ค
ก
คานา
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค STAD เร่ือง การเขียนโปรแกรมภาษาขั้นพื้นฐาน
รายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศ 3 รหัสวิชา ง23102 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
สาระที่ 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 จัดทาขึ้นเพ่ือเป็นเคร่ืองมือ
ในการพัฒนาการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี นวัตกรรมน้ีจะช่วย
ส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนได้เป็นอย่างดี ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การเขียน
โปรแกรมภาษาขั้นพนื้ ฐาน ประกอบไปด้วยเนือ้ หา 8 เลม่ รวมเวลาทง้ั หมด 16 ชั่วโมง ดงั น้ี
เล่มที่ 1 เรอ่ื ง หลักการและแนวคิดการเขยี นโปรแกรม
เลม่ ที่ 2 เรื่อง แนะนาภาษาซี และการใช้งานโปรแกรม Dev-C++
เล่มท่ี 3 เรื่อง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร และชนดิ ของขอ้ มลู
เลม่ ท่ี 4 เรือ่ ง นิพจนแ์ ละตัวดาเนนิ การ
เลม่ ที่ 5 เรอ่ื ง การรับและการแสดงผลขอ้ มลู
เลม่ ที่ 6 เรื่อง คาส่งั ควบคมุ แบบเงือ่ นไข
เลม่ ท่ี 7 เรือ่ ง คาสงั่ ควบคุมแบบการทางานเป็นรอบ
เล่มท่ี 8 เรอ่ื ง ความรูเ้ บ้อื งต้นเกยี่ วกบั จาวาสครปิ ต์
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค STAD ท่ีส่งเสริมผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน สาหรบั นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 เรื่อง การเขยี นโปรแกรมภาษาข้ันพ้ืนฐาน จะช่วยให้
ผู้เรยี นมคี วามรู้ ความเข้าใจ และสามารถพฒั นาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นของนักเรียนเป็นอย่างดี เพราะใน
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค STAD ที่ส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สาหรับนักเรียน
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 เร่ือง การเขยี นโปรแกรมภาษาขั้นพ้ืนฐาน มีเนื้อหาและสีสันเหมาะสาหรับนักเรียน
อีกท้ังการใช้เทคนิค STAD เป็นเทคนิคที่ทาให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง และมีการทางาน
เป็นกลุ่มช่วยเหลือกันภายในกลุ่ม ทาให้ผู้เรียนเกิดความสนุกสนานและเกิดการเรียนรู้ตามที่คาดหวัง ใน
เลม่ ท่ี 3 เป็นการจดั การเรียนการสอนเกี่ยวกับเรอื่ ง โครงสร้างภาษาซี ตัวแปร และชนิดของข้อมูล ซึ่งจะ
ทาให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง โครงสร้างภาษาซี ตัวแปร และชนิดของข้อมูล ได้ดี
ยิ่งขึ้น
ดารนิ ี อนิ ทรแ์ พง
ข
สารบัญ
เรื่อง หนา้
คานา ก
สารบญั ข
คมู่ ือครู ค
คมู่ อื นักเรยี น ง
สาระสาคัญและจุดประสงค์การเรียนรู้ จ
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เล่มที่ 3 เรอ่ื ง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของข้อมูล 1
บตั รคาสง่ั ท่ี 3.1 เรอื่ ง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของขอ้ มลู 4
บตั รเนื้อหาที่ 3.1 เรือ่ ง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของข้อมูล 5
บัตรกิจกรรมที่ 3.1 เรื่อง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร และชนิดของข้อมูล 20
บัตรคาถามที่ 3.1 เรอ่ื ง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร และชนดิ ของขอ้ มลู 21
แบบทดสอบหลงั เรียน เล่มท่ี 3 เร่ือง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร และชนิดของข้อมูล 22
บรรณานกุ รม 25
ภาคผนวก 26
27
- กระดาษคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรียน เล่มท่ี 3 เรือ่ ง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร
และชนิดของขอ้ มูล 28
29
- เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เลม่ ท่ี 3 เร่อื ง โครงสร้างภาษาซี ตัวแปร และชนิดของขอ้ มลู 30
- เฉลยบัตรกจิ กรรมที่ 3.1 เรื่อง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของข้อมูล 31
- เฉลยบัตรคาถามท่ี 3.1 เร่อื ง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของข้อมลู
- กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรยี น เล่มท่ี 3 เรอื่ ง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร 32
และชนิดของข้อมูล
- เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น เลม่ ท่ี 3 เรื่อง โครงสร้างภาษาซี ตัวแปร และชนดิ ของข้อมลู
ค
คู่มอื
เลม่ ท่ี 3 เรื่อง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร และชนิดของข้อมลู
ประกอบด้วยขอ้ แนะนาสาหรบั ครผู ้ใู ช้ ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง การเขยี นโปรแกรม
ภาษา
ข้นั พน้ื ฐาน เล่มท่ี 3 เรอื่ ง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนิดของขอ้ มูล
1. เตรยี มเอกสารและวสั ดุให้ครบ ดงั นี้
1.1 คูม่ อื ครู จานวน 1 ชดุ
1.2 แผนการจัดการเรยี นรู้ จานวน 1 ชุด
1.3 คมู่ ือนักเรยี น จานวน 1 ชุด
1.3.1 คูม่ อื นักเรียน
1.3.2 แบบทดสอบก่อนเรียน เล่มที่ 3 เรอื่ ง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร
และชนดิ ของขอ้ มลู
1.3.3 บัตรคาสัง่ ที่ 3.1 เร่อื ง โครงสร้างภาษาซี ตัวแปร และชนดิ ของขอ้ มลู
1.3.4 บัตรเน้อื หาที่ 3.1 เร่อื ง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนิดของข้อมลู
1.3.5 บตั รกิจกรรมท่ี 3.1 เรื่อง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร และชนดิ ของข้อมลู
1.3.6 บัตรคาถามท่ี 3.1 เร่ือง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของขอ้ มลู
1.3.7 แบบทดสอบหลงั เรียน เลม่ ที่ 3 เรอื่ ง โครงสร้างภาษาซี ตัวแปร
และชนดิ ของข้อมลู
1.3.8 กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น เล่มที่ 3 เรื่อง โครงสร้างภาษาซี
ตวั แปร และชนิดของข้อมูล
1.3.9 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน เล่มท่ี 3 เรอ่ื ง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร
และชนดิ ของข้อมูล
1.3.10 เฉลยบตั รกจิ กรรมท่ี 3.1 เร่อื ง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร และชนิดของข้อมลู
1.3.11 เฉลยบตั รคาถามท่ี 3.1 เรือ่ ง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของข้อมูล
1.3.12 กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรียน เล่มที่ 3 เรอ่ื งโครงสร้างภาษาซี
ตวั แปร และชนดิ ของขอ้ มลู
1.3.13 เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น เล่มที่ 3 เร่ือง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร
และชนดิ ของขอ้ มลู
2. ครผู ู้สอนจะตอ้ งศึกษารายละเอียดของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรอื่ ง การเขียนโปรแกรมภาษา
ขน้ั พื้นฐาน เลม่ ที่ 3 เรือ่ ง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของข้อมลู ดังน้ี
2.1 ศึกษาค่มู ือและแผนการจัดการเรียนรู้
2.2 ศึกษากจิ กรรมจากค่มู อื นักเรยี น
3. บทบาทครูผู้สอน มีดงั น้ี
3.1 เตรยี มเอกสารและอุปกรณป์ ระกอบการจัดการเรียนรลู้ ว่ งหน้าใหค้ รบตามรายการ
3.2 จดั ช้ันเรียนให้เปน็ กลุ่ม
3.3 การจดั ชั้นเรยี นใหแ้ บ่งนักเรียนออกเปน็ กลุ่มๆ ละ 4 - 5 คน โดยจัดให้มีนักเรียน เก่ง
ปานกลาง และอ่อน คละกันภายในกลุ่ม (ในเล่มน้ีให้ยึดตามกลุ่มที่ได้แบ่งไว้แล้ว ในเล่มที่ 1) และชี้แจง
เกีย่ วกบั การจดั การเรียนการสอน โดยใชเ้ ทคนิค STAD ดงั น้ี
3.3.1 ขัน้ เตรยี ม ครูเปน็ ผู้กระตนุ้ ใหน้ กั เรยี นเกิดความสนใจที่จะเรียนและค้นหาความรู้
เพ่อื จะเช่ือมโยงไปสูข่ ้นั ตอ่ ไป
3.3.2 ข้ันเรียนกลุ่มย่อย เป็นขั้นท่ีนักเรียนฝึกทางานเป็นทีม เพ่ือสารวจหรือค้นหา
ความจริง ความรู้ใดๆ
3.3.3 ขั้นทดสอบย่อย ขั้นตอนนี้เป็นข้ันที่นักเรียนต้องทดสอบความรู้ความเข้าใจของ
นักเรียนและสามารถสรุปข้อเทจ็ จรงิ ท่ไี ด้จากการเรยี นรู้
3.3.4 ขั้นคิดคะแนนพัฒนาการ เป็นข้ันที่นักเรียนในกลุ่มนาคะแนนท่ีได้มาทาการ
เปรยี บเทยี บกับคะแนนฐานที่ครมู ใี หแ้ ละร่วมกนั หาแนวทางในการพัฒนาคะแนนของตนเองในครง้ั ตอ่ ไป
วธิ กี ารคดิ คะแนนพัฒนาการ
3.3.4.1 นาคะแนนแบบทดสอบหลงั เรยี น เล่มที่ 3 ของสมาชกิ แต่ละคนมาคิด
เป็นค่าร้อยละ (เนื่องจากคะแนนฐานมีคะแนนเต็มเป็น 100 จึงต้องนาคะแนนแบบทดสอบหลังเรียน
เล่มท่ี 3 มาคดิ เปน็ คา่ ร้อยละ เพื่อให้สามารถเปรยี บเทยี บหาค่าคะแนนพฒั นาการได้)
3.3.4.2 แต่ละกลุ่มหาค่าคะแนนพัฒนาการของสมาชิกแต่ละคน โดยการนา
ค่าร้อยละของสมาชิกทไ่ี ด้จากข้อ 3.3.4.1 มาเปรยี บเทียบกับคะแนนฐานของแต่ละคนที่ครูแจกให้ และให้
คะแนนพฒั นาการตามเกณฑ์การคิดคะแนนพัฒนาการ (นักเรียนแต่ละคนจะมีคะแนนฐาน ซึ่งคะแนนฐาน
คดิ มาจากการนาคะแนนแบบทดสอบหลงั เรยี น เลม่ ที่ 2 มาคดิ เปน็ ร้อยละ)
เกณฑก์ ารคดิ คะแนนพัฒนาการ
คะแนนทดสอบยอ่ ย คะแนนพัฒนาการ
ได้คะแนนตา่ กวา่ คะแนนฐานเกนิ 10 คะแนน 5
ได้คะแนนตา่ กว่าคะแนนฐาน 1 – 10 คะแนน 10
ได้คะแนนเท่ากับคะแนนฐานหรือสูงกว่าคะแนนฐานไมเ่ กิน 10 คะแนน 20
ไดค้ ะแนนสงู กว่าคะแนนฐานเกนิ 10 คะแนน 30
ไดค้ ะแนนเตม็ 30
** คะแนนทดสอบยอ่ ย หมายถงึ คะแนนร้อยละที่ได้จากขอ้ 3.3.4.1
3.3.4.3 ครนู าคะแนนพฒั นาการของสมาชกิ ของแต่ละกล่มุ มาคดิ เปน็ คะแนน
พฒั นาการกลมุ่ หาค่าเฉลีย่ ของคะแนนพฒั นาการ และนาไปเปรียบเทียบกับเกณฑก์ ารยกยอ่ งชมเชยหรือ
การใหร้ างวัล มวี ิธีการดงั นี้
- คิดคะแนนพัฒนาการของแตล่ ะกลุ่ม โดยนาคะแนนพฒั นาการของสมาชกิ แต่
ละกลมุ่ มาหาผลรวม
- หาค่าเฉลยี่ ของคะแนนพฒั นาการแต่ละกลุ่ม โดยการนาผลรวมของแต่ละกลุม่
ทีไ่ ด้มาหารดว้ ยจานวนสมาชกิ ของแตล่ ะกลุ่ม
- นาค่าเฉลย่ี ของคะแนนพัฒนาการท่ไี ดไ้ ปเปรียบเทียบกับเกณฑก์ ารยกยอ่ งหรือ
การให้รางวลั
เกณฑ์การยกย่องหรือการให้รางวลั
คะแนนเฉลย่ี ของกลุม่ รางวลั
15 – 19 คะแนน กลุ่มเกง่ (Good Team)
20 – 24 คะแนน กลุ่มเก่งมาก (Great Team)
25 – 30 คะแนน กลุ่มยอดเยี่ยม (Super Team)
3.3.5 ขนั้ ยกย่องชมเชย เป็นข้ันทค่ี รตู ้องให้คาชมเชยและมอบรางวลั ให้กบั นักเรียน
3.4 ก่อนเริ่มกิจกรรมครูควรชี้แจงให้นักเรียนทราบบทบาทของนักเรียนในการเรียนด้วย
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรแู้ ละนักเรยี นควรช่วยเหลือกนั ภายในกลมุ่
3.5 จดั กจิ กรรมการเรียนการสอนใหเ้ ป็นไปตามลาดบั ขัน้ ตอน
3.6 ให้คาแนะนา และเปน็ ที่ปรกึ ษาแก่นกั เรยี นในขณะทที่ ากิจกรรม
3.7 ร่วมเฉลยและตรวจคาตอบการทากิจกรรมตา่ งๆ ร่วมกบั นกั เรยี น
3.8 ประเมินผลการเรียนร้ขู องนักเรียน
ง
ค่มู อื นกั เรียน
เลม่ ที่ 3 เรื่อง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร และชนิดของข้อมูล
คาช้ีแจงสาหรับนักเรียน
1. การเรียนดว้ ยชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เรอื่ ง การเขียนโปรแกรมภาษาขัน้ พ้นื ฐาน เลม่ ที่ 3
เร่ือง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของข้อมูล ใช้เวลา 2 ช่ัวโมง
2. นกั เรยี นจะไดร้ ับเอกสารจากครู จานวน 13 ชดุ ดังนี้
2.1 คมู่ ือนกั เรยี น
2.2 แบบทดสอบก่อนเรียน เล่มท่ี 3 เรื่อง โครงสร้างภาษาซี ตัวแปร และชนิดของขอ้ มูล
2.3 บัตรคาส่ังที่ 3.1 เรือ่ ง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร และชนิดของข้อมลู
2.4 บตั รเนือ้ หาที่ 3.1 เรือ่ ง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร และชนดิ ของขอ้ มูล
2.5 บัตรกิจกรรมที่ 3.1 เรอื่ ง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของขอ้ มลู
2.6 บตั รคาถามท่ี 3.1 เร่อื ง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร และชนิดของขอ้ มูล
2.7 แบบทดสอบหลงั เรยี น เลม่ ที่ 3 เรอ่ื ง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร และชนดิ ของขอ้ มูล
2.8 กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อนเรยี น เล่มที่ 3 เรือ่ ง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร
และชนิดของขอ้ มูล
2.9 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน เลม่ ท่ี 3 เรอ่ื ง โครงสร้างภาษาซี ตัวแปร และชนิดของ
ขอ้ มลู
2.10 เฉลยบัตรกจิ กรรมที่ 3.1 เรือ่ ง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของขอ้ มลู
2.11 เฉลยบัตรคาถามท่ี 3.1 เรื่อง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนิดของขอ้ มูล
2.12 กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลังเรียน เล่มที่ 3 เรอ่ื ง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร
และชนิดของขอ้ มลู
2.13 เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น เล่มที่ 3 เรอื่ ง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร
และชนดิ ของขอ้ มลู
บทบาทของนกั เรียน
1. ก่อนเริ่มบทเรียน นักเรียนควรศึกษาคู่มือนักเรียนอย่างละเอียดและให้นักเรียนปฏิบัติ
กิจกรรมตามลาดบั ขั้นตอน
2. ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เล่มท่ี 3 เร่ือง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนิดของขอ้ มูล
จานวน 10 ขอ้ เวลาในการทาข้อสอบ 10 นาที
3. ทากิจกรรมแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 - 5 คน ซ่ึงประกอบด้วย คนเก่ง ปานกลาง และอ่อน
ตามทคี่ รแู บ่ง (ในเล่มน้ีใหย้ ดึ กลมุ่ ที่ได้แบ่งไว้แล้ว ในเล่มท่ี 1) พร้อมทั้งให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกประธาน
รองประธาน และเลขานุการกลุ่ม
4. ทากจิ กรรมตามบัตรคาส่ัง โดยสมาชิกตอ้ งมีส่วนรว่ มในการปฏิบัติกจิ กรรม ภายในเวลาท่ี
กาหนด
5. รว่ มกนั ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมและบันทกึ ผลการปฏิบัตกิ ิจกรรม ตรวจคาตอบและแกไ้ ขให้ถูกต้อง
6. นักเรยี นทกุ คนทาแบบทดสอบหลงั เรยี น เลม่ ท่ี 3 เรื่อง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และ
ชนดิ ของข้อมลู จานวน 10 ข้อ เวลา 10 นาที และแลกเปลีย่ นกันตรวจให้คะแนนกับกลมุ่ อืน่
7. รวบรวมผลงานท่ไี ด้จากกการปฏิบตั ิกจิ กรรมส่งครู เพอื่ เปน็ การประเมนิ ผลต่อไปเมอื่ สิ้นสุด
การปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ใหน้ ักเรียนตรวจสอบและเก็บสื่อใหเ้ รยี บร้อย เพ่อื สะดวกในการใชค้ ร้งั ต่อไป
จ
สาระสาคัญ
การเขียนโปรแกรมนั้นไม่ว่าจะเป็นภาษาใด ก็จาเป็นท่ีจะต้องศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้าง
ของภาษา เพื่อให้สามารถเขียนโปรแกรมได้อย่างถูกต้องตามโครงสร้างของภาษานั้น ภาษาซีก็
เชน่ เดยี วกัน และนอกจากท่ีจะต้องศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างของภาษาแล้ว ในการเริ่มต้นฝึกหัด
เขียนโปรแกรมภาษาซี จาเป็นต้องเข้าใจกับกฎเกณฑ์การเขียนโปรแกรมของภาษาซี ตัวแปร
และชนดิ ของข้อมลู อีกดว้ ย
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ัด
ง 3.1 ม.3/2 เขียนโปรแกรมภาษาขน้ั พน้ื ฐาน
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
หลักการพืน้ ฐานในการเขยี นโปรแกรม
- แนวคิดและหลักการโปรแกรม โครงสรา้ งโปรแกรม ตวั แปร การลาดับคาสงั่ การตรวจสอบ
เงอื่ นไข การควบคุมโปรแกรม คาสง่ั แสดงผล และรับข้อมูล การเขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ยๆ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สามารถอธิบายโครงสรา้ งโปรแกรมภาษาซีได้
2. สามารถบอกกฎเกณฑก์ ารเขียนโปรแกรมภาษาซีได้
3. สามารถตัง้ ชื่อตัวแปรเพ่ือใช้งานไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
4. สามารถประกาศตวั แปรและค่าคงทไ่ี ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
5. สามารถกาหนดชนดิ ขอ้ มูลใหก้ ับตวั แปรเพื่อใช้งานในโปรแกรมได้อย่างถกู ต้อง
เวลาในการเรียนรู้
2 ชั่วโมง
1
แบบทดสอบกอ่ นเรียน เล่มท่ี 3
เรื่อง โครงสร้างภาษาซี ตัวแปร และชนิดของข้อมลู
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนเลอื กคาตอบท่ถี กู ต้องทส่ี ดุ เพียงข้อเดยี ว แลว้ ทาเครื่องหมายกากบาท (X) ลงใน
กระดาษคาตอบ (เวลา 10 นาท)ี
1. ส่วนใดของโปรแกรมภาษาซีต่อไปนี้ ที่จะถูกประมวลผลกอ่ น
ก. #include <stdio.h>
ข. main()
ค. {
ง. /*comment*/
2. เฮดเดอร์ไฟล์ จะถูกเขียนไว้อยู่ส่วนใดของโปรแกรม
ก. ส่วนชดุ คาสั่ง
ข. ภายในบลอ็ ก { }
ค. ส่วนหวั ของโปรแกรม
ง. เขียนไวท้ ี่ส่วนใดก็ได้
3. ข้อใดคอื ฟงั ก์ชน่ั หลกั ในการเขียนโปรแกรมภาษาซี
ก. menu()
ข. main()
ค. #include()
ง. #endit
4. เมื่อเขยี นชดุ คาสั่งเสร็จแลว้ ต้องจบดว้ ยเครอ่ื งหมายใด
ก. เครื่องหมาย :
ข. เครอ่ื งหมาย ,
ค. เครอ่ื งหมาย ;
ง. เครอื่ งหมาย //
2
5. ชอ่ื ตัวแปรต่อไปนี้ ขอ้ ใดผดิ
ก. AAA
ข. 4_You
ค. v_a_r_i_a_b_l_e
ง. INCLUDE
6. กาหนดให้ตัวแปร number = 496 ตัวแปร number จะถูกกาหนดชนดิ ของข้อมลู ตามขอ้ ใด
ก. int
ข. unsigned int
ค. char
ง. เป็นไปไดท้ ั้งข้อ ก. และ ข.
7. การประกาศค่าตัวแปรตามขอ้ ใด ไมถ่ กู ตอ้ ง
ก. char txt=”Q”;
ข. int k = 0;
ค. float n = -0.8E+3;
ง. ผดิ ทั้งข้อ ก. และ ค.
8. ชนดิ ขอ้ มูลแบบอักขระ 1 ตัว (char) จะต้องอยู่ภายในเครอ่ื งหมายใด
ก. “”
ข. ‘’
ค. #
ง. $
9. ข้อใดตอ่ ไปนี้ไม่สามารถนามาใช้เป็นตัวข้ึนตน้ ในการตั้งชอื่ ตัวแปร
ก. ตวั อักษร A ถึง Z
ข. ตวั อกั ษร a - z
ค. ตัวเลข 0 - 9
ง. ถกู ทั้งขอ้ ก. และ ข.
3
10. หากตอ้ งการกาหนดตัวแปรทเี่ อาไว้เกบ็ เลขจานวนเตม็ ท่มี คี า่ ไมเ่ กินหลักหม่นื ควรกาหนดเป็นขอ้ มลู
ชนิดใด
ก. char
ข. double
ค. float
ง. int
4
บัตรคาส่ังท่ี 3.1
เรอ่ื ง โครงสร้างภาษาซี ตัวแปร และชนิดของขอ้ มูล
ให้นกั เรยี นปฏบิ ัตติ ามข้ันตอนตอ่ ไปนี้
1. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาบัตรเน้อื หาที่ 3.1 เร่ือง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนิด
ของขอ้ มลู
2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ปฏบิ ตั ติ ามบตั รกิจกรรมท่ี 3.1 เร่ือง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร
และชนดิ ของขอ้ มลู
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ งของงานและตรวจสอบความเข้าใจของสมาชิก
ในกลุ่ม หากมีสมาชิกในกลุ่มยังไม่เข้าใจ ให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกันอธิบายเพ่ือให้ได้ข้อสรุปที่
ชัดเจน และนาไฟล์งานท่แี ก้ไขสมบูรณแ์ ล้วสง่ ครูผู้สอน
4. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ส่งตัวแทนนาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรยี น โดยผ่านจอโปรเจ็คเตอร์
5. นกั เรียนทุกคนตอบคาถามตามบตั รคาถามที่ 3.1 เรื่อง โครงสร้างภาษาซี ตัวแปร และชนดิ
ของข้อมูล
6. นกั เรียนตรวจคาตอบตามบัตรเฉลยคาถามที่ 3.1 เรื่อง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนิด
ของข้อมูล โดยครรู ว่ มเฉลยคาตอบ
7. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายให้ได้ข้อสรุปที่ชดั เจน
5
บัตรเนื้อหาที่ 3.1
เรื่อง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนิดของขอ้ มลู
1. โครงสร้างโปรแกรมภาษาซี
ในการเขียนโปรแกรมภาษาระดับสูงโดยทั่วไป จาเป็นต้องทาความเข้าใจกับโครงสร้างโปรแกรม
ภาษานั้นๆ กอ่ น ในทานองเดียวกนั เมอ่ื ตอ้ งการฝึกหัดเขยี นโปรแกรมภาษาซี จึงต้องเรียนรู้ถึงโครงสร้าง
โปรแกรมภาษาซี ซึ่งโครงสรา้ งโปรแกรมในภาษาซี สามารถแบง่ ออกเป็นสว่ นตา่ งๆ ได้ดังตอ่ ไปนี้
1.1 ตัวประมวลผลก่อน (Preprocessor Directive)
1.2 ฟงั ก์ชน่ั หลกั (Main Function)
1.3 ชดุ คาสั่ง
1.4 คาอธบิ ายโปรแกรม
สาหรบั รายละเอยี ดในโครงสร้างของโปรแกรมภาษาซี สามารถแสดงไดด้ งั ภาพ
ตวั ประมวลผลกอ่ น (Preprocessor Directive) คาอธิบายจดุ สาคญั ในการเขยี นโปรแกรม
ทีแ่ จง้ ใหค้ อมไพเลอรท์ ราบวา่ ได้มีการนาฟงั ก์ชนั่ เพือ่ ช่วยให้ผู้อ่านเกิดความเขา้ ใจ
มาตรฐานดงั กลา่ วเข้ามาร่วมคอมไพล์ด้วย
ฟงั กช์ ่นั
main()
ชดุ คาส่งั
ภาพแสดงโครงสรา้ งของโปรแกรมภาษาซี
6
1.1 ตัวประมวลผลก่อน (Preprocessor Directive) เป็นส่วนท่ีคอมไพเลอร์จะประมวลผล
คาส่ังน้ีก่อนที่จะคอมไพล์ตัวโปรแกรม ในส่วนนี้เป็นส่วนหัวของโปรแกรม ที่จาเป็นต้องถูกกาหนดไว้ใน
โปรแกรมเสมอ โดยจะข้ึนต้นด้วยเครื่องหมาย # แล้วตามด้วยคาสั่งไดเรกทีฟที่ต้องการ เช่น #include
<stdio.h> หรือ #include “stdio.h” ซึ่งหมายถึงการผนวกเฮดเดอร์ไฟล์ช่ือ stdio.h เข้ามาใช้งาน
ทั้งน้ีเฮดเดอร์ไฟล์ stdio.h น้ัน จะเป็นเท็กซ์ไฟล์ ท่ีภายในโปรแกรมจะมีการประกาศค่าตัวแปร และ
ค่าคงท่ีต่างๆ บรรจุฟังก์ช่ันมาตรฐานต่างๆ รวมเข้าด้วยกันตามหมวดหมู่เดียวกันไว้ และจัดเก็บลงใน
ไลบรารี โดยจะถูกนาเขา้ มาอา่ นรวมกันกับชุดคาสั่งในโปรแกรมขณะทีค่ อมไพลโ์ ปรแกรม
เฮดเดอรไ์ ฟล์ stdio.h จัดเปน็ เฮดเดอรไ์ ฟล์หนงึ่ ในไลบรารีมาตรฐานท้ังหมด ท่ีมักถูกเรียกใช้งาน
อยูเ่ สมอ ทง้ั นี้เฮดเดอรไ์ ฟลน์ จี้ ะเก่ยี วขอ้ งจะเกีย่ วขอ้ งกบั การอนิ พุต และเอาต์พตุ เช่น
ฟงั กช์ ั่น printf() ที่นามาใช้สาหรบั สั่งพิมพ์ขอ้ ความหรอื คา่ ตวั แปร
ฟงั กช์ นั่ scanf() ที่นามาใชส้ าหรับรับค่าผา่ นทางแปน้ พมิ พ์ เพื่อจัดเกบ็ ไว้ในตัวแปร
ดังน้นั เม่อื โปรแกรมทีเ่ ขยี น มีการสั่งงานใหร้ ับค่าและพมิ พข์ ้อความด้วยฟังก์ชั่นทั้งสอง ท่ีส่วนหัว
โปรแกรมก็จะต้องผนวกเฮดเดอรไ์ ฟล์ stdio.h เข้าไปด้วย และตอ่ ไปนเี้ ป็นตวั อยา่ งไดเรกทีฟในภาษาซี
1.2 ฟังก์ชนั่ หลัก (Main Function) ในภาษาซีจะมอี ยู่ฟงั ก์ชน่ั หน่ึง ซงึ่ ถอื เปน็ ส่วนโปรแกรมหลกั
ทท่ี าหนา้ ทสี่ ัง่ ให้ชุดคาส่งั ต่างๆ หรอื ฟังก์ชัน่ อ่ืนๆ ทางาน เรียกวา่ ฟงั กช์ ่นั main()
1.3 ชุดคาสั่ง (Source Code) คือ ชุดคาส่ังในภาษาซีจะถูกบรรจุอยู่ภายในเคร่ืองหมาย { ที่
บอกถึงจุดเริ่มต้นการทางานและเครื่องหมาย } เพื่อบอกจุดส้ินสุดการทางาน นอกจากนี้ ภายใน
เครื่องหมาย { ยังสามารถมบี ล็อก { } ซอ้ นย่อยเข้าไปได้อีก และที่สาคัญเมื่อสิ้นสุดประโยคคาส่ังจะต้อง
ลงท้ายด้วย เครอื่ งหมาย ; (Semicolon) เสมอ
1.4 คาอธบิ ายโปรแกรม (Comment) คือ สว่ นทีเ่ ป็นหมายเหตุของโปรแกรม มีไวเ้ พอ่ื ให้ผู้เขียน
โปรแกรมใส่ข้อความอธิบายกากบั ลงไปใน source code ซึง่ คอมไพเลอร์จะขา้ มการแปลผลในส่วนทีเ่ ป็น
7
คาอธิบายนี้ ซึ่งรูปแบบของการใส่คาอธิบายในภาษาซี มี 2 แบบ คือ คาอธิบายแบบบรรทัดเดียว และ
คาอธบิ ายแบบหลายบรรทัด
1.4.1 คาอธบิ ายแบบบรรทดั เดยี ว สามารถทาไดด้ ังนี้ 2 แบบ
- ใชเ้ คร่อื งหมาย // หนา้ ขอ้ ความคาอธบิ ายโปรแกรม
- ใชเ้ ครื่องหมาย /* ตามดว้ ยคาอธิบาย และตามด้วย */ เพือ่ บอกจดุ ส้ินสดุ ของ
คาอธบิ าย
ตัวอยา่ งการกาหนดคาอธิบายแบบบรรทดั เดียว
ส่วนที่เป็นคาอธบิ ายจะ
ไม่ได้รบั การแปลผล
1.4.2 คาอธิบายแบบหลายบรรทัด สามารถทาได้โดย ใช้เครื่องหมาย /* ไว้ท่ี
ตาแหน่งบรรทัดเรมิ่ ต้น และ */ ไวท้ ตี่ าแหน่งบรรทดั สดุ ทา้ ย
ตวั อยา่ งการกาหนดคาอธบิ ายแบบหลายบรรทัด
ส่วนที่เปน็ คาอธิบายจะ
ไม่ไดร้ บั การแปลผล
2. กฎเกณฑก์ ารเขียนโปรแกรมภาษาซี
ในการเร่ิมตน้ ฝกึ หดั เขยี นโปรแกรมภาษาซี จาเป็นตอ้ งเขา้ ใจกบั กฎเกณฑ์ดงั ต่อไปนี้
2.1 สว่ นหวั โปรแกรม จะตอ้ งกาหนดตัวประมวลผลก่อนเสมอ ตัวอย่างเช่น การผนวกเฮดเดอร์
ไฟล์ตวั อยา่ ง #include <stdio.h> เพ่อื ใชง้ านฟังก์ชนั่ เกีย่ วกับการเกย่ี วกับการอินพตุ หรอื เอาตพ์ ตุ ขอ้ มลู
2.2 ชดุ คาส่ังในภาษาซี จะใชอ้ ักษรตวั พมิ พเ์ ล็กทัง้ หมด
2.3 ตวั แปรทใ่ี ชง้ านจะตอ้ งถกู ประกาศชนิดข้อมลู ไวเ้ สมอ
2.4 ภายในโปรแกรม จะต้องมอี ย่างน้อยหนง่ึ ฟังก์ชั่นเสมอ ซง่ึ ก็คือ ฟังกช์ ั่น main() นั่นเอง
8
2.5 สามารถใชเ้ คร่อื งหมายปีกกาเปิด { เพ่ือบอกจุดเริ่มต้นของชุดคาส่ัง และเครื่องหมายปีกกา
ปิด } เพอ่ื บอกจดุ สนิ้ สุดของชุดคาสง่ั โดยสามารถมเี ครื่องหมายปกี กาซอ้ นย่อยอยู่ภายในได้
2.6 เมื่อเขียนชดุ คาสั่งเสร็จแลว้ ตอ้ งจบดว้ ยเครื่องหมาย ;
2.7 สามารถอธบิ ายโปรแกรมตามความจาเปน็ ดว้ ยการใช้เครอ่ื งหมาย /*….*/ หรือ //
3. ตัวแปร (Variables)
ตวั แปร คอื ชื่อทก่ี าหนดข้ึนเพื่อใช้จัดเก็บข้อมูล และเพื่อใช้งานโปรแกรม โดยค่าข้อมูลท่ีบันทึก
อยู่ในตัวแปรน้ัน จะถูกจัดเก็บไว้ในหน่วยความจาหลักที่สามารถนาไปประมวลผล และอ้างอิงภายใน
โปรแกรมได้ อยา่ งไรก็ตาม ตัวแปรทใ่ี ช้งานในภาษาซี จาเป็นต้องได้รับการกาหนดชนิดข้อมูลว่าใช้จัดเก็บ
ขอ้ มลู ชนดิ ใด เชน่
ตัวแปรชอ่ื char1 นาไปใช้จัดเก็บอกั ขระ 1 ตวั
ตวั แปรชอ่ื name นาไปใช้จดั เกบ็ ขอ้ มลู ชนิดข้อความ
ตวั แปรช่ือ number นาไปใชจ้ ัดเกบ็ ข้อมูลเลขจานวนเตม็ บวก
ตวั แปรชอ่ื total นาไปใช้จัดเกบ็ ขอ้ มลู เลขจานวนจริงมีทศนยิ ม
อย่างไรก็ตามการตั้งช่ือตัวแปรเพ่ือใช้งานโปรแกรม จะต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์การต้ังช่ือของ
ภาษานน้ั ๆ ด้วย สาหรบั การตัง้ ชื่อตัวแปรในภาษาซี ประกอบด้วย
3.1 สามารถใชต้ ัวอกั ษร A ถึง Z หรือ a ถึง z รวมทั้ง ตัวเลข 0 ถึง 9 และเครื่องหมาย _
(Underscore) มาใช้เพื่อการตั้งช่ือตัวแปรได้ แต่มีเง่ือนไขว่า ห้ามใช้ตัวเลขนาหน้าช่ือตัวแปร ตัวอย่าง
เช่น 1digit ถอื วา่ ผิด แต่ถ้าตงั้ ชอ่ื ใหม่เปน็ digit1 หรือ digit_1 ถือว่า ถกู ต้อง
3.2 ช่อื ตัวแปรสามารถมีความยาวไดถ้ งึ 31 ตัวอกั ษร (กรณเี ป็น ANSI-C)
3.3 ชือ่ ตวั แปร จะต้องไม่ตรงกับคาสงวน (Reserved Words) ซ่ึงก็คือ ชุดคาสั่งที่ใช้ในภาษาซี
นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามหากมีความจาเป็นต้องต้ังช่ือตรงกับคาสงวนก็สามารถทาได้ไม่ยาก เน่ืองจาก
ชุดคาสง่ั ในภาษาซี มกั จะเปน็ ตวั อักษรพมิ พ์เล็ก ดังน้ัน การต้งั ชือ่ ตัวแปรชื่อว่า Auto จงึ สามารถใช้งานได้
และถือว่าไมต่ รงกบั คาสงวนของคาวา่ auto สาหรบั ตวั อย่างคาสงวนที่ใชใ้ นภาษาซี เชน่
9
auto break case char const
continue default do double else
enum extern float for goto
if int long register return
short signed sizeof static struct
switch typedef union unsigned void
volatile while
4. รปู แบบของการประกาศตวั แปร
จากเน้ือหาข้างต้นท่ีผ่านมา ได้กล่าวถึงการประกาศตัวแปรมาบ้างแล้ว แต่ในภาษาซียังสามารถ
แบ่งรูปแบบของตวั แปรทีป่ ระกาศใช้งานในโปรแกรมออกเปน็ 2 ประเภทดว้ ยกันคอื
4.1 ตัวแปรแบบภายนอก (Global Variables)
ตวั แปรชนดิ น้ี จะประกาศอยภู่ ายนอกฟังก์ช่นั และจะเปน็ ตวั แปรสาธารณะทที่ ุกๆ ฟังกช์ ัน่ ภายใน
โปรแกรมสามารถนามาเรียกใชง้ านได้ ตัวอย่างการประกาศตวั แปรแบบภายนอก เช่น
// ตัวแปรภายนอก
ชดุ คาสั่ง 1;
ชดุ คาสั่ง 2;
// อา้ งองิ ตวั แปรภายนอก
10
4.2 ตัวแปรแบบภายใน (Local Variables)
ตัวแปรชนิดน้ีจะถูกกาหนดอยู่ภายในฟังก์ช่ัน ถึงแม้แต่ละฟังก์ช่ันจะมีการกาหนดช่ือตัวแปรที่
เหมอื นกันกต็ าม แต่จะถือว่าเป็นตัวแปรคนละตัวกัน เนื่องจากถูกใช้งานภายในขอบเขตของฟังก์ชั่นนั้นๆ
ตัวอยา่ งการประกาศตวั แปรแบบภายใน เชน่
// ตัวแปรภายใน
ชุดคาสง่ั 1;
ชดุ คาสงั่ 2;
// ตวั แปรภายใน
ชุดคาสัง่ 1;
ชดุ คาสั่ง 2;
จากตัวอย่างข้างต้น ตัวแปรช่ือ var1 ท่ีประกาศใช้งานอยู่ในฟังก์ชั่น main() และตัวแปรช่ือ
var1 เหมอื นกับที่ประกาศใชง้ านอยูใ่ นฟงั กช์ ั่น func1() แต่จะถือว่าเป็นคนละตัวแปรกัน ซ่ึงจะถูกอ้างอิง
ใชง้ านเฉพาะขอบเขตภายในฟังกช์ ่ันนั้นเท่านน้ั
ตวั อยา่ งโปรแกรมที่ 3.1 พิสจู นก์ ารทางานของตัวแปรแบบภายใน
// ฟงั ก์ชั่นทส่ี รา้ งข้นึ เอง
// ฟงั ก์ชัน่ หลัก
11
คาอธบิ ายโปรแกรม ตวั อย่างโปรแกรมที่ 3.1
บรรทัดที่ ความหมาย
1
2 ผนวกเฮดเดอรไ์ ฟล์ <stdio.h>
4 ผนวกเฮดเดอร์ไฟล์ <conio.h>
6 ฟงั ก์ชนั่ func1() ซ่งึ เปน็ ฟังกช์ ั่นทส่ี รา้ งข้นึ เอง
ประกาศตัวแปร var1ให้มชี นิดข้อมูลเปน็ int มีค่าเร่มิ ตน้ เท่ากบั
7 999
8 บลอ็ ก } เพ่ือแสดงจุดสิ้นสุดของฟงั ก์ชั่น func1()
11 ฟังก์ช่ัน main() ซ่งึ เป็นฟงั ก์ชนั่ หลัก
ประกาศตัวแปร var1 ให้มชี นิดขอ้ มูลเปน็ int มคี า่ เร่ิมตน้ เท่ากับ
12 555
13 เรยี กใชง้ าน func1()
พิมพ์คา่ ตัวแปร var1
ผลลัพธ์จากการรนั โปรแกรม ตัวอยา่ งโปรแกรมท่ี 3.1
จากโปรแกรมจะพบว่า ในบรรทัดที่ 12 ที่มีการเรียกใช้งานฟังก์ช่ัน func1() ซ่ึงจะมีการ
กาหนดค่าให้กับตัวแปร var1 ซ้าอีกคร้ัง คือ 999 แต่ในบรรทัดท่ี 14 เม่ือสั่งพิมพ์ค่า var1 กลับมีค่า
เป็น 555 ซึ่งเป็นการพิสูจน์ถึงตัวแปรแบบภายใน ที่จะถูกใช้งานภายในฟังก์ช่ันเท่าน้ัน ถึงแม้ว่าใน
ฟงั ก์ช่นั อ่นื ๆ จะมีการตง้ั ช่อื ตัวแปรที่เหมอื นกันก็ตาม แต่จะถือว่าเปน็ ตัวแปรคนละตวั กัน
12
5. คา่ คงที่ (Constant)
ปกตคิ า่ ท่ถี ูกจัดเก็บไว้ในตัวแปรนั้น สามารถเปล่ียนแปลงได้เสมอในระหว่างการประมวลผล แต่
สาหรับตวั แปรอีกประเภทหนึง่ เรียกว่า คา่ คงที่ จะเป็นตัวแปรท่เี มอื่ ถูกาหนดขนึ้ มาแล้ว ค่าดังกล่าวจะเป็น
ค่าน้ันๆ ตลอดในโปรแกรม ไมส่ ามารถเปล่ียนแปลงได้ โดยการกาหนดค่าคงที่ในภาษาซี จะใช้ไดเรกทีพ
#define ซ่งึ จะประกาศไว้ทีส่ ่วนหัวโปรแกรม ดังตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี
หากสังเกตให้ดีๆ จะพบว่า การประกาศค่าคงท่ีด้วย #define น้ัน จะไม่มีเครื่องหมาย ; ปิด
ทา้ ย และไม่ต้องใช้เคร่ืองหมาย = เพื่อกาหนดค่า ที่สาคัญตัวแปรท่ีนามาใช้เป็นค่าคงท่ีมักถูกกาหนดให้
เปน็ อักษรพมิ พ์ใหญ่
อย่างไรก็ตาม ค่าคงที่ดงั กล่าว ยงั สามารถประกาศด้วยคาส่ัง const ที่ประกาศใช้งานอยู่ในส่วน
ของตัวโปรแกรม (มิใช่ประกาศไว้ท่ีส่วนหัวเหมือนกับ #define) ซึ่งวิธีน้ีสามารถระบุชนิดข้อมูลให้กับ
ตัวแปรทเี่ ปน็ ค่าคงทน่ี น้ั ได้ ตัวอย่าง เชน่
และถา้ ในเวลาต่อมาไดม้ กี ารกาหนดค่าให้กับ TAX_RATE ในโปรแกรมว่า
การกระทาดังกล่าว เมื่อคอมไพล์โปรแกรมแล้วจะเกิดข้อผิดพลาดข้ึน ว่าไม่สามารถกาหนดค่า
ใหม่ให้กับตัวแปรท่ีเป็นค่าคงที่ได้ อย่างไรก็ตามการสร้างค่าคงท่ีด้วย const นั้นจะต้องลงท้ายด้วย
เคร่อื งหมาย ; ทุกครั้ง เนือ่ งจากเป็นส่วนท่เี ขียนอยู่ในพ้ืนทีข่ องชุดคาสัง่ นั่นเอง
13
6. ชนดิ ขอ้ มูล
ภาษาซีจะมชี นิดข้อมูลต่างๆ ให้เลือกใชง้ านตามความเหมาะสม โดยข้อมูลแต่ละชนิดนอกจากจะ
ใชเ้ กบ็ ข้อมูลทแ่ี ตกต่างกันได้แล้ว ยังมีขนาดที่แตกต่างกันด้วย ดังนั้นจึงจาเป็นต้องประกาศชนิดข้อมูลให้
ถูกตอ้ งตามความต้องการ ทั้งนี้การกาหนดชนิดขอ้ มลู ที่มีขนาดใหญ่เกินไป ย่อมส่งผลให้ส้ินเปลืองความจา
โดยใชเ่ หตุ ในภาษาซจี ะมีชนดิ ขอ้ มูลหลักๆ ตอ่ ไปนี้ ดงั ตาราง
ตารางแสดงชนิดขอ้ มูลพ้ืนฐานของภาษาซี
ชนดิ ข้อมลู ความหมาย ไบต์ พิสยั (range)
(bytes)
char อักษรหรืออักขระ -128 ถึง 127
int จานวนเต็ม 1 -32,768 ถึง 32,767
float จานวนจริง (เลขทศนิยม) 2 3.4E + 38(7 ตาแหน่ง)
double จานวนจริงละเอียด 2 เทา่ 4 1.7E + 308 (15 ตาแหนง่ )
void ไม่ใหค้ ่าใด ๆ 8 ไม่ใหค้ ่า
0
และยังสามารถปรับปรุงดว้ ยการเพม่ิ คาสงั่ นาหนา้ ได้อีก ซ่ึงประกอบด้วย
signed unsigned long
short
โดยทีค่ าสงั่ นาหนา้ มกี ารใชด้ งั น้ี
- signed จะกาหนดให้ชนิดข้อมูลนั้น ให้สามารถมีค่าท้ังค่าบวกและค่าลบ อย่างไรก็ตามคาว่า
signed อาจไม่ต้องระบุหน้าชนิดข้อมูลก็ได้ เพราะว่าถ้าไม่ระบุภาษาซีจะถือว่าเป็นชนิดข้อมูลที่มี
เครอ่ื งหมายอยแู่ ลว้
- unsigned จะกาหนดให้ชนิดข้อมูลท่ีระบุนั้นมีเฉพาะค่าบวกเท่าน้ัน ซึ่งส่งผลให้ช่วงของค่า
ตวั เลขกว้างขึ้น (เนอื่ งจากไม่ต้องเสียพน้ื ท่เี พื่อรองรบั คา่ ติดลบ)
- long จะกาหนดใหช้ นิดข้อมูลทร่ี ะบนุ น้ั เปน็ แบบขนาดยาว เพอ่ื รองรบั ช่วงข้อมลู กวา้ งมากข้ึน
- short จะกาหนดให้ชนดิ ข้อมูลทีร่ ะบุนั้น เป็นแบบชนิดส้นั
14
ตารางแสดงชนิดของข้อมูล
ชนดิ ข้อมลู ความหมาย ขนาด ช่วงขอ้ มูล (range)
(bytes)
char ตวั อักขระ -128 ถึง 127
unsigned char ตัวอกั ขระ 1 0 ถึง 255
ไม่รวมเครื่องหมาย 1
signed char ตวั อักขระ -128 ถงึ 127
รวมเครอ่ื งหมาย 1
int เลขจานวนเตม็ -32,768 ถงึ 32,767
2 -2,147,483,648 ถึง
unsigned int เลขจานวนเตม็ 4 2,147,483,647
ไมร่ วมเคร่ืองหมาย 0 ถึง 65,535
unsigned long เลขจานวนเตม็ แบบ 2 0 ถึง 4,294,967,295
int ยาว 4 เหมอื นกับ unsigned int
ไม่รวมเครอ่ื งหมาย 4
unsigned short เลขจานวนเต็มแบบสั้น 0 ถงึ 65,535
int ไมร่ วมเคร่ืองหมาย 2
signed int เลขจานวนเต็ม -32,768 ถงึ 32,767
รวมเครอ่ื งหมาย 2
short int เลขจานวนเตม็ แบบสั้น -32,768 ถึง 32,767
signed short เลขจานวนเตม็ แบบส้นั 2 -32,768 ถึง 32,767
int รวมเครือ่ งหมาย 2
long int เลขจานวนเต็มแบบ -2,147,483,648 ถึง
ยาว 4 2,147,483,647
singned long เลขจานวนเตม็ แบบ -2,147,483,648 ถึง
int ยาว รวมเครอื่ งหมาย 4 2,147,483,647
unsigned long เลขจานวนเต็มแบบ 0 ถึง 4,294,967,295
int ยาว 4
ไม่รวมเครื่องหมาย
15
ชนิดข้อมูล ความหมาย ขนาด ชว่ งข้อมูล (range)
(bytes)
float เลขจานวนจริง 1.2E-38 ถึง 3.4E+38 (6
doubled มที ศนยิ ม 4 decimal places)
เลขจานวนจริง 2 เท่า 2.3E-308 ถึง 1.7E+308 (15
8 decimal places)
long doubled เลขจานวนจริง 2 เทา่ 3.4E-4932 ถึง 1.1E+4932 (18
แบบยาว 10 decimal places)
6.1 ชนดิ ขอ้ มลู ตวั อกั ษร เป็นชนิดขอ้ มูลที่จัดเก็บตัวอักษรหรอื ตวั อกั ขระเพยี ง 1 ตวั เทา่ นน้ั แต่
ถา้ ตอ้ งการจัดเกบ็ ตวั อกั ขระหลายๆ ตัว หรอื กล่มุ ขอ้ ความท่เี รยี กวา่ สตริง (String) ก็สามารถกระทาได้
6.1.1 รปู แบบการประกาศชนิดข้อมูลแบบอักขระ 1 ตัวให้กบั ตัวแปร
รปู แบบ
ตวั อยา่ ง เช่น
- ประกาศชนิดตัวแปรใหก้ ับตัวแปรทีละตัว
- กรณตี ัวแปรมีชนิดข้อมูลเดียวกนั สามารถกาหนดภายในบรรทัดเดยี วกันก็ได้
16
- การประกาศตวั แปร และการกาหนดค่า
- การประกาศตัวแปร พร้อมกาหนดค่า ภายในบรรทดั เดียว
- การประกาศตวั แปร พรอ้ มกาหนดค่าเดียวกนั ให้กับหลายๆ ตวั แปร ในคราวเดยี วกนั
6.1.2 รูปแบบการประกาศชนิดข้อมลู แบบสตริง
รปู แบบ
ตัวอย่างเช่น
- การประกาศตัวแปรแบบสตริงขนาด 10 ตวั อกั ขระ
- การประกาศตวั แปรแบบสตรงิ พรอ้ มกาหนดคา่
ขอ้ สงั เกตท่สี าคัญคือ ขอ้ มูลทีเ่ ป็นอกั ขระ 1 ตวั จะอยภู่ ายในเครื่องหมาย ‘ ’ ในขณะที่ข้อมูลท่ี
เป็นกล่มุ ขอ้ ความจะอยภู่ ายในเครือ่ งหมาย “”
17
6.2 ชนิดข้อมลู เลขจานวนเต็ม
ชนิดข้อมูลแบบเลขจานวนเต็ม หมายถึง ค่าตัวเลขจานวนเต็ม แบบไม่มีทศนิยม นอกจากนี้ยัง
สามารถใช้คาเพิม่ เติมนาหน้าชนิดขอ้ มูลอย่าง short หรือ long กไ็ ด้
6.2.1 เลขจานวนเต็มแบบส้ัน ชนดิ ข้อมลู เลขจานวนเตม็ แบบสั้น อาจระบุ short นาหน้า
หรอื ไมก่ ็ได้ ซง่ึ ตา่ งกม็ คี วามหมายเดยี วกนั โดยขอ้ มลู ชนิดน้ี จะใช้พื้นที่หน่วยความจาขนาด 2 ไบต์ หรือ
16 บติ เพื่อจดั เก็บชดุ ตวั เลขทมี่ ีท้งั ค่าบวกและค่าลบ
รูปแบบ
ตวั อย่างเชน่
ชว่ งขอ้ มูลแบบเลขจานวนเต็ม int นนั้ จะมีชว่ งค่าตัวเลขจานวนเต็มทมี่ ีค่าตั้งแต่ -32,768 ถงึ
3 2 , 7 6 7 ดังน้นั ค่าขอ้ มลู ทีจ่ ัดเก็บลงในข้อมูลชนดิ น้ี ควรอยู่ในช่วงดังกลา่ วด้วย กล่าวคอื จะต้องไมน่ ้อย
หรือเกินไปกว่าช่วงของคา่ ดงั กล่าว มิฉะนนั้ จะไดค้ ่าท่ีผดิ เพ้ยี นไปเน่อื งจากเกดิ โอเวอร์โฟลว์ (O ve rflow )
6.2.2 เลขแบบจานวนเต็มแบบยาว จะใช้พนื้ ทหี่ นว่ ยความจาขนาด 4 ไบต์ หรือ 32 บิต
ดังนั้นจึงสามารถจัดเก็บชุดตัวเลขที่มีช่วงกว้างกว่าเป็นสองเท่า โดยจะมีค่าตัวเลขภายในช่วง
-2,147,483,648 ถึง 2,147,483,647
รปู แบบ
ดังน้นั หากต้องการเก็บค่าเลขจานวนเต็มที่มีค่ามากๆ จึงจาเป็นต้องกาหนดชนิดข้อมูลประเภทนี้
เพ่ือจะได้สามารถจัดเก็บค่าตัวเลขที่มีค่าสูงๆ ได้โดยจะพบว่าช่วงข้อมูลของเลขจานวนเต็มแบบยาวจะมี
ขนาดชว่ งข้อมลู มากกว่าสองพันล้านทีเดยี ว และหากมกี ารใช้ unsigned นาหนา้ ชนดิ ขอ้ มูลอีก ซ่งึ จะมี
18
เฉพาะค่าบวก ทาใหม้ ขี นาดช่วงข้อมูลมากกว่า ส่ีพันลา้ น ดังน้นั กรณที ่ตี ้องการเกบ็ ค่าตวั เลขท่ีมคี ่าไมม่ าก
หากกาหนดเป็นชนิดขอ้ มูลแบบ long int ก็ย่อมสิ้นเปลืองหน่วยความจา
6.3 ชนดิ ขอ้ มลู ทศนิยม
ชนิดข้อมูลแบบทศนิยม หรือเลขจานวนจริง คือค่าตัวเลขท่ีสามารถมีจุดทศนิยม ซ่ึงสามารถ
ประกาศใชง้ านตามช่วงความกวา้ งของค่าตัวเลขแตล่ ะขนาด เช่น float, double หรอื long double
6.3.1 เลขทศนิยมแบบ float (Single Precisions Floating Point) ชนิดของข้อมูล
ประเภทนี้ จะมีขนาด 4 ไบต์ หรือ 32 บิต ทาให้สามารถจัดเก็บช่วงข้อมูลต้ังแต่ 1.1x10-38 ถึง
3.4x1038 และสามารถจัดเก็บตาแหนง่ ทศนยิ มได้ถงึ 67 ตาแหน่ง
รปู แบบ
6.3.2 เลขทศนิยมแบบ double (Double Precisions Floating Point) ชนดิ ของขอ้ มลู
ประเภทนี้ จะมขี นาด 8 ไบต์ หรอื 64 บิต ทาให้สามารถจดั เก็บชว่ งข้อมูลได้ต้ังแต่ 2.2x10-308 ถึง
1.7x10308 และสามารถจัดเก็บตาแหน่งทศนิยมได้ 15 ตาแหน่ง
รปู แบบ
6.3.3 เลขทศนิยมแบบ long double (Long Double Precision Floating Point)
ชนิดข้อมูลประเภทนี้ จะมีขนาด 10 ไบต์ หรือ 80 บิต โดยมีช่วงของข้อมูลตั้งแต่ 3.3x10-4932 ถึง
1.1x104932 และสามารถเก็บตาแหน่งทศนยิ มได้ 18 ตาแหน่ง (1.2E+/-4932)
รปู แบบ
19
ดังนน้ั จะพบว่าชนิดขอ้ มูลทศนิยม ไมว่ ่าจะเป็น float, double หรือ long double น้ัน จะ
ตา่ งกันในเร่ืองของขนาด รวมไปถึงความละเอียดของทศนิยม โดยเลขทศนิยมที่มีหลักมากๆ อาจมีความ
จาเปน็ สาหรับงานวทิ ยาศาสตรท์ ีต่ อ้ งใช้ความแมน่ ยา และความละเอียดสูง แต่สาหรับงานปกติทั่วไป ชนิด
ข้อมูลแบบ float หรือ double ก็เพยี งพอต่อการใชง้ านแล้ว
20
บัตรกจิ กรรมท่ี 3.1
เรอ่ื ง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของข้อมลู
คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นาตัวอยา่ งโปรแกรมที่ 3.1 ในบัตรเนอ้ื หาที่ 3.1 มาเขยี นโปรแกรมและ
ทาการแก้ไข ดังน้ี
1. กาหนดชื่อตัวแปรใหมต่ ามหลักการตัง้ ชือ่ ตวั แปร
2. กาหนดใหช้ นดิ ขอ้ มลู ของตวั แปรเปน็ ทศนยิ ม
3. กาหนดค่าคงทใ่ี หก้ ับตัวแปรภายนอก = 99.000000
กาหนดค่าคงทใ่ี ห้กับตัวแปรภายใน = 55.000000
4. แก้ไขการแสดงผล printf(“Value of var1 is %d\n”,var1);
ชอื่ ตัวแปรทต่ี ั้งขนึ้ ใหม่ ชอื่ ตวั แปรทต่ี ้งั ข้ึนใหม่
%f
ให้นักเรยี นบันทึกไฟล์โปรแกรมท่ีสรา้ งขน้ึ ส่งครูผสู้ อน โดยตั้งชอื่ quiz3_เลขท่ีกลมุ่ เช่น กลมุ่ 1 =
quiz3_1
21
บัตรคาถามที่ 3.1
เรื่อง โครงสร้างภาษาซี ตัวแปร และชนดิ ของขอ้ มลู
คาช้ีแจง ใหน้ ักเรียนตอบคาถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ กู ตอ้ ง (10 คะแนน)
1. จงอธิบายโครงสร้างภาษาซี โดยสงั เขป (2 คะแนน)
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
2. จงบอกกฎเกณฑก์ ารเขียนโปรแกรมภาษาซี (2 คะแนน)
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
3. จงตัง้ ช่ือตัวแปรท่ถี กู ต้องตามหลักการต้ังชือ่ ตวั แปร จานวน 4 ช่ือ (2 คะแนน)
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
4. จงประกาศตวั แปร ช่ือ number กาหนดชนดิ ข้อมลู เป็นจานวนเต็มแบบส้ัน (2 คะแนน)
.........................................................................................................................................................................
5. จงประกาศตวั แปรพร้อมกาหนดคา่ คงที่ให้กบั ตัวแปร จานวน 2 ตวั แปร (2 คะแนน)
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
22
แบบทดสอบหลงั เรยี น เลม่ ท่ี 3
เร่ือง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร และชนดิ ของข้อมลู
คาชแี้ จง ใหน้ ักเรียนเลอื กคาตอบทถี่ กู ต้องท่สี ดุ เพยี งข้อเดียว แลว้ ทาเครอ่ื งหมายกากบาท (X) ลงใน
กระดาษคาตอบ (เวลา 10 นาท)ี
1. ข้อใดตอ่ ไปน้ีไมส่ ามารถนามาใช้เป็นตวั ขน้ึ ต้นในการต้ังชอ่ื ตวั แปร
ก. ตวั อกั ษร A ถึง Z
ข. ตัวอกั ษร a - z
ค. ตัวเลข 0 - 9
ง. ถกู ทั้งข้อ ก. และ ข.
2. ข้อใดคือฟังกช์ ่นั หลักในการเขยี นโปรแกรมภาษาซี
ก. menu()
ข. main()
ค. #include()
ง. #endit
3. สว่ นใดของโปรแกรมภาษาซตี ่อไปน้ี ทจ่ี ะถูกประมวลผลกอ่ น
ก. #include <stdio.h>
ข. main()
ค. {
ง. /*comment*/
4. ชอ่ื ตัวแปรต่อไปน้ี ขอ้ ใดผดิ
ก. AAA
ข. 4_You
ค. v_a_r_i_a_b_l_e
ง. INCLUDE
23
5. การประกาศค่าตัวแปรตามข้อใด ไม่ถูกต้อง
ก. char txt=”Q”;
ข. int k = 0;
ค. float n = -0.8E+3;
ง. ผิดทงั้ ข้อ ก. และ ค.
6. เม่อื เขียนชุดคาสง่ั เสรจ็ แลว้ ตอ้ งจบด้วยเครื่องหมายใด
ก. เครอ่ื งหมาย :
ข. เครอื่ งหมาย ,
ค. เคร่อื งหมาย ;
ง. เครือ่ งหมาย //
7. หากต้องการกาหนดตวั แปรท่ีเอาไวเ้ กบ็ เลขจานวนเตม็ ทม่ี คี ่าไม่เกนิ หลักหมน่ื ควรกาหนดเปน็ ขอ้ มูล
ชนดิ ใด
ก. char
ข. double
ค. float
ง. int
8. เฮดเดอรไ์ ฟล์ จะถูกเขียนไวอ้ ย่สู ่วนใดของโปรแกรม
ก. ส่วนชุดคาส่งั
ข. ภายในบล็อก { }
ค. สว่ นหวั ของโปรแกรม
ง. เขียนไว้ท่สี ่วนใดก็ได้
24
9. กาหนดให้ตวั แปร number = 496 ตวั แปร number จะถูกกาหนดชนดิ ของข้อมูลตามขอ้ ใด
ก. int
ข. unsigned int
ค. char
ง. เป็นไปไดท้ ง้ั ขอ้ ก. และ ข.
10. ชนิดข้อมูลแบบอักขระ 1 ตัว (char) จะต้องอยูภ่ ายในเคร่ืองหมายใด
ก. “”
ข. ‘’
ค. #
ง. $
25
บรรณานุกรม
กรกนก ศลิ ปกอบ. (2555). ภาษาซ.ี สืบค้นเมือ่ วันที่ 25 เมษายน 2556,
จาก http://kornkanokteerawat.blogspot.com.
ดรณุ ี บญุ วงค์. (2553). การเขียนโปรแกรม 2. สืบค้นเมอื่ วนั ที่ 25 เมษายน 2556,
จาก https://sites.google.com/site/programingmpp/home.
ดารุณีย์ พัฒนศรเี รอื ง นรี ธารจี รติ และวราห์ อภัยสุวรรณ. (2548). การเขียนโปรแกรม
คอมพวิ เตอร.์ พิมพค์ รัง้ ที่ 1. กรุงเทพฯ: ศูนยห์ นังสอื เมอื งไทย จากดั .
ณชั พล กาฬภักด.ี (2554). การเขยี นโปรแกรมเบ้อื งต้นด้วยภาษาซี. สบื ค้นเมื่อวันท่ี 25 เมษายน
2556, จาก http://krunatchaphon.wikispaces.com/Programs+Dev+C.
ธรี วฒั น์ ประกอบผล. (2555). คมู่ ือการใชเ้ ขียนโปรแกรมภาษา C สาหรบั ผู้เร่มิ ต้น. พิมพค์ รงั้ ที่ 1.
กรุงเทพฯ: ซมิ พลิฟาย.
บุญสบื โพธ์ิศรี และชยธร ฉตั รสุวรรณ. (2546). การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ 1. พิมพค์ รง้ั ท่ี 1.
กรุงเทพฯ: ศนู ย์ส่งเสริมอาชวี ะ.
ประภาพร ช่างไม้. (2551). คู่มือเขียนโปรแกรมภาษา C ฉบับผ้เู ร่ิมต้น. พิมพค์ รั้งที่ 1. กรงุ เทพฯ:
ไอดีซี.
ฝา่ ยตาราวิชาการคอมพิวเตอร.์ (2553). การเขยี นโปรแกรมเบือ้ งตน้ (ภาษาซี). กรงุ เทพฯ:
ซเี อ็ดยเู คช่ัน.
สมโภชน์ ชน่ื เอี่ยม และคณะ. (2555). หลักการออกแบบและการเขยี นโปรแกรมเบอื้ งตน้ .
กรงุ เทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชน่ั .
สามารถ พรพลประชาสิทธ์.ิ (2553). การเรยี นรู้พ้นื ฐานภาษาซี สกู่ ารเปน็ มือโปร. สืบค้นเมื่อวนั ที่
25 เมษายน 2556, จาก http://kanokwan.sru.ac.th/e-learning/history.php.
เอกพันธ์ุ คาปญั โญ และธรี วัฒน์ ประกอบผล. (2551). การเขียนโปรแกรมคอมพวิ เตอร.์
กรุงเทพฯ: ซัคเซส มีเดีย.
ไม่ปรากฏชื่อผแู้ ตง่ . (2554). การเขยี นโปรแกรมภาษาซี ดว้ ย Dev C ++. สบื ค้นเมอื่ วันที่
25 เมษายน 2556, จาก http://prog.hatyaiwit.ac.th/kar-kheiyn-porkaerm-dev-c-1.
26
ภาคผนวก
27
กระดาษคาตอบแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เล่มท่ี 3
เร่อื ง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของขอ้ มลู
ชือ่ -นามสกลุ __________________________________
เลขที่_________ช้ัน____________________________
ขอ้ ก ข ค ง คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
คะแนนรวมทง้ั หมด
28
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน เล่มที่ 3
เร่อื ง โครงสรา้ งภาษาซี ตัวแปร ชนิดของขอ้ มูล
ข้อ คาตอบ
1. ก
2. ค
3. ข
4. ค
5. ข
6. ง
7. ก
8. ข
9. ค
10. ง
29
เฉลยบตั รกจิ กรรมท่ี 7.1
เรอ่ื ง โครงสร้างภาษาซี ตวั แปร และชนดิ ของขอ้ มูล
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาตัวอย่างโปรแกรมท่ี 3.1 ในบัตรเนอื้ หาที่ 3.1 มาเขยี นโปรแกรมและ
ทาการแกไ้ ข ดงั นี้
1. กาหนดชื่อตัวแปรใหม่ตามหลักการต้งั ช่ือตวั แปร
2. กาหนดให้ชนิดขอ้ มูลของตัวแปรเปน็ ทศนยิ ม
3. กาหนดค่าคงทใี่ ห้กับตวั แปรภายนอก = 99.000000
กาหนดคา่ คงที่ใหก้ บั ตวั แปรภายใน = 55.000000
4. แกไ้ ขการแสดงผล printf(“Value of var1 is %d\n”,var1);
ช่อื ตวั แปรทีต่ ง้ั ขนึ้ ใหม่ ช่ือตวั แปรท่ีต้ังขึน้ ใหม่
%f
ใหน้ ักเรียนบนั ทึกไฟลโ์ ปรแกรมท่สี รา้ งขึน้ สง่ ครูผูส้ อน โดยต้งั ช่อื quiz3_เลขทีก่ ลุม่ เช่น กลุ่ม1 =
quiz3_1
แนวคาตอบ ครูผู้สอนตรวจโปรแกรม และผลการรนั โปรแกรม (อยใู่ นดุลพนิ ิจของครผู ู้สอน)
โปรแกรม
ผลลัพธ์การรันโปรแกรม
30
เฉลยบัตรคาถามท่ี 3.1
เรื่อง โครงสรา้ งภาษาซี ตวั แปร และชนิดของข้อมลู
คาช้แี จง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปนี้ใหถ้ กู ตอ้ ง (10 คะแนน)
1. จงอธบิ ายโครงสร้างภาษาซี โดยสงั เขป (2 คะแนน)
....ต..อ..บ........แ..น..ว..ค...า..ต..อ...บ.....โ.ค..ร..ง..ส...ร..า้ ..ง.ภ...า..ษ...า..ซ..ี..ป...ร..ะ..ก..อ...บ..ด...ว้ ..ย....1......ต..วั..ป...ร..ะ..ม...ว..ล..ผ..ล...ก..่อ..น........เ.ป..น็...ส..่ว..น...ท...่คี ..อ..ม...ไ.พ...เ..ล..อ..ร..์....
....จ..ะ..ป...ร..ะ..ม..ว..ล...ผ..ล..ค...า..ส..่งั..น...้ีก..อ่..น...ท...จ่ี ..ะ..ค..อ...ม..ไ..พ...ล..ต์..วั..โ..ป...ร..แ..ก..ร..ม.....2.....ฟ...ัง..ก..์ช...น่ั ..ห...ล..กั.....ฟ...งั ..ก..์ช..่ัน...ห...น..งึ่....เ.ป...น็...ส..ว่..น......................
....โ.ป...ร..แ..ก..ร..ม...ห...ล..ัก..ท...ท่ี ..า..ห...น...้า..ท..่ีส...ัง่ .ใ..ห..้.ช..ุด..ค...า..ส..ง่ั..ต..า่..ง..ๆ.....ห..ร..ือ...ฟ...ัง.ก...ช์ ..่ัน...อ..น่ื...ๆ....ท...า..ง..า..น.....3.....ช..ดุ...ค..า..ส..่งั.....(.S..o..u...r.c..e.....C..o...d..e..).....
....ค..อื.....ช..ุด..ค...า..ส..่งั..ใ.น...ภ...า.ษ...า..ซ...จี ..ะ..ถ..กู...บ..ร..ร..จ...อุ ..ย..ภู่...า..ย..ใ..น..เ..ค..ร..อ่ื..ง..ห...ม..า..ย.....{...ท...บ่ี...อ..ก..ถ...งึ ..จ..ดุ ..เ.ร..่มิ...ต..น้...ก..า..ร..ท...า..ง..า..น..แ...ล..ะ...................
....เ.ค..ร..อื่...ง.ห...ม...า.ย.....}....เ.พ...ื่อ..บ...อ..ก..จ...ุด..ส..ิ้น...ส..ดุ...ก..า..ร..ท...า..ง.า..น.....4......ค..า..อ..ธ...บิ ..า..ย..โ..ป..ร..แ...ก..ร..ม.....(.C...o..m....m....e..n..t..).....ค...อื ....ส...่ว..น..ท...่เี.ป...็น........
....ห..ม...า..ย..เ.ห...ต..ุข...อ..ง..โ.ป...ร..แ..ก...ร..ม....ม...ีไ.ว..้เ..พ..ือ่...ใ.ห...ผ้..ู้เ.ข...ีย..น...โ.ป...ร..แ..ก...ร..ม..ใ..ส..่ข..้อ...ค..ว..า..ม...อ..ธ..บิ...า..ย..ก..า..ก...บั ..ล...ง.ไ..ป...ใ.น.....s..o..u...r.c..e....c..o...d..e.........
2. จงบอกกฎเกณฑ์การเขยี นโปรแกรมภาษาซี (2 คะแนน)
....ต..อ..บ........แ..น..ว..ค...า..ต..อ...บ.....1.....ส..่ว..น...ห...วั ..โ.ป...ร..แ..ก...ร..ม....จ..ะ...ต..้อ..ง..ก...า..ห..น...ด..ต...ัว..ป..ร..ะ..ม...ว..ล..ผ...ล..ก..อ่...น..เ..ส..ม..อ.......................................
....2.....ช..ุด...ค..า..ส..ัง่..ใ..น..ภ...า..ษ...า..ซ..ี..จ...ะ..ใ.ช..อ้...กั ..ษ...ร..ต..ัว..พ...มิ...พ..์เ..ล..็ก..ท...้งั..ห...ม..ด...................................................................................
....3.....ต..วั...แ..ป...ร.ท...ีใ่..ช..ง้ ..า..น..จ..ะ...ต..อ้...ง.ถ...กู ..ป...ร..ะ..ก..า..ศ...ช..น...ิด..ข..อ้...ม..ลู...ไ.ว..เ้.ส...ม..อ................................................................................
....4.....ภ...า..ย..ใ.น...โ.ป...ร..แ..ก...ร..ม.....จ..ะ..ต..อ้...ง..ม..ีอ..ย...่า..ง..น..้อ...ย..ห..น...่งึ..ฟ...งั ..ก..ช์..น่ั...เ.ส..ม...อ....ซ...่งึ ..ก..ค็..ือ.....ฟ...งั ..ก..์ช..่นั.....m....a..i.n..(.)....น...น่ั ..เ.อ...ง......................
....5.....ใ..ช..้เ.ค..ร..ื่อ...ง..ห..ม...า..ย....{....เ.พ...ื่อ..บ...อ..ก...จ..ุด..เ..ร..ิ่ม..ต..น้.....แ...ล..ะ..เ.ค...ร..ื่อ..ง..ห...ม..า..ย..ป...ีก..ก...า..ป..ดิ.....}....เ.พ...อื่ ..บ...อ..ก..จ...ดุ ..ส..้นิ...ส..ดุ...ข..อ..ง..ช...ุด..ค..า..ส...งั่ .......
....6.....เ.ม...ื่อ..เ.ข...ยี ..น...ช..ดุ..ค...า..ส..่งั..เ.ส..ร..็จ...แ..ล..้ว.....ต..้อ...ง.จ...บ..ด...้ว..ย..เ.ค...ร..่อื ..ง..ห...ม..า..ย.....;...........................................................................
....7.....ส..า..ม...า..ร..ถ..อ..ธ..บิ...า..ย..โ..ป...ร.แ...ก..ร..ม...ต..า..ม..ค...ว..า..ม..จ...า..เ.ป..น็...ด..้ว...ย..ก..า..ร..ใ..ช..้เ.ค...ร..ื่อ..ง..ห...ม..า..ย...../.*..…....*../....ห..ร..ือ...../../...............................
3. จงต้งั ชื่อตัวแปรทถ่ี ูกต้องตามหลักการตัง้ ชอ่ื ตัวแปร จานวน 4 ชื่อ (2 คะแนน)
....ต..อ..บ........แ..น..ว..ค...า..ต..อ...บ.....อ..ย..ใู่..น..ด...ุล..พ...นิ ..จิ...ข..อ..ง..ค...ร..ผู ..สู้..อ...น.....โ.ด..ย...ย..ึด..ห...ล..กั...ก..า..ร..ต..้ัง..ช...อ่ื ..ต..ัว..แ...ป...ร.............................................
4. จงประกาศตวั แปร ช่ือ number กาหนดชนดิ ขอ้ มลู เป็นจานวนเตม็ แบบส้ัน (2 คะแนน)
....ต..อ..บ........แ..น..ว..ค...า..ต..อ...บ.....s.h...o..r.t....i.n..t....n...u..m....b..e..r..;...................................................................................................
5. จงประกาศตัวแปรพรอ้ มกาหนดคา่ คงท่ใี ห้กบั ตวั แปร จานวน 2 ตัวแปร (2 คะแนน)
....ต..อ..บ........แ..น..ว...ค..า..ต..อ...บ.....อ..ย..่ใู..น..ด...ลุ ..พ...นิ ..จิ...ข..อ..ง..ค...ร..ูผ..ูส้..อ...น.....โ.ด..ย...ย..ึด..ห...ล..ัก...ก..า..ร..ป...ร..ะ..ก..า..ศ...ต..ัว..แ..ป...ร....แ...ล..ะ..ก...า..ร..ก..า..ห...น..ด...ค..่า..ค..ง..ท...ี่
....ใ.ห...ก้ ..ับ...ต..ัว..แ..ป...ร....ต...วั ..อ..ย...า่ ..ง.เ..ช..่น.........1......#..d...e..f.i.n..e.......n...u..m....b..e...r...5..0.........2......c..o..n...s.t....f.l..o..a..t....n..u...m...b...e..r....=.....0...0..5..;.......
31
กระดาษคาตอบแบบทดสอบหลงั เรียน เล่มที่ 3
เร่อื ง โครงสร้างโปรแกรม ตัวแปร และชนดิ ของข้อมูล
ชือ่ -นามสกุล__________________________________
เลขท่ี_________ชัน้ ____________________________
ขอ้ ก ข ค ง คะแนน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
คะแนนรวมทงั้ หมด
32
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียนเล่มที่ 3
เรื่อง โครงสร้างโปรแกรม ตัวแปร และชนดิ ของข้อมูล
ขอ้ คาตอบ
1. ค
2. ข
3. ก
4. ข
5. ก
6. ค
7. ง
8. ค
9. ง
10. ข