The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

130024_เพจ-เตรียมสอบ-กกต.64-ชุดที่-2-สงวนลิขสิทธิ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pratheerapong2519, 2021-03-22 22:15:35

130024_เพจ-เตรียมสอบ-กกต.64-ชุดที่-2-สงวนลิขสิทธิ์

130024_เพจ-เตรียมสอบ-กกต.64-ชุดที่-2-สงวนลิขสิทธิ์

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ชดุ ท่ี 2 248

ของรัฐเปนผูตรวจสอบแตไมวาในกรณีใดหามมิใหเปดเผยหรือทำดวยประการใดๆใหบุคคลอ่ืนซึ่งไมมีหนาท่ี
ตรวจสอบดังกลา วลว งรรู ายช่ือหรือจำนวนผูส มัครในแตล ะกลมุ จนกวาจะพนระยะเวลารับสมัคร

มาตรา 19 การเลือกในระดับอำเภอใหกระทำไดแมจะไมมีผูสมัครครบทุกกลุม
ตามมาตรา 11

มาตรา 20 ในกรณีท่ีความปรากฏตอผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอไมวาดวยเหตุใดวา
ผูสมัครผูใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามหรือสมัครมากกวาหนึ่งกลุมหรือหน่ึงอำเภอหรือแสดง
ขอมูลในใบสมัครหรือเอกสารหรือหลักฐานประกอบการสมัครอันเปนเท็จใหผูอำนวยการการเลือกระดับ
อำเภอส่ังไมรับสมัครในกรณีที่รับสมัครไวแลวใหการสมัครของผูนั้นเปนโมฆะและใหผูอำนวยการการเลือก
ซึง่ พบเห็นดังกลาวสั่งลบช่อื ผูนน้ั ออกจากบัญชีรายชอื่ ผูสมัครแลว รายงานใหคณะกรรมการทราบ

ผถู กู ลบชื่อออกจากบัญชรี ายชอ่ื ผสู มัครตามวรรคหนึ่งไมม สี ิทธิเลือกและไมม สี ทิ ธิไดรบั เลอื กแต
ไมม ผี ลกระทบตอ การรบั สมัครหรือการเลอื กทไี่ ดดำเนนิ การไปแลว

ในกรณีท่ีความตามวรรคหนึ่งปรากฏข้ึนในระหวางการดำเนินการเลือกไมวาระดับใดกอน
ประกาศผลการเลือกใหถือวาผูสมัครผูนั้นกระทำการเพ่ือใหการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
และใหคณะกรรมการสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกต้ังของผูนั้นไวเปนการช่ัวคราวเปนเวลาไมเกิน 1 ป
สวนการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกใหเปนไปตามที่คณะกรรมการกำหนดตามที่เห็นสมควรคำส่ังและการ
กำหนดของคณะกรรมการใหเปนท่ีสุด

เมื่อคณะกรรมการมีคำสั่งตามวรรคสามใหยื่นคำรองตอศาลฎีกาเพ่ือส่ังใหเพิกถอนสิทธิ
สมคั รรับเลอื กต้งั ของผนู น้ั

มาตรา 21 ภายใน 5 วันนับแตวันส้ินสุดระยะเวลารับสมัครใหผูอำนวยการการเลือกระดับ
อำเภอประกาศบัญชีรายชื่อผูสมัครซ่ึงมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม แยกเปนรายกลุมทุกกลุมในเขต
อำเภอโดยอยางนอยตองระบุอาชีพและอายุของผูสมัครเพื่อใหประชาชนทราบเปนการท่ัวไปและใหประกาศไว
ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ประจำจังหวดั ศาลากลางจงั หวดั และท่วี าการอำเภอดว ย

การประกาศบัญชีรายชื่อผูสมัครตามวรรคหน่ึงใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่
คณะกรรมการกำหนด

มาตรา 22 กรณีท่ีผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอสั่งไมรับสมัครผูใดหรือส่ังลบช่ือ
ผูสมัครผูใดผูนั้นมีสิทธิย่ืนคำรองคัดคานตอศาลฎีกาภายใน 3 วันนับแตวันที่ประกาศบัญชีรายชื่อผูสมัคร
หรือวันท่ีผอู ำนวยการการเลอื กสงั่ ลบชื่อแลว แตก รณี

ในการพิจารณาและมคี ำวินิจฉัยของศาลฎีกาตามวรรคหนึ่งใหดำเนินการใหแลวเสรจ็ กอน
วันเลือกไมนอยกวา 1 วัน เมื่อถึงวันเลือกถาศาลฎีกายังมิไดวินิจฉัยใหดำเนินการเลือกตอไปโดยใหถือวามี
ผูสมัครเพียงเทาท่ีปรากฏตามบัญชีรายช่ือผูสมัครที่ผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอประกาศในกรณีเชนนี้คำ
วินจิ ฉยั ของศาลฎกี าไมมผี ลกระทบตอ การเลอื กทด่ี ำเนินการไปแลว

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ชุดที่ 2 249

มาตรา 23 ในกรณีที่ผูสมัครซ่ึงถูกลบชื่อออกจากบัญชีรายชื่อผูสมัครกอนการดำเนินการ
เลือกในระดับจังหวัดหรือระดับประเทศผูน้ันมีสิทธิยื่นคำรองคัดคานตอศาลฎีกาภายใน 3 วันนับแตวันท่ี
ผูอ ำนวยการการเลือกส่งั ลบชือ่ และใหนำความในมาตรา๒๒วรรคสองมาใชบ งั คับดวยโดยอนุโลม

หมวด 2

ผดู าเนนิ การเก่ยี วกบั การเลือก

มาตรา 24 ในการดำเนินการเพื่อเลือกสมาชิกวุฒิสภาใหมีคณะกรรมการเพื่อชวยเหลือการ
ปฏิบัติงานแนะนำอำนวยความสะดวกและรายงานปญหาหรืออุปสรรคเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตอ
คณะกรรมการดงั ตอไปน้ี

(1) คณะกรรมการระดับประเทศ โดยให คณะกรรมการการเลือกตั้ง (7 คน) ปฏิบัติหนาท่ี
เปน คณะกรรมการระดบั ประเทศ

(2) คณะกรรมการระดับจงั หวัด (7 คน) ประกอบดวย
2.1 ผวู า ราชการจังหวดั สำหรับจังหวดั อ่ืน และปลดั กทม.สำหรบั กทม. เปนประธาน
2.2 หวั หนา สว นราชการประจำจงั หวัดหรอื บคุ ลากรในสถาบนั อุดมศกึ ษาของรฐั

จำนวน 3 คน
2.3 ผูท รงคณุ วฒุ ใิ นเขตจงั หวัดซ่งึ มไิ ดเปนเจา หนา ทีข่ องรฐั และมิไดเปนสมาชิกหรอื

เจาหนา ทข่ี องพรรคการเมืองหรือเปนผูสมคั รหรือมีบุพการบี ตุ รคสู มรสหรอื ญาติ
เปนผสู มัครรบั เลอื กในเขตจงั หวดั นั้น จำนวน 2 คน เปน กรรมการ

2.4 ผอู ำนวยการการเลอื กตัง้ ประจำจงั หวดั เปน กรรมการและเลขานุการ
(3) คณะกรรมการระดับอำเภอ (7 คน) ประกอบดวย
3.1 นายอำเภอ เปนประธาน

3.2 หวั หนาสวนราชการประจำอำเภอ จำนวน 3 คน
3.3 ผูท รงคณุ วฒุ ิในเขตอำเภอซึ่งมไิ ดเปนเจาหนา ท่ขี องรฐั และมิไดเปนสมาชกิ หรอื
เจา หนาทขี่ องพรรคการเมอื งหรือเปน ผูส มคั รหรือมีบพุ การบี ตุ รคสู มรสหรอื ญาติ
เปน ผสู มัครรบั เลือกในเขตอำเภอน้ัน จำนวน 2 คน เปนกรรมการ
3.4 เจาหนา ทข่ี องสำนกั งานหรอื ขา ราชการประจำอำเภอซงึ่ ผูอำนวยการการเลือกต้ัง
ประจำจงั หวัดแตงตัง้ เปน กรรมการและเลขานกุ าร
ผูมีอำนาจแตงต้ังการแตงตั้งและวิธีการไดมาซึ่งกรรมการตาม (2) และ (3) ใหเปนไปตาม
หลักเกณฑท่ีคณะกรรมการกำหนดสำหรับกรุงเทพมหานครคณะกรรมการจะกำหนดใหแตงตั้งขาราชการ
กรุงเทพมหานครตำแหนงใดแทนหัวหนาสวนราชการประจำจังหวัดตาม (2) และหัวหนาสวนราชการ
ประจำอำเภอตาม (3) ก็ได
ผูเ ปนกรรมการโดยตำแหนงหรอื หัวหนาสวนราชการหรือบคุ ลากรในสถาบนั อุดมศกึ ษาของรัฐ
ตาม (2) หรือ (3) แลว แตก รณตี องไมเ ปนผมู บี พุ การีบุตรคูสมรสหรอื ญาตเิ ปนผูส มคั รรบั เลือกในเขตจงั หวัดหรืออำเภอนน้ั

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ชดุ ที่ 2 250

ในกรณีท่ีความปรากฏตอคณะกรรมการวากรรมการตาม (2) หรือ (3) ผูใดมีกรณีตามวรรค
สามหรือมีเหตุอันควรสงสัยวาจะทำใหการเลือกไมเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมใหคณะกรรมการมีอำนาจ
แตง ตั้งผดู ำรงตำแหนง อ่ืนหรือบคุ คลอนื่ เปนกรรมการแทนไดต ามท่เี หน็ สมควร

ใหคณะกรรมการตามวรรคหน่งึ และพนักงานเจา หนาที่เปนเจา พนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 25 ในการจัดใหม ีการเลอื กสมาชิกวุฒิสภาให
- เลขาธกิ าร กกต. เปนผูอ ำนวยการการเลอื กระดับประเทศ
- ผอู ำนวยการการเลอื กตงั้ ประจำจังหวดั เปน ผอู ำนวยการการเลอื กระดับจงั หวัด
-เจา หนา ทีข่ องสำนกั งานหรือขา ราชการประจำอำเภอซึง่ ผูอ ำนวยการการเลอื กตั้ง
ประจำจงั หวัดแตง ต้ังเปน กรรมการและเลขานุการ เปน ผอู ำนวยการการเลือกระดบั อำเภอ

มาตรา 26 เมื่อพระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภามีผลใชบังคับใหผูอำนวยการ
การเลือกเปนผูดำเนินการใหการเลือกสมาชิกวุฒิสภาเปนไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีและ
ตามทคี่ ณะกรรมการกำหนดทัง้ น้ีตามหลกั เกณฑแ ละวิธกี ารท่คี ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 27 เพ่ือประโยชนในการปฏิบัติหนาท่ีของผูอำนวยการการเลือกระดับจังหวัดหรือ
ผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอใหคณะกรรมการมีอำนาจแตงต้ังบุคคลซ่ึงมีภูมิลำเนาในจังหวัดหรืออำเภอ
แลว แตกรณที ี่มีการเลอื กใหเปนพนกั งานเจาหนาท่ีเพือ่ ชว ยเหลือการปฏบิ ัติงานของผูอ ำนวยการการเลอื กระดับ
จังหวัดหรือผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอไดในการน้ีคณะกรรมการจะมอบอำนาจใหคณะกรรมการตาม
มาตรา 24 (2) และ (3) เปนผูแตงตั้งแทนคณะกรรมการก็ไดตามหลักเกณฑวิธีการและเง่ือนไขท่ีคณะกรรมการ
กำหนด

ในการเลือกทุกระดับคณะกรรมการมีอำนาจแตงต้ังหรือมอบหมายใหผูอำนวยการทะเบียน
กลางตามกฎหมายวาดว ยการทะเบยี นราษฎรดำเนินการหรือชวยเหลอื เกยี่ วกับการดำเนินการเลือกได

ในการเลือกระดับประเทศใหคณะกรรมการมีอำนาจแตงตั้งพนักงานเจาหนาท่ีเพ่ือชวยเหลือ
การปฏิบตั งิ านของผอู ำนวยการการเลือกระดับประเทศได

การปฏิบัติหนาท่ีของพนักงานเจาหนาที่ตามวรรคหนึ่งวรรคสองและวรรคสามใหเปนไปตามท่ี
คณะกรรมการกำหนด

มาตรา 28 ในการดำเนินการใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอใหผูอำนวยการการ
เลอื กระดับอำเภอมหี นาทแี่ ละอำนาจดงั ตอไปนี้

(1) จัดใหมสี ถานท่รี บั สมคั รและสถานทเ่ี ลอื กในเขตอำเภอ
(2) จดั ใหม กี ารรับสมคั ร
(3) ตรวจสอบคณุ สมบัติและลกั ษณะตอ งหา มของผูสมัคร
(4) จัดทำบญั ชรี ายชอื่ ผูสมัครตามมาตรา 21
(5) จัดทำเอกสารหรือขอมูลแนะนำตัวของผูสมัครทุกคนเพื่อใหผูสมัครตรวจสอบและใช
ประโยชนในการเลอื ก

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ชุดท่ี 2 251

(6) ควบคมุ การเลือกการนับคะแนนและการรายงานผลการนับคะแนนใหเ ปนไปโดยสจุ รติ และ
เทย่ี งธรรม

(7) ประกาศรายช่ือผูไดรับเลือกในระดับอำเภอและสงบัญชีรายช่ือของผูไดรับเลือกพรอมท้ัง
เอกสารหรือขอมูลตาม (5) ไปยังผอู ำนวยการการเลอื กระดับจงั หวัด

(8) บนั ทึกภาพและเสียงของกระบวนการเลือกไวเ ปนหลกั ฐาน
(9) ปฏิบัติหนาที่อื่นอันเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามที่คณะกรรมการกำหนดหรือ
มอบหมาย
สถานที่เลือกตองเปนสถานที่ที่สามารถเดินทางไปไดโดยสะดวกพรอมทั้งใหมีปายหรือ
เครื่องหมายอืน่ ใดเพือ่ แสดงขอบเขตบริเวณของสถานท่ีเลือกไวดวย
ในการดำเนินการตามวรรคหน่ึงใหเ ปน ไปตามหลกั เกณฑวิธกี ารหรอื เง่อื นไขท่ีคณะกรรมการกำหนด
มาตรา 29 ในการดำเนินการใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัดใหผูอำนวยการการ
เลอื กระดบั จังหวดั มหี นาท่แี ละอำนาจ ดังตอไปน้ี
(1) จัดใหม สี ถานทีเ่ ลือกในเขตจงั หวดั
(2) จัดทำบัญชีรายช่ือผูไดรับเลือกจากการเลือกระดับอำเภอแยกเปนรายกลุมโดยอยางนอย
ตองระบุอาชีพและอายุของผูสมัครและประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปภายใน 3 วันนับแตวันที่ไดรับ
บัญชรี ายชือ่ จากผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอ
(3) จัดทำเอกสารหรือขอมูลแนะนำตัวของผูไดรับเลือกจากการเลือกระดับอำเภอเพ่ือใหผู
ไดรับเลอื กไดต รวจสอบและใชประโยชนในการเลือกทั้งนใ้ี หใชเ อกสารหรอื ขอมลู ที่ไดรับมาจากผูอำนวยการการ
เลอื กระดบั อำเภอ
(4) ควบคุมการเลอื กการนบั คะแนนและการรายงานผลการนับคะแนนใหเปนไปโดยสจุ รติ และเทย่ี งธรรม
(5) ประกาศรายช่ือผูไดรับเลือกในระดับจังหวัดและสงบัญชีรายช่ือของผูไดรับเลือกพรอมทั้ง
เอกสารหรือขอมูลตาม (3) ไปยังผอู ำนวยการการเลือกระดับประเทศ
(6) บนั ทึกภาพและเสยี งของกระบวนการเลอื กไวเ ปน หลกั ฐาน
(7) ปฏบิ ตั ิหนา ทีอ่ ื่นอันเกยี่ วกับการเลือกสมาชิกวุฒสิ ภาตามทคี่ ณะกรรมการกำหนดหรือมอบหมาย
ใหน ำความในมาตรา 28 วรรคสองและวรรคสามมาใชบงั คับดว ยโดยอนุโลม

มาตรา 30 ในการดำเนินการใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศใหผูอำนวยการการ
เลอื กระดับประเทศมีหนา ทีแ่ ละอำนาจ ดังตอไปนี้

(1) จัดใหม สี ถานทเ่ี ลอื กในระดับประเทศ
(2) จัดทำบัญชีรายชื่อผูไดรับเลือกจากการเลือกระดับจังหวัดแยกเปนรายกลุมโดยอยางนอย
ตองระบุอาชีพและอายุของผูสมัครและประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปภายใน 3 วันนับแตวันที่ไดรับ
บญั ชรี ายชื่อจากผอู ำนวยการการเลือกระดับจงั หวัด

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ชุดท่ี 2 252

(3) จัดทำเอกสารหรือขอมูลแนะนำตัวของผูไดรับเลือกจากการเลือกระดับจังหวัดเพื่อใหผู
ไดร ับเลือกไดตรวจสอบและใชประโยชนในการเลือกทั้งนี้ใหใชเอกสารหรอื ขอมูลทไ่ี ดร ับมาจากผูอำนวยการการ
เลือกระดับจังหวัด

(4) ควบคุมการเลอื กการนับคะแนนและการรายงานผลการนับคะแนนใหเ ปนไปโดยสุจริตและเทย่ี งธรรม
(5) เสนอรายชอ่ื และคะแนนของแตละบคุ คลในแตล ะกลุม ตอ คณะกรรมการเพื่อประกาศผลการเลือก
(6) บันทกึ ภาพและเสยี งกระบวนการเลือกไวเ ปน หลักฐาน
(7) ปฏบิ ตั ิหนา ท่อี ืน่ อันเกย่ี วกับการเลอื กสมาชิกวุฒิสภาตามทค่ี ณะกรรมการกำหนดหรือมอบหมาย
ใหนำความในมาตรา 28 วรรคสองและวรรคสามมาใชบ งั คบั ดวยโดยอนโุ ลม
มาตรา 31 ใหประธานและกรรมการในคณะกรรมการระดับจังหวัดและในคณะกรรมการ
ระดับอำเภอผูอำนวยการการเลือกและพนักงานเจาหนาท่ีมีสิทธิไดรับเบ้ียเลี้ยงคาตอบแทนและคาใชจายอื่น
ตามหลกั เกณฑว ิธกี ารเง่ือนไขและอตั ราท่ีคณะกรรมการกำหนด
มาตรา 32 หามมิใหกรรมการเลขาธิการผูตรวจการเลือกตั้งประธานและกรรมการใน
คณะกรรมการระดับจังหวัดหรือในคณะกรรมการระดับอำเภอผูอำนวยการการเลือกหรือพนักงานเจาหนาท่ีซึ่ง
ปฏิบัติหนาท่ีตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้หลีกเล่ียงไมปฏิบัติตามหนาท่ีทุจริตตอหนาที่หรือ
กระทำการอื่นใดอันเปนการขัดขวางมิใหการเปนไปตามกฎหมายระเบียบประกาศหรือคาสั่งของคณะกรรมการ
คณะกรรมการระดับจงั หวัดคณะกรรมการระดบั อำเภอผอู ำนวยการการเลือกหรือคำสั่งของศาลอนั เกยี่ วกับการ
เลือกตามพระราชบัญญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญนี้
กรรมการเลขาธิการผูตรวจการเลือกตั้งประธานและกรรมการในคณะกรรมการระดับ
จังหวัดหรือในคณะกรรมการระดับอำเภอผูอำนวยการการเลือกหรือพนกั งานเจาหนาท่ีซ่ึงปฏบิ ัตหิ นาที่ตาม
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีหรือกฎหมายระเบียบประกาศหรือคำส่ังของคณะกรรมการหรือ
ปฏิบัติตามคำส่ังของศาลอันเกี่ยวกับการเลือกต้ังหากไดกระทำโดยสุจริตยอมไดรับความคุมครองไมตองรับ
ผิดท้งั ทางแพงทางอาญาหรือทางปกครอง

หมวด 3
การเลอื ก

มาตรา 33 การเลือกสมาชิกวุฒิสภาใหใชวิธีลงคะแนนลับตามวิธีการท่ีกำหนด
ในพระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญน้ี

มาตรา 34 ในกรณีมีเหตุจำเปนเฉพาะพ้ืนที่ทำใหไมสามารถดำเนินการเลือกไดภายใน
ระยะเวลาหรือในวันที่กำหนดเพราะเหตุจลาจลอุทกภัยอัคคีภัยเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเปนอ่ืนใดคณะกรรมการ
อาจกำหนดวันเลือกใหมของการเลือกระดับอำเภอการเลือกระดับจังหวัดหรือการเลือกระดับประเทศตาม
ความจำเปนก็ได

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ชดุ ที่ 2 253

มาตรา 35 กรณีที่มีเหตุจำเปนอันมิอาจหลีกเลี่ยงไดเปนเหตุใหไมสามารถจัดการเลือก
ระดับอำเภอระดับจงั หวัดหรือระดบั ประเทศพรอมกันท่ัวราชอาณาจักรตามวนั ทคี่ ณะกรรมการประกาศกำหนด
ต าม ม าต รา 12 (1) อั น มิ ใช เป น ก รณี ต าม ม าต รา 34 แ ล ะค ณ ะก รรม ก ารมี ม ติ ด ว ย ค ะแ น น
ไมนอยกวา 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดเทาท่ีมีอยูวาการดำเนินการเลือกตอไปตามกำหนดวันเดิมจะ
กอใหเ กิดความไมเปน ธรรมหรอื เรยี บรอ ยคณะกรรมการจะประกาศกำหนดวันเลือกใหมก็ได

ในกรณีที่มีเหตุตามวรรคหน่ึงเกิดขึ้นในระหวางเวลาเปดการลงคะแนนคณะกรรมการจะส่ัง
ยกเลกิ การเลอื กและประกาศกำหนดวันเลือกใหมก ไ็ ด

มาตรา 36 ผูสมัครอาจแนะนำตัวไดตามวิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดบุคคลอื่นซ่ึงมิใช
ผสู มัครจะชว ยเหลอื ผูสมคั รในการแนะนำตัวตอ งปฏิบตั ติ ามวิธกี ารและเงอื่ นไขตามวรรคหน่ึง

มาตรา 37 ในระหวางการดำเนินการเลือกตามมาตรา 40 มาตรา 40 หรือมาตรา 42
หามมิใหผูใดซ่ึงมิใชผูสมัครเขาไปในสถานที่เลือกเวนแตจะเปนผูซึ่งมีหนาที่เก่ียวกับการเลือกหรือผูซ่ึงไดรับ
อนุญาตจากกรรมการผูอ ำนวยการการเลือกระดับประเทศผูอำนวยการการเลือกระดับจังหวัดหรือผูอำนวยการ
การเลือกระดับอำเภอแลวแตก รณี

เมื่อประกาศผลการนับคะแนนแลวผูสมัครหรือผูไดรบั เลือกขั้นตนซึ่งไมม ีสิทธิที่จะเลือกหรือ
ไดรบั เลือกตองออกจากสถานทเี่ ลือก

มาตรา 38 ในระหวางการดำเนินการเลือกตามมาตรา 40 มาตรา 41 หรือมาตรา 42
หามมิใหผูสมัครผูใดนำเขาไปหรือใชเคร่ืองมือหรืออุปกรณใดๆท่ีอาจใชเพื่อติดตอส่ือสารหรือเพื่อบันทึกภาพ
หรือเสียงหรืออุปกรณอ่ืนใดตามท่ีคณะกรรมการกำหนดในสถานที่เลือกรวมทั้งบริเวณโดยรอบสถานท่ีเลือก
ตามที่ผูอำนวยการการเลือกระดับประเทศผูอำนวยการการเลือกระดับจังหวัดหรือผูอำนวยการการเลือกระดับ
อำเภอแลว แตก รณีกำหนด

ความในวรรคหน่ึงไมใชบังคับแกผูสมัครซ่ึงเปนคนพิการหรือทุพพลภาพและมีความ
จำเปนตองใชเคร่ืองมือหรอื อุปกรณตามวรรคหนึ่งเพอื่ ประโยชนใ นการรับรูข อ มลู เกี่ยวกับการเลอื กหรือการ
ลงคะแนนโดยไดรับอนุญาตจากกรรมการผูอำนวยการการเลือกระดับประเทศผูอำนวยการการเลือกระดับ
จังหวัดหรือผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอแลวแตกรณีทั้งน้ีโดยใหคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกตาม
มาตรา 57 ดวย

มาตรา 39 หามมใิ หผ ใู ดกระทำการใดอนั เปนการขดั ขวางหรอื หนวงเหนย่ี วมใิ หผ ูมสี ทิ ธิเลือก
เขาไป ณ สถานทเี่ ลอื กหรือมใิ หไ ปถงึ ณ สถานท่ีเลือกภายในกำหนดเวลาทจี่ ะเลอื ก

มาตรา 40 การเลือกระดับอำเภอใหด ำเนนิ การ ดังตอ ไปนี้
(1) ผูสมัครตองมาถึงสถานที่เลือกและแสดงตนภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนดผูใดไมมา
หรือมาไมทันกำหนดใหห มดสทิ ธทิ ี่จะเลอื กและไดร บั เลือก
(2) เม่ือผูสมัครมาครบหรือพนเวลาตาม (1) แลวใหผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอจัดให
ผูสมคั รแตละกลุมรวมอยใู นกลมุ เดียวกัน ณ สถานที่ที่ผูอำนวยการการเลอื กระดบั อำเภอกำหนด

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ชดุ ที่ 2 254

(3) ใหผ สู มคั รแตล ะกลมุ ลงคะแนนเลือกบุคคลในกลมุ เดยี วกันไดไมเกิน 2 คนโดยจะ
ลงคะแนนเลอื กตนเองกไ็ ดแตจะลงคะแนนใหบ คุ คลใดเกนิ 1 คะแนนมิได

(4) เม่อื การลงคะแนนของกลุมใดแลวเสร็จใหผูอำนวยการการเลอื กระดับอำเภอดำเนินการให
มีการนบั คะแนนของกลมุ นน้ั โดยเปด เผย

(5) ใหผูซ ึง่ ไดค ะแนนสูงสุดเรยี งตามลำดบั 5 คนแรกเปนผูไ ดรับเลอื กข้นั ตนของ
แตล ะกลมุ ในกรณีทีใ่ นลำดบั ใดมีผไู ดค ะแนนเทา กนั จนเปนเหตใุ หม ผี ไู ดคะแนนสงู สดุ เกิน 5 คนใหผซู ่ึงไดค ะแนน
เทากันดังกลาวจับสลากกันเองวาผูใดจะไดรับเลือกในกลุมนั้นในกรณีที่มีผูไดคะแนนไมถึง 5 คน
ใหเ ฉพาะผูซ่งึ ไดค ะแนนเปน ผไู ดรับเลือก

(6) ในกรณีที่ผูซ่ึงไดรับเลือกตาม (4) ผูใดไมอยูในสถานท่ีเลือกในระหวางดำเนินการเลือกขั้น
ตอไปใหผูนน้ั หมดสทิ ธิทจี่ ะเลือกและไดรบั เลือกและใหถอื วาผูซึ่งไดร บั เลอื กตาม (5) มเี พยี งเทา ทม่ี ีอยู

(7) ในกรณีที่กลุมใดมีผูสมัครไมเกินหาคนหรือมีผูมารายงานตัวตาม (1) ไมเกิน 5 คนให
ผูสมัครกลุมนั้นไมตองดำเนินการเลือกกันเองโดยใหถือวาผูสมัครทุกคนซ่ึงมารายงานตัวในกลุมนั้นเปนผูไดรับ
เลือกข้ันตนสำหรับกลมุ น้นั

(8) กลุม ใดไมม ีผูส มัครใหงดการดำเนินการใหมีการเลือกสำหรับกลุมนั้นและไมม ีผลกระทบตอ
การเลอื กของกลมุ อื่น

(9) เม่ือไดผูไดรับเลือกขั้นตนของแตละกลุมแลวใหผูไดรับเลือกข้ันตนของแตละกลุมตกลงกัน
วาจะใหผ ใู ดเปน ผจู ับสลากตาม (10) ถาตกลงกันไมไ ดใหใ ชว ธิ จี ับสลาก

(10) ใหจ ดั ใหมกี ารแบง สายออกเปน สายไมเ กนิ 4 สายแตละสายประกอบดวย จำนวนกลมุ
เทากันเวนแตจะแบงใหเทากันไมไดใหแบงใหแตละสายมีจำนวนกลุมใกลเคียงกันมากท่ีสุดและในแตละสาย
ตองมีกลุมไมเกิน 5 กลุมแตตองไมนอยกวา 3 กลุมและใหบุคคลตาม (9) ของแตละกลุมจับสลากวากลุมของ
ตนจะอยูในสายใด

(11) ใหผูไดรับเลือกขั้นตนของแตละกลุมเลือกผูไดรับเลือกข้ันตนในกลุมอื่นที่อยูในสาย
เดียวกันโดยแตละคนมีสิทธิเลือกผูไดรับเลือกขั้นตนในกลุมอื่นแตละกลุมในสายเดียวกันไดกลุมละ
1 คน ในชั้นนผี้ ไู ดร ับเลือกข้นั ตนในกลมุ เดยี วกันจะเลือกกันเองหรอื เลือกตนเองมิได

(12) เม่ือดำเนินการเลือกตาม (11) แลวใหผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอดำเนินการใหมี
การนับคะแนนโดยเปดเผยใหผูไดรับคะแนนสูงสุดสามลำดับแรกของแตละกลุมเปนผูไดรับเลือกระดับอำเภอ
สำหรับกลุมนนั้ เพื่อไปดำเนินการเลือกในระดับจงั หวัดตอไปในกรณที ี่ในลำดบั ใดมผี ไู ดคะแนนเทากันจนเปน เหตุ
ใหมีผูไดคะแนนสูงสุดเกินสามคนใหผูซึ่งไดคะแนนเทากันดังกลาวจับสลากกันเองวาผูใดจะไดรับเลือกในกลุม
นน้ั และในกรณีที่มผี ูไ ดคะแนนไมถ งึ สามคนใหเฉพาะผูซ่งึ ไดคะแนนเปนผไู ดรับเลอื ก

(13) ใหผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอสงบัญ ชีรายชื่อผูไดรับเลือกตาม (12)
ใหผูอำนวยการการเลือกระดับจังหวัดพรอมดวยเอกสารหรือขอมูลตามมาตรา 28 (5) ภายในวันถัดจากวัน
เลอื กระดบั อำเภอเพอ่ื ดำเนนิ การตอ ไป

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ชดุ ที่ 2 255

การดำเนนิ การตามวรรคหน่ึงใหเปนไปตามหลักเกณฑและวธิ ีการที่คณะกรรมการกำหนดทง้ั น้ี
ในเขตอำเภอใดมีผูสมัครไมเกนิ 5 กลุมเมื่อไดดำเนินการเลือกตาม (๓) แลวไมตอ งจัดใหมีการแบงสายตาม
(10) และใหแตละกลุมเลือกผูสมัครในกลุมอ่ืนแตละกลุมไดคนละหน่ึงคนโดยผูสมัครในกลุมเดียวกันจะ
เลอื กกันเองหรือเลอื กตนเองมิได

มาตรา 41 การเลือกระดบั จงั หวดั ใหดำเนินการดังตอไปน้ี
(1) ผูไดรับเลือกระดับอำเภอตองมาถึงสถานที่เลือกและแสดงตนภายในเวลาที่คณะกรรมการ
กำหนดผูใ ดไมมาหรือมาไมท นั กำหนดใหห มดสทิ ธทิ ีจ่ ะเลอื กและไดร บั เลอื ก
(2) เม่ือผูไดรับเลือกระดับอำเภอมาครบหรือพนเวลาตาม (1) แลวใหผูอำนวยการการเลือก
ระดับจังหวัดจัดใหผูไดรับเลือกระดับอำเภอแตละกลุมรวมอยูในกลุมเดียวกัน ณ สถานที่ท่ีผูอำนวยการการ
เลือกระดับจังหวดั กำหนด
(3) ใหผูไดรับเลือกระดับอำเภอแตละกลุมลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุมเดียวกันไดไมเกิน
2 คนโดยจะลงคะแนนเลอื กตนเองก็ไดแ ตจะลงคะแนนใหบ ุคคลใดเกนิ 1 คะแนนมิได
(4) เมอ่ื การลงคะแนนของกลมุ ใดแลวเสรจ็ ใหผอู ำนวยการการเลือกระดบั จงั หวัดดำเนินการให
มกี ารนบั คะแนนของกลมุ นั้นโดยเปด เผย
(5) ใหผูซึ่งไดคะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับ 5 คนแรกเปนผูไดรับเลือกข้ันตนของแตละกลุม
ในกรณีท่ีในลำดับใดมีผูไดคะแนนเทากันจนเปนเหตุใหมีผูไดคะแนนสูงสุดเกินหาคนใหผูซ่ึงไดคะแนนเทากัน
ดังกลาวจับสลากกันเองวาผูใดจะไดรับเลือกในกลุมน้ันในกรณีท่ีมีผูไดคะแนนไมถึง 5 คนใหเฉพาะผูซ่ึงได
คะแนนเปน ผไู ดร ับเลือก
(6) ในกรณีท่ีผูซึ่งไดรับเลือกตาม (5) ผูใดไมอยูในสถานท่ีเลือกในระหวางดำเนินการเลือกข้ัน
ตอ ไปใหผ นู น้ั หมดสทิ ธทิ จี่ ะเลอื กและไดรับเลอื กและใหถ ือวาผซู ่งึ ไดรับเลือกตาม (5) มีเพียงเทา ท่ีมีอยู
(7) ในกรณีที่กลุมใดมีผูไดรับเลือกระดับอำเภอรวมกันแลวไมเกิน 5 คนหรือมีผูมารายงานตัว
ตาม (1) ไมเกิน 5 คนใหผไู ดรบั เลือกระดบั อำเภอกลมุ นั้นไมต อ งดำเนินการเลอื กกนั เองโดยใหถ ือวา ผูไดร บั เลอื ก
ระดับอำเภอทกุ คนซ่งึ มารายงานตวั ในกลุมน้นั เปน ผูไดร บั เลอื กขนั้ ตน สำหรับกลุมนั้น
(8) กลุมใดไมมีผูไดรับเลือกระดับอำเภอใหงดการดำเนินการเลือกสำหรับกลุมน้ันและไมมี
ผลกระทบตอการเลือกของกลุมอื่น
(9) เมื่อไดผูไดรับเลือกขั้นตนของแตละกลุมแลวใหผูไดรับเลือกข้ันตนของแตละกลุมตกลงกัน
วา จะใหผูใ ดเปนผูจับสลากตาม (10) ถา ตกลงกันไมไดใ หใ ชวธิ จี ับสลาก
(10) ใหจัดใหมีการแบงสายออกเปนสายไมเกิน 4 สายแตละสายประกอบดวยจำนวนกลุม
เทากันเวนแตจะแบงใหเทากันไมไดใหแบงใหแตละสายมีจำนวนกลุมใกลเคียงกันมากที่สุดและในแตละสาย
ตองมีกลุมไมเกิน 5 กลุมแตตองไมนอยกวา 3 กลุมและใหบุคคลตาม (๙) ของแตละกลุมจับสลากวากลุมของ
ตนจะอยูในสายใด

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ชุดที่ 2 256

(11) ใหผ ไู ดร บั เลือกขน้ั ตนของแตล ะกลมุ เลือกผูสมคั รในกลมุ อ่ืนทอี่ ยูในสายเดียวกนั โดยแตละ
คนมีสิทธิเลือกผูสมัครในกลุมอ่ืนแตละกลุมในสายเดียวกันไดกลุมละ 1 คน ในช้ันนี้ผูไดรับเลือกขั้นตนในกลุม
เดยี วกันจะเลอื กกนั เองหรอื เลือกตนเองมไิ ด

(12) เม่ือดำเนินการเลือกตาม (11) แลวใหผูอำนวยการการเลือกระดับจังหวัดดำเนินการใหมี
การนับคะแนนโดยเปดเผยใหผูไดรับคะแนนสูงสุดสองลำดับแรกของแตละกลุมเปนผูไดรับเลือกระดับ
จังหวัดสำหรับกลุมนั้นเพ่ือไปดำเนินการเลือกในระดับประเทศตอไปในกรณีท่ีในลำดับใดมีผูไดคะแนนเทากัน
จนเปนเหตุใหมีผูไดคะแนนสูงสุดเกินสองคนใหผูซึ่งไดคะแนนเทากันดังกลาวจับสลากกันเองวาผูใดจะไดรับ
เลอื กในกลมุ น้ันและในกรณีทม่ี ีผูไดคะแนนไมถึงสองคนใหเฉพาะผูซึ่งไดคะแนนเปนผูไดรบั เลือก

(13) ใหผูอำนวยการการเลือกระดับจังหวัดสงบัญชีรายช่ือผูไดรับเลือกตาม (12)ให
ผอู ำนวยการการเลือกระดับประเทศพรอมดวยเอกสารหรือขอมูลตามมาตรา29 (3) ภายในวันถัดจากวันเลือก
ระดบั จังหวดั เพอ่ื ดำเนินการตอ ไป

การดำเนนิ การตามวรรคหน่ึงใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีคณะกรรมการกำหนดทั้งนี้
ในจังหวัดใดมีผูไดรับเลือกระดับอำเภอจากทุกอำเภอมาระดับจังหวัดไมเกินหากลุมเมื่อไดดำเนินการเลือก
ตาม (3) แลวไมตองจัดใหมีการแบงสายตาม (10) และใหแตละกลุมเลือกผูสมัครในกลุมอ่ืนแตละกลุมได
คนละหนึง่ คนโดยผูส มคั รในกลมุ เดียวกันจะเลือกกนั เองหรือเลอื กตนเองมิได

มาตรา 42 การเลอื กระดบั ประเทศ ใหด ำเนินการดังตอ ไปนี้
(1) ผูไดรับเลือกระดับจังหวัดตองมาถึงสถานที่เลือกและแสดงตนภายในเวลาที่คณะกรรมการ
กำหนดผใู ดไมมาหรือมาไมทนั กำหนดใหหมดสทิ ธิทีจ่ ะเลือกและไดรับเลือก
(2) เมื่อผูไดรับเลือกระดับจังหวัดมาครบหรือพนเวลาตาม (1) แลวใหผูอำนวยการการเลือก
ระดับประเทศจัดใหผูไดรับเลือกระดับจังหวัดแตละกลุมรวมอยูในกลุมเดียวกัน ณ สถานที่ที่ผูอำนวยการการ
เลอื กระดบั ประเทศกำหนด
(3) ใหผูไดรับเลือกระดับจังหวัดแตละกลุมลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุมเดียวกันไดไมเกิน
10 คน โดยจะลงคะแนนเลอื กตนเองก็ไดแ ตจะลงคะแนนใหบุคคลใดเกนิ 1 คะแนนมิได
(4) เม่ือการลงคะแนนของกลุมใดแลวเสร็จใหผูอำนวยการการเลือกระดับประเทศดำเนินการ
นบั คะแนนของกลุมนัน้ โดยเปดเผย
(5) ใหผูซ่ึงไดคะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับ 40 คนแรกเปนผูไดรับเลือกข้ันตนของแตละ
กลุมในกรณีท่ีในลำดับใดมีผูไดคะแนนเทากันจนเปนเหตุใหมีผูไดคะแนนสูงสุดเกิน 40 คนใหผูซึ่งไดคะแนน
เทากันดังกลาวจับสลากกันเองวาผูใดจะไดรับเลือกในกลุมน้ันในกรณีท่ีมีผูไดคะแนนไมถึง 40 คนแตมีจำนวน
ตัง้ แต 20 คนข้ึนไปใหผ ไู ดร บั เลือกขนั้ ตนของกลมุ น้นั มีเทาท่ีมีอยูแตถ ามีผูไดค ะแนนไมถ ึง 20 คนใหผ ูอำนวยการ
การเลือกระดับประเทศจัดใหผูซ่ึงไมไดรับเลือกซ่ึงยังอยู ณ สถานที่เลือกลงคะแนนเลือกกันเองใหมเพ่ือใหได
จำนวน 20 คน
(6) ในกรณีท่ีผูซ่ึงไดรับเลือกตาม (5) ผูใดไมอยูในสถานท่ีเลือกในระหวางการดำเนินการเลือก
ขนั้ ตอ ไปใหผ นู ้ันหมดสิทธทิ จ่ี ะเลือกและไดรับเลอื กและใหถ ือวา ผซู งึ่ ไดร บั เลอื กมีเพียงเทา ทม่ี ีอยู

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ชดุ ท่ี 2 257

(7) เม่ือไดผูไดรับเลือกขั้นตนของแตละกลุมแลวใหผูไดรับเลือกข้ันตนของแตละกลุมตกลงกัน
วา จะใหผใู ดเปน ผจู บั สลากตาม (8) ถา ตกลงกนั ไมไ ดใหใชว ธิ จี บั สลาก

(8) ใหจัดใหมีการแบงสายออกเปนสายไมเกิน 4 สายแตละสายประกอบดวยจำนวนกลุม
เทากันเวนแตจะแบงใหเทากันไมไดใหแบงใหแตละสายมีจำนวนกลุมใกลเคียงกันมากที่สุดและในแตละสาย
ตองมีกลุมไมเกิน 5 กลุมแตตองไมนอยกวา 3 กลุมและใหบุคคลตาม (7) ของแตละกลุมจับสลากวากลุมของ
ตนจะอยใู นสายใด

(9) ใหผูไดรับเลือกขั้นตนของแตละกลุมเลือกผูสมัครในกลุมอ่ืนท่ีอยูในสายเดียวกันโดยแต
ละคนมีสิทธิเลือกผูสมัครในกลุมอ่ืนแตละกลุมในสายเดียวกันไดกลุมละไมเกิน 5 คนผูไดรับเลือกข้ันตนใน
กลุมเดยี วกันจะเลอื กกนั เองหรอื เลอื กตนเองมิได

(10) เมื่อดำเนินการเลือกตาม (9) แลวใหผูอำนวยการการเลือกระดับประเทศดำเนินการนับ
คะแนนโดยเปดเผยแลวแจงผลการนบั คะแนนใหคณะกรรมการทราบ

เม่ือคณะกรรมการไดรับรายงานตาม (10) แลวใหรอไวไมนอยกวา 5 วันเม่ือพน
กำหนดเวลาดังกลาวแลวถาคณะกรรมการเห็นวาการเลือกเปนไปโดยถูกตองสุจริตและเท่ียงธรรมใหประกาศ
ผลการเลือกตาม (10) ในราชกิจจานุเบกษาโดยใหผูไดรับคะแนนสูงสุดในแตละกลุมต้ังแตลำดับที่
1-10 เปนผูไดรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภา จากกลุมน้ันและผูไดรับคะแนนลำดับที่11-15ของแตละกลุมอยู
ในบญั ชสี ำรองของกลมุ น้ันและแจง ใหส ำนักงานเลขาธิการวฒุ สิ ภาทราบ

ในการจัดเรียงลำดับตามวรรคสองสำหรับผูท่ีอยูในลำดับท่ีมีคะแนนเทากันใหจัดใหมีการจับ
สลากเพ่อื เรยี งลำดบั ตอ ไป

**ขนั้ ตอนการเลือกเปนหวั ใจหลักของกฎหมายน้ีและมคี วามซับซอนมากขอใหผูอา นทำความใจใหดี **

การดำเนินการตามวรรคหน่งึ ใหเปนไปตามหลกั เกณฑแ ละวิธกี ารทค่ี ณะกรรมการกำหนด
มาตรา 43 ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดใหมีการนับคะแนนดวยเคร่ืองกลหรือเครื่อง
อเิ ล็กทรอนิกสถาไดด ำเนินการน้นั โดยเปดเผยใหถ ือวา เปน การนับคะแนนโดยเปดเผยแลว
มาตรา 44 ในกรณีท่ีผูสมัครในระดับอำเภอหรือผูมีสิทธิเลือกในระดับจังหวัดหรือ
ระดับประเทศเห็นวาการดำเนินการเก่ียวกับการเลือกของคณะกรรมการผูอำนวยการการเลือกหรือ
พนักงานเจาหนาที่เปนไปโดยไมชอบดวยกฎหมายใหผูนั้นมีสิทธิยื่นคำรองคัดคานตอศาลฎีกาภายใน 3 วัน
นบั แตวันทม่ี ีการออกคำสั่งและใหน ำความในมาตรา 22 วรรคสองมาใชบ งั คบั ดวยโดยอนุโลม

มาตรา 45 ในกรณีท่ีตำแหนงสมาชิกวุฒิสภากลุมใดมีไมครบจำนวนไมวาเพราะเหตุ
ตำแหนงวางลงหรือดวยเหตุอื่นใดอันมิใชเพราะเหตุถึงคราวออกตามอายุของวุฒิสภาใหประธานวุฒิสภา
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเลื่อนบุคคลในบัญชีสำรองของกลุมนั้นขึ้นดำรงตำแหนงสมาชิกวุฒิสภาแทน
ตามลำดับและใหผูน้ันอยูในตำแหนงไดเพียงเทา อายขุ องวฒุ ิสภาที่เหลอื อยูในระหวา งทบ่ี ุคคลดังกลา วยังมิได
เขารับตำแหนงใหวุฒิสภาประกอบดวยสมาชกิ วฒุ ิสภาเทาทม่ี ีอยู

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชดุ ท่ี 2 258

หากมีกรณีที่ตองเลื่อนบุคคลในบัญชีสำรองของกลุมใดข้ึนดำรงตำแหนงสมาชิกวุฒิสภาแทน
ตามวรรคหนึ่งแตไมมีบุคคลในบัญชีสำรองของกลุมน้ันเหลืออยูไมวาดวยเหตุใดใหประธานวุฒิสภาจับสลากวา
จะเลื่อนบุคคลในบัญชีสำรองในกลุมอื่นใดท่ียังมีผูอยูในบัญชีสำรองเหลืออยูแลวดำเนินการเล่ือนบุคคลนั้นขึ้น
ดำรงตำแหนงสมาชิกวุฒสิ ภาตามวรรคหนงึ่ การจบั สลากดงั กลา วใหม ีผลเฉพาะการเล่อื นครงั้ น้ัน

ในกรณีที่ทุกกลุมไมมีรายชื่อบุคคลในบัญชีสำรองเหลืออยูสำหรับการเล่ือนบุคคลขึ้นดำรง
ตำแหนงสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคสองใหวุฒิสภาประกอบดวยสมาชิกวุฒิสภาเทาท่ีมีอยูแตในกรณีท่ีมีสมาชิก
วุฒิสภาเหลืออยูไมถึงกึ่งหน่ึงของจำนวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมดและอายุของวุฒิสภาเหลืออยูเกินหน่ึงปให
ดำเนินการเลอื กสมาชิกวฒุ ิสภาข้ึนแทนตำแหนงท่วี า งภายในหกสิบวันนบั แตว นั ท่ีวุฒสิ ภามีสมาชิกเหลืออยไู มถ ึง
กึง่ หนง่ึ ในกรณีเชนวานใ้ี หผูไดรับเลือกดังกลาวอยใู นตำแหนงไดเพียงเทาอายุของวุฒสิ ภาทีเ่ หลอื อยู

มาตรา 46 ใหคณะกรรมการสง่ั ลบรายชื่อของบคุ คลออกจากบัญชสี ำรองเมือ่
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 13 หรือมลี ักษณะตองหามตามมาตรา 14
(4) มีหลักฐานอันควรเชื่อไดวาบุคคลในบัญชีสำรองกลุมใดกระทำการใดหรือรูเห็นเปนใจดวย
กับการกระทำใดของบคุ คลอืน่ อันทำใหการเลือกมไิ ดเ ปน ไปโดยสจุ รติ หรอื เที่ยงธรรม
(5) ศาลฎีกามีคำพพิ ากษาตามมาตรา 62 วรรคสาม
คำสัง่ ตามวรรคหนง่ึ ใหป ระกาศในราชกิจจานุเบกษาและใหถือวา บญั ชีสำรองมเี พยี งเทา ทมี่ ีอยู
มาตรา 47 ในกรณีตามมาตรา 46 (4) และในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเช่ือไดวาบุคคลใน
บัญชีสำรองผูใดลาออกโดยเจตนาเพ่ือใหบุคคลในลำดับถัดลงไปไดรับเล่ือนข้ึนเปนสมาชิกวุฒิสภาหรือมี
หลักฐานอันควรเชื่อไดวาบุคคลในลำดับถัดไปหรือบุคคลอ่ืนใดไดใหหรือสัญญาวาจะใหทรัพยสินหรือ
ประโยชนอ่ืนใดแกสมาชิกวุฒิสภาหรือบุคคลในบัญชีสำรองเพ่ือลาออกใหคณะกรรมการย่ืนคำรองตอศาล
ฎกี าเพอื่ ส่งั ใหเพิกถอนสทิ ธิสมัครรับเลือกตั้งของผูนนั้
มาตรา 48 หบี บตั รและบตั รลงคะแนนใหมลี ักษณะตามที่คณะกรรมการกำหนดในการกำหนด
เกย่ี วกับหบี บัตรตอ งกำหนดใหสามารถใชหบี บตั รเดิมไดดว ย
มาตรา 49 วิธีการลงคะแนนใหเ ปน ไปตามที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา 50 หามมิใหผูมีสิทธิเลือกผูใดใชบัตรอ่ืนอันมิใชบัตรลงคะแนนตามมาตรา 48
ลงคะแนนเลอื ก
มาตรา 51 หา มมใิ หผ ูมีสทิ ธิเลือกผูใ ดนำบตั รลงคะแนนออกไปจากสถานท่ีเลือก
มาตรา 52 หามมิใหผ ูใดจงใจทำเครอ่ื งหมายเพื่อเปน ท่ีสงั เกตโดยวิธใี ดไวท่ีบัตรลงคะแนน

มาตรา 53 หามมิใหผูใดนำบัตรลงคะแนนใสลงในหีบบัตรลงคะแนนโดยไมมีอำนาจโดยชอบ
ดวยกฎหมายหรือกระทำการใดในบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกเพ่ือแสดงวามีผูมาแสดงตนเพื่อเลือกโดยผิดไปจาก
ความจริงหรือกระทำการใดอันเปนเหตุใหมบี ตั รลงคะแนนเพิ่มข้ึนจากความจริง

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ชุดที่ 2 259

มาตรา 54 หามมิใหผูมีสิทธิเลือกผูใดใชเครื่องมือหรืออุปกรณใดถายภาพบัตรลงคะแนนที่ตน
ไดลงคะแนนแลว

มาตรา 55 หามมิใหผูมีสิทธิเลือกนำบัตรลงคะแนนท่ีเลือกแลวแสดงตอผูอ่ืนเพ่ือใหผูอ่ืนทราบ
วาตนเลอื กหรือไมเลือกผูใ ด

มาตรา 56 บัตรลงคะแนนดังตอไปนใ้ี หถ อื เปนบตั รเสียและมใิ หนับเปน คะแนน
(1) บตั รปลอม
(2) บัตรที่มีการทำเครื่องหมายเพ่ือเปนที่สังเกตหรือเขียนขอความใดๆลงในบัตรลงคะแนน
นอกจากเครอ่ื งหมายในการลงคะแนนเวน แตเปน การกระทำโดยชอบดวยกฎหมายของผูดำเนนิ การเก่ยี วกบั การเลอื ก
(3) บัตรที่มไิ ดทำเครื่องหมายลงคะแนน
(4) บตั รท่ไี มอ าจทราบไดว า ลงคะแนนใหแ กผ ูส มัครใด
(5) บัตรทล่ี งคะแนนใหผ ทู ไ่ี มมีสิทธไิ ดร บั เลอื ก
(6) บัตรที่ลงคะแนนใหบ คุ คลเกินจำนวนทีก่ ำหนด
(7) บตั รทลี่ งคะแนนใหบ ุคคลใดเกินหนง่ึ คะแนน
(8) บตั รทีม่ ีลกั ษณะตามท่ีคณะกรรมการกำหนดวา เปน บตั รเสีย
มาตรา 57 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเลอื กใหแกผสู มัครหรอื ผูม สี ทิ ธเิ ลอื กซ่ึงเปนคนพิการ
หรือทุพพลภาพผูสูงอายุหรือผูประสบปญหาในการใชสิทธิเลือกใหผูอำนวยการการเลือกจัดใหมีการอำนวย
ความสะดวกในการเลือกของคนพิการหรือทุพพลภาพผูสูงอายุหรือผูประสบปญหาในการใชสิทธิเลือกไวดวย
โดยอาจใหบคุ คลอื่นหรือผูทผี่ ูอำนวยการการเลือกมอบหมายเปน ผูกระทำการแทนโดยความยนิ ยอมและเปน ไป
ตามเจตนารมณของคนพกิ ารหรือทพุ พลภาพผูสูงอายหุ รือผูประสบปญ หาในการใชส ิทธิเลอื กนั้น

หมวด 4
การควบคมุ การเลอื กใหเ ปน ไปโดยสุจริตและเทยี่ งธรรม

มาตรา 58 หามมิใหเจาหนาท่ีของรัฐใชตำแหนงหนาที่โดยมิชอบดวยกฎหมายกระทำการใดๆ
เพ่ือเปน คณุ หรอื เปนโทษแกผ สู มคั ร

การใชตำแหนงหนาที่โดยมิชอบดวยกฎหมายตามวรรคหนึ่งมิใหหมายความรวมถึงการปฏิบัติ
หนาท่ีตามปกติท่ีพึงตองปฏิบัติในตำแหนงของเจาหนาที่ของรัฐนั้นหรือการแนะนำ หรือชวยเหลือในการ
ดำเนินการที่เกี่ยวขอ งกบั การเลือกของผูสมคั รโดยมิไดเ ก่ียวของกับการปฏบิ ัติหนาท่ีแมว าการกระทำจะเปนคุณ
หรือเปน โทษแกผูส มคั รใด

ในกรณีมีหลักฐานอันควรเช่ือไดวามีการฝาฝนบทบัญญัติตามวรรคหนึ่งใหคณะกรรมการหรือ
กรรมการที่พบเห็นมีอำนาจสั่งใหเจาหนาท่ีของรัฐยุติหรือระงับการกระทำใดท่ีเห็นวาอาจเปนคุณหรือเปนโทษ
แกผูส มคั รใด

ในกรณีตามวรรคสามใหคณะกรรมการแจงใหผูบังคับบัญชาหรือผูมีหนาที่และอำนาจกำกับ
ดแู ลเจาหนาที่ของรัฐผูน้ันส่ังใหเจาหนาท่ีของรัฐที่มีพฤติการณอันอาจเปนคุณหรือเปนโทษแกผูสมัครใดพนจาก

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ชดุ ที่ 2 260

หนาท่ีเปนการช่ัวคราวหรือส่ังใหประจำกระทรวงทบวงกรมศาลากลางจังหวัดหรือท่ีวาการอำเภอในเขตหรือ
นอกเขตจังหวดั หรอื อำเภอหรอื หามเขา เขตจังหวัดหรอื อำเภอใดกไ็ ด

มาตรา 59 กอนประกาศผลการเลือกหากมีเหตุอันควรสงสัยวาการเลือกมิไดเปนไปโดย
สุจรติ หรอื เท่ียงธรรมใหค ณะกรรมการมอี ำนาจสั่งระงับยับย้ังแกไขเปลย่ี นแปลงหรือยกเลิกการเลือกและสั่ง
ใหด ำเนนิ การเลือกใหมหรือนับคะแนนใหม

การใชอำนาจตามวรรคหน่ึงใหกรรมการแตละคนซ่ึงพบเห็นการกระทำความผิดในเขตอำเภอ
หรือจังหวัดใดใหมีอำนาจกระทำไดสำหรับการเลือกในเขตอำเภอหรือจังหวัดนั้นท้ังนี้ตามหลักเกณฑวิธีการและ
เงอ่ื นไขที่คณะกรรมการกำหนด

ผตู รวจการเลือกต้งั และผอู ำนวยการการเลือกผูใดพบเหน็ การกระทำตามวรรคหนง่ึ
มหี นา ทีร่ ายงานใหค ณะกรรมการหรือกรรมการทราบโดยพลนั

มาตรา 60 กอนประกาศผลการเลือกถามีหลักฐานอันควรเช่ือไดวาผูสมัครผูใดกระทำการ
ใดหรือรูเห็นกับการกระทำใดของบุคคลอื่นอันทำใหการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมให
คณะกรรมการส่ังระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูน้ันไวเปนการช่ัวคราวเปนระยะเวลาไมเกิน 1 ปคำส่ัง
ของคณะกรรมการใหเ ปนทสี่ ุด

เมื่อคณะกรรมการมีคำสั่งตามวรรคหนึ่งใหยื่นคำรองตอศาลฎีกาเพ่ือส่ังใหเพิกถอนสิทธิ
สมัครรับเลือกตง้ั ของผนู ้ัน

มาตรา 61 ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเช่ือไดวาผูใดใหเสนอใหสัญญาวาจะใหหรือจัดเตรียม
เพื่อจะใหเงินทรัพยสินหรือประโยชนอ่ืนใดเพื่อจูงใจใหผูสมัครหรือผูมีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไมลงคะแนน
ใหแกผ ใู ดใหค ณะกรรมการมีอำนาจส่ังยดึ หรืออายัดเงินทรัพยสินหรอื ประโยชนอ่นื ใดดงั กลาวไวเ ปน การช่วั คราว
จนกวาศาลจะมีคำพิพากษาหรอื มีคำสง่ั

มาตรา 62 เม่ือคณะกรรมการประกาศผลการเลือกตามมาตรา 42 วรรคสองแลวถามี
หลักฐานอันควรเช่ือไดวาผูสมัครหรือผูใดกระทำการอันเปนการทุจริตในการเลือกหรือรูเห็นกับการกระทำ
ของบุคคลอื่นอันทำใหการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมใหคณะกรรมการย่ืนคำรองตอศาลฎีกา
เพื่อสั่งใหเพกิ ถอนสิทธิสมัครรบั เลือกตง้ั หรอื เพิกถอนสิทธิเลอื กตัง้ ของผูนั้น

เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำรองไวพิจารณาแลวถาผูถูกกลาวหาเปนสมาชิกวุฒิสภาใหผูนั้น
หยุดปฏิบัติหนาท่ีจนกวาศาลฎีกาจะพิพากษาวาผูนั้นมิไดกระทำความผิดเมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาวาผูนั้น
กระทำความผิดใหส มาชกิ ภาพของสมาชกิ วฒุ ิสภาผูนัน้ ส้ินสดุ ลงนับแตวนั ท่หี ยดุ ปฏบิ ัติหนาที่

ใหนำความในวรรคหนึ่งมาใชบังคับแกผูถูกกลาวหาซ่ึงอยูในบัญชีสำรองดวยและเมื่อศาลฎีกา
มีคำพพิ ากษาวาผูน้ันกระทำความผิดใหคณะกรรมการสั่งลบรายชอ่ื ผูนั้นออกจากบญั ชีสำรองและใหนำความใน
มาตรา 46 วรรคสองมาใชบ งั คับดว ยโดยอนุโลม

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ชดุ ท่ี 2 261

มาตรา 63 เมอ่ื คณะกรรมการประกาศผลการเลอื กตามมาตรา 42 วรรคสองแลว หากความ
ปรากฏตอคณะกรรมการวาสมาชิกวุฒิสภาผูใดขาดคุณสมบัติตามมาตรา 13 หรือมีลักษณะตองหามตาม
มาตรา 14 ใหค ณะกรรมการสง เรอ่ื งไปยงั ศาลรัฐธรรมนญู เพอ่ื วนิ จิ ฉยั โดยไมช ักชา

หมวด 5
การคดั คา น

มาตรา 64 ผูสมัครในระดับอำเภอหรือผูมีสิทธิเลือกในระดับจังหวัดหรือระดับประเทศ
มีสิทธิยื่นคำรองคัดคานวาการเลือกในระดับอำเภอระดับจังหวัดหรือระดับประเทศที่ตนสมัครหรือมีสิทธิ
เลือกแลวแตกรณีมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรมหรือไมชอบดวยกฎหมายตอคณะกรรมการภายใน
3 วันนับแตวันเลือกในระดับนั้นๆ และใหคณะกรรมการวินิจฉัยโดยเร็ว หากเห็นวาไมมีเหตุอันควรสงสัย
วาการเลือกเปนไปโดยไมสุจริตไมเที่ยงธรรมหรือไมชอบดวยกฎหมายใหคณะกรรมการสั่งยกคำรองและให
การเลือกดำเนินการตอไปในกรณีที่คณะกรรมการเห็นวามีหลักฐานอันควรเช่ือไดวาการเลือกเปนไปโดยไม
สุจริตไมเที่ยงธรรมหรือไมชอบดวยกฎหมายใหคณะกรรมการดำเนินการตามมาตรา 59 วรรคหนึ่งคำวินิจฉัย
ของคณะกรรมการใหเ ปนท่ีสดุ

หมวด 6
บทกำหนดโทษ

มาตรา 65 ในการสืบสวนหรือไตสวนหากปรากฏวาการใหขอมูลการช้ีเบาะแสหรือ
คำใหการของบุคคลซ่ึงมีสวนเก่ียวของหรือมีสวนรวมในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญนี้รายใดจะเปนประโยชนในการพิสูจนการกระทำความผิดของผูกระทำความผิดคนอ่ืนที่เปน
ตัวการสำคัญและสามารถที่จะใชเปนพยานหลักฐานในการวินิจฉัยการกระทำความผิดของผูกระทำ
ความผดิ นน้ั คณะกรรมการจะกนั บุคคลนั้นไวเ ปน พยานโดยไมด ำเนินคดีกไ็ ด

เมื่อคณะกรรมการมีมติไมดำเนินคดีกับบุคคลใดแลวใหสิทธิในการดำเนินคดีอาญาเปนอัน
ระงับไปเวนแตปรากฏในภายหลังวาผูถูกกันไวเปนพยานไดใหถอยคำอันเปนเท็จหรือไมไปเบิกความหรือไปเบิก
ความแตไ มเ ปน ไปตามท่ีใหการหรอื ใหถ อ ยคำไวใหการกนั บคุ คลไวเปนพยานนั้นส้นิ สุดลงและคณะกรรมการอาจ
ดำเนนิ การตามกฎหมายกบั บคุ คลนัน้ ตอไปได

มาตรการในการกันบุคคลไวเปนพยานตามวรรคหนึ่งและการเพิกถอนการกันบุคคลไวเปน
พยานตามวรรคสองใหเ ปนไปตามหลักเกณฑวิธีการและเงอื่ นไขทคี่ ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 66 ในกรณีที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีกำหนดใหศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ
เลือกตั้งโดยมีกำหนดระยะเวลาหรือสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งใหการเพิกถอนสิทธิดังกลาวมีผล
ในทันทีและเริ่มนับระยะเวลานับแตวันท่ีศาลมีคำส่ังหรือคำพิพากษาเวนแตศาลอุทธรณหรือศาลฎีกาจะมี
คำสง่ั หรอื คำพพิ ากษาเปนอยา งอ่นื

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ชดุ ที่ 2 262

มาตรา 67 ผูใดสมัครเขารับเลือกมากกวาหนึ่งกลุมหรือมากกวาหน่ึงอำเภออันเปนการไม
ปฏบิ ัติตามมาตรา 15 วรรคสองตองระวางโทษจำคุกไมเกนิ 1 ปหรือปรับไมเกนิ 20,000 บาทหรือทง้ั จำทั้งปรับ
และใหศาลสงั่ เพิกถอนสทิ ธิเลือกตัง้ ของผูน ้นั มกี ำหนด 5 ป

มาตรา 68 กรรมการหรือพนักงานเจาหนาท่ีผูใดฝาฝนมาตรา 18 ตองระวางโทษจำคุกไมเกิน
3 ปหรือปรบั ไมเ กนิ 60,000 บาทหรือท้งั จำท้งั ปรบั

มาตรา 69 ผใู ดฝาฝนมาตรา 32วรรคหน่ึงหรอื มาตรา 58 วรรคหนง่ึ ตอ งระวางโทษจำคกุ ตัง้ แต
1-10 ป และปรับตัง้ แต 20,000 – 200,000 บาท และใหศ าลสั่งเพกิ ถอนสทิ ธิเลอื กต้ังของผนู น้ั มกี ำหนด20 ป

มาตรา 70 ผสู มัครผูใดไมป ฏิบัติตามวิธกี ารหรอื เงอ่ื นไขที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา๓๖
ตองระวางโทษจำคุกไมเกิน 1 ปหรือปรับไมเกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับและใหศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ
เลือกตัง้ ของผนู ั้นมีกำหนด 5 ป

บุคคลใดซ่ึงมิใชผูสมัครชวยเหลือผูสมัครในการแนะนำตัวโดยไมปฏิบัติตามวิธีการหรือเงอื่ นไข
ตามมาตรา 36 ตอ งระวางโทษเชนเดียวกับทีบ่ ญั ญตั ิไวใ นวรรคหนง่ึ

มาตรา 71 ผูใดฝาฝนมาตรา 37 หรือมาตรา 38 วรรคหน่ึงตองระวางโทษจำคุกไมเกิน
6 เดือนหรอื ปรบั ไมเ กนิ 10,000 บาทหรือท้งั จำทั้งปรับ

ถาการกระทำตามวรรคหนึ่งเปนไปเพ่ือกอใหเกิดความไมสงบเรียบรอยขึ้นในสถานที่เลือกตอง
ระวางโทษเพมิ่ ข้ึนเปน สองเทา และใหศ าลสง่ั เพิกถอนสทิ ธิเลอื กตัง้ ของผนู น้ั มกี ำหนด 5 ป

มาตรา 72 ผูใดฝา ฝน มาตรา 39 มาตรา 50 มาตรา 51 มาตรา 52 หรือมาตรา 53 ตองระวาง
โทษจำคุกตั้งแต 1-5 ป หรือปรับตั้งแต 20,000 -100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและใหศาลส่ังเพิกถอนสิทธิ
เลอื กตงั้ ของผูนน้ั มีกำหนด 10 ป

มาตรา 73 ผูมีสิทธิเลือกผูใดฝาฝนมาตรา 54 หรือมาตรา 55 ตองระวางโทษจำคุกไมเกิน
1 ปหรือปรบั ไมเกนิ 20,000 บาทหรือทง้ั จำทง้ั ปรบั

มาตรา 74 ผูใดรูอยูแลววาตนไมมีสิทธิสมัครรับเลือกไมวาเพราะเหตุใดไดสมัครรับเลือกตอง
ระวางโทษจำคุกต้ังแต 1-10 ป และปรับต้ังแต 20,000 -200,000 และใหศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตง้ั ของผูน้ัน
มีกำหนด 20 ป

ในกรณีที่ผูกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเปนผูซ่ึงไดรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาใหศาลมีคำส่ัง
ใหผูน้ันคืนเงินประจำตำแหนงและประโยชนตอบแทนอยางอ่ืนท่ีไดรับมาเน่ืองจากการดำรงตำแหนงดังกลาว
ใหแ กส ำนักงานเลขาธิการวุฒสิ ภาดว ย

มาตรา 75 ผูใดรับรองหรือเปนพยานซึ่งลงลายมือชื่อรับรองเอกสารหรือหลักฐานที่ใช
ประกอบการสมัครเปนเท็จตองระวางโทษจำคุกไมเกิน 1 ปหรือปรับไมเกนิ 20,000 บาทหรือท้ังจำทั้งปรับและ
ใหศาลสัง่ เพกิ ถอนสทิ ธิเลือกตั้งของผนู ้ันมีกำหนด 5 ป

มาตรา 76 กรรมการบรหิ ารพรรคการเมืองหรือผูดำรงตำแหนง อืน่ ใดในพรรคการเมือง
สมาชิกสภาผูแทนราษฎรสมาชิกสภาทอ งถ่นิ ผูบรหิ ารทองถิ่นผูดำรงตำแหนงทางการเมืองผูใดกระทำการโดยวธิ ี
ใดๆอันเปนการชวยเหลือใหผูสมัครผูใดไดรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาหรือทำใหผูสมัครผูใดไมไดรับเลือกตอง

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ชดุ ที่ 2 263

ระวางโทษจำคุกตั้งแต 1-10 ปและปรับต้ังแต 20,000 -200,000 บาท และใหศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับ
เลอื กต้งั ของผนู ้ัน

ผูสมัครใดยินยอมใหกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผูดำรงตำแหนงอ่ืนใดในพรรค
การเมืองสมาชิกสภาผูแทนราษฎรสมาชิกสภาทองถ่ินผูบริหารทองถ่ินผูดำรงตำแหนงทางการเมืองชวยเหลือ
เพื่อใหไดรับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาตองระวางโทษจำคุกตั้งแต 1-10 ป และปรับต้ังแต20,000 -200,000
และใหศ าลสงั่ เพิกถอนสทิ ธสิ มัครรบั เลือกต้งั ของผูน้ัน

มาตรา 77 ผูใดกระทำการอยางหน่ึงอยางใดดังตอไปน้ีเพ่ือจูงใจใหผูอื่นสมัครเขารับเลือกเปน
สมาชิกวุฒิสภาหรือถอนการสมัครหรือกระทำการใดๆอันไมชอบดวยกฎหมายใหผูน้ันหมดสิทธิที่จะเลือกหรือ
ไดรับเลือกหรือเพ่ือจูงใจใหผูสมัครหรือผูมีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไมลงคะแนนใหแกผูใดตองระวางโทษจำคุก
ต้ังแต 1-10 ป หรือปรับต้ังแต 20,000 -200,000 บาท หรือท้ังจำท้ังปรับและใหศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
ของผูน้ันมกี ำหนด 20 ป

(1) จัดทำใหเสนอใหสัญญาวาจะใหหรือจัดเตรียมเพ่ือจะใหทรัพยสินหรือผลประโยชนอ่ืนใด
อนั อาจคำนวณเปนเงนิ ไดแ กผใู ด

(2) ทำการแนะนำตวั ดวยการจดั ใหม มี หรสพหรือการรน่ื เรงิ ตา งๆ
(3) เลย้ี งหรอื รบั จะจัดเล้ียงผใู ด
(4) หลอกลวงบังคับขูเข็ญใชอิทธิพลคุกคามใสรายดวยความเท็จหรือจูงใจใหบุคคลอ่ืนเขาใจ
ผิดในคณุ สมบัติความรูความสามารถหรือชือ่ เสียงเกยี รตคิ ุณของผูส มัครใด
ความผิดตาม (1) ใหถือเปนความผิดมูลฐานตามกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปราม
การฟอกเงินและใหคณะกรรมการมีอำนาจสงเร่ืองใหสำนักงานปองกันและปราบปรามการฟอกเงินดำเนินการ
ตามหนา ท่ีและอำนาจได
มาตรา 78 ผูใดกระทำการอันเปนเท็จเพ่ือใหผูอื่นเขาใจผิดวาผูสมัครผูใดกระทำการฝาฝน
หรือไมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีตองระวางโทษจำคุกไมเกิน 2 ปหรือปรับไมเกิน
40,000 บาท และใหศ าลสัง่ เพกิ ถอนสิทธเิ ลือกตงั้ ของผนู น้ั มีกำหนด 5 ป
ถาการกระทำตามวรรคหนึ่งเปนการเพ่ือจะกล่ันแกลงใหผูสมัครนั้นถูกเพิกถอนสิทธิเลือกต้ัง
หรือสิทธิสมัครรับเลือกต้ังหรือเพ่ือไมใหมีการประกาศผลการเลือกตองระวางโทษจำคุกต้ังแต 5-10 ป และ
ปรบั ตง้ั แต 100,000 -200,000 บาท และใหศาลส่งั เพิกถอนสิทธเิ ลอื กตง้ั ของผนู ัน้ มีกำหนด 20 ป
ถาการกระทำตามวรรคหนึ่งเปนการแจงหรือใหถอยคำตอคณะกรรมการหรือพนักงาน
เจาหนาที่ตองระวางโทษจำคุกตั้งแต 7-10 ป และปรับตั้งแต 140,000 -200,000 บาทและใหศาลส่ังเพิกถอน
สทิ ธิเลอื กตัง้ ของผูน้นั มกี ำหนด 20 ป
มาตรา 79 ผูใดเรียกหรือรับทรัพยสินหรือผลประโยชนอื่นใดเพ่ือลงสมัครรับเลือกหรือไมลง
สมัครรับเลือกเพ่ือประโยชนแกผูสมัครผูใดตองระวางโทษจำคุกต้ังแต 1-10 ป หรือปรับตั้งแต
20,000 -200,000 บาท หรอื ทั้งจำทั้งปรบั และใหศาลสัง่ เพิกถอนสิทธิเลอื กตง้ั ของผนู ั้นมกี ำหนด 20 ป

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ชดุ ท่ี 2 264

มาตรา 80 ผูใดจงใจกระทำดวยประการใดๆใหบัตรลงคะแนนชำรุดหรือเสียหายหรือใหเปน
บัตรเสียหรือกระทำดวยประการใดๆแกบ ัตรเสียเพือ่ ใหเปนบัตรที่ใชไดตองระวางโทษจำคุกไมเ กิน 5 ปและปรับ
ไมเกนิ 100,000 บาทและใหศาลส่งั เพิกถอนสทิ ธเิ ลือกตง้ั ของผูนน้ั มีกำหนด 10 ป

ถาผูกระทำความผิดตามวรรคหน่ึงเปนผูดำเนินการเก่ียวกับการเลือกตองระวางโทษจำคุก
ต้งั แต 1-10 ป และปรบั ตงั้ แต 20,000 -200,000 บาท และใหศาลสงั่ เพิกถอนสทิ ธิเลอื กต้งั ของผนู ้ันมกี ำหนด20 ป

มาตรา 81 ผูมีสิทธิเลือกผูใดเรียกรับหรือยอมจะรับเงินทรัพยสินหรือประโยชนอ่ืนใดสำหรับ
ตนเองหรือผูอ่ืนเพื่อเลือกหรืองดเวนไมเลือกผูใดตองระวางโทษจำคุกตั้งแต 1-5 ป หรือปรับต้ังแต
20,000 -100,000 บาท หรือทงั้ จำทง้ั ปรับและใหศาลสัง่ เพิกถอนสทิ ธิเลือกตงั้ ของผนู ั้นมกี ำหนด 10 ป

มาตรา 82 ผูใดกระทำการโดยไมมีอำนาจโดยชอบดวยกฎหมายเปดทำลายทำใหเสียหายทำ
ใหเปลย่ี นสภาพหรือทำใหไ รประโยชนหรือนำไปซึง่ หบี บัตรลงคะแนนหรือบัตรลงคะแนนหรอื เอกสารหลกั ฐานที่
เกี่ยวของกับการเลอื กที่ผูดำเนินการเกีย่ วกบั การเลือกไดจัดทำต้ังแตเวลาท่ีไดเปดและปดหีบบัตรลงคะแนนทต่ี ้ัง
ไวเพื่อการเลือกหรือภายหลังที่ไดปดหีบบัตรลงคะแนนนั้นเพื่อรักษาไวเม่ือการเลือกไดเสร็จส้ินแลวตองระวาง
โทษจำคุกต้ังแต 1 -10 ป และปรับต้ังแต 20,000 -200,000 บาท และใหศาลส่ังเพิกถอนสทิ ธิเลือกตง้ั ของผูนั้น
มีกำหนด 20 ป

มาตรา 83 ผูใดไมไดเปนพนักงานเจาหนาที่ซ่ึงมีหนาท่ีและอำนาจในการเก็บรักษาบัตร
ลงคะแนนสำหรับการเลือกสมาชิกวุฒิสภามีหรือครอบครองไวซ่ึงบัตรลงคะแนนโดยไมชอบไมวา บัตรลงคะแนน
นั้นจะเปนบัตรลงคะแนนที่สำนักงานเปนผูจัดใหมีข้ึนหรือไมตองระวางโทษจำคุกตั้งแต1-5 ป หรือปรับต้ังแต
20,000 -100,000 บาท หรอื ทง้ั จำท้งั ปรับและใหศาลส่งั เพกิ ถอนสทิ ธิเลอื กตงั้ ของผนู น้ั มีกำหนด 10 ป

ในกรณีที่ผกู ระทำความผดิ ตามวรรคหน่ึงเปนเจาหนาท่ีของรฐั ตอ งระวางโทษเพ่ิมขน้ึ อกี กงึ่ หนึ่ง
และใหศาลสงั่ เพิกถอนสทิ ธสิ มัครรบั เลือกตง้ั ของผูน้นั

มาตรา 84 พนักงานเจาหนาที่ผูใดจงใจนับบัตรลงคะแนนหรือนับคะแนนใหผิดไปจากความ
จริงหรือรวมคะแนนใหผิดไปหรือกระทำดวยประการใดโดยมิไดมีอำนาจกระทำโดยชอบดวยกฎหมายใหบัตร
ลงคะแนนชำรุดหรือเสียหายหรือใหเปนบัตรเสียหรือกระทำการดวยประการใดแกบัตรเสียเพื่อใหเปนบัตรที่
ใชไดหรืออานบัตรลงคะแนนใหผิดไปจากความจริงหรือทำรายงานการเลอื กไมต รงความเปนจริงตองระวางโทษ
จำคุกต้ังแต 1-10 ป หรือปรับต้ังแต 20,000 -200,000 บาท หรือทั้งจำท้ังปรับและใหศาลส่ังเพิกถอนสิทธิ
เลอื กตง้ั ของผนู ้ันมีกำหนด 20 ป

มาตรา 85 ผูใ ดเลนหรือจัดใหม ีการเลนการพนันขันตอใดๆเกี่ยวกับผลของการเลือกตอ งระวาง
โทษจำคุกตั้งแต1-5 ป หรือปรับต้ังแต 20,000 -100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและใหศาลส่ังเพิกถอนสิทธิ
เลือกต้ังของผูเลนมีกำหนด 10 ปและเพิกถอนสิทธสิ มคั รรบั เลือกต้ังของผูจดั ใหมีการเลน

ถาการกระทำตามวรรคหน่ึงเปนการกระทำของผูสมัครตองระวางโทษจำคุกตั้งแต 1-10 ป
หรือปรบั ตัง้ แต 20,000 -200,000 บาท หรือทั้งจำท้งั ปรับและใหศ าลสง่ั เพิกถอนสิทธิสมคั รรบั เลือกตงั้ ของผนู ั้น

มาตรา 86 ในกรณีที่ศาลฎีกามีคำส่ังใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกต้ังหรือเพิกถอนสิทธิ
เลอื กตงั้ ผสู มัครหรอื สมาชกิ วุฒิสภาผใู ดและเปน เหตุใหตอ งมีการเลือกใหมไ มวาจะมีคำรองขอหรือไมใ หศาล

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ชุดท่ี 2 265

ฎีกาส่ังใหผูน้ันรับผิดในคาใชจายสำหรับการเลือกครั้งที่เปนเหตุใหศาลฎีกามีคำส่ังเชนวาน้ันจำนวน
คาใชจ า ยดังกลา วใหศ าลฎีกาพิจารณาจากหลกั ฐานการใชจ ายทค่ี ณะกรรมการเสนอตอศาล

เงนิ ท่ไี ดร บั มาตามวรรคหนึง่ ใหนำสง เขา กองทนุ เพือ่ การพัฒนาพรรคการเมืองตามกฎหมาย
ประกอบรฐั ธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง

มาตรา 87 ผูใดเปดเผยหรือเผยแพรผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนผูสมัครหรือ
ผูเลือกเกี่ยวกับการออกเสยี งเลือกในระหวางเวลา7 วันกอนวันเลือกจนถึงเวลาปดการเลือกตองระวางโทษ
จำคุกไมเ กิน 3 เดอื นหรือปรบั ไมเ กนิ 6,000 บาทหรือท้ังจำทั้งปรบั

มาตรา 88 ในกรณีท่ีปรากฏวามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
นีเ้ กดิ ข้นึ ในเขตพ้ืนทข่ี องสถานท่เี ลือกใหถ ือวาผสู มัครนนั้ เปนผูเ สียหายตามประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณาความอาญา

มาตรา 89 ผูใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีนอกราชอาณาจักร
จะตองรับโทษในราชอาณาจักรและการกระทำของผูเปนตัวการดวยกันผูสนับสนุนหรือผูใชใหกระทำความผิด
นั้นแมจะกระทำนอกราชอาณาจักรใหถือวาตัวการผูสนับสนุนหรือผูใชใหกระทำความผิดนั้นไดกระทำใน
ราชอาณาจกั ร

บทเฉพาะกาล

**สว.บททว่ั ไปและบทเฉพาะกาลมคี วามแตกตา งกันมากขอใหผ ูอา น
แยกประเดน็ ใหถ ูกเพราะขอ สอบตอ งนำมาออกสอบอยา งแนน อน**

มาตรา 90 ในวาระเร่ิมแรกใหวุฒิ สภาประกอบดวยสมาชิกจำนวน 250 คนซ่ึง
พระมหากษัตริยทรงแตง ต้งั ตามที่คณะรักษาความสงบแหงชาติถวายคำแนะนำโดยในการสรรหาและแตงต้ัง
ใหด ำเนนิ การตามหลักเกณฑแ ละวธิ กี ารดังตอไปนี้

(1) ใหมีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคณะหนึ่งซึ่งคณะรักษาความสงบแหงชาติ
แตงตั้งจากผูทรงคุณวุฒิซ่ึงมีความรูและประสบการณในดานตางๆและมีความเปนกลางทางการเมือง
จำนวนไมนอยกวา 9 คนแตไมเกิน 12 คนมีหนาท่ีดำเนินการสรรหาบุคคลซ่ึงสมควรเปนสมาชิกวุฒิสภาตาม
หลักเกณฑแ ละวธิ ีการดังตอไปน้ี

(ก) ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการจัดใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามวิธีการที่
บัญญัติไวในมาตรา 91 - 96 จำนวน 200 คนโดยใหดำเนินการใหแลวเสร็จกอนวันที่มีการเลือกต้ัง
สมาชิกสภาผูแทนราษฎรคร้ังแรกตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทน
ราษฎรไมนอยกวา 15 วันแลวใหจัดทำเปนบัญชีรายชื่อเสนอตอคณะรักษาความสงบแหงชาติโดยแยกผู
ไดร ับเลือกตามกลุมและตามวธิ ีการสมคั ร

(ข)ใหคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาคัดเลือกบุคคลผูมีความรูความสามารถที่
เหมาะสมในอันจะเปนประโยชนแกการปฏิบัติหนาที่ของวุฒิสภาและการปฏิรูปประเทศมีจำนวนไมเกิน

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ชุดที่ 2 266

400 คนตามวิธีการท่ีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภากำหนดแลวนำรายช่ือเสนอตอคณะรักษาความสงบ
แหงชาตทิ ้งั น้ีตอ งดำเนินการใหแลว เสรจ็ ไมชา กวาระยะเวลาท่กี ำหนดตาม (ก)

(ค) ใหคณะรักษาความสงบแหงชาติคดั เลือกผูไดรับเลอื กตาม (ก) จากบญั ชีรายชื่อท่ีไดรับ
จากคณะกรรมการตามมาตรา 98 และใหคัดเลือกบุคคลจากบัญชีรายช่ือท่ีไดรับการสรรหาตาม (ข) ใหได
จำนวน 194 คน รวมกบั ผูด ำรงตำแหนงปลัดกระทรวงกลาโหม ( 6 คนน้ีเปน โดยตำแหนง )

ผูบญั ชาการทหารสูงสุด
ผบู ญั ชาการทหารบก
ผูบญั ชาการทหารเรอื
ผูบญั ชาการทหารอากาศ
ผูบัญชาการตำรวจแหงชาติ เปน 250 คน และคัดเลือกรายช่ือสำรองจากบัญชี
รายช่ือที่ไดรับการสรรหาตาม (ข) จำนวน 50 ทั้งน้ีใหแลวเสร็จภายใน 3 วันนับแตวันประกาศผลการ
เลื อ ก ต้ั ง ส ม า ชิ ก ส ภ า ผู แ ท น ร า ษ ฎ ร ค ร้ั ง แ ร ก ต า ม ก ฎ ห ม า ย ป ร ะ ก อ บ รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ ว า ด ว ย ก า ร เลื อ ก ตั้ ง
สมาชิกสภาผแู ทนราษฎร
(2) มิใหนำความในมาตรา 14 (23) ในสวนที่เก่ียวกับการเคยดำรงตำแหนงรัฐมนตรีมาใช
บังคับแกผูดำรงตำแหนงสมาชิกวุฒิสภาซ่ึงไดรับสรรหาตาม (1) (ข) และมิใหนำความในมาตรา14 (19) มาใช
บงั คบั แกผ ซู ง่ึ ไดร ับแตงตงั้ ใหเ ปน สมาชกิ วุฒสิ ภาโดยตำแหนง
(3) ใหคณะรักษาความสงบแหงชาตินำรายช่ือบุคคลซ่ึงไดรับการคัดเลือกตาม (1) (ค)
จำนวน 250 คน ดังกลาวข้ึนกราบบังคมทูลเพ่ือทรงพระกรุณาโปรดเกลาโปรดกระหมอมแตงตั้งตอไปและ
ใหห ัวหนาคณะรกั ษาความสงบแหง ชาติเปนผลู งนามรับสนองพระบรมราชโองการ
(4) อายุของวุฒิสภาตามมาตรานี้มีกำหนดหาปนับแตวันท่ีมีพระบรมราชโองการแตงตั้ง
สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาเร่ิมตั้งแตวันท่ีมีพระบรมราชโองการแตงต้ังถามีตำแหนงวางลงใหเลื่อนรายช่ือ
บุคคลตามลำดับในบัญชีสำรองตาม (1) (ค) ขนึ้ เปน สมาชิกวฒุ ิสภาแทนโดยใหประธานวฒุ ิสภาเปน ผูดำเนินการ
และเปนผูลงนามรับสนองพระบรมราชโองการสำหรับสมาชิกวุฒิสภาโดยตำแหนงเม่ือพนจากตำแหนงท่ีดำรง
อยใู นขณะไดรับแตงตัง้ เปน สมาชิกวฒุ สิ ภากใ็ หพน จากตำแหนงสมาชิกวฒุ ิสภาดวยและใหด ำเนินการเพ่ือแตงต้ัง
ใหผูดำรงตำแหนงน้นั เปน สมาชกิ วฒุ ิสภาโดยตำแหนงแทนใหส มาชิกวุฒสิ ภาทไ่ี ดร บั แตง ต้ังใหด ำรงตำแหนง แทน
ตำแหนง ที่วา งอยใู นตำแหนงเทาอายขุ องวฒุ สิ ภาทเี่ หลืออยู
(5) ในระหวางที่ยังไมมีพระบรมราชโองการแตงตั้งบุคคลในบัญชีสำรองข้ึนเปนสมาชกิ วฒุ ิสภา
แทนตำแหนงที่วางตาม (4) หรือเปนกรณีท่ีไมมีรายชื่อบุคคลเหลืออยูในบัญชีสำรองหรือไมมีผูดำรงตำแหนงท่ี
เปน สมาชิกวฒุ สิ ภาโดยตำแหนง ไมว าดวยเหตใุ ดใหวฒุ ิสภาประกอบดวยสมาชิกวุฒิสภาเทาที่มีอยู
(๖) เมื่ออายุของวุฒิสภาส้ินสุดลงตาม (4) ใหดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตาม
พระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ี

มาตรา 91 ในวาระเร่ิมแรกสำหรับการดำเนินการตามมาตรา 90 (1) (ก) ใหกลุมตาม
มาตรา 11 วรรคหนึง่ มี 10 กลมุ ประกอบดว ย

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ชุดท่ี 2 267

(1) กลุมการบริหารราชการแผนดินและความม่ันคงอันไดแกผูเคยเปนขาราชการเจาหนาที่
ของรัฐหรืออ่นื ๆในทำนองเดียวกนั

(2) กลุมกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอันไดแกผูเปนหรือเคยเปนผูพิพากษาตุลาการ
อัยการตำรวจผปู ระกอบวชิ าชีพดา นกฎหมายหรืออ่นื ๆในทำนองเดียวกัน

(3) กลุมการศึกษาและการสาธารณสุขอันไดแกผูเปนหรือเคยเปนครูอาจารยนักวิจัยผูบริหาร
สถานศกึ ษาบคุ ลากรทางการศกึ ษาแพทยท ุกประเภทเทคนิคการแพทยสาธารณสุขพยาบาลเภสัชกรหรอื อ่นื ๆใน
ทำนองเดียวกัน

(4) กลุมอาชีพกสิกรรมปลูกพืชลมลุกทำนาทำสวนทำไรปาไมปศุสัตวประมงหรืออ่ืนๆ
ในทำนองเดียวกัน

(5) กลุมพนักงานหรือลูกจางของบุคคลซึ่งมิใชสวนราชการหรือหนวยงานของรัฐผูใชแรงงานผู
ประกอบวิชาชีพผูประกอบอาชพี อสิ ระหรืออ่ืนๆในทำนองเดยี วกนั

(6) กลุมผูประกอบอาชีพดานสิ่งแวดลอมผังเมืองอสังหาริมทรัพยและสาธารณูปโภค
ทรัพยากรธรรมชาตพิ ลังงานวิทยาศาสตรเทคโนโลยีการส่อื สารการพฒั นานวัตกรรมหรอื อ่ืนๆในทำนองเดยี วกัน

(7) กลุมผูประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดยอมตามกฎหมายวาดวยการนั้นและผู
ประกอบกิจการอ่ืนๆผูประกอบธุรกิจหรืออาชีพดานการทองเที่ยวอันไดแกผูประกอบธุรกิจทองเท่ียวมัคคุเทศก
ผูประกอบกิจการหรอื พนกั งานโรงแรมผูป ระกอบอุตสาหกรรมหรืออนื่ ๆในทำนองเดยี วกนั

(8) กลุม สตรีผสู งู อายคุ นพกิ ารหรือทพุ พลภาพกลมุ ชาติพันธกุ ลมุ อัตลักษณอนื่ ประชาสังคม
องคก รสาธารณประโยชนหรืออื่นๆในทำนองเดยี วกนั

(9) กลุมศิลปะวัฒนธรรมดนตรีการแสดงและบันเทิงนักกีฬาสื่อสารมวลชนผูสรางสรรค
วรรณกรรมหรอื อื่นๆในทำนองเดยี วกนั

(10) กลุมอนื่ ๆ
การมีลักษณะอ่ืนๆในทำนองเดียวกันตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามท่ีคณะกรรมการประกาศ
กำหนด
ผมู คี ุณสมบตั ิตามมาตรา 13 และไมม ีลกั ษณะตองหา มตามมาตรา 14 ยอมมสี ทิ ธสิ มัครในกลุม
อน่ื ๆตาม (10) ได

มาตรา 92 ในวาระเร่ิมแรกผูสมัครในแตละกลุมตามมาตรา 91 อาจสมัครไดโดยวิธีการ
ดงั ตอไปน้ี

(1) สมัครโดยยน่ื ใบสมัครดวยตนเอง
(2)สมัครโดยย่ืนใบสมัครดวยตนเองพรอมแสดงหนังสือแนะนำช่ือผูสมัครจากองคกรตาม
มาตรา 93 แนบมาพรอ มกับใบสมคั รดวย

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชุดที่ 2 268

ใหผูสมัครแตละคนมีสิทธิสมัครเพื่อเขารับเลือกในกลุมตามมาตรา 91 ไดเพียงกลุมเดียวและ
สมัครโดยวิธีการตามวรรคหนง่ึ ไดเพยี งวธิ กี ารเดียวรวมท้ังมสี ิทธสิ มคั รไดเ พียงอำเภอเดยี วและเมอ่ื ไดย่ืนใบสมคั ร
แลว จะถอนการสมคั รมิได

ผูใดสมัครเขารับเลือกมากกวาหนึ่งกลุมมากกวาหนึ่งวิธีการหรือมากกวาหน่ึงอำเภออันเปน
การไมปฏบิ ตั ิตามวรรคสองตอ งระวางโทษเชนเดยี วกบั ที่บัญญัติไวใ นมาตรา 67

มาตรา 93 องคกรซึ่งเปนนิติบุคคลตามกฎหมายไทยมาแลวไมนอยกวา 3 ปและมิไดมี
วัตถุประสงคในการแสวงหากำไรมาแบงปนกันหรือดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและไดดำเนินการตาม
วัตถุประสงคขององคกรมาอยางตอเนื่องและองคกรที่มีกฎหมายจัดตั้งมีสิทธิแนะนำช่ือผูซ่ึงเปนหรือเคยเปน
สมาชิกขององคกรหรือผูซึ่งปฏิบัติหนาที่หรือเคยปฏิบัติหนาท่ีในองคกรตามระยะเวลาที่คณะกรรมการ
กำหนดซึ่งมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ี
เพ่อื สมคั รรับเลอื กเปน สมาชิกวฒุ สิ ภาองคกรละหน่งึ คนในแตละจงั หวัดโดยตอ งระบอุ ำเภอไวด ว ยและเมือ่ ได
แนะนาชอื่ ผสู มคั รแลว จะถอนหรอื เปลี่ยนชอื่ ผซู ่งึ ไดแนะนำแลวมไิ ด

องคกรตามวรรคหนึ่งตองลงทะเบียนตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีคณะกรรมการกำหนดและ
ใหเลือกกลมุ ตามมาตรา 91 ไดเ พยี งกลมุ เดียว

การแนะนำชื่อบุคคลตามวรรคหน่ึงตองทำโดยมติของคณะกรรมการท่ีมีหนาที่และอำนาจใน
การบริหารงานขององคกรดังกลาวในกรณีท่ีองคกรดังกลาวไมมีคณะกรรมการใหผูที่มีหนาที่และอำนาจในการ
บริหารงานขององคกรเปนผูแนะนำชื่อแทนและใหทำเปนหนังสือโดยอยางนอยตองมีประวัติระบุถึงเพศความรู
ความเช่ียวชาญประสบการณและสาขาอาชีพของผูไดรับการแนะนำช่ือพรอมท้ังหนังสือยินยอมจากผูไดรับการ
แนะนำชอ่ื ทง้ั นี้ตามท่ีคณะกรรมการกำหนด

องคกรตามวรรคหน่ึงซ่ึงแจงการแนะนำชื่อหรือรับรองเอกสารหรือหลักฐานที่ใชประกอบการ
สมัครเปนเท็จใหการแจงการแนะนำช่ือหรือการรับรองเอกสารหรือหลักฐานดังกลาวเปนโมฆะและให
คณะกรรมการประกาศใหประชาชนทราบเปน การท่ัวไป

มาตรา 94 การเลือกระดบั อำเภอใหด ำเนนิ การดังตอ ไปน้ี
(1) ผูสมัครตองมาถึงสถานที่เลือกและแสดงตนภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนดผูใดไมมา
หรือมาไมทนั กำหนดใหห มดสิทธทิ จี่ ะเลอื กและไดรับเลือก
(2) เม่ือผูสมัครมาครบหรือเม่ือพนเวลาตาม (1) แลวใหผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอจัด
ใหผูสมัครแตละกลุมและแตละวิธีการสมัครรวมอยูในกลุมเดียวกันและวิธีการสมัครเดียวกันณสถานที่ท่ี
ผูอำนวยการการเลอื กระดับอำเภอกำหนด
(3) ใหผูสมัครแตละกลุมและแตละวิธีการสมัครที่ไดจัดตาม (2) แลวลงคะแนนเลือกบุคคลใน
กลุมเดียวกันและวิธีการสมัครเดียวกันไดไมเกิน 2คน โดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ไดแตจะลงคะแนนให
บคุ คลใดเกนิ 1 คะแนนมไิ ด
(4) เมื่อการลงคะแนนของกลุมใดและวิธีการสมัครใดแลวเสร็จใหผูอำนวยการการเลือกระดับ
อำเภอดำเนินการใหมีการนับคะแนนของกลุมน้ันและวิธีการสมัครนั้นโดยเปดเผยใหผูไดรับคะแนนสูงสุด

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ชดุ ที่ 2 269

3 ลำดับแรกของแตละกลุมและแตละวิธีการสมัครเปนผูไดรับเลือกระดับอำเภอสำหรับกลุมนั้นและวิธีการ
สมัครนั้น เพื่อไปดำเนินการเลือกในระดับจังหวัดตอไปในกรณีที่ลำดับใดมีผูไดคะแนนเทากันจนเปนเหตุใหมีผู
ไดคะแนนสูงสุดเกิน 3 คนใหผูซ่ึงไดคะแนนเทากันดังกลาวจับสลากกันเองวาผูใดจะไดรับเลือกในกลุมนั้นและ
วธิ ีการสมคั รนั้นและในกรณที ี่มผี ไู ดคะแนนไมถ งึ 3 คนใหเ ฉพาะผูซ่ึงไดคะแนนเปนผไู ดร บั เลอื ก

(5) ในกรณีที่กลุมใดและการสมัครโดยวิธีการใดมีผูสมัครไมเกิน 3 คนหรือมีผูมารายงานตัว
ตาม (1) ไมเกิน 3 คนใหถือวาผูสมัครทุกคนซ่ึงมารายงานตัวน้ันเปนผูไดรับเลือกสำหรับกลุมน้ันและวิธีการ
สมคั รนน้ั โดยไมต องดำเนินการเลือก

(6) กลุมใดและการสมัครโดยวิธีการใดไมมีผูสมัครใหงดการดำเนินการเลือกสำหรับกลุมน้ัน
และการสมัครโดยวธิ ีการนัน้ และไมมผี ลกระทบตอ การเลือกของกลุมและการสมัครโดยวธิ กี ารอื่นๆ

(7) กลุมใดและการสมคั รโดยวธิ ีการใดมีผไู มไ ดร ับคะแนนเลอื กเลยมจี ำนวนไมน อ ยกวารอ ย
ละ 10 ของจำนวนผูสมัครและแสดงตนในกลุมน้ันและการสมัครโดยวิธีการน้ันแตตองไมนอยกวา3 คนให
สันนิษฐานวามีการสมยอมกันในการเลือกและถือวาการเลือกไมเปนไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรมให
ผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอดำเนินการใหผูสมัครในกลุมน้ันและโดยวิธีการสมัครนน้ั เลือกกันเองใหม
โดยใหผไู มไ ดรับคะแนนเลอื กน้นั หมดสิทธทิ ่ีจะเลือกและไดรบั เลือกและตองออกจากสถานทเ่ี ลือก

(8) ใหผูอำนวยการการเลือกระดับอำเภอสงบัญชีรายชื่อผูไดรับเลือกตาม (4) และ(5)ให
ผูอำนวยการการเลือกระดับจังหวัดพรอมดวยเอกสารหรือขอมูลตามมาตรา 28 (5) ภายในวันถัดจากวันเลือก
ระดับอำเภอเพ่อื ดำเนินการตอไป

การดำเนินการตามวรรคหน่ึงใหเปนไปตามหลกั เกณฑแ ละวิธกี ารทีค่ ณะกรรมการกำหนด
มาตรา 95 การเลอื กระดับจงั หวัดใหดำเนนิ การดังตอ ไปน้ี
(1) ผูไดรับเลือกระดับอำเภอตองมาถึงสถานที่เลือกและแสดงตนภายในเวลาที่คณะกรรมการ
กำหนดผใู ดไมมาหรอื มาไมท นั กำหนดใหหมดสิทธิท่ีจะเลือกและไดรับเลือก
(2) เม่ือผูไดรับเลือกระดับอำเภอมาครบหรือเมื่อพนเวลาตาม (1) แลวใหผูอำนวยการการ
เลือกระดับจังหวัดจัดใหผูไดรับเลือกระดับอำเภอในกลุมเดียวกันและวิธีการสมัครเดียวกันน้ันรวมอยูดวยกัน
ณ สถานท่ที ่ีผอู ำนวยการการเลอื กระดบั จงั หวัดกำหนด
(3) ใหผูไดรับเลือกระดับอำเภอตาม (2) ลงคะแนนเลือกบุคคลตาม (2)ในกลุมเดียวกันและ
วิธีการสมัครเดียวกันไดไมเกิน 2 คนโดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ไดแตจะลงคะแนนใหบุคคลใดเกิน
1 คะแนนมไิ ด
(4) เมื่อการลงคะแนนของกลุมใดและวิธีการสมัครใดแลวเสร็จใหผูอำนวยการการเลือกระดับ
จังหวัดดำเนินการนบั คะแนนของกลมุ นัน้ และวิธกี ารสมคั รนั้นโดยเปดเผยใหผ ูไดรบั คะแนนสงู สุด 4 ลำดับแรก
ของแตละกลุมและแตละวิธีการสมัครเปนผูไดร ับเลือกระดับจังหวัดสำหรบั กลุมน้ันและวธิ ีการสมคั รนั้นเพ่ือ
ไปดำเนินการเลือกในระดับประเทศตอไปในกรณีท่ีลำดับใดมีผูไดคะแนนเทากันจนเปนเหตุใหมีผูไดคะแนน
สูงสดุ เกนิ 4 คนใหผ ซู ่งึ ไดค ะแนนเทา กันดังกลาวจับสลากกันเองวาผูใดจะไดร ับเลอื กในกลมุ นน้ั และวิธีการสมคั ร
น้นั และในกรณที ม่ี ีผไู ดคะแนนไมถ งึ 4 คนใหเฉพาะผซู ึ่งไดค ะแนนเปน ผูไ ดรับเลอื ก

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ชุดท่ี 2 270

(5) ในกรณีที่กลุมใดและการสมัครโดยวิธีการใดมีผูไดรับเลือกระดับอำเภอรวมกันแลวไมเกิน
4 คนหรือมีผูมารายงานตัวตาม (1) ไมเกิน 4 คนใหถือวาผูไดรับเลือกระดับอำเภอทุกคนซ่ึงมารายงานตัวน้ัน
เปนผไู ดร ับเลอื กสำหรับกลมุ นัน้ และวิธกี ารสมัครน้ันโดยไมตอ งดำเนนิ การเลือก

(6) กลุมใดและการสมัครโดยวิธีการใดไมมีผูไดรับเลือกระดับอำเภอใหงดการดำเนินการเลือก
สำหรบั กลมุ นัน้ และการสมัครโดยวธิ กี ารนัน้ และไมมผี ลกระทบตอการเลือกของกลมุ และการสมัครโดยวิธกี ารอน่ื ๆ

(7) กลุมใดและการสมคั รโดยวธิ ีการใดมีผไู มไ ดรบั คะแนนเลอื กเลยมจี ำนวนไมน อยกวา รอย
ละ 10 ของจำนวนผูไดรับเลือกระดับอำเภอและแสดงตนในกลุมนั้นและการสมัครโดยวิธีการน้ันแตตองไม
นอ ยกวา 3 คนใหสันนษิ ฐานวามีการสมยอมกนั ในการเลอื กและถือวาการเลอื กไมเปน ไปโดยสจุ ริตหรอื เทยี่ ง
ธรรมใหผูอำนวยการการเลือกระดับจังหวัดดำเนินการใหผูไดรับเลือกระดับอำเภอในกลุมน้ันและโดยวิธีการ
สมัครนั้นเลือกกันเองใหมโดยใหผูไมไดรับคะแนนเลือกนั้นหมดสิทธิที่จะเลือกและไดรับเลือกและตองออกจาก
สถานทีเ่ ลอื ก

(8) ใหผูอำนวยการการเลือกระดับจังหวัดสงบัญชีรายช่ือผูไดรับเลือกตาม (4)และ (5) ให
ผอู ำนวยการการเลือกระดับประเทศพรอมดวยเอกสารหรือขอมูลตามมาตรา 29 (3)ภายในวันถัดจากวันเลือก
ระดับจังหวัดเพอ่ื ดำเนนิ การตอไป

การดำเนนิ การตามวรรคหน่ึงใหเปน ไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีคณะกรรมการกำหนด
มาตรา 96 การเลอื กระดับประเทศใหดำเนินการดังตอ ไปนี้
(1) ผูไดรับเลือกระดับจังหวัดตองมาถึงสถานที่เลือกและแสดงตนภายในเวลาที่คณะกรรมการ
กำหนดผูใดไมม าหรือมาไมทันกำหนดใหห มดสทิ ธิทีจ่ ะเลือกและไดร ับเลอื ก
(2) เมื่อผูไดรับเลือกระดับจังหวัดมาครบหรือเม่ือพนเวลาตาม (1) แลวใหผูอำนวยการการ
เลือกระดับประเทศจัดใหผูไดรับเลือกระดับจังหวัดในกลุมเดียวกันและวิธีการสมัครเดียวกันน้ันรวมอยูดวยกัน
ณ สถานท่ที ผ่ี อู ำนวยการการเลือกระดบั ประเทศกำหนด
(3) ใหผูไดรับเลือกระดับจังหวัดตาม (2) ลงคะแนนเลือกบุคคลตาม (2) ในกลุมเดียวกันและ
วิธีการสมัครเดียวกันไดไมเกิน 2 คนโดยจะลงคะแนนเลือกตนเองก็ไดแตจะลงคะแนนใหบุคคลใดเกิน
1 คะแนนมิได
(4) กลุมใดและการสมคั รโดยวิธกี ารใดมีผไู มไ ดรบั คะแนนเลือกเลยมจี ำนวนไมน อ ยกวารอย
ละ 10 ของจำนวนผูไดรับเลือกระดับจังหวัดและแสดงตนในกลุมนั้นและการสมัครโดยวิธีการน้ันให
สันนิษฐานวามีการสมยอมกันในการเลือกและถือวาการเลือกไมเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมให
ผูอำนวยการการเลือกระดับประเทศดำเนินการใหผูไดรับเลือกระดับจังหวัดในกลุมนั้นและโดยวิธีการสมัครนั้น
เลือกกนั เองใหมโ ดยใหผ ไู มไดรบั คะแนนเลือกนัน้ หมดสิทธิทจ่ี ะเลอื กและไดรบั เลือกและตองออกจากสถานที่เลือก
(5) เมื่อการลงคะแนนของกลุมใดและวิธีการสมัครใดแลวเสร็จใหผูอำนวยการการเลือก
ระดับประเทศดำเนินการนับคะแนนของกลุมน้ันและวิธีการสมัครน้ันโดยเปดเผยแลวแจงผลการนับคะแนนให
คณะกรรมการทราบ

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ชุดที่ 2 271

เมื่อคณะกรรมการไดรับรายงานตาม (5) แลวใหรอไวไมนอยกวา 5 วันเม่ือพน
กำหนดเวลาดังกลาวแลวถาคณะกรรมการเห็นวาการเลือกเปนไปโดยถูกตองสุจริตและเที่ยงธรรมใหจัด
เรียงลำดับรายช่ือตามผลการเลือกตาม (5) โดยใหจัดเรียงลำดับรายชื่อผูไดรับคะแนนสูงสุดในแตละกลุม
และแตละวธิ กี ารสมัครตงั้ แตลำดับที่ 1-10 เพ่อื ดำเนินการตามมาตรา 98 ตอ ไป

ในการจัดเรียงลำดับตามวรรคสองสำหรับผูที่อยูในลำดับท่ีมีคะแนนเทากันใหจัดใหมีการจับ
สลากเพ่อื เรยี งลำดับตอไป

การดำเนนิ การตามวรรคหนง่ึ ใหเ ปน ไปตามหลักเกณฑและวธิ ีการทีค่ ณะกรรมการกำหนด
มาตรา 97 ผูใดขัดขืนไมยอมออกจากสถานที่เลือกตามมาตรา 94 (7)มาตรา 95 (7) หรือ
มาตรา 96 (4) ตอ งระวางโทษตามท่บี ัญญตั ิไวในมาตรา 71
มาตรา 98 เมื่อไดดำเนินการเลือกบุคคลเพ่ือเสนอชื่อตอคณะรักษาความสงบแหงชาติตาม
มาตรา 90 (1) (ก) เสร็จแลวใหคณะกรรมการแจงรายช่ือผูไดรับคะแนนสูงสุดในแตละกลุมและแตละ
วิธีการสมัครตั้งแตลำดับท่ี 1-10 ของแตละกลุมและแตละวิธีการสมัครใหคณะรักษาความสงบแหงชาติ
พิจารณาคดั เลือกใหเปน สมาชกิ วุฒสิ ภาตอ ไป
ใหคณะรักษาความสงบแหงชาติคัดเลือกบุคคลตามวรรคหนึ่งใหไดจำนวน 50 คนเพ่ือนำ
ความกราบบังคมทูลเพ่ือทรงพระกรุณาโปรดเกลาโปรดกระหมอมแตงต้ังเปนสมาชิกวุฒิสภาและคัดเลือก
รายช่อื อีกจำนวน 50 คนเปน บัญชีสำรองและใหป ระกาศรายชอ่ื สมาชกิ วฒุ สิ ภาและบคุ คลในบญั ชสี ำรองใน
ราชกจิ จานุเบกษา
มาตรา 99 ในการคัดเลือกบุคคลจากบัญชีสำรองเพ่ือแทนตำแหนงที่วางตามมาตรา 90 (4) และ
ตามมาตรา 98 ใหน ำความในมาตรา 45 วรรคสองมาใชบ งั คับดว ยโดยอนุโลม

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชดุ ท่ี 2 272

สรปุ
พระราชบญั ญัตกิ ารเลือกต้งั สมาชิกสภาทอ งถน่ิ หรอื ผูบ ริหารทองถ่นิ พ.ศ.2562

มาตรา คำถาม คำตอบ

ประกาศราชกิจจานุเบกษา 16 เมษายน 2562

เขตเลือกตงั้ ทอ งทที่ ีก่ ำหนดเปนเขตเลือกตง้ั ส.ถ./ผ.ถ.

4 หนวยเลอื กตั้ง ท อ ง ที่ ที่ ก ำ ห น ด ใ ห ผู มี สิ ท ธิ เ ลื อ ก ตั้ ง ท ำ ก า ร อ อ ก เสี ย ง
ลงคะแนน ณ ที่เลือกตั้งใดเลือกต้งั หนึ่ง

ทเ่ี ลอื กตง้ั สถานที่ท่ีกำหนดใหทำการออกเสียงลงคะแนน และให

หมายความรวมถงึ บริเวณทก่ี ำหนดขน้ึ โดยรอบท่เี ลอื กตงั้ ดวย

5 หนา ท่จี ดั การเลือกตงั้ 1. กกต.

ตาม พรบ.นี้ 2. กกต. มอบหมายให อปท.

3. กกต. มอบหมายให หนว ยงานอื่นของรัฐซึ่งมใิ ช อปท.

9 ผูรักษาการ ประธานกรรมการการเลือกตง้ั

10 การเลือกตัง้ ใชว ธิ อี อกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลบั

76 การออกเสียงลงคะแนนมกี วี่ ธิ ี 2 วธิ ดี ังตอไปน้ี

1. การลงคะแนนโดยใชบ ตั รเลือกตั้ง

2. การลงคะแนนโดยวธิ ีอื่นทมี่ ใิ ชบ ัตรเลอื กต้งั

11 ระยะการจดั การเลือกตัง้ หลัก

ครบวาระ 45 วนั

เหตอุ ่ืน 60 วนั

ยกเวน

วาระ สถ.เหลอื อยไู มถ ึง 180 วนั ไมต อ งจัดการเลอื กต้ังก็ได

12 ก รณี มี ก ารเลื อ ก ต้ั ง ผ อ.ก ก ต . การประกาศตอ งไดรับความเห็นชอบจาก ผอ.กกต.จว

ท องถิ่น ต องป ระก าศ ให มี ก าร 1. วันเลอื กตั้ง

เลอื กต้ัง ดังน้ี 2. วันรับสมัคร ไมนอยกวา 5 วัน โดยเริ่มรับสมัครไมเกิน

10 วันนบั แตวนั ประกาศใหมีการเลอื กต้งั

3. สถานท่ีรับสมคั ร

4. จำนวน ส.ถ.ในเขตท่ีจะเลือกตง้ั หรือ ผ.ถ.

5. จำนวนเขตเลอื กต้ัง

6. หลักฐานการรับสมัคร

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ชดุ ที่ 2 273

มาตรา คำถาม คำตอบ

13 ผูมีหนาที่จัดทำบัญชีรายช่ือผูมีสิทธิ ผูอำนวยการทะเบียนกลางตามกฎหมายวาดวยการ

เลือกต้ังของแตละหนวยเลือกต้ัง ทะเบยี นราษฎร

จากทะเบยี นรายชื่อผูมสี ิทธิเลอื กต้ัง * ตาม พรบ.การทะเบียนราษฎรฯ อธิบดีกรมการปกครอง

ตาม พรป.กกต. เปน ผูอำนวยการทะเบียนกลาง*

14 ผู รับ ผิ ด ช อ บ ค าใช จ าย ใน ก าร หลัก

เลอื กตัง้ - อปท. กรณใี ชบ ัตรเลอื กต้ังในการเลอื กตั้ง

ยกเวน

75 -คา ใชจ า ยของ กกต./ผอ.กกต.จว กกต.รับผิดชอบ
17 การประกาศผลการเลือกตง้ั -กรณีไมใ ชบัตรเลือกตั้งในการเลอื กตง้ั

เม่ือ กกต.ตรวจสอบเบื้องตนและมีเหตุอันสมควรเชื่อวา

การเลือกต้ังเปนไปโดย สุจริต และเท่ียงธรรม ประกาศผล

ภายใน 30 วันนบั แตวนั เลอื กตั้ง

19 ห ลักเกณ ฑ ใน การกำห น ดเขต 1. การเลอื กตัง้ ส.กทม. ใช เขต เปน เขตเลอื กตง้ั

เลอื กต้ัง ส.ถ./ผ.ถ 2. การเลือกตง้ั ส.จ. ใช อำเภอ เปนเขตเลือกต้งั

3. การเลือกต้ัง ส.อบต ใชหมูบาน เปนเขตเลือกตั้ง

(หมูบ า นละ 1 คน)

4. การเลอื กตง้ั ส.ทต. แบงเปน 2 เขตเลือกต้ัง (12 คน)

การเลือกตง้ั ส.ทม. แบง เปน 3 เขตเลอื กตั้ง (18 คน)

การเลือกต้ัง ส.ทน. แบง เปน 4 เขตเลือกตั้ง (24 คน)

5. การเลอื กต้ัง ผถ. ใชเขต อปท.น้ันเปน เขตเลือกตง้ั

ห น าท่ี แจงจำน วน ราษ ฎ รเป น ผูอำนวยการทะเบียนกลางตามกฎหมายวาดวยการ
รายจังหวัด/อำเภอ/ตำบล/หมูบาน ทะเบียนราษฎร โดยตองแจงภายใน 20 วันนับแตวัน
21 เทศบาล/อบต. ให กกต. ทราบ ประกาศจำนวนราษฎรทง้ั ประเทศ

หนาท่ีแจงการเปลี่ยนแปลงเขต ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยตองแจงภายใน 7 วันนับแต
จังหวัด อำเภอ/ตำบล/หมูบาน/ วนั ทีม่ ีการเปลย่ี นแปลง
เทศบาล ให กกต. ทราบ

ผูกำหนดหนวยเลือกตั้งและที่ หลัก

23 เลอื กตงั้ ผอ.กกต.ทองถ่ิน โดยใหกระทำกอนวันเลือกต้ังไมนอยกวา

25 วัน

ยกเวน

1.การเปลี่ยนแปลงใหป ระกาศกอนวันเลอื กต้งั ไมนอยกวา 10 วนั

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชดุ ที่ 2 274

มาตรา คำถาม คำตอบ

2. สวนกรณีเหตสุ ุดวิสัยตา งๆใหป ระกาศกอ นวนั เลอื กต้งั นอ ยกวา 10 วัน

24 ห ลักเกณ ฑ การก ำห น ดห น วย 1. ใชเขต หมบู าน เปนหนวยเลอื กต้งั

เลอื กตงั้ 2. ถอื เกณฑผ มู สี ิทธิเลอื กต้งั 1,000 คน / 1 หนวย

25 หนา ทขี่ อง ผอ.กกต.ทอ งถ่นิ 1. รับสมัครเลือกตั้ง

2. กำหนดหนว ยเลือกตงั้

3. แตง ตง้ั +อบรม จพง.ผูดำเนินการเลือกตั้ง

4. ตรวจสอบบัญชีรายช่ือ/เพิ่มช่ือ/ถอนช่ือ ผมู ีสิทธเิ ลอื กต้งั

หมายเหตุ : ผอ.กกต.ทองถ่ิน = 5. การลงคะแนน/นับคะแนน/ประกาศผล

หัวหนาพนักงานสวนทองถ่ินของ 6. อน่ื ๆ

อปท.น้นั **ขอ 2/3/4 ตองไดรับความเห็นชอบ จาก กกต.

ทองถ่นิ **

27 หนา ทข่ี อง กกต.ทอ งถิ่น 1. เห็นชอบการกำหนดหนวย/ท่ีเลือกต้ัง และการแตงต้ัง

จพง.ผดู ำเนินการเลือกต้งั

2. เห็นชอบบญั ชีรายช่อื /เพิ่มช่อื /ถอนชื่อ ผมู สี ิทธิเลอื กต้งั

3. กำกับดูแลและอำนวยการเลือกตั้ง/ลงคะแนน/นับคะแนน/

หมายเหตุ : กกต.ทองถิ่น มาจาก ประกาศผล

การแตง ตัง้ ของ กกต. 4. กำหนดสถานที่รวบรวมผลคะแนน และรวบรวมผล

คะแนนทกุ หนว ย เพ่อื รายงานตอ ผอ.กกต.จังหวัด

5. อ่ืนๆ

28 เจา พนักงานผดู ำเนินการเลือกต้งั 1. ผแู ตงตงั้ คอื ผอ.กกต.ทอ งถิน่ โดยความเห็นชอบ กกต.ทอ งถิน่

2. แตงต้งั จากผมู สี ทิ ธิเลอื กตง้ั กอนวนั เลอื กตง้ั ไมนอ ยกวา 20 วัน

3. คณะกรรมการประจำหนวยเลือกต้ัง (กปน.) ไมนอยกวา 5

คน (ทำหนาทเ่ี ก่ียวกับการออกเสียงลงคะแนนและนับคะแนน)

4. รปภ. อยานอย 2 คน (ทำหนาท่ีรักษาความปลอดภัยและ

สนับสนนุ การปฏิบัติงาน กปน.)

35 เจาพนักงานตามประมวลกฎหมาย 1. ผตู รวจการเลือกตง้ั

อาญาตาม พรบ.นี้ ไดแ ก 2. ผอ.กกต.จงั หวดั

3. ผอ.กกต.ทองถ่ิน

4. กกต.ทองถ่ิน

5. ประธานกรรมการประจำหนวยเลือกตงั้

6. กรรมการประจำหนว ยเลอื กต้งั

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชุดที่ 2 275

มาตรา คำถาม คำตอบ

7. รปภ.

6. ผูซึ่งไดร บั การแตง ตั้งตาม พรบ.นี้

36 ผรู บั ผิดชอบคาตอบแทน ของ องคกรปกครองสวนทองถ่ิน โดย กกต.เปนผูกำหนด

ผอ.กกต.ทอ งถ่นิ /กกต.ทอ งถนิ่ คาตอบแทน

นายอำเภอ/กปน./รปภ.

และผไู ดร ับการแตงตง้ั ตาม พรบ.นี้

ผูรับผิดชอบการจัดพิมพ/ควบคุม คณะกรรมการการเลอื กตัง้
37 การพิ มพ /กำห น ดการสงบั ตร

เลือกตงั้

ผู รับ ผิ ด ช อ บ ค าใช จ าย ใน ก าร องคก รปกครองสวนทอ งถิ่น

จัดพิมพแ ละจดั สงบัตรเลือกตง้ั

38 ผมู ีสิทธิเลือกต้ัง 1. สญั ชาตไิ ทย ถา แปลงไดมาไมน อ ยกวา 5 ป

2. อายุไมต่ำกวา 18 ป ในวันเลอื กตงั้

3. มีชื่อในทะเบียนบานในเขตเลือกต้ังไมนอยกวา 1 ป

นบั ถงึ วันเลือกตง้ั

** กรณีมีช่ือในทะเบียนบานนอยกวา 1 ป ใหมีสิทธิ

เลือกตงั้ ในเขตเลอื กตง้ั ทตี่ นมีชื่อครง้ั สดุ ทา ย**

39 บุคคลตองหามใชสทิ ธเิ ลือกตัง้ 1. ภกิ ษุ สามเณร นักพรตนักบวช

2. อยูระหวา งถูกเพกิ ถอนสทิ ธิเลอื กต้งั ไมวา จะถึงท่ีสดุ หรอื ไม

3. ตองคุมขังโดยหมายของศาลหรือคำส่ังท่ชี อบดว ยกฎหมาย

4. วิกลจริต หรอื จติ ฟนเฟอ นไมสมประกอบ

5. อ่ืนๆตามกฎหมายจดั ต้งั

40 การแจงเห ตุไม อาจไป ใชสิท ธิ หลกั การ

เลอื กต้งั ทำเปนหนังสือหรือมอบใหคนอ่ืนไปแจงแทน ตอบุคคลท่ี

กกต.แตง ต้ังโดยไปรษณีย หรอื ทางอิเล็กทรอนกิ ส

วธิ ีการ

แจงภายใน 7 วันกอ นวนั เลอื กต้งั หรอื ภายใน 7 วนั หลังวนั เลือกต้ัง

42 หากไมไปใชสิทธิเลือกตั้งจะถูก 1. สมคั ร ส.ส./ส.ว./ส.ถ./ผ.ถ.

จำกัดสทิ ธิดงั น้ี 2. สมัคร กำนนั /ผใู หญบ าน

3. การเขาช่ือถอดถอน ส.ถ./ผ.ถ.

4. การดำรงตำแหนง ขรก.การเมือง/ขรก.รัฐสภาฝาย

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ชดุ ท่ี 2 276

มาตรา คำถาม คำตอบ

การเมอื ง

5. การดำรงตำแหนงรองผูบริหารทองถ่ิน/เลขานุการ

ผูชวยเลขานุการ/ประธานที่ปรึกษา/ท่ีปรึกษา/คณะที่

ปรึกษาของผูบ ริหารทัง้ หมด

6. การดำรงตำแหนง เลขานุการประธานสภาทองถ่ิน

ผูชวยเลขานุการประธานสภาทองถ่ินและเลขานุการรอง

ประธานสภาทองถน่ิ

43 การประกาศบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิ กอนวนั เลอื กต้ังไมน อยกวา 25 วนั

เลือกต้งั

การแจงรายช่ือผูมีสิทธิเลือกตั้งให กอ นวนั เลอื กต้ังไมนอยกวา 15 วนั

เจา บานทราบ

44 การเพิ่มชื่อ/ถอนช่ือ ในบญั ชีรายชื่อ กอนวนั เลือกตง้ั ไมนอ ยกวา 10 วนั ยืน่ ตอ ผอ.กกต.ทองถ่ิน

ผูม สี ิทธเิ ลอื กตง้ั

48 ขอสันนิษฐานการยายบุคคลเพื่อ 1. ยายคนตั้งแต 5 คน ไมมีช่ือสกุลเดียวกับเจาบาน เพ่ือให

การเลือกตงั้ โดยมิชอบ มีสทิ ธิ เลือกต้งั ภายใน 2 ป

2. ยายคนเขามาในทะเบยี นบา นโดยไมอ ยูจรงิ

3. ยา ยคนเขา มาในทะเบียนบานโดยเจาบานไมย ินยอม

49 ผมู ีสิทธิสมคั รรบั เลอื กต้งั 1. สัญชาติไทยโดยการเกดิ

2. สมคั ร ส.ถ. อายไุ มต ำ่ กวา 25 ปนบั ถึงวันเลือกตงั้

สมัคร ผ.ถ. อายุไมต ่ำกวา 35 ป นบั ถึงวันเลือกตัง้

3. มชี อ่ื ในทะเบียนบานในเขต อปท.ท่จี ะสมัครไมน อ ยกวา 1 ป

51,57 การสมัครรับเลือกต้งั 1. สมัครแลวถอนไมได

2. สมัครตอ ผอ.กกต.ทองถิน่

3. ตองยนื่ หลักฐานเสียภาษีเงนิ ไดบคุ คลธรรมดายอ นหลัง 3 ป

4. ผอ.กกต.ทองถ่ิน เปนผตู รวจสอบคณุ สมบตั ิ

5. มากอนไดเลขประจำตัวกอน มาพรอมกันตกลงกันไมได

ตองจบั สลาก

52 การประกาศชื่อผสู มัครรับเลอื กต้งั ผอ.กกต.ทอ งถนิ่ ประกาศภายใน 7 วนั นับแตวนั ปดรบั สมคั ร

55 ไม มี ชื่อใน ป ระกาศ ผูสมั ค รรับ ผูสมัครที่ไมมีชื่อ ย่ืนคำรองตอ กกต. ภายใน 3 วันนับแต

เลอื กต้งั วนั ท่ปี ระกาศรายชอื่ ผูสมคั รรับเลือกต้ัง

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ชดุ ที่ 2 277

มาตรา คำถาม คำตอบ

58,59 ตวั แทนผูส มคั ร 1. ผูสมัครท่ีจะสงตัวแทนไปอยู ณ ที่เลือกต้ัง ใหย่ืนหนังสือ

แตงตั้งตอ ผอ.กกต.ทองถิ่น กอนวันเลือกต้ังไมนอ ยกวา 7 วัน

2. ไดแหง ละ 1 คน

60 ผูกำหนดจำนวนเงินคาใชจายใน ผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำจังหวัด (ผอ.กกต.จว.)

การเลอื กตงั้

61 ก ารค ำน วณ ค าใช จ าย ใน ก าร 1. กรณคี รบวาระ ตัง้ แต 180 วันกอนครบวาระถึงวนั เลอื กต้งั

เลือกตงั้ 2. กรณตี ำแหนงวาง ตง้ั แตว ันทต่ี ำแหนงวา งลงถงึ วันเลอื กตงั้

62 ผูสมัครรับเลือกตั้งตองย่ืนบัญชี ยน่ื ตอ ผอ.กกต.จว. ภายใน 90 วนั นับจากวนั เลือกตงั้

รายรบั รายจา ย

64 เวลาในการหาเสยี งผสู มัคร 1. ครบวาระ – ตงั้ แต 180 กอ นครบวาระ ถึง 18.00 น. ของวนั กอ นวันเลอื กต้ัง
2. ยบุ สภา – ต้ังแต 180 กอ นยุบสภา ถึง 18.00 น. ของวันกอนวนั เลอื กตัง้

3. ตำแหนง วาง – ตง้ั แตตำแหนง วาง ถงึ 18.00 น. ของวันกอ นวนั เลือกตั้ง

4. ส่ังใหมีการเลอื กตัง้ ใหม – ตั้งแตม คี ำส่ัง ถงึ 18.00 น. ของวนั กอ นวันเลือกตง้ั

5. สง่ั ใหมกี ารออกเสยี งลงคะแนนใหม – หาเสยี งไมไ ด เวนแต กกต.มีมติ

65 ขอหามในการจูงใจลงคะแนน/งด 1. ให เสนอให สญั ญาจะให เตรียมให ทรพั ยส ินหรือประโยชนอ ื่นใด
2. ให เสนอให สัญญาจะให เตรียมให ทรัพยสินหรอื ประโยชนอืน่ ใด
เวน/ไมเ ลือก
แก ชมุ ชน สมาคม มลุ นิธิ วดั สถานศกึ ษา สงเคราะห

3. หาเสียดว ยมหรสพรน่ื เริง

4. เลยี้ งหรอื รับจะจัดเลย้ี ง

5. หลอกลวง บังคับ ขมขู อิทธิพล ใสราย จูงใจใหเขาใจผิด

ตอ ผสู มคั รใด

6. หาม อนุมัติโครงการหรือกิจกรรมที่มีลักษณะตามขอ 1-5

ภายใน 90 วัน กอ นครบวาระหรือการลาออก ของผูบ รหิ ารทอ งถน่ิ

ยกเวน เปน กิจกรรมตอ เนอื่ ง หรอื บรรเทาทกุ ขภัยจากธรรมชาติ

66 ผชู ว ยหาเสียง ย่นื ตอ สนง.กกต.จังหวัด

70 หา มทำการโฆษณาหาเสียง ตั้งแตเวลา 18.00 น. ของวันกอนวันเลือกตั้งจนส้ินสุดวัน

เลอื กต้ัง

78 ระยะเวลาออกเสียงลงคะแนน 08.00-17.00 น. เวนแต กกต.กำหนดเวลาเปนอยางอ่ืน

แตตอ งไมนอ ยกวา 7 ชม.

80 หลักฐานในการแสดงตนขอใชสิทธิ 1. บตั รประชาชน (หมดอายุก็ใชไ ด)

เลือกต้ัง 2. บัตรอื่นท่ีทางราชการออกให แตตองมีรูปถาย+เลข

ประชาชน

81 หากไมตองการเลือกผสู มคั รใดเลย ใหก ากบาทในชอ ง ไมเลอื กผสู มคั รใด

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชุดที่ 2 278

มาตรา คำถาม คำตอบ

84-92 ตัวอยางขอหามในการออกเสียง 1. รอู ยูแลววา ไมมีสิทธเิ ลอื กต้ังแตพยายามจะออกเสยี งลงคะแนน

ลงคะแนน 2. ใชบ ตั รอ่ืนท่ไี มใ ชบตั รเลอื กตง้ั ที่ไดรบั จาก กปน.

3. นำบตั รออกจากท่ีเลอื กต้งั

4. ทำเครือ่ งหมายอ่นื ในบตั รเลือกตง้ั นอกจากกากบาท

5. นำบตั รทล่ี งคะแนนแลว ไปแสดงตอ ผูอื่น

6. หามจา ยแจกเงิน ทรพั ยสนิ เพอื่ จงู ใจใหล งคะแนน

7. เรยี กรบั หรือยอมจะรับเงิน หรอื ทรัพยส นิ

94 เหตุจำเปนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได เปน กกต. จะกำหนดวันเลือกตั้งใหม แตตองไมเกิน 30 วันนับ

เหตใุ หไมส ามารถจดั การเลอื กตั้ง แตเหตดุ งั กลา วส้ินสุด

97 การนบั คะแนน ให กปน. นบั คะแนนท่หี นว ยเลือกตง้ั

100 บตั รเลือกต้ังทถ่ี อื วา เปนบตั รเสีย บัตรปลอม/บัตรท่ีทำเคร่ืองหมายเพื่อเปนท่ีสังเกต/บัตรท่ี

ไมไดทำเครื่องหมายลงคะแนน/บัตรท่ีทำเครื่องหมาย

ลงคะแนนเกินผูสมัคร/บัตรที่ไมทราบวาลงคะแนนใหใคร/

บัตรท่ีทำเครื่องหมายลงคะแนนผูสมัครและชองไมเลือก

ผสู มคั รผใู ด/บตั รอน่ื ๆ

กปน.ตองสลักหลังบัตรวา เสีย พรอมลงลายมือช่ือไมนอย

กวา 3 คน

105 กรณีนับคะแนนแลวผูมาใชสิทธิ 1. กปน.ตรวจสอบความถูกตอง

เลือกตั้งไมต รงกับจำนวนบัตรทใี่ ช 2. หากไมตรงกันอีกใหรายงานพรอมเหตุผลตอ กกต.เพ่ือ

พจิ ารณา

2.1. สั่งนับคะแนนใหม

2.2 สงั่ ใหออกเสียงลงคะแนนใหมในหนว ยนั้น

3. แจง ผอ.กกต.ทองถ่นิ

4. สง หบี บตั ร วัสดอุ ุปกรณต อ กกต.ทอ งถ่ิน

102 การประกาศผลคะแนน กปน.ตองประกาศ ดังน้ี

บตั รเลือกตั้งท้ังหมด/บัตรเลือกต้งั ทใ่ี ช/บตั รทเี่ หลอื

และรายงานตอ กกต.ทองถ่ิน จากนั้น กกต.ทองถ่ินจะ

รายงานตอ ผอ.กกต.จังหวัด หลังจากน้ัน ผอ.กกต.จังหวัด

จะรายงานตอ กกต. เพ่อื ประกาศผลการเลือกตงั้ ตอ ไป

17 การประกาศผลการเลอื กตงั้ หากเช่ือไดวาผลการเลือกตั้งสุจริตหรือเที่ยงธรรม กกต.

ตองประกาศผลภายใน 30 วันนบั แตวนั เลือกต้งั

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชุดที่ 2 279

มาตรา คำถาม คำตอบ

107 กอนประกาศผลการเลือกตั้ง กกต. 1.ส่งั เลือกตั้งใหม (ใบเหลือง)

มีอำนาจดังน้ี โดยถือวาคำส่ัง กกต. 2.ส่ังระงับสิทธิสมัครรับเลือกต้ังเปนการชั่วคราว ไมเกิน 1

เปนทีส่ ุด ป (ใบสม) เมื่อ กกต.มีคำสั่ง ขอ 1 หรอื ขอ 2 แลวใหยน่ื ตอ

ศาลอุทธรณเพื่อพิจารณาเพิกถอนสิทธิสมัครเลือกต้ังหรือ

สทิ ธเิ ลอื กตั้งตอไป

108 หลังประกาศผลการเลือกตั้ง กกต. 1.เพิกถอนสทิ ธิสมัครรับเลอื กต้ัง

ตองยื่นคำรองตอศาลอุทธรณเพื่อ (ใบดำ) คำวินิจฉยั ศาลอุทธรณเปนท่ีสุด

พจิ ารณา 2.เพิกถอนสิทธิเลือกต้ัง 10 ป

(ใบแดง)

110 เงือ่ นไขการไดรับเลอื กตง้ั กรณผี ูบริหารทอ งถิน่ มากกวา 1 คน

-ไดคะแนนมากที่สดุ และมากกวา คะแนนเสยี งที่ไมเลอื กผูใด

กรณี สมาชิกสภาทอ งถนิ่ 1 คน

-ไดค ะแนนมากท่ีสุดและมากกวาคะแนนเสียงท่ีไมเ ลอื กผใู ด

กรณี สมาชกิ สภาทอ งถิ่นมากกวา 1 คน

-ไดคะแนนมากที่สุดเรียงตามลำดับและมากกวาคะแนน

เสียงทีไ่ มเลอื กผใู ด

กรณคี ะแนนเทา กนั

-ใหจ ับสลากตอหนา ผอ.กกต.ทอ งถนิ่

กรณไี มมีใครไดรับเลือกตง้ั

-ให ผอ.กกต.จว. ประกาศใหมีการเลือกต้ังใหม และผูสมัคร

คนเดิมหมดสทิ ธสิ มัคร

111 เง่ือนไขการไดรับเลือกตั้งกรณีไมมี กรณีผูสมัครผูบริหารทองถ่ิน หรือผูสมัครสมาชิกสภาทองถิ่น

คูแขง เทากับหรือนอยกวา จำนวนสมาชิกสภาทอ งถน่ิ ท่จี ะพึงมี

-ไดคะแนนไมน อ ยกวารอ ยละ 10 ของจำนวนผูมสี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ใน

เขตเลือกตั้งนนั้ และมากกวา คะแนนเสยี งไมเ ลอื กผูใด

กรณีไมมีใครไดรบั เลือกตง้ั

-ให ผอ.กกต.จว. ประกาศใหมีการเลือกต้ังใหม และผูสมัครคน

เดมิ หมดสิทธสิ มคั ร

112 การดำเนินการเลือกต้ังใหม ตาม กรณี ผูบ รหิ ารทองถ่นิ

มาตรา -ใหจ ัดการเลอื กต้ังจนกวา จะไดผูไดร บั เลือกตัง้

110-111 กรณี สมาชิกสภาทองถนิ่

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ชุดท่ี 2 280

มาตรา คำถาม คำตอบ

-ใหจัดการเลือกต้ังอีก 1 คร้ัง หากยังไมมีผูไดรับเลือกต้ังให

งดการจัดการเลือกต้ัง และใหถอื วาสภาทองถิ่นน้นั มีสมาชิก

เทาท่มี ีอยูจ นกวาทอ งถน่ิ น้นั จะครบวาระ

113 ผูที่มีสิทธิย่ืนคัดคานการเลือกต้ัง 1. ผูมีสทิ ธเิ ลือกต้ัง

ดวยเหตุการเลือกต้ังไมสุจริตหรือ 2. ผสู มัคร

เท่ี ย งธ ร ร ม ห รื อ ไม ช อ บ ด ว ย วธิ กี ารย่ืน
กฎหมาย ตอ กกต.
ย่ืนการคัดคานไดต้ังแตวันท่ีประกาศใหมีการเลือกตั้งจนถึง

30 วนั นบั แตว ันประกาศผลการเลือกตงั้

ยกเวน

1. การคัดคานกรณีคาใชจายในการเลือกตั้งและการย่ืน

บัญชีรายรับรายจาย ใหยื่นไดต้ังแตวันเลือกต้ังจนถึง 180

วนั นบั แตว นั ประกาศผลการเลอื กต้งั

2. การคัดคานเกี่ยวกับการนับคะแนน ใหคัดคานระหวาง

เวลาที่ยังนับคะแนนไมแลวเสร็จ หรือในกรณีรวมคะแนน

ใหคัดคานกอ นประกาศผลการนับคะแนนท่ีหนวยเลอื กตั้ง

120 ผู ส มั ค ร ล ง ส มั ค ร โด ย รู อ ยู แ ล ว ต น ข า ด คุ ณ ส ม บั ติ ห รื อ มี
บทกำหนดโทษ ลักษณะตองหามในการสมัคร โทษจำคุกตั้งแต 1 - 10 ป

ปรับ 20,000-200,000 บาท และใหศาลส่ังเพิกถอนสิทธิ

เลือกตงั้ 20 ป

123 หามขาย จำหนาย จายแจก จัดเลี้ยงสุรา ในเขตเลือกต้ัง

ระหวาง 18.00 น. วันวันกอนวันเลือกต้ัง 1 วัน ถึง 18.00

น. ของวนั เลอื กต้งั

โทษจำคุกไมเกิน 6 เดือน ปรับไมเกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำท้ัง

ปรบั

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ชุดที่ 2 281

พระราชบญั ญัติ
การเลือกตง้ั สมาชกิ สภาทอ งถิน่ หรือผบู ริหารทอ งถิ่น พ.ศ. 2562

สมเดจ็ พระเจา อยูหวั มหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร
ใหไว ณ วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2562

เปน ปท่ี 4 ในรชั กาลปจ จบุ ัน
ส ม เด็ จ พ ร ะ เจ า อ ยู หั ว ม ห า ว ชิ ร า ล ง ก ร ณ บ ดิ น ท ร เท พ ย ว ร า ง กู ร มี พ ร ะ ร า ช โอ งก า ร โป ร ด เก ล า ฯ
ใหป ระกาศวา
โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถ่ิน
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพซ่ึงมาตรา 26 ประกอบกับ
มาตรา 27 มาตรา 33 มาตรา 34 และมาตรา 37 ของรัฐธรรมนูญ แหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทำได
โดยอาศยั อำนาจตามบทบัญญตั ิแหง กฎหมาย
เหตุผลและความจำเปนในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อใหการ
ไดมาซ่ึงสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถ่ินเปนไปตามหลักธรรมาภิบาล และเปนการปองกัน และ
ปราบปรามการทุจริต ซ่ึงการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคลองกับเง่ือนไขที่บัญญัติไวใน 26 ของรัฐธรรมนูญแหง
ราชอาณาจักรไทยแลว
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติ
บัญญตั แิ หง ชาติทำหนา ท่ีรัฐสภา ดังตอไปนี้
มาตรา 1 พระราชบัญญัติน้ีเรียกวา“พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถ่ิน หรือผูบริหาร

ทอ งถ่นิ พ. ศ.2562”

มาตรา 2 พระราชบัญญัตนิ ีใ้ หใ ชบ ังคับตง้ั แตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน ตนไป

มาตรา 3 ใหยกเลกิ
(1) พระราชบัญญัติการเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาทองถิ่นหรือผูบ รหิ ารทองถ่ิน พ.ศ.2545
(2) พระราชบญั ญัตกิ ารเลอื กตั้งสมาชกิ สภาทองถน่ิ หรอื ผูบรหิ ารทอ งถ่นิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ.2546
(3) พระราชบัญญตั ิการเลือกต้งั สมาชิกสภาทองถน่ิ หรือผบู รหิ ารทองถิ่น (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ.2554
มาตรา 4 ในพระราชบญั ญัตนิ ี้
“องคกรปกครองสวนทองถ่ิน” หมายความวา องคการบริหารสวนจังหวัดเทศบาล องคการ บริหาร
สวนตำบล กรงุ เทพมหานคร เมืองพทั ยา และองคก รปกครองสว นทองถนิ่ อื่นทีม่ กี ฎหมายจดั ต้ัง
“สภาทองถ่ิน” หมายความวา สภาองคการบริหารสวนจังหวัด สภาเทศบาลสภาองคการบริหาร
สว นตำบล สภากรงุ เทพมหานคร สภาเมืองพทั ยา และสภาองคกรปกครองสวนทอ งถนิ่ อืน่ ทีม่ กี ฎหมายจดั ต้ัง
“ผบู ริหารทองถิ่น” หมายความวา 1. นายกองคการบรหิ ารสว นจังหวัด

2. นายกเทศมนตรี (ทต/ทม/ทน)

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ชุดที่ 2 282

3. นายกองคการบริหารสว นตำบล
4. ผวู า ราชการกรุงเทพมหานคร
5. นายกเมืองพทั ยา
และผูบ รหิ ารทอ งถิ่น หรือคณะผูบรหิ ารองคก รปกครองสวนทอ งถิน่ อน่ื ทีม่ ีกฎหมายจัดตัง้
“หวั หนา พนักงานสวนทอ งถิ่น” หมายความวา
1. ปลัดองคการบริหารสว นจงั หวัด
2. ปลดั เทศบาล (ทต/ทม/ทน)
3. ปลดั องคการบรหิ ารสว นตำบล
4. ปลัดกรงุ เทพมหานคร
5. ปลัดเมืองพทั ยา
และหัวหนา พนักงานหรอื หวั หนา ขา ราชการขององคก รปกครองสวนทอ งถนิ่ อน่ื ท่ีมีกฎหมายจดั ต้งั
“คณะกรรมการการเลือกต้ัง” หมายความวา คณะกรรมการการเลือกตั้งตามกฎหมาย
ประกอบรัฐธรรมนญู วาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง
“ผูตรวจการเลือกต้ัง” หมายความวา ผูตรวจการเลือกต้ังตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
วา ดว ยคณะกรรมการการเลอื กตัง้
“ผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด” หมายความวา ผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ตามกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตง้ั
“นายอำเภอ” หมายความรวมถึง ผูอำนวยการเขตและปลัดอำเภอผูเปน หัวหนาประจำอำเภอดว ย
“เจาหนาที่รักษาความปลอดภัย” หมายความวา บุคคลที่ไดรับแตงต้ังใหปฏิบัติหนาที่รักษาความ
ปลอดภัยประจำที่เลอื กตัง้ ตามพระราชบัญญัตนิ ี้
“ผมู ีสทิ ธเิ ลอื กตง้ั ” หมายความวา ผูมีสทิ ธิเลอื กตั้งสมาชกิ สภาทอ งถน่ิ หรอื ผูบรหิ ารทองถิน่
“ผสู มคั ร” หมายความวา ผสู มัครรบั เลือกต้งั เปน สมาชิกสภาทองถนิ่ หรอื ผบู ริหารทอ งถ่ิน
“ผูไดร ับเลือกตง้ั ” หมายความวา ผไู ดร บั เลอื กตั้งเปน สมาชิกสภาทองถิน่ หรอื ผบู รหิ ารทอ งถ่นิ
“การเลอื กต้ัง” หมายความวา การเลอื กตงั้ สมาชิกสภาทองถิน่ หรอื ผบู ริหารทองถนิ่
“วันเลอื กต้ัง” หมายความวา วันทกี่ ำหนดใหเปนวนั เลอื กตงั้ สมาชิกสภาทองถ่ินหรือผูบ ริหารทอ งถน่ิ
“เขตเลอื กตั้ง” หมายความวา ทองทท่ี ี่กำหนดเปนเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาทอ งถน่ิ หรอื ผูบริหารทอ งถ่ิน
“หนวยเลือกต้ัง” หมายความวา ทองที่ท่กี ำหนดใหผมู ีสิทธเิ ลอื กต้ังทำการออกเสยี งลงคะแนน ณ
ท่ีเลือกต้งั ใดท่เี ลือกตง้ั หนง่ึ
“ที่เลือกตั้ง” หมายความวา สถานที่ที่กำหนดใหทำการออกเสียงลงคะแนน และใหหมายความ
รวมถึงบริเวณทก่ี ำหนดขึน้ โดยรอบท่ีเลือกตง้ั ดวย

ระวังขอสอบจะออกจดุ นโี้ ดยออกสลับความหมาย

“จงั หวัด” หมายความรวมถงึ กรงุ เทพมหานครดวย
“อำเภอ” หมายความรวมถึง เขต และกิ่งอำเภอดวย

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ชดุ ที่ 2 283

“ตำบล” หมายความรวมถึง แขวงดวย
“ศาลากลางจังหวดั ” หมายความรวมถงึ ศาลาวา การกรุงเทพมหานครดวย
“ทว่ี าการอำเภอ” หมายความรวมถึงสำนักงานเขต และทวี่ าการก่งิ อำเภอดวย
มาตรา 5 ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นเปน
ผรู ับผดิ ชอบการจดั การเลอื กตง้ั การจดั การเลือกตั้งใหด ำเนินการตามพระราชบญั ญัตินี้
ในกรณีท่ีคณะกรรมการการเลือกต้ังจัดการเลือกต้ังเอง หรือมอบหมายใหหนวยงานอื่นของรัฐซึ่งมิใช
องคกรปกครองสวนทองถิ่นจัดการเลือกตั้งแทน การจัดการเลือกตั้งใหดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ เวน
แตในสวนท่ีเก่ียวกับหนาท่ีและอำนาจขององคกรปกครองสวนทองถ่ิน ขาราชการหรือพนักงานสวนทองถ่ิน และ
ลูกจางขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ใหเปนหนาที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกต้ังหรือหนวยงานอ่ืน
ของรัฐหรือเจาหนาที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง หรือของหนวยงานอ่ืนของรัฐนั้นหรือบุคคลอื่นใด
แลวแตก รณี ท้งั น้ี ตามทีค่ ณะกรรมการการเลอื กตงั้ กำหนด
ในการดำเนินการตามวรรคสอง ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นใหความชวยเหลือและอำนวยความ
สะดวกในการจัดการเลือกต้ังตามท่ีคณะกรรมการการเลือกต้ังหรือหนวยงานอ่ืนของรัฐทีจ่ ดั การเลอื กต้ังรอ งขอ
มาตรา 6 ในกรณีที่พระราชบัญญัติน้ีมิไดบัญญัติไวเปนประการอื่นการใดที่กำหนดใหแจง
ย่ืนหรือสงหนังสือหรือเอกสารใหบุคคลใดเปนการเฉพาะ ถาไดแจง ยื่น หรือสงหนังสือหรือเอกสาร ใหบุคคล
นนั้ ณ ภูมลิ ำเนาหรือทอี่ ยูท่ีปรากฏตามหลักฐานทางทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการทะเบียนราษฎร ใหถือวา
ได แจง ยื่น หรือสงโดยชอบดวยพระราชบัญญัตินี้แลว และในกรณีท่ีพระราชบัญญัตินี้บัญญัติใหประกาศหรือ
เผยแพรใหประชาชนทราบเปนการทั่วไป ใหถือวาการประกาศหรือเผยแพรในระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอ่ืนใดที่ประชาชนทั่วไป สามารถเขาถึงไดโดยสะดวก เปนการดำเนินการโดย
ชอบดว ยพระราชบญั ญตั นิ ีแ้ ลว
ในกรณีท่ีพระราชบัญญัตินี้บัญญัติใหคณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจกำหนดหรือมีคำสั่งเรื่องใด
ถามิไดบัญญัติวิธีการไวเปนการเฉพาะ ใหคณะกรรมการการเลือกต้ังกำหนดโดยทำเปนระเบียบ หรือคำส่ัง
แลวแตกรณี และถาระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งน้ันใชบังคับแกบุคคลท่ัวไปในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใช
บังคับได และใหเผยแพรใหประชาชนทราบเปนการท่ัวไปตามวรรคหนึ่งดวย ท้ังน้ี ถาระเบียบ ประกาศ หรือ
คำสั่งใดมีการกำหนดข้นั ตอนการดำเนนิ งานไว คณะกรรมการการเลือกตั้งตอ งกำหนดระยะเวลาการดำเนนิ งาน
ในแตละขนั้ ตอนใหชดั เจนดว ย
มาตรา 7 กรรมการการเลือกตั้ง เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผูตรวจการเลือกตั้ง
ผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหรือเจาพนักงานผูดำเนินการเลือกต้ัง รวมทั้งพนักงานเจาหนาท่ีซ่ึง
ปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกต้ัง
หรือปฏิบัติตามคำสั่งศาลอันเก่ียวกับการเลือกต้ังตามพระราชบัญญัตินี้ หากไดกระทำโดยสุจริต ยอมไดรับ
ความคุมครอง ไมตอ งรบั ผดิ ทงั้ ทางแพง ทางอาญา หรือทางปกครอง
มาตรา 8 การพิจารณาและมีคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณและศาลอุทธรณภาคตามพระราชบัญญัติน้ี
ใหเปนไปตามระเบียบของท่ีประชุมใหญศาลฎีกาโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตองกำหนดใหการ

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้งั ชุดท่ี 2 284

พิจารณาเปนไปโดยรวดเร็วและเที่ยงธรรม ในการน้ี อาจกำหนดใหศาลช้ันตนที่มีเขตอำนาจในเขตเลือกต้ังน้ัน
เปนผูรับคำรองแทนเพ่ือจัดสงใหศาลอุทธรณภาควินิจฉัยหรืออาจใหศาลช้ันตนดังกลาว เปนผูไตสวน
พยานหลกั ฐานหรอื ดำเนนิ การยืน่ ที่จำเปนแทนศาลอทุ ธรณห รอื ศาลอุทธรณภาคก็ได

การปฏิบัติหนาท่ีของศาลอทุ ธรณและศาลอุทธรณภาคเก่ียวกับการเลือกต้ังตามพระราชบัญญัตินอี้ งค
คณะผูพิพากษา ตลอดจนบุคคลซึ่งองคคณะผูพิพากษามอบหมายใหปฏิบัติหนาท่ี มีสิทธิไดรับเบ้ียประชุมหรือ
คาตอบแทน แลวแตกรณี ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมตามกฎหมายวาระเบียบบริหาร
ราชการศาลยุตธิ รรมกำหนด

มาตรา 9 ใหประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอำนาจออก
ระเบยี บ ประกาศ หรือคำส่ังของคณะกรรมการการเลือกตัง้ เพอ่ื ปฏบิ ตั ิการตามพระราชบัญญํติน้ี

หมวด 1

บททว่ั ไป

มาตรา 10 ใหผมู ีสทิ ธเิ ลอื กตั้งมีสิทธอิ อกเสียงลงคะแนนเลือกตง้ั ผสู มคั รไดไมเ กินจำนวน ส.ถ./ผ.ถ

จะพึงมีในเขตเลือกต้งั การเลอื กต้งั ใหใชว ธิ อี อกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลบั

** สำคญั ** มาตรา 11 ใหจ ดั การเลอื กตั้ง
** ภายใน 45 วัน นับแตว นั ที่ ส.ถ./ผ.ถ. ครบวาระ**

**ภายใน 60 วนั นับแตวันท่ี ส.ถ./ผ.ถ. พนจากตำแหนงเพราะเหตุอื่นนอกจากครบวาระ**

(เวน แตในกรณีของ ส.ถ. ถา วาระการดำรงตำแหนง เหลอื ไมถึง 180 วนั จะไมจ ดั การเลือกตงั้ ก็ได)

กรณเี ลอื กตงั้ ส.ถ. แทนตำแหนงทวี่ า ง ใหส มาชิกภาพของผไู ดรบั เลือกตงั้ เรม่ิ นบั แตว นั เลือกต้ัง
และใหผ นู น้ั อยใู นตำแหนง ไดเ พยี งเทา อายขุ องสภาองคก รปกครองสว นทอ งถนิ่

คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมคี ำสัง่ ใหย น หรือขยายระยะเวลาใหม ีการจดั การเลือกต้ังตามวรรคหนึ่ง
ไดตามความจำเปนเมอ่ื มพี ฤตกิ ารณพ เิ ศษ โดยตอ งระบุการมเี หตุผลการมคี ำสง่ั ดงั กลาว

** สำคญั ** มาตรา 12 กรณีท่ีตองมีการเลือกตั้ง ใหผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวน
ทองถ่ินตามมาตรา 25 โดยความเห็นชอบของผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำจังหวัด

ประกาศใหม ีการเลือกต้ัง ซ่ึงอยางนอ ยตองมกี ารกำหนดเร่อื ง ดังตอ ไปน้ี

(1) วนั เลือกตงั้

(2) วันรับสมัครเลือกตั้ง ซ่ึงตองใหมีการเริ่มรับสมัครไมเกิน 10 วันนับแตวันประกาศใหมี

การเลอื กตง้ั และตอ งกำหนดวันรบั สมัครไมนอ ยกวา 5 วัน

(3) สถานทร่ี ับสมัครเลอื กต้ัง

(4) จำนวนสมาชิกสภาทองถนิ่ ท่จี ะมีการเลือกตงั้ ในแตละเขตเลอื กตงั้ หรือผบู รหิ ารทองถ่ิน

ในเขตเลอื กต้งั

(5) จำนวนเขตเลือกตั้ง ซึ่งตองมีรายละเอียดเกี่ยวกับอำเภอหรือตำบลหรือเขตทองท่ีท่ีอยู

ภายในเขตเลอื กตัง้

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ชดุ ท่ี 2 285

(6) หลกั ฐานการสมัครรับเลอื กตงั้
การกำหนดตามวรรคหนึ่งตองเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการ
เลือกตงั้ กำหนด
ประกาศตามวรรคหน่ึง ใหปดไว ณ ที่ทำการองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น และสถานที่อ่ืนตามที่
ผอู ำนวยการการเลือกตง้ั ประจำองคกรปกครองสวนทอ งถนิ่ เหน็ สมควร
มาตรา 13 ใหผูอำนวยการทะเบียนกลางตามกฎหมายวาดวยการทะเบียนราษฎรมีหนาที่
จัดทำบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกต้ังของแตละหนวยเลือกต้ังจากทะเบียนรายช่ือผูมีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมาย
ประกอบรฐั ธรรมนญู วาดวยคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ใหถ กู ตอ งตามความจริง
มาตรา 14 ภายใตบังคับมาตรา 75 ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่นรับผิดชอบในคาใชจายในการ
เลือกต้ังทัง้ หมด เวน แตคา ใชจ า ยของคณะกรรมการการเลอื กตง้ั และผอู ำนวยการการเลือกตงั้ ประจำจงั หวัด
ในกรณีที่องคกรปกครองสวนทองถิ่นใดมีรายไดไมเพียงพอสำหรับคาใชจายในการเลือกต้ังตามวรรค
หนึ่ง ใหคณะรฐั มนตรีพจิ ารณาจัดสรรเงินอุดหนุนใหองคก รปกครองสว นทอ งถิน่ น้ันตามความจำเปน
มาตรา 15 เพื่อใหการดำเนินการเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติน้ีเปนไปดวยความเรียบรอย สุจริต และ
เท่ียงธรรม นอกจากหนาท่ีและอำนาจของคณะกรรมการการเลือกต้ังตามท่ีบัญญัติไวในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
ประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจออกระเบียบ
เกี่ยวกับวิธีการและระยะเวลาในการดำเนินการในเรื่องใด ๆ ไดเทาท่ีไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้
ระเบียบดังกลาวตองไมมีผลเปนการตัดสิทธิหรือลงโทษบุคคลใดและเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวให
ใชบ ังคบั ได

ม า ต ร า 1 6 ใน ก ร ณีที่ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร เลือ ก ตั้ง สั่ง ใหมีก า ร เลือ ก ตั้ง ให ม
ใหค ณะกรรมการการเลอื กต้งั มีอำนาจออกประกาศใหยน หรือขยายระยะเวลา หรอื งดเวนการดำเนนิ การท่เี กี่ยวกับ
การเลือกต้ังตามที่ บั ญ ญั ติใน พ ระราชบั ญ ญั ตินี้ เฉพ าะใน การเลือกตั้งน้ั น เพื่ อให เห มาะสม แก
การดำเนนิ การเลือกต้ังใหมใ หเ ปน ไปโดยรวดเรว็ สุจริต และเที่ยงธรรมได

** สำคัญ** มาตรา 17 ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถ่ินหรือผูบริหารทองถิ่นขององคกรปกครองสวน
ทองถ่ินใดตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ เมอ่ื คณะกรรมการการเลือกตง้ั ตรวจสอบเบอ้ื งตน แลว มีเหตุ

อันควรเชื่อวาผลการเลือกตั้งเปนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ใหประกาศผลการเลือกตั้งน้ันภายใน 30 วัน
นบั แตว นั เลอื กต้ัง

ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อไดวาการเลือกต้ังมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ไมวาจะมี
ผูรองเรียนกลาวโทษหรือไม ใหคณะกรรมการการเลือกต้ังดำเนินการสืบสวนหรือไตสวนใหแลวเสร็จและ
ประกาศผลการเลือกต้ัง หรือจัดใหมีการเลือกตั้งใหม หรือดำเนินการอื่นที่จำเปน แลวแตกรณี โดยเร็ว
แตตอ งไมชา กวา 60 วันนบั แตวันเลือกต้ัง

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ชดุ ท่ี 2 286

ในกรณีตามวรรคสอง ถาเปนการเลือกต้ังสมาชิกสภาทองถ่ิน เม่ือมีการประกาศผลการ
เลือกตั้งและมีสมาชิกสภาทองถิ่นไดรับเลือกเกินกึ่งหนึ่งแตตองไมนอยกวา 5 คนแลว หากมีความ
จำเปนตองเรียกประชุมสภาทองถิ่นนั้น ใหเรียกประชุมและปฏิบัติหนาที่ได โดยในระหวางนั้นใหถือวา
สมาชิกสภาทองถน่ิ นั้นประกอบดวยสมาชกิ เทา ทมี่ อี ยู

การประกาศผลการเลือกต้ังตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง ไมเปนการตัดหนาท่ีและอำนาจของ
คณะกรรมการการเลือกต้ังท่ีจะดำเนินการสืบสวน ไตสวน หรือวินิจฉัย เม่ือมีเหตุอันควรสงสัยวาการเลือกตั้ง
มิไดเ ปน ไปโดยสุจรติ หรือเทยี่ งธรรม

มาตรา 18 ในกรณีที่มีการสั่งหรือคำวินิจฉัยใหผูบริหารทองถิ่น ประธานหรือรอง
ประธานสภาทองถิ่น หรือสมาชกิ สภาทองถิ่นพนจากตำแหนงไมวา ดว ยเหตใุ ด เมื่อคณะกรรมการการเลอื กต้งั ได
ดำเนินการใหมีการเลือกต้ังใหมหรือเลือกต้ังแทนตำแหนงท่ีวางแลว แมภายหลังศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำส่ังวา
คำสั่งหรือคำวินิจฉัยใหพนจากตำแหนงเปนไปโดยไมชอบ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลดังกลาวไมมีผลกระทบ
ตอการเลือกตัง้ ท่ีคณะกรรมการการเลือกตัง้ ไดด ำเนินการไปแลว

หมวด 2
เขตเลือกตั้ง หนว ยเลือกตง้ั และทเี่ ลอื กตง้ั

** สำคญั ** มาตรา 19 ภายใตบังคับมาตรา 20 การกำหนดเขตเลือกตงั้ สำหรบั การเลือกต้ังสมาชิกสภา
ทองถนิ่ ใหเปน ไปตามหลกั เกณฑ ดังตอ ไปนี้

(1) การเลือกต้ังสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ใหถือเขตเปนเขตเลือกต้ัง ถาเขตใดมี
จำนวนราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปสุดทายกอนปท่ีมีการเลือกต้ังเกิน 150,000 คน
ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งแบงเขตนั้นออกเปนเขตเลือกตั้งตามจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครท่ี
จะพงึ มี โดยแตละเขตเลอื กตั้งตองมีจำนวนราษฎรใกลเ คยี งกัน

(2) การเลือกตั้งสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัด ใหถือเขตอำเภอเปนเขตเลือกตั้ง
ในกรณีท่ีอำเภอใดมีสมาชิกไดเกินกวาหน่ึงคนใหแบงเขตอำเภอเปนเขตเลือกตั้ง เทากับจำนวนสมาชิกท่ีจะพึงมีใน
อำเภอนั้น

(3) การเลือกต้ังสมาชิกสภาเทศบาลตำบล ใหแบงเขตเทศบาลเปน 2 เขตเลือกตั้ง การ
เลือกต้งั สมาชิกสภาเทศบาลเมือง ใหแบงเขตเทศบาลเปน 3 เขตเลอื กตง้ั การเลอื กตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนคร หรือการ
เลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา ใหแบงเขตเทศบาลหรือเขตเมืองพัทยาเปน 4 เขตเลือกตั้ง และตองมี
จำนวนสมาชิกสภาเทศบาลเทา กนั ทกุ เขตเลอื กตง้ั

(4 )การเลือกต้ังสมาชิกสภาองคการบริหารสวนตำบล ใหถือเขตหมูบานเปนเขตเลือกต้ัง เวนแต
กฎหมายวาดวยสภาตำบลและองคการบรหิ ารสว นตำบลจะกำหนดไวเ ปนอยางอ่นื

(5) การเลือกต้ังสมาชิกสภาองคกรปกครองสวนทองถิ่นอ่ืน ใหถือเขตขององคกรปกครองสวน
ทองถน่ิ นนั้ เปนเขตเลือกตง้ั เวนแตก ฎหมายวา ดวยการจดั ต้งั องคก รปกครองสวนทอ งถนิ่ นนั้ จะกำหนดไวเปนอยางอ่นื

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ชุดที่ 2 287

**สรปุ เร่อื งการกำหนดเขตเลอื กต้งั **

1. ส.ก ใหถ อื เขต เปนเขตเลือกตงั้

2. อบจ. ใหถือเขต อำเภอ เปน เขตเลอื กต้ัง
3. อบต. ใหถ ือเขต หมบู าน เปน เขตเลอื กตงั้
4. ทต. ใหแบงเปน 2 เขตเลือกต้งั

5. ทม. ใหแ บง เปน 3 เขตเลอื กต้ัง
6. ทน./พทั ยา ใหแ บง เปน 4 เขตเลอื กตงั้

มาตรา 20 ในการแบงเขตเลือกต้ัง ใหจัดใหมีจำนวนราษฎรในแตละเขตเลือกต้ังใกลเคียงกัน
มากที่สุด และพื้นที่ของแตละเขตเลือกตั้งตองติดตอกัน เวนแตตามสภาพพื้นท่ีขององคกรปกครองสวนทองถ่ิน
ทำใหไมอ าจแบง เขตเลือกตงั้ ใหม พี ืน้ ท่ีติดตอ กันได จะกำหนดใหเขตเลอื กตัง้ มีพ้ืนทไ่ี มตดิ ตอ กนั เทา ทีจ่ ำเปนกไ็ ด

ในการกำหนดเขตเลือกตัง้ จะใชแ นวถนน ตรอก ซอย หรือแยก คลอง หรือแมนำ้ เปน แนวเขต
ของเขตเลอื กตั้งกไ็ ด

การแบงเขตเลือกต้ังตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่
คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

** สำคญั ** มาตรา 21 เพ่ือประโยชนในการแบงเขตเลือกต้ังตามมาตรา 20 ใหผูอำนวยการทะเบียน
กลางตามกฎหมายวาดว ยการทะเบียนราษฎร มีหนาทีแ่ จง รายละเอยี ดของจำนวนราษฎร

เปนรายจังหวัด รายอำเภอ รายตำบล รายหมูบาน รายเทศบาล รายองคการบริหารสวนตำบล และราย
องคกรปกครองสวนทองถิ่นอื่น ใหคณะกรรมการการเลือกต้ังทราบภายใน 20 วันนับแตวันที่ผูอำนวยการ
ทะเบยี นกลางประกาศจำนวนราษฎรทง้ั ประเทศ

ในกรณีที่มีการเปล่ียนแปลงเขตจังหวัด เขตอำเภอ เขตตำบล เขตหมูบาน เขตเทศบาล
เขตองคการบริหารสวนตำบล หรือเขตองคกรปกครองสวนทองถ่ิน ใหปลัดกระทรวงมหาดไทยมีหนาท่ีแจง
การเปล่ยี นแปลงใหคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ทราบภายใน 7 วันนับแตวนั ท่มี กี ารเปลี่ยนแปลง

มาตรา 22 การเลือกตั้งผูบริหารทองถ่ิน ใหใชเขตขององคกรปกครองสวนทองถ่ินนั้นเปนเขต
เลอื กตัง้

** สำคญั ** มาตรา 23 ใหผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินกำหนดหนวย
เลือกต้ังและที่เลือกตั้งที่จะพึงมีในแตละเขตเลือกต้ังการกำหนดหนวยเลือกตั้งและที่

เลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ใหกระทำกอนวันเลือกตั้งไมนอยกวา 25 วัน โดยใหทำเปนประกาศปดไว ณ ที่ทำ
การองคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้น และสถานท่ีอน่ื ที่เห็นสมควร รวมท้ังใหจดั ทำแผนท่สี งั เขปแสดงเขตของหนวย
เลือกตงั้ และที่เลือกต้ังไวด วย

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ชดุ ที่ 2 288

การเปลี่ยนแปลงเขตของหนวยเลือกตั้งหรือที่เลือกตั้ง ใหกระทำไดโดยประกาศกอนวัน
เลือกตง้ั ไมนอ ยกวา 10 วัน เวนแตในกรณีเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคภี ัย เหตุสุดวสิ ัย หรือเหตุจำเปนอยางอื่นจะ
ประกาศเปลี่ยนแปลงกอนวันเลือกตั้งนอยกวา 10 วันก็ได และใหนำความในวรรคสองมาใชบังคบั ดวยโดย
อนุโลม

** สำคัญ** มาตรา 24 การกำหนดหนวยเลือกตั้งตามมาตรา 23 ใหคำนึงถึงความสะดวกในการ
เดินทางมาใชส ทิ ธเิ ลอื กต้ังของราษฎร ตามหลกั เกณฑ ดงั ตอ ไปน้ี
(1) ใหใชเขตหมูบานเปนเขตของหนวยเลือกต้ัง ในกรณีท่ีหมูบานใดมีผูมีสิทธิเลือกตั้งจำนวน

นอยจะใหรวมหมูบานตั้งแต 2 หมูบานข้ึนไปเปนหนวยเลือกต้ังเดียวกันก็ได สำหรับในเขตเทศบาล เขตเมือง
พัทยา เขตกรุงเทพมหานคร หรือเขตชุมชนหนาแนน อาจกำหนดใหใชแนวถนน ตรอก ซอย หรือแยก คลอง
หรือแมนำ้ เปนแนวเขตของหนว ยเลือกตง้ั ก็ได

(2) ใหถือเกณฑจำนวนผูมีสิทธิเลือกตั้งหนวยเลือกตั้งละ 1,000 คน เปนประมาณ แตถา
เห็น วาไมเปน ก ารสะดวก ห รือไมป ลอดภัยใน ก ารไป ล งค ะแน น เลือกตั้งข องผูมีสิท ธิเลือก ตั้ง
จะกำหนดหนว ยเลือกต้งั เพม่ิ ขนึ้ โดยใหมจี ำนวนผมู ีสทิ ธิเลือกตั้งนอ ยกวา จำนวนดังกลา วก็ได

ท่ีเลือกต้ังตามมาตรา 23 ตองเปนสถานที่ที่ประชาชนเขาออกไดสะดวกและมีปายหรือ
เคร่ืองหมายอ่ืนใดเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณของท่ีเลือกตั้งตามลักษณะของทองท่ีและภูมิประเทศไวดวย และ
เพื่อประโยชนในการอำนวยความสะดวกแกผูมีสิทธิเลือกตั้งหรือเพื่อความปลอดภัยของผูมีสิทธิเลือกตั้ง
ผูอ ำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นจะกำหนดท่ีเลือกต้ังนอกเขตของหนวยเลือกต้ังก็ได
แตต องอยูใ นบริเวณใกลเคยี งกบั หนวยเลอื กตัง้ น้นั

หมวด 3
การดำเนินการเลือกต้ัง

** สำคญั ** มาตรา 25 เม่ือมีกรณีท่ีตองมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาทองถ่ินหรือผูบริหารทองถิ่นของ
องคกรปกครองสวนทองถิ่นใด ใหหัวหนาพนักงานสวนทองถิ่นขององคกรปกครองสวน

ทองถิ่นน้ันเปนผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่น โดยมีหนาที่และอำนาจ
ดงั ตอ ไปน้ี

ขอ 2-4 โดย (1) รบั สมัครเลือกตง้ั
ความเหน็ ชอบ (2) กำหนดหนวยเลอื กตง้ั และท่ีเลอื กตั้ง
กกต.ทอ งถ่นิ (3) แตง ตั้งและจดั อบรมเจาพนกั งานผดู ำเนินการเลอื กตัง้

(4) ตรวจสอบบัญชีรายช่ือผูมีสิทธิเลือกต้ัง และดำเนินการเพ่ิมชื่อหรือถอนช่ือ
ผมู สี ทิ ธิเลือกต้ัง

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ชดุ ที่ 2 289

(5 ) ด ำเนิ น ก ารเกี่ ย ว กั บ ก ารล งค ะแ น น เลื อ กต้ั ง ก ารนั บ ค ะแ น น เลื อ กต้ั ง
และการประกาศผลการนบั คะแนนเลอื กตงั้

(6) ดำเนินการอนื่ อันจำเปน เกยี่ วกบั การเลอื กตัง้
ในกรณีที่ปรากฏวาหัวหนาพนักงานสวนทองถิ่นขององคก รปกครองสวนทองถ่ินใดเปนผู
มีสวนไดเสียกับผูสมัครรับเลือกต้ัง หรือมีพฤติการณอันควรเชื่อไดวาอาจกอใหเกิดความไมสุจริตหรือเท่ียง
ธรรมในการเลือกต้ัง หรือมเี หตุจำเปนอื่นใด คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจแตง ต้ังปลดั จังหวัด นายอำเภอ หรือ
ปลดั อำเภอ เปน ผูอ ำนวยการการเลือกตั้งประจำองคก รปกครองสวนทอ งถิน่ นัน้ แทนก็ได
เพ่ือประโยชนในการปฏิบัติหนาท่ีตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสาม ผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำ
องคกรปกครองสวนทองถิ่นอาจแตงตั้งหรือมอบหมายใหบุคคลหรือคณะบุคคลเปนผูชวยเหลือในการปฏิบัติ
หนา ที่ได
การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสี่ ใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการ
เลือกตัง้ กำหนด
ใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินท่ีดำเนินการเลือกต้ังมีหนาที่จัดหาวัสดุอุปกรณเก่ียวกับการเลือกต้ัง
และสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ิน และ
ผอู ำนวยการการเลอื กต้ังประจำองคกรปกครองสว นทอ งถน่ิ ตามท่บี ญั ญตั ไิ วใ นพระราชบญั ญัติน้ี

** สำคัญ** มาตรา 26 ในการเลือกต้ัง ส.ถ./ผถ. ใหคณะกรรมการการเลอื กต้งั แตงตง้ั คณะกรรมการการ
เลื อ ก ตั้ ง ป ร ะ จ ำ อ ง ค ก ร ป ก ค ร อ ง ส ว น ท อ ง ถิ ่น (ก ก ต .ท อ ง ถิ ่น 3 ค น )

จากขาราชการและเจาหนาที่อื่นของรัฐที่ปฏิบัติหนาที่อยูในจังหวัดที่เปนเขตเลือกตั้ง หรือในเขตอำเภอ
ทองที่ที่องคกรปกครองสวนทองถิ่นนั้นตั้งอยู โดยจะแตงต้ังผูมีสิทธิเลือกต้ังท่ีมีภูมิลำเนาอยูในเขตจังหวัด
หรืออำเภอนั้น แลวแตกรณี ซึ่งมิไดเปนขาราชการหรือเจาหนาที่อื่นของรัฐจำนวนไมเกิน
2 คนดวยก็ได แตมใิ หแตงตั้งจากขาราชการหรือพนักงานสวนทองถ่ิน หรือลูกจางขององคกรปกครองสวน
ทอ งถน่ิ เวนแตเปน การแตง ตง้ั เพ่ือทำหนาที่เลขานกุ ารและผูชว ยเลขานุการของคณะกรรมการดงั กลาว

หลักเกณฑ วิธีการแตงต้ัง และจำนวนของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครอง
สว นทอ งถิน่ ตามวรรคหนึง่ ใหเ ปนไปตามระเบียบทค่ี ณะกรรมการการเลอื กตัง้ กำหนด

การแตง ตัง้ ตามวรรคหน่ึง คณะกรรมการการเลอื กตัง้ จะมอบหมายใหผูอ ำนวยการการเลอื กตั้ง
ประจำจงั หวดั เปนผูลงนามในคำส่งั แตง ตงั้ น้นั แทนก็ได

** สำคัญ** มาตรา 27 คณะกรรมการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินมีหนาที่และ
อำนาจ ดงั ตอ ไปนี้
(1) เสนอแนะและใหความเห็นชอบการกำหนดหนวยเลือกต้ัง ท่ีเลือกต้ัง และการแตงต้ังเจา

พนักงานผดู ำเนินการเลอื กตง้ั ของผอู ำนวยการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถนิ่
(2) ตรวจสอบและใหความเห็นชอบบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกตั้ง และการเพิ่มชื่อหรือ

ถอนชอื่ ผมู สี ทิ ธิเลอื กต้งั

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ชุดที่ 2 290

(3) กำกับดูแลและอำนวยการการเลือกต้ัง การลงคะแนนเลือกตั้ง การนับคะแนนเลือกต้ัง และ
การประกาศผลการนับคะแนนเลอื กตง้ั

(4) กำหนดสถานท่รี วบรวมผลคะแนน และรวบรวมผลคะแนนของทุกหนวยเลือกตงั้ และ
รายงานผลการเลือกตงั้ ตอ ผอู ำนวยการการเลือกตง้ั ประจำจังหวดั

(5) ปฏิบัติการใดตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น หรือตามท่ี
คณะกรรมการการเลอื กตั้งมอบหมาย

เพ่ือประโยชนในการปฏิบัติหนาท่ีตามวรรคหนึ่ง ใหผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีอำนาจ

แตงต้ังหรือมอบหมายใหคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นแตงตั้งคณะอนุกรรมการ

หรือบคุ คลหรอื คณะบุคคลเปน ผูชว ยเหลอื ในการปฏิบัตงิ านในการเลอื กตงั้ ไดต ามสมควร

** สำคัญ** มาตรา 28 กอนวันเลือกต้ังไมนอยกวา 20 วัน ใหผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกร
ปกครองสวนทองถ่ิน โดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำองคกร

ปกครองสว นทองถน่ิ แตง ตง้ั ผมู ีสิทธเิ ลือกตง้ั เปนเจาพนกั งานผดู ำเนินการเลอื กตงั้ ดังตอ ไปนี้
(1) คณะกรรมการประจำหนว ยเลอื กตงั้ ไมนอยกวา 5 คน มหี นา ท่ี
- เก่ียวกับการออกเสียงลงคะแนนในทีเ่ ลอื กตั้ง
- นับคะแนนของหนว ยเลือกต้ังแตล ะแหง
(2) เจาหนาที่รักษาความปลอดภัยประจำท่ีเลือกต้ังอยางนอย 2 คน เพื่อทำหนาที่
- รักษาความปลอดภัยและสนับสนุนการปฏิบัติหนาที่ของคณะกรรมการประจำหนวย

เลอื กตัง้
หลักเกณฑ วิธีการแตงตั้ง การฝกอบรม และการปฏิบัติหนาท่ีของเจาพนักงานผูดำเนินการ

เลือกตงั้ ตามวรรคหนึง่ ใหเ ปนไปตามทีค่ ณะกรรมการการเลอื กตง้ั กำหนด

ในกรณีที่กรรมการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินหรือผูตรวจการเลือกต้ังพบเห็น

วา กรรมการประจำหนวยเลือกต้ังหรือเจาหนาท่ีรักษาความปลอดภัยประจำท่ีเลือกต้ังผูใดปฏิบัติหรือละเวนการ

ปฏิบัติหนาท่ี หรือกระทำการใดที่จะเปนเหตุทำใหการเลือกตั้งมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรม หรือเปนไป

โดยมิชอบดวยกฎหมาย ใหแจงผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินพิจารณาเปลี่ยน

กรรมการประจำหนว ยเลือกตัง้ หรือเจาหนา ทรี่ กั ษาความปลอดภยั ประจำท่เี ลือกตง้ั ไดต ามทเ่ี ห็นสมควร

มาตรา 29 กอนวันเลือกตั้ง หากมีกรรมการประจำหนวยเลือกตั้งไมครบจำนวน
ใหผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นแตงตั้งบุคคลตามมาตรา 28
เปน กรรมการประจำหนว ยเลือกต้งั ใหไ ดครบจำนวน

ในวันเลือกตั้ง ถาถึงเวลาเปดการลงคะแนนเลือกตั้งแลวมีกรรมการประจำหนวยเลือกตั้งมา
ปฏิบัติหนาที่ไมครบจำนวนแตมาไมนอยกวากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการประจำหนวยเลือกตั้งที่ไดรับ
การแตงตั้ง ใหกรรมการประจำหนวยเลือกตั้งที่มาปฏิบัติหนาที่ดังกลาวปฏิบัติหนาที่ได และให
กรรมการประจำหนวยเลือกตั้งที่มาปฏิบัติหนาท่ีอยูในขณะนั้นรายงานใหผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกร

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ชุดท่ี 2 291

ปกครองสวนทองถิ่นเพ่ือแตงต้ังบุคคลตามมาตรา 28 เปนกรรมการประจำหนวยเลือกตั้งเพ่ิมเติมใหครบจำนวน
กอนการนบั คะแนนเลือกตั้ง

ในกรณีตามวรรคสอง หากไมมีกรรมการประจำหนวยเลือกต้ังมาปฏิบัติหนาที่เลยหรือมา
แตนอยกวากงึ่ หนึ่ง ใหผ ูอำนวยการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินแตงต้ังบุคคลตามมาตรา
28 เปน กรรมการประจำหนวยเลอื กตัง้ เพอื่ ปฏิบัติหนาท่ีในหนว ยเลอื กตั้งน้ัน

หลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการแตงต้ังกรรมการประจำหนวยเลือกตั้งตามวรรคสองและ

วรรคสาม ใหเปนไปตามที่คณะกรรมการการเลือกต้งั กำหนด

มาตรา 30 เมื่อมีการเลือกตั้งในองคกรปกครองสวนทองถิ่นใด ใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น

นั้นจัดใหขาราชการหรือพนักงานสวนทองถ่ินหรือลูกจางขององคกรปกครองสวนทองถิ่นชวยเหลือและอำนวย

ความสะดวกในการปฏิบัติหนาที่ของผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินและคณะกรรมการ

การเลือกต้งั ประจำองคกรปกครองสวนทอ งถนิ่

ในกรณีที่องคกรปกครองสวนทองถิ่นใดมีขาราชการหรือพนักงานสวนทองถิ่นหรือลูกจาง

ขององคกรปกครองสวนทองถ่ินไมเพียงพอในการปฏิบัติงานเก่ียวกับการเลือกต้ังตามวรรคหน่ึง ผูอำนวยการ

การเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวน

ทองถิ่นอาจรองขอตอผูวาราชการจังหวัดเพ่ือมีคำสั่งใหขาราชการ พนักงาน หรือลูกจางของหนวยราชการ

หนวยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการสวนทองถิ่นซ่ึงปฏิบัติหนาท่ีอยูในจังหวัดนั้นใหชวยเหลือในการ

ปฏิบัติงานเกีย่ วกบั การเลอื กตั้งได

ใหขาราชการ พนักงาน หรือลูกจางซึ่งไดรับคำสั่งตามวรรคสองมีหนาที่ปฏิบัติตามท่ี

ผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นหรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองคกร

ปกครองสว นทองถ่นิ มอบหมาย

มาตรา 31 นอกจากหนาท่ีตามที่บัญญัติไวในพระราชบัญญัติน้ีหรือตามท่ีคณะกรรมการการ
เลือกตั้งมอบหมายหรือสั่งการ ใหผูวาราชการจังหวัด นายอำเภอ และพนักงานฝายปกครองหรือตำรวจ
ตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญามีหนา ทีร่ ักษาความสงบเรยี บรอ ยและความปลอดภัยในการเลอื กตั้ง

ใหผูบัญชาการตำรวจแหงชาติ ผูวาราชการจังหวัด หรือนายอำเภอ จัดใหมีเจาหนาท่ีรักษา
ความสงบเรียบรอยในการเลอื กตั้งตามทผ่ี อู ำนวยการการเลือกตัง้ ประจำองคกรปกครองสว นทอ งถิ่นรองขอ

มาตรา 32 ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ใหผูพบการกระทำความผิดแจงตอ

พนักงานฝายปกครองหรือตำรวจ หรือเจาหนาที่รักษาความสงบเรียบรอยในการเลือกตั้ง หรือเจาหนาท่ี

รักษาความปลอดภัยประจำที่เลอื กตั้ง

ถาผูพบการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเปนเจาพนักงานผูดำเนินการเลือกตั้งตามมาตรา

28 หรือเจา หนา ทรี่ กั ษาความสงบเรียบรอยในการเลอื กตั้ง ใหด ำเนนิ การกลาวโทษหรือดำเนินการตามหนา ท่ีและอำนาจ

ในกรณีที่เจาหนาที่รักษาความสงบเรียบรอยในการเลือกตั้งหรือเจาหนาที่รักษาความ

ปลอดภัยประจำท่ีเลือกตั้ง พบการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีในวันเลือกต้ัง หรือไดรับแจงโดยมี

พยานหลักฐานอันนาเช่ือถือ และผูกระทำความผิดยังปรากฏตัวอยูในบริเวณท่ีเลือกตั้ง ใหเจาหนาท่ีรักษาความ

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ชดุ ท่ี 2 292

สงบเรียบรอยหรือเจาหนาท่ีรักษาความปลอดภัยประจำที่เลือกตั้ง มีอำนาจจับกุมและควบคุมตัวผูกระทำ
ความผิดสงพนักงานสอบสวนดำเนินการตอไป โดยใหถือวาเปนกรณี พบการกระทำความผิด
ซ่งึ หนา

มาตรา 33 ในกรณีท่ีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำจังหวัด
ผูสมัคร ผูมีสิทธิเลือกต้ัง เจาหนาท่ีรักษาความปลอดภัยประจำท่ีเลือกต้ัง หรือเจาหนาท่ีรักษาความสงบ
เรียบรอยในการเลือกตั้ง แจงตอพนักงานสอบสวนวามีการกระทำความผิดตามพระราชบญั ญัติน้ี หรอื ในกรณี
ที่พนักงานสอบสวนทราบถึงการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ใหพนักงานสอบสวนดำเนินการ
สอบสวนทันทโี ดยไมต องมผี ูมารองทุกขห รอื กลาวโทษ

มาตรา 34 ในกรณีปรากฏขอเท็จจริงวา ขาราชการการเมือง สมาชิกสภาผูแทนราษฎร
สมาชิกวุฒิสภา ผูบริหารทองถ่ิน สมาชิกสภาทองถิ่นหรือเจาหนาที่อ่ืนของรัฐกระทำการใด ๆ โดยมิชอบดวย
หนาที่และอำนาจอันเปนการกลั่นแกลงผูสมัครใด หรือดำเนินการใด ๆ ที่เปนคุณหรือเปนโทษแกผูสมัครใด
ใหคณะกรรมการการเลือกต้ัง หรือกรรมการการเลือกตั้ง หรือผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือ
คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินท่ีคณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมาย มีอำนาจ
ส่ังใหยตุ หิ รอื ระงับการกระทำนัน้ ได

ใหกรรมการการเลือกตั้งที่พบเห็นการกระทำตามวรรคหนึ่ง มีอำนาจสั่งใหระงับการกระทำ
นัน้ ไดแ ลวรายงานใหคณะกรรมการการเลือกตงั้ ทราบ

มาตรา 35 ในการปฏิบัติหนาท่ีตามพระราชบัญญัตินี้ ใหผูตรวจการเลือกตั้ง ผูอำนวยการการ
เลือกตั้งประจำจังหวัด ผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่น กรรมการการเลือกต้ัง
ประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ิน ประธานกรรมการประจำหนวยเลือกต้ัง กรรมการประจำหนวยเลือกตั้ง
เจาหนาทร่ี กั ษาความปลอดภยั ประจำทเี่ ลือกต้งั และผซู ึ่งไดรับแตง ต้ังใหปฏิบัตหิ นาทีต่ ามพระราชบัญญัตินี้ เปน
เจา พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 36 คาตอบแทนของกรรมการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ิน
ผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ิน นายอำเภอ กรรมการประจำหนวยเลือกตั้ง เจาหนาที่
รักษาความปลอดภัยประจำท่ีเลือกตั้ง และผูซ่ึงไดรับแตงตั้งใหปฏิบัติหนาท่ีตามพระราชบัญญั ติน้ี
ใหเปนไปตามท่ีองคกรปกครองสวนทองถิ่นกำหนดตามบัญชีคาตอบแทนหรือมาตรฐานกลางในการจาย
คาตอบแทนซ่ึงคณะกรรมการการเลือกต้ังกำหนดไว โดยคำนึงถึงหนาท่ีและอำนาจความรับผิดชอบและความ
แตกตา งของปรมิ าณงานในการดำเนินการเลือกตง้ั ขององคก รปกครองสว นทอ งถน่ิ แตล ะประเภทหรอื แตล ะแหง

มาตรา 37 ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งเปนผูรับผิดชอบการจัดพิมพ ควบคุมการพิมพ
และกำหนดวิธีการจัดสงบัตรเลือกตั้ง โดยใหองคกรปกครองสวนทองถ่ินเปนผูรับผิดชอบคาใชจายในการ
จดั พิมพและการจัดสง บตั รเลอื กต้ัง ทั้งน้ี ตามระเบยี บทคี่ ณะกรรมการการเลือกตงั้ กำหนด

หมวด 4
ผมู ีสิทธิเลอื กตัง้ และบญั ชรี ายชอ่ื ผูมีสทิ ธเิ ลอื กต้ัง

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ชุดที่ 2 293

** สำคัญ** มาตรา 38 บุคคลผมู คี ุณสมบัตดิ ังตอไปน้ี เปน ผมู สี ทิ ธิเลือกตง้ั
(1) มีสัญชาติไทย แตบุคคลผูมีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ตองไดสัญชาติ

ไทยมาแลว ไมนอยกวา 5 ป
(2) มอี ายุไมต่ำกวา 18 ปในวันเลอื กต้ัง
(3) มีชื่ออยูในทะเบียนบานในเขตเลือกต้ังมาแลวเปนเวลาติดตอกันไมนอยกวา 1 ป

นบั ถึงวันเลอื กตั้ง และ
(4) คณุ สมบัติอน่ื ตามทก่ี ฎหมายวาดว ยการจดั ต้ังองคก รปกครองสว นทองถิน่ กำหนด
ในกรณีที่มีการยายทะเบียนบานออกจากเขตเลือกต้ังหน่ึงไปยังอีกเขตเลือกตั้งหนึ่งภายใน

องคกรปกครองสวนทองถิ่นเดียวกัน อันทำใหบุคคลมีชื่ออยูในทะเบียนบานในเขตเลือกตั้งเปนเวลา
ติดตอกันนอยกวา 1 ปนับถึงวันเลือกตั้ง ใหบุคคลนั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกต้ังท่ี
ตนมชี ือ่ อยูในทะเบียนบานครัง้ สุดทายเปน เวลาตดิ ตอ กันไมน อยกวา 1 ป

มาตรา 39 บคุ คลผมู ีลกั ษณะดังตอ ไปนีใ้ นวันเลือกตัง้ เปนบุคคลตองหา มมิใหใชสิทธิเลอื กต้งั
(1) เปน ภกิ ษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช
(2) อยูในระหวางถูกเพกิ ถอนสิทธิเลือกต้งั ไมว าคดนี ้นั จะถงึ ที่สดุ แลว หรือไม
(3) ตองคมุ ขงั อยูโดยหมายของศาลหรือโดยคำสงั่ ท่ชี อบดวยกฎหมาย
(4) วกิ ลจริตหรอื จติ ฟน เฟอนไมสมประกอบ
(5) มีลักษณะอื่นตามทก่ี ฎหมายวาดวยการจัดตง้ั องคก รปกครองสวนทองถิ่นกำหนด
มาตรา 40 ในการเลอื กตง้ั ครงั้ ใด ถา ผูมสี ทิ ธเิ ลือกต้ังไมอ าจไปใชส ิทธิเลอื กตัง้ ไดเนอื่ งจากมีเหตุอัน
สมควร ใหแจงเหตุที่ไมอาจไปใชสิทธิเลือกต้ังตอบุคคลซ่ึงคณะกรรมการการเลือกต้ังกำหนดภายใน 7 วัน
กอนวันเลือกตั้งหรือภายในเจ็ดวันนับแตวันเลือกต้ัง แตถามีเหตุจำเปนไมอาจแจงไดภายใน 7 วันกอนวัน
เลือกต้ัง ใหดำเนินการแจงตามท่ีคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด ทั้งนี้ การแจงเหตุดังกลา วไมเปน การตัด
สิทธิที่ผูน น้ั จะไปใชส ิทธเิ ลือกต้งั

ในการแจงเหตุตามวรรคหน่ึง ใหผูมสี ิทธเิ ลือกตั้งทำเปนหนังสือหรอื โดยวิธกี ารอืน่ เพ่ือช้ีแจงเหตุ

ดังกลาว โดยอาจมอบหมายใหบุคคลใดไปยื่นตอบุคคลซ่ึงคณะกรรมการการเลือกตั้งแตงตั้งแทน หรือจัดสงหนังสือช้ีแจง

เหตุนั้นทางไปรษณยี ล งทะเบยี น หรอื แจง โดยวธิ กี ารทางอเิ ลก็ ทรอนิกสกไ็ ด

ในกรณีทบี่ ุคคลซึ่งคณะกรรมการการเลือกตัง้ กำหนดตามวรรคหน่ึงพิจารณาแลว เหน็ วา เหตทุ ่ี
ผูมีสิทธเิ ลอื กตงั้ แจง น้ันมิใชเ หตอุ ันสมควร ใหแ จงใหผ ูมสี ิทธิเลอื กต้ังทราบภายใน 3 วนั นับแตวนั ทีไ่ ดร บั แจง เหตุ

ผูมีสิทธิเลือกต้ังท่ีไดรบั แจงตามวรรคสาม มีสิทธิย่นื อุทธรณตอผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำ
จังหวดั ภายใน 30 วันนบั แตวันเลอื กตัง้

การแจงเหตุ วิธีการแจงเหตุทางอิเล็กทรอนิกส บุคคลท่ีจะรับแจงเหตุ สถานที่รับแจงเหตุ การ

พิจารณาการแจงเหตุ และการอุทธรณ ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกต้ัง

กำหนด โดยในการกำหนดดังกลาวใหคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกแกประชาชนดวย ในการน้ี ให

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ชดุ ที่ 2 294

คณะกรรมการการเลือกต้ังกำหนดรายละเอียดของเหตุท่ีทำใหผูมีสิทธิเลือกต้ังไมอาจไปใชสิทธิเลือกตั้งไว เพื่อ
เปนแนวทางในการพจิ ารณาของบุคคลซึง่ คณะกรรมการการเลือกตงั้ แตง ตัง้ ดวย

มาตรา 41 เมื่อครบกำหนด 60 วันนับแตวันเลือกตั้ง ใหบุคคลซึ่งคณะกรรมการการเลือกต้ังแตงต้ัง
ตามมาตรา 40 วรรคหน่ึง ประกาศรายช่ือผูไมไปใชสิทธิเลือกตั้งและมิไดแจงเหตุตามมาตรา 40 หรือแจงเหตุไว
แลวแตเ หตุน้ันมิใชเ หตอุ นั สมควร

ใน ก ร ณี ท่ี ป ร ะ ก า ศ ร า ย ช่ื อ ต า ม ว ร ร ค ห น่ึ งมี ค ว า ม ผิ ด พ ล า ด ค ล า ด เค ล่ื อ น จ า ก ข อ เท็ จ จ ริ ง
ใหผูมีสวนไดเสียยื่นคำรองตอผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหรือบุคคลซ่ึงคณะกรรมการการเลือกตั้งแตงต้ัง
ตามมาตรา 40 เพอื่ ดำเนินการแกไ ข ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑแ ละวิธีการทีค่ ณะกรรมการการเลอื กตัง้ กำหนด

** สำคัญ** มาตรา 42 ผูมีสิทธิเลือกตั้งผูใดไมไปใชสิทธิเลือกต้ังและมิไดแจงเหตุที่ไมอาจไปใชสิทธิ
เลอื กต้ัง หรอื แจง เหตุท่ไี มอาจไปใชสิทธเิ ลือกตั้งแลว แตเ หตนุ ้นั มิใชเ หตุอันสมควร ผนู ัน้ ถูกจำกัดสทิ ธิ ดังตอไปน้ี

(1) สมัครรับเลือกต้ังเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร หรือสมาชิกสภาทองถ่ินและผูบริหาร
ทองถนิ่ หรือสมคั รรับเลือกเปนสมาชกิ วุฒสิ ภา

(2) สมคั รรับเลือกเปนกำนนั และผใู หญบ านตามกฎหมายวาดวยลกั ษณะปกครองทอ งท่ี
(3) เขา ช่ือรองขอใหถ อดถอนสมาชกิ สภาทองถิ่นหรือผูบรหิ ารทอ งถ่ินตามกฎหมายวาดวย
การลงคะแนนเสยี งเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาทอ งถ่นิ หรอื ผูบริหารทอ งถิน่
(4) ดำรงตำแหนงขาราชการการเมืองตามกฎหมายวาดวยระเบียบขาราชการการเมือง
และขา ราชการรฐั สภาฝายการเมอื งตามกฎหมายวา ดว ยระเบยี บขาราชการรฐั สภา
(5) ดำรงตำแหนงรองผูบริหารทองถิ่น เลขานุการผูบริหารทองถิ่น ผูชวยเลขานุการ
ผูบริหารทองถ่ิน ประธานที่ปรึกษาผูบริหารทองถิ่น ท่ีปรึกษาผูบริหารทองถ่ิน หรือคณะที่ปรึกษาผูบริหาร
ทองถน่ิ ตามกฎหมายวา ดวยการจดั ต้ังองคกรปกครองสว นทองถิ่น
(6) ดำรงตำแหนงเลขานุการประธานสภาทองถ่ิน ผูชวยเลขานุการประธานสภาทองถิ่น และ
เลขานกุ ารรองประธานสภาทองถน่ิ ตามกฎหมายวา ดว ยการจัดตงั้ องคก รปกครองสว นทองถิน่
การจำกัดสิทธิตามวรรคหน่ึง ใหมีกำหนดเวลาคร้ังละ 2 ปนับแตวันเลือกต้ังครั้งที่ผมู ีสิทธิ
เลือกต้ังไมไปใชสิทธิเลือกตั้ง หากในการเลือกตั้งครั้งตอไปผูนั้นไมไปใชสิทธิเลือกต้ังอีก ใหนับเวลาการจำกัด
สิทธิครั้งหลังนี้โดยนับจากวันท่ีมิไดไปใชสิทธิเลือกตั้งครั้งใหม และหากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งกอนยัง
เหลอื อยเู ทาใดใหก ำหนดเวลาการจำกดั สิทธนิ ้นั สน้ิ สุดลง

*** การจำกัดสิทธิน้ันผูอานตองแยกใหออกระหวาง กฎหมายเลือกต้ังทองถ่ิน /เลือกต้ัง ส.ส./เพราะ

อาจจะทำใหผูอานสับสนได เนื่องจากมีลักษณะคลายกันเพียงบางขอเทานั้น ขอสอบอาจจะนำมา

หลอกได การเลอื กตัง้ ทองถ่ินกบั ระดบั ชาตไิ มหักลา งกนั ***

มาตรา 43 เมื่อไดมีประกาศใหมีการเลือกต้ังแลว ใหผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกร
ปกครองสวนทองถิ่นตรวจสอบบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกต้ังของแตละหนวยเลือกต้ังจากบัญชีรายช่ือผูมี
สทิ ธิเลือกต้ังตามมาตรา 13 ใหถูกตองตามความจรงิ และประกาศบัญชีรายช่ือผมู ีสิทธเิ ลือกตั้งไวโดยเปดเผย ณ

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ชุดท่ี 2 295

ศาลากลางจังหวัดหรือที่วาการอำเภอท่ีตั้งอยูในเขตเลือกต้ังนั้น ท่ีทำการองคกรปกครองสวนทองถิ่นน้ัน ท่ีเลือกตั้ง
หรือบริเวณใกลเคียงกับที่เลือกต้ัง และสถานท่ีอื่นท่ีเห็นสมควรกอนวันเลือกตั้งไมนอยกวา 25 วัน และแจง
รายชอื่ ผูม สี ทิ ธเิ ลือกต้งั ใหเจาบานทราบกอนวนั เลือกตง้ั ไมน อยกวา 15 วัน

ในกรณีท่ีผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินพบวา การจัดทำบัญชี

รายช่ือผูมีสิทธิเลือกตั้งมีความผิดพลาด หรือมีเหตุอนั ควรเชื่อไดวามีการยายบุคคลใดเขามาในทะเบียนบานเพื่อ

ประโยชนในการเลอื กต้งั โดยมิชอบ ไมวาจะพบเหตุดงั กลาวกอ นหรือหลังการประกาศบัญชีรายช่ือผูมีสิทธิเลอื กตั้ง

ใหผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นรายงานตอคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ

องคกรปกครองสวนทองถิ่นโดยเร็ว ถาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นเห็นวากรณี

ดังกลาวเปนความจริง ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นมีคำส่ังใหแกไขหรือถอน

ชือ่ บุคคลนนั้ ออกจากบญั ชีรายชอื่ ผูมีสิทธเิ ลือกต้ังได

บัญชีรายช่ือผูมีสิทธิเลือกต้ังท่ีประกาศโดยเปดเผยตามวรรคหน่ึง มิใหระบุเลขประจำตัว

ประชาชนของผูมีสิทธิเลือกตั้ง สำหรับบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกตั้งที่จัดทำข้ึนเพ่ือประโยชนของเจาหนาท่ีในการ

ตรวจสอบผมู าใชส ทิ ธิเลือกต้ัง ใหร ะบเุ ลขประจำตวั ประชาชนของผูมสี ิทธเิ ลอื กต้ังดว ย
มาตรา 44 ผูมสี ทิ ธเิ ลอื กตัง้ หรือเจา บา นผใู ดเห็นวา ตนหรือผูมีชือ่ อยใู นทะเบียนบา นของตน

ไมมีช่ืออยูในบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกต้ัง ใหแจงเปนหนังสือตอผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำองคกร
ปกครองสว นทอ งถ่ินกอ นวนั เลอื กต้ังไมนอ ยกวา 10 วัน

เมื่อผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นไดรับหนังสือตามวรรค

หนึ่งแลวใหรีบตรวจสอบหลักฐาน ถาเห็นวาผูแจงหรือผูมีชื่ออยูในทะเบียนบานเปนผูมีสิทธิเลือกต้ัง ให

ผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นดำเนินการเพมิ่ ชื่อผูน้ันลงในบัญชีรายชื่อผมู ีสิทธิเลือกตั้งโดยเร็วและแจงใหผู

แจงและเจาบานทราบ แตถาเห็นวาผูแจงหรือผูมีชื่ออยูในทะเบียนบานเปนผูไมมีสิทธิเลือกต้ัง ใหผูอำนวยการ

การเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินรายงานตอคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครอง

สวนทองถ่ิน พรอมทั้งแจงใหผูแจงและเจาบานทราบภายใน 3 วันนับแตวันที่ไดรับหนังสือ ในกรณีท่ี

คณะกรรมการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นเห็นวาผูแจงหรือผูมีช่ืออยูในทะเบียนบานเปนผูมี

สิทธิเลือกต้ัง ใหมีคำส่ังเพิ่มช่ือผูนั้นลงในบัญชีรายช่ือผูมีสิทธิเลือกต้ังและใหแจงไปยังผูอำนวยการการเลือกตั้ง

ประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินโดยเร็ว ในการนี้ ใหผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวน

ทอ งถน่ิ ปฏบิ ัติตามคำส่ังของคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจำองคกรปกครองสวนทอ งถิน่ และแจงใหผูแจงหรอื เจา

บา นทราบโดยเร็ว
มาตรา 45 ผูมีสิทธิเลือกตั้งผูใดเห็นวาผูมีช่อื อยูในบัญชีรายชื่อผูมสี ิทธิเลอื กตงั้ ท่ีไดประกาศ

ตามมาตรา 43 วรรคหนึ่ง เปนผูไมมีสิทธิเลือกตั้ง ใหมีสิทธิยื่นคำรองตอผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกร
ปกครองสวนทองถิ่นกอนวันเลือกต้ังไมนอยกวา 10 วัน เพ่ือใหถอนช่ือผูไมมีสิทธิเลือกต้ังผูนั้นออกจาก
บญั ชรี ายชอื่ ผูม ีสทิ ธเิ ลอื กต้ัง

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ชุดท่ี 2 296

เมอ่ื ผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินพิจารณาแลวเห็นวา ผูมีชื่ออยู
ในบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกต้ังเปนผูไมมีสิทธิเลือกต้ัง ใหผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวน

ทองถิ่นโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินมีคำสั่งถอนชื่อผูน้ัน
ออกจากบัญชีรายช่ือผูมีสิทธิเลือกต้ังและแจงใหผูยื่นคำรองทราบ ถาผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำองคกร
ปกครองสวนทองถิ่นเห็นวาผูมีชื่ออยูในบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกตั้งเปนผูมีสิทธิเลือกต้ังใหรายงานตอ

คณะกรรมการการเลือกต้ังประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่น พรอมทั้งแจงใหผูย่ืนคำรองทราบภายใน 3 วันนับ
แตวันไดรบั คำรอง ในกรณที ีค่ ณะกรรมการการเลอื กต้ังประจำองคกรปกครองสวนทอ งถ่นิ เห็นวา ผมู ชี ่ืออยใู นบญั ชี
รายช่ือผูมีสิทธิเลือกต้ังเปนผูไมมีสิทธิเลือกตั้ง ใหมีคำสั่งถอนช่ือผูนั้นออกจากบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกต้ัง และให

นำความในมาตรา 44 วรรคสอง มาใชบงั คบั ดวยโดยอนุโลม
ถา เจาบานผูใดเห็นวาบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกต้ังปรากฏช่ือบุคคลอ่ืนซึ่งมิไดมีชื่ออยูในทะเบียน

บานของตน เม่ือเจาบานหรือผูซ่ึงเจาบานมอบหมายนำหลักฐานทะเบียนบานมาแสดงใหเห็นวาไมมีช่ือบุคคลนั้น

อยูในทะเบียนบาน ใหผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นหรือคณะกรรมการประจำ
หนวยเลือกตั้ง แลวแตกรณี มีคำสั่งถอนชื่อบุคคลนั้นออกจากบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกตั้งและแจงใหเจาบาน
หรือผูซ่งึ เจาบานมอบหมายทราบโดยเร็ว

กรณีตามวรรคสองหรือวรรคสาม ถาผูที่ถูกถอนชื่อออกจากบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกต้ังมี
หลักฐานแสดงวาเปนผูมีสิทธิเลือกต้ัง และย่ืนคำรองคัดคานการถูกถอนชื่อตอคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำ
องคกรปกครองสวนทองถิ่น ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถิ่นตรวจสอบ

ขอเท็จจริงแลววินิจฉัยโดยเร็ว คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินให
เปน ทส่ี ุดสำหรบั การเลือกตง้ั ครัง้ น้ัน

มาตรา 46 ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาใหเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลใด และ
คณะกรรมการการเลือกต้ังทราบคำพิพากษาน้ันแลว ใหคณะกรรมการการเลือกต้ังแจงผูอำนวยการการ
เลือกตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถ่ินเพ่ือใหบันทึกไวในบัญชีรายช่ือผูมีสิทธิเลือกตั้ง และเม่ือคดีถึงท่ีสุด
แลวใหคณะกรรมการการเลือกตั้งแจง ผูอำนวยการการเลือกต้งั ประจำองคกรปกครองสว นทองถ่ินดำเนินการบันทึก

หรือปรบั ปรงุ การบนั ทกึ เดิมใหส อดคลองกบั คำพิพากษาทถี่ ึงทีส่ ดุ น้นั
มาตรา 47 ในกรณีท่มี ีการถอนช่อื บุคคลใดออกจากบญั ชีรายช่ือผมู สี ิทธิเลอื กตัง้ ตามมาตรา

43 วรรคสอง หรือมาตรา 45 วรรคสองหรือวรรคสาม หรือเพิ่มชื่อบุคคลใดลงในบัญชีรายช่ือผูมีสิทธิเลือกต้ัง

ตามมาตรา 44 วรรคสอง หรือในกรณีท่ีศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดใหเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลใดตาม
มาตรา 46 ใหผ อู ำนวยการการเลอื กตั้งประจำองคกรปกครองสวนทองถน่ิ แจงตอผูอำนวยการทะเบียนกลาง
ตามกฎหมายวาดวยการทะเบียนราษฎรเพื่อแกไขบัญชีรายชื่อผูม สี ทิ ธเิ ลือกตัง้ ตามมาตรา 13 ใหถูกตองดว ย

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชดุ ท่ี 2 297

มาตรา 48 หามมิใหผูใดดำเนินการยายบุคคลเขามาในทะเบียนบานเพ่ือประโยชนในการ
เลือกตั้งโดยมชิ อบ

กรณีดงั ตอไปน้ีใหสันนิษฐานวาเปน การยา ยบุคคลเขามาในทะเบียนบานเพ่ือประโยชนในการ
เลอื กตง้ั โดยมิชอบดว ย เวน แตค ณะกรรมการการเลือกตั้งพจิ ารณาแลวเห็นวาเปนการยายโดยมีเหตุผลอันสมควร

(1) การยายบุคคลต้ังแต 5 คนขึ้นไปซง่ึ ไมม ีช่ือสกุลเดยี วกับเจาบา นเขามาในทะเบียนบา น
เพื่อใหบ คุ คลดังกลาวมีสทิ ธเิ ลอื กต้งั ท่ีจะมขี ึ้นภายในสองปน ับแตว นั ที่ยา ยเขา มาในทะเบียนบา น

(2) การยายบุคคลเขา มาในทะเบยี นบานโดยบคุ คลนนั้ มิไดอ ยูอาศัยจริง
(3) การยา ยบคุ คลเขามาในทะเบียนบานโดยมไิ ดร ับความยนิ ยอมจากเจา บา น
ความในวรรคสอง (1) มิใหใชบังคับแกหนวยงานของรัฐ สถานศึกษา หรือสถานประกอบการ
หรือสถานที่อนื่ ใดทีค่ ณะกรรมการการเลือกต้ังประกาศกำหนด ที่ยายเจาหนาท่ี นกั ศึกษา หรือพนักงานของตน
หรือบุคคลท่ีคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนด เขามาในทะเบียนบานของตน ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ
และเงอื่ นไขที่คณะกรรมการการเลือกตงั้ กำหนด

หมวด 5
ผูส มัครรบั เลอื กตง้ั

** สำคัญ** มาตรา 49 บคุ คลผมู ีคุณสมบัติดังตอ ไปนเ้ี ปนผมู ีสิทธสิ มคั รรบั เลอื กตัง้
(1) มสี ญั ชาติไทยโดยการเกดิ
(2) ผูมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นตองมีอายุไมต่ำกวา 25 ปนับถึงวัน

เลือกต้ัง สำหรับผูมีสิทธิสมัครรับเลือกต้ังเปนผูบริหารทองถิ่นใหมีอายุตามท่ีกฎหมายวาดวยการจัดตั้งองคกร
ปกครองสว นทอ งถ่นิ กำหนด

(3) มีชื่ออยูในทะเบียนบานในเขตองคกรปกครองสวนทองถิ่นที่สมัครรับเลือกตั้งในวัน
สมัครรบั เลอื กตง้ั เปนเวลาตดิ ตอ กนั ไมน อ ยกวา 1 ปน บั ถงึ วนั สมัครรบั เลอื กต้ัง

(4) คณุ สมบัติอ่ืนตามท่กี ฎหมายวาดวยการจดั ตั้งองคก รปกครองสว นทองถิ่นกำหนด
มาตรา 50 บคุ คลผูม ีลกั ษณะดงั ตอ ไปนเี้ ปน บคุ คลตอ งหามมิใหใ ชสทิ ธสิ มัครรับเลอื กตง้ั
(1) ตดิ ยาเสพติดใหโทษ
(2) เปน บคุ คลลม ละลายหรือเคยเปนบคุ คลลม ละลายทุจรติ
(3) เปนเจา ของหรอื ผูถอื หุนในกิจการหนงั สือพมิ พหรือสอื่ มวลชนใด ๆ
(4) เปน บุคคลผมู ลี ักษณะตองหามมใิ หใ ชสทิ ธิเลือกตัง้ ตามมาตรา 39 (1) (2) หรอื (4)
(5) อยูระหวางถูกระงับการใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนการช่ัวคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิ
สมคั รรับเลอื กตง้ั
(6) ตองคำพิพากษาใหจำคุกและถูกคมุ ขงั อยโู ดยหมายของศาล

เตรยี มสอบ กกต. 2564


Click to View FlipBook Version
Previous Book
Analisis UPSR 2017-2019
Next Book
LPD RIAWAN