The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ฺBCNT, 2020-09-19 05:28:16

การเก็บปัสสาวะ


การเก็บปสสาวะ ( Urine Collection )






การเก็บปสสาวะ ( Urine Collection )


วิธการเก็บปสสาวะ
เขียนใบส่งตรวจและแปะฉลากบนภาชนะ โดยฉลากควรมีชื่อ นามสกล HN หมายเลขสิ่งส่งตรวจ วันที ่




และเวลาทีเก็บ และรายการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างปสสาวะให้ครบถ้วน การเก็บปสสาวะมีหลายแบบ คือ


1. การเก็บปสสาวะครั้งเดยว (Random urine)


1.1 เก็บเมือใดก็ได้ ใช้เก็บปสสาวะในงานตรวจประจ าวัน เช่น Urine analysis, Urine sugar,
urine protein, สารเสพติด และการตรวจสอบการตั้งครรภ์






1.2 ให้ผู้ปวยท าความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก แล้วถายปสสาวะช่วงแรกทิง


1.3 เก็บปสสาวะช่วงกลาง (Midstream urine) ในกระปุกเก็บปสสาวะทีแห้ง สะอาดปราศจาก



การปนเปอนให้ได้ปริมาณ 10-15 ml.




1.4 ปสสาวะช่วงท้ายทิงไป ปดฝากระปุกให้สนิท นาส่งห้องปฏิบัติการภายใน 1 ชั่วโมง

2. การเก็บปสสาวะ 24 ชั่วโมง




2.1 ขวดแก้วใส่ปสสาวะทีมีสารรักษาสภาพอยู (Toluene ปริมาณ 5-10 มล.) ห้ามล้างหรือเททิง
2.2 เหมาะส าหรับตรวจหา urea, glucose, uric acid, protein







2.3 เมือตืนนอนให้ผู้ปวยถายปสสาวะครั้งแรกทิงไป แล้วจึงเริ่มบันทึกเวลา และให้เก็บปสสาวะทุกครั้ง





ทีมีการถายปสสาวะตลอดไปจนครบ 24 ชั่วโมง (ให้เก็บปสสาวะครั้งสุดท้ายที 24 ชั่วโมงพอดี)


2.4 นาปสสาวะทั้งหมดส่งห้องปฏิบัติการทันที

3. Catheterized urine

เก็บโดยใช้สายสวนจากกระเพาะปสสาวะ นิยมเก็บในผู้ปวยทีไม่สามารถถายปสสาวะด้วยตนเองเหมาะ






กับการตรวจเบืองต้นและการเพาะเชือ

4. Suprapubic aspiration






ท าโดยใช้เข็มเจาะผ่านผนังหนาท้องบริเวณท้องนอยเข้าสู่กระเพาะปสสาวะ แล้วดูดปสสาวะออกมานิยม





เก็บในผู้ปวยทีมีการอดกั้นทางเดินปสสาวะเหมาะกับการตรวจเบืองต้น การเพาะเชือ และการตรวจทาง

เซลล์วิทยา






























การเก็บรักษาปสสาวะ (Urine preservation)




1.การนาส่งควรท าการนาส่งปสสาวะทันที ไม่ควรนานเกิน 2 ชั่วโมง เพราะองค์ประกอบตาง ๆ ของ



ปสสาวะ เช่น เซลล์, คาสท์ และสารเคมี มีการเปลียนแปลงได้ตลอดเวลา


2. ถ้าไม่สามารถท าการทดสอบได้ จาเปนต้องท าการรักษาสภาพ ซึงมีหลายวิธี เช่น การแช่เย็น การแช ่


แข็ง และการใช้สารรักษาสภาพ



3. การเลือกวิธีการรักษาสภาพ ขึนกับวิธีการทดสอบ เพราะไม่มีวิธีใดทีเหมาะกับการตรวจหาสารได้ทุก
ชนิด


4. การเก็บในตู้เย็น ( Refrigeration )



- เก็บในตู้เย็น อณหภูมิ 2-8 C นาส่งภายใน 4 ชั่วโมง

- รักษาสภาพเซลล์เม็ดเลือดและคาสท์ได้นาน 3-6 ชั่วโมง


- เก็บเพื่อเพาะเชือแบคทีเรียได้นาน 24 ชั่วโมง

- ข้อเสีย คืออาจท าให้เกิดการตกตะกอนของ amorphous urate หรือ amorphous


phosphate ท าให้บดบังการดูตะกอนชนิดอืน

5. การแช่แข็ง ( Freezing )




- ช่วยรักษาสภาพสารเคมีในปสสาวะทีสลายง่าย เช่น บิลิรูบิน ยูโรบิลิโนเจน

- ข้อเสีย คือ จะท าลายรูปร่างและองค์ประกอบอืนของเซลล์


หมายเหตุ : แต่หากไม่ท าการเก็บรักษาปสสาวะได้ตามวิธีข้างต้น จะท าให้เกิดการเปลียนแปลงทาง



กายภาพ เคมี และการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน ดังตอไปนี ้
ี่
การเปลยนแปลงทางกายภาพ (Physical change)




a) สี : เข้มขึน เนืองจากมีการ oxidation ของสารตาง ๆ

b) ความใส : ขุ่นขึน เพราะมีการเพิ่มจ านวนของแบคทีเรีย หรือการตกตะกอนของผลึก และพวก
Amorphous







c) กลิ่น : เปลียนแปลงเนืองจากมีการเพิ่มของแบคทีเรีย หรือเนืองจากแบคทีเรียเปลียนยูเรียเปน
แอมโมเนีย


การเปลียนแปลงทางเคมี (Chemical change)





a) pH : เพิ่มขึน เนืองจากแบคทีเรียเปลียนยูเรียเปนแอมโมเนีย หรืออาจลดลง เนืองจากแบคทีเรีย



หรือยีสต์เปลียนกลูโคสเปนกรด

b) กลูโคส : ลดลง เนืองจากแบคทีเรียนากลูโคสไปใช้



c) คีโตน : ลดลง เนืองจาก Acetone เปลียนเปน CO2 และ H2O หรือจากการระเหย

d) บิลิรูบิน : ลดลง เนืองจาก photo-oxidation

e) ยูโรบิลิโนเจน : ลดลง เนืองจาก oxidation





f) ไนไตรท์ : เพิ่มขึน เพราะมีการเพิ่มจานวนของแบคทีเรีย หรือลดลงเนืองจากเปลียนเปนไนโตรเจน


การเปลียนแปลงทางตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน (Microscopic change)




a) WBC , RBC , Cast : ลดลงเนืองจากการสลาย โดยเฉพาะในปสสาวะทีเจือจางและมีภาวะเปน
ด่าง

b) แบคทีเรีย : เพิ่มขึน


Click to View FlipBook Version