¤Ù่Á×Í¡ÒÃãª้ªÕÇÔµã¹àÃ×͹¨Ó¢Í§¼Ù้µ้ͧ¢Ñ§ ¡ÅØ่Á§Ò¹¾Ñ²¹ÒÃкº´้Ò¹·Ñ³±ÇÔ·ÂÒ ¡Í§·Ñ³±ÇÔ·ÂÒ ¡ÃÁÃÒª·Ñ³±์
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง ก คํานํา คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขังฉบับนี้ ไดเรียบเรียง ขึ้นใหม โดยปรับปรุง/แกไขคูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง ฉบับป พ.ศ. 2548 ใหมีความสอดคลองกับพระราชบัญญัติราชทัณฑ พ.ศ. 2560 และอนุบัญญัติที่เกี่ยวของ รวมทั้งบริบทการบริหารงาน เรือนจําที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อใหผูตองขังที่อยูในเรือนจําและผูที่ เกี่ยวของไดศึกษาหาความรูโดยเฉพาะในประเด็นของกฎ ระเบียบ ขอบังคับ สิทธิ หนาที่ ประโยชนของผูตองขัง และแนวทางการปฏิบัติ ตางๆ อันเกี่ยวของกับการปฏิบัติตัวและการใชชีวิตภายในเรือนจํา ของผูตองขัง กรมราชทัณฑหวังเปนอยางยิ่งวา คูมือการใชชีวิตในเรือนจํา ของผูตองขังฉบับนี้ จะชวยใหผูตองขังมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับ กฎ ระเบียบ ขอบังคับ และแนวทางการปฏิบัติตางๆ อันเกี่ยวของกับ การปฏิบัติตัวและการใชชีวิตภายในเรือนจําของผูตองขัง คลายความ วิตกกังวล และสามารถปฏิบัติตัวไดอยางถูกตองขณะถูกคุมขังอยูใน เรือนจํา รวมทั้งจะเปนประโยชนตอผูที่เกี่ยวของตามสมควรดวย กรมราชทัณฑ มิถุนายน 2566
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง ข สารบัญ เรื่อง หนา คํานํา ก สารบัญ ข 1. การรับตัวผูตองขังเขาคุมขังไวในเรือนจํา 1 2. กิจวัตรประจําวันของผูตองขัง (โดยสังเขป) 6 3. ทรงผมและการแตงกายของผูตองขัง 8 4. การจัดบริการอาหารใหแกผูตองขัง 9 5. การฝากเงิน 10 6. การซื้ออาหารและสิ่งของเครื่องใชจําเปน 11 7. การเยี่ยมและการติดตอกับบุคคลภายนอก 12 8. การรักษาพยาบาล 14 9. การจัดการศึกษาอบรมและฝกวิชาชีพ 15 10. การประกอบศาสนกิจของผูตองขัง 17 11. การรองทุกข 18 12. หนาที่และการงานของผูตองขัง 19 13. การจัดชั้น การเลื่อนชั้น และการลดชั้น 20 14. ประโยชนของผูตองขัง 24 15. วินัยของผูตองขังและการลงโทษทางวินัย 27 16. การพระราชทานอภัยโทษ 28
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง ค เรื่อง หนา 17. การยายผูตองขัง 33 18. การสงเคราะหผูตองขัง 36 19. ผูตองขังหญิงที่ตั้งครรภและเด็กติดผูตองขัง 37 20. การเตรียมความพรอมกอนปลอย 39 21. การปลอยตัวผูตองขังออกจากเรือนจํา 40 22. บทสงทาย 41 คณะผูจัดทํา 42
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 1 1. การรับตัวผูตองขังเขาคุมขังไวในเรือนจํา เมื่อผูตองขังถูกสงตัวเขาคุมขังไวในเรือนจําแลว จะมีขั้นตอน/ กระบวนการในการรับตัว ดังนี้ 1.1 การตรวจคนรางกายและสิ่งของที่ติดตัวมาของผูตองขัง เมื่อไดรับตัวผูตองขังเขาคุมขังไวในเรือนจํา เจาพนักงาน เรือนจําจะดําเนินการตรวจคนรางกายและสิ่งของที่ติดตัวมาของ ผูตองขังตามมาตรฐานการตรวจคน เพื่อปองกันการลักลอบนําสิ่งของ ตองหามและสิ่งของที่ไมอนุญาตเขาไปในเรือนจํา (1)สิ่งของตองหาม ไดแก - ยาเสพติดใหโทษ วัตถุออกฤทธิ์ และสารระเหย รวมถึง อุปกรณที่ใชในการเสพ - สุราหรือของมึนเมาอยางอื่น - เครื่องมืออันเปนอุปกรณในการหลบหนี - อาวุธ เครื่องกระสุนปน วัตถุระเบิด ดอกไมเพลิง และ สิ่งเทียมอาวุธปน - นํ้ามันเชื้อเพลิงหรือวัตถุอื่นใดที่กอใหเกิดเพลิงได - เครื่องคอมพิวเตอร โทรศัพท หรือเครื่องมือสื่อสารอื่น รวมทั้งอุปกรณสําหรับสิ่งของดังกลาว - อุปกรณสําหรับเลนการพนัน
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 2 - ของเนาเสียหรือของมีพิษตอรางกาย - เงินตรา - เครื่องมือและอุปกรณสําหรับสักรางกาย - สิ่งของอื่นที่อาจกอใหเกิดความเสียหายตอเรือนจํา หรือความสงบเรียบรอยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (2)สิ่งของที่ไมอนุญาต ไดแก - สิ่งของที่มีสภาพเปนของสด เสียงาย หรือของ อันตรายหรือโสโครก - ผลิตภัณฑยาสูบตามกฎหมายวาดวยการควบคุม ผลิตภัณฑยาสูบ -สิ่งของที่มีขนาด นํ้าหนัก ปริมาณ จํานวน หรือสภาพ อันจะเก็บรักษาไวในเรือนจําไมได - วัตถุ เอกสาร สิ่งพิมพ หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อไปในทาง ลามกอนาจาร หรืออาจกอใหเกิดความไมสงบเรียบรอยหรือเสื่อมเสีย ตอศีลธรรมอันดี 1.2 การตรวจสอบความถูกตองของบุคคล เมื่อดําเนินการตรวจคนรางกายและสิ่งของที่ติดตัวมา ของผูตองขังเสร็จเรียบรอยแลว เจาพนักงานเรือนจําที่รับตัวจะ ดําเนินการตรวจสอบความถูกตองวาเปนบุคคลตามชื่อที่ปรากฏ ในหมายอาญาหรือเอกสารอันเปนคําสั่งของผูมีอํานาจตามกฎหมาย หรือไม โดยการตรวจสอบชื่อ - นามสกุล และเลขประจําตัวประชาชน
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 3 ของผูตองขังตามที่ปรากฏในบัตรประจําตัวประชาชน กับชื่อจําเลย หรือบุคคล และเลขประจําตัวประชาชนของผูตองขัง (ถามี) ที่ปรากฏ ในหมายอาญาหรือเอกสารอันเปนคําสั่งของผูมีอํานาจตามกฎหมาย จากนั้น จะดําเนินการพิมพลายนิ้วมือ เพื่อเปรียบเทียบและตรวจสอบ ความถูกตองกับลายนิ้วมือที่สงมา 1.3 การจัดทําทะเบียนประวัติผูตองขัง เมื่อเจาพนักงานเรือนจําผูรับตัวไดตรวจสอบจนแนใจ แลววา ผูตองขังที่รับตัวมาเปนบุคคลเดียวกับบุคคลตามหมายอาญา หรือเอกสารอันเปนคําสั่งของผูมีอํานาจตามกฎหมาย เจาพนักงาน เรือนจําจะดําเนินการจัดทําทะเบียนประวัติผูตองขัง (เบื้องตน) โดยมี รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังตอไปนี้ - ชื่อและนามสกุลของผูตองขัง เลขประจําตัวประชาชน หรือเอกสารแสดงตนของผูตองขังเทาที่ทราบ - ขอหาหรือฐานความผิดที่ผูตองขังนั้นไดกระทํา - บันทึกลายนิ้วมือหรือสิ่งแสดงลักษณะเฉพาะของบุคคล และตําหนิรูปพรรณ - สภาพของรางกายและจิตใจ ความรูและความสามารถ 1.4 การตรวจรางกาย เมื่อดําเนินการจัดทําทะเบียนประวัติผูตองขังเสร็จแลว ผูตองขังจะไดรับการตรวจรางกายและการตรวจคัดกรองสุขภาพ
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 4 โดยแพทย พยาบาล หรือเจาพนักงานเรือนจําที่ผานการอบรมดาน การพยาบาล ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานดานการแพทยและการ สาธารณสุข 1.5 การจัดการเกี่ยวกับสิ่งของที่ติดตัวมาของผูตองขัง สิ่งของที่ติดตัวมาของผูตองขัง ใหแยกเปนสิ่งของตองหาม สิ่งของที่อนุญาต สิ่งของที่ไมอนุญาต และเงินสดหรือสิ่งของมีคา แลวใหดําเนินการ ดังนี้ (1) สิ่งของตองหาม ถาไมใชของที่มีไวนอกเรือนจําแลว เปนความผิดอาญา ใหจัดการแบบเดียวกับสิ่งของที่ไมอนุญาต แตถา เปนของที่มีไวนอกเรือนจําแลวเปนความผิดตามกฎหมาย ใหยึดไว เปนของกลางแลวแจงความดําเนินคดีตอพนักงานสอบสวน (2) สิ่งของที่อนุญาต (เชน เครื่องแตงกาย สิ่งของเกี่ยวกับ การรักษาอนามัย) ใหผูตองขังเก็บไวในล็อกเกอรสวนตัวเทานั้น หามนํา ขึ้นไปเก็บไวบนเรือนนอน (3) สิ่งของที่ไมอนุญาต ใหเจาพนักงานเรือนจําแยกเก็บไว แลวดําเนินการสงคืนญาติ จําหนาย หรือทําลาย ตามหลักเกณฑและ วิธีการที่กรมราชทัณฑกําหนด (4) เงินสดหรือสิ่งของมีคา (เชน สรอย แหวน นาิกา เครื่องประดับ พระเครื่อง) หากผูตองขังไมสามารถมอบไวกับญาติได ใหเรือนจํารับฝากไวใหกับผูตองขังตามตามหลักเกณฑและวิธีการที่ กรมราชทัณฑกําหนด
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 5 1.6 การชี้แจงระเบียบ/ขอบังคับของเรือนจํา เจาพนักงานเรือนจําจะแจงใหผูตองขังทราบถึงขอบังคับ เรือนจํา ระเบียบกรมราชทัณฑเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวของผูตองขัง และสิทธิ หนาที่ และประโยชนที่ผูตองขังจะพึงไดรับตามที่กําหนดไว ในพระราชบัญญัติราชทัณฑ รวมทั้งเรื่องอื่นที่จําเปน และจะบันทึก การแจงนี้ไวในทะเบียนประวัติผูตองขังดวย ทั้งนี้ หากผูตองขังมี ขอสงสัยหรือมีสิ่งใดที่ไมเขาใจก็สามารถสอบถามขอมูลเพิ่มเติมจาก เจาพนักงานเรือนจําได 1.7 การสงตัวไปยังแดนแรกรับหรือสถานที่แรกรับ เมื่อเจาพนักงานเรือนจําไดดําเนินการในเรื่องตาง ๆ ที่ กําหนดไวขางตนครบถวนแลว จะสงตัวผูตองขังไปคุมขังยังแดนแรกรับ หรือสถานที่แรกรับ เพื่อใหผูตองขังไดปรับตัว/สรางความคุนเคยกับ สภาพแวดลอมและกฎระเบียบของเรือนจํา และรอการพิจารณาจําแนก ลักษณะผูตองขังตามกระบวนการตอไป 1.8 การจําแนกลักษณะผูตองขัง เจาหนาที่จําแนกลักษณะผูตองขังจะดําเนินการสัมภาษณ หรือสอบประวัติผูตองขังเปนรายบุคคลอยางละเอียด แลวนําขอมูล ที่ไดไปเสนอตอคณะทํางานเพื่อจําแนกลักษณะของผูตองขังประจํา เรือนจํา เพื่อกําหนดแผนการปฏิบัติตอผูตองขังรายบุคคล (ทั้งในดาน การควบคุมและการอบรมแกไขฟนฟูเพื่อพัฒนาพฤตินิสัย)
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 6 2. กิจวัตรประจําวันของผูตองขัง (โดยสังเขป) วันธรรมดา เวลา 05.30 น. ใหสัญญาณปลุก และปฏิบัติศาสนกิจ เวลา 06.00 น. ลงจากเรือนนอน และปฏิบัติกิจวัตรสวนตัว เวลา 06.30 น. ฝกกายบริหาร เวลา 07.00 น. รับประทานอาหารเชา เวลา 08.00 น. เคารพธงชาติและอบรมระเบียบวินัย เวลา 08.30 น. เขารับการศึกษาอบรมหรือฝกวิชาชีพ เวลา 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน เวลา 13.00 น. เขารับการศึกษาอบรมหรือฝกวิชาชีพ เวลา 15.30 น. เลนกีฬา และปฏิบัติกิจวัตรสวนตัว เวลา 16.00 น. รับประทานอาหารเย็น เวลา 16.30 น. ขึ้นเรือนนอน เวลา 18.00 น. เคารพธงชาติ และปฏิบัติศาสนกิจ เวลา 21.00 น. เขานอน วันหยุดราชการ เวลา 05.30 น. ใหสัญญาณปลุก และปฏิบัติศาสนกิจ เวลา 06.00 น. ลงจากเรือนนอน และปฏิบัติกิจวัตรสวนตัว เวลา 06.30 น. ฝกกายบริหาร
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 7 เวลา 07.00 น. รับประทานอาหารเชา เวลา 08.00 น. เคารพธงชาติทําความสะอาดประจําสัปดาห และพักผอนตามอัธยาศัย เวลา 12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน เวลา 13.00 น. ศึกษาหลักศาสนาหรือปฏิบัติศาสนกิจ เวลา 14.00 น. เลนกีฬา หรือกิจกรรมนันทนาการ เวลา 15.00 น. ปฏิบัติกิจวัตรสวนตัว เวลา 16.00 น. รับประทานอาหารเย็น เวลา 16.30 น. ขึ้นเรือนนอน เวลา 18.00 น. เคารพธงชาติ และปฏิบัติศาสนกิจ เวลา 21.00 น. เขานอน หมายเหตุ: กําหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงไดตามความเหมาะสม/ ตามสภาพของแตละเรือนจํา
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 8 3. ทรงผมและการแตงกายของผูตองขัง 3.1 ทรงผม ผูตองขังจะตองตัดผมหรือไวผมใหเปนไปตามระเบียบที่ กรมราชทัณฑกําหนด เวนเแตวาการตัดผมหรือการไวผมตามทรงที่ กําหนดไวในระเบียบจะขัดตอลัทธิศาสนาของผูตองขังนั้น ทั้งนี้ ผูตองขังจะตองตัดผมอยางนอยเดือนละ 1ครั้ง และ จะตองรักษาความสะอาดอยูเสมอเพื่อสุขอนามัยที่ดี 3.2 การแตงกาย ผูตองขังจะตองแตงกายดวยเครื่องแตงกายตามแบบที่ กรมราชทัณฑกําหนด ตามประเภทของผูตองขัง
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 9 4. การจัดบริการอาหารใหแกผูตองขัง ผูตองขังจะไดรับการจัดเลี้ยงอาหารวันละ 3 มื้อ โดยไมเสีย คาใชจาย โดยรายการอาหารที่นํามาจัดเลี้ยงนั้น จะไดรับการวิเคราะห โดยนักโภชนาการแลววาเหมาะกับสุขภาพรางกายของผูตองขัง เปนไปตามหลักโภชนาการ ถูกสุขอนามัย มีปริมาณแคลอรี่ที่เหมาะสม ไมมากหรือนอยเกินไปในแตละมื้อ มีสารอาหารครบถวน และเหมาะสม กับงบประมาณคาอาหารผูตองขังที่กรมราชทัณฑไดรับการจัดสรร
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 10 5. การฝากเงิน ผูตองขังทุกคนจะมีบัญชีเงินฝากเพื่อใชสําหรับซื้ออาหารและ สิ่งของเครื่องใชที่จําเปนในชีวิตประจําวัน โดยผูตองขังแตละคนจะ สามารถมีเงินฝากในบัญชีเงินฝากและใชจายตอวันไดไมเกินจํานวน ที่กําหนดไวในระเบียบกรมราชทัณฑที่เกี่ยวของ แตในกรณีที่มีความ จําเปนผูตองขังก็สามารถเขียนคํารองเพื่อขอใชจายเงินมากกวาจํานวน ที่กําหนดไวในระเบียบได นอกจากนี้แลว ญาติของผูตองขังก็สามารถฝากเงินใหกับ ผูตองขังได โดยอาจจะมานําฝากที่เรือนจํากับงานเงินฝากผูตองขัง ในวันที่มาเยี่ยมผูตองขัง หรือนําฝากผานทางธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) โดยในกรณีนี้ ญาติสามารถติดตอขอออกบัตรเงินฝาก ผูตองขังและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมไดที่เรือนจําที่ผูตองขัง ถูกคุมขังอยู
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 11 6. การซื้ออาหารและสิ่งของเครื่องใชจําเปน ภายในเรือนจําแตละแหงจะมีการจัดตั้งรานสงเคราะหผูตองขัง เพื่อจําหนายอาหารและสิ่งของเครื่องใชที่จําเปนในชีวิตประจําวัน ใหแกผูตองขัง ซึ่งผูตองขังสามารถสั่งซื้อสินคานั้นได โดยทางเรือนจํา จะหักเงินจากบัญชีเงินฝากของผูสั่งซื้อ นอกจากนี้แลว ญาติของผูตองขังก็สามารถสั่งซื้อสินคาใหกับ ผูตองขังไดเชนกัน โดยสั่งซื้อสินคาและชําระเงินที่รานสงเคราะห ผูตองขัง (บริเวณดานหนาเรือนจํา) หรือสั่งซื้อสินคาและชําระเงิน ทางออนไลน และทางเรือนจําจะนําสงสินคาที่สั่งซื้อไวใหกับผูตองขัง ตามรอบการจัดสงสินคาตอไป
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 12 7. การเยี่ยมและการติดตอกับบุคคลภายนอก ผูตองขังจะไดรับการเยี่ยมหรือการติดตอกับบุคคลภายนอก ไดหลายวิธีดวยกัน ไดแก 7.1 การเยี่ยมญาติกรณีปกติ บิดา มารดา บุตร คูสมรส ญาติ หรือเพื่อนที่ผูตองขังแจง รายชื่อไวกับทางเรือนจํา สามารถเขาเยี่ยมหรือติดตอกับผูตองขังได ตามวันและเวลาที่ทางเรือนจํากําหนด (เวนแตอยูในระหวางถูกลงโทษ ทางวินัยใหตัดการอนุญาตใหไดรับการเยี่ยมเยียนหรือติดตอ) 7.2 การพบทนายความ ทนายความสามารถเขาพบผูตองขังได (เฉพาะในเรื่องที่ เกี่ยวกับคดีความ) ตั้งแตเวลา 09.00 นาิกา ถึงเวลา 15.30 นาิกา ของวันราชการ 7.3 การเยี่ยมญาติใกลชิด การเยี่ยมญาติใกลชิด เปนกิจกรรมการเยี่ยมญาติที่จัดขึ้น ในโอกาสพิเศษ โดยผูตองขังและญาติจะสามารถสัมผัส พูดคุย และ นั่งรับประทานอาหารหรือทํากิจกรรมรวมกันไดอยางใกลชิดในสถานที่ ที่เรือนจําจัดไวให ทั้งนี้ ผูตองขังที่เขารวมกิจกรรมจะตองเปนผูตองขัง ที่มีความประพฤติดี ไมกระทําผิดวินัย และมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 13 ที่เรือนจํากําหนด โดยทางเรือนจําจะประกาศแจงรายละเอียดเกี่ยวกับ การเยี่ยมใหญาติของผูตองขังไดทราบลวงหนา เพื่อจะไดจัดเตรียม เอกสารและติดตอจองรอบการเขาเยี่ยม 7.4 การเยี่ยมผูตองขังปวย ในกรณีที่ผูตองขังปวยอาการหนักและไดรับการรักษาตัวอยู ในสถานพยาบาลของเรือนจํา ญาติของผูตองขังหรือผูที่ผูตองขังปวย รองขอ อาจไดรับอนุญาตใหเขาเยี่ยมผูตองขังปวยอยางใกลชิดไดที่ สถานพยาบาลของเรือนจําหรือสถานที่อื่นใดอันสมควร ในระหวางวัน และเวลาราชการ ครั้งละไมเกิน 30 นาที 7.5 การเยี่ยมโดยใชเทคโนโลยีสารสนเทศ ในเรือนจําที่นําเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งระบบและ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกสที่เกี่ยวของ เชน ระบบการเยี่ยมญาติทางไลน (Line) ระบบการเยี่ยมญาติทางไกลผานจอภาพ (VDO Conference) หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส มาใชเพื่อสนับสนุนการเยี่ยมญาติ ผูตองขัง และญาติของผูตองขังสามารถเขาใชบริการไดตามวิธีการและเงื่อนไขที่ เรือนจํากําหนด 7.6 การติดตอทางจดหมาย ผูตองขังและญาติของผูตองขังสามารถเขียนจดหมายเพื่อ ติดตอสื่อสารถึงกันได โดยจดหมายนั้นจะตองไดรับการตรวจสอบ จากเจาหนาที่กอนตามระเบียบกรมราชทัณฑที่เกี่ยวของ
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 14 8. การรักษาพยาบาล ในเรือนจําจะมีสถานพยาบาลสําหรับการรักษาอาการเจ็บปวย เบื้องตนและการใหคําปรึกษาดานสุขภาพใหแกผูตองขัง กรณีที่ ผูตองขังมีอาการเจ็บปวยก็ใหแจงตอเจาพนักงานเรือนจํา เพื่อขอ อนุญาตไปเขารับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลเรือนจํา โดยไมตอง เสียคาใชจายใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ หากอาการเจ็บปวยของผูตองขัง เกินขีดความสามารถของสถานพยาบาลเรือนจําหรือตองไดรับการ บําบัดรักษาเฉพาะดาน ทางเรือนจําจะสงตัวผูตองขังไปเขารับการ รักษายังสถานพยาบาลภายนอกเรือนจําและหากมีคารักษาพยาบาลที่ ไมสามารถเบิกจายไดตามสิทธิผูตองขังหรือญาติของผูตองขังจะตอง เปนผูรับผิดชอบคาใชจายในสวนที่เกินสิทธิการรักษานั้นเอง สําหรับผูตองขังที่มีอาการเจ็บปวยและรักษาตัวอยูภายนอก เรือนจํามากอน และตองใชยารักษาโรคประจําตัว หากจะนํายาเขามา ใชในเรือนจําได จะตองผานการตรวจสอบและไดรับอนุญาตจากแพทย หรือบุคลากรทางการแพทยที่มีอํานาจอนุญาตเสียกอน
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 15 9. การจัดการศึกษาอบรมและฝกวิชาชีพ นอกจากภารกิจในการควบคุมผูตองขังใหมีประสิทธิภาพแลว เรือนจําตาง ๆ ยังมีภารกิจสําคัญในการแกไข บําบัด ฟนฟู และพัฒนา ผูตองขัง เพื่อใหสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่พึงประสงค ของสังคม ไมหวนกลับมากระทําผิดซํ้า และสามารถดํารงชีวิตในสังคม ภายนอกไดอยางปกติโดยสังคมใหการยอมรับ โดยกิจกรรมการพัฒนา พฤตินิสัยหลัก ๆ ที่แตละเรือนจําดําเนินการ ไดแก การจัดการศึกษา อบรมและฝกวิชาชีพใหแกผูตองขัง ซึ่งมีรายละเอียดพอสังเขป ดังนี้ 9.1 การจัดการศึกษา นโยบายการจัดการศึกษาใหแกผูตองขัง ถือเปนกลไกหลัก ที่สําคัญในการแกไขพฤตินิสัยผูตองขังใหมีทักษะความรูและไมหวน กลับมากระทําผิดซํ้า ดังนั้น ภายในเรือนจําตาง ๆ จึงจัดการศึกษา ใหแกผูตองขังในหลากหลายระดับ ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน การศึกษา สายอาชีพ การศึกษาระดับอุดมศึกษา และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อใหผูตองขังมีความพรอมในการกลับสูสังคมและมีชีวิตภายหลัง พนโทษที่มีคุณภาพ (ทั้งนี้ หากผูตองขังคนใดตองการศึกษาขั้นสูงกวา การศึกษาขั้นพื้นฐาน ผูตองขังนั้นตองเปนผูรับผิดชอบคาใชจาย ในการศึกษาดังกลาวเอง โดยทางเรือนจําจะอํานวยความสะดวกให ตามสมควร)
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 16 9.2 การอบรมวิชาชีพและฝกทักษะการทํางาน ภายในเรือนจําจะมีการจัดการอบรมวิชาชีพและฝกทักษะ การทํางานในสาขาตาง ๆ ใหแกผูตองขัง เพื่อใหผูตองขังไดรับการ พัฒนาทักษะฝมือในการประกอบอาชีพที่สุจริต ซึ่งแตละเรือนจําจะมี การจัดการอบรมวิชาชีพและฝกทักษะการทํางานในหลากหลายรูปแบบ ทั้งหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรระยะยาว รวมทั้งอาจมีการฝกทักษะ การทํางานในระบบโรงงาน โดยถือวาเปนการฝกวิชาชีพตามหลักสูตร มาตรฐาน ทําใหผูตองขังเกิดทักษะและความชํานาญในวิชาชีพนั้น ๆ ซึ่งสามารถยกระดับฝมือใหสูงขึ้นเทียบเทามาตรฐานแรงงานภายนอก และสรางความเชื่อมั่นใหกับผูประกอบการที่จะเขามาสนับสนุนและ วาจางแรงงานผูตองขังได
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 17 10. การประกอบศาสนกิจของผูตองขัง นอกเหนือจากการศึกษาอบรมและฝกวิชาชีพแลว ทางเรือนจํา ยังไดจัดหาภิกษุ นักบวช ผูปฏิบัติหนาที่อนุศาสนาจารย หรือผูนํา ทางศาสนาที่ผูตองขังนับถือ เพื่อสอนธรรมะ ใหคําแนะนําทางจิตใจ หรือประกอบศาสนกิจแกผูตองขังในเรือนจํา ตามโอกาสและความ เหมาะสม โดยเฉพาะในวันสําคัญของประเทศไทย วันสําคัญของแตละ ศาสนา หรือวันสําคัญของสถาบันพระมหากษัตริย ทั้งนี้ ทางเรือนจํา ใหสิทธิกับผูตองขังในการนับถือศาสนา การครอบครองหนังสือธรรมะ หรือคูมือพิธีกรรมของศาสนาที่ตนนับถือ และการประกอบกิจกรรม ทางศาสนาตามที่ตนนับถือได
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 18 11. การรองทุกข ในกรณีที่ผูตองขังมีขอของใจหรือไดรับความเดือดรอนหรือ ไมไดรับความเปนธรรมเกี่ยวกับสภาพความเปนอยูในเรือนจําหรือ แนวทางการปฏิบัติงานของเจาพนักงานเรือนจํา ผูตองขังมีสิทธิที่จะ ยื่นคํารองทุกข หรือเรื่องราวใด ๆ ตอเจาพนักงานเรือนจํา ผูบัญชาการ เรือนจํา อธิบดี รัฐมนตรี หรือหนวยงานของรัฐที่เกี่ยวของ หรือ ทูลเกลาฯ ถวายฎีกาตอพระมหากษัตริยโดยในการยื่นคํารองทุกข ใหผูตองขังยื่นตอเจาพนักงานเรือนจํา หรือสถานที่ที่เรือนจําจัดไว เพื่อดําเนินการจัดสงไปยังบุคคลหรือหนวยงานที่ผูตองขังประสงค ก็ได ทั้งนี้ ผูตองขังจะยื่นคํารองทุกขดวยวาจาหรือโดยทําเปนหนังสือ ก็ได โดยในการเขียนหนังสือรองทุกขหรือเรื่องราวใด ๆผูตองขังจะตอง เขียนในสถานที่ที่เรือนจําจัดใหและจะตองเขียนดวยตนเอง เวนแตวา ไมสามารถเขียนดวยตนเองได ก็ใหเจาพนักงานเรือนจําพิจารณาให ความชวยเหลือตามความประสงคของผูตองขัง และในกรณีที่ผูตองขัง ไมสามารถจัดหาเครื่องเขียนสวนตัวได เจาพนักงานเรือนจําจะเปน ผูจัดหาให
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 19 12. หนาที่และการงานของผูตองขัง 12.1 หนาที่ของผูตองขัง ผูตองขังมีหนาที่ตองปฏิบัติตามคําสั่งของเจาพนักงาน เรือนจํา ขอบังคับเรือนจํา และระเบียบกรมราชทัณฑรวมทั้งมีหนาที่ ในการรักษาวินัย และการตั้งใจเขารับการศึกษาอบรม ฝกวิชาชีพ หรือ สงเสริมทักษะการทํางาน ตามหลักสูตร/โครงการที่เรือนจําจัดขึ้น 12.2 การงานของผูตองขัง เพื่อประโยชนในดานการควบคุม พัฒนาพฤตินิสัย และ การรักษาความเรียบรอยภายในเรือนจํา เจาพนักงานเรือนจํามีอํานาจ สั่งใหผูตองขังทํางานอยางหนึ่งอยางใด ดังตอไปนี้ (1) ทํางานสาธารณะ (2) ทํางานรักษาความสะอาดหรืองานสุขาภิบาลของ เรือนจํา (3) ทํางานบํารุงรักษาเรือนจํา (4) ทํางานอื่นใดเพื่อประโยชนของทางราชการ ทั้งนี้ ผูตองขังไมมีสิทธิไดรับคาจางจากการงานที่ไดทํา แตในกรณีที่การงานที่ไดทําไปนั้นกอใหเกิดรายไดผูตองขังอาจไดรับ เงินรางวัลตอบแทนจากการงานนั้นได
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 20 13. การจัดชั้น การเลื่อนชั้น และการลดชั้น ชั้นของผูตองขัง เปนกลไกหนึ่งในการบริหารจัดการเรือนจํา และการแกไขฟนฟูผูตองขัง เนื่องจากชั้นของผูตองขังจะบงบอกถึง ประโยชนที่ผูตองขังจะไดรับ เชน การไดรับความสะดวกในเรือนจํา การไดรับแตงตั้งใหมีตําแหนงหนาที่ชวยเหลือเจาพนักงานเรือนจํา การไดรับพระราชทานอภัยโทษ การลดวันตองโทษจําคุก การพัก การลงโทษ เปนตน โดยชั้นของผูตองขังจะแบงออกเปน 6ชั้น ดังตอไปนี้ (1) ชั้นเยี่ยม (2) ชั้นดีมาก (3) ชั้นดี (4) ชั้นกลาง (5) ชั้นตองปรับปรุง (6) ชั้นตองปรับปรุงมาก 13.1 การจัดชั้น เมื่อผูตองขังคดีถึงที่สุดแลว (มีสถานะเปนนักโทษ เด็ดขาดแลว) ใหจัดอยูใน “ชั้นกลาง” เวนแตกรณีดังตอไปนี้
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 21 (1)ผูตองขังสัญชาติไทยซึ่งถูกคุมขังนอกราชอาณาจักร มาแลวไมเกิน 3 ป เมื่อรับโอนตัวมาคุมขังในราชอาณาจักร ใหจัดอยู ในชั้นกลาง หากถูกคุมขังมาแลวมากกวา 3 ป ใหจัดอยูในชั้นดี โดยให จัดชั้นตั้งแตวันที่รับตัวเขามาคุมขังในเรือนจํา (2)กรณีศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดใหเพิ่มโทษฐานกระทํา ความผิดซํ้า ตามมาตรา 92 หรือมาตรา 93 แหงประมวลกฎหมาย อาญา หรือตามกฎหมายอื่น ใหจัดอยูในชั้นตองปรับปรุง (3)กรณีปรากฏขอเท็จจริงวาเคยตองโทษจําคุกและ พนโทษแลว กลับมากระทําความผิดอีกภายใน 5 ปนับแตวันที่พนโทษ จําคุกคราวกอน โดยความผิดทั้งสองคราวนั้นไมใชความผิดที่กระทํา โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ใหจัดอยูในชั้นตองปรับปรุง (4)กรณีปรากฏขอเท็จจริงวาเคยตองโทษจําคุกและ พนโทษแลว กลับมากระทําความผิดและตองโทษจําคุกในคราวนี้อีก เปนครั้งที่3 หรือมากกวา โดยความผิดนั้นไมใชความผิดที่กระทําโดย ประมาทหรือความผิดลหุโทษ ใหจัดอยูในชั้นตองปรับปรุงมาก (5)กรณีกระทําความผิดในคดีอุกฉกรรจ คดีสะเทือนขวัญ หรือคดีที่เปนที่สนใจของประชาชน ตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด ใหจัดอยูในชั้นตองปรับปรุงมาก (6)ผูตองขังซึ่งกระทําความผิดหลายคดี ใหจัดชั้นดังนี้
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 22 (6.1) เมื่อคดีใดคดีหนึ่งถึงที่สุด ใหผูบัญชาการเรือนจํา พิจารณาจัดชั้นตามขอ (1) – (5) และอาจไดรับการพิจารณาเลื่อนชั้น แมคดีอื่นยังไมถึงที่สุด (6.2) คดีที่ไดรับการพิจารณาจัดชั้นและอาจไดรับการ เลื่อนชั้นตามขอ (6.1) แมจะครบกําหนดโทษแลว แตถาผูตองขังผูนั้น ยังถูกคุมขังอยูในเรือนจําในคดีอื่นที่ยังไมถึงที่สุดใหคงชั้นของผูนั้นไว จนกวาคดีอื่นจะถึงที่สุด และใหจัดชั้นตามเดิมที่คงไว (7) คดีตามขอ (6) เมื่อศาลมีคําพิพากษาถึงที่สุดในภายหลัง และเปนกรณีที่จะตองมีการจัดชั้นตามขอ (2) และ (5) ใหดําเนินการ จัดชั้นผูนั้น โดยถือเสมือนเปนผูตองขังเขาใหม ตามขอ (2) และ (5) แลวแตกรณี เวนแตเปนผูตองขังซึ่งอยูในชั้นตองปรับปรุงมาก ใหคง ชั้นตองปรับปรุงมากไวตามเดิม 13.2 การเลื่อนชั้น (1) การเลื่อนชั้นกรณีปกติ จะเลื่อนตามลําดับชั้น ครั้งละ 1 ชั้น โดยในกรณีที่ผูตองขังมีกําหนดโทษจําคุกเกินกวา 3 ปหรือ ตองโทษจําคุกหลายคดีจะไดรับการพิจารณาเลื่อนชั้นปละ 2ครั้ง คือ ในวันสิ้นเดือนมิถุนายนครั้งหนึ่ง และในวันสิ้นเดือนธันวาคมครั้งหนึ่ง สําหรับผูตองขังที่มีกําหนดโทษจําคุกไมเกิน 3 ป และตองโทษจําคุก เพียงคดีเดียว จะไดรับการพิจารณาเลื่อนชั้นปละ 3 ครั้ง คือ ในวัน สิ้นเดือนเมษายนครั้งหนึ่ง ในวันสิ้นเดือนสิงหาคม ครั้งหนึ่ง และในวัน สิ้นเดือนธันวาคมครั้งหนึ่ง
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 23 (2) การเลื่อนชั้นกรณีมีเหตุพิเศษ คือ การเลื่อนชั้นกอน กําหนดเวลาหรือเลื่อนขามชั้นใหแกผูตองขังที่มีความเสียสละอุทิศตน ชวยเหลือทางราชการและประกอบคุณงามความดีแกทางราชการ ดีเดนเปนพิเศษ เชน เขาตอสู ขัดขวาง หรือปองกันการหลบหนีของ ผูตองขังจากเรือนจํา ชวยเหลือเจาพนักงานเรือนจําหรือผูอื่นในขณะที่ ตกอยูในภาวะอันตราย หรือเสี่ยงอันตราย เขาทําการปองกันจับกุม ผูตองขังที่กอการจลาจลหรือกอเหตุรายขึ้นภายในเรือนจํา หรือทําการ ดับเพลิงในกรณีที่เกิดเพลิงไหมอาคารสถานที่ของเรือนจํา หรือเหตุอื่น ที่มีลักษณะคลายคลึงกัน 13.3 การลดชั้น เมื่อผูตองขังกระทําผิดวินัยขึ้นภายในเรือนจําอาจจะถูก ลดชั้นลงครั้งละ 1 ชั้นหรือมากกวาก็ไดตามความรายแรงของ การกระทําความผิด เชน เมื่อผูตองขังหลบหนีไปและไดตัวกลับคืนมา จะถูกลดชั้นใหเปนชั้นตองปรับปรุงมากในทันที ไมวากอนหลบหนี จะอยูในชั้นใดก็ตาม
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 24 14. ประโยชนของผูตองขัง ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ พ.ศ. 2560 ผูตองขังคนใด แสดงใหเห็นวามีความประพฤติดี มีความอุตสาหะ ความกาวหนาใน การศึกษา และทําการงานเกิดผลดี หรือทําความชอบแกทางราชการ เปนพิเศษ อาจไดรับประโยชนอยางหนึ่งอยางใด ดังตอไปนี้ (1) ไดรับความสะดวกในเรือนจําตามระเบียบกรมราชทัณฑ (2) เลื่อนชั้น (3) ไดรับแตงตั้งใหมีตําแหนงหนาที่ชวยเหลือเจาพนักงาน เรือนจํา (4) ลาไมเกิน 7 วันในคราวหนึ่ง โดยไมนับรวมเวลาที่ตองใชใน การเดินทางเขาดวย เมื่อมีความจําเปนเห็นประจักษเกี่ยวดวยกิจธุระ สําคัญหรือกิจการในครอบครัว แตหามมิใหออกไปนอกราชอาณาจักร และตองปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนดไวในระเบียบกรมราชทัณฑ ระยะเวลาที่อนุญาตใหลานี้ มิใหหักออกจากการคํานวณกําหนดโทษ ถานักโทษเด็ดขาดซึ่งไดรับอนุญาตใหลาออกไปไมกลับเขาเรือนจํา ภายในเวลาที่กําหนดเกินกวา 24 ชั่วโมง ใหถือวานักโทษเด็ดขาดผูนั้น หลบหนีที่คุมขังตามประมวลกฎหมายอาญา (5) ลดวันตองโทษจําคุกใหเดือนละไมเกิน 5 วัน แตการลด วันตองโทษจําคุกจะพึงกระทําไดตอเมื่อนักโทษเด็ดขาดไดรับโทษ
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 25 จําคุกตามคําพิพากษาถึงที่สุดมาแลวไมนอยกวา 6 เดือน หรือ 1 ใน 3 ของกําหนดโทษตามหมายศาลในขณะนั้นแลวแตอยางใดจะมากกวา หรือไมนอยกวา 10 ปในกรณีที่ตองโทษจําคุกตลอดชีวิตที่มีการ เปลี่ยนโทษจําคุกตลอดชีวิตเปนโทษจําคุกมีกําหนดเวลา (6) ลดวันตองโทษจําคุกลงอีกไมเกินจํานวนวันที่ทํางาน สาธารณะ หรือทํางานอื่นใดเพื่อประโยชนของทางราชการนอกเรือนจํา และอาจไดรับเงินรางวัลดวยก็ได (7) พักการลงโทษเมื่อนักโทษเด็ดขาดไดรับโทษมาแลว ไมนอยกวา 6 เดือนหรือ 1 ใน 3 ของกําหนดโทษตามหมายศาล ในขณะนั้นแลวแตอยางใดจะมากกวา หรือไมนอยกวา 10 ปในกรณีที่ ตองโทษจําคุกตลอดชีวิตที่มีการเปลี่ยนโทษจําคุกตลอดชีวิตเปน โทษจําคุกมีกําหนดเวลา และกําหนดระยะเวลาที่จะตองปฏิบัติตาม เงื่อนไขใหกําหนดเทากับกําหนดโทษที่ยังเหลืออยู ทั้งนี้ ในการ คํานวณระยะเวลาการพักการลงโทษ ถามีวันลดวันตองโทษจําคุก ตาม (6) ใหนํามารวมกับระยะเวลาในการพักการลงโทษดวย (8) ไดรับการพิจารณาอนุญาตใหออกไปฝกวิชาชีพในสถาน ประกอบการหรือรับการศึกษาอบรมนอกเรือนจําโดยมีหรือไมมี ผูควบคุมก็ได แตการอนุญาตใหออกไปฝกวิชาชีพหรือรับการศึกษา อบรมนอกเรือนจําจะกระทําไดตอเมื่อนักโทษเด็ดขาดไดรับโทษจําคุก ตามคําพิพากษาถึงที่สุดมาแลวไมนอยกวา 1 ใน 3 ของกําหนดโทษ ตามหมายจําคุกเมื่อคดีถึงที่สุดในขณะนั้น และเหลือโทษจําคุกไมเกิน
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 26 3 ป 6 เดือน ทั้งนี้ ใหคํานึงถึงประโยชนในการศึกษาอบรมและแกไข พัฒนาพฤตินิสัยของนักโทษเด็ดขาด และความปลอดภัยของสังคม ประกอบกัน แตถานักโทษเด็ดขาดซึ่งไดรับอนุญาตใหออกไปฝกวิชาชีพ ในสถานประกอบการหรือรับการศึกษาอบรมนอกเรือนจําโดยไมมี ผูควบคุมไมกลับเขาเรือนจําภายในเวลาที่กําหนดเกินกวา 24 ชั่วโมง ใหถือวานักโทษเด็ดขาดผูนั้นหลบหนีที่คุมขังตามประมวลกฎหมาย อาญา ทั้งนี้ ในการดําเนินการตาม (2) (3) (5) (6) (7) และ (8) จะตอง นําพฤติการณกระทําความผิด ลักษณะความผิด และความรุนแรง ของคดี รวมตลอดทั้งการกระทําความผิดที่ไดกระทํามากอนแลว มาประกอบการพิจารณาดวย
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 27 15. วินัยของผูตองขังและการลงโทษทางวินัย ถาผูตองขังคนใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําสั่งอันชอบดวย กฎหมายของเจาพนักงานเรือนจํา ขอบังคับเรือนจํา หรือระเบียบ กรมราชทัณฑ จะถือวาผูตองขังคนนั้นกระทําผิดวินัย และจะตอง ถูกลงโทษสถานหนึ่งสถานใด ดังตอไปนี้ (1) ภาคทัณฑ (2) งดการเลื่อนชั้นโดยมีกําหนดเวลา (3) ลดชั้น (4) ตัดการอนุญาตใหไดรับการเยี่ยมเยียนหรือติดตอไมเกิน 3 เดือน เวนแตเปนกรณีการติดตอกับทนายความตามที่กฎหมาย กําหนด หรือเปนการติดตอของผูตองขังหญิงกับบุตรผูเยาว (5) ลดหรืองดประโยชนและรางวัลทั้งหมดหรือแตบางสวน หรือบางอยาง (6) ขังเดี่ยวไมเกิน 1 เดือน (7) ตัดจํานวนวันที่ไดรับการลดวันตองโทษ ทั้งนี้ นอกเหนือจากการถูกลงโทษทางวินัยแลว ผูตองขังที่ กระทําผิดวินัยอาจจะไมไดรับประโยชนหรือความสะดวกบางประการ ที่เรือนจําจัดใหดวย
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 28 16. การพระราชทานอภัยโทษ การพระราชทานอภัยโทษ หมายถึง การที่พระมหากษัตริย พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณของแกผูตองขังที่คดีถึงที่สุดแลว (มีสถานะเปนนักโทษเด็ดขาดแลว) ใหไดรับการปลอยตัวหรือลดโทษ แลวแตกรณี ทั้งนี้ ขึ้นอยูกับพระบรมราชวินิจฉัยของพระมหากษัตริย ตามพระราชอํานาจที่กําหนดไวในรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค 7 อภัยโทษ เปลี่ยนโทษหนักเปนเบา และลดโทษ มาตรา 259 ถึงมาตรา 267 16.1 ประเภทของการพระราชทานอภัยโทษ (1) การพระราชทานอภัยโทษเปนการทั่วไป หมายถึง การที่พระมหากษัตริยพระราชทานอภัยโทษใหแกผูตองขังที่คดี ถึงที่สุดแลว โดยการตราเปนพระราชกฤษฎีกาตามการถวายคําแนะนํา ของคณะรัฐมนตรีตอพระมหากษัตริยตามมาตรา 261 ทวิแหง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในกรณีนี้ทางราชการจะ เปนผูดําเนินการใหแกผูตองขังในทุกขั้นตอน โดยที่ผูตองขังไมตอง ดําเนินการใดๆ ทั้งสิ้น อนึ่ง การพระราชทานอภัยโทษเปนการทั่วไปนี้ มักจะมีขึ้นในโอกาสมหามงคลตาง ๆ เชน เนื่องในวโรกาสพระราชพิธี กาญจนาภิเษก หรือพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก เปนตน
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 29 สวนผูตองขังคนใดจะไดรับพระราชทานอภัยโทษเทาใดนั้น รายละเอียด/หลักเกณฑจะกําหนดไวในพระราชกฤษฎีกาพระราชทาน อภัยโทษที่ตราขึ้นในแตละครั้ง ซึ่งมีหลักเกณฑสําคัญอยู 3 ประการ คือ การไดรับพระราชทานอภัยโทษใหปลอยตัว การไดรับพระราชทาน อภัยโทษใหลดโทษ และการไมไดรับพระราชทานอภัยโทษ (2) การพระราชทานอภัยโทษเปนการเฉพาะราย หมายถึง การที่พระมหากษัตริยพระราชทานอภัยโทษใหแกผูตองขังเปน รายบุคคล โดยการทูลเกลาฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษตาม การถวายคําแนะนําของรัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรม สวนจะไดรับ พระราชทานอภัยโทษหรือไมเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยูกับพระบรมราชวินิจฉัย ขององคพระมหากษัตริย ทั้งนี้การขอพระราชทานอภัยโทษเปนการเฉพาะรายนั้น กฎหมายไดกําหนดหลักเกณฑเกี่ยวกับบุคคลผูมีสิทธิยื่นเรื่องราว ทูลเกลาฯ ระยะเวลาในการทูลเกลาฯ ขั้นตอนการทูลเกลาฯ ตลอดจน หลักฐานที่จะตองใชในการทูลเกลาฯ ไวดังนี้ (2.1) บุคคลผูมีสิทธิยื่นเรื่องราวทูลเกลาฯถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษเปนการเฉพาะราย ไดแก - ผูตองขังที่คดีถึงที่สุด -ผูที่มีประโยชนเกี่ยวของ เชน บิดา มารดา บุตร คูสมรส หรือญาติที่เกี่ยวของใกลชิดของผูตองขังนั้น (ทั้งนี้ ทนายความ ไมถือวาเปนผูที่มีประโยชนเกี่ยวของ)
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 30 -สถานทูต (ในกรณีที่เปนผูตองขังชาวตางชาติ) (2.2) ระยะเวลาการยื่นฎีกาทูลเกลาฯ ขอพระราชทาน อภัยโทษเฉพาะราย - ผูตองขังในกรณีทั่วไป ยื่นไดทันทีที่คดีถึงที่สุด - ผูตองขังโทษประหารชีวิต ตองยื่นภายใน 60วัน นับแตคดีถึงที่สุด (2.3)ขั้นตอนการการยื่นฎีกาทูลเกลาฯ ขอพระราชทาน อภัยโทษเฉพาะราย ผูตองขัง และผูมีประโยชนเกี่ยวของสามารถ ยื่นเรื่องราวทูลเกลาฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษผานเรือนจํา หรือกระทรวงยุติธรรม หรือสํานักราชเลขาธิการ หรือสถานทูต หรือ กระทรวงการตางประเทศ หลังจากรับเรื่องแลว กรมราชทัณฑจะสง เรื่องไปสอบสวนเรื่องราวยังเรือนจําที่ควบคุมผูตองขังอยู จากนั้นจะ เสนอความเห็นใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงยุติธรรมลงนาม เพื่อนําความ ขึ้นกราบบังคมทูลฯ ผานสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและสํานัก ราชเลขาธิการ เมื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยเชนไร ก็จะสงผลฎีกา ดังกลาวใหกรมราชทัณฑทราบ พรอมทั้งดําเนินการแจงผลใหผูยื่น เรื่องราวทูลเกลาฯ ถวายฎีกาทราบ (2.4) หลักฐานที่จะตองใชในการยื่นฎีกาทูลเกลาฯ ขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย - แบบสอบสวนเรื่องราวทูลเกลาฯ ถวายฎีกา
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 31 - ฎีกาทูลเกลาฯ ขอพระราชทานอภัยโทษ - สําเนาคําพิพากษาทุกชั้นศาล - สําเนาหมายจําคุกเมื่อคดีถึงที่สุดและสําเนา หมายลดโทษ - ทะเบียนประวัติอาชญากร (ยกเวนกรณีผูตองขัง ชาวตางชาติ) - สําเนาทะเบียนประวัติผูตองขัง (ร.ท. 101) - บันทึกความเห็นของแพทยหรือจิตแพทย กรณี ผูตองขังโทษประหารชีวิต หรือผูตองขังอื่นที่อางปญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ความพิการของรางกาย ความบกพรองทางจิตใจและอารมณ - คําสั่งถอดยศ กรณีผูตองขังเคยรับราชการทหาร หรือตํารวจซึ่งมีชั้นยศ - เอกสารอื่นๆ เชน หนังสือรับรองความประพฤติ จากผูนําชุมชนหรือเจาหนาที่ เอกสารหรือภาพถายแสดงการประกอบ คุณงามความดีตามที่ไดอาง สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนและสําเนา ทะเบียนบานของผูตองขังและผูที่มีประโยชนเกี่ยวของ หนังสือรับรอง การสงตัวกลับประเทศของสถานทูต (กรณีผูตองขังชาวตางชาติ) เปนตน 16.2 ผลของการพระราชทานอภัยโทษ ผลของการพระราชทานอภัยโทษนั้น อาจแยกพิจารณา ไดเปน 2 กรณี คือ
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 32 (1) ในกรณีที่มีการพระราชทานอภัยโทษเด็ดขาดโดย ปราศจากเงื่อนไข กฎหมายหามมิใหบังคับโทษนั้น กลาวคือ ถามีการ บังคับโทษไปบางแลวก็ใหหยุดการบังคับโทษทันที (2) ในกรณีที่การพระราชทานอภัยโทษนั้นเปนแตเพียง การเปลี่ยนโทษหนักเปนโทษเบาหรือลดโทษ ถายังมีโทษเหลืออยู ภายหลังจากที่ไดรับการพระราชทานอภัยโทษแลว ก็ใหบังคับเฉพาะ โทษที่เหลืออยูนั้นตอไปจนกวาจะครบกําหนดโทษตามคําพิพากษา ของศาล ทั้งนี้ ผลของการพระราชทานอภัยโทษนั้นมิไดทําใหสิทธิ ตาง ๆ ที่ผูขอพระราชทานอภัยโทษตองสูญเสียไปเพราะคําพิพากษา กลับคืนมา และการไดรับพระราชทานอภัยโทษนี้ก็มิไดเปนเหตุให ผูไดรับโทษพนจากความรับผิดในการตองคืนหรือใชราคาทรัพยสิน หรือคาทดแทนตามคําพิพากษา
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 33 17. การยายผูตองขัง การยายผูตองขัง เปนมาตรการ/วิธีการอยางหนึ่งเพื่อความมั่นคง ปลอดภัยในการควบคุมผูตองขังและการบริหารอัตราความจุผูตองขัง ตามหลักทัณฑปฏิบัติและหลักทัณฑวิทยา ซึ่งโดยปกติแลว การยาย ผูตองขังจากเรือนจําหนึ่งไปยังเรือนจําอีกแหงหนึ่งอาจเกิดขึ้นไดใน หลายกรณี ดังนี้ 17.1การยายผูตองขังที่มีกําหนดโทษสูงเกินอํานาจการคุมขัง ของเรือนจํา กระทรวงยุติธรรมไดกําหนดอํานาจการคุมขังผูตองขัง ของเรือนจํา เพื่อใหมีความเหมาะสมกับสภาพความมั่นคงปลอดภัย ของเรือนจํา ดังนั้น เมื่อเรือนจําไดรับตัวผูตองขังคุมขังไว และศาลได พิพากษาใหลงโทษจําคุกผูตองขังนั้นโดยมีกําหนดโทษสูงเกินอํานาจ การคุมขัง ทางเรือนจําจะตองดําเนินการยายผูตองขังดังกลาวไปคุมขัง ยังเรือนจําแหงอื่นที่มีอํานาจการคุมขังตามประเภทของผูตองขังตอไป 17.2 การยายผูตองขังเพื่อระบายความแออัด การยายผูตองขังประเภทนี้เปนการยายผูตองขังเพื่อให เรือนจํามีผูตองขังอยูในความควบคุมเหมาะสมกับอัตราความจุของ
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 34 ผูตองขัง โดยไมแออัด อันจะเกิดผลดีในดานการปกครอง ความมั่นคง ปลอดภัย และการจัดสวัสดิการใหแกผูตองขัง 17.3 การยายผูตองขังคดีพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ การยายผูตองขังคดีพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษ มีวัตถุประสงคเพื่อใหผูตองขังคดีพระราชบัญญัติยาเสพติดใหโทษที่ คดีถึงที่สุดแลวและมีประวัติการติดยาเสพติดไดรับการบําบัดรักษา โดยแยกการปฏิบัติออกจากผูตองขังอื่น ๆ ซึ่งจะทําใหการบําบัดรักษา มีประสิทธิภาพมากขึ้น 17.4 การยายผูตองขังวัยหนุม การยายผูตองขังวัยหนุม เปนการยายเพื่อใหผูตองขัง วัยหนุม (อายุไมเกิน 25 ป) ไดรับการปฏิบัติอยางถูกตองเหมาะสม โดยมุงเนนดานการศึกษาอบรมเปนสําคัญ 17.5 การยายผูตองขังกลับภูมิลําเนา การยายผูตองขังกลับภูมิลําเนา เปนมาตรการอยางหนึ่ง ที่ชวยใหผูตองขังไดอยูใกลชิดกับครอบครัว ชวยลดความเครียดและ ความวิตกกังวล และทําใหผูตองขังไดอยูในสภาพแวดลอมที่ตนคุนเคย ซึ่งจะสงผลโดยออมใหผูตองขังมีความประพฤติดีอยูในระเบียบวินัย และมีความสัมพันธที่ดีกับบุคคลในครอบครัว ทั้งนี้ ผูตองขังที่จะขอ ยายกลับภูมิลําเนา จะตองเปนผูตองขังที่คดีถึงที่สุดแลวและอยูในชั้นดี ขึ้นไป มีความประพฤติเรียบรอย ไมมีคดีอายัด คุมขังที่เรือนจําฝายยาย
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 35 มาแลวไมนอยกวา 1 ป และมีกําหนดโทษจําคุกตอไปไมเกินอํานาจ การคุมขังของเรือนจําฝายรับยาย 17.6 การยายผูตองขังที่มีพฤติการณไมนาไววางใจ การยายผูตองขังที่มีพฤติการณไมนาไววางใจ เปนการ ยายเพื่อความมั่นคงปลอดภัยในการควบคุมผูตองขังและความสงบ เรียบรอยของเรือนจํา 17.7 การยายผูตองขังเพื่อการดําเนินคดี หรือตามคําขอของ สวนราชการอื่น ๆ การยายผูตองขังเพื่อการดําเนินคดี หรือตามคําขอของ สวนราชการอื่น ๆ เปนการใหความรวมมือกับสวนราชการอื่นเพื่อที่จะ ดําเนินคดีในอีกคดีหนึ่งที่เกี่ยวของกับผูตองขัง 17.8 การยายผูตองขังที่ไมมีสัญชาติไทย การยายผูตองขังที่ไมมีสัญชาติไทย เปนการยายเพื่อความ เหมาะสมในการควบคุม และเปนการใหความรวมมือกับหนวยงาน ระหวางประเทศที่จะใหการสงเคราะห ชวยเหลือ หรือดําเนินการทาง กงสุลแกผูตองขังชาวตางชาติ 17.9 การยายนักโทษทหาร การยายนักโทษทหาร เปนการปฏิบัติตามขอตกลงวาดวย การยายนักโทษจากเรือนจําของทหารไปยังเรือนจําของฝายพลเรือน ระหวางกระทรวงกลาโหมและกระทรวงยุติธรรม
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 36 18. การสงเคราะหผูตองขัง ในกรณีที่ผูตองขังเปนผูตองขังกลุมพิเศษหรือกลุมเปราะบาง (เชน ผูตองขังสูงอายุ ผูตองขังพิการ ผูตองขังหญิงที่ตั้งครรภ หรือ ผูตองขังที่ไมมีญาติเยี่ยม) หรือเปนผูตองขังทั่วไปที่มีความวิตกกังวล มีปญหาในการปรับตัว/การใชชีวิตในเรือนจํา หรือตองการคําแนะนํา ปรึกษา หรือการสงเคราะหเกี่ยวกับทุนการศึกษาบุตร ทุนประกอบ อาชีพภายหลังพนโทษ คาพาหนะและคาเบี้ยเลี้ยงสําหรับเดินทาง กลับภูมิลําเนา การประสานสงตอหนวยบริการทางสังคม ทั้งทางดาน ที่พักอาศัยและดานการมีงานทํา สามารถติดตอขอรับคําปรึกษาแนะนํา หรือขอรับการสงเคราะหไดที่งานสงเคราะหผูตองขังหรือเจาหนาที่ ผูปฏิบัติงานสังคมสงเคราะหของเรือนจํา
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 37 19. ผูตองขังหญิงที่ตั้งครรภและเด็กติดผูตองขัง เรือนจําตาง ๆ จะมีแนวทางการดําเนินการกับผูตองขังหญิงที่ ตั้งครรภ ผูตองขังหญิงที่ใหนมบุตร และเด็กติดผูตองขัง ดังนี้ 19.1 ผูตองขังหญิงที่ตั้งครรภ ทางเรือนจําจะจัดหาสิ่งของเครื่องใชที่จําเปนสําหรับ ผูตองขังหญิงที่ตั้งครรภ เชน นม อาหารเสริม เพื่อเปนสวัสดิการแก ผูตองขังหญิงที่ตั้งครรภ และจะจัดใหมีพยาบาลหรือสูตินรีแพทยเขามา ตรวจครรภ ตรวจสุขภาพ ใหคําแนะนําทางดานสุขภาพและโภชนาการ และฉีดวัคซีนใหแกผูตองขังหญิงที่ตั้งครรภตามกําหนด 19.2 ผูตองขังหญิงที่ใหนมบุตร เรือนจําจะสงเสริมใหผูตองขังเลี้ยงดูเด็กดวยนํ้านมมารดา (เวนแตมีเหตุผลความจําเปนทางดานสุขภาพอนามัยของมารดาหรือ เด็กแลวแตกรณี)และจะจัดใหผูตองขังหญิงที่ใหนมบุตรไดรับคําแนะนํา ทางดานสุขภาพและโภชนาการจากแพทย พยาบาล หรือเจาพนักงาน เรือนจําที่ผานการอบรมดานการพยาบาล 19.3 เด็กติดผูตองขัง ในกรณีที่ผูตองขังมีเด็กอายุตํ่ากวา 3 ปซึ่งอยูในความ ดูแลของตนติดมายังเรือนจําหรือเด็กซึ่งคลอดในระหวางที่มารดา
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 38 ถูกคุมขังในเรือนจํา หากมีความจําเปนหรือปรากฏวาไมมีผูใดจะเลี้ยงดู เด็กนั้น ผูบัญชาการเรือนจําจะอนุญาตใหเด็กนั้นอยูในเรือนจําจนกวา เด็กจะอายุครบ 3 ปก็ไดหรือจะสงเด็กนั้นไปยังหนวยงานซึ่งมีหนาที่ ใหการสงเคราะหคุมครองสวัสดิภาพหรือพัฒนาฟนฟูเด็กเพื่อดําเนินการ ตามอํานาจหนาที่ตอไปก็ได ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงประโยชนสูงสุดของเด็ก เปนสําคัญ
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 39 20. การเตรียมความพรอมกอนปลอย เพื่อใหผูตองขังสามารถกลับไปใชชีวิตในสังคมภายหลังพนโทษ ไดอยางเหมาะสม ผูตองขังที่คดีถึงที่สุดแลวและเหลือโทษจําคุกตั้งแต 6 เดือน ถึง 1 ป จะไดรับการยกเวนการทํางานตามหนาที่ปกติ (เวนแต งานสุขาภิบาลเรือนจําหรืองานที่เกี่ยวของกับอนามัยของตนเอง)และ จะตองเขารับการอบรมเพื่อเตรียมความพรอมกอนปลอยตามโครงการ ที่เรือนจําจัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงคเพื่อใหผูตองขังไดเปนทรัพยากร บุคคลที่ดี มีคุณคาตอสังคม และเตรียมตัวเพื่อออกไปใชชีวิตรวมกับ ครอบครัวและสังคมไดอยางปกติสุข ทั้งนี้ การจัดอบรมเพื่อเตรียมความพรอมกอนปลอยของเรือนจํา จะประกอบดวยกิจกรรมหลัก 4 ดาน ไดแก (1) การพัฒนาดานรางกาย การฝกและเสริมสรางระเบียบวินัย (2) การพัฒนาดานจิตใจ ความคิด และทักษะการใชชีวิต (3) การสงเสริมความสัมพันธในครอบครัว และการเตรียมตัว กลับเขาสูสังคม (4) การเตรียมความพรอมดานการประกอบอาชีพ และอาจจัดใหมีกิจกรรมเสริมความรูเกี่ยวกับการใชชีวิตใหเหมาะสม กับสถานภาพทางเศรษฐกิจ การควบคุมตนเอง การแกไขปญหา ทักษะ การปฏิเสธ และการวางแผนอนาคตภายหลังพนโทษเพิ่มเติมดวย
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 40 21. การปลอยตัวผูตองขังออกจากเรือนจํา เมื่อผูตองขังตองโทษจําคุกมาครบกําหนดโทษตามคําพิพากษา ของศาล/ ไดรับพระราชทานอภัยโทษ/ ไดรับอนุมัติพักการลงโทษหรือ ลดวันตองโทษจําคุก หรือไดรับการปลอยตัวตามคําสั่งศาล ทางเรือนจํา จะดําเนินการปลอยตัวผูตองขังไปทันที(ในกรณีที่ไมมีหมายขังหรือ หมายจําคุกในคดีอื่นอีก) โดยในการปลอยตัว เจาพนักงานเรือนจําจะดําเนินการ ดังนี้ (1) เรียกคืนทรัพยสินที่เปนของทางราชการ เชน ชุดผูตองขัง ผาหม เปนตน (2) จายเครื่องแตงกายใหตามที่กรมราชทัณฑกําหนด ในกรณี ที่ไมมีเครื่องแตงกาย (3) ทําหลักฐานการปลอยตัว (4) คืนทรัพยสินของผูตองขังใหแกผูตองขัง รวมทั้งเงินรางวัล และเงินทําขวัญ (5) ออกใบสําคัญการปลอยตัว
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 41 22. บทสงทาย จากที่ไดกลาวมาขางตนจะเห็นไดวา การใชชีวิตในเรือนจํา ของผูตองขังจะตองอยูภายใตกรอบของกฎหมาย ระเบียบ และ ขอบังคับเปนหลัก ซึ่งอาจทําใหผูตองขังรูสึกอึดอัดและลําบากใจ หรือเกิดความเครียด จึงจําเปนตองอาศัยการปรับตัวเปนอยางมาก แตเมื่อไดใชชีวิตในเรือนจําไปสักระยะหนึ่งแลว ผูตองขังก็จะสามารถ ปรับตัวและดํารงตนอยูในเรือนจําไดอยางปกติสุข ทั้งนี้ ขอใหพึงระลึกไวเสมอวา กรมราชทัณฑมีความพยายาม ที่จะพัฒนาสงเสริมใหผูตองขังทุกคนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไปในทางที่พึงประสงคของสังคม ไมหวนกลับมากระทําผิดซํ้า ไดรับ การพัฒนาทักษะฝมือในการประกอบอาชีพที่สุจริต และสามารถ ดํารงชีวิตในสังคมภายนอกไดอยางปกติสุขโดยสังคมใหการยอมรับ และการประพฤติตนตามกรอบที่กรมราชทัณฑกําหนด โดยไมละเมิด กฎหมาย ระเบียบ และขอบังคับนั้น ก็จะชวยทําใหผูตองขังไดรับ ประโยชนตาง ๆ ตามที่กําหนดไวในกฎหมาย รวมทั้งอาจจะไดรับ อิสรภาพกอนระยะเวลาที่กําหนดไวในคําพิพากษาของศาลดวย
คูมือการใชชีวิตในเรือนจําของผูตองขัง 42 คณะผูจัดทํา 1. นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ ผูอํานวยการกองทัณฑวิทยา 2. นางอัมพร นิยมตรง นักทัณฑวิทยาเชี่ยวชาญ 3. นายนราวิชญ ทัศนศร นักทัณฑวิทยาชํานาญการพิเศษ 4. นายชตฤณ พลอยดํา นักทัณฑวิทยาชํานาญการ 5. นายเมธวิน ลิ้มตระกูล นักจัดการงานทั่วไปชํานาญการ