถตุ า่ งๆ
• การป้ันพระพทุ ธรูป
• การทาเคร่ืองสงั คโลก
• การป้ันเชิงเทียนและตุก๊ ตาดินเผา
พระพุทธรูปสุโขทยั ไดร้ ับการยกยอ่ งวา่
สร้างสรรคไ์ ดง้ ดงามมาก
จติ รกรรม
• มีท้งั ภาพลายเสน้ และภาพเขียน
ภาพลายเสน้ จะสลกั ลงบน
แผน่ ชนวนหิน
• จิตรกรรมฝาผนงั จะใชส้ ีแบบ
ดาแดง เรียกวา่ สีเอกรงค์
ภาพโคชานิยชาดก เป็นภาพลายเส้นสลกั บนแผน่ หิน
ภาษาและวรรณกรรม
• พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราชทรงประดิษฐอ์ กั ษรไทย เรียกวา่ ลายสือไทย
• ศิลาจารึก
• ไตรภูมิพระร่วง
สมุดภาพเร่ืองไตรภูมิพระร่วง ศลิ าจารึกสุโขทยั หลกั ที่ 1
ศาสนา ความเชื่อ และประเพณี
• มีการนบั ถือผี วญิ ญาณบรรพบรุ ุษ
• พระพทุ ธศาสนานิกายเถรวาท
• การใหท้ านและถือศีล
• การเผาเทียนเล่นไฟ
• การทอดกฐิน
• การทาบญุ และฟังธรรม
• ประเพณีการฟังเทศนม์ หาชาติ
ประเพณีจองเปรียงลอยพระประทีป
จุดประสงค์ในการสร้างความสัมพนั ธ์
• เพ่ือขยายอานาจหรือขอบเขตใหก้ วา้ งขวางออกไป
• เพ่อื รักษาความมน่ั คงและป้องกนั การรุกรานจากภายนอก
• เพือ่ ผลประโยชน์ทางการคา้
• เพ่ือเผยแพร่และรับการถ่ายทอดวฒั นธรรม
• เพ่ือรักษาสมั พนั ธไมตรีกบั รัฐอื่น
ความสัมพนั ธ์กบั ล้านนา
• มีท้งั ความสมั พนั ธ์ทางการทูต การเมือง และวฒั นธรรม
• ในสมยั พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช
ไทยดาเนินความสมั พนั ธ์ทางการทูต
กบั ลา้ นนา ดว้ ยการร่วมมือกบั พระยา
งาเมืองแห่งแควน้ พะเยาช่วยเหลือ
พระยามงั รายมหาราชเลือกชยั ภูมิ
และวางผงั เมืองราชธานีแห่งใหม่ คือ
นพบุรีศรีนครพิงคเ์ ชียงใหม่
• ในสมยั พระมหาธรรมราชาที่ 1
• (ลิไทย) ความสมั พนั ธเ์ ริ่มห่างเหินกนั
เพราะลา้ นนายดึ เมืองตากของสุโขทยั
ความสัมพนั ธ์กบั ล้านนา
• ในสมยั พระมหาธรรมราชาที่ 2
ทรงส่งพระสุมนเถระไปเผยแผ่
พระพทุ ธศาสนานิกายเถรวาทแบบ
ลงั กาวงศท์ ี่เมืองเชียงใหม่ และได้
เจรจาขอเมืองตากกลบั คืน
• ในสมยั พระมหาธรรมราชาท่ี 3
(ไสลือไทย) ทรงช่วยทา้ วยกี่ มุ กาม
พระเชษฐาของพระยาสามฝั่งแกน
แห่งลา้ นนาบุกเขา้ ตีเมืองเชียงใหม่
ทาใหเ้ กิดความบาดหมางระหวา่ ง
สุโขทยั กบั ลา้ นนากนั มากข้ึน
ความสัมพนั ธ์กบั อยุธยา
• มีท้งั ความสมั พนั ธท์ างการทูตการเมือง และระบบเครือญาติ
• ในสมยั พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) อยธุ ยายดึ เมืองพิษณุโลกของสุโขทยั ไวไ้ ด้ สุโขทยั จึง
ส่งคณะทูตไปเจรจาขอคืนไดส้ าเร็จ
• ในสมยั พระมหาธรรมราชาที่ 2 อยธุ ยาตีเมืองกาแพงเพชรของสุโขทยั ได้
สุโขทยั จึงยอมเป็นเมืองข้ึน
• ในสมยั พระมหาธรรมราชาที่ 3
(ไสลือไทย) ทรงประกาศเอกราช
แต่สุโขทยั กต็ กเป็นเมืองข้ึนของ
อยธุ ยาอีก
ความสัมพนั ธ์กบั อยุธยา
• สุโขทยั ไดส้ ร้างความสมั พนั ธท์ างเครือญาติกบั อยธุ ยา โดยพระราชธิดาของพระมหาธรรมราชา
ที่ 2 ทรงอภิเษกกบั เจา้ สามพระยา
• ภายหลงั พระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลือไทย) สวรรคต เกิดการชิงอานาจกนั ระหวา่ งพระยาบาล
กบั พระยาราม สมเดจ็ พระอินทราชาแห่งกรุงศรีอยธุ ยาทรงไกล่เกล่ียใหพ้ ระยาบาลครองเมือง
พิษณุโลก ทรงพระนามวา่ พระมหาธรรมราชาท่ี 4 (บรมปาล) ส่วนพระยารามครองเมือง
สุโขทยั
• สุโขทยั ในฐานะเมืองประเทศราชของอยธุ ยาไดถ้ ูกผนวกรวมเขา้ เป็นส่วนหน่ึงของอยธุ ยา
ใน พ.ศ. 2006 เม่ือสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยธุ ยาไดเ้ สดจ็ ข้ึนมาปกครองเมือง
พษิ ณุโลกในฐานะราชธานีแทนกรุงศรีอยธุ ยา
ความสัมพนั ธ์กบั นครศรีธรรมราช
• มีท้งั ความสมั พนั ธท์ างดา้ นการเมือง
และวฒั นธรรม
• ความสัมพนั ธ์ทางดา้ นการเมือง สันนิษฐานวา่
เร่ิมตน้ ในสมยั พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช
เม่ือสุโขทยั เขา้ ไปปกครองในฐานะเมือง
ประเทศราช
• ความสมั พนั ธ์ทางดา้ นวฒั นธรรม
โดยพอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราชนิมนตพ์ ระสงฆ์
ในพระพทุ ธศาสนานิกายเถรวาทลทั ธิลงั กาวงศ์
จากนครศรีธรรมราชข้ึนมาเผยแผท่ ่ีสุโขทยั
• หลงั สมยั พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช
ความสมั พนั ธ์เริ่มห่างเหินกนั ไป
ความสัมพนั ธ์กบั หัวเมืองมอญ
• มีท้งั ความสมั พนั ธ์ทางดา้ นการเมือง การคา้ และวฒั นธรรม
• ความสมั พนั ธท์ างดา้ นการเมืองน้นั ในสมยั พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช สุโขทยั ปกครองหวั เมือง
มอญในฐานะเมืองประเทศราช แต่ภายหลงั สิ้น
รัชสมยั หวั เมืองมอญเริ่มเป็นอิสระ
• ส่วนความสมั พนั ธ์ทางดา้ นการคา้
สุโขทยั ใชห้ วั เมืองมอญเป็นเมืองท่าคา้ ขาย
ทางดา้ นอ่าวเมาะตะมะ
• ความสัมพนั ธ์ทางดา้ นวฒั นธรรม
สุโขทยั ไดส้ ่งคณะสงฆเ์ ดินทางไปศึกษา
พระธรรมวนิ ยั กบั คณะสงฆม์ อญ
ความสัมพนั ธ์กบั ลงั กา
• เป็นความสมั พนั ธ์ทางดา้ นวฒั นธรรม
• ในสมยั พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราชทรงนิมนตพ์ ระมหาเถรสงั ฆราชจากเมืองนครศรีธรรมราช
พร้อมคณะภิกษสุ งฆน์ าพระพทุ ธศาสนานิกายเถรวาทลทั ธิลงั กาวงศม์ าเผยแผท่ ่ีสุโขทยั
• ในสมยั พระมหาธรรมราชาท่ี 1 (ลิไทย) พระอโนมทสั สีและพระสุมนเถระนา
พระพทุ ธศาสนานิกายลงั กาวงศเ์ ก่า (หรือรามญั วงศ)์ จากนครพนั มาเผยแผท่ ี่สุโขทยั
• ในสมยั พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) พระธรรมคมั ภีร์จากเชียงใหม่นาพระพทุ ธศาสนา
นิกายลงั กาวงศใ์ หม่จากลงั กามาเผยแผท่ ี่สุโขทยั
ความสัมพนั ธ์กบั จนี
• เป็นความสมั พนั ธ์ทางการคา้ ในระบบบรรณาการ
โดยเริ่มในสมยั พอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช
• การสร้างความสมั พนั ธ์อนั ดีกบั จีน ทาใหส้ ุโขทยั
ไดร้ ับประโยชนท์ างการคา้ และเร่ืองอื่นๆ เช่น
การเดินเรือทางทะเล วธิ ีการทาเคร่ืองป้ันดินเผา
จากช่างจีน
อทิ ธิพลของอารยธรรมตะวนั ออกทม่ี ผี ลต่อสุโขทยั
ด้านการเมืองการ • การปกครองท่ีทรงไวซ้ ่ึงทศพิธราชธรรม
ปกครอง • แนวคิดสมมติเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
ด้านเศรษฐกจิ • การคา้ สาเภา
• การคา้ ในระบบบรรณาการ
ด้านสังคม • พระมหากษตั ริยท์ รงมีฐานะเป็น “ธรรมราชา”
• การนบั ถือพระพทุ ธศาสนา
ด้านวฒั นธรรม • การนบั ถือพระพทุ ธศาสนา
• การทาเครื่องป้ันดินเผาหรือเครื่องสังคโลก
ด้านความสัมพนั ธ์ • ไตรภูมิพระร่วง
ระหว่างประเทศ • ภาษาขอม มอญ อินเดีย
• กฎหมายพระธรรมศาสตร์
• การรับพระพทุ ธศาสนาทาใหค้ วามสมั พนั ธ์ระหวา่ ง
สุโขทยั กบั นครศรีธรรมราช ลงั กา มอญ และลา้ นนา
เป็นไปอยา่ งราบร่ืน
• การรับการคา้ ในระบบบรรณาการทาใหส้ ุโขทยั
มีความสมั พนั ธ์ท่ีดีกบั จีน
อารยธรรมตะวนั ออกมีอทิ ธิพลต่อไทยสมยั สุโขทยั ท้งั ด้านการเมืองการปกครอง
เศรษฐกจิ สังคม วฒั นธรรม และความสัมพนั ธ์ระหว่างประเทศ ซ่ึงมสี ่วนท่นี าไปสู่การพฒั นา
ความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจกั รสุโขทยั
ปัจจัยท่ีมอี ทิ ธิพลต่อการสร้างสรรค์ภูมปิ ัญญา
ภูมปิ ัญญา หมายถึง ความรู้ ทกั ษะ ความเช่ือ และพฤติกรรมของคนไทยในการปรับตวั
ใหเ้ ขา้ กบั ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม แลว้ สร้างสรรคส์ งั คมและสง่ั สมประสบการณเ์ ป็นเวลานาน
เพ่อื อนุชนรุ่นหลงั
• ความตอ้ งการปัจจยั ในการดารงชีวติ
• ความตอ้ งการแกไ้ ขปัญหาในการดารงชีวติ
• ความตอ้ งการใหเ้ กิดความสนั ติสุขในสงั คม
• ความตอ้ งการใหเ้ กิดความมนั่ คงของอาณาจกั ร
ผลงานการสร้างสรรค์ภูมปิ ัญญาไทยในสมยั สุโขทัย
• การรู้จกั สร้างระบบชลประทานท่ีกกั เกบ็ น้าเอาไวใ้ ชใ้ นฤดูแลง้ ดว้ ยการสร้างสรีดภงส์
หรือทานบพระร่วง ตระพงั
• การรู้จกั ใชศ้ ิลาแลงมาสร้างอาคารสถานที่ตา่ งๆ
• การรู้จกั เคลือบเครื่องป้ันดินเผา หรือเคร่ืองสงั คโลก
• การรู้จกั ประดิษฐโ์ ลหกรรมสาริด
• การรู้จกั ใชว้ สั ดุที่มีส่วนผสมเหมาะสาหรับทาใหป้ ูนป้ัน
แขง็ ตวั
• การใชค้ ติความเช่ือในพระพทุ ธศาสนาควบคุมพฤติกรรม
ของคนในสงั คม
• การประดิษฐต์ วั อกั ษรไทย ท่ีเรียกวา่ ลายสือไทย
ความเสื่อมอานาจของอาณาจกั รสุโขทัย
อานาจทางทหารของ เกิดการแยง่ ชิงอานาจทาง การคา้ ขายกบั ต่างประเทศ
สุโขทยั เริ่มอ่อนแอ การเมืองภายในราชวงศ์ ซบเซา
พระร่วง