The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 นางสาววราภรณ์ วิจิตรขจี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nubtang2563, 2022-03-18 20:56:35

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 นางสาววราภรณ์ วิจิตรขจี

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 นางสาววราภรณ์ วิจิตรขจี

เทคโนโลยี วิทยำกำรคำนวณ คำอธบิ ำยรำยวิชำ
ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 4
กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วทิ ยำศำสตรแ์ ละเทคโนโลยี
เวลำ 40 ชั่วโมง / ปี

ศกึ ษาและฝกึ ทักษะเกี่ยวกบั การใชอ้ ัลกอริทมึ เป็นข้นั ตอนทใ่ี ชใ้ นการแก้ปญั หา การแสดง
อัลกอริทมึ ทาไดโ้ ดยการเขยี น บอกเล่า วาดภาพหรือใช้สัญลักษณ์ การใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการ
แกป้ ัญหา การอธบิ ายการทางานหรือการคาดการผลลพั ธ์จากปัญหาอย่างง่าย การออกแบบและเขยี น
โปรแกรมอยา่ งงา่ ย การตรวจหาขอ้ ผิดพลาดในโปรแกรม การค้นหาข้อมูลในอนิ เทอรเ์ น็ตและการใช้
คาค้น การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมลู การรวบรวมข้อมลู การประมวลผลอย่างง่าย การวเิ คราะห์
ผลและสร้างทางเลือก การนาเสนอข้อมลู การสือ่ สารอยา่ งมีมารยาทและรกู้ าลเทศะ การปกป้องขอ้ มูล
ส่วนตัว

ตัวช้ีวดั
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยำกำรคำนวณ)
1. ใชเ้ หตุผลเชงิ ตรรกะในการแก้ปญั หา การอธิบายการทางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปญั หา

อย่างงา่ ย
2. ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย โดยใช้ซอฟตแ์ วรห์ รือสื่อ และตรวจหาข้อผิดพลาด

และแก้ไข
3. ใชอ้ นิ เทอร์เนต็ คน้ หาความรู้ และประเมินความนา่ เชอื่ ถือของข้อมูล
4. รวบรวม ประเมนิ นาเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศ โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ทีห่ ลากหลายเพอื่ แกป้ ัญหา

ในชวี ติ ประจาวัน
5. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เข้าใจสิทธแิ ละหนา้ ที่ของตน เคารพในสทิ ธขิ องผอู้ นื่

แจง้ ผเู้ กี่ยวขอ้ งเม่ือพบข้อมลู หรือบุคคลทไ่ี ม่เหมาะสม

รวม 5 ตัวชวี้ ัด

โครงสรำ้ งตวั ชว้ี ัดและสำระกำรเรียนรู้

สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชงิ คานวณในการแกป้ ัญหาที่พบในชีวติ จริงอยา่ งเปน็ ข้นั ตอนและ
เปน็ ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รเู้ ทา่ ทัน และมีจรยิ ธรรม

ตวั ช้ีวดั สำระกำรเรียนรู้
1. ใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะในกำร
แกป้ ญั หำ กำรอธิบำยกำรทำงำน  การใชเ้ หตผุ ลเชงิ ตรรกะเปน็ การนากฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไข
กำรคำดกำรณ์ผลลัพธ์ ที่ครอบคลุมทุกกรณมี าใช้พจิ ารณาในการแกป้ ญั หา
จำกปญั หำอย่ำงงำ่ ย การอธบิ ายการทางาน หรือการคาดการณ์ผลลัพธ์

2. ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอยำ่ งงำ่ ย  สถานะเร่ิมต้นของการทางานท่ีแตกต่างกนั จะใหผ้ ลลัพธ์
โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์หรือสื่อ และตรวจหำ ที่แตกตา่ งกนั
ข้อผดิ พลำดและแก้ไข
 ตัวอย่างปญั หา เชน่ เกม OX โปรแกรมท่ีมีการคานวณ
โปรแกรมท่มี ีตวั ละครหลายตัวและมีการสั่งงานทแี่ ตกตา่ ง
หรือมกี ารสื่อสารระหวา่ งกัน การเดนิ ทางไปโรงเรยี น
โดยวธิ ีการต่าง ๆ

 การออกแบบโปรแกรมอยา่ งง่าย เชน่ การออกแบบโดยใช้
storyboard หรอื การออกแบบอัลกอรทิ ึม

 การเขยี นโปรแกรมเปน็ การสร้างลาดับของคาสงั่ ให้
คอมพวิ เตอร์ทางาน เพ่อื ใหไ้ ด้ผลลพั ธ์ตามความต้องการ
หากมีข้อผิดพลาดให้ตรวจสอบการทางานทลี ะคาสงั่
เมือ่ พบจดุ ท่ีทาให้ผลลัพธไ์ ม่ถูกต้อง ให้ทาการแก้ไขจนกว่า
จะได้ผลลัพธท์ ี่ถกู ต้อง

 ตวั อย่างโปรแกรมทมี่ ีเร่ืองราว เชน่ นทิ านทีม่ ีการโตต้ อบ
กับผ้ใู ช้ การ์ตนู สน้ั เล่ากิจวตั รประจาวนั ภาพเคล่อื นไหว

 การฝกึ ตรวจหาข้อผิดพลาดจากโปรแกรมของผู้อ่ืนจะชว่ ย
พัฒนาทักษะการหาสาเหตุของปัญหาได้ดีย่ิงขึน้

 ซอฟต์แวรท์ ใ่ี ช้ในการเขยี นโปรแกรม เช่น Scratch, logo

ตวั ชี้วัด สำระกำรเรียนรู้
3. ใช้อินเทอรเ์ น็ตค้นหำควำมรู้
 การใชค้ าคน้ ทีต่ รงประเด็น กระชบั จะทาให้ได้ผลลพั ธ์
4. รวบรวม ประเมิน นำเสนอข้อมลู ท่รี วดเร็วและตรงตามความต้องการ
และสำรสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์
ท่ีหลำกหลำยเพ่ือแก้ปญั หำ  การประเมนิ ความน่าเชื่อถือของข้อมลู เช่น พจิ ารณา
ในชีวติ ประจำวัน ประเภทของเว็บไซต์ (หน่วยงานราชการ สานักขา่ ว องคก์ ร)
ผเู้ ขียนวันทีเ่ ผยแพร่ข้อมูล การอ้างอิง

 เมื่อไดข้ ้อมลู ทต่ี ้องการจากเว็บไซตต์ า่ ง ๆ จะต้องนาเน้ือหา
มาพิจารณา เปรียบเทยี บ แล้วเลอื กข้อมูลท่ีมีความ
สอดคลอ้ งและสัมพนั ธ์กัน

 การทารายงานหรือการนาเสนอข้อมลู จะต้องนาข้อมูล
มาเรยี บเรียง สรปุ เปน็ ภาษาของตนเองทีเ่ หมาะสม
กับกลมุ่ เป้าหมายและวิธกี ารนาเสนอ (บูรณาการกับวชิ า
ภาษาไทย)

 การรวบรวมขอ้ มูล ทาได้โดยกาหนดหัวขอ้ ทต่ี ้องการ
เตรยี มอุปกรณ์ในการจดบันทึก

 การประมวลผลอย่างง่าย เช่น เปรียบเทยี บ จัดกลุม่
เรียงลาดับการหาผลรวม

 วิเคราะหผ์ ลและสรา้ งทางเลอื กที่เป็นไปได้ ประเมิน
ทางเลือก(เปรยี บเทยี บ ตดั สนิ )

 การนาเสนอขอ้ มูลทาได้หลายลักษณะตามความเหมาะสม
เช่น การบอกเล่า เอกสารรายงาน โปสเตอร์ โปรแกรม
นาเสนอ

 การใชซ้ อฟต์แวรเ์ พ่อื แก้ปญั หาในชีวติ ประจาวนั เชน่ การ
สารวจเมนอู าหารกลางวันโดยใชซ้ อฟต์แวร์สรา้ ง
แบบสอบถามและเกบ็ ข้อมลู ใชซ้ อฟต์แวรต์ ารางทางาน
เพอ่ื ประมวลผลข้อมลู รวบรวมขอ้ มูลเกีย่ วกับคณุ ค่าทาง
โภชนาการและสร้างรายการอาหารสาหรับ 5 วัน ใช้
ซอฟตแ์ วร์ นาเสนอผลการสารวจรายการอาหารทีเ่ ปน็
ทางเลือกและขอ้ มูลดา้ นโภชนาการ

ตวั ช้วี ดั สำระกำรเรียนรู้

5. ใชเ้ ทคโนโลยีสำรสนเทศอยำ่ งปลอดภัย  การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เข้าใจสิทธิและ
เขำ้ ใจสทิ ธแิ ละหน้ำทขี่ องตน เคำรพ หน้าทข่ี องตน เคารพในสทิ ธิของผอู้ น่ื เชน่ ไม่สรา้ งข้อความ
ในสทิ ธิของผู้อื่น แจง้ ผูเ้ กี่ยวขอ้ ง เทจ็ และสง่ ให้ผู้อ่ืน ไมส่ ร้างความเดอื ดร้อนต่อผอู้ ่ืนโดยการ
เมอื่ พบข้อมลู หรือบคุ คลทไ่ี ม่เหมำะสม ส่งสแปม ข้อความลกู โซ่ ส่งต่อโพสตท์ ่มี ีข้อมูลสว่ นตวั ของ
ผ้อู ่นื ส่งคาเชญิ เล่นเกม ไมเ่ ข้าถงึ ข้อมูลสว่ นตวั หรือการบ้าน
ของบุคคลอ่ืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ใชเ้ ครอื่ งคอมพวิ เตอร์/
ชื่อบัญชีของผู้อน่ื

 การสอื่ สารอย่างมีมารยาทและรู้กาลเทศะ
 การปกป้องข้อมลู ส่วนตวั เช่น การออกจากระบบ
 เมอ่ื เลกิ ใช้งานไม่บอกรหสั ผ่าน ไม่บอกเลขประจาตวั

ประชาชน
 การทารายงานหรือการนาเสนอข้อมลู จะต้องนาขอ้ มูล
 มาเรียบเรียง สรุป เปน็ ภาษาของตนเองทเี่ หมาะสม
 กบั กลุ่มเปา้ หมายและวธิ กี ารนาเสนอ (บรู ณาการกบั วิชา

ภาษาไทย)

เทคโนโลยี วิทยำกำรคำนวณ โครงสรำ้ งรำยวิชำ
ช้ันประถมศกึ ษำปีท่ี 4 กลุ่มสำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
เวลำ 40 ช่ัวโมง / ปี

ลำดบั ท่ี หน่วยกำรเรยี นร/ู้ เร่ือง มำตรฐำน สำระสำคัญ เวลำ คะแนน
1 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กำรเรยี นร้/ู ตัวชี้วัด (ชัว่ โมง) 10
อย่างปลอดภยั
ว 4.2 ป.4/5 - การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ 4 10
2 การใชง้ านอนิ เทอร์เน็ต ว 4.2 ป.4/3 อย่างปลอดภัย เข้าใจสทิ ธิ
และหนา้ ท่ขี องตน เคารพ 6
ในสทิ ธิของผอู้ ่นื
- การสอ่ื สารอย่างมีมารยาท
และร้กู าลเทศะ
- การปกปอ้ งข้อมลู สว่ นตวั
- การนาเสนอขอ้ มลู จะตอ้ ง
นาข้อมูลมาเรยี บเรียง
สรุป เปน็ ภาษาของตนเอง
ท่ีเหมาะสมกับกลมุ่ เป้าหมาย
และวิธกี ารนาเสนอ

- การใช้คาค้นท่ีตรงประเด็น
กระชับ จะทาให้ไดผ้ ลลัพธ์
ที่รวดเรว็ และตรงตาม
ความตอ้ งการ
- การประเมนิ ความน่าเชื่อถอื
ของข้อมูล
- เมอื่ ไดข้ ้อมลู ท่ีตอ้ งการ
จะต้องนาเนอื้ หามาพิจารณา
เปรยี บเทยี บ แล้วเลอื กข้อมูล
ท่ีมีความสอดคลอ้ ง
และสมั พนั ธ์กนั
- การนาเสนอข้อมลู จะต้อง
นาขอ้ มูลมาเรียบเรียง สรปุ
เปน็ ภาษาของตนเอง
ทเ่ี หมาะสมกับกลุ่มเปา้ หมาย
และวิธีการนาเสนอ

ลำดับที่ หนว่ ยกำรเรยี นรู้/เร่ือง มำตรฐำน สำระสำคญั เวลำ คะแนน
กำรเรียนร้/ู ตัวช้วี ัด (ชั่วโมง) 10
3 การนาเสนอขอ้ มลู ใหน้ ่าสนใจ
ว 4.2 ป.4/4 - การรวบรวมขอ้ มลู ทาได้โดย 10
กาหนดหวั ข้อที่ต้องการ
เตรียมอุปกรณ์ในการจดบันทกึ
- การประมวลผลอย่างงา่ ย
เชน่ เปรียบเทยี บ จดั กลมุ่
เรยี งลาดบั การหาผลรวม
- วิเคราะหผ์ ลและสร้าง
ทางเลอื กทเ่ี ป็นไปได้ ประเมนิ
ทางเลือก (เปรียบเทยี บ ตดั สนิ )
- การนาเสนอขอ้ มลู ทาไดห้ ลาย
ลกั ษณะตามความเหมาะสม
เชน่ การบอกเลา่ รายงาน
โปสเตอร์ โปรแกรมนาเสนอ
- การใช้ซอฟตแ์ วร์เพื่อ
แกป้ ญั หาในชีวติ ประจาวนั

4 อลั กอริทึมและการแก้ปญั หา ว 4.2 ป.4/1 - การใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะเป็น 10 10
เชงิ ตรรกะ การนากฎเกณฑ์ หรอื เง่ือนไข
ทีค่ รอบคลมุ ทกุ กรณมี าใช้
พิจารณาในการแกป้ ัญหา
การอธิบายการทางาน หรอื การ
คาดการณผ์ ลลัพธ์
- สถานะเรมิ่ ตน้ ของการทางาน
ทีแ่ ตกตา่ งกนั จะให้ผลลัพธ์
ที่แตกตา่ งกัน

ลำดับท่ี หนว่ ยกำรเรยี นร/ู้ เรื่อง มำตรฐำน สำระสำคญั เวลำ คะแนน
5 การเขียนโปรแกรม กำรเรียนร/ู้ ตัวช้วี ัด (ชั่วโมง) 20
เพือ่ ชว่ ยแกป้ ญั หา
ในชีวิตประจาวัน ว 4.2 ป.4/2 - การออกแบบโปรแกรม 10 40
อยา่ งงา่ ย เชน่ การออกแบบ 100
สอบปลำยภำค โดยใช้ storyboard หรอื การ
รวม ออกแบบอลั กอรทิ ึม
- การเขยี นโปรแกรมเป็นการ
สร้างลาดับของคาสั่งให้
คอมพวิ เตอรท์ างาน เพ่ือใหไ้ ด้
ผลลพั ธ์ตามความต้องการ
หากมขี อ้ ผดิ พลาดใหต้ รวจสอบ
การทางานทลี ะคาสั่ง
เมือ่ พบจดุ ที่ทาใหผ้ ลลัพธไ์ ม่
ถกู ต้อง ใหท้ าการแก้ไขจนกวา่
จะไดผ้ ลลัพธ์ทถ่ี กู ต้อง

40

โครงสร้ำงแผนกำรจดั กำรเรยี นรู้

หน่วยกำรเรียนรู้ แผนกำรจัดกำร วธิ กี ำรจัดกจิ กรรม ทักษะท่ไี ด้ กำรประเมนิ เวลำ
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เรยี นรู้ กำรเรยี นรู้ (ช่วั โมง)
การใช้เทคโนโลยี 1.ทักษะความคิด 1.ใบงานที่
สารสนเทศอย่าง แผนการจดั การ 1.วธิ กี ารสอนแบบ สรา้ งสรรค์ 1.1 2
ปลอดภยั เรียนรทู้ ี่ 1 สรา้ งสรรคเ์ ปน็ ฐาน 2.ทกั ษะการสื่อสาร
ลิขสิทธ์ (Creativity-Based 3.ทักษะการคดิ 1.ใบงานท่ี 2
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 Learning : CBL) อยา่ งเป็นระบบ 1.2
การใช้งานอินเทอร์เนต็ แผนการจดั การ 2. การเรยี นแบบสบื 4.ทกั ษะการคดิ
เรียนรู้ท่ี 2 เสาะหาความรู้ 5 วเิ คราะห์ 1.ใบงานท่ี 2
การใช้เทคโนโลยี ขน้ั ตอน (The 5 E’s 2.1 โรค
สารสนเทศอย่าง of Inquiry-Based 1.ทักษะความคดิ ออนไลน์
ปลอดภยั Learning) สร้างสรรค์ 2.แบบประเมนิ
1.วธิ กี ารสอนแบบ 2.ทกั ษะการสอื่ สาร รายบุคคล
แผนการจดั การ สร้างสรรคเ์ ปน็ ฐาน 3.ทักษะการคดิ
เรียนรทู้ ่ี 3 (Creativity-Based อยา่ งเปน็ ระบบ
อินเทอรเ์ นต็ Learning : CBL) 4.ทกั ษะการคดิ
และขอ้ ควปฏบิ ตั ิ 2. การเรยี นแบบสบื วเิ คราะห์
ในการใช้งาน เสาะหาความรู้ 5 5.ทกั ษะการใช้
ขนั้ ตอน (The 5 E’s กระบวนการ
of Inquiry-Based ทางเทคโนโลยี
Learning) 1.ทักษะความคดิ
สร้างสรรค์
1.วิธกี ารสอนแบบ 2.ทกั ษะการสอ่ื สาร
สร้างสรรคเ์ ป็นฐาน 3.ทักษะการคดิ
(Creativity-Based อย่างเปน็ ระบบ
Learning : CBL) 4.ทกั ษะการคิด
2.วธิ ีการสอนโดยการ วเิ คราะห์
ลงมอื ปฏิบตั ิ 5.ทกั ษะการใช้
(Practice) กระบวนการ
ทางเทคโนโลยี

หน่วยกำรเรยี นรู้ แผนกำรจดั กำร วิธีกำรจดั กจิ กรรม ทักษะทไ่ี ด้ กำรประเมิน เวลำ
เรียนรู้ 1.ใบงานที่ (ช่ัวโมง)
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 กำรเรียนรู้ 2.2 Google
การนาเสนอข้อมลู ให้ แผนการจดั การ Map 2
นา่ สนใจ เรยี นรูท้ ี่ 4 1.วิธีการสอนแบบ 1.ทกั ษะความคดิ 2.แบบประเมิน
การใช้ประโยชน์ รายบคุ คล 2
จากอินเทอร์เนต็ สร้างสรรคเ์ ปน็ ฐาน สร้างสรรค์
1.ใบงานที่ 2
แผนการจดั การ (Creativity-Based 2.ทกั ษะการสอื่ สาร 2.3 ประเทศที่
เรียนรู้ที่ 5 อยากไป
การสืบค้นขอ้ มลู Learning : CBL) 3.ทกั ษะการคดิ 2.แบบประเมนิ
บนอินเทอรเ์ นต็ รายบคุ คล
2. วิธีการสอนโดยการ อย่างเป็นระบบ
แผนการจดั การ 1.แบบประเมนิ
เรยี นรู้ที่ 6 ลงมือปฏิบัติ 4.ทกั ษะการคดิ พฤติกรมมกลุ่ม
ข้นั ตอนการ
นาเสนอข้อมูลให้ (Practice) วเิ คราะห์
นา่ สนใจ
5.ทกั ษะการใช้

กระบวนการ

ทางเทคโนโลยี

1.วธิ กี ารสอนแบบ 1.ทกั ษะความคดิ

สรา้ งสรรคเ์ ปน็ ฐาน สร้างสรรค์

(Creativity-Based 2.ทักษะการสอ่ื สาร

Learning : CBL) 3.ทักษะการคดิ

2.วิธีการสอนโดยการ อยา่ งเป็นระบบ

ลงมือปฏิบตั ิ 4.ทกั ษะการคดิ

(Practice) วิเคราะห์

5.ทักษะการใช้

กระบวนการ

ทางเทคโนโลยี

1.วธิ กี ารสอนแบบ 1.ทักษะความคดิ

สร้างสรรคเ์ ปน็ ฐาน สร้างสรรค์

(Creativity-Based 2.ทักษะการส่อื สาร

Learning : CBL) 3.ทกั ษะการคดิ อย่าง

2.วิธีการสอนโดยการ เป็นระบบ

ลงมือปฏิบตั ิ 4.ทกั ษะการคดิ

(Practice) วิเคราะห์

5.ทักษะการแก้ปญั หา

6.ทกั ษะการทางาน

ร่วมกัน

หนว่ ยกำรเรียนรู้ แผนกำรจดั กำร วิธกี ำรจัดกจิ กรรม ทักษะท่ไี ด้ กำรประเมนิ เวลำ
1.แบประเมนิ (ชั่วโมง)
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 4 เรยี นรู้ กำรเรยี นรู้ 1.ทักษะความคดิ ผลงาน
อัลกอริทึม สร้างสรรค์ 2.แบบประเมิน 2
และการแก้ปญั หา แผนการจดั การ 1.วธิ กี ารสอนแบบ 2.ทักษะการสื่อสาร พฤตกิ รรมกล่มุ
เชงิ ตรรกะ 3.ทักษะการคดิ อยา่ ง 6
เรยี นร้ทู ี่ 7 สร้างสรรคเ์ ปน็ ฐาน เป็นระบบ 1.แบประเมิน
4.ทกั ษะการคดิ ผลงาน 2
การเลอื กใช้ (Creativity-Based วเิ คราะห์ 2.แบบประเมนิ
5.ทักษะการ รายบุคคล
ซอฟตแ์ วร์เพือ่ การ Learning : CBL) แก้ปัญหา
1.ทกั ษะความคดิ 1.ใบงานท่ี 4.1
นาเสนอขอ้ มูล 2.วธิ ีการสอนโดยการ สร้างสรรค์ 2.ใบงานท่ี 4.2
2.ทกั ษะการสื่อสาร 3.แบบประเมิน
ลงมอื ปฏบิ ตั ิ 3.ทกั ษะการคดิ อย่าง พฤตกิ รรมกลุ่ม
เปน็ ระบบ
(Practice) 4.ทกั ษะการคดิ
วิเคราะห์
แผนการจดั การ 1.วธิ กี ารสอนแบบ 5.ทกั ษะการ
เรยี นรทู้ ี่ 8 สร้างสรรคเ์ ปน็ ฐาน แก้ปญั หา
Infographic (Creativity-Based 6.ทักษะการใช้
Learning : CBL) กระบวนการ
2.วธิ กี ารสอนโดยการ ทางเทคโนโลยี
ลงมือปฏิบัติ 1.ทกั ษะความคดิ
(Practice) สรา้ งสรรค์
2.ทกั ษะการสื่อสาร
แผนการจดั การ 1.วิธกี ารสอนแบบ 3.ทกั ษะการคดิ
เรยี นร้ทู ่ี 9 สรา้ งสรรคเ์ ป็นฐาน อย่างเป็นระบบ
การใชเ้ หตุผล (Creativity-Based 4.ทักษะการคดิ
ในการแก้ปญั หา Learning : CBL) วเิ คราะห์
เชงิ ตรรกะ 2.วิธกี ารสอนแบบใช้ 5.ทักษะการทางาน
เกม (Game) รว่ มกนั
6.ทกั ษะการ
แก้ปญั หา

หนว่ ยกำรเรยี นรู้ แผนกำรจดั กำร วิธกี ำรจัดกจิ กรรม ทักษะทไ่ี ด้ กำรประเมิน เวลำ
เรียนรู้ กำรเรียนรู้ 1.ใบงานท่ี 4.4 (ช่วั โมง)
1.ทกั ษะความคดิ 2.แบบประเมนิ
แผนการจดั การ 1.วิธกี ารสอนแบบ สรา้ งสรรค์ พฤติกรรมกลุม่ 3
เรยี นรทู้ ่ี 10 สร้างสรรคเ์ ปน็ ฐาน 2.ทกั ษะการสอื่ สาร
อัลกอริทมึ แบบ (Creativity-Based 3.ทักษะการคดิ 1.ใบงานท่ี 4.5 3
บรรยาย Learning : CBL) อยา่ งเปน็ ระบบ 2.แบบประเมิน
2.วธิ ีการสอนแบบใช้ 4.ทักษะการคดิ พฤตกิ รรมกลุม่ 2
แผนการจดั การ เกม (Game) วิเคราะห์
เรยี นรูท้ ่ี 11 5.ทักษะการทางาน 1.ใบงานท่ี 4.2
อัลกอริทมึ 1.วธิ กี ารสอนแบบ รว่ มกัน 2.แบบประเมนิ
แบบผงั งาน สร้างสรรคเ์ ปน็ ฐาน 6.ทกั ษะการ พฤตกิ รรมกลุม่
(Flowchart) (Creativity-Based แก้ปญั หา
Learning : CBL) 1.ทักษะความคดิ
แผนการจดั การ 2.วิธกี ารสอนแบบใช้ สร้างสรรค์
เรยี นรู้ท่ี 12 เกม (Game) 2.ทกั ษะการสื่อสาร
อลั กอริทึม 3.ทักษะการคดิ
แบบซโู ดโค้ด 1.วธิ กี ารสอนแบบ อย่างเป็นระบบ
(Pseudo Code) สร้างสรรคเ์ ป็นฐาน 4.ทักษะการคดิ
(Creativity-Based วเิ คราะห์
Learning : CBL) 5.ทักษะการทางาน
2.วิธกี ารสอนแบบใช้ รว่ มกัน
เกม (Game) 6.ทกั ษะการ
แกป้ ญั หา
1.ทักษะความคดิ
สรา้ งสรรค์
2.ทกั ษะการส่ือสาร
3.ทกั ษะการคดิ
อย่างเป็นระบบ
4.ทกั ษะการคดิ
วเิ คราะห์
5.ทักษะการทางาน
ร่วมกัน
6.ทักษะการ
แก้ปญั หา

หน่วยกำรเรยี นรู้ แผนกำรจดั กำร วธิ ีกำรจดั กจิ กรรม ทกั ษะที่ได้ กำรประเมิน เวลำ
เรียนรู้ กำรเรียนรู้ 1.ใบงานที่ 5.1 (ช่ัวโมง)
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 5 1.ทักษะความคดิ
การเขียนโปรแกรม แผนการจดั การ 1.วิธีการสอนแบบ สร้างสรรค์ 1.แบประเมิน 2
เพือ่ ชว่ ยแก้ปัญหา เรียนร้ทู ่ี 13 สรา้ งสรรคเ์ ปน็ ฐาน 2.ทักษะการส่อื สาร ผลงาน
ในชวี ติ ประจาวนั โปรแกรม (Creativity-Based 3.ทกั ษะการคดิ อยา่ ง 2.แบบประเมนิ 8
Scratch Learning : CBL) เปน็ ระบบ รายบุคคล
2.วิธีการสอนโดยการ 4.ทกั ษะการคดิ 40
แผนการจดั การ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ วเิ คราะห์
เรยี นร้ทู ่ี 14 (Practice) 5.ทกั ษะการ
การเขียน แก้ปญั หา
โปรแกรมตาม 1.วธิ กี ารสอนแบบ 1.ทักษะความคดิ
ข้นั ตอนการ สรา้ งสรรคเ์ ป็นฐาน สรา้ งสรรค์
แก้ปญั หา (Creativity-Based 2.ทักษะการส่ือสาร
Learning : CBL) 3.ทักษะการคดิ อยา่ ง
2.วธิ กี ารสอนโดยการ เป็นระบบ
ลงมือปฏบิ ัติ 4.ทักษะการคดิ
(Practice) วิเคราะห์
5.ทกั ษะการใช้
รวม กระบวนการ
ทางเทคโนโลยี
6.ทกั ษะการ
แก้ปัญหา

แผนกำรจัดกำรเรียนรูท้ ่ี 11 รหัสวิชำ ว14102
ภำคเรยี นที่ 2
กลุ่มสำระ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี รำยวชิ ำ เทคโนโลยี (วทิ ยำกำรคำนวณ) จำนวน 10 ช่ัวโมง
ระดบั ชัน้ ประถมศึกษำปีที่ 4 เวลำ 3 ชั่วโมง
หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท่ี 4 เรื่อง อัลกอรทิ ึมและกำรแก้ปญั หำเชิงตรรกะ
แผนกำรเรียนรูท้ ่ี 11 เร่ือง อัลกอริทึมผังงำน Flowchart
ครผู ้สู อน นำงสำววรำภรณ์ วจิ ติ รขจี

1. มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มำตรฐำน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคดิ เชิงคานวณในการแก้ปัญหาทพ่ี บในชวี ติ จรงิ อย่างเป็นขัน้ ตอน

และเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรยี นรู้ การทางาน และการแกป้ ญั หา
ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ รูเ้ ทา่ ทัน และมีจริยธรรม

2. สำระสำคัญ/ควำมคิดรวบยอด
ฝกึ ทักษะการคิดอย่างเปน็ ขั้นตอน การใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ การแสดงขั้นตอนการทางาน การแกป้ ญั หา

เปน็ การนากฎเกณฑ์ หรือเงื่อนไขที่ครอบคลมุ ทุกกรณีมาใช้พจิ ารณาในการแก้ปญั หา อธิบายการทางาน
หรอื การคาดการณผ์ ลลพั ธ์ สถานะเรม่ิ ตน้ ของการทางานท่ีแตกต่างกัน จะใหผ้ ลลัพธ์ท่ีแตกตา่ งกัน

3. ตัวชี้วดั /จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้

ตวั ชีว้ ดั
ว 4.2 ป.4/1 ใช้เหตุผลเชงิ ตรรกะในการแก้ปญั หา การอธบิ ายการทางาน การคาดการณ์

ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างงา่ ย
จุดประสงค์

1. เขียนอธบิ ายขน้ั ตอนการทาส่ิงๆต่างในชีวิตประจาวนั ด้วยอัลกอริทมึ แบบผงั งานได้ (P)
2. อธิบายไดว้ า่ อัลกอรทิ ึมคอื อะไร (K)
3. เหน็ ประโยชนข์ องการใช้โปรแกรม Microsoft Power Point เขยี นอัลกอรทิ ึมแบบผังงาน (A)

4. สำระกำรเรียนรู้
1. การใช้เหตผุ ลเชิงตรรกะเป็นการนากฎเกณฑ์ หรือเง่อื นไขทค่ี รอบคลุมทุกกรณีมาใช้พิจารณา

ในการแกป้ ญั หา
2. การอธิบายการทางาน หรือการคาดการณ์ผลลพั ธ์
3. สถานะเริ่มตน้ ของการทางานทแ่ี ตกต่างกนั จะใหผ้ ลลพั ธ์ท่ีแตกตา่ งกนั

5. สมรรถนะสำคัญ
1. ความสามารถในการสื่อสาร
ทักษะการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
ทักษะความคิดสรา้ งสรรค์
ทกั ษะการคดิ อย่างเป็นระบบ
ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
ทกั ษะการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
ทกั ษะการทางานรว่ มกัน

6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมั่นในการทางาน

7. ภำระงำน
1. ใบงานที่ 4.5 การเขียนอัลกอริทึมแบบแผนผัง

8. กำรจัดกจิ กรรมกำรเรียนรู้
1. วธิ กี ารสอนแบบสรา้ งสรรค์เปน็ ฐาน (Creativity-Based Learning : CBL)
2. วธิ ีการสอนแบบใช้เกม (Game)

ชว่ั โมงที่ 1
ขั้นนำเข้ำสบู่ ทเรยี น
1. ครูผู้สอน ทบทวนความรเู้ ดิมในชวั่ โมงทีผ่ ่านมา และแจ้งให้ผู้เรยี นทราบว่าวนั นี้จะเรียน
เรือ่ ง อลั กอริทึมผงั งาน Flowchart
2. ครผู สู้ อนถามผูเ้ รยี นเพ่ือเปน็ การกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน เชน่ “นักเรียนคดิ ว่าการเขยี น
อัลกอริทึมแบบผังงานไหม มีประโยชน์อยา่ งไรบ้าง”
ขน้ั สอน
3. ครผู ู้สอนอธบิ ายว่า อัลกอรทิ ึมแบบผงั งาน เปน็ การแสดงข้ันตอนการทางานโดยใช้สัญลักษณร์ ปู ภาพ
เป็นตัวส่ือความหมาย รูปภาพแต่ละรปู จะมีความหมายเฉพาะตวั และใช้ลกู ศรกาหนดทิศทางการ
ทางานในแต่ละขัน้ ตอน
4. ครผู สู้ อนอธบิ ายวา่ การวิเคราะหอ์ ัลกอรึทึม
การวเิ คราะห์ขนั้ ตอนวิธีการ ต้องทาการแยกแยะระบบว่าเป็นข้อมลู เขา้ หรอื ออกดังน้ี
1. อะไรเปน็ ข้อมลู เข้า (Input)
2. วธิ กี ารประมวลผลทจ่ี ะนามาซ่ึงคาตอบ (Process)
3. อะไรเป็นข้อมลู ออก (Output)
5. ผู้สอนอธบิ ายสญั ลกั ษณ์ของรูปภาพแบบผงั งานตาม ใบความร้ทู ่ี 8 อัลกอรทิ มึ

ชั่วโมงที่ 2
ขนั้ สอน (ต่อ)
1. ครผู สู้ อนแบ่งกลุ่มผ้เู รยี นออกเป็น 5 กลมุ่ กล่มุ ละประมาณ 5 – 7 คน
2. ผู้สอนแจกใบงำนที่ 4.5 กำรเขียนอัลกอรทิ ึมแบบบผังงำน
3. เมื่อครบกาหนดเวลา ผู้สอนใหผ้ เู้ รยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอ
4. ผู้สอนและผู้เรียนกลมุ่ อ่ืนๆรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ และตรวจสอบการใช้สญั ลักษณแ์ บบผังงานว่า
ถกู ต้องหรอื ไม่
5. ครูผ้สู อนมีเกมให้ผูเ้ รียนได้ฝึกคิด สือ่ พบั : เรื่องการตรวจสอบและแก้ไขความผดิ พลาดของโปรแกรม
พร้อมให้ระบายสีให้สวยงาม
6. ผสู้ อนใหเ้ วลาผูเ้ รยี นในการทางาน โดยทผ่ี ้สู อนคอยดคู วามเรียบรอ้ ย

ขั้นสรุป
7. ผ้สู อนสรปุ ว่า อลั กอริทึมที่ดี จะมีคุณสมบัติ คือ
1. มีลาดับขน้ั ตอนทางาน ก่อน-หลัง ชดั เจน
2. เข้าใจง่ายและไม่กากวม
3. สามารถประมวลผลการทางานด้วยคอมพิวเตอร์ได้
4. การทางานของอัลกอริทึมจะต้องสนิ้ สดุ หลงั จากดาเนนิ งาน
8. ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผ้เู รยี นสอบถามเพม่ิ เติม

ชว่ั โมงท่ี 3
ข้นั สอน (ตอ่ )
1. ผู้สอนแจกใบกิจกรรมใหผ้ ้เู รียน
2. ผู้สอนใหผ้ ู้เรยี นแตล่ ะคนเขียนอลั กอริทึมแบบผังงานแสดงข้ันตอนการแกป้ ญั หาในชวี ิตประจาวัน
เร่ือง ขัน้ ตอนการส่งการบ้าน
ขั้นตอนการปลูกต้นไม้
3. ผสู้ อนให้เวลาผู้เรยี นในการทาใบงาน โดยทผี่ สู้ อนคอยดคู วามเรยี บร้อย

9. สอ่ื กำรเรียนรู้
1. ใบงานที่ 4.5 การเขียนอัลกอรทิ ึมแบบบผงั งาน
2. โปรแกรม Microsoft Power Point
3. ผลงานการเขียนผงั งานเพ่ือแกป้ ัญหาในชวี ิตประจาวัน

10. กำรวัดและประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑ์
วธิ กี ำร แบบประเมนิ คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผ่านเกณฑ์
พฤติกรรมกลุ่ม
สงั เกตพฤติกรรมกลุ่มของผเู้ รียน คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผา่ นเกณฑ์
จากกิจกรรม ใบงานที่ 4.5 การ แบบประเมนิ ผลงาน
เขียนอลั กอรทิ ึมแบบผงั งาน
ผลงานการเขียนผงั งาน แบบประเมนิ คุณภาพอยู่ในระดับ ดี ผา่ นเกณฑ์
เพอ่ื แกป้ ญั หาในชวี ติ ประจาวัน
โดยใช้ โปรแกรม Microsoft พฤติกรรมรายบคุ คล
Power Point
สังเกตพฤติกรรมของผเู้ รยี น
จากกิจกรรม การเขยี นผงั งาน
เพื่อแก้ปญั หาในชวี ิตประจาวนั
โดยใช้ โปรแกรม Microsoft
Power Point

แบบบนั ทกึ หลังแผนกำรสอน ชน้ั ประถมศกึ ษำปีท่ี 4
เทคโนโลยี วทิ ยำกำรคำนวณ จำนวน 10 ช่ัวโมง
หน่วยกำรเรียนร้ทู ่ี 4 อลั กอรทิ มึ และกำรแก้ปัญหำเชิงตรรกะ เวลำเรียน 3 ชั่วโมง
แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ที่ 11 อัลกอริทมึ ผังงำน Flowchart

ผลกำรเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ปัญหำอุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะแนวทำงแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………..…………….………….….ผ้สู อน
(นางสาววราภรณ์ วิจติ รขจี)

ตำแหน่ง………………………………………
………………/…………....../……………
ควำมคดิ เหน็ ของผ้บู ริหำรสถำนศกึ ษำ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ…………………………….…………….
(…………………….…………………)
ตำแหนง่ ผู้บรหิ ำรสถำนศกึ ษำ
………………/…………....../……………

ภำคผนวก

ใบใคบคววามำมรรทู้ ู้ท่ี ี่ 88 ออลัลั กกออริทรทิึมมึ

ใบงานท่ี 4.5





















แบบสังเกตพฤติกรรมกำรปฏิบัตกิ ิจกรรมกลุ่ม

กลมุ่ ท่ี (ช่ือกลุ่ม)..............................................................
สมาชกิ ในกล่มุ

1..........................................................2..........................................................
3..........................................................4..........................................................
5.........................................................6............................... ...........................
คำช้แี จง ให้ทาเครือ่ งหมาย  ในช่องทตี่ รงกบั ความเปน็ จรงิ

พฤติกรรมทส่ี ังเกต คะแนน 1
43 2

1. การมสี ่วนร่วมในการวางแผน

2. การปฏิบตั งิ านตามบทบาทหนา้ ท่ี

3. การให้ความร่วมมือในการทางาน

4. การแสดงความคดิ เห็น

5. การยอมรบั ความคิดเห็น

รวม

ลงชือ่ ............................................................................ผู้ประเมนิ

.................../................../..................

เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน

พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั เิ ป็นประจา ให้ 4 คะแนน (ดมี าก)
พฤติกรรมทีป่ ฏิบตั ิบ่อยครัง้ ให้ 3 คะแนน (ดี)
พฤติกรรมทปี่ ฏิบตั บิ างครงั้ ให้ 2 คะแนน (ปานกลาง)
พฤติกรรมท่ปี ฏิบัตนิ ้อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน (ปรบั ปรุง)

แบบประเมนิ ผลงำน (กลุ่ม)

ชอ่ื กลุ่ม ............สมำชกิ กลุม่ 1. …………………………………………………………
2. …………………………………………………………
3. …………………………………………………………

คำชีแ้ จง ทาเครื่องหมาย / ลงในช่องให้ตรงกบั ระดับคะแนน

ด้ำนท่ี สิง่ ท่ปี ระเมนิ ระดบั คะแนน 2 3 4
1 01
2 ผลงานนักเรียน
3 การนาเสนอผลงาน
การปฏิบัติงานกลุ่ม

ลงชือ่ .............................................ผู้ประเมนิ
วันท.่ี ......../เดอื น........................../................

กำรประเมนิ ผลโดยรวม (ทกุ รายการท่ีประเมนิ ควรไดอ้ ยา่ งนอ้ ย ระดบั 2 ขนึ้ ไปจึงจะถือว่าผ่าน)

 ผ่าน  ไม่ผา่ น

เกณฑก์ ำรประเมนิ

ด้ำนผลงำนนกั เรียน ระดับ 4 (ขน้ึ อยู่กบั รายละเอยี ดแตล่ ะใบงาน)

ระดับ 3 (ขึ้นอยู่กบั รายละเอยี ดแตล่ ะใบงาน)

ระดบั 2 (ขน้ึ อยกู่ ับรายละเอยี ดแตล่ ะใบงาน)

ระดบั 1 (ขน้ึ อยกู่ ับรายละเอยี ดแต่ละใบงาน)

ระดับ 0 (ขึ้นอยู่กับรายละเอียดแต่ละใบงาน)

ด้ำนกำรนำเสนอผลงำน ระดับ 4 ชดั เจน ถูกตอ้ ง มเี หตผุ ล

ระดบั 3 ชัดเจน ถูกตอ้ ง ไม่มเี หตุผล

ระดบั 2 ชัดเจน ไม่ถูกต้อง ไมม่ ีเหตผุ ล

ระดับ 1 ไม่ชดั เจน ไม่ถูกต้อง มีเหตผุ ล

ระดับ 0 ไมช่ ัดเจน ไม่ถกู ต้อง ไม่มเี หตุผล

ดำ้ นกำรปฏบิ ตั ิงำนกลุ่ม ระดับ 4 ทกุ คนมสี ว่ นรว่ ม ทางานโดยใชก้ ระบวนการกล่มุ

ระดบั 3 มนี ักเรยี นบางคนไมส่ นใจทาใบงาน

ระดบั 2 นักเรียนจานวนครึ่งหน่งึ ของกลมุ่ ยงั ไม่ไดร้ ว่ มงานกลมุ่

ระดบั 1 นกั เรยี นบางคนทาใบงาน และไม่กระตนุ้ ใหเ้ พ่ือนร่วมทา

ระดบั 0 ต่างคนต่างทา ไมม่ กี ารปรึกษากันเลย

แบบประเมินผลงำน
ชอื่ นักเรยี น.......................................................................

วัน/เดอื น/ปี ทสี่ งั เกต.........................................................เวลา..............................

รายการพฤตกิ รรม คุณภาพการปฏบิ ัติ
3210

1. ทาความเข้าใจเกย่ี วกบั งานกอ่ นท่ีจะลงมือปฏบิ ตั ิ
2. มกี ารเตรียมสือ่ อปุ กรณใ์ นการปฏิบตั งิ านให้พร้อม
3. มีการวางแผนและขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ านก่อนปฏบิ ัติ
4. สามารถปฏบิ ัติไดต้ ามข้นั ตอนทวี่ างแผนไว้
5. ผลงานท่สี าเรจ็ ตามท่วี ตั ถปุ ระสงค์

รวมคะแนน

ระดบั คุณภำพ................................

ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน
............../.................../................

เกณฑ์กำรใหค้ ะแนนคุณภำพกำรปฏบิ ัติ ได้ 3 คะแนน
ปฏิบัตไิ ดส้ มบรู ณ์ชดั เจน ได้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิได้แตย่ งั มีข้อบกพร่องเลก็ น้อย ได้ 1 คะแนน
ได้ 0 คะแนน
ปฏบิ ัติไดแ้ ต่ยงั ไมม่ ีข้อบกพรอ่ งมาก

ไมไ่ ด้ปฏบิ ัตเิ ลย

เกณฑ์กำรตดั สนิ คุณภำพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภำพ
12 – 15 3 (ดมี าก)
8 – 11 2 (ด)ี

4-7 1 (พอใช้)
0-3 0 (ปรบั ปรุง)

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมกำรทำงำนรำยบคุ คล

คำช้แี จง : ให้ ผ้สู อน สังเกตพฤติกรรมของผ้เู รียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี 
ลงในชอ่ งวา่ งทต่ี รงกบั ระดับคะแนน

ช่ือ – สกุล ควำมตง้ั ใจใน ควำม กำรตรงตอ่ เวลำ ควำมสะอำด ผลสำเร็จ รวม
ของผูร้ บั กำร กำรทำงำน รบั ผดิ ชอบ เรยี บรอ้ ย ของงำน 15
ลำดบั ที่ คะแนน
ประเมนิ
321321321321321

เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมนิ
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ............../.................../................
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์กำรตัดสินคณุ ภำพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภำพ
12 - 15 ดี
8 - 11
ตา่ กวา่ 8 พอใช้
ปรบั ปรุง




Click to View FlipBook Version