แผนการจัดการเรยี นรู้
รหสั วชิ า2001-2001 ชื่อวิชาคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่อื งานอาชีพ จานวน 2 หนว่ ยกิต 3 ชม./สปั ดาห์
หลกั สตู รประกาศนียบตั รวิชาชพี ประเภทวชิ าพาณิชยกรรม สาขาวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศ
จุดประสงค์รายวิชา เพอ่ื ให้
1. เข้าใจหลักการและกระบวนการด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่องานอาชีพการใช้
โปรแกรมสาเรจ็ รูป การใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ และการสื่อสารข้อมูลสารสนเทศในงานอาชพี
2. สามารถสืบค้นและสื่อสารข้อมูลโดยใช้อินเทอร์เน็ตใช้ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ และ
โปรแกรมสาเร็จรูปตามลกั ษณะงานอาชพี
3. มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและความรบั ผิดชอบในการใชค้ อมพวิ เตอรก์ ับระบบสารสนเทศ
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ กยี่ วกับหลักการและกระบวนการใช้คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ
ระบบปฏบิ ัตกิ าร โปรแกรมสาเร็จรปู และอนิ เทอร์เนต็ เพื่องานอาชีพ
2. ใชร้ ะบบปฏิบัติการในการจัดสภาพแวดล้อมและจดั สรรทรพั ยากรต่าง ๆ บนเครื่อง
คอมพวิ เตอร์
3. ใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรปู ในงานอาชีพตามลักษณะงาน
4. สืบค้นขอ้ มูลสารสนเทศในงานอาชพี โดยใช้อินเทอร์เนต็
5. สอ่ื สารข้อมลู สารสนเทศโดยใชอ้ นิ เทอร์เนต็
คาอธบิ ายรายวชิ า
ศกึ ษาและปฏิบัติการใชค้ อมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศเพอื่ งานอาชีพเบ้ืองต้น การใช้ระบบ -
ปฏิบตั ิการ (Windows หรือ Mac OS) การใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคาเพื่อจัดทาเอกสารในงานอาชีพ การใช้
โปรแกรมตารางทาการในงานอาชพี การใชโ้ ปรแกรมการนาเสนอผลงาน หรอื การใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูป อน่ื ๆ
ตามลกั ษณะงานอาชีพ การใช้อนิ เทอร์เนต็ สบื คน้ ข้อมูลเพ่ืองานอาชีพ และการสอ่ื สารข้อมูลสารสนเทศ
ผลกระทบของการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ จริยธรรมและความรบั ผิดชอบในการใชค้ อมพิวเตอรก์ ับระบบ
สารสนเทศและงานอาชีพกระบวนการจดั การเรยี นรู้
การวเิ คราะห์หนว่ ยการเรียนรูแ้ ละสมรรถนะรายวิชา
รหัสวิชา 2001-2001 ชอ่ื วชิ า คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ จานวน 2 หน่วยกิต 3 ชวั่ โมง / สัปดาห์
หนว่ ยท่ี ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ สมรรถนะรายวิชา
1 การใช้คอมพิวเตอรแ์ ละระบบสารสนเทศเพื่องานอาชีพ แสดงความรู้เก่ียวกับหลักการและกระบวนการใช้
เบ้ืองตน้ คอมพิวเตอร์ ระบบสารสนเทศ ระบบปฏิบัติการ
โปรแกรมสาเร็จรปู และอนิ เทอรเ์ นต็ เพ่ืองานอาชีพ
2 การใชโ้ ปรแกรมระบบปฏบิ ัติการ ใช้ระบบปฏิบัติการในการจัดสภาพ แวดล้อมและ
จดั สรรทรพั ยากรตา่ ง ๆ บนเครอ่ื งคอมพิวเตอร์
3 การใช้โปรแกรมประมวลผลคา (Word) เพอื่ จดั ทาเอกสาร ใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รปู ในงานอาชีพตามลักษณะงาน
4 การแทรกรูปภาพลงในเอกสาร
การเรยี นร้แู ละการปฏิบัตงิ าน
นาความร้แู ละทักษะทเี่ รยี นมาสู่การปฏิบัตงิ านจรงิ ได้
5 สร้างตารางและการพมิ พเ์ อกสารออกทางเคร่อื งพิมพ์ การเรยี นร้แู ละการปฏบิ ตั ิงาน
นาความรู้และทักษะทีเ่ รยี นมาส่กู ารปฏิบัติงานจรงิ ได้
6 การใช้โปรแกรมตารางทาการ เพอื่ การคานวณในงานอาชพี ความรู้และทกั ษะการใช้โปรแกรมตารางทาการ เพอื่
การคานวณในงานอาชพี
7 การทางานกับเวิร์กชีต การเรยี นรู้และการปฏิบตั ิงาน
8 การปรับแตง่ เวริ ์กชีตและการคานวณตวั เลข การจัดการและการพัฒนางาน
9 การสรา้ งกราฟและการพิมพต์ ารางออกทางเคร่อื งพมิ พ์ การจัดการและการพัฒนางาน
นาความรู้และทักษะที่เรียนมาส่กู ารปฏบิ ัติงานจรงิ ได้
10 เรม่ิ ใชง้ าน Microsoft Office PowerPoint การเรยี นรู้และการปฏบิ ัติงาน
นาความรู้และทกั ษะท่ีเรยี นมาสกู่ ารปฏบิ ตั ิงานจรงิ ได้
11 การกาหนดเทคนิคให้กบั สไลด์ การจัดการและการพัฒนางาน
นาความร้แู ละทักษะทเี่ รยี นมาสูก่ ารปฏิบตั ิงานจริงได้
12 การสืบค้นข้อมลู สารสนเทศ การเรยี นรู้และการปฏบิ ตั งิ าน
13 การสือ่ สารทางอินเทอรเ์ นต็ สืบคน้ ข้อมลู สารสนเทศในงานอาชีพโดยใช้
อินเทอรเ์ นต็
14 ผลกระทบและจรยิ ธรรมในการใช้คอมพิวเตอรแ์ ละ ความร้แู ละทักษะการใชเ้ ทคโนโลยี คานึงถงึ ความ
สารสนเทศ ปลอดภัยการใชค้ อมพวิ เตอร์และสารสนเทศ
โครงการจัดการเรียนรู้
รหสั วชิ า 2001-2001 ช่อื วชิ า คอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชพี จานวน 2 หน่วยกติ 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
หนว่ ยที่ ชือ่ หน่วยการเรียนรแู้ ละรายการสอน สัปดาห์ท่ี ชว่ั โมงที่
1 1-3
1 การใชค้ อมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพเบ้ืองต้น 2 4-6
- การใชค้ อมพวิ เตอร์เบื้องต้น 3-4 7-12
- กระบวนการทางานของคอมพิวเตอร์
- เทคโนโลยสี ารสนเทศ
- ระบบสารสนเทศเพื่องานอาชพี
- วัดและประเมินผล
2 การใชโ้ ปรแกรมระบบปฏิบัติการ
- ระบบปฏิบตั ิการวินโดว์
- สว่ นประกอบของหน้าจอวินโดว์ (Desktop:เดสกท์ ๊อป)
- การใชเ้ มาสแ์ ละตัวช้เี มาส์
- การเรยี กใช้โปรแกรมในวินโดว์
- ส่วนประกอบพนื้ ฐานของหนา้ ต่างหรือวินโดว์
- การทางานกับไดรว์ ไฟลแ์ ละโฟลเดอร์
- การจัดการไฟล์และโฟลเดอร์ด้วยโปรแกรม Windows Explorer
- การจดั การเดสก์ท๊อปและสรา้ งชอรต์ คัด
- วัดและประเมินผล
3 การใชโ้ ปรแกรมประมวลผลคา (Word) เพื่อจดั ทาเอกสาร
- ไมโครซอฟตอ์ อฟฟศิ เวิร์ด 2007 หรอื ไมโครซอฟต์เวริด์ 2010
- การเปิดโปรแกรม Microsoft Office Word2007/Word2010
- สว่ นประกอบของหนา้ ต่างโปรแกรม Microsoft Office Word
2007/Word2010
- เตรียมพร้อมกอ่ นการใชง้ านโปรแกรม Microsoft Office
Word 2007/Word2010
- ปรับฟอนต์เริ่มต้นใหเ้ หมาะกับการทางาน
- การออกจากโปรแกรม Microsoft Office Word 2007/
Word 2010
- ตง้ั คา่ หนา้ กระดาษ
- พิมพ์ข้อความลงในเอกสาร
- การบนั ทึก ปิด เปดิ งานเอกสาร
- การใชง้ านรปู แบบอักษร
- คดั ลอกและยา้ ยข้อความ
หน่วยที่ ช่ือหน่วยการเรียนรู้และรายการสอน สปั ดาห์ท่ี ช่วั โมงที่
5 13-15
- วดั และประเมนิ ผล
4 การแทรกรูปภาพลงในเอกสาร
- การใส่ลายนา้ ลงในกระดาษ 6 16-18
- การแทรกรูปภาพตดั ปะ 7 19-21
- การแทรกรูปภาพจากไฟล์รูปภาพตา่ ง ๆ 8 22-24
- การจดั วางขอ้ ความรว่ มกบั รูปภาพ 9 25-27
- การปรบั ขนาดและยา้ ยรปู ภาพ
- การใชแ้ ถบเครือ่ งมือรูปวาด
- การวดั และประเมนิ ผล
5 สร้างตารางและการพิมพ์เอกสารออกทางเครือ่ งพิมพ์
- ส่วนประกอบของตาราง
- สรา้ งตารางโดยใชว้ ิธกี ารต่าง ๆ
- การปรบั แต่งตาราง
- การจดั รูปแบบตารางสาเร็จรูป
- การพิมพ์เอกสารออกทางเคร่ืองพมิ พ์
- การวดั และประเมินผล
6 การใช้โปรแกรมตารางทาการ เพ่อื การคานวณในงานอาชีพ
- รู้จกั กับโปรแกรมตารางทาการ MS-Excel
- การประยุกต์ใช้งานโปรแกรม MS-Excel
- การเปิดโปรแกรม MS-Excel
- สว่ นประกอบตา่ ง ๆ ของโปรแกรม MS-Excel
- การใช้โปรแกรม MS-Excel ขั้นพื้นฐาน
- การออกจากโปรแกรม MS-Excel
7 การทางานกบั เวอรช์ ตี
- การเลอื กเซลล์หรอื กล่มุ เซลล์
- การปรับขนาดช่องตาราง
- การคดั ลอกและย้ายขอ้ มูล
- การจดั การแถว คอลัมน์ เซลล์
- การวดั และประเมนิ ผล
8 การปรบั แตง่ เวิรก์ ชีตและการคานวณตวั เลข
- การปรับรูปแบบการจดั วางขอ้ มลู
- การใสส่ ลี งในตาราง
หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้และรายการสอน สัปดาห์ท่ี ชว่ั โมงที่
10-11 28-33
- การใส่เส้นขอบให้กับตาราง
12 34-36
- การปรบั เสน้ ขอบเฉพาะบางสว่ น
13 37-39
- การกาหนดลกั ษณะเซลล์ 14 40-42
- การจัดรปู แบบตวั เลข
- การคานวณตัวเลข
- การวัดและประเมนิ ผล
9 การสรา้ งกราฟและการพิมพต์ ารางออกทางเครื่องพมิ พ์
- การสร้างกราฟจากตารางข้อมูล
- การขอดตู วั อย่างก่อนพิมพ์
- การสั่งพิมพ์ตารางและกราฟออกทางเคร่ืองพมิ พ์
- การวัดและประเมนิ ผล
10 เริม่ ใช้งาน Microsoft Office PowerPoint
- สว่ นประกอบของ MS-Office PowerPoint2007
- การเตรยี มงานก่อนการนาเสนอ
- การเรียกใช้งานโปรแกรม MS-Office PowerPoint2007
- ส่วนประกอบต่าง ๆ ของโปรแกรม MS-Office PowerPoint2007
- มุมมองของหน้าตา่ งโปรแกรม PowerPoint2007
- การสร้างงานนาเสนอในโปรแกรม PowerPoint2007
- การจัดการแผ่นสไลด์
- การแทรกรปู ภาพ์และภาพตัดปะลงในแผน่ สไลด์
- การวดั และประเมินผล
11 การกาหนดเทคนคิ ให้กับสไลด์
- ภาพเคล่อื นไหวแบบกาหนดเอง
- การนาเสนอแบบกาหนดเอง
- การเปลี่ยนภาพนงิ่ ให้กับแผน่ สไลด์
- การเตรยี มเอกสารประกอบการบรรยาย
- การวัดและประเมินผล
12 การสบื คน้ ข้อมูลสารสนเทศ
- อินเทอร์เนต็ คืออะไร
- ความเปน็ มาของอินเทอร์เน็ต
- ประโยชนข์ องอินเทอรเ์ นต็
- การใช้งานอนิ เทอรเ์ น็ตด้วยโปรแกรม Internet Explorer
หน่วยท่ี ช่ือหน่วยการเรยี นรู้และรายการสอน สัปดาห์ท่ี ชั่วโมงท่ี
15 43-45
- การวัดและประเมินผล
13 การสอ่ื สารทางอินเทอร์เน็ต
- การทางานของจดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกส์
- เว็บไซต์ต่าง ๆ ทใี่ หบ้ ริการอเี มลฟ์ รี
- การสมัครใชง้ าน Hotmail อเี มล์ฟรี
- การเปดิ อา่ นอเี มล์ฟรีของ Hotmail
- การวดั และประเมินผล
14 ผลกระทบและจริยธรรมในการใชค้ อมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศ 16 46-48
- ผลกระทบในการใช้คอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ
- ความหมายของจรยิ ธรรม
- การกระทาความผดิ เกยี่ วกับคอมพวิ เตอร์
- จรยิ ธรรมทด่ี ีท่จี าเป็นต่อระบบสารสนเทศ
- จรรยาบรรณในการใชอ้ นิ เทอร์เน็ตต้องคานงึ ถึง
- จรรยาบรรณในการใชแ้ ฟ้มข้อมลู และอเี มล
- จรรยาบรรณในการใชร้ ะบบสนทนาแบบออนไลน์
ข้อควรระวังในการใช้อนิ เทอรเ์ น็ต
- พระราชบญั ญัตวิ ่าดว้ ยการกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์
พ.ศ. 2550
- การวดั และประเมนิ ผล
1-14 สอบภาคทฤษฎแี ละภาคปฏิบัติ 17-18 49-54
54
รวม
แผนการจดั การเรยี นรู้ประจาหน่วยเรยี นที่ 1 จานวน 2 หน่วยกิต
วิขา คอมพวิ เตอรแ์ ละสารสนเทศฯ ( 20001-2001 ) สอนครง้ั ที่ ๑/๑๘
ชอื่ หนว่ ย การใชค้ อมพิวเตอร์ และระบบสารสนเทศ 3 ช่วั โมง/สปั ดาห์
1. สาระสาคัญ
การใช้คอมพิวเตอร์เบ้ืองต้น กระบวนการทางานของคอมพิวเตอร์ ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ
และระบบสารสนเทศเพ่อื งานอาชีพ
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2.1 จุดประสงค์ทั่วไป
ดา้ นความรู้
- รู้จักกับหลักการและกระบวนการใช้คอมพวิ เตอร์
- เข้าใจการใช้คอมพวิ เตอร์เบอื้ งต้น
- เข้าใจกระบวนการทางานของคอมพิวเตอร์
- เข้าใจคาว่าเทคโนโลยสี ารสนเทศและระบบสารสนเทศเพื่องานอาชีพ
ดา้ นทักษะ
- สามารถใชง้ านเครื่องคอมพิวเตอร์
- เขียนกระบวนการและขน้ั ตอนการทางานของคอมพิวเตอร์
ดา้ นเจตคติ
- การสนใจ ใฝเ่ รยี นรู้ตามหลักการและกระบวนการใชค้ อมพิวเตอร์เบ่อื งต้น
2.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
ด้านความรู้
- อธิบายความหมายของคอมพิวเตอร์ไดถ้ ูกต้อง
- บอกอปุ กรณ์หลกั ของเครอื่ งคอมพวิ เตอรไ์ ด้ถกู ต้อง
- บอกกระบวนการและข้นั ตอนการทางานของคอมพิวเตอรไ์ ด้ถูกตอ้ ง
ด้านทักษะ
- สามารถใช้งานคอมพิวเตอรด์ ้วยแปน้ พมิ พ์และใช้คาส่ังใน Command Line ไดถ้ ูกตอ้ ง
- สามารถเขยี นกระบวนการและขนั้ ตอนการทางานของเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ไดถ้ ูกต้อง
ดา้ นเจตคติ
- มคี วามขยันหมน่ั เพียรเรียนร้ตู ามหลักวิชาการ
- มรี ะเบียบวนิ ยั รับผิดชอบ ตรงต่อเวลา
3. สมรรถนะ
- จรรยาบรรณวชิ าชีพ
- บอกกระบวนการและข้ันตอนการทางานของคอมพวิ เตอร์
- นาคอมพวิ เตอรม์ าช่วยในการรวบรวมและจดั การกับขอ้ มูลขา่ วสาร
4. สาระการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้
- การใช้คอมพิวเตอรเ์ บื้องต้น
- กระบวนการทางานของคอมพิวเตอร์
- เทคโนโลยีสารสนเทศ
- ระบบสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ
ดา้ นทกั ษะ
- สามารถใช้งานเคร่ืองคอมพิวเตอร์
- เขยี นกระบวนการและขน้ั ตอนการทางานของเครื่องคอมพวิ เตอร์
- สามารถนาคอมพวิ เตอรม์ าชว่ ยในการจัดการข้อมูลข่าวสาร
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม/เศรษฐกิจพอเพยี ง
- กิจนิสัยในการใฝ่เรยี นรูต้ ามหลักวิชาการ
- การตรงต่อเวลา
5. การบรู ณาการกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
หลกั ความพอประมาณ
- การใชค้ อมพิวเตอร์เบ้ืองต้นอย่างพอประมาณ
- เขยี นกระบวนการและขั้นตอนการทางานของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์อยา่ งพอประมาณ
- นาคอมพวิ เตอรม์ าช่วยในการจัดการข้อมูลข่าวสารอย่างพอประมาณ
หลักความมีเหตุผล
- การใชค้ อมพวิ เตอร์อยา่ งระมัดระวงั ตามข้อควรระวังอย่างมีเหตุผล
หลกั การมีภมู ิคุ้มกนั
- ปฏบิ ัติตามขน้ั ตอนการใชค้ อมพวิ เตอร์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขอ้ ผดิ พลาดในการใชเ้ ครอื่ ง
คอมพวิ เตอร์
เงอื่ นไขคุณธรรม
- ไมใ่ ชภ้ าษาท่ีไม่สภุ าพ
- ใหข้ อ้ มูลทถ่ี ูกต้อง
- อ้างองิ แหล่งข้อมูล
- ปฏิบตั ิตามขัน้ ตอนอย่างเคร่งครัด
เง่ือนไขความรู้
- เขียนคาส่ังได้ถกู ต้องตามหลักวชิ าการ
- ปฏบิ ตั ติ ามขั้นตอนและคาส่งั ได้
- เขียนกระบวนการและขั้นตอนการทางานได้
- ตดิ ต้ังและเชือ่ มต่ออุปกรณ์คอมพวิ เตอร์ได้
- แจกแบบทดสอบก่อนเรยี น 10 นาที
- พดู คยุ เกีย่ วกบั การใช้เคร่ืองคอมพวิ เตอรก์ ารใชป้ ลัก๊ ไฟ การใช้หอ้ งเรียน กตกิ าระหว่างเรียน
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันเตรียมการสอน
- นาเข้าสู่บทเรียนพูดเก่ียวกับตรวจสอบความพร้อมของเครื่องและอุปกรณ์ต่าง ๆ การใช้เคร่ือง
คอมพวิ เตอร์ ปล๊ักไฟ การใชห้ อ้ งเรยี น กตกิ าในระหวา่ งการเรียน แนะนาหวั ขอ้ การเรียนในหนว่ ยท่ี 1 มีความสาคัญ
เน่ืองจากเป็นหลักการและการใช้เคร่ืองคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ควรจะได้รู้กระบวนการและข้ันตอนการทางานของ
เคร่อื งคอมพิวเตอร์
- เตรยี มสือ่ การสอนให้พรอ้ ม
ขั้นดาเนินการสอน
- ทาแบบทดสอบก่อนเรยี น 10 นาที เพอ่ื ทดสอบวา่ นักเรยี นมคี วามรู้พน้ื ฐานในระดับใด
- อธิบายและสรปุ แตล่ ะหวั ข้อ
- ครสู าธิตแต่ละหวั ขอ้
- ครูให้นักเรยี นฝึกปฏบิ ตั ิตามการสาธิตหรอื ปฏบิ ัตติ ามขัน้ ตอนในแบบเรียน
- ให้นักเรียนศึกษาเน้อื หาจากแบบเรียนคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศเพื่องานอาชีพ จากหนังสือเรยี น
- สังเกตและช่วยนักเรยี นแกไ้ ขปญั หาขณะปฏบิ ตั งิ าน
ขน้ั สรปุ
- ให้นกั เรียนแบ่งกลมุ่ ๆ ละ 2 คน ชว่ ยกันหาความหมายของศัพท์ท้ายแบบฝกึ หดั ที่ 1 และสง่ ตัวแทนมา
อธิบายหนา้ ช้นั เรยี น (เปลย่ี นแปลงตามความเหมาะสม)
- ครกู ับนกั เรียนสรปุ ด้วยกัน และแนะนานักเรียนเพม่ิ เติม
ขัน้ วัดผลและประเมินผล
- สังเกตจากการทาแบบฝึกหัดในห้องเรียน
- สงั เกตจากแบบฝกึ หัด แบบเรียนคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ.
7. สอื่ การเรยี นรู้และแหล่งการเรียนรู้
1) สอ่ื สิ่งพิมพ์
- หนังสือเรยี นคอมพวิ เตอร์และสารสนเทศเพ่ืองานอาชีพ (2001-2001)
- เว็บไซต์จากอินเทอรเ์ นต็
- ใบงาน
2) ส่อื อ่ืน ๆ อาทิ ส่อื โสตทัศน์ ส่อื อิเล็กทรอนิคส์ หุ่นจาลอง เปนนตน้
- เคร่อื งคอมพิวเตอร์
- วสั ดุ อุปกรณต์ า่ ง ๆ ของเครือ่ งคอมพิวเตอร์
- ตดิ ตั้งเคร่ืองคอมพิวเตอร์และอุปกรณร์ อบข้าง
- PowerPoint เรือ่ ง การใช้คอมพวิ เตอร์ และระบบสารสนเทศ
- E-Learning จากอินเทอรเ์ นต็
- Web Blog
- Youtube
3) แหลง่ การเรยี นรู้
- มุมวชิ าการภายในห้องปฏิบตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
8. หลกั ฐานการเรียนรูท้ ่ีตอ้ งการ
1) หลักฐานความรู้
- การใช้คอมพวิ เตอร์เบื้องต้น
- กระบวนการทางานของคอมพิวเตอร์
- เทคโนโลยีสารสนเทศ
- ระบบสารสนเทศเพื่องานอาชีพ
2) หลักฐานการปฏบิ ตั ิงาน
- แฟม้ สะสมงานของนักเรยี น
- บันทกึ ขอ้ มลู บนเวบ็ บลอ็ กแฟม้ สะสมงานของนักเรยี น
9. การวดั ผลและประเมินผล
1) วธิ กี ารประเมิน
กอ่ นเรยี น
- ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
ขณะเรยี น
- การถาม – ตอบ ฝึกปฏบิ ตั ิ และนาเสนอ
หลังเรยี น
- ทาแบบทดสอบท้ายหนว่ ยท่ี 1 ตอนท่ี 1 และ ตอนที่ 2
- ตรวจผลงานขณะฝึกปฏิบตั แิ ละบนจอภาพ
2) เคร่อื งมือประเมนิ
- แบบฝกึ หดั
- แบบทดสอบท้ายหน่วยเรียน
3) เกณฑ์การประเมนิ
- สังเกตความสนใจในการเรยี น
- สังเกตและประเมนิ ผลพฤตกิ รรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ มและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- สังเกตจากพฤติกรรมการปฏิบตั ิงานรายบคุ คล เกณฑผ์ ่านคือ50%
- ครตู รวจผลงานขณะปฏิบตั ิและบนจอภาพ ถูกต้องหรือเกณฑ์ผา่ น 50%
- แบบประเมินผลการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เกณฑผ์ ่านคือ 50%
- คะแนนระหวา่ งภาคเรียน รวม 25 คะแนน
- แบบฝึกหัด 5 คะแนน
- สอบย่อย 10 คะแนน
- สอบปฏบิ ัติ 5 คะแนน
- รว่ มกจิ กรรมการเรยี น 5 คะแนน
10.บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
1) ข้อสรปุ หลังการจัดการเรียนรู้
2) ปัญหาทพ่ี บ
3) แนวทางแกป้ ัญหา
(นางสาววราภรณ์ วิจติ รขจี)
ครปู ระจาวชิ า
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1
เรอ่ื ง การใช้คอมพวิ เตอร์ และระบบสารสนเทศ
คาช้แี จง จงเลือกคาตอบที่ถูกต้องท่ีสดุ เพยี งขอ้ เดียว
1. คอมพิวเตอร์คอื อะไร
ก. การคานวณ
ข. อุปกรณ์ท่ีประกอบข้ึน
ค. ระบบโปรแกรมการทางาน
ง. เครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ท่ีทางานตามขั้นตอนของโปรแกรม
2. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
ก. หน่วยรับเขา้
ข. หน่วยความจา
ค. หน่วยสนับสนนุ
ง. หนว่ ยประมวลผล
3. หนว่ ยความจาแบง่ ออกเปนน 2 แบบ คอื ข้อใด
ก. หนว่ ยความจาสงู หน่วยความจาต่า
ข. หนว่ ยความจาหลกั หน่วยความจารอง
ค. หนว่ยความจาคงอยู่ หน่วยความจาหายไป
ง. หนว่ ยความจาอ่านเรว็ หน่วยความจาอ่านชา้
4. Fingerprint เปนน ส่วนประกอบใดของเครือ่ งคอมพิวเตอร์
ก. อุปกรณเ์ สริม
ข. อปุ กรณ์อินพุต
ค. อปุ กรณเ์ อาต์พตุ
ง. อปุ กรณ์เก็บข้อมลู
5. ขัน้ ตอนใดในการทางานของคอมพิวเตอร์ ท่ีทางานค่ขู นานกัน
ก. ประมวลผล และแสดงผล
ข. รับขอ้ มูล และประมวลผล
ค. รบั ข้อมูลและแสดงผลข้อมูล
ง. ประมวลผล และหน่วยความจา
6. ระบบสารสนเทศประกอบดว้ ยสว่ นสาคญั 2 ส่วนคือขอ้ ใด
ก. สารสนเทศ ข้อมลู
ข. ระบบ สารสนเทศ
ค. ข้อมูลเข้า ขอ้ มลู ออก
ง. ขอ้ มลู ดบิ ข้อมูลท่ีประมวลผล
7. ข้อมูล คอื อะไร
ก. ผลลัพธ์ของการทางาน
ข. ข้อมูลทปี่ ระมวลผลแลว้
ค. ข้อมลู ท่ีไดร้ บั การกรอง และเรียบเรยี ง ที่สามารถนาไปใช้งานได้
ง. ความเปน็ จรงิ ท่ียงั เป็นข้อมูลดิบซึง่ ไม่ไดผ้ ่านการประมวลผลใด ๆ
8. ขอ้ มูลสารสนเทศ คอื อะไร
ก. ผลลัพธ์ของการทางาน
ข. ขอ้ มลู ที่ประมวลผลแลว้
ค. ข้อมลู ที่ไดร้ บั การกรอง และเรยี บเรยี ง ทีส่ ามารถนาไปใชง้ านได้
ง. ความเป็นจริงท่ียังเปน็ ข้อมูลดิบซ่งึ ไม่ได้ผา่ นการประมวลผลใด ๆ
9. ขอ้ ใดไมใ่ ชล่ กั ษณะสนเทศที่ดี
ก. เขา้ ถงึ ง่าย
ข. ตรงประเด็น
ค. มคี วามรวดเร็ว
ง. สามารถตรวจสอบได้
10. ข้อใดไมใ่ ชอ่ งค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
ก. Data
ข. User
ค. Hardware
ง. Produce
เอกสารประกอบการสอน (PowerPoint)
แบบฝกึ หดั หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1
เรอื่ ง การใช้คอมพวิ เตอร์ และระบบสารสนเทศ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายความหมายของคอมพิวเตอร์
2. อธิบายลกั ษณะสาคัญของคอมพวิ เตอรย์ คุ ใหม่
3. อธบิ ายขั้นตอนการทางานของคอมพวิ เตอร์
4. อธิบายความหมายของระบบสารสนเทศ
5. อธิบายองคป์ ระกอบของระบบสารสนเทศ
6. อธบิ ายลกั ษณะสารสนเทศที่ดี
7. ยกตวั อยา่ งระบบสารสนเทศในงานอาชีพ
คาช้ีแจง สบื ค้นข้อมลู จากอินเทอร์เนต็ หรอื หนังสือเรยี น เรื่องการใช้คอมพวิ เตอร์ และระบบสารสนเทศ
และนามาอภิปรายหนา้ ชั้นเรยี น
แบบทดสอบหน่วยการเรียนรู้ท่ี 1
เรือ่ ง การใช้คอมพวิ เตอร์ และระบบสารสนเทศ
ตอนท่ี 1 เลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่ีสดุ เพียงขอ้ เดียว
1. คอมพิวเตอร์คอื อะไร
ก. การคานวณ
ข. อปุ กรณ์ท่ปี ระกอบขน้ึ
ค. ระบบโปรแกรมการทางาน
ง. เครื่องจกั รอิเลก็ ทรอนิกส์ท่ีทางานตามขั้นตอนของโปรแกรม
2. ขอ้ ใดไม่ใช่องคป์ ระกอบของคอมพิวเตอร์
ก. หน่วยรับเข้า ข. หนว่ ยความจา
ค. หน่วยสนบั สนุน ง. หนว่ ยประมวลผล
3. หนว่ ยความจาแบง่ ออกเปนน 2 แบบ คอื ข้อใด
ก. หน่วยความจาสงู หน่วยความจาต่า
ข. หน่วยความจาหลัก หน่วยความจารอง
ค. หนว่ ยความจาคงอยู่ หน่วยความจาหายไป
ง. หน่วยความจาอ่านเร็ว หนว่ ยความจาอา่ นชา้
4. Fingerprint เปนนส่วนประกอบใดของเครอ่ื งคอมพิวเตอร์
ก. อปุ กรณเ์ สรมิ ข. อปุ กรณ์อนิ พุต
ค. อปุ กรณ์เอาต์พตุ ง. อปุ กรณเ์ ก็บข้อมลู
5. ข้นั ตอนใดในการทางานของคอมพิวเตอร์ ท่ีทางานค่ขู นานกนั
ก. ประมวลผล และแสดงผล
ข. รับข้อมลู และประมวลผล
ค. รบั ขอ้ มลู และแสดงผลข้อมูล
ง. ประมวลผล และหน่วยความจา
6. ระบบสารสนเทศประกอบดว้ ยสว่ นสาคญั 2 ส่วนคือข้อใด
ก. สารสนเทศ ขอ้ มลู
ข. ระบบ สารสนเทศ
ค. ขอ้ มูลเข้า ขอ้ มูลออก
ง. ขอ้ มลู ดบิ ข้อมูลที่ประมวลผล
7. ขอ้ มลู คืออะไร
ก. ผลลพั ธ์ของการทางาน
ข. ข้อมูลท่ีประมวลผลแลว้
ค. ข้อมลู ท่ีได้รบั การกรอง และเรียบเรยี ง ท่ีสามารถนาไปใช้งานได้
ง. ความเป็นจรงิ ทยี่ ังเปน็ ข้อมูลดบิ ซง่ึ ไม่ไดผ้ ่านการประมวลผลใด ๆ
8. ข้อมูลสารสนเทศ คอื อะไร
ก. ผลลัพธข์ องการทางาน
ข. ขอ้ มลู ทีป่ ระมวลผลแล้ว
ค. ข้อมลู ท่ีได้รบั การกรอง และเรียบเรยี ง ท่ีสามารถนาไปใชง้ านได้
ง. ความเป็นจริงท่ยี ังเปน็ ข้อมูลดิบซึ่งไม่ไดผ้ า่ นการประมวลผลใด ๆ
9. ขอ้ ใดไม่ใชล่ กั ษณะสนเทศท่ีดี
ก. เข้าถงึ งา่ ย ข. ตรงประเดน็
ค. มีความรวดเร็ว ง. สามารถตรวจสอบได้
10. ข้อใดไมใ่ ช่องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
ก. Data ข. User
ค. Hardware ง. Produce
ตอนท่ี 2 ตอบคาถามต่อไปน้ี
1. จงอธบิ ายความหมายของระบบสารสนเทศ
2. ยกตวั อยา่ งสารสนเทศท่ีพบในชวี ติ ประจาวัน
3. ระบบสารสนเทศท่ดี มี ลี ักษณะอย่างไร
4. ท่านคดิ ว่าจะนาระบบสารสนเทศมาใชก้ ับรา้ นสะดวกซ้ือไดอ้ ยา่ งไร และใชส้ ารสนเทศแบบใด
5. จงยกตัวอยา่ งการนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการมาใช้ในองค์กร และจะใชร้ ะบบน้ันอยา่ งไรบ้าง
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1
เรอื่ ง การใช้คอมพิวเตอร์ และระบบสารสนเทศ
คาชีแ้ จง จงเลือกคาตอบทถ่ี ูกตอ้ งท่ีสดุ เพยี งข้อเดียว
1. คอมพิวเตอรค์ ืออะไกร
ก. การคานวณ
ข. อุปกรณ์ท่ปี ระกอบข้ึน
ค. ระบบโปรแกรมการทางาน
ง. เคร่ืองจักรอิเลก็ ทรอนิกส์ทท่ี างานตามข้ันตอนของโปรแกรม
2. ขอ้ ใดไม่ใช่องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
ก. หน่วยรับเขา้
ข. หน่วยความจา
ค. หน่วยสนับสนุน
ง. หน่วยประมวลผล
3. หน่วยความจาแบ่งออกเป็น 2 แบบ คอื ข้อใด
ก. หน่วยความจาสูง หน่วยความจาตา่
ข. หนว่ ยความจาหลัก หน่วยความจารอง
ค. หนว่ ยความจาคงอยู่ หน่วยความจาหายไป
ง. หน่วยความจาอ่านเรว็ หน่วยความจาอา่ นช้า
4. Fingerprint เปน็ ส่วนประกอบใดของเครื่องคอมพิวเตอร์
ก. อปุ กรณ์เสริม
ข. อุปกรณ์อินพตุ
ค. อุปกรณ์เอาต์พุต
ง. อุปกรณเ์ กบ็ ข้อมูล
5. ขนั้ ตอนใดในการทางานของคอมพวิ เตอร์ ท่ีทางานค่ขู นานกนั
ก. ประมวลผล และแสดงผล
ข. รับขอ้ มูล และประมวลผล
ค. รบั ขอ้ มูลและแสดงผลข้อมูล
ง. ประมวลผล และหนว่ ยความจา
6. ระบบสารสนเทศประกอบด้วยส่วนสาคญั 2 สว่ นคือขอ้ ใด
ก. สารสนเทศ ขอ้ มูล
ข. ระบบ สารสนเทศ
ค. ข้อมลู เข้า ข้อมลู ออก
ง. ข้อมูลดิบ ข้อมลู ทีป่ ระมวลผล
7. ข้อมลู คอื อะไร
ก. ผลลพั ธ์ของการทางาน
ข. ขอ้ มลู ท่ปี ระมวลผลแล้ว
ค. ข้อมูลท่ีไดร้ บั การกรอง และเรยี บเรียง ทส่ี ามารถนาไปใชง้ านได้
ง. ความเปนนจรงิ ทย่ี ังเปนน ขอ้ มูลดิบซ่งึ ไมไ่ ดผ้ ่านการประมวลผลใด ๆ
8. ข้อมลู สารสนเทศ คืออะไร
ก. ผลลพั ธข์ องการทางาน
ข. ข้อมูลท่ีประมวลผลแลว้
ค. ข้อมลู ที่ได้รับการกรอง และเรยี บเรียง ท่ีสามารถนาไปใชง้ านได้
ง. ความเปน็ จริงทย่ี ังเป็นข้อมูลดิบซ่ึงไม่ได้ผ่านการประมวลผลใด ๆ
9. ขอ้ ใดไม่ใชล่ กั ษณะสนเทศที่ดี
ก. เขา้ ถึงง่าย ข. ตรงประเด็น
ค. มคี วามรวดเร็ว ง. สามารถตรวจสอบได้
10. ขอ้ ใดไม่ใชอ่ งคป์ ระกอบของระบบสารสนเทศ
ก. Data ข. User
ค. Hardware ง. Produce
เฉลยแบบทดสอบหนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1
เรื่อง การใช้คอมพวิ เตอร์ และระบบสารสนเทศ
ตอนท่ี 1 เลอื กคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพยี งข้อเดียว
1. คอมพิวเตอรค์ ืออะไร
ก. การคานวณ
ข. อปุ กรณ์ท่ีประกอบขึ้น
ค. ระบบโปรแกรมการทางาน
ง. เครือ่ งจักรอิเลก็ ทรอนิกส์ที่ทางานตามขน้ั ตอนของโปรแกรม
2. ขอ้ ใดไมใ่ ช่องค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์
ก. หนว่ ยรับเขา้
ข. หนว่ ยความจา
ค. หนว่ ยสนับสนุน
ง. หนว่ ยประมวลผล
3. หนว่ ยความจาแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือข้อใด
ก. หน่วยความจาสูง หนว่ ยความจาตา่
ข. หนว่ ยความจาหลัก หน่วยความจารอง
ค. หนว่ ยความจาคงอยู่ หน่วยความจาหายไป
ง. หนว่ ยความจาอา่ นเรว็ หนว่ ยความจาอ่านชา้
4. Fingerprint เป็นสว่ นประกอบใดของเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
ก. อปุ กรณ์เสริม
ข. อุปกรณ์อินพุต
ค. อุปกรณเ์ อาต์พุต
ง. อุปกรณเ์ ก็บข้อมลู
5. ขั้นตอนใดในการทางานของคอมพวิ เตอร์ ที่ทางานค่ขู นานกนั
ก. ประมวลผล และแสดงผล
ข. รับข้อมลู และประมวลผล
ค. รบั ขอ้ มูลและแสดงผลข้อมูล
ง. ประมวลผล และหนว่ ยความจา
6. ระบบสารสนเทศประกอบดว้ ยสว่ นสาคญั 2 สว่ นคือข้อใด
ก. สารสนเทศ ขอ้ มลู
ข. ระบบ สารสนเทศ
ค. ขอ้ มลู เข้า ข้อมลู ออก
ง. ข้อมูลดิบ ข้อมลู ทป่ี ระมวลผล
7. ข้อมูล คืออะไร
ก. ผลลพั ธข์ องการทางาน
ข. ขอ้ มลู ทป่ี ระมวลผลแลว้
ค. ขอ้ มูลท่ีได้รับการกรอง และเรียบเรยี ง ทีส่ ามารถนาไปใชง้ านได้
ง. ความเปนน จริงท่ียังเปนน ขอ้ มลู ดิบซ่งึ ไมไ่ ดผ้ ่านการประมวลผลใด ๆ
8. ข้อมลู สารสนเทศ คืออะไร
ก. ผลลพั ธ์ของการทางาน
ข. ขอ้ มลู ท่ีประมวลผลแล้ว
ค. ขอ้ มูลที่ไดร้ บั การกรอง และเรยี บเรยี ง ที่สามารถนาไปใชง้ านได้
ง. ความเปน็ จริงที่ยงั เปน็ ข้อมูลดบิ ซึง่ ไม่ได้ผา่ นการประมวลผลใด ๆ
9. ขอ้ ใดไมใ่ ชล่ ักษณะสนเทศทดี่ ี
ก. เขา้ ถงึ ง่าย ข. ตรงประเด็น
ค. มคี วามรวดเรว็ ง. สามารถตรวจสอบได้
10. ขอ้ ใดไม่ใช่องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ
ก. Data ข. User
ค. Hardware ง. Produce
ตอนที่ 2 ตอบคาถามต่อไปนี้
1. จงอธบิ ายความหมายของระบบสารสนเทศ
เปน็ ระบบทท่ี าหนา้ ทจ่ี ดั การขอ้ มลู สาหรับระบบหรือกจิ กรรมใดๆ ทีเ่ ราตอ้ งการ โดยทางานตง้ั แต่การจดั เก็บขอ้ มลู การ
ประมวลผลขอ้ มูลจนสามารถใหส้ ารสนเทศออกมาเพอ่ื ใชใ้ นการพิจารณาตัดสินในเร่อื งที่เกย่ี วขอ้ งได้
2. ยกตวั อย่างสารสนเทศที่พบในชีวิตประจาวนั
การใชจ้ ่ายในร้านสะดวกซอ้ื รปู แบบตา่ งๆ
3. ระบบสารสนเทศที่ดีมีลักษณะอยา่ งไร
มคี วามถกู ต้อง, เข้าใจงา่ ย, มคี วามเชือ่ ถือได,้ มคี วามสมบูรณแ์ ละครบถ้วน, มีความคมุ้ ทนุ . มคี วามยืดหย่นุ , ตรงประเดน็ ,
มีความทนั สมยั , สามารถตรวจสอบได,้ เขา้ ถึงไดง้ ่าย
4. ทา่ นคิดวา่ จะนาระบบสารสนเทศมาใช้กับร้านสะดวกซอ้ื ได้อยา่ งไร และใช้สารสนเทศแบบใด
มกี ารเก็บว่า ผ้ซู อ้ื สนิ ค้า อายเุ ท่าไหร่ ชายหรอื หญงิ ซ้อื เวลาชว่ งไหน
5. จงยกตวั อย่างการนาระบบสารสนเทศเพื่อการจดั การมาใช้ในองค์กร และจะใช้ระบบนั้นอยา่ งไรบ้าง
เจ้าหน้าทร่ี ะดับปฏบิ ตั ิการจะทางานกบั ข้อมลู ดบิ เปน็ สว่ นใหญ่ เช่น การรวบรวม จดั เกบ็ ประมวลผลขอ้ มูล ส่วน
เจา้ หน้าท่บี ริหารระดบั สูงท่ีตอ้ งมบี ทบาทในการบริหารจดั การและมหี น้าทีต่ ดั สนิ ใจในเรื่องตา่ งๆ จะอาศยั สารสนเทศท่ี
เก่ยี วขอ้ งมาประกอบการตดั สินใจ
ภาคผนวก
แบบประเมินทกั ษะการนาเสนอผลงาน
จุดประสงคท์ ี่.......................................................................................................................................
ชือ่ กล่มุ .................................................................ช้ัน.........................................................................
รายชื่อสมาชกิ 1..................................................................................................................................
2............................................................................................................................ .......
3............................................................................................................................... ....
ขอ้ ที่ รายการประเมนิ คะแนน ข้อคิดเหน็
321
1 การเตรยี มความพร้อม
2 เนอ้ื หาสาระ
3 รูปแบบการนาเสนอ
4 การมีสว่ นรว่ มของสมาชิกในกลมุ่
5 การรกั ษาเวลา
6 ความสนใจของผู้ฟงั
รวม
ผู้ประเมิน...................................................
วนั ที่..........เดอื น...........................พ.ศ. ......................
แบบประเมินรายบคุ คล (แบบประเมินผลงาน)
ผู้ประเมิน(ชื่อ).................................................................................. ตนเอง เพือ่ น ครู
รายการประเมิน ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ คะแนน หมายเหตุ
(3) (2) (1)
1. ความสมบูรณ์ของเนอื้ หาสาระ
2. การใชภ้ าษา รวม
3. ความคดิ สร้างสรรค์
4. หลกั ฐานท่ีใชป้ ระกอบการให้เหตผุ ล
5. การสะท้อนความคิดเหน็
6. ประโยชน์การประยุกต์ใชใ้ น
ชวี ิตประจาวัน
คะแนนเฉลยี่
เกณฑก์ ารประเมนิ ดี คะแนนสูงกว่า 2.70
พอใช้ คะแนนอยรู่ ะหวา่ ง 1.3 – 2.70
ปรับปรุง คะแนนต่ากว่า 1.30
หมายเหตุ เกณฑ์การประเมินท่ีใช้ในการตดั สินต้องได้มาจากคะแนนเฉลยี่ ของผปู้ ระเมนิ ทงั้ หมด
ตวั อยา่ ง ข้อ 1. ความสมบูรณ์ของเน้ือหาสาระ ไดค้ ะแนนการประเมนิ ดังนี้
ตนเอง ให้ดี ได้คะแนนประเมนิ 3
เพ่ือน ใหพ้ อใช้ ไดค้ ะแนนประเมนิ 2
ครู ใหพ้ อใช้ ได้คะแนนประเมิน 2
ได้คะแนนเฉล่ีย 3+2+2 = 2.33
3
จากคะแนนเฉล่ียท่ีได้แสดงวา่ ในขอ้ 1. เกณฑป์ ระเมนิ อยู่ในเกณฑ์ พอใช้
แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ช่อื ผ้ปู ระเมนิ /กลุ่มประเมิน................................................................................
ชอื่ กล่มุ รบั การประเมิน......................................................................................
ประเมินผลครัง้ ท่ี...................วันที่................เดือน.......................พ.ศ. ............
ระดับพฤติกรรม คะแนนที่
ได้
ที่ คณุ ลักษณะ/พฤตกิ รรมบ่งช้ี
ใช้ได้ ควรปรับปรุง
(1 คะแนน) (0 คะแนน)
1 ความมมี นุษยสัมพันธ์
- แสดงกริ ิยาท่าทางสุภาพตอ่ ผู้อ่ืน
- ใหค้ วามรว่ มมอื กับผอู้ ืน่
2 ความมวี ินัย
- ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบ ขอ้ บังคบั และข้อตกลงต่าง ๆ ของ
วิทยาลยั ไดแ้ ก่ การแตง่ กายถูกต้องตามระเบียบและขอ้ บงั คบั
ตรงต่อเวลา
3 ความรบั ผิดชอบ
- มกี ารเตรียมความพรอ้ มในการเรียนและการปฏิบตั ิงาน
- ปฏบิ ตั งิ านด้วยความตั้งใจ
- มคี วามเพียรพยายามในการเรียนและการปฏิบตั งิ าน
4 ความเชอื่ ม่ันในตนเอง
- กล้าแสดงความคิดเหน็ อยา่ งมีเหตุผล
5 ความปลอดภยั
- ปฏิบตั งิ าน ทากจิ กรรมดว้ ยความระมดั ระวงั
6 ความสนใจใฝ่รู้
- ซักถามปญั หานา่ สงสยั
7 ความรักสามัคคี
- รว่ มมอื ในการทางาน
8 ความกตัญญูกตเวที
- มีสัมมาคารวะต่อคร-ู อาจารย์อย่างสม่าเสมอ ทง้ั ตอ่ หน้าและ
ลับหลงั
9 พึง่ ตนเอง
- ทางานปฏบิ ัติงานดว้ ยตนเอง
10 มคี วามอดทนอดกลั้น
- ควบคมุ อารมณ์/ความร้สู ึกอยา่ งมีสตแิ ละเหตผุ ล
แบบประเมินทกั ษะกระบวนการทางานเปนนกลมุ่
ชื่อกลุม่ .......................................................................ชัน้ ................................................................
รายชื่อสมาชิก 1. ............................................................................................................................
2. ............................................................................................................................
3. .......................................................................................................................... ..
ขอ้ ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ข้อคิดเหน็
321
1 การกาหนดเปา้ หมายรว่ ม
2 การแบ่งหนา้ ทร่ี ับผิดชอบ
3 การปฏบิ ัตติ ามหน้าทีท่ ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินและปรับปรุงงาน
5 ................................................
รวม
ผปู้ ระเมนิ ..................................................................
วนั ท่ี ...........เดอื น.........................พ.ศ. ....................
รายการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้
ควรอนญุ าตใหใ้ ชก้ ารสอนได้
ควรปรบั ปรุงเกีย่ วกบั
........................................................................
ลงช่ือ (....................................................................)
หวั หน้าหมวด / แผนกวชิ า
วนั ที่ ...........เดอื น.........................พ.ศ. ....................
เหน็ ควรอนญุ าตให้ใช้การสอนได้
ควรปรับปรงุ ดังเสนอ
อืน่ ๆ
........................................................................
ลงชื่อ (....................................................................)
รองผ้อู านวยการฝ่ายวิชาการ
วนั ที่ ...........เดือน.........................พ.ศ. ....................
อนญุ าตให้ใชก้ ารสอนได้
อืน่ ๆ
........................................................................
ลงชือ่ (....................................................................)
ผอู้ านวยการ
วันท่ี ...........เดอื น.........................พ.ศ. ....................