โครงงาน
เร่อื ง เปรยี บเทียบน้าหมักจากปรมิ าณไขไ่ กท่ ีส่ ง่ ผลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพืช
คณะผู้จดั ท้า
นายรณกร พนั ช่ัง เลขที่ 3
นางสาวนนทรีย์ คา้ วันสา เลขท่ี 12
นางสาวพชิ ชาภา บุญศรี เลขที่ 15
นางสาวศศวิ ิมล สตุ ิราช เลขท่ี 19
นางสาวอรสิ รา หวลคนงึ คดิ เลขที่ 23
นักเรียนชันมัธยมศึกษาปที ่ี 6/1
เสนอ
อาจารย์นพวรรณ แกว้ โกสุม
รายงานโครงงานฉบับนเี ป็นสว่ นหนึ่งของรายวิชา ว30226 เคมี
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
โรงเรียนทปี ราษฎร์พทิ ยา จังหวดั สุราษฎร์ธานี
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563
โครงงาน
เร่อื ง เปรยี บเทียบน้าหมักจากปรมิ าณไขไ่ กท่ ีส่ ง่ ผลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพืช
คณะผู้จดั ท้า
นายรณกร พนั ช่ัง เลขที่ 3
เลขท่ี 12
นางสาวนนทรีย์ คา้ วันสา เลขที่ 15
นางสาวพชิ ชาภา บุญศรี
นางสาวศศวิ ิมล สตุ ิราช เลขท่ี 19
นางสาวอรสิ รา หวลคนงึ คดิ เลขที่ 23
นักเรียนชันมัธยมศึกษาปที ่ี 6/1
เสนอ
อาจารย์นพวรรณ แกว้ โกสุม
รายงานโครงงานฉบับนเี ป็นสว่ นหนึ่งของรายวิชา ว30226 เคมี
กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
โรงเรียนทปี ราษฎร์พทิ ยา จังหวดั สุราษฎร์ธานี
ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2563
ก
บทคดั ยอ่
เนื่องจากเล็งเห็นปัญหาการใช้สารเคมีในการเกษตรมากขึ้น เพิ่มความแข็งแรง ช่วยต้านแมลงศัตรูพชื
ลดจำนวนแมลงศัตรูพืชและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงแต่ขาดความปลอดภัยต่อตัวเกษตรกรและผู้บริโภค น้ำ
หมกั ชวี ภาพก็เป็นอีกทางเลือกหน่ึงท่ีใช้ในการทำเกษตร และเร่มิ ไดร้ ับความนิยมมาก แตล่ ะชุมชนแต่ละพ้ืนที่ก็
มีสูตรและวธิ ีหมักท่ีแตกต่างกนั ไป
ดังนั้นทางคณะผู้จัดทำ จึงได้ปรับปรุงแก้ไขสูตรน้ําหมักชีวภาพโดยหมักจากไข่ไก่ที่มีสมบัติในการ
เจริญเติบโตของพืช เป็นอาหารโปรตีนที่ทรงคุณค่า คนไทยนิยมบริโภคอย่างกว้างขวาง มีราคาถูก โดยคณะ
ผู้จัดทำเปรียบเทียบน้ำหมักเป็น2สูตร คณะผู้จัดทำได้เลือกพืชในการทดลองประสิทธิภาพน้ำหมักจากไข่ไก่
โดยใช้เลือกผักบุ้ง เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพน้ำหมักจากปริมาณไข่ไก่ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโต
ของผกั บงุ้
น้ำหมกั ชีวภาพไขไ่ กส่ ตู รทค่ี ณะผู้จดั ทำทำท้ัง2สตู รสามารถใช้ไดจ้ ริงทำใหผ้ ลผลติ ออกมามีคุณภาพและ
ปลอดสารเคมีไม่อันตรายต่อเกษตรกรและตัวผู้บริโภค อีกทั้งยังไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย คณะ
ผู้จัดทำได้เลือกพืชในการทดลองประสิทธิภาพน้ำหมักจากไข่ไก่ โดยใช้เลือกผักบุ้ง เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบ
ประสิทธภิ าพน้ำหมกั จากปริมาณไข่ไก่ทส่ี ง่ ผลต่อการเจรญิ เติบโตของผักบงุ้
คณะผจู้ ัดทำ
ข
กติ ตกิ รรมประกาศ
โครงงานเรื่อง เปรียบเทยี บประสทิ ธภิ าพของน้ำหมักจากไข่ไก่ท่สี ่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชสำเร็จ
ลุล่วงไดด้ ้วยความกรุณาช่วยเหลือ แนะนำ ใหค้ ำปรกึ ษา ตรวจสอบแกไ้ ขขอ้ บกพร่องต่าง ๆ ดว้ ยความเอาใจใส่
อย่างดยี ่ิงจาก อาจารย์นพวรรณ แกว้ โกสมุ อาจารยผ์ ู้สอนในรายวชิ าการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ขอขอบพระคุณบิดามารดาท่ีสนับสนุนและให้กาํ ลังใจจนโครงงานนี้สําเร็จด้วยดี คุณค่าและประโยชน์
อันพึงมีจากการศึกษาโครงงาน คณะผู้จัดทำขอน้อมบูชาพระคุณบดิ ามารดาและบูรพาจารย์ทุกท่าน ที่ส่ังสอน
วชิ าความรู้และให้ความเมตตาแก่คณะผจู้ ัดทำโดยตลอด และเปน็ กําลังใจสําคัญท่ีทําให้การศึกษาโครงงานเล่ม
นี้สําเร็จลุล่วงได้ด้วยดี นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ให้ความร่วมมือช่วยเหลืออีกหลายท่าน ซึ่งผู้เขียนไม่สามารถกล่าว
นามในท่นี ไ้ี ดห้ มด จงึ ขอขอบคุณทุกท่านเหล่านั้นไว้ ณ โอกาสน้ดี ้วย
คณะผูจ้ ัดทำ
สารบญั หนา้
เรื่อง ก
ข
บทคดั ย่อ ค
กิตติกรรมประกาศ
สารบัญตาราง 1
บทท่ี 1 บทนา 2
2
1.1 แนวคดิ ท่มี าของโครงงาน 2
1.2 วตั ุประสงค์ของโครงงาน 2
1.3 ขอบเขตของโรงงาน 2
1.4 วธิ ีการดาเนินการ 2
1.5 วิธีการดาเนินการ
1.6 ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รับ 4
1.7 นิยามศัพท์ 10
บทที่ 2 เอกสารทเี่ กี่ยวข้อง 11
2.1 ผักบุง้
2.2 ไข่ไก่ 12
2.3 ส่วนผสมตา่ งๆทใ่ี ชใ้ นการทานาหมกั 12
บทที่ 3 วธิ กี ารดาเนนิ งานโครงงาน
3.1 วัสดุ อุปกรณ์ 16
3.2 ขนั ตอนการดาเนนิ โครงงาน
บทที่ 4 ผลการทดลอง 17
4.1 ผลการทดลอง 17
บทที่ 5 สรปุ อภิปรายผลปละข้อเสนอแนะ 18
5.1 สรปุ ผลการทดลอง
5.2 อภิปรายผลการทดลอง
5.3 ข้อเสนอแนะ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
สารบัญตาราง ค
ตารางที่ หน้า
ตารางที่ 1 สูตรน้าหมักชีวภาพจากไข่ไกส่ ูตรท่ี 1 13
ตารางท่ี 2 สตู รน้าหมักชีวภาพจากไข่ไก่สตู รท่ี 2 13
ตารางที่ 3 การเปรียบเทยี บการเจริญเติบโตของผักบ้งุ ที่ใช้น้าหมกั จากไข่ไก่ 16
บทท่ี 1
บทนำ
ช่ือโครงงำน : เปรยี บเทยี บประสทิ ธิภาพของน้าหมกั จากไขไ่ ก่ท่ีสง่ ผลต่อการเจริญเตบิ โตของพืช
ท่ีมำและควำมสำคญั
เนอ่ื งดว้ ยคนไทยส่วนใหญม่ ีอาชพี เกษตรกรรมและประเทศไทยจะอาศัยการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม
การเกษตรเป็นพืนฐานส้าคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และการด้ารงชีวิต โดยเฉพาะพืชผลทาง
การเกษตรเปน็ สินค้าท่สี า้ คญั สามารถสร้างรายไดใ้ นการด้ารงชวี ิต แตป่ จั จบุ ันการเกษตรไดร้ ับผลกระทบจากการซือ
ปุ๋ยเคมที มี่ รี าคาสงู มาก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและคุณภาพพืชผล ทังนีการใช้ปุ๋ยเคมีในการท้าการเกษตรยัง
ส่งผลต่อพืชผลผลิตโดยตรง คือ การท้าให้พืชผลเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ภายในความรวดเร็วนันอาจมี
สารเคมีเจือปนในพืชผกั และผลไม้ หากไดร้ บั เขา้ ไปในร่างกายโดยการสะสม อาจท้าให้เกดิ อนั ตรายถึงชวี ติ ได้
น้าหมัก ถือเป็นตัวเลือกส้าคัญในการใช้แก้ปัญหาสารเคมีเจือปนในพืชผักและผลไม้ เน่ืองจากน้าหมัก
ชีวภาพ ได้จากการหมักเศษซากพืช ซากสัตว์ หรือสารอินทรีย์ชนิดต่างๆ ท่ีหาได้ในท้องถิ่นด้วยจุลินทรีย์จ้าเพาะ
ซึ่งอาจหมักร่วมกับกากน้าตาล หรือน้าตาลทรายแดง และกระบวนการหมักของน้าหมักชีวภาพเกิดจากการย่อย
สลายสารอินทรีย์ด้วยจุลินทรีย์ โดยใช้กากน้าตาล และน้าตาลจากสารอินทรีย์เป็นแหล่งพลังงาน ท้าให้ไม่มี
สารเคมีเจือปนในพืชผักและผลไม้ โดยน้าหมักชีวภาพด้านการเกษตรจะช่วยปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างในดิน
ชว่ ยปรบั สภาพโครงสร้างของดินท้าให้ดินร่วนซุย อุ้มน้าไดด้ ี ชว่ ยเพิ่มจา้ นวนจลุ นิ ทรยี ์ในดิน เร่งการเกิดราก และ
การเจรญิ เติบโตของพชื ชว่ ยในการแตกตาดอก เพ่ิมความแข็งแรง ช่วยต้านแมลงศัตรูพืช และลดจ้านวนแมลง
ศตั รพู ืช ทา้ ใหผ้ ลผลิตและคณุ ภาพสูงขนึ
“ไขไ่ ก”่ เป็นอาหารโปรตนี ทท่ี รงคุณค่า คนไทยนิยมบริโภคอย่างกว้างขวาง มีราคาถูก และสามารถหาซือ
ได้ง่ายรวมทงั สามารถน้ามาประกอบอาหารทังคาวและหวานได้อย่างหลากหลาย ไข่ไก่ประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ
เปลือกไข่ ไข่ขาว และไข่แดง อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูง เป็นโปรตีนที่มีประสิทธิภาพในการดูดซึมท้าให้
ร่างกายน้าไปใช้งานได้ง่าย โดยประกอบด้วยวิตามินเอ ดี อี เค บี 2 บี 12 โฟเลต และแร่ธาตุต่างๆ โดยเฉพาะ
ฟอสฟอรสั และเหล็กท่ีชว่ ยให้ร่างกายสามารถสรา้ งเม็ดเลอื ดไดม้ ากขนึ ดว้ ย
ดังนนั คณะผจู้ ดั ทา้ ไดเ้ กิดความสนใจทจ่ี ะการศึกษากระบวนการและขันตอนในการท้าน้าหมัก โดยการใช้
ไขไ่ กโ่ ดยนา้ มาหมักด้วยจุลนิ ทรีย์ เพอ่ื ให้เกดิ กระบวนการย่อยสลายใหเ้ ป็นอาหารของจุลินทรีย์และป้องกันการเน่า
เสีย และพืชสามารถนา้ ธาตอุ าหารทอ่ี ยู่ในไขไ่ ปใช้ในการเร่งการเจรญิ เตบิ โตได้
ในการศึกษาครังนีคณะผู้จัดท้าได้เลือกพืชในการทดลองประสิทธิภาพน้าหมักจากไข่ไก่ โดยใช้เลือกผักบุ้ง
เพือ่ ใชใ้ นการเปรยี บเทยี บประสิทธิภาพน้าหมักจากปรมิ าณไข่ไกท่ ่ีส่งผลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของผกั บุ้ง
2
วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื เปรยี บเทยี บการเจรญิ เติบโตของผักบ้งุ ทีใ่ ชน้ า้ หมักทที่ า้ จากไขไ่ ก่
2. เพอ่ื ศึกษาการเจริญเติบโตของผักบุ้งทใ่ี ชน้ า้ หมักจากไข่ไก่
ตวั แปรท่ีเกย่ี วข้อง
ตวั แปรตน้ : อตั ราส่วนของปรมิ าณไขไก่ในน้าหมัก
ตวั แปรตำม : การเจรญิ เติบโตของผักบุ้ง
ตัวแปรควบคุม : ปรมิ าณน้าหมัก กากน้าตาล ภาชนะท่ใี ส่ อุณหภมู ิ ชนิดของผักบงุ้ สถานท่ี
สมมติฐำน
ปรมิ าณไข่ไกท่ ีใ่ ช้ในกระบวนการหมกั มีผลต่อการเจริญเตบิ โตของผักบุ้ง
ขอบเขตของโครงงำน
1. ปรมิ าณไขไ่ กท่ ใ่ี ช้ในการทา้ นา้ หมัก
2. การใช้อัตราสว่ นของสว่ นผสมในน้าหมกั
ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ
1. สามารถทราบผลการเปรยี บเทยี บการเจริญเตบิ โตของผกั บุ้งจากปริมาณนา้ หมักที่ท้าจากไข่ไก่
2. สามารถศกึ ษาการเจรญิ เติบโตของผักบงุ้ ท่ีใช้น้าหมักจากไขไ่ ก่
คำศพั ท์เฉพำะ
1. น้าหมักชีวภาพ คือ น้าหมักท่ีได้จากการหมักเศษซากพืช ซากสัตว์ หรือสารอินทรีย์ชนิดต่างๆ ที่หาได้
ในทอ้ งถ่นิ ดว้ ยจลุ นิ ทรีย์จา้ เพาะ
3
2. ไขไ่ ก่ คือ อาหารทมี่ ีคา่ ทางโภชนาการสูงมาก เป็นแหล่งของโปรตีนที่มีคุณภาพดีที่สุด เนื่องจากโปรตีน
ไขม่ ีกรดแอมิโนชนิดท่ีจ้าเป็นต่อร่างกายของมนุษย์ครบถ้วนทังชนิดและปริมาณ เป็นอาหารที่มีสมบูรณ์ที่สุด ราคา
ถูก เม่อื เปรยี บเทียบกบั เนือสตั วช์ นิดอนื่ ซง่ึ ให้ปรมิ าณโปรตีนทดั เทยี มกนั
3. ผักบุ้ง คือ ไม้น้าและเป็นไม้ล้มลุก ล้าต้นเลือยทอดไปตามน้าหรือในที่ลุ่มท่ีมีความชืนหรือดินแฉะๆ ล้า
ตน้ กลวงสเี ขยี วมีข้อปลอ้ งและมรี ากออกตามข้อไดเ้ ป็นใบเด่ียวออกแบบสลับเช่นรูปไข่รูปไข่แถบขอบขนานรูปหอก
รูปหัวลูกศรขอบใบเรียบหรือมีควน่ั เลก็ น้อยปลายปลายใบแหลมหรอื มนฐานใบเวา้ ป็นรปู หวั ใจใบ
4. กากน้าตาล คอื ของเหลวทม่ี ีลกั ษณะหนดื ข้น มีสีด้าอมน้าตาล ซึ่งเป็นผลผลิตอย่างหนึ่งในกระบวนการ
ผลิตน้าตาลทราย โดยมอี ้อยเปน็ วตั ถดุ ิบ กากน้าตาลนี
5. แป้งข้าวหมาก หรอื ลกู แป้งข้าวหมาก คอื กลา้ เชอื จลุ ินทรยี ์ผสมธรรมชาติ ส้าหรับใช้หมักข้าวเหนียวท้า
ข้าวหมาก แป้งข้าวหมากได้จากการผสมแป้งข้าวเจ้ากับลูกแป้งเดิมเพื่อเป็นการต่อเชือ และมีส่วนผสมของ
เครื่องเทศสมุนไพรไทย เมื่อผสมส่วนประกอบเข้าด้วยกัน ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมและหมักบ่มไว้ ในอุณหภูมิและ
ความชืนท่เี หมาะสม จะเกดิ เชือรา สขี าวขนึ เติมก้อนแปง้ เม่ือเชือเติบโตเต็มท่ีแล้ว จึงน้าไปตากแดดให้แห้ง ลูกแป้ง
ที่ได้จะมีลักษณะสีขาวนวล ก้อนแป้งฟูขึนเล็กน้อย ภายในเป็นโพรงมีเส้นใยรา สีขาวขึนท่ัวไป และมีน้าหนักเบา
เมอ่ื ตากแป้งแหง้ สนทิ แลว้ กส็ ามารถเก็บกล้าเชือนีไว้ใช้ท้าข้าวหมากได้
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจยั ทเี่ กีย่ วขอ้ ง
ในการจัดสร้างโครงงาน เรื่อง เปรียบเทียบน้ำหมักจากปริมาณไข่ไก่ที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของ
ผักบ้งุ คณะผจู้ ดั ทำได้รวบรวมข้อมูลทฤษฎีและหลกั การตา่ งๆจากเอกสารที่เกย่ี วข้อง มีรายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ผกั บุง้
1.1 ประวัติความเป็นมาของผักบุง้
1.2 ประเภทของผักบงุ้
1.3 ประโยชนข์ องผักบ้งุ
2. ไขไ่ ก่
2.1 ประโยชนข์ องฮอร์โมนไข่
2.2 ประโยชน์ของฮอร์โมนไขโ่ ดยตรงแกพ่ ืชพรรณผลผลติ ทางการเกษตร
3. สว่ นผสมต่างๆทใ่ี ชใ้ นการทำน้ำหมกั (กากนำ้ ตาล แปง้ ขา้ วหมาก ยาคลู ท)์
3.1 แป้งขา้ วหมาก
3.2 ยาคูลท์ หรอื นมเปร้ยี ว
3.3 กากน้ำตาล
1. ผกั บงุ้
1.1 ประวตั ิความเปน็ มาของผกั บุ้ง
ผักบุ้งที่ปลูกในประเทศไทย มี ประเภท ผักบุ้งไทย (Ipomoea aquatic Var. aquatica) มี
ดอกสีม่วงอ่อน ก้านสีเขียวหรือม่วงอ่อน ใบสีเขียวเข้ม และก้านใบสีม่วง และผักบุ้งจีน (Ipomoea
aquatica Var. reptans) ซึ่งมีใบสีเขียว ก้านสีเหลืองหรือขาว ก้านดอกและดอกสีขาว ผักบุ้งจีนนิยม
นำมาประกอบอาหารกว้างขวางกว่าผักบุ้งไทย จึงนิยมปลูกเป็นการค้าอย่างแพร่หลาย ทั้งการปลูก
เพื่อบริโภคสด และการผลิตเมล็ดพันธุ์ ปัจจุบันผักบุ้งจีนได้พัฒนาเป็นพืชผักส่งออกที่มีความสำคัญ
โดยส่งออกท้ังในรูปผักสด และเมลด็ พันธ์ุ การสง่ ออกเฉพาะผักบุ้งจนี เพ่ือบรโิ ภคสดไม่มีตัวเลขแน่นอน
เพราะรวมผกั บุ้งจนี ในหมวดผักสดอน่ื ๆ ซ่ึงไดแ้ ก่ ผักสดชนดิ ต่าง ๆ ตลาดทีส่ ำคัญคือฮ่องกง มาเลเซีย
และสิงคโปร์ สำหรับเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนประเทศไทยสามารถส่งออกเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนในปี 2538
ปรมิ าณ 540.6 ตนั มลู คา่ การส่งออก 19.8 ล้านบา
5
ผักบุ้งจีนใชเ้ วลาในการงอกเพยี ง 48 ชั่วโมง ระยะแรกของการเจริญเติบโตจะให้ลำต้นตั้งตรง
หลังจากงอกได้ 5-7 วนั จะมใี บเลยี้ งโผลอ่ อกมา 2 ใบ มีลักษณะปลายใบเป็นแฉก ไมเ่ หมือนกับใบจริง
เม่อื ต้นโตในระยะสองสปั ดาหแ์ รก จะมกี ารเจริญเติบโตทางลำต้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งอายุประมาณ
30-45 วัน การเจริญเติบโตจะเปลย่ี นไปในทางทอดยอดและแตกกอ
สำหรับผักบุ้งจีนที่หว่านด้วยเมล็ด การแตกกอจะมีน้อยมาก การแตกกอเป็นการแตกหน่อ
ออกมาจากตาที่อยู่บริเวณโคนต้นที่ติดกับราก มีตาอยู่รอบต้น 3-5 ตา เมื่อแตกแถวออกมาแล้วจะ
เจรญิ ทอดยอดยาวออกไปเป็นลำต้น มีปล้องขอ้ และทุกขอ้ จะใหด้ อกและใบ
1.1.1 การเลือกที่ปลูก การปลูกผักบุ้งจีนเพื่อการบริโภคสดเป็นการปลูกผักบุ้งจีนแบบหวา่ น
หรือโรยเมล็ดลงบนแปลงปลูกโดยตรง เม่อื ถงึ อายุเกบ็ เก่ยี ว 20-25 วนั จะถอนต้นผักบุ้งจีนท้ังต้นและ
รากออกจากแปลงปลูกไปบริโภคหรือไปจำหน่ายต่อไป ในการปลูกนั้นควรเลือกปลูกในที่มีการ
คมนาคมขนส่งสะดวก สภาพที่ดอน น้ำไม่ท่วม หรือเป็นแบบสวนผักแบบยกร่อง เช่น เขตภาษีเจริญ
บางแค กรงุ เทพฯ บางบัวทอง นนทบุรี นครปฐม และราชบรุ ี เป็นต้น ลกั ษณะดนิ ปลกู ควรเปน็ ดินร่วน
หรือดินร่วนปนทราย เพื่อถอนต้นผักบุ้งจีนได้ง่าย และควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำ เพื่อสะดวกในการรดน้ำ
ในช่วงการปลกู และทำความสะอาดตน้ และรากผักบุง้ จีนในช่วงการเก็บเก่ียว
1.1.2 การเตรียมดิน ผักบุ้งจีนเป็นพืชผักที่มีระบบรากตื้น ในการเตรียมดินควรไถตะตากดิน
ไว้ประมาณ 15-30 วัน แล้วดำเนินการไถพรวนและขึ้นแปลงปลูก ขนาดแปลงกว้าง 1.5-2 เมตร ยาว
10-15 เมตร เว้นทางเดินระหว่างแปลง 40-50 เซนติเมตร เพื่อสะดวกในการปฏิบัติดแู ลรกั ษา ใส่ปุ๋ย
คอก (มูลสุกร เปด็ ไก่ ววั ควาย) หรอื ปยุ๋ หมกั ทีส่ ลายตวั ดีแลว้ คลุกเคล้าลงไปในดนิ พรวนย่อยผวิ หน้า
ดินให้ละเอียดพอสมควรปรับหลังแปลงให้เรียบเสมอกัน อย่าให้เป็นหลุมเป็นบ่อ เมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีน
จะขึ้นไม่สมำ่ เสมอท้งั แปลง ถ้าดินปลกู เป็นกรด ควรใส่ปนู ขาวเพอ่ื ปรบั ระดับพีเอชของดินให้สูงขน้ึ
1.1.3 วิธีการปลูก ก่อนปลูกนำเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนไปแช่น้ำนาน 6-12 ชั่วโมง เพื่อให้เมล็ด
พันธุ์ผักบุ้งจีนดูดซับน้ำเข้าไปในเมล็ด มีผลให้เมล็ดผักบุ้งจีนงอกเร็วขึ้น และสม่ำเสมอกันดี เมล็ด
ผักบุ้งจีนที่ลอยน้ำจะเป็นเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ควรนำมาเพาะปลูก ถึงแม้จะขึ้นได้บ้าง
แต่จะไม่สมบรู ณ์แขง็ แรงอาจจะเป็นแหล่งทำใหเ้ กิดโรคระบาดได้ง่าย นำเมลด็ พนั ธุผ์ กั บุ้งจีนท่ีดีไม่ลอย
น้ำมาหว่านให้กระจายทั่วทั้งแปลงให้เมล็ดห่างกันเล็กน้อย ต่อจากนั้นนำดินร่วนหรือขี้เถ้าแกลบดำ
หว่านกลบเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนหนาประมาณ 2-3 เท่าของความหนาของเมล็ดหรือประมาณ 0.5
เซนตเิ มตร แตถ่ ้าแหลง่ ท่ปี ลกู นัน้ มีเศษฟางขา้ ว จะใชฟ้ างขา้ วคลุมแปลงปลูกบาง ๆ เพอ่ื ชว่ ยเก็บรักษา
6
ความชื้นในดิน หรือทำให้หน้าดินปลูกผักบุ้งจีนไม่แน่นเกินไป รดน้ำด้วยบัวรดน้ำหรือใช้สายยางติด
ฝักบัวรดน้ำให้ความชื้น แปลงปลูกผักบุ้งจีนทุกวัน ๆ ละ 1-2 ครั้ง ประมาณ 2-3 วัน เมล็ดพันธ์ุ
ผกั บุ้งจีน จะงอกเปน็ ต้นผกั บงุ้ จีนต่อไป
1.1.4 การปฏบิ ัติดแู ลรักษาผกั บุง้ จนี เพอื่ การบริโภคสด
1.1.4.1 การให้น้ำ ผักบุ้งจีนเป็นพืชที่ชอบดินปลูกที่ชุ่มชื้น แต่ไม่แฉะจนมีน้ำขัง
ฉะน้นั ควรรดน้ำผักบุ้งจีนอยู่เสมอทุกวัน ๆ ละ 1-2 ครง้ั ยกเวน้ ช่วงที่ฝนตกไม่ต้องรดน้ำ อย่า
ใหแ้ ปลงปลกู ผกั บงุ้ จนี ขาดนำ้ ได้ จะทำใหผ้ กั บงุ้ จนี ชะงักการเจริญเติบโต คณุ ภาพไม่ดี ตน้ แข็ง
กระดา้ ง เหนยี ว ไม่น่ารบั ประทาน และเก็บเกี่ยวไดช้ ้ากว่าปกติ
1.1.4.2 การใส่ปุ๋ย ผักบุ้งจีนเป็นพืชผักที่บริโภคใบและต้นมีอายกุ ารเก็บเกี่ยวสัน้ ถ้า
ดินปลกู มคี วามอดุ มสมบูรณ์ หรอื มีการใส่ปยุ๋ คอก เช่น มูลสกุ ร มูลเปด็ ไก่ เปน็ ต้น ซ่ึงปุ๋ยคอก
ดังกล่าวเป็นปุย๋ ทมี่ ไี นโตรเจนสงู อยแู่ ล้ว ไม่จำเปน็ ต้องใส่ปยุ๋ เคมกี ็ได้ แต่ถา้ ดนิ ปลูกไมค่ อ่ ยอุดม
สมบูรณ์ นอกจากต้องให้ปุ๋ยคอกแล้ว ควรมีการใส่ปุ๋ยทางใบที่มีไนโตรเจนสูง โดยหว่านปุ๋ย
กระจายทว่ั ทง้ั แปลงก่อนปลูกและหลังปลูกผักบุง้ จีนได้ประมาณ 7-10 วัน ซึ่งการให้ปุ๋ยคร้ังที่
2 นั้น หลังจากหว่านผักบุ้งจีนลงแปลงแล้ว จะตอ้ งมกี ารรดน้ำแปลงปลูกผกั บงุ้ จนี ทันที
1.1.4.3 การพรวนดินและกำจัดวชั พืช ถ้ามีการเตรยี มดินดีมีการใส่ปุ๋ยคอกก่อนปลูก
และมกี ารหว่านผกั บุ้งข้ึนสม่ำเสมอกนั ดี ไมจ่ ำเป็นต้องพรวนดิน เวน้ แตใ่ นแหล่งปลูกผักบุ้งจีน
ดงั กล่าวมวี ัชพืชขนึ้ มาก ควรมีการถอนวัชพืชออกจากแปลงปลูกอยู่เสมอ 7-10 วันตอ่ คร้ัง ใน
แหล่งที่ปลูกผักบุ้งจีนเพื่อการบริโภคสดเป็นการค้าปริมาณมาก ควรมีการพ่นสารคลุมวัชพชื
ก่อนปลูก 2-3 วัน ต่อจากนั้นจึงค่อยหว่านผักบุ้งจีนปลูก จะประหยัดแรงงานในการกำจัด
วัชพชื ในแปลงปลกู ผกั บุ้งจีนได้ดีมากวิธกี ารหน่งึ
1.1.4.4 การเก็บเกี่ยว หลังจากหว่านเมล็ดพันธุ์ผักบุ้งจีนลงแปลงปลูกได้ 20-25 วัน
ผักบุ้งจีนจะเจริญเตบิ โต มีความสูงประมาณ 30-35 เซนติเมตร ให้ถอนต้นผักบุ้งจีนออกจาก
แปลงปลูกทั้งต้นและราก ควรรดน้ำก่อนถอนต้นผักบุ้งจีนขึ้นมาจะถอนผักบุ้งจีนได้สะดวก
รากไม่ขาดมาก หลังจากนั้นล้างรากให้สะอาด เด็ดใบและแขนงที่โคนต้นออก นำมาผึ่งไว้ ไม่
ควรไว้กลางแดดผกั บุ้งจีนจะเหี่ยวเฉาได้ง่าย จัดเรียงต้นผักบุ้งจีนเป็นมัด เตรียมบรรจุภาชนะ
เพอื่ จดั ส่งตลาดตอ่ ไป
7
1.2 ประเภทของผกั บุ้ง
1.2.1 ผักบุ้งไทย เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ผักบุ้ง (Convolvulaceae) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า
Ipomoea aquatica พบได้บริเวณแม่น้ำลำคลองเพราะเจริญเติบโตในน้ำได้ดีกว่าบนดิน มักสานตัว
เปน็ กลมุ่ และลอยตวั บนผวิ นำ้ ชสู ่วนยอดหรือบรเิ วณสเี ขยี วเพ่ือสังเคราะหแ์ สง[1] โดยทวั่ ไปแล้วผักบุ้ง
ไทยได้รับความนิยมในการนำมาประกอบอาหารน้อยกว่าผักบุ้งจีน เพราะลำต้นมีความแข็งมากกว่า
และนิยมนำมาประกอบอาหารบางประเภทเทา่ นนั้
ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
ผักบุ้งไทย มีชอื่ เรียกท่หี ลากหลาย ชาวตะวนั ตกเรยี กผักบุ้งไทยว่าผักขมแม่นำ้ (river
spinach)[3] และมอนิ่งกลอรี่น้ำ (water morning glory) ขึ้นอยู่กับบุคคล ถิ่นกำเนิดของ
ผักบุ้งไทยอยู่ในเขตร้อน ผักบุ้งไทยเป็นไม้ล้มลุกที่อาศัยอยู่ในน้ำหรือในดินที่มีความชื้นแฉะ
มากๆ ลำต้นกลวงสีเขียวเพราะตอ้ งใช้ในการสังเคราะห์แสงรว่ มกบั ใบ และมีข้อปล้องชดั เจน
และมีรากงอกออกมาตามข้อปล้องต่างๆ (ที่ลำต้นกลวงเพื่อให้ลอยน้ำได้) เมล็ดพันธุ์มีสีดำ
ลักษณะกลม มีใบเดี่ยวสีเขียวคล้ายหัวลูกศรเรียวยาวและฐานใบเว้าเป็นรูปหัวใจยาว 3-15
เซนติเมตร กว้าง 3-9 เซนติเมตร ดอกมีลักษณะเป็นช่อดอกลักษณะทรงระฆังต่างจาก
ผักบุ้งจีน[4] ที่เป็นทรงกรวย โดยออกตามซอกใบ กลีบดอกมีหลายสี ได้แก่ สีขาว สีม่วงแดง
และสีชมพูกลีบม่วง การขยายพันธุ์สามารถนำเมล็ดพันธุ์ไปปลูกหรือแยกกิ่งแก่ไปปักชำได้
เช่นเดยี วกนั
1.2.2 ผักบุ้งจีน เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ผักบุ้ง (Convolvulaceae) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า
Ipomoea aquatica Forsk. Var. reptan เป็นพืชที่พบทั่วไปในเขตร้อน และเป็นผักที่คนไทยนิยม
นำมาประกอบอาหารเช่นเดียวกับผักบุ้งไทย ผักบุ้งจีนมใี บสีเขียว ก้านใบมีสีเหลืองหรอื ขาว ก้านดอก
และดอกมสี ีขาว โดยทว่ั ไปแล้วผกั บุ้งจีนจะนิยมนำมาประกอบอาหารมากกว่าผักบงุ้ ไทย จึงมีการปลูก
อย่างแพร่หลายในประเทศไทย สำหรับเกษตรกรปลูกเพื่อนำลำต้นไปขาย และบริษัทปลูกเพื่อพัฒนา
และขายเมลด็ พนั ธ์ุ ตลาดทสี่ ำคัญในการสง่ ออกผกั บงุ้ จนี คือ ฮอ่ งกง มาเลเซยี และสิงคโปร์
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ผักบุ้งจีนมีชื่อเรียกที่หลากหลาย ชาวตะวันตกเรียกผักบุ้งจีนว่า water
convolvulus และ kang-kong ขึน้ อยกู่ บั บุคคล ถน่ิ กำเนดิ ของผกั บงุ้ จีนอยู่ในเขตร้อน พบได้
ทั่วไปในทวีปแอฟริกา เขตร้อนในทวีปเอเชีย และในทวีปออสเตรเลีย รากของผักบุ้งจีนเป็น
8
รากแก้ว และมรี ากแขนงแตกออกล้อมรอบรากแกว้ เมล็ดพนั ธมุ์ ีสนี ้ำตาลลักษณะสามเหลี่ยม
ฐานมน ความกว้างโดยเฉลี่ย 0.4 เซนติเมตร และยาว 0.5 เซนติเมตร ใบมีลักษณะเป็นใบ
เดี่ยว ขอบใบเรียบ รูปใบคล้ายหอกเรียวยาว โคนใบมีลักษณะเป็นรูปหัวใจ ใบมีความยาว
ประมาณ 7-15 เซนติเมตร และก้านใบยาว 3-8 เซนติเมตร ดอกเป็นดอกสมบูรณ์มีลักษณะ
เป็นช่อดอก ดอกตรงกลาง 1 ดอกและดอกทางด้านข้างอีก 2 ดอก ดอกเป็นรูปกรวยต่างจาก
ผักบุ้งไทยที่เป็นรูปแตร แต่ด้านนอกของดอกมีสีม่วงและด้านในเป็นสีขาวเหมือนกัน การ
ขยายพันธ์นุ ยิ มใชเ้ มล็ดพันธ์ุมากกว่าวธิ ีการอ่ืน
1.3 ประโยชนข์ องผกั บงุ้
1.3.1 ประโยชนข์ องผักบงุ้ ขอ้ แรกคือมสี ว่ นชว่ ยใหผ้ ิวพรรณเปลง่ ปล่งั สดใส มนี ำ้ มนี วล
1.3.2 มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการชะลอวัยความแก่ชรา และชะลอการเกิดริ้วรอย
แหง่ วัย
1.3.3 มีส่วนช่วยปอ้ งกันการเกดิ หรือลดอัตราการเกดิ ของโรคมะเร็งได้
1.3.4 ช่วยบำรุงสายตา รักษาอาการตาต้อ ตาฝ้าฟาง ตาแดง สายตาสั้น
1.3.5 ช่วยบำรงุ ธาตุ
1.3.6 ต้นสดของผกั บุ้งใช้เปน็ ยาดับร้อน แกอ้ าการร้อนใน
1.3.7 ต้นสดของผกั บุง้ ช่วยในการบำรุงโลหิต
1.3.8 ช่วยเสริมสร้างศกั ยภาพในดา้ นความจำและการเรยี นรใู้ หด้ ขี น้ึ
1.3.9 ยอดผักบงุ้ ช่วยแก้โรคประสาท
1.3.10 ช่วยแก้อาการเหงอื่ ออกมาก (รากผงั บุง้ )
1.3.11 มีส่วนชว่ ยลดระดบั น้ำตาลในเลือด ปอ้ งกันการเกดิ โรคเบาหวาน
1.3.12 ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย
1.3.13 ต้นสดของผกั บงุ้ ไทยต้นขาวชว่ ยบำรุงกระดูกและฟัน
1.3.14 ชว่ ยแก้อาการเหงอื กบวม
1.3.15 ช่วยรักษาแผลรอ้ นในในปาก ด้วยการนำผักบุ้งสดมาผสมเกลืออมไว้ในปากประมาณ
2 นาที วนั ละ 2 คร้ัง
1.3.16 ฟนั เปน็ รปู วด ใหใ้ ชร้ ากสด 120 กรมั ผสมกับน้ำส้มสายชู ค้นั เอานำ้ มาบว้ นปาก
1.3.17 ใช้แก้อาการไอเรื้อรัง (รากของผงั บุ้ง)
1.3.18 แก้เลือดกำเดาไหลออกมากผิดปกติ ด้วยการใช้ต้นสดมาตำผสมน้ำตาลทรายแล้ว
นำมาชงนำ้ รอ้ นดื่ม
9
1.3.19 ใช้แก้โรคหดื (รากของผงั บงุ้ )
1.3.20 ช่วยป้องกนั การเกดิ โรคกระเพาะอาหาร
1.3.21 ช่วยป้องกันการเกดิ โรคแผลในกระเพาะอาหารจากผลของยาแอสไพริน
1.3.22 ช่วยป้องกนั โรคทอ้ งผูก
1.3.23 ยอดผกั บุ้งมีส่วนชว่ ยแก้อาการเสอื่ มสมรรถภาพ
1.3.24 ชว่ ยทำความสะอาดของเสียที่ตกคา้ งในลำไส้
1.3.25 ผักบ้งุ จนี มีฤทธิ์ช่วยในการขับปสั สาวะ แกป้ ัสสาวะเหลือง
1.3.26 ช่วยแก้อาการปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายออกมาเป็นเลือด ด้วยการใช้ลำต้นคั้นนำน้ำมา
ผสมกับนำ้ ผ้ึงด่มื
1.3.27 ช่วยแกห้ นองใน ดว้ ยการใช้ลำต้นคัน้ นำน้ำมาผสมกับน้ำผึ้งดื่ม
1.3.28 ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ด้วยการใช้ต้นสด 1 กิโล / น้ำ 1 ลิตร นำมาต้มให้เละเอากาก
ทิ้งแล้วใสน่ ำตาลทรายขาว 120 กรมั แล้วเคี่ยวจนข้นหนดื ทานครั้งละ 90 กรัม วนั ละ 2 คร้งั เชา้ และ
เย็น
1.3.29 ช่วยแกอ้ าการตกขาวมากของสตรี (รากของผังบุง้ )
1.3.30 ผักบุ้งรสเยน็ มีสรรพคณุ ช่วยถอนพษิ เบ่ือเมา
1.3.31 รากผกั บงุ้ รสจืดเฝอื่ นมสี รรพคุณช่วยถอนพษิ สำแดง
1.3.32 ผกั บุ้งขาวหรอื ผักบงุ้ จนี ชว่ ยใหเ้ จริญอาหาร
1.3.33 ช่วยตอ่ ต้านเชือ้ แบคทเี รยี
1.3.34 ชว่ ยแกอ้ าการฟกช้ำ (ผังบงุ้ ไทยต้นขาว)
1.3.35 ดอกของผกั บุง้ ไทยตน้ ขาวใชเ้ ป็นยาแก้กลากเกลื้อน
1.3.36 ใชถ้ อนพษิ จากแมลงสตั ว์กดั ตอ่ ย (ผงั บงุ้ ไทยตน้ ขาว)
1.3.37 แก้แผลมีหนองช้ำ ด้วยการใช้ต้นสดต้มน้ำให้เดือดนานๆ ทิ้งไว้พออุ่นแล้วเอาน้ำล้าง
แผลวนั ละครั้ง
1.3.38 ช่วยแกพ้ ษิ ตะขาบกดั ดว้ ยการใชต้ น้ สดเตมิ เกลอื นำมาตำแลว้ พอกบรเิ วณทีถ่ ูกกัด
1.3.39 ตน้ สดของผักบงุ้ ไทยตน้ ขาวใชร้ กั ษาแผลไฟไหม้ น้ำรอ้ นลวก
1.3.40 ต้นสดของผักบงุ้ ไทยตน้ ขาวช่วยลดการอกั เสบ อาการปวดบวม
1.3.41 ช่วยขบั สารพษิ ออกจากร่างกาย
1.3.42 ใชบ้ ำบัดรกั ษาผู้ป่วยยาเสพตดิ หรือผูท้ ่ไี ดร้ บั สารพษิ ตา่ งๆเชน่ เกษตรกร เป็นต้น
10
1.3.43 นำมาใช้ในการประกอบอาหารอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะสุก ผัก แกง ดอง ได้หมด
เช่น ผดั ผกั บ้งุ ไฟแดง สม้ ตำ แกงสม้ แกงเทโพ ยาํ ผกั บุ้งกรอบ เป็นตน้
1.3.44 ผกั บงุ้ นำมาใชเ้ ป็นอาหารสตั วไ์ ดเ้ หมือนกัน เช่น หมู เปด็ ไก่ ปลา เป็นตน้ (มหี ลายคน
เข้าใจผิดว่ากระต่ายชอบกินผักบุ้ง แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะอาจจะทำให้ท้องเสียได้ เพราะ
ผักบุ้งมียาง ยกเว้นกระตา่ ยโตถา้ จะใหก้ นิ ไมค่ วรใหบ้ อ่ ยและให้ทีละนิด)
1.3.45 ผักบุ้ง ประโยชน์ ข้อสุดท้ายนิยมนำมาแปรรูปเปน็ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เชน่ ผักบุ้งแคปซูล
ผงผักบงุ้ เป็นต้น
2. ไข่ไก่
นบั เปน็ หนงึ่ ในของทต่ี ้องมสี ำหรับการทำเกษตรอินทรีย์ เพราะเป็นปุ๋ยชนั้ เย่ียมไม่ต้องหมักให้ซับซ้อน
กินเวลา กินพื้นที่ แต่ให้ธาตุอาหารสมบรู ณ์ ฮอร์โมนไข่ คือ การนำไข่สดมาผสมจุลินทรีย์และน้ำตาลให้เข้ากนั
และหมักไว้ กลายเป็นชีวภัณฑ์ สำหรับการเกษตรอย่างดีเลยครับ โดยทั่วไปเกษตรกรก็จะนำฮอร์โมนไข่ไปใช้
ร่วมกบั ฮอร์โมนนมสด เพ่ือเสริมการออกฤทธิ์บำรงุ ผลผลิต ไขแ่ ดงอุดมดว้ ยเลซิธนิ สามารถช่วยบำรุงสมอง ทำ
ใหส้ มองฟนื้ ฟูความสดใสได้ วิตามิน B มปี ระโยชน์คลายความเครียด ช่วยทำใหน้ ้ำตาลกลายเป็นพลังงาน ในไข่
แดงทกุ 100 มีธาตุเหลก็ ถึง 150 มิลลิกรมั สามารถช่วยให้รา่ งกายสร้างเซลล์เม็ดเลือดไดม้ ากขน้ึ
ไขน่ ั้นนอกจากจะมโี ปรตีนทมี่ ีประโยชนต์ ่อคนแล้ว ยงั มปี ระโยชนพ์ ืชอกี ด้วย เพราะเม่ือเรานำมาหมักก็
จะได้ฮอร์โมนไข่ที่ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช กระตุ้นตาดอก เพิ่มจุลินทรีย์ในดิน ช่วยย่อยอินทรีย์วัตถุใน
ดิน ทำให้ดินร่วนซุยอุ้มน้ำได้ดีและทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยเกษตรกรสามารถผลิตใช้เองในการทำ
เกษตรไดง้ ่าย ๆ
2.1 ประโยชนข์ องฮอรโ์ มนไข่
2.1.1 ใชเ้ วลาน้อย
2.1.2 อุปกรณห์ างา่ ย สามารถทำเองได้
2.1.3 ราคาไมแ่ พง
2.1.4 ทำเกษตรแบบปลอดภยั ไรส้ ารพิษ สารเคมี
2.1.5 ลดขั้นตอนการทรมานต้นไม้ ในรูปแบบต่างๆลงไปอยา่ งมาก ทั้งงดน้ำ ควั่นกิ่ง รมควัน ขัน
ชะเนาะ ซึง่ ลว้ นแตเ่ ปน็ วิธที ี่จะทำให้ต้นพืชอายุสนั้
2.1.6 ชว่ ยเพ่ิมคาร์โบไฮเดรต หรอื ธาตุคาร์บอนให้กับต้มไม้ มผี ลกระตุ้นตาดอก
2.1.7 กรดฟุลวิก”มีส่วนช่วยในการดดู ซึมสารอาหาร ทำใหเ้ ซลล์พืชแข็งแรง
11
2.2 ประโยชนข์ องฮอรโ์ มนไข่โดยตรงแกพ่ ชื พรรณผลผลติ ทางการเกษตร
2.2.1 ชว่ ยบำรงุ เสริมความแข็งแรง เพ่มิ น้ำหนกั ใหก้ บั พชื ผลผลติ ทางการเกษตร
2.2.2 กระตุ้นการออกดอกในพชื ผลต่างๆ
2.2.3 เสรมิ ให้ผลใหญ่และมรี สชาติหวานกรอบ
2.2.4 เรง่ การเจรญิ เติบโตในผักและเพมิ่ ความหวานกรอบ
3. ส่วนผสมตา่ งๆทีใ่ ชใ้ นการทำนำ้ หมัก
3.1 แปง้ ขา้ วหมาก
มีลกั ษณะเปน็ กอ้ นแปง้ คร่ึงวงกลม สขี าวนวล นำ้ หนักเบา ในลูกแปง้ ข้าวหมากจะมเี ชอ้ื รา ซ่ึง
สามารถ สรา้ งเอนไซม์อมิเลสออกมายอ่ ยแปง้ หรอื โปรตีนในไข่ได้หรือเรยี กว่าเชือ้ จุลนิ ทรีย์ เป็น
เชื้อจลุ นิ ทรีย์ ราและยสี ต์ ซง่ึ เกดิ จากการหมักแป้งขา้ วเจ้า และสมุนไพรหลายชนดิ เม่อื หมักจน
เชือ้ จุลินทรียเ์ กิดเติมก้อนแป้งแล้ว นำไปตากแดดจนแหง้ จึงเก็บไวใ้ ชใ้ นลกั ษณะของเช้ือแห้ง
3.2 ยาคูลท์ หรือนมเปรีย้ ว
เกิดจากกระบวนการหมกั ของนมพรอ่ งมนั เนยกบั นำ้ ตาลและแบคทีเรียแลคโตบาซิลลสั ซ่ึง
เปน็ แบคทีเรียทพี่ บในระบบดูดซึมอาหารของมนษุ ย์ ซงึ่ ส่งผลช่วยให้ระบบในรา่ งกายของมนษุ ย์ทำงาน
ไดด้ ีข้นึ และเมื่ออยู่ในฮอรโ์ มนไขก่ ็จะชว่ ยในการดูดซมึ โปรตีนในไข่
3.3 กากนำ้ ตาล
เป็นของเหลวท่มี ลี ักษณะหนืดข้น มีสีดำอมน้ำตาล ซึ่งเป็นผลผลิตอย่างหนง่ึ ในกระบวนการ
ผลิตน้ำตาลทราย โดยมีอ้อยเป็นวตั ถดุ ิบ กากนำ้ ตาลน้ี จะแยกออกจากกระบวนการผลิตนำ้ ตาลทราย
ในข้ันตอนสุดท้าย ด้วยการแยกออกจากเกลด็ น้ำตาลโดยวธิ กี ารปัน่ (Centrifuge) ซงึ่ ไม่สามารถตก
ผลึกเป็นเกลด็ น้ำตาลไดด้ ว้ ยวิธีท่ัวไป และไม่นำกลบั มาใช้ผลิตน้ำตาลทรายอีก
บทที่ 3
วิธกี ารดาเนินการ
การดาเนนิ โครงงานเรื่อง เปรียบเทยี บประสิทธิภาพของนาหมักจากไข่ไก่ทส่ี ่งผลตอ่ การเจริญเติบโต
ของพชื มีจดุ มุ่งหมายของการศึกษาคน้ คว้า เพ่ือทานาหมักและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของนาหมักจากไข่
ไกท่ ่ีส่งผลต่อการเจรญิ เติบโตของผักบุ้ง โดยมรี ายละเอยี ดวิธกี ารดาเนนิ โครงงาน ดงั นี
3.1 วสั ดุ และอุปกรณ์
1. ถงั พลาสติกสาหรับทานาหมัก
2. กระถางปลูกต้นไม้
3. ไขไ่ ก่
4. กากนาตาล
5. แปง้ ขา้ วหมาก
6. ยาคลู ท์
7. เมลด็ ผกั บุง้
8. ตลบั เมตรสาหรบั วดั ความสูงของพชื
9. พลัว่
10. เครือ่ งช่ังวัดปริมาตร
11. ไมบ้ รรทดั
13
3.2 วิธกี ารดาเนนิ การ
ในงานการทาโครงงานครังนีผู้จัดทาได้แบ่งวธิ ีการดาเนินโครงงานเป็น 3 ตอน ดังนี
1. การตรวจสอบคณุ ภาพดนิ
2. รูปแบบและอัตราส่วนในการทานาหมัก
3. วิธกี ารเปรียบเทียบประสิทธภิ าพของนาหมัก
ตอนท่ี 1 การตรวจสอบคุณภาพดนิ
1. เกบ็ ดนิ ตวั อยา่ งในเขตโรงเรยี นทีปราษฎรพ์ ิทยา ท่จี ะใช้ในการทดลอง บริเวณ ไดแ้ ก่ แปลงเกษตร
บนเขาโรงเรียนทปี ราษฎรพ์ ิทยา โดยจะเก็บดนิ บรเิ วณผวิ ดิน และ ที่ความลึก 20 เซนติเมตร เกบ็ ขอ้ มลู ทงั การ
บันทกึ ภาพสภาพแวดล้อมของบริเวณที่เก็บตัวอย่างดนิ และจดบันทึกลักษณะต่างๆที่เกยี่ วข้อง
2. นาดินมาตรวจสอบคณุ ภาพของดินทงั บริเวณผิวดนิ ใตผ้ วิ ดิน และลกั ษณะทางเคมี ( การละลายนา
โดยจะตรวจสอบลกั ษณะทางกายภาพ (สี เนือ ส่ิงเจอื ปน ผิวสัมผสั นาหนัก) และขอ้ มูลทางชีวภาพ เพือ่ สังเกต
ความอุดมสมบรู ณข์ องดนิ
ตอนท่ี 2 รปู แบบและอัตราส่วนในการทาน้ามักั
1. นาไขไ่ ก่ มาผลิตเป็นนาหมกั ชีวภาพสูตรตา่ งๆ ระยะเวลาการหมัก 15 วัน ดงั นี
สูตรที่ 1 สูตรไข่ไก่ 5 กิโลกรัม
ส่วนผสั ปริัาณ
ไขไ่ ก่ 5 กโิ ลกรมั
5 กโิ ลกรมั
กากน้าตาล 1 กอ้ น
แปง้ ข้าวมัาก 80 มลิ ลลิ ติ ร
ยาคลู ท์
ตารางที่ 1 สตู รนา้ มักั ชีวภาพจากไขไ่ กส่ ูตรท่ี 1
14
สูตรที่ 2 สูตรไข่ไก่ 2 กิโลกรัม
ส่วนผสั ปรัิ าณ
ไข่ไก่ 2 กโิ ลกรมั
5 กิโลกรัม
กากนา้ ตาล 1 กอ้ น
แป้งขา้ วมัาก 80 มลิ ลลิ ติ ร
ยาคูลท์
ตารางท่ี 2 สตู รน้ามักั ชีวภาพจากไข่ไกส่ ตู รที่ 2
ขนั ตอนวิธีการทานาหมักทัง 2 สตู ร
1. ชง่ั ไขไ่ ก่
2. ใช้เครือ่ งป่ันนาผลไม้ ปนั่ ไข่ไก่ให้ละเอียด
3. ชั่งกากนาตาล 5 กิโลกรัม
4. นาไขไ่ ก่ และกากนาตาลผสมให้เข้ากัน
5. เทยาคลู ท์ลงไปผสม
6. บแี ปง้ ข้าวหมากลงไปผสม
7. คนให้เขา้ กัน ปิดฝา แลว้ เก็บไว้ในที่รม่ ให้พ้นจากแสงแดด นาน 15 วัน
2. เมอ่ื ทาการผสมนาหมักในระบบปดิ เสร็จแล้ว ทาการคนนาหมักทุกวนั ในตอนเชา้ เวลา 07.30 น.
สงั เกตและบันทึกผล
ตอนที่ 3 วธิ กี ารเปรียบเทียบประสทิ ธภิ าพของนา้ มััก
1. ขันตอนการเตรียมดนิ
1.1 ตักดนิ บรเิ วณแปลงเกษตรบนเขาโรงเรยี นทีปราษฎร์พิทยา นาดินที่ได้มาร่อนให้ละเอียด
1.2 นาดนิ มาแบง่ ใส่กระถางกระถางละเท่าๆกนั สูตรละ 1 กระถาง รวมเป็น 2 กระถาง
15
2. ขันเตรียมเมลด็ ผักบุ้ง
2.1 นาเมล็ดผกั บุง้ ประมาณ 80 เมลด็ แช่นาเปน็ เวลา 1 วัน
2.2 คัดเลือกเมล็ดทส่ี มบรู ณม์ าปลูกโดยประมาณกระถางละ 5 เมลด็
3. ขันทดสอบประสทิ ธิภาพนาหมกั
3.1 นานาหมักชวี ภาพจากไขไ่ ก่ มาทดสอบประประสิทธิภาพ โดย คณะผ้จู ดั ทาจะทาการ
รดนาหมกั วันละ 1 ครัง เวลา 16:00 น. รดครงั ละ 100 ml. แบบไมผ่ สมนา
3.2 ทาการรดนาหมกั
3.2.1 กระถางที่ 1 รดด้วยนาหมักชวี ภาพจากไขไ่ กส่ ูตรที่ 1
3.2.2 กระถางที่ 2 รดด้วยนาหมกั ชวี ภาพจากไข่ไกส่ ตู รท่ี 2
3.3 ทาการสังเกตการเจริญเติบโตโดยการวัดส่วนสูงของต้นผักบุ้ง แล้วบันทึกผลการทดลอง
ตังแต่วันท่ี 9 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวนั ท่ี 24 กุมภาพนั ธ์ 2564 โดยแสดงผลออกมาในรปู แบบของตาราง
บทที่ 4
ผลการทดลอง
การจัดทาโครงงานเคมีเร่ือง เปรียบเทียบประสิทธิภาพของนาหมักจากไข่ไก่ท่ีส่งผลต่อการ
เจรญิ เติบโตของพชื คณะผ้จู ดั ทาไดศ้ กึ ษากระบวนการและไดผ้ ลการทดลอง ดังนี
ผลการทดลอง
คณะผู้จัดทาเกิดความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่อง เปรียบเทียบประสิทธิภาพของนาหมักจากไข่ไก่ที่ส่งผล
ตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของพืช โดยพืชท่ีเลือกใช้นัน ได้แก่ ผักบุ้ง ทาให้คณะผู้จัดทาสามารถเพื่อเปรียบเทียบ และ
ศึกษาการเจริญเติบโตของผักบุ้งท่ีใช้นาหมักจากไข่ไก่ และได้สังเกตการเจริญเติบโตทุกๆ 5 วัน เป็นระยะเวลา
15 วันแล้วนาขอ้ มูลผลการทดลองมาแสดงเป็นตารางไดด้ ังนี
ตารางที่ 3 การเปรยี บเทยี บการเจริญเตบิ โตของผักบงุ้ ทใี่ ชน้ า้ หมกั จากไขไ่ ก่
การเจริญเติบโตของผกั บุ้ง
วนั /เดือน/ปี สตู รไข่ไก่ 2 กโิ ลกรัม สูตรไขไ่ ก่ 5 กโิ ลกรัม
9/02/2564 ความสูงเฉลีย่ ความสงู เฉล่ีย
14/02/2564 (ซม.) (ซม.)
19/02/2564
24/02/2564 6.1 5.7
7.6 6.8
9.9 8.3
13.9 10.6
จากการศึกษาเจริญเติบโตของผักบุ้งโดยใช้นาหมักจากไข่ไก่ในปริมาณท่ีแตกแต่งกัน ได้แก่ สูตรท่ี1
คือ สูตรไข่ไก่ 2 กิโลกรัม และสูตรที่ 2 คือ สูตรไข่ไก่ 5 กิโลกรัม ผลปรากฏว่า ผักบุ้งเจริญได้ดีที่สุด ในสูตรไข่
ไก่ 2 กโิ ลกรัม และรองลงมาคือ สตู รไขไ่ ก่ 5 กิโลกรัม
17
บทที่ 5
สรปุ ผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
การทาโครงงานเรื่อง การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของนาหมักจากไข่ไก่ท่ีส่งผลต่อการเจริญเติบโต
ของพืช มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาการเจริญเติบโตของผักบุ้งที่ใช้นาหมักจากไข่ไก่และเปรียบเทียบการ
เจรญิ เตบิ โตของผกั บุง้ ทใ่ี ช้นาหมักจากไข่ไก่ สามารถสรุปผลและอภปิ รายผลได้ดงั นี
สรปุ ผลการทดลอง
จากการทดลองใช้นาหมักจากไข่ไก่ 2 สูตร ได้แก่ สูตรไข่ไก่ 2 กิโลกรัม และสูตรไข่ไก่ 5 กิโลกรัม
เพ่ือเปรียบเทียบการเจริญเติบโตของผักบุ้ง ซึ่งคณะผู้จัดทากาหนดระยะเวลาในการทดลองเป็นเวลา 15 วัน
และได้สังเกตการณเ์ จริญเตบิ โตทุกๆ 5 วัน ไดผ้ ลสรปุ ว่า ในวนั ที่ 9 กุมภาพันธ์ ผักบุ้งที่ใช้สูตรไข่ไก่ 2 กิโลกรัม
มีความสูง 6.1 เซนติเมตร ส่วนผักบุ้งท่ีใช้สูตรไข่ไก่ 5 กิโลกรัม มีความสูง 5.7 เซนติเมตร ในวันท่ี 14
กุมภาพันธ์ ผักบุ้งท่ีใช้สูตรไข่ไก่ 2 กิโลกรัม มีความสูง 7.6 เซนติเมตร ส่วนผักบุ้งท่ีใช้สูตรไข่ไก่ 5 กิโลกรัม มี
ความสูง 6.8 เซนติเมตร ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ผักบุ้งท่ีใช้สูตรไข่ไก่ 2 กิโลกรัม มีความสูง 9.9 เซนติเมตร
ส่วนผกั บุ้งทใ่ี ช้ไขไ่ กส่ ูตร 5 กโิ ลกรัม มคี วามสูง 8.3 เซนติเมตร และในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผักบุ้งที่ใช้สูตรไข่ไก่
2 กโิ ลกรมั มีความสงู 13.9 เซนตเิ มตร สว่ นผกั บุง้ ท่ีใช้สูตร 5 กิโลกรมั มีความสงู 10.6 เซนติเมตร
อภปิ รายผลการทดลอง
จากผลการทดลองการเปรียบเทียบการเจรญิ เติบโตของผักบุ้งท่ีใช้นาหมักจากไข่ไก่โดยใช้ปริมาณไข่ไก่
ที่แตกต่างกัน ได้ผลสรุปว่าผักบุ้งท่ีใช้สูตรไข่ไก่ 2 กิโลกรัมจะมีการเจริญเติบโตดีกว่าผักบุ้งที่ใช้สูตรไข่ไก่ 5
กิโลกรัม โดยจะมีความสูงมากกว่า สูตรท่ีใช้ไข่ไก่ 5 กิโลกรัม ประมาณ 1-2 เซนติเมตรโดยเฉล่ีย ทาให้การ
ทดลองครงั นเี ป็นไปตามสมมติฐาน คอื ปรมิ าณไขไ่ กท่ ี่ใช้ในกระบวนการทานาหมักมีผลต่อการเจริญเติบโตของ
ผักบงุ้
จากผลการศึกษาได้ข้อสรุปว่า ไข่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยการที่คณะผู้จัดทานาไข่ไก่มาใช้
ในการทานาหมักเนื่องจากในไข่ไก่มีคุณสมบัติพิเศษท่ีเหมาะแก่การนามาใช้กับพืช เพ่ือใช้บารุงและเร่งการ
เจรญิ เติบโตให้แกพ่ ชื ได้ โดยนามาทาเปน็ ฮอร์โมนไข่ ซึง่ ฮอรโ์ มนไข่ ก็จะให้ประโยชน์โดยตรงแก่พืชพรรณ โดย
จะช่วยเพิม่ คารโ์ บไฮเดรต หรือ ธาตคุ ารบ์ อนใหก้ ับต้นไม้ ซ่ึงจะชว่ ยเรง่ การเจรญิ เตบิ โตให้ต้นไม้ และในฮอร์โมน
18
ไข่จะมีกรดฟุลวิกซ่ึงมีส่วนช่วยในการดูดซึมอาหารทาให้เซลล์พืชแข็งแรง ทาให้เห็นได้ว่า ฮอร์โมนไข่หรือนา
หมักจากไข่ไก่ มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของพืช ทังนีปริมาณไข่ก็มีส่วนสาคัญในการทานาหมัก หากใส่ใน
ปริมาณมากหรือน้อยเกินไป อาจเปน็ การลดประสทิ ธิภาพของนาหมกั ได้
ข้อเสนอแนะ
1.ควรมีการทดลองหาสูตรนาหมักจากวัสดุธรรมชาติ เช่น นาหมักจากเศษผลไม้ เพื่อเปรียบเทียบ
ประสิทธิภาพที่ดกี วา่
2. ควรนานาหมกั ที่ทาจากไขไ่ กท่ งั 2 สตู ร ไปทดลองใชก้ ับพชื หลายๆชนิด
3. ควรใช้ระยะเวลาการทดลองใหน้ านกว่านเี พื่อท่จี ะได้ทราบผลการทดลองทชี่ ดั เจนยงิ่ ขนึ
บรรณานุกรม
นพดล บุ้งทอง. เหตุผลทเี่ ลอื กทาโครงงาน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก :
https://sites.google.com/a/nsw.ac.th/i-na-hmak-khan-theph0605/hetuphl-thi-leuxk-tha-khorn.
(วนั ที่ค้นข้อมลู : 23 มกราคม 2564).
สถาบันวิจยั และพัฒนาพ้ืนท่สี ูง (องค์การมหาชน). (2563, 1 ตุลาคม). นาหมักชีวภาพ (สตู รไขไ่ ก่).
[ออนไลน์]. เข้าถงึ ไดจ้ าก : https://www.hrdi.or.th/Articles/Detail/11.
(วนั ท่ีคน้ ข้อมูล : 23 มกราคม 2564).
สานักงานเกษตรและสหกรณ์จงั หวัดอา่ งทอง. (2563, 17 กมุ ภาพนั ธ์). วธิ ีทาฮอร์โมนนมสด ฮอรโ์ มนไข่
สาหรบั พชื . [ออนไลน์]. เขา้ ถึงไดจ้ าก : https://www.opsmoac.go.th/angthong-article_prov-preview-.
(วนั ท่ีคน้ ข้อมูล : 23 มกราคม 2564).
Puechkaset. (2557, 7 ธนั วาคม). นาหมกั ชีวภาพ และวธิ ที านาหมกั ชีวภาพ. [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ได้
จาก : https://puechkaset.com/%. (วันทีค่ น้ ข้อมลู : 23 มกราคม 2564).
JOM. (2559, 7 กนั ยายน). ผกั บงุ้ . [ออนไลน]์ . เข้าถงึ ได้จาก : https://www.thai-
thaifood.com/th/. (วนั ท่ีค้นข้อมลู : 24 มกราคม 2564).
พมิ พ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ.์ (2557, 7 ธันวาคม). Egg / ไข.่ [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก :
http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/1146/egg. (วันท่คี ้นขอ้ มลู : 25 มกราคม 2564).
ภาคผนวก
ภาพท่ี 1 เก็บดินตัวอย่างในเขตโรงเรยี นทปี ราษฎรพ์ ทิ ยา
ภาพท่ี 2 เก็บดนิ บริเวณผิวดิน
ภาพท่ี 3 นาไข่ไกม่ าปอกเปลอื ก
ภาพท่ี 4 การชั่งไขไ่ ก่
ภาพที่ 5 การชัง่ กากน้าตาล
ภาพที่ 6 นาไข่ไก่ใสใ่ นถงั หมัก
ภาพท่ี 7 เทยาคลู ท์ลงไปผสม
ภาพท่ี 8 นาไข่ไกและกากน้าตาลผสมใหเ้ ขา้ กัน บแี ป้งขา้ วหมากลงไปผสม
ภาพที่ 9 คนสว่ นผสมให้เขา้ กันและปดิ ฝา แลว้ เกบ็ ไวใ้ นที่ร่มใหพ้ ้นจากแสงแดด นาน 15 วนั