The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

130024_เพจ-เตรียมสอบ-กกต.64-ชุดที่-2-สงวนลิขสิทธิ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pratheerapong2519, 2021-03-22 22:15:35

130024_เพจ-เตรียมสอบ-กกต.64-ชุดที่-2-สงวนลิขสิทธิ์

130024_เพจ-เตรียมสอบ-กกต.64-ชุดที่-2-สงวนลิขสิทธิ์

เตรยี มสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ชดุ ท่ี 2 198

(17) เปนพนักงานหรือลูกจางของหนวยราชการ หนวยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ
หรือเปน เจา หนาทอี่ ืน่ ของรฐั

(18) เปน ตุลาการศาลรัฐธรรมนญู หรอื ผดู ำรงตำแหนงในองคก รอิสระ
(19) อยใู นระหวางตอ งหามมใิ หดำรงตำแหนง ทางการเมือง
(20) เคยพนจากตำแหนงเพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวามีการเสนอ การแปรญัตติ
หรือการกระทำดวยประการใด ๆ ท่ีมีผลใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการมี
สวน ไมวา โดยทางตรงหรือทางออ มในการใชง บประมาณรายจา ย
(21) เคยพนจากตำแหนงเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดำรง
ตำแหนงทางการเมืองมีคำพิพากษาวาเปนผูมีพฤติการณร่ำรวยผิดปกติ หรือกระทำความผิดฐานทุจริต
ตอหนา ที่ หรอื จงใจปฏิบัตหิ นา ที่หรือใชอำนาจขดั ตอบทบญั ญัติแหง รัฐธรรมนูญหรอื กฎหมาย หรือฝาฝน
หรอื ไมปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอยา งรา ยแรง

สว นที่ 2
การสมัครรบั เลอื กตั้งแบบแบง เขตเลือกตง้ั
มาตรา 43 ผูสมัครรบั เลือกตงั้ แบบแบงเขตเลือกตงั้ ตองเปนผูซ ่ึงพรรคการเมืองท่ีตน
เปนสมาชิกสงสมัครรับเลือกต้ังและไดรับการสรรหาตามวิธีการท่ีกำหนดไวในกฎหมายประกอบ
รัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง โดยจะสมัครรับเลือกต้ังเกินหน่ึงเขตมิได และตองไมเปนบุคคลที่มี
รายชอื่ อยูในบัญชรี ายชือ่ ผูสมัครแบบบญั ชรี ายชอื่
มาตรา 44 ใหผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกต้ังประกาศวิธีการหรือ
สถานทรี่ ับสมคั รภายใน 3 วันนับแตว ันท่ีคณะกรรมการกำหนดวนั เลือกตัง้ กรณีมีเหตุจำเปน อันมิอาจ
หลีกเล่ียงได อาจมีการเปล่ียนวิธีการหรือสถานที่รับสมัครก็ได ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑที่คณะกรรมการ
กำหนด โดยจะกำหนดใหการรับสมัครของ แตละเขตเลือกตั้งในจังหวัดเดียวกันกระทำในสถานที่
เดียวกันกไ็ ด
มาตรา 45 ในการสมัครรับเลือกต้ังแบบแบงเขตเลือกตั้ง ใหผูสมัครย่ืนสมัครรับ
เลือกตั้งตามที่กำหนดตามมาตรา 44 ภายในระยะเวลาการรบั สมัคร โดยมีเอกสารและหลกั ฐานดังตอ ไปน้ี
(1) หนังสือรับรองการสงผูสมัครแบบแบงเขตเลือกตัง้ ของหัวหนาพรรคการเมืองซ่ึง
ตองมีคำรับรองดวยวาไดดำเนินการถูกตองครบถวนตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรค
การเมอื งแลว ตามแบบทีค่ ณะกรรมการกำหนด
(2) หลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดาเปนเวลาติดตอกัน 3 ปนับถึงป
ท่ีสมัครรับเลือกตั้งของผูสมัคร เวนแตเปนผูไมไดเสียภาษีเงินได ใหทำหนังสือยืนยันการไมไดเสียภาษี
พรอ มทั้งสาเหตแุ หง การไมไ ดเสียภาษี
(3) เงินคา ธรรมเนียมการสมคั รคนละ 10,000 บาท
(4) เอกสารและหลกั ฐานอ่ืนตามทคี่ ณะกรรมการกำหนดเทา ทจ่ี ำเปนตอการดำเนนิ การเลอื กต้งั

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ชดุ ท่ี 2 199

ใหสำนักงานจดั ทำขอ มูลหลักฐานตาม (2) และเปด เผยใหป ระชาชนทราบเปน การทว่ั ไป
มาตรา 46 ใหเปนหนาที่ของผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกต้ังท่ีจะตอง
ตรวจสอบการสมัครของผสู มัครวาไดสง เอกสารและหลักฐานตามมาตรา 45 ถูกตองครบถว นหรือไม
ถา เห็นวา ไมถ ูกตอ งครบถวนใหค ืนเอกสารและหลกั ฐานทัง้ หมดใหผ สู มคั รน้นั
ในกรณีที่ผูสมัครไดสงเอกสารและหลักฐานตามมาตรา 45 ถูกตองครบถวนแลวให
ผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งออกหลกั ฐานการรับสมคั รรับเลือกต้งั ใหแกผูสมัครนน้ั เรียง
ตามลำดับการย่ืนสมัคร และใหทำสำเนาคูฉบับไวเปนหลักฐานและใหประกาศรายช่ือผูสมัครภายใน 7 วันนับ
แตวันปด รบั สมคั รไวโ ดยเปดเผย ณ ทีเ่ ลือกตั้ง หรือบริเวณใกลเ คียงกับทีเ่ ลือกตง้ั หรอื สถานทอ่ี ่ืนท่ีเหน็ สมควร
ประกาศตามวรรคสองอยางนอยใหมีชื่อตัว ช่ือสกุล และรูปถายของผูสมัครพรรค
การเมืองที่สังกดั และหมายเลขประจำตัวผสู มัครท่จี ะใชใ นการออกเสียงลงคะแนน
มาตรา 47 ในกรณีมีเหตุจำเปนเฉพาะพื้นท่ีทำใหไมสามารถดำเนินการรับสมัครรับ
เลือกตั้งไดตามมาตรา 45 เนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเปนอื่นใน
เขตเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดวันรับสมัครเพ่ิมเติมโดยอาจกำหนดให
ดำเนินการรบั สมคั รรับเลอื กตงั้ ในทองที่อนื่ ได
ใหนำความในมาตรา 16มาใชบังคบั แกก ารจดั การเลอื กตั้งในเขตเลือกตั้งตามมาตราน้ีดวยโดยอนโุ ลม
มาตรา 48 ในการสมัครรับเลือกตั้ง ใหผูสมัครไดรับหมายเลขประจำตัวผูสมัครเรียง
ตามลาดับเลขที่ของหลักฐานการรับสมัครรับเลือกตั้งที่ผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำเขตเลือกต้ังออก
ใหต ามมาตรา 46
ในกรณีที่มผี ูมาสมัครพรอมกนั หลายคนและไมอ าจตกลงลำดับในการย่ืนใบสมัครได
ใหใชวิธีจับสลากระหวางผูสมัครท่ีมาพรอมกัน เมื่อไดกำหนดหมายเลขประจำตัวผูสมัครแลวจะ
เปลยี่ นแปลงหมายเลขประจำตวั ผสู มคั รไมไดไมวาดวยประการใด ๆ
มาตรา 49 กรณีที่ผูอำนวยการการเลอื กตงั้ ประจำเขตเลอื กตัง้ ไมร บั สมคั รผใู ดหรือไม
ประกาศรายชื่อบุคคลใดเปนผูสมัครตามมาตรา 46 ใหบ ุคคลน้ันมีสิทธิย่ืนคำรองตอศาลฎกี าภายใน 7
วันนับแตวันที่ไมรับสมัครหรือวันท่ีประกาศรายชื่อผูสมัคร แลวแตกรณี โดยไมตองเสียคาธรรมเนียม
ศาลในการดำเนินกระบวนพิจารณา โดยในการพิจารณาและวนิ จิ ฉยั ของศาลฎีกาใหด ำเนินการใหแลว
เสร็จกอ นวันเลือกต้ังไมนอยกวา 3 วัน และเม่ือศาลฎีกามีคำวนิ ิจฉัยเชนใดแลวใหศาลแจงคำวินจิ ฉัยไป
ยังผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งเพ่ือดำเนินการตามคำวินิจฉัยตอไปโดยเร็ว แตท้ังนี้ไม
กระทบกระเทอื นถงึ การปฏิบตั ิกอ นทราบคำวินจิ ฉยั ของศาล
มาตรา 50 เม่ือผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำเขตเลือกตั้งไดออกหลักฐานการรับ
สมัครรับเลือกต้ังใหแกผูสมัครตามมาตรา 46 แลว ผูสมัครหรือพรรคการเมืองจะถอนการสมัครหรือ
เปล่ยี นแปลงผสู มัครไดเฉพาะกรณี
1. ผูสมัครตาย

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ชดุ ที่ 2 200

2. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหาม ตอ งกระทำกอ นปด การรบั สมคั รรบั เลอื กตั้ง
ทงั้ นี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการทค่ี ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 51 ในกรณีที่ผมู ีสทิ ธิเลือกต้ังหรอื ผสู มคั รผูใดเห็นวา ผูมีชื่อในประกาศรายช่ือ
ท่ีผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำเขตเลือกต้ังไดประกาศตามมาตรา 46 ไมมีสิทธิสมัครรับเลือกต้ังใหมี
สิทธิย่ืนคำรอ งตอคณะกรรมการภายใน 7 วันนับแตวันท่ีประกาศรายช่ือผูสมัคร เม่ือคณะกรรมการมี
คำวินิจฉัยเชนใดแลว ใหแจงคำวินิจฉัยไปยังผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำเขตเลือกต้ังเพื่อดำเนินการ
ตามคำวินิจฉัยตอไปโดยเร็ว ตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด แตท้ังน้ีไม
กระทบกระเทอื นถงึ การปฏิบัติกอ นทราบคำวินจิ ฉยั ของคณะกรรมการ

ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัยใหถอนการรับสมัครของผูใด ใหผูน้ันมีสิทธิยื่น
อุทธรณคำวินิจฉัยดังกลาวตอศาลฎีกาไดภายใน 3 วันนับแตวันท่ีถูกถอนการรับสมัครและในกรณีที่
ศาลฎีกายังมิไดมีคำวินิจฉัยเปนประการใดกอนวันเลือกต้ัง ใหการพิจารณาเปนอันยุติและใหดำเนินการ
เลือกตั้งไปตามคำส่ังของคณะกรรมการ

มาตรา 52 กอนวันเลือกต้ัง หากผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำเขตเลือกต้ัง
ตรวจสอบแลวเห็นวาผูสมัครผูใดไมมีสิทธิสมัครรับเลือกต้ังเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ
ตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ใหยื่นคำรองตอศาลฎีกาใหถอนชื่อผูนั้นออกจากประกาศ
รายชื่อผูสมคั ร

เมื่อถึงวันเลือกตั้ง ถาปรากฏวาศาลฎีกายังมิไดวินิจฉัย ใหดำเนินการเลือกตั้งไปตาม
ประกาศรายชือ่ ผสู มัครทมี่ ีผลอยูใ นวนั นน้ั

มาตรา 53 กอนประกาศผลการเลือกต้ัง หากผูอำนวยการการเลือกต้ังประจำเขต
เลือกต้ังตรวจสอบแลวเห็นวาผูสมัครผูใดไมมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเน่ืองจากขาดคุณสมบัติหรือมี
ลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกต้ังและผูสมัครผูนั้นไดคะแนนอยูในลำดับท่ีจะไดรับการ
เลือกตั้ง ใหเสนอเร่ืองตอคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัย ในกรณีท่ีคณะกรรมการวินิจฉัยวาผูสมัครผูนั้นมี
เหตุดังกลาว ใหมีคำส่ังยกเลิกการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งน้ันและส่ังใหดำเนินการเลือกตั้งใหมในกรณีน้ี
มิใหนำคะแนนทผี่ ูสมัครแตละคนไดรับไปใชใ นการคำนวณตามมาตรา 128

กรณีตามวรรคหนึ่งหากผูสมัครท่ีขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามไดคะแนนไมอยู
ในลำดบั ท่ีจะไดรบั การเลอื กตงั้ มิใหนำคะแนนที่ผสู มคั รนัน้ ไดร บั ไปใชใ นการคำนวณตามมาตรา 128

ในกรณีตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง หากผูสมัครผูน้ันรูอยูแลววาตนเปนผูไมมีสิทธิ
สมัครรับเลือกต้ัง ใหคณะกรรมการส่ังระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไวเปนการช่ัวคราว และดำเนินการ
ตอ ไปตามมาตรา 138

มาตรา 54 กรณีที่พบเหตุตามมาตรา 53 ภายหลังประกาศผลการเลือกต้ังและผูน้ัน
เปนผูไ ดรบั เลือกตัง้ ใหค ณะกรรมการยื่นคำรอ งตอศาลรัฐธรรมนูญเพอื่ วนิ ิจฉยั

ในกรณีตามวรรคหนึ่ง หากผูสมัครผูน้ันรูอยูแลววาตนเปนผูไมมีสิทธิสมัครรับ
เลือกตั้งแลวปกปด หรอื ไมแจงขอความจริงนั้น ใหถือวาการเลือกต้ังในเขตเลอื กต้งั น้ันมิไดเปนไปโดย

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ชดุ ที่ 2 201

สุจริตหรือเที่ยงธรรม และใหศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูนั้นและเมื่อ
มกี ารเลอื กต้ังใหม ใหนำความในมาตรา 131 มาใชบงั คบั ดวยโดยอนโุ ลม

เม่ือศาลรัฐธรรมนูญไดรับเรื่องไวพิจารณาแลว หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยวา
สมาชิกสภาผูแทนราษฎรผูถูกรองมีกรณีตามที่ถูกรอง ใหศาลรัฐธรรมนูญมีคำส่ังใหผูน้ันหยุดปฏิบัติ
หนา ที่จนกวา ศาลรฐั ธรรมนญู จะมคี ำวินิจฉยั

มาตรา 55 พรรคการเมืองท่ีสงผูสมัคร หากประสงคจะสงผูแทนไปประจำอยู ณ
ท่ีเลือกตั้งเพื่อสังเกตการณการออกเสียงลงคะแนนและการนับคะแนน ใหยื่นหนังสือแตงตั้งผูแทน
ของตนตอคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกต้ังกอนวันเลือกต้ังไมนอยกวา 15 วันทั้งน้ี
ใหแ ตง ต้งั ไดทเ่ี ลอื กตงั้ ละ 1 คน
ผูแทนพรรคการเมืองตามวรรคหนึ่ง ตองอยูในที่ซึ่งจัดไว ณ ที่เลือกตั้งซ่ึงสามารถมองเห็นการปฏิบัติงาน
ได และตองปฏบิ ตั ิตามท่ีกรรมการประจำหนว ยเลอื กตง้ั กำหนด

ในกรณีท่ีมีการกระทำอันเปนการฝาฝนความในวรรคสอง ใหคณะกรรมการประจำ
หนวยเลือกต้ังมีคำสั่งใหผูแทนพรรคการเมืองนั้นออกไปจากท่ีเลือกตั้ง และใหเจาหนาที่รักษาความ
ปลอดภยั ประจำหนว ยเลือกต้ังดำเนนิ การเพ่อื ใหเปนไปตามคำสั่ง

การปฏิบัติงานของผูแทนพรรคการเมืองใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ี
คณะกรรมการกำหนด

สวนที่ 3
การสมคั รรับเลือกตง้ั แบบบญั ชีรายช่อื
มาตรา 56 พรรคการเมืองใดสงผูสมัครแบบแบงเขตเลือกตั้งแลว ใหมีสิทธิสง
ผูสมัครแบบบัญชีรายช่ือไดพรรคละ 1 บัญชี มีจำนวนไมเกิน 150 รายช่ือ ตามหลักเกณฑดังตอไปนี้
(1 พรรค/ 150 ชอื่ )
(1) ดำเนินการสรรหาผูสมัครแบบบัญชีรายชื่อตามวิธีการที่กำหนดไวในกฎหมาย
ประกอบรฐั ธรรมนูญวาดว ยพรรคการเมอื ง
(2) พรรคการเมืองจะเสนอรายชื่อบุคคลใดตองไดรับความยินยอมเปนหนังสือจาก
บคุ คลนน้ั และบคุ คลดังกลาวตองเปน สมาชิกของพรรคการเมืองที่จะเสนอรายช่อื เพียงพรรคเดียว
(3) ใหจัดทำบัญชีรายชื่อตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด โดยจัดเรียงลำดับรายชื่อ
ผูสมัครตามลำดับหมายเลข
(4) รายช่ือในบัญชีผูสมัครของพรรคการเมืองตองไมซ้ำกับพรรคการเมืองอ่ืนและไมซ้ำ
กับรายชอ่ื ผสู มัครแบบแบง เขตเลอื กตงั้
การจัดทำบัญชีรายชือ่ ตามวรรคหนง่ึ ตอ งใหสมาชกิ ของพรรคการเมืองมีสวนรว มในการ
พิจารณาดวย โดยตองคำนึงถึงผูสมัครรับเลือกต้ังจากภูมิภาคตาง ๆ และความเทาเทียมกันระหวางชาย
และหญงิ ท้งั นี้ ตามท่บี ญั ญตั ไิ วใ นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนญู วาดว ยพรรคการเมอื ง

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชุดท่ี 2 202

มาตรา 57 การสมคั รรบั เลอื กตั้งแบบบญั ชรี ายช่ือ ใหพรรคการเมอื งย่ืนบัญชีรายช่ือ
ผูสมัครท่ีพรรคการเมืองจัดทำข้ึนตามมาตรา 56 ตอคณะกรรมการกอนปดการรับสมัครรับเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้ง ตามวิธีการและสถานที่ที่คณะกรรมการกำหนดกรณีมี
เหตุจำเปนอนั มอิ าจหลีกเลยี่ งได คณะกรรมการอาจเปลย่ี นวธิ ีการหรือสถานทีร่ บั สมคั รก็ได

ในการย่นื บญั ชีรายชอ่ื ผูสมัครตามวรรคหน่ึง ตองย่นื พรอ มเอกสารและหลกั ฐาน ดงั ตอ ไปนี้
(1) หนงั สือยินยอมของผสู มัคร
(2) หนังสือรับรองของพรรคการเมืองวาไดดาเนินการถูกตองครบถวนตามกฎหมาย
ประกอบรฐั ธรรมนูญวา ดวยพรรคการเมอื งแลว
(3) หลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดาเปนเวลาติดตอกัน 3 ปนับถึงป
ที่สมัครรับเลือกตั้งของผูสมัคร เวนแตเปนผูไมไดเสียภาษีเงินได ใหทาหนังสือยืนยันการไมไดเสียภาษี
พรอมทงั้ สาเหตแุ หง การไมไ ดเ สยี ภาษี
(4) เงินคาธรรมเนียมการสมัครคนละ 10,000 บาท
(5) เอกสารและหลกั ฐานอน่ื ตามท่ีคณะกรรมการกำหนดเทาท่ีจำเปนตอ การดำเนินการเลอื กตงั้
ใหส ำนกั งานจัดทำขอ มลู หลักฐานตาม (3) และเปด เผยใหประชาชนทราบเปน การทั่วไป
ในกรณีพรรคการเมืองใดย่ืนเอกสารและหลักฐานการสมัครรับเลือกต้ังของผูสมัคร
รายใดไมถูกตองครบถวน ใหคณะกรรมการมีอำนาจไมรับสมัครรับเลือกต้ังผูสมัครรายน้ันได และให
สำนักงานแจง เหตุผลใหพรรคการเมืองทราบ ทง้ั น้ี ตามท่ีคณะกรรมการกำหนด
มาตรา 58 เมื่อคณะกรรมการรับสมัครผูสมัครแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง
ใดแลว ใหประกาศรายช่ือผูสมัครภายใน 7 วันนับแตวันปด รับสมัครไวโดยเปดเผย ณ ที่เลือกต้ัง หรือ
บริเวณใกลเคียงกับที่เลือกต้ัง หรือสถานท่ีอ่ืนท่ีเห็นสมควร และใหนำความในมาตรา 46 วรรคสาม และ
มาตรา 47 มาใชบ งั คับดวยโดยอนุโลม
มาตรา 59 กรณีทคี่ ณะกรรมการไมรบั สมัครบคุ คลใดหรือไมประกาศรายช่ือบคุ คลใด
เปนผูสมัครตามมาตรา 58 ใหบุคคลน้ันมีสิทธิยื่นคำรองตอศาลฎีกาภายใน 7 วันนับแตวันที่ไมรับ
สมคั รหรอื วันที่ประกาศรายช่อื ผูสมคั ร แลว แตก รณี และใหน ำความในมาตรา 49 มาใชบ งั คบั ดวยโดยอนโุ ลม
มาตรา 60 ใหนำความในมาตรา 51 มาใชบังคับแกกรณีท่ีผูมีสิทธิเลือกตั้งหรือผูสมัคร
ผูใดเห็นวาผูมีชื่อในบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการประกาศตามมาตรา 58 ไมมีสิทธิสมัครรับเลือกต้ังดวย
โดยอนโุ ลม
มาตรา 61 กอนวันเลือกต้ัง หากคณะกรรมการเห็นวาผูสมัครของพรรคการเมืองใด
ไมมีสิทธิสมคั รรับเลอื กต้งั เน่ืองจากขาดคุณสมบัตหิ รอื มีลักษณะตอ งหา มมิใหใ ชสทิ ธสิ มคั รรับเลือกตั้ง
ใหย ่นื คำรอ งตอ ศาลฎีกาใหถอนชื่อผนู นั้ ออกจากประกาศรายชอื่ ผูสมคั ร และใหน ำความในมาตรา 52
วรรคสอง มาใชบังคบั ดว ยโดยอนโุ ลม

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ชดุ ท่ี 2 203

สว นท่ี 4
คาใชจ ายในการเลอื กต้ังและวิธีการหาเสยี ง
มาตรา 62 ใหคณะกรรมการประกาศกำหนดจำนวนเงินคาใชจายของผูสมัครแบบ
แบงเขตเลือกต้ังแตละคน และของพรรคการเมืองท่ีจะใชจายในการเลือกต้ังโดยหารือกับหัวหนา
พรรคการเมือง และใหม ีการทบทวนการกำหนดจำนวนเงินดงั กลา วใหส อดคลอ งกับความจำเปน และ
สภาวะทางเศรษฐกจิ อยา งนอ ยทกุ 4 ป
คา ใชจายของพรรคการเมืองตามวรรคหน่ึงตองเปนการหาเสียงของพรรคการเมืองตาม
หลักเกณฑและเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการกำหนด โดยจะกำหนดใหใชจำนวนสมาชิกของพรรคการเมืองท่ี
สงสมัครรับเลอื กต้งั เปนรายบุคคลมาเปน ฐานในการคำนวณมิได
มาตรา 63 หามมิใหผูสมัครหรือพรรคการเมืองใชจายในการเลือกตั้งเกินจำนวน
คาใชจายที่กำหนดตามมาตรา 62 ท้ังน้ี คาใชจายดังกลาวใหรวมถึงบรรดาเงินหรือทรัพยสินอื่นใดท่ี
บคุ คลใด ๆ จายหรือรับวา จะจายแทน หรอื นำมาใหใชโ ดยไมคิดคาตอบแทนเพอ่ื ประโยชนใ นการหาเสยี ง
เลือกตั้ง โดยผูสมัครหรือพรรคการเมืองนั้นยินยอมหรือไมคัดคาน ในกรณีท่ีนำทรัพยสินมาใหใช ให
คำนวณตามอัตราคาเชาหรือคาตอบแทนตามปกติในทองท่ีน้ัน ๆ ท้ังน้ี ไมรวมถึงคาใชจายท่ี
คณะกรรมการจดั ใหแ กผูสมัครทุกคนและพรรคการเมืองทุกพรรคอยางเทาเทยี มกัน
มาตรา 64 ในการคำนวณคา ใชจา ยของผูสมัครหรือพรรคการเมืองสาหรับการเลือก
ตงั้ แตล ะครั้ง ใหคำนวณตามคาใชจายทีใ่ ชจายจรงิ ในการเลือกตง้ั ในระหวางระยะเวลา ดังตอ ไปน้ี
(1) ในกรณีท่ีเปนการเลือกต้ังท่ัวไปอันเนื่องมาจากการครบอายุของสภา
ผูแทนราษฎรใหคำนวณคาใชจายท่ีใชจายไปตั้งแต 180 กอนวันที่คณะกรรมการประกาศใหมีการ
เลือกตั้ง จนถึงวนั เลอื กต้ัง
(2) ในกรณีท่ีเปนการเลือกต้ังท่ัวไปอันเนื่องมาจากการยุบสภา หรือการเลือกตั้ง
แทนตำแหนงท่ีวาง ใหคำนวณคาใชจายที่ใชจายไปต้ังแตวันท่ียุบสภาหรือวันท่ีตำแหนงวางลง
แลวแตก รณีจนถึงวันเลอื กต้งั
ในกรณีท่ีมเี หตุอันสมควรเพื่อประโยชนในการดำเนินการหรือการจัดการเลือกตง้ั ให
เปน ไปโดยสจุ รติ และเที่ยงธรรม คณะกรรมการจะขยายระยะเวลาตามวรรคหนง่ึ ออกไปกไ็ ด
ใหคณะกรรมการประกาศประเภทของคาใชจายในการเลือกตั้งไวเปนตัวอยางให
ผูสมัคร พรรคการเมอื ง และประชาชนทราบเปนการท่ัวไป ประกาศดงั กลา วใหม ีการปรับปรุงใหเปนปจ จบุ นั
มาตรา 65 เมื่อพนกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 64 แลว พรรคการเมืองผูดำรง
ตำแหนงในพรรคการเมือง และสมาชิกพรรคการเมืองซึ่งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือผูดำรง
ตำแหนงทางการเมืองผูใด ใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใดอันอาจคำนวณเปนเงินไดแกบุคคล
คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ใหถือวาเปนการใชจายเก่ียวกับการเลือกตั้งตามมาตรา 63 โดยใหนำไปรวม
คำนวณเปน คาใชจา ยในการเลือกตง้ั ของพรรคการเมอื งนั้นในการเลือกตั้งสมาชกิ สภาผูแ ทนราษฎรคร้งั ตอ ไป

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ชุดที่ 2 204

การกระทำตามวรรคหน่ึง ถาเปนการกระทาของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรซ่ึงกระทำ
ภายในเขตเลือกต้ังของตน ใหถือวาเปนการใชจายเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามมาตรา 64 โดยใหนำไปรวม
คำนวณเปน คาใชจ ายของผูนัน้ ในการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผูแทนราษฎรครงั้ ตอไป

ความในวรรคหน่ึงและวรรคสองมิใหใชบังคับแกการใหตามปกติประเพณี หรือเม่ือมี
เหตอุ นั สมควร ทัง้ น้ี ตามจำนวน หลกั เกณฑ วิธกี าร และเง่อื นไขทคี่ ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 66 ในกรณีท่ีความปรากฏตอคณะกรรมการวามีผูใดกระทำการตามมาตรา 65
ใหคณะกรรมการสั่งใหเลขาธิการบันทึกไวเปนคาใชจายในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองหรือของผูซ่ึง
ดำรงตำแหนงตามมาตรา 65 ในการเลือกต้ังสมาชิกสภาผูแทนราษฎรครั้งตอไป แลวแจงใหพรรค
การเมืองหรือบุคคลดังกลาวทราบ พรรคการเมืองหรือบุคคลดังกลาวท่ีไมเห็นดวยใหมีสิทธิยื่นคัดคาน
ตามหลกั เกณฑ วิธีการ และเง่อื นไขทีค่ ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 67 ภายในกำหนด 90 วันนับจากวันเลือกตั้ง ผูสมัครแตละคนและหัวหนา
พรรคการเมืองท่ีสงผูสมัครแบบบัญชีรายช่ือ ตองยื่นบัญชีรายรับและรายจายตอคณะกรรมการตาม
แบบทคี่ ณะกรรมการกำหนด ซ่ึงอยางนอ ยตอ งประกอบดว ยคาใชจา ยทงั้ หมดท่ีไดจ า ยไปแลวและท่ียังคา ง
ชำระ รวมท้ังเอกสารหรือหลักฐานท่ีเกี่ยวของใหถูกตองครบถวนตามความเปนจริงและผูสมัครหรือหัวหนา
พรรคการเมือง แลวแตกรณี ตอ งลงลายมือชื่อรบั รองความถกู ตอ งครบถวนของบญั ชีรายรบั และรายจา ย

ใหคณะกรรมการเปดเผยรายงานสรุปรายรับและรายจายของผูสมัครแตละคนและ
พรรคการเมอื งแตละพรรคโดยประกาศใหป ระชาชนทราบเปนการทั่วไป

ใหคณะกรรมการดำเนินการใหมีการตรวจสอบรายการคาใชจายตามวรรคหนึ่งตาม
วธิ ีการท่ีคณะกรรมการกำหนด

ในกรณีที่ความปรากฏตอคณะกรรมการหรือมีการคัดคานวาผูสมัครผูใดหรือพรรค
การเมืองใดใชจายเกี่ยวกับการเลือกต้ังเกินจำนวนคาใชจายท่ีคณะกรรมการกำหนดหรือปรากฏวาบัญชี
รายรับและรายจายไมถูกตองครบถวนตามความเปนจริง ใหคณะกรรมการดำเนินการใหมีการสืบสวน
หรือไตสวนและวินิจฉัยเพ่ือดำเนินการตอไปโดยเร็ว และใหเก็บรักษาบัญชีรายรับและรายจาย เอกสาร
และหลักฐานดงั กลาวไวจ นกวา คณะกรรมการจะดำเนินการแลว เสร็จ

มาตรา 68 เพื่อประโยชนแหงความเที่ยงธรรมและความเปนระเบียบเรียบรอยให
คณะกรรมการกำหนดวิธีการหาเสียงเลือกตั้งใหผูสมัครและพรรคการเมืองตองปฏิบัติวิธีการหาเสียง
เลอื กตัง้ ดังกลาวใหม ผี ลภายในกำหนดเวลา ดังตอ ไปน้ี

(1) ในกรณีท่ีเปนการเลือกต้ังท่ัวไปอันเนื่องมาจากการครบอายุของสภา
ผูแทนราษฎร ใหก ระทำไดต งั้ แต 180 วนั กอ นวนั ครบอายุ จนถงึ วนั กอ นวนั เลือกต้ัง

(2) ในกรณีท่ีเปนการเลือกต้ังท่ัวไปอันเน่ืองมาจากการยุบสภา หรือการเลือกต้ัง
แทนตำแหนงที่วาง ใหกระทำไดต้ังแตวันที่ยุบสภาหรือวันที่ตำแหนงวางลง แลวแตกรณี จนถึงวัน
กอ นวนั เลือกตง้ั

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ชดุ ที่ 2 205

(3) ในกรณีมีการสั่งใหมีการเลือกตั้งใหม ใหกระทำไดต้ังแตวันท่ีมีคำส่ังใหมีการ
เลือกตั้งใหม จนถึงวันกอ นวันเลือกต้งั

(4) ในกรณีมีการสั่งใหมีการออกเสียงลงคะแนนใหม ผูใดจะหาเสียงเลือกตั้งมิได
เวน แตค ณะกรรมการจะมีมติเปน อยา งอืน่ โดยคำนงึ ถงึ ความสุจรติ และเท่ียงธรรม

มาตรา 69 หามผูสมัคร พรรคการเมือง หรือผูใดโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งทาง
วิทยกุ ระจายเสยี งหรอื วทิ ยโุ ทรทัศน เวนแตเ ปนการดำเนินการตามท่ีไดรบั การสนบั สนนุ ตามมาตรา 81

มาตรา 70 การหาเสียงเลือกต้ังจะกระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสก็ไดตาม
หลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีคณะกรรมการกำหนด แตหามมิใหผูใดหาเสียงเลือกต้ังไมวาจะ
เปนคุณหรือเปนโทษแกผูสมัครหรือพรรคการเมืองใดนับต้ังแตเวลา 18.00 นาิกาของวันกอนวัน
เลือกต้งั หน่งึ วันจนสิ้นสดุ วนั เลอื กต้ัง

ในการกำหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง ใหคณะกรรมการหารือ
กับพรรคการเมือง และผูที่เกี่ยวของกับวิชาชีพส่ือมวลชนท้ังส่ือหนังสือพิมพ วิทยุกระจายเสียงวิทยุ
โทรทศั น และสอื่ ทางอิเล็กทรอนกิ ส ดว ย

ในกรณีท่ีความปรากฏตอคณะกรรมการวาผูใดกระทำการตามวรรคหนึ่งโดยไมเปนไป
ตามหลักเกณฑและวิธีการ หรือฝาฝนเง่ือนไขท่ีคณะกรรมการกำหนดตามวรรคหนึ่งคณะกรรมการ
มีอำนาจสัง่ ใหแ กไข เปลยี่ นแปลง หรือลบขอมลู ภายในเวลาท่ีคณะกรรมการกำหนด

ใหนำคาใชจายในการหาเสียงเลือกต้ังโดยวิธกี ารทางอิเล็กทรอนิกสตามมาตราน้ีไปรวม
คำนวณเปน คาใชจ ายในการเลอื กตง้ั ของผูสมคั รและพรรคการเมอื งดว ย

มาตรา 71 การหาเสียงเลือกตั้งดวยวิธีการอ่ืนใดนอกจากท่ีบัญญัติไวในมาตรา 69
มาตรา 70 มาตรา 81 และมาตรา 83 คณะกรรมการจะกำหนดใหตองทำตามหลักเกณฑ วิธีการและ
เง่ือนไขท่ีคณะกรรมการกำหนดก็ได โดยคำนึงถึงความเทาเทียม ความเสมอภาค และความเท่ียงธรรม
ของผูส มคั รและพรรคการเมือง

มาตรา 72 การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยมีเจตนาไมสุจริตมีลักษณะเปน
การชี้นำหรือมผี ลตอ การตัดสินใจในการลงคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไมเ ลอื กผสู มคั รผใู ดจะกระทำมิได

มาตรา 73 หามมิใหผูสมัครหรือผูใดกระทำการอยางหนึ่งอยางใดเพ่ือจูงใจใหผูมี
สิทธิเลือกตั้งลงคะแนนใหแกตนเองหรือผูสมัครอ่ืน ใหงดเวนการลงคะแนนใหแกผูสมัครหรือการ
ชักชวนใหไปลงคะแนนไมเลือกผูใดเปนสมาชกิ สภาผแู ทนราษฎร ดว ยวธิ ีการดงั ตอไปนี้

(1) จัดทำ ให เสนอให สัญญาวาจะให หรือจัดเตรียมเพ่ือจะให ทรัพยสินหรือ
ผลประโยชนอ ่ืนใดอนั อาจคำนวณเปน เงนิ ไดแ กผูใ ด

(2) ให เสนอให หรือสญั ญาวาจะใหเงนิ ทรัพยสิน หรอื ประโยชนอื่นใดไมวา จะโดยตรง
หรอื โดยออมแกชมุ ชน สมาคม มูลนธิ ิ วัด สถานศกึ ษา สถานสงเคราะห หรอื สถาบันอืน่ ใด

(3) ทำการโฆษณาหาเสียงดวยการจดั ใหมีมหรสพหรอื การรืน่ เริงตาง ๆ
(4) เลยี้ งหรือรบั จะจัดเลยี้ งผูใด

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชุดที่ 2 206

(5) หลอกลวง บังคับ ขูเข็ญ ใชอทิ ธิพลคุกคาม ใสรา ยดวยความเทจ็ หรือจงู ใจใหเขา ใจ
ผดิ ในคะแนนนยิ มของผูสมคั รหรอื พรรคการเมอื ง

ความใน (3) มิใหใชบังคับแกผ สู มคั รทใี่ ชค วามรูความสามารถทางศิลปะของตนหาเสยี ง
ใหแกต นเองโดยไมใชอ ุปกรณในการแสดงมหรสพ

ความผิดตาม (1) หรือ (2) ใหถือวาเปนความผิดมูลฐานตามกฎหมายวาดวยการ
ปองกันและปราบปรามการฟอกเงิน และใหคณะกรรมการมีอำนาจสงเร่ืองใหสานักงานปองกันและ
ปราบปรามการฟอกเงินดำเนนิ การตามหนา ทแี่ ละอำนาจได

มาตรา 74 การหาเสียงเลือกต้ังของผูสมัครและพรรคการเมือง ตองไมขัดหรือแยงกับ
แนวทางที่กำหนดเปนนโยบายของพรรคการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรค
การเมือง

มาตรา 75 หามมิใหผูใดหรือพรรคการเมืองใดเรียกหรือรับทรัพยสินหรือผลประโยชน
อื่นใดเพ่ือลงสมัครหรือสงผูสมัคร หรือไมลงสมัครหรือไมสงผูสมัครอันกอใหเกิดประโยชนแกผูสมัครอ่ืน
หรอื พรรคการเมอื งอ่นื ในการเลอื กตง้ั และทำใหการเลือกตงั้ มิไดเปน ไปโดยสุจรติ หรือเท่ยี งธรรม

มาตรา 76 หามมิใหผูสมัครผูใดจัดยานพาหนะนาผูมีสิทธิเลือกต้ังไปยังท่ีเลือกตั้ง
หรือนำกลับไปจากที่เลือกต้ัง หรือจัดใหผูมีสิทธิเลือกตั้งไปหรือกลับเพื่อการออกเสียงลงคะแนนโดย
ไมต องเสียคา โดยสารยานพาหนะหรือคาจางซึ่งตองเสียตามปกติ

หามมิใหผูใดกระทำการตามวรรคหน่ึง เพ่ือจูงใจหรือควบคุมใหผูมีสิทธิเลือกต้ังไป
ลงคะแนนเลือกหรอื ลงคะแนนไมเ ลอื กผสู มัครผใู ด

บทบญั ญัตใิ นมาตรานม้ี ใิ หใชบ งั คับแกก ารท่หี นว ยงานของรัฐจัดยานพาหนะเพอ่ื อำนวยความสะดวก
แกผ มู ีสทิ ธิเลือกต้ัง ทัง้ นี้ ตามทคี่ ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 77 หามมใิ หผ ูใดซึ่งมิไดมีสัญชาติไทยเขา มีสว นชวยเหลอื ในการหาเสยี งเลอื กตั้ง
หรือกระทำการใด ๆ เพ่ือประโยชนในการเลือกต้ังโดยประการท่ีเปนคุณหรือเปนโทษแกผูสมัครหรือ
พรรคการเมืองใด ท้ังน้ี เวนแตการกระทำน้ันเปนการชวยราชการหรือเปนการประกอบอาชีพตามปกติ
โดยสุจรติ ของผูน นั้

มาตรา 78 หามมิใหเจาหนาท่ีของรัฐใชตำแหนงหนาท่ีโดยมิชอบดวยกฎหมายกระทำ
การใด ๆ เพื่อเปน คณุ หรอื เปนโทษแกผูสมคั รหรอื พรรคการเมอื ง

การใชตำแหนงหนาที่โดยมิชอบดวยกฎหมายตามวรรคหนึ่ง มิใหหมายความรวมถึง
การปฏิบัติหนาท่ีตามปกติท่ีพึงตองปฏิบัติในตำแหนงของเจาหนาท่ีของรัฐน้ัน หรือการแนะนำหรือ
ชวยเหลือในการดำเนินการท่ีเกี่ยวของกับการเลือกต้ังของผูสมัครหรือพรรคการเมือง โดยมิไดเก่ียวของ
กบั การปฏิบตั ิหนาที่ แมวาการกระทำจะเปนคุณหรอื เปน โทษแกผ ูสมคั รหรือพรรคการเมืองใด

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ชุดที่ 2 207

ในกรณี มีห ลักฐานอันควรเชื่อไดวามีการฝาฝนบ ท บัญ ญั ติตามวรรคหนึ่ ง
ใหคณะกรรมการหรือกรรมการท่ีพบเห็นมีอำนาจส่ังใหเ จาหนาที่ของรฐั ยุติหรอื ระงบั การกระทำใดท่ีเห็น
วา อาจเปน คณุ หรือเปนโทษแกผูสมคั รหรอื พรรคการเมืองใด

ในกรณีตามวรรคสาม ใหคณะกรรมการแจงใหผูบังคับบัญชาหรือผูมีหนาที่และอำนาจ
กากับดูแลเจาหนาที่ของรัฐผูน้ัน สั่งใหเจาหนาที่ของรัฐท่ีมีพฤติการณอันอาจเปนคุณหรือเปนโทษแก
ผูสมัครหรือพรรคการเมืองใดพนจากหนาท่ีเปนการช่ัวคราว หรือสั่งใหประจำกระทรวง ทบวง กรม
ศาลากลางจังหวัด หรือที่วาการอำเภอ ในเขตเลือกตั้งหรือนอกเขตเลือกตั้งหรือหามเขาเขตเลือกตั้งใด
เขตเลือกต้ังหนึ่งได

มาตรา 79 หามมิใหผูใดทำการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการใดไมวาจะเปน
คุณหรือเปนโทษแกผูสมัครหรือพรรคการเมือง นับต้ังแตเวลา 18.00. นาิกา ของวันกอนวัน
เลอื กต้งั หนงึ่ วันจนส้นิ สุดวนั เลือกตงั้

มาตรา 80 เพ่ือใหการหาเสียงเลือกตั้งเปนไปดวยความเรียบรอย ใหคณะกรรมการ
กำหนดลกั ษณะตอ งหา มในการหาเสียงเลอื กต้งั ของผูสมคั รและพรรคการเมอื ง

ผูสมัครหรือพรรคการเมืองจะมีผูชวยหาเสียงก็ได แตตองไมเกินจำนวนท่ี
คณะกรรมการกำหนด และตองแจงใหสำนักงานทราบรายละเอียดเก่ียวกับผูชวยหาเสียง หนาที่และ
คา ตอบแทนผูชวยหาเสยี ง ทงั้ น้ี ตามรายการและวธิ ีการทค่ี ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 81 ใหค ณะกรรมการมีหนา ที่สนับสนนุ การโฆษณาหาเสียงเลอื กตงั้ ใหแกผ สู มคั ร
และพรรคการเมือง ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีคณะกรรมการกำหนดในการน้ี คณะกรรมการ
จะขอใหหนวยงานอ่ืนของรัฐเปน ผูดำเนินการสนบั สนุนดว ยก็ได

ในการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งตามวรรคหน่ึง คณะกรรมการอาจจัดเวที
ประชนั นโยบายบริหารประเทศสำหรับพรรคการเมืองไดด วย

มาตรา 82 ใหเปนหนาท่ีของพนักงานหรือลูกจางของสำนักงาน ผูตรวจการเลือกต้ัง
และเจาพนักงานตำรวจซึ่งไดรับแตงตั้งใหชวยเหลือการปฏิบัติงานในการเลือกตั้ง ที่จะตองตรวจสอบ
ดูแลการดำเนินการตามพระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญน้ี ในกรณีท่ีพบเห็นการกระทำใดมิไดเปนไป
ตามมาตรา 80 และมาตรา 81 ตอ งรายงานใหคณะกรรมการทราบเพือ่ ดาเนินการตามหนาท่ีและอำนาจ
ตอ ไปโดยทันที

พนักงานหรือลูกจางของสำนักงาน หรือเจาพนักงานตำรวจซึ่งมีหนาท่ีตามวรรคหน่ึง
ผูใดไมรายงานใหคณะกรรมการทราบโดยไมมีเหตุอันสมควร ใหถือวาผูน้ันกระทำความผิดทางวินัยและ
ใหคณะกรรมการสงเร่ืองใหผูมีอำนาจดำเนินการทางวินัยดำเนินการตามหนาที่และอำนาจแกผูนั้น
โดยเร็ว และแจงผลใหคณะกรรมการทราบดวย ในกรณีที่ผูไมปฏิบัติหนาที่ตามวรรคหนึ่งเปนผูตรวจการ
เลือกต้ัง ใหถือวาละท้ิงหนาที่หรือไมยอมปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวาดวย
คณะกรรมการการเลือกต้งั

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ชดุ ท่ี 2 208

มาตรา 83 ใหผูสมัคร พรรคการเมือง หรือผูใดปดประกาศหรือติดแผนปายเก่ียวกับ
การเลือกต้ังไดเฉพาะในสถานที่ที่คณะกรรมการกำหนด และตองมีขนาดและจำนวนไมเกินที่
คณะกรรมการกำหนด โดยการกำหนดดงั กลา วใหหารือกับพรรคการเมืองดว ย

หมวด 5
การออกเสยี งลงคะแนนและการนบั คะแนน

สวนท่ี 1
การออกเสยี งลงคะแนน
มาตรา 84 การออกเสียงลงคะแนนใหกระทำไดโดยวิธีการลงคะแนนดวยบัตร
เลอื กตั้ง
คณะกรรมการอาจกำหนดใหมีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธอี ่ืนก็ไดหากการออกเสียง
ลงคะแนนโดยวิธีน้ันสามารถปองกันการทุจรติ ในการเลือกต้ังไดอยางมีประสิทธภิ าพและสะดวกกวาการ
ออกเสียงลงคะแนนดวยบัตรเลือกต้ังและมีคาใชจายที่คุมคา และวิธีการน้ันเปนการออกเสียงลงคะแนน
โดยตรงและลบั
การออกเสียงลงคะแนนตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง ใหเปนไปตามหลักเกณฑและ
วิธีการท่ีคณะกรรมการกำหนด
ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดใหมีการออกเสียงลงคะแนนโดยวิธีอื่นท่ีมิใชการ
ลงคะแนนดวยบัตรเลือกตั้ง มิใหนำความในมาตรา 91 มาตรา 93 มาตรา 95 มาตรา 96 มาตรา 98
และมาตรา 99 มาใชบ ังคับ
มาตรา 85 หีบบัตรเลือกต้ังและบัตรเลือกต้ังใหมีลักษณะตามที่คณะกรรมการกำหนด
ในการกำหนดเกี่ยวกับหีบบัตรเลือกตั้งตองกำหนดใหสามารถใชหีบบัตรเลือกต้ังเดิมไดดวยมาตรา 86
ในวันเลอื กตัง้ ใหเ ปดการออกเสียงลงคะแนนตง้ั แตเ วลา 08.00 นากิ าถึงเวลา 17.00 นาิกา
มาตรา 87 กอนเร่ิมเปดใหมีการออกเสียงลงคะแนน ใหคณะกรรมการประจาหนวย
เลอื กตัง้ นบั จำนวนบัตรเลือกตั้งทง้ั หมดของหนวยเลือกต้ังนั้น และปดประกาศจำนวนบัตรเลือกตั้งไวในท่ี
เปดเผย และเมื่อถึงเวลาเปดการลงคะแนน ใหคณะกรรมการประจำหนวยเลือกตั้งเปดหีบบัตรเลือกตั้ง
ในที่เปดเผย แสดงใหผูมีสิทธิเลือกต้ังซึ่งอยู ณ ที่เลือกตั้งน้ันเห็นวาหีบบัตรเลือกต้ังเปนหีบเปลา และให
ปดหีบบัตรเลือกต้ังตามวิธีการท่ีคณะกรรมการกำหนด แลวใหทำการบันทึกการดำเนินการดังกลาว
โดยใหผูมีสิทธิเลือกตั้งไมนอยกวา 2 คน ซ่ึงอยูในที่เลือกต้ังในขณะน้ันลงลายมือช่ือในบันทึกนั้นดวย
เวน แตไมมีผูมสี ทิ ธิเลอื กตง้ั ณ ทเ่ี ลือกตง้ั
มาตรา 88 ในระหวางเวลาเปดการออกเสียงลงคะแนน ใหผูมีสิทธิเลือกตั้งซ่ึง
ประสงคจะออกเสียงลงคะแนนนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรหรือหลักฐานอ่ืนใดของทาง
ราชการ หรือหนวยงานของรัฐท่ีมีรูปถายและมีเลขประจำตัวประชาชนของผูถือบัตรไปแสดงตนตอ

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้งั ชดุ ที่ 2 209

กรรมการประจาหนว ยเลือกตั้ง แลวใหกรรมการประจำหนวยเลือกต้ังมอบบตั รเลือกต้ังใหแ กผูน้ันเพื่อไป
ออกเสยี งลงคะแนน

บัตรประจำตัวประชาชนแมจะหมดอายุแลวก็ใหสามารถใชในการแสดงตนตาม
วรรคหนึ่งได

ขน้ั ตอนและวธิ ีการตรวจสอบการแสดงตนใหเปนไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

**เร่ืองบัตรแสดงตน มีหลกั การเดียวกับการออกเสียงประชามติและการเลอื กตง้ั

สมาชกิ สภาทองถ่นิ หรือผบู ริหารทองถิน่ **

มาตรา 89 ผูมีสทิ ธเิ ลือกต้ังซ่ึงมีช่ืออยูในบัญชีรายช่ือผูมีสิทธิเลือกต้ังของหนวยเลือกต้ัง
ใด ใหออกเสียงลงคะแนนได ณ ท่ีเลือกตัง้ ของหนวยเลือกตง้ั น้นั และใหม สี ทิ ธิลงคะแนนไดเพียงแหงเดียว

มาตรา 90 ผูมีสิทธเิ ลือกต้ังซึ่งไดรับการแตงต้ังใหป ฏิบัติหนาท่ีในหนวยเลือกต้ังอื่นที่
อยูนอกหนวยเลือกต้ังที่ตนมีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งเดียวกัน สามารถออกเสียงลงคะแนนใน
หนวยเลือกต้ังท่ีตนตองปฏิบัติหนาท่ี โดยใหประธานกรรมการประจำหนวยเลือกตั้งบันทึกการ
ลงคะแนนของผูนั้นไว และแจงใหประธานกรรมการการเลือกต้ังประจำเขตเลือกต้ังทราบทั้งน้ี
ตามวธิ ีการทค่ี ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 91 การออกเสียงลงคะแนน ใหทำเครื่องหมายกากบาทลงในชองทำเครื่อง
หมายของหมายเลขผูส มัครในบัตรเลือกตง้ั และในกรณีที่ผมู ีสทิ ธเิ ลือกตั้งประสงคจะลงคะแนนไมเ ลอื ก
ผูสมัครผใู ด ใหท ำเคร่ืองหมายกากบาทลงในชองทำเครื่องหมาย“ไมเ ลือกผูส มคั รผใู ด”

มาตรา 92 เพือ่ อำนวยความสะดวกใหแ กคนพิการหรอื ทพุ พลภาพ หรอื ผูสูงอายุในการ
ออกเสียงลงคะแนน ใหคณะกรรมการหรือผูซ่ึงคณะกรรมการมอบหมายจัดใหมีการอำนวยความ
สะดวกสำหรับการออกเสียงลงคะแนนของบุคคลดังกลาวไวเปนพิเศษ หรือจัดใหมีการชวยเหลือใน
การออกเสยี งลงคะแนนภายใตการกำกับดูแลของคณะกรรมการประจำหนวยเลอื กตง้ั ในการใหความ
ชวยเหลือดังกลาวตองใหบุคคลนั้นไดออกเสียงลงคะแนนดวยตนเองตามเจตนาของบุคคลน้ัน
เวนแตลักษณะทางกายภาพทำใหคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผูสูงอายุไมสามารถทำเคร่ืองหมาย
ลงในบัตรเลือกตั้งได ใหบุคคลอื่นหรือกรรมการประจำหนวยเลือกต้ังเปนผูกระทำการแทนโดยความ
ยนิ ยอมและเปนไปตามเจตนาของคนพกิ ารหรือทุพพลภาพ หรอื ผสู ูงอายนุ ้ัน ท้ังนี้ ใหถ ือเปน การออก
เสียงลงคะแนนโดยตรงและลบั

ในกรณีท่ีคณะกรรมการเห็นสมควร อาจกำหนดใหมีการจัดท่ีเลือกตั้งสำหรับคนพิการ
หรอื ทุพพลภาพ หรือผสู ูงอายุ เปนกรณพี ิเศษ โดยจัดใหบคุ คลนัน้ ไดล งทะเบยี นเพ่ือขอใชสทิ ธิเลอื กตัง้ ณ
สถานทด่ี ังกลาว และเมอ่ื ไดลงทะเบยี นแลว ใหหมดสทิ ธเิ ลือกตงั้ ในหนวยเลือกตง้ั ทตี่ นมีช่อื อยใู นทะเบยี นบาน

การอำนวยความสะดวกตามวรรคหน่ึง การจัดท่ีเลือกต้ังและการลงทะเบียนเพื่อขอใช
สิทธิตามวรรคสอง ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีคณะกรรมการกำหนดการลงทะเบียนดังกลาว
ใหเ ปนไปตามวธิ ีการท่คี ณะกรรมการกำหนด ซึง่ ตองคำนึงถงึ ความสะดวกของผขู อลงทะเบยี นดวย

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้งั ชดุ ท่ี 2 210

มาตรา 93 เม่ือผูม ีสทิ ธิเลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาทลงในบตั รเลอื กตั้งแลว ใหพับ
บัตรเลือกตั้งเพ่ือมิใหผ ูอ่ืนทราบวาลงคะแนนเลือกผูสมคั รผูใดหรอื ลงคะแนนไมเลือกผูสมัครผูใดแลว
ใหน ำบตั รเลอื กตั้งนัน้ ใสลงในหบี บตั รเลือกตง้ั ดว ยตนเองตอหนากรรมการประจาหนว ยเลอื กตัง้

มาตรา 94 หามมิใหผูใดซึ่งรูอยูแลววาตนเปนผูไมมีสิทธิเลือกต้ังหรือไมมีสิทธิออกเสียง
ลงคะแนนในหนวยเลือกตั้งนั้น พยายามออกเสียงลงคะแนนหรือออกเสียงลงคะแนนโดยแสดงบัตร
ประจำตัวประชาชนหรอื หลักฐานอื่นที่มไิ ดมไี วสำหรบั ตนหรอื ที่ปลอมแปลงขึน้ ตอกรรมการประจำหนวย
เลือกตั้งเพอื่ ออกเสียงลงคะแนน

มาตรา 95 หามมิใหผูมีสิทธิเลือกตั้งผูใดใชบัตรอ่ืนท่ีมิใชบัตรเลือกตั้งท่ีไดรับจากเจา
พนักงานผูดำเนินการเลือกตั้งซึ่งมีอำนาจเพ่ือออกเสียงลงคะแนนหามมิใหผูมีสิทธิเลือกต้ังผูใดนำบัตร
เลอื กต้งั ออกไปจากทีเ่ ลอื กต้งั

มาตรา 96 หามมใิ หผ ใู ดจงใจทำเคร่ืองหมายเพ่อื เปนท่ีสังเกตโดยวิธใี ดไวท ่ีบตั รเลือกต้งั
มาตรา 97 หามมิใหผูมีสิทธิเลือกตั้งใชเครื่องมือหรืออุปกรณใดถายภาพบัตรเลือกตั้งท่ี
ตนไดล งคะแนนเลอื กตั้งแลว
มาตรา 98 หามมิใหผูใดนำบัตรเลือกตั้งใสในหีบบัตรเลือกตั้งโดยไมมีอำนาจโดยชอบ
ดวยกฎหมาย หรือกระทำการใดในบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกต้ังเพื่อแสดงวามีผูมาแสดงตนเพื่อออกเสียง
ลงคะแนนโดยผิดไปจากความจรงิ หรือกระทำการใดอันเปน เหตุใหม บี ัตรเลือกต้ังเพม่ิ ขนึ้ จากความจริง
มาตรา 99 หามมิใหผูมีสิทธิเลือกต้ังนำบัตรเลือกต้ังท่ีออกเสียงลงคะแนนแลวแสดงตอ
ผูอื่น เพือ่ ใหผอู น่ื ทราบวาตนไดล งคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไมเลือกผสู มัครผูใด
มาตรา 100 หามมิใหผูใดกระทำการใดโดยไมมอี ำนาจโดยชอบดวยกฎหมายเพ่อื มิใหผู
มีสิทธิเลือกตัง้ สามารถใชส ิทธไิ ด หรือขดั ขวางหรอื หนวงเหนยี่ วมิใหผูมีสิทธิเลอื กตั้งไป ณ ทเี่ ลือกตั้ง หรือ
มใิ หไ ปถงึ ณ ทด่ี งั กลา วภายในกำหนดเวลาท่จี ะออกเสยี งลงคะแนนได
มาตรา 101 หามมิใหผูมีสิทธิเลือกตั้งผูใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพยสินหรือ
ประโยชนอ ื่นใดสำหรบั ตนเองหรอื ผอู ื่น เพอื่ ลงคะแนนหรอื งดเวนไมลงคะแนน
มาตรา 102 ในกรณีที่การออกเสียงลงคะแนนในหนวยเลือกต้ังแหงใดไมสามารถ
กระทำได เน่อื งจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเปนอยา งอนื่ ถาเหตุดังกลาว
เกิดข้ึนกอนวันเลือกต้ัง ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกต้ังกำหนดที่เลือกต้ังใหมที่ผูมี
สิทธิเลือกต้ังสามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งไดโดยสะดวก แตถาไมอาจกำหนดที่เลือกตั้งใหมได
ใหประกาศงดลงคะแนนเลอื กตั้งในหนว ยเลอื กตง้ั น้นั แลวรายงานตอ คณะกรรมการโดยเรว็
ในกรณีที่เหตุตามวรรคหน่ึงเกิดข้ึนในวันเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ประจำเขตเลือกต้ังหรือคณะกรรมการประจำหนวยเลือกต้ังประกาศงดลงคะแนนในหนวยเลือกต้ัง
นั้นแลว รายงานตอคณะกรรมการโดยเร็ว
การดำเนินการตามวรรคหน่ึงและวรรคสองใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่
คณะกรรมการกำหนด

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ชุดท่ี 2 211

เม่ือไดรับรายงานตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสองแลว ใหคณะกรรมการพิจารณาและ
กำหนดวันลงคะแนนใหมในหนวยเลือกตั้งนั้นหรือมีคาส่ังเปนอยางอ่ืนเพื่อประโยชนแหงความสุจริตและ
เท่ยี งธรรมในการเลอื กตั้งโดยเร็ว

มาตรา 103 เม่ือถึงกำหนดเวลาปดการออกเสียงลงคะแนนแลว ใหคณะกรรมการ
ประจำหนวยเลือกต้ังประกาศปดการออกเสียงลงคะแนน และงดจายบัตรเลือกต้ัง แลวใหทำ
เคร่อื งหมายในบตั รเลือกตัง้ ที่เหลืออยใู หเปนบตั รเลือกต้งั ที่ใชล งคะแนนไมได แตในกรณีทีย่ ังมีผูมีสิทธิ
เลือกตั้งซ่ึงประสงคจะออกเสียงลงคะแนนไดมาปรากฏตัวอยูในที่เลือกตั้งเพ่ือใชสิทธิเลือกตั้งแลวกอน
เวลาปดการออกเสียงลงคะแนน แตยังไมไดแสดงตนหรือรับบัตรเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการประจำหนวย
เลือกตั้งอนุญาตใหบุคคลเหลาน้ันแสดงตนและมอบบัตรเลือกต้ังเพื่อใชสิทธิเลือกต้ังได และเมื่อผูมีสิทธิ
เลือกต้ังออกเสียงลงคะแนนเสร็จส้ินแลว ใหคณะกรรมการประจำหนวยเลือกต้ังปดชองใสบัตร
เลือกตั้งของหีบบัตรเลือกตั้ง และจัดทำรายการเก่ียวกับจำนวนบัตรเลือกตั้งทั้งหมด จำนวนผูมา
แสดงตนและรับบัตรเลือกตั้ง และจำนวนบัตรเลือกต้ังที่เหลือ แลวประกาศใหประชาชนที่อยู ณ ที่
เลือกตั้ง ไดท ราบทั้งนี้ ตามหลกั เกณฑแ ละวิธีการทคี่ ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 104 ตั้งแตเวลาที่ไดเปดและปดหีบบัตรเลือกตั้งที่ต้ังไวเพื่อการออกเสียง
ลงคะแนน หรือภายหลังที่ไดปดหีบบัตรเลือกต้ังนั้นเพ่ือรักษาไวเม่ือการเลือกต้ังไดเสร็จส้ินแลวหามมิให
ผูใดเปด ทำลาย ทำใหเสียหาย ทำใหเปล่ียนสภาพ หรือทำใหไรประโยชน หรือนำไปซ่ึงหีบบัตรเลือกตั้ง
หรือบัตรเลือกต้ัง หรือเอกสารหรือหลักฐานท่ีเกี่ยวของกับการเลือกต้ังที่คณะกรรมการประจำหนวย
เลือกต้ังไดจ ัดทาโดยไมม อี ำนาจโดยชอบดว ยกฎหมาย

สว นท่ี 2
*การออกเสียงลงคะแนนกอ นวันเลอื กตั้ง*
มาตรา 105 การจัดใหมีการออกเสียงลงคะแนนกอนวันเลือกต้ัง นอกจากท่ีบัญญัติไว
โดยเฉพาะในสว นน้แี ลว ใหเ ปนไปตามทบี่ ัญญตั ไิ วใ นพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู น้ี
มาตรา 106 ผูมีช่ืออยูในทะเบียนบานในเขตเลือกต้ังแบบแบงเขตเลือกตั้งติดตอกัน
เปนเวลานอยกวา 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง ใหมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเขตเลือกต้ังที่ตนมีช่ืออยู
ในทะเบยี นบา นตดิ ตอ กนั ครงั้ สุดทา ยเปนเวลาไมน อ ยกวา 90 วนั
บคุ คลตามวรรคหน่งึ หากประสงคจะใชสทิ ธเิ ลอื กตั้งกอนวนั เลือกตั้งนอกเขตเลอื กต้งั
ให ย่ื น ข อ ล ง ท ะ เบี ย น ต อ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ก า ร เลื อ ก ตั้ ง ป ร ะ จ ำ เข ต เลื อ ก ตั้ ง ภ า ย ใน ร ะ ย ะ เว ล า ที่
คณะกรรมการกำหนด และใหนำความในมาตรา 107 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใชบังคับดวย
โดยอนโุ ลม
มาตรา 107 ในการเลือกต้ังท่ัวไป ผูมีสิทธิเลือกตั้งซ่ึงไดรับคำส่ังจากทางราชการใหไป
ปฏิบตั ิหนา ท่ีนอกเขตเลือกต้ังท่ีตนมีสทิ ธเิ ลอื กต้ัง หรือผูมีสิทธิเลือกตงั้ ซึ่งอยูนอกเขตเลือกต้ังท่ีตนมชี ื่ออยู
ในทะเบียนบาน ประสงคจะใชสิทธิเลือกต้ังกอนวันเลือกต้ังในเขตเลือกต้ังหรือนอกเขตเลือกตั้งแลวแต

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ชดุ ที่ 2 212

กรณี ใหยื่นขอลงทะเบียนตอคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่
คณะกรรมการกำหนด

การยื่นขอลงทะเบียนตามวรรคหน่งึ
1. ถาเปนการขอใชสิทธิเลือกตั้งกอนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง
ใหยื่นตอคณะกรรมการการเลอื กตั้งประจำเขตเลอื กต้งั ที่ตนมสี ทิ ธิเลอื กตง้ั
2. ถาเปนการขอใชสิทธิเลือกต้ังกอนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งท่ีตนมีสิทธิเลือกตั้ง
จะยื่นตอคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกต้ังท่ีตนมีสิทธิเลือกต้ังหรือท่ีตนประสงคจะขอใช
สิทธิเลือกตั้งก็ได หรือคณะกรรมการจะกำหนดใหลงทะเบียนผานทางอิเล็กทรอนิกสตามหลักเกณฑ
และวธิ กี ารที่คณะกรรมการกำหนดก็ได
เม่ือคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำเขตเลอื กตั้งไดตรวจสอบการมีสทิ ธิเลือกต้ังของผู
ขอลงทะเบียนตามวรรคหนึ่งแลว ถาเห็นวาถูกตอง ใหทำบัญชีรายช่ือผูมีสิทธิเลือกตั้งท่ีประสงคจะออก
เสียงลงคะแนนกอนวันเลือกตั้งท่ีไดลงทะเบียนไวแลว และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปถึง
จำนวนผูขอใชสิทธิเลือกต้ังกอนวันเลือกต้ังนั้น และกำหนดที่เลือกต้ังกลางที่ผูน้ันจะไปใชสิทธิออกเสียง
ลงคะแนน และแจงใหคณะกรรมการประจำหนวยเลือกตั้งท่ีผูน้ันมีชื่อในบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิเลือกตั้ง
ทราบ และหมายเหตุสถานท่ีท่ีผูน้ันจะไปใชสิทธิเลือกตั้งในเอกสารที่เก่ียวของ เมื่อคณะกรรมการการ
เลือกต้ังประจำเขตเลือกต้ังลงทะเบียนผูใดแลว ใหผูน้ันหมดสิทธิที่จะใชสิทธิเลือกตั้ง ณ หนวยเลือกต้ังที่
ตนมีสทิ ธอิ ยูเดิม สำหรบั การเลือกตั้งครงั้ นั้น
การขอใชสิทธิเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง สถานท่ีและจำนวนท่ีเลือกต้ังกลางวันท่ี
กำหนดใหม าใชสิทธิออกเสียงลงคะแนน การออกเสียงลงคะแนน และการนบั คะแนนการสง บัตรเลือกต้ัง
และการดำเนินการอ่ืนท่ีจำเปนใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด ท้ังนี้ วันท่ี
กำหนดใหมาใชสิทธิตองเปนวันเดียวกันทุกแหงและจะกำหนดใหลงคะแนนเกิน 1 วันมิได ความใน
มาตราน้ีใหใชบังคับแกบุคคลท่ีมีหลักฐานแสดงวาในวันเลือกต้ังตนมีหนาที่จะตองไปปฏิบัติหนาท่ี ณ ที่
อน่ื ใดนอกเขตเลือกตงั้ ท่ีตนมีสิทธเิ ลือกตง้ั จนไมส ามารถใชส ทิ ธิเลอื กต้ังในเขตเลอื กตั้งท่ีตนมสี ทิ ธิเลอื กตั้ง
ไดดวยโดยอนุโลม
มาตรา 108 ผูใดลงทะเบียนตามมาตรา 107 และไดไปใชสิทธิเลือกต้ังแลว แตมิไดไป
ใชสิทธิเลือกตั้งในการเลือกต้ังใหม ใหถือวาการลงทะเบียนนั้นเปนการแจงเหตุอันสมควรและไมถูกจำกัด
สิทธิตามมาตรา 35
มาตรา 109 ในการเลือกตั้งท่ัวไปอันมิใชเปนการเลือกตั้งใหม ผูมีสิทธิเลือกต้ังซ่ึงมีถิ่น
ทอี่ ยูน อกราชอาณาจักรจะขอลงทะเบียนเพ่ือใชส ิทธิเลือกต้ังเฉพาะในครัง้ นัน้ ณ ประเทศทต่ี นมีถน่ิ ท่ี
อยกู ็ได
เม่ือไดล งทะเบียนตามวรรคหน่ึงแลว ใหผ ูมสี ทิ ธเิ ลือกต้ังใชสิทธิเลือกต้ังไดตามท่กี ำหนด
ไวในมาตรา 110 และมาตรา 111

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ชดุ ที่ 2 213

ใหนาความในมาตรา 107 วรรคสี่ และมาตรา 108 มาใชบังคับดวยโดยอนุโลมเวนแต
ในสวนที่เกี่ยวกับวันท่ีกำหนดใหมาใชสิทธิออกเสียงลงคะแนน คณะกรรมการจะกำหนดใหแตกตางกัน
ในแตล ะประเทศ ตามท่ีเห็นสมควรก็ได

มาตรา 110 ในกรณีที่มีผมู ีสิทธิเลือกต้ังลงทะเบยี นเพ่ือขอใชสทิ ธิเลือกตัง้ ในประเทศ
ใดใหคณะ กรรมการหรือผูซึ่งคณะกรรมการมอบหมายจัดใหมีการออกเสยี งลงคะแนนในประเทศน้ัน
โดยอาจจัดใหมีสถานที่ลงคะแนน หรือใหมีการออกเสียงลงคะแนนทางไปรษณีย หรือโดยวิธีอ่ืนใดท่ี
มิใชเปนการจัดใหมีสถานท่ีออกเสียงลงคะแนนก็ได ทั้งน้ี ใหพิจารณาตามความเหมาะสมของประเทศ
นน้ั และใหเปนไปตามหลักเกณฑ วธิ ีการ และเงื่อนไขทคี่ ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 111 เมื่อขอใชสิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 109แลว ใหผูมีสิทธิเลือกต้ังนั้นหมด
สิทธอิ อกเสียงลงคะแนนในหนว ยเลือกตัง้ ท่ตี นมีชอื่ อยใู นบัญชรี ายช่ือผูมีสทิ ธเิ ลอื กต้ังของหนวยเลือกต้ังน้ัน

มาตรา 112 กอนวันเลือกตั้งไมนอยกวา 3 วัน ใหคณะกรรมการประกาศให
ประชาชนทราบเปนการท่ัวไปถึงจานวนผูลงทะเบียนขอใชสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรแยกตาม
ประเทศ

มาตรา 113 ในการออกเสียงลงคะแนนตามสวนนี้ เม่ือไดดำเนินการลงคะแนนเสร็จส้ิน
แลว คณะกรรมการอาจจัดใหมีการดำเนินการลวงหนาเพ่ือนำบัตรเลือกต้ังมานับรวมในวันเลือกต้ังได
เวน แตม ีเหตจุ ำเปน เฉพาะทองที่ คณะกรรมการจะกำหนดเปนอยา งอืน่ ก็ได

ในการออกเสียงลงคะแนนนอกราชอาณาจักร คณะกรรมการโดยความเห็นชอบของ
กระทรวงการตางประเทศจะกำหนดใหมีการนับคะแนนนอกราชอาณาจักรก็ได หากจะเปนการสะดวก
รวดเร็ว และมีคาใชจายท่ีนอยกวาการดำเนินการตามวรรคหน่ึง ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการที่
คณะกรรมการกำหนด

มาตรา 114 ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อไดวาการออกเสียงลงคะแนนกอนวัน
เลือกต้ังหรือการออกเสียงลงคะแนนนอกราชอาณาจักรที่ใด มิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรม หรือมี
การสงบัตรเลือกต้ังมาถึงสถานที่นับคะแนนของเขตเลือกตั้งใดหลังจากเริ่มนับคะแนนแลว หรือหีบหอที่
สงบัตรเลือกตั้งมีลักษณะถูกเปดมากอน โดยมีเหตุอันสมควรเช่ือไดวาเกิดจากการกระทำที่ไมสุจริตหรือ
เทย่ี งธรรม หรือมีบัตรเลือกตัง้ จากท่ีใดสูญหาย ใหค ณะกรรมการมอี ำนาจสั่งมิใหน ับคะแนนน้ันโดยใหถือ
วาเปนบัตรเสยี

ในกรณีท่ีมีการนับคะแนนนอกราชอาณาจักร ถามีหลักฐานอันควรเชื่อไดวาการออก
เสียงลงคะแนนท่ีใดมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรม ใหถือวาการนับคะแนนน้ันเปนโมฆะและใหถือ
วา บตั รเหลา นั้นเปน บตั รเสยี

มาตรา 115 กรณีมีเหตุจำเปนเฉพาะพ้ืนที่ตามมาตรา 47 ใหคณะกรรมการมีอำนาจ
ประกาศกำหนดวันลงคะแนนเลือกต้ังกอนวันเลือกตั้งตามมาตรา 106 มาตรา 107 และมาตรา 110
เฉพาะในเขตเลือกตั้งนั้นใหม ในกรณีการเลือกต้ังตามมาตรา 110 คณะกรรมการอาจมอบหมายให
บุคคลใดมอี ำนาจประกาศกำหนดวนั ลงคะแนนเลอื กตั้งใหมแทนกไ็ ด

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ชดุ ที่ 2 214

ในกรณีมีเหตุตามวรรคหนึ่งสองครงั้ ตดิ ตอกัน ใหคณะกรรมการหรอื ผซู ึ่งคณะกรรมการ

มอบหมาย ส่ังงดการออกเสียงลงคะแนนสาหรับการออกเสียงลงคะแนนกอนวันเลือกต้ังในเขตเลือกต้ัง

หรือนอกเขตเลือกตั้ง หรือการออกเสียงลงคะแนนนอกราชอาณาจักรในเขตเลือกตั้งน้ัน ในกรณีเชนนั้น

ถาผูลงทะเบียนมิไดไปใชสิทธิเลอื กต้งั ใหถ อื วาการลงทะเบียนน้นั เปนการแจง เหตอุ ันสมควรและไมถกู จา

กัดสทิ ธติ ามมาตรา 35

สว นท่ี 3

การนับคะแนนและการรวมคะแนน

มาตรา 116 เมื่อไดดำเนินการตามมาตรา 103 แลว ใหคณะกรรมการประจำหนวย

เลอื กตง้ั เปดหีบบัตรเลือกต้ังตอ หนา ประชาชนทีอ่ ยู ณ ที่เลอื กตง้ั แลว ดาเนินการนบั คะแนน

มาตรา 117 ภายใตบังคับมาตรา 121 การนับคะแนนใหกระทำ ณ ท่ีเลือกต้ัง

โดยเปด เผยตดิ ตอกันจนเสรจ็ ส้ิน และหามมใิ หเล่ือนหรอื ประวิงการนับคะแนน

การนับคะแนนใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีคณะกรรมการกำหนดซึ่งตอง

กำหนดใหมีการนับคะแนนท่ีผูมีสิทธิเลือกต้ังทำเคร่ืองหมายในชองทำเครื่องหมาย“ไมเลือกผูสมัคร

ผใู ด” ดวย

มาตรา 118 ในการนับคะแนนหากปรากฏวามีบัตรเสีย ใหแยกบัตรเสียออกไว

ตางหากและหา มมิใหน ับบัตรเสียเปนคะแนนไมวา กรณีใด บตั รเลือกตง้ั ดังตอ ไปนใ้ี หถ อื วาเปน บัตรเสยี

(1) บตั รปลอม

(2) บัตรท่ีมีการทำเครื่องหมายเพื่อเปนท่ีสังเกตหรือเขียนขอความใด ๆ ลงในบัตร

เลือกตั้ง นอกจากเคร่ืองหมายในการลงคะแนน เวนแตเปนการกระทำโดยชอบดวยกฎหมายของเจา

พนกั งานผดู ำเนินการเลือกตง้ั

(3) บัตรทม่ี ไิ ดท ำเครอื่ งหมายลงคะแนน

(4) บัตรท่ที ำเครื่องหมายลงคะแนนใหแ ก ผสู มคั รเกนิ จำนวน 1 คน

(5) บัตรท่ีไมอาจทราบไดวาลงคะแนนใหแกผูสมัครใด เวนแตเปนการลงคะแนน“ไมเลือก

ผูสมคั รผใู ด”

(6) บัตรที่ไดทำเครื่องหมายลงคะแนนใหแกผูสมัคร แลวทำเคร่ืองหมายในชองทำ

เครื่องหมาย “ไมเลอื กผูสมคั รผูใ ด”

(7) บตั รทีพ่ ระราชบัญญตั ิประกอบรฐั ธรรมนูญนี้กำหนดใหเปนบตั รเสยี

(8) บตั รทม่ี ลี กั ษณะตามท่ีคณะกรรมการกำหนดวาเปน บัตรเสยี

ใหคณะกรรมการประจำหนวยเลือกตั้งสลักหลังในบัตรตามมาตรานี้วา “เสีย”

พรอมท้ังระบุเหตุผลวาเปนบัตรเสียตามความในอนุมาตราใด และลงลายมือชื่อกากับไวไมนอยกวา

2 คน เวน แตเปนกรณตี าม (7) ใหจดั ทำบนั ทกึ เหตุแหง การเปน บตั รเสยี ไวเ ปน หลักฐานแทนการสลกั หลัง

มาตรา 119 หามมิใหกรรมการประจำหนวยเลือกต้ังจงใจนับบัตรเลือกต้ังหรือคะแนน

ใหผิดไปจากความจริงหรือรวมคะแนนใหผิดไป หรือกระทำดวยประการใดโดยมิไดมีอำนาจกระทำโดย

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ชุดท่ี 2 215

ชอบดวยกฎหมายใหบัตรเลือกต้ังชำรุดหรือเสียหายหรือใหเปนบัตรเสีย หรือกระทำการดวยประการใด
แกบัตรเสียเพื่อใหเปนบัตรท่ีใชได หรืออานบัตรเลือกต้ังใหผิดไปจากความจริงหรือทำรายงานการ
เลือกตง้ั ไมตรงความเปน จริง

มาตรา 120 เม่ือการนับคะแนน ณ ที่เลือกต้ังเสร็จสิ้นแลว ใหคณะกรรมการประจำ
หนวยเลือกต้ังประกาศผลการนับคะแนนของหนวยเลือกตั้งน้ัน จำนวนบัตรเลือกต้ังที่ใชและจำนวน
บัตรเลือกต้ังที่เหลือจากการออกเสียงลงคะแนน ท้ังนี้ ใหกระทำโดยเปดเผยและรายงานผลการนับ
คะแนนตอคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจำเขตเลือกต้งั โดยเร็ว

เพ่ือประโยชนแกการแจงขอมูลการเลือกต้ังตอประชาชนใหเกิดความรวดเร็ว
คณะกรรมการอาจดำเนนิ การใหมีการรายงานผลการนับคะแนนอยางไมเปน ทางการได

การประกาศผลการนับคะแนน การรายงานผลการนับคะแนน และการรายงานผลการ
นับคะแนนอยางไมเปนทางการ ใหเปน ไปตามหลักเกณฑและวิธกี ารท่ีคณะกรรมการกำหนด

มาตรา 121 ถาการนับคะแนน ณ ที่เลือกต้ังใดไมสามารถกระทำไดหรือไมสามารถ
นับคะแนนไดจนเสรจ็ สน้ิ อันเนือ่ งจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสยั หรอื เหตจุ ำเปนอยาง
อ่ืนหรือดวยความจำเปนตามสภาพท่ีอาจมีผลตอความปลอดภัย ใหคณะกรรมการประจำหนวย
เลือกต้ังประกาศงดการนับคะแนนสำหรับหนวยเลือกตั้งนั้น แลวรายงานตอคณะกรรมการการ
เลือกตั้งประจำเขตเลือกต้ังเพ่ือกำหนดวัน เวลา และสถานที่นับคะแนนตอไปโดยเร็ว และรายงาน
ผูอำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและคณะกรรมการทราบโดยเร็ว ในกรณีมีเหตุอันสมควร
คณะกรรมการจะเปลี่ยนแปลงกำหนดวัน เวลา และสถานท่ีท่ีคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำเขต
เลอื กตั้งกำหนดไวก ็ได

เม่ือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งไดรับรายงานตามวรรคหน่ึงแลว
พบวามีบัตรเลือกต้ังท่ีไดมีการออกเสียงลงคะแนนแลวชำรุดหรือสูญหาย ใหรายงานคณะกรรมการ
เพอื่ พจิ ารณาสั่งใหม ีการออกเสยี งลงคะแนนใหมในหนว ยเลอื กตงั้ นนั้

การเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง หีบบัตรเลือกต้ัง และเอกสารเกี่ยวกับการเลือกตั้ง รวมทั้ง
วิธีการนบั คะแนนใหม ใหเปน ไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา 122 ในกรณีท่ผี ลการนับคะแนนปรากฏวา จำนวนผมู าใชสิทธิเลือกต้ังไมตรง
กับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใชออกเสียงลงคะแนน ใหคณะกรรมการประจำหนวยเลือกตั้งดำเนินการ
ตรวจสอบความถูกตอง หากยังไมตรงกันอีกใหรายงานพรอมเหตุผลตอคณะกรรมการเพื่อพิจารณา
สั่งใหมีการนับคะแนนใหมหรือสั่งใหออกเสียงลงคะแนนใหมในหนวยเลือกตั้งน้ันพรอมทั้งแจงให
คณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจำเขตเลอื กตั้งทราบ และนำสงหบี บตั รเลอื กต้ังพรอ มวัสดอุ ปุ กรณก าร
เลือกตั้งแกคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำเขตเลือกต้ังหรือผูซ่ึงคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำ
เขตเลือกตั้งมอบหมาย

มาตรา 123 เมอื่ รวบรวมผลการนบั คะแนน
1.ทกุ หนว ยเลือกตง้ั ในเขตเลอื กตง้ั น้ัน

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชดุ ที่ 2 216

2.รวมทัง้ คะแนนที่ไดจ ากการออกเสยี งลงคะแนนกอ นวันเลอื กต้งั
3.คะแนนทีไ่ ดจ ากการลงคะแนนเลือกต้งั นอกราชอาณาจกั รแลว
ใหคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งประกาศผลการนับคะแนนผูสมัคร
แบบแบงเขตเลือกตั้ง และคะแนนที่ไมเลือกผูสมัครผูใด แลวรายงานผลการนับคะแนนตอ
ผูอำนวยการการเลือกตงั้ ประจำจงั หวัดและคณะกรรมการโดยเร็ว
มาตรา 124 เมื่อคณะกรรมการไดรับรายงานผลการนับคะแนนแลว ถาปรากฏ
หลักฐานอันควรเชื่อไดวาการเลือกต้ังในเขตเลือกตั้งใดมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรมหรือการนับ
คะแนนเปนไปโดยไมถูกตอง คณะกรรมการจะงดการประกาศผลการเลือกตั้งและจัดใหมีการเลือกตั้ง
ใหมห รอื นบั คะแนนใหมในหนว ยเลอื กต้งั ใดหนวยเลือกตง้ั หนง่ึ หรอื ทกุ หนว ยเลือกต้ังในเขตเลือกตั้งนัน้ ก็ได

หมวด 6
การประกาศผลการเลอื กตง้ั
มาตรา 125 ในการเลอื กตง้ั สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกต้ังใหผ ูสมัคร
ซ่ึงไดรับคะแนนสูงสุดและมคี ะแนนสูงกวาคะแนนเสียงที่ไมเลือกผูใดเปนผูไดรับเลือกต้ังในกรณีที่มีผู
ไดรับคะแนนสูงสุดเทากันหลายคน ใหใชวิธีการจับสลาก ซ่ึงตองกระทำตอหนาคณะกรรมการการ
เลอื กตงั้ ประจำเขตเลอื กตั้ง ตามหลกั เกณฑและวธิ กี ารท่ีคณะกรรมการกำหนด

มาตรา 126 เขตเลือกต้ังที่ไมมีผสู มัครรายใดไดรับคะแนนเสียงมากกวาคะแนนเสยี ง
ที่ไมเลือกผูใดเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในเขตเลือกต้ังน้ัน ใหคณะกรรมการจัดใหมีการเลือกตั้ง
ใหมและมิใหนำคะแนนของผูสมัครแตละคนที่ไดรับจากการเลือกต้ังครั้งกอนไปใชในการคำนวณหา
จำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ในกรณีเชนนี้ ใหคณะกรรมการดำเนินการใหมีการ
รับสมคั รผสู มคั รใหม โดยผสู มคั รเดมิ ทกุ รายไมม ีสทิ ธิสมัครรับเลือกตัง้ ในการเลือกตัง้ ทจี่ ะจดั ขนึ้ ใหมนั้น

ในการจัดใหมีการเลือกตั้งใหมตามวรรคหนึ่ง ใหนาความในมาตรา 16 วรรคหน่ึงมาใช
บังคับดวยโดยอนโุ ลม

มาตรา 127 ในการเลือกตั้งทั่วไป ใหคณะกรรมการประกาศผลการเลือกต้ังสมาชิก
สภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งไดเมื่อตรวจสอบเบื้องตนแลวมีเหตุอันควรเช่ือวาผลการ
เลือกตัง้ เปนไปโดยสุจรติ และเที่ยงธรรม และมีจำนวนไมนอยกวารอ ยละ 95 ของเขตเลอื กต้งั ทั้งหมด
ซ่งึ คณะกรรมการตอ งตรวจสอบเบอ้ื งตนและประกาศผลการเลอื กตง้ั ใหแ ลวเสร็จโดยเร็วแตต องไมช า
กวา 60 วันนบั แตว นั เลือกตงั้

ในการตรวจสอบเบื้องตนตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการตองรับฟงรายงานของ
ผตู รวจการเลือกต้งั และขอมูลขา วสารทไี่ ดร ับจากแหลง ตา ง ๆ มาประกอบการพจิ ารณาดวย

ใหนำความในวรรคหนึ่งมาใชบังคับแกการประกาศผลการเลือกต้ังแทนตำแหนงที่วาง
ดวยโดยอนโุ ลม

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ชุดท่ี 2 217

ในกรณีท่ีมีการเลือกตั้งใหม กำหนดเวลาการประกาศผลการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งให
เร่ิมนับตัง้ แตว ันท่มี ีการเลือกต้ังใหม

มาตรา 128 ในกรณีที่มีการประกาศผลการเลือกต้ังครบทุกเขตเลือกตั้งแลวการ
คำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแตละพรรคการเมืองที่สงผูสมัคร
แบบบัญชีรายชื่อจะพึงไดรับ ใหคำนวณตามวิธีการดังตอไปนี้ โดยในกรณีที่มีเศษใหใชทศนิยม 4
ตำแหนง

(1) นำคะแนนรวมท้ังประเทศที่พรรคการเมืองทุกพรรคที่สงผูสมัครแบบบัญชีรายช่ือ
ไดรับจากการเลือกต้ังแบบแบงเขตเลือกต้ังหารดวย 500 อันเปนจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภา
ผูแทนราษฎร

(2) นำผลลัพธตาม (1) ไปหารจำนวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองแตละ
พรรคที่ไดรับจากการเลือกตั้งแบบแบงเขตเลือกตั้งทุกเขต จำนวนที่ไดรับใหถือเปนจำนวน
สมาชิกสภาผแู ทนราษฎรท่ีพรรคการเมอื งน้นั จะพึงมไี ดเ บือ้ งตน และเม่ือไดคำนวณตาม (5) (6) หรือ (7)
ถามีแลว จงึ ใหถ อื วา เปน จำนวนสมาชกิ สภา ผแู ทนราษฎรทีพ่ รรคการเมืองนั้นจะพงึ มีได

(3) นำจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองจะพึงมีไดตาม (2) ลบดวย
จำนวนสมาชิกสภา ผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งท้ังหมดท่ีพรรคการเมืองนั้นไดรับเลือกต้ังในทุก
เขตเลือกตั้ง ผลลัพธคือจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะไดรับ
เบอ้ื งตน

(4) ภายใตบังคับ (5) ใหจัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่ี
พรรคการเมืองจะไดรับใหครบ 150 คน โดยจัดสรรใหพรรคการเมืองตามผลลัพธตาม (3) เปนจำนวน
เต็มกอน หากยังไมครบจำนวน 150 คน ใหพรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดไดรับการ
จัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผแู ทนราษฎรแบบบัญชรี ายชอ่ื เพม่ิ อีกหน่ึงคนตามลำดบั จนครบจำนวน 150 คน
ในกรณมี ีเศษเทา กนั ใหดำเนินการตาม (6)

(5) ถาพรรคการเมืองใดมีผูไดรับเลือกต้ังเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขต
เลือกตั้งเทากับหรือสูงกวาจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรท่ีพรรคการเมืองน้ันจะพึงมีไดตาม (2)
ใหพรรคการเมืองน้นั มีสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามจำนวนที่ไดร ับจากการเลอื กต้ังแบบแบงเขตเลือกต้ัง
แ ล ะ ไม มี สิ ท ธิ ได รั บ ก า ร จั ด ส ร ร ส ม า ชิ ก ส ภ า ผู แ ท น ร า ษ ฎ ร แ บ บ บั ญ ชี ร า ย ช่ื อ แ ล ะ ให น ำ จ ำ น ว น
ส ม า ชิ ก ส ภ า ผู แ ท น ร า ษ ฎ ร แ บ บ บั ญ ชี ร า ย ช่ื อ ทั้ ง ห ม ด ไป จั ด ส ร ร ให แ ก พ ร ร ค ก า ร เมื อ ง ท่ี มี จ ำ น ว น
สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกตั้งต่ำกวาจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรท่ีพรรคการเมือง
น้ันจะพึงมีไดตาม (2) ตามอัตราสวน แตตองไมมีผลใหพรรคการเมืองใดดังกลาวมีสมาชิกสภาผูแทน
ราษฎรเกนิ จำนวนท่ีจะพงึ มไี ดต าม (2)

(6) ในการจัดสรรตาม (5) แลวปรากฏวายังจัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร
แบบบัญชีรายชื่อไมครบ 150 คน ใหพรรคการเมืองท่ีมีเศษจากการคำนวณมากที่สุดไดรับการจัดสรร
จำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มอีกหน่ึงคนตามลำดับจนครบจำนวน 150 คน

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ชุดที่ 2 218

กรณีท่ีเศษท่ีเหลือของแตละพรรคการเมืองเทากันจนทำใหไมสามารถจัดสรรสมาชิกสภาผูแทนราษฎร
แบบบัญชีรายช่ือไดครบจำนวน 150 คน ใหนำคาเฉลี่ยคะแนนของแตละพรรคการเมืองตอจำนวน
สมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่พึงมีหนึ่งคนมาพิจารณา โดยหากพรรคการเมืองใดมีคาเฉลี่ยคะแนนของ
พรรคการเมืองตอจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรท่ีพึงมีหน่ึงคนมากกวาพรรคการเมืองอื่น ใหพรรค
การเมืองนัน้ มสี ทิ ธิไดรับการจัดสรรสมาชกิ สภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชอ่ื เพมิ่ อีกหนงึ่ คน และหากยัง
มจี ำนวนคา เฉล่ยี ดงั กลา วเทากนั อกี ใหใ ชวธิ ีจบั สลาก

(7) ในกรณีท่ีเมื่อคำนวณตาม (5) แลวปรากฏวาพรรคการเมืองทุกพรรคไดรับจำนวน
สมาชิกสภา ผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อรวมกันแลวเกิน 150 คน ใหดำเนินการคำนวณปรับจำนวน
สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือใหมโดยคำนวณตามอัตราสวนที่ทุกพรรคจะไดรับการจัดสรร
จำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อซึ่งเมื่อรวมแลวไมเกิน 150 คน โดยใหนำจำนวน
สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่ีแตละพรรคการเมืองจะไดรับคูณดวย 150 หารดวยผลบวก
ของ 150 กับจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชรี ายชอ่ื ทเี่ กนิ จำนวน 150 และใหนำ (4) มาใชใน
การคำนวณดว ยโดยอนโุ ลม

(8) เมื่อไดจำนวนผูไดรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายช่ือของแตละพรรคการเมืองแลวให
ผูส มัครตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาผแู ทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือของพรรคการเมือง
น้ันเปนผูไดรับเลือกต้ังเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรในกรณีที่ผูสมัครแบบแบงเขตเลือกตั้งตายภายหลัง
วันปดรับสมัครรับเลือกตั้งแตกอนเวลาปดการลงคะแนนในวันเลือกต้ัง ใหนำคะแนนท่ีมีผูลงคะแนนให
มาคำนวณตาม (1) และ (2) ดวยท้ังนี้ การดำเนินการตาม (1) ถึง (8) ใหเปนไปตามที่คณะกรรมการ
กำหนด

มาตรา 129 ในกรณีท่ีมีการประกาศผลการเลือกต้ังยังไมครบทุกเขตแตมีจำนวนถึง
รอยละ 95 ของเขตเลือกตั้งท้ังหมดแลว ใหดำเนินการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร
แบบบัญชรี ายช่ือท่ีจะจัดสรรใหพรรคการเมืองทีส่ งผสู มัครแบบบญั ชีรายช่อื โดยวธิ ีการดังตอไปน้ี

(1) นำจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลือกต้ังท่ีจะประกาศผลการ
เลือกตง้ั หารดวย 350 อนั เปน จำนวนสมาชกิ สภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขตเลอื กตง้ั ทง้ั หมด

(2) นำผลลัพธตาม (1) คูณดวย 500 อันเปนจำนวนสมาชิกทั้งหมดของสภา
ผูแทนราษฎร ผลลัพธที่ไดคือจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรที่จะประกาศผลทั้งหมดโดยใหถือเอา
เฉพาะจำนวนเตม็

(3) นำผลลัพธตาม (2) มาหักออกดวยจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบแบงเขต
เลือกตั้งที่จะประกาศผลการเลือกต้ัง ผลลัพธท่ีไดคือจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่
จะจัดสรรใหพ รรคการเมือง

เมื่อไดผลลัพธตามวรรคหน่ึงแลวใหนำมาคำนวณตามวิธีการที่กำหนดไวในมาตรา 128
เพ่ือจัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหแตละพรรคการเมือง เวนแตเปนกรณี

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชดุ ท่ี 2 219

ตามมาตรา 128 (7) จำนวน150 ใหเปล่ียนเปนจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่ีจะ
จัดสรรตามวรรคหน่ึง

เม่ือมีการประกาศผลการเลือกตั้งเพ่ิมขึ้น ใหดำเนินการคำนวณตามวิธีตามวรรคหน่ึง
และวรรคสองใหม และจัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือใหถูกตองตรงตามผล
การคำนวณนั้นทุกคร้ังท่ีมีการประกาศผลการเลือกต้ังเพิ่มขึ้น เวนแตจะพนเวลา 1 ปนับแตวันเลือกต้ัง
ทวั่ ไป

ในกรณีที่การคำนวณใหมตามมาตราน้ีทำใหจ ำนวนสมาชกิ สภาผูแทนราษฎรแบบบัญชี
รายช่ือของพรรคการเมืองใดลดลง ใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองน้ัน
ในลำดับทายตามลาดับพน จากตำแหนง

สมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองผูใดตองพนจากตำแหนง
ตามวรรคส่ี ใหถือวาผูนัน้ ยังคงเปนผสู มคั รตามลำดบั หมายเลขเดิมในบัญชรี ายช่ือของพรรคการเมอื งนัน้

มาตรา 130 ในการเลือกต้ังทั่วไป ถาตองมีการเลือกตั้งใหมในบางเขตหรือบาง
หนวยเลือกตั้งกอนประกาศผลการเลือกต้ัง หรือการเลือกตั้งยังไมแลวเสร็จ มิใหนำผลคะแนนของ
การเลือกตั้งแบบแบงเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งท่ีเปนเหตุดังกลาวมาคำนวณเพ่ือหาจำนวน
สมาชกิ สภาผูแทนราษฎรทแี่ ตละพรรคการเมืองพงึ มี และจำนวนสมาชิกสภาผแู ทนราษฎรแบบบญั ชี
รายช่ือท่แี ตละพรรคการเมอื งพึงไดรับ

ความในวรรคหนึ่งใหนามาใชบังคับแกกรณีท่ีผูสมัครถูกระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว
เปนการชว่ั คราวตามมาตรา 132 ดว ยโดยอนโุ ลม

มาตรา 131 ภายใน 1 ปหลังจากวันเลือกต้ังอันเปนการเลือกตั้งทั่วไปถาตองมีการ
เลือกตั้งแบบแบงเขตเลือกตั้งใดขึ้นใหม เพราะเหตุที่การเลือกต้ังในเขตเลือกต้ังนั้นมิไดเปนไปโดยสุจริต
และเที่ยงธรรม ใหคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือใหมโดยมิใหนำคะแนนที่
ไดรับจากการเลือกตั้งที่เปนเหตุใหมีการเลือกต้ังใหมมารวมคำนวณดวย และใหนำวิธีการคำนวณตาม
มาตรา 129 และมาตรา 130 มาใชบ ังคับดวยโดยอนุโลม

ภายใน 1 ปหลังจากวันเลือกตั้งอันเปนการเลือกต้ังทั่วไป หากปรากฏวาผูสมัครผูใด
กระทำการอันถือวาเปนการทุจริตในการเลือกต้ัง และผูน้ันไมไดรับการเลือกตั้ง หากมีการนำคะแนนท่ี
ผูสมัครผูนั้นไดรับไปรวมคำนวณเพื่อจัดสรรสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหพรรคการเมือง
ท่ีผูน้ันสังกัดไปแลว ใหดำเนินการคำนวณเพ่ือหาจำนวนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือของแต
ละพรรคการเมืองใหม โดยมิใหนำคะแนนท่ีผูสมัครดังกลาวไดรับไปรวมคำนวณดวย และใหนำความใน
มาตรา 129 วรรคสแี่ ละวรรคหา มาใชบังคับดว ยโดยอนโุ ลม

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแทนตำแหนงท่ีวางไมวาดวยเหตุใดภายหลังพน
เวลา 1 ปนบั แตวันเลือกต้ังท่ัวไป มิใหม ีผลกระทบกับการคำนวณสมาชิกสภาผูแทนราษฎรท่ีแตละพรรค
การเมืองจะพึงมีตามมาตรา 128

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ชุดท่ี 2 220

ใหนำความในวรรคสามมาใชบังคับแกกรณีที่มีการเลือกตั้งแทนตำแหนงที่วางดวยเหตุ
อืน่ ใดนอกจากเหตุตามวรรคหนึ่งกอนพน เวลา 1 ปน บั แตวนั เลอื กต้งั ทวั่ ไปดว ยโดยอนโุ ลม

หมวด 7
การดาเนนิ การกรณีการเลอื กตั้งมไิ ดเ ปน ไปโดยสจุ ริตหรอื เท่ียงธรรม
มาตรา 132 กอนประกาศผลการเลือกตั้ง ถาคณะกรรมการสืบสวนหรือไตสวนแลว
เห็นวา มีหลักฐานอันควรเชื่อไดวาผูสมคั รผูใดกระทำการอนั เปน เหตใุ หการเลือกตัง้ น้นั มไิ ดเ ปนไปโดย
สุจริตหรือเท่ียงธรรม หรือมีหลักฐานอันควรเช่ือไดวาผูสมัครผูใดกอใหผูอ่ืนกระทำ สนับสนุนหรือรู
เห็นเปนใจใหบุคคลอ่ืนกระทำการดังกลาว หรือรูวามีการกระทำดังกลาวแลวไมดำเนินการเพ่ือระงับ
การกระทำนัน้ ใหคณะกรรมการสง่ั ระงับสทิ ธิสมัครรบั เลอื กต้งั ของผสู มัครทก่ี ระทำการเชน น้ันทกุ ราย
ไวเปนการชั่วคราวเปนระยะเวลาไมเกิน 1 ปนับแตวันที่คณะกรรมการมีคำสั่งและในกรณีท่ีผูน้ันได
คะแนนอยใู นลำดบั ท่ีจะไดร ับการเลอื กตง้ั ใหสั่งยกเลิกการเลอื กตั้งและใหม ีการเลอื กตั้งใหม
คำส่งั ของคณะกรรมการตามวรรคหน่งึ ใหเ ปนทีส่ ดุ
ถาการกระทำของบุคคลตามวรรคหน่ึง ปรากฏหลักฐานอันควรเช่ือไดวาหัวหนา
พรรคการเมืองหรอื คณะกรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื งมีสว นรเู ห็น หรอื ปลอ ยปละละเลยหรือทราบ
ถึงการกระทำนั้นแลวมิไดยับย้ังหรือแกไขเพื่อใหการเลือกต้ังเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
ใหค ณะกรรมการดำเนนิ การเสนอคำรองตอศาลรฐั ธรรมนญู เพื่อใหยุบพรรคการเมอื งน้นั
ในกรณีทศ่ี าลรัฐธรรมนูญมคี ำสั่งใหย ุบพรรคการเมอื งน้ัน ใหศาลรฐั ธรรมนูญมีคำส่ัง
เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองน้ันดวย ในกรณีท่ีปรากฏตอ
คณะกรรมการวามีการกระทำอันเปนการฝาฝนความในวรรคหนึ่ง ไมวาเปนการกระทำของผูใด ถาเห็น
วาผูสมัครผูใดหรือพรรคการเมืองใดจะไดรับประโยชนจากการกระทานั้น คณะกรรมการมีอำนาจส่ังให
ผูสมัครผูน้ันหรือพรรคการเมืองน้ันระงับหรือดำเนินการใดเพ่ือแกไขความไมสุจริตหรือเท่ียงธรรมนั้น
ภายในเวลาที่กำหนด ในกรณีท่ีผูสมัครผูนั้นหรือพรรคการเมืองน้ันไมดำเนินการตามคำสั่งของ
คณะกรรมการโดยไมมีเหตุอันสมควร ใหสันนิษฐานวาผูสมัครผูนั้นเปนผูสนับสนุนการกระทำนั้นหรือ
พรรคการเมืองน้ันมีสวนรูเห็นในการกระทำนั้นเวนแตผูสมัครหรือพรรคการเมืองน้ันพิสูจนไดวา ไมมีสวน
รเู ห็นในการกระทำดังกลาว
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำส่ังใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกต้ังของคณะกรรมการบริหาร
พรรคการเมืองผูใดแลว ใหคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการใหมีการดำเนินคดีอาญาแกผูสมัครหรือ
คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองผูน้ันดวย ในการนี้ ใหถือวาคณะกรรมการเปนผูเสียหายตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา
ในกรณีที่มคี ำส่งั ระงับสทิ ธิสมคั รรับเลอื กต้ังตามมาตรานภี้ ายหลงั วนั ลงคะแนนเลอื ก
ตั้งแตกอนวันประกาศผลการเลือกต้ัง และผูสมัครท่ีถูกระงับสิทธิสมัครรับเลือกต้ังเปนผูสมัครในการ
เลือกตง้ั แบบแบงเขตเลือกตง้ั ทไ่ี ดคะแนนเลือกตั้งในลำดับซ่ึงจะเปน ผูไ ดรับเลอื กต้ังในเขตเลือกตัง้ น้ัน

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ชดุ ท่ี 2 221

ใหคณะกรรมการส่ังใหมีการเลือกตั้งใหม เพื่อใหไดผูไดรับเลือกตั้งครบจำนวนที่จะพึงมีในเขต
เลือกตัง้ น้นั

ผูตรวจการเลือกตั้งหรือเจาพนักงานผูดำเนินการเลือกตั้งผูใดพบเห็นการกระทำตาม
วรรคหน่งึ มีหนา ท่รี ายงานใหคณะกรรมการหรือกรรมการทราบโดยพลนั

มาตรา 133 เมื่อประกาศผลการเลือกต้ังแลวปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อไดวาการ
เลอื กต้ังในเขตเลือกตั้งใดมไิ ดเปนไปโดยสจุ รติ หรือเทยี่ งธรรม แตไมไดความชดั วา เปน การกระทำของ
ผูไดรับเลือกตั้ง ใหคณะกรรมการยื่นคำรองตอศาลฎีกาเพื่อพิจารณา ในกรณีที่ศาลฎีกาวินิจฉัยวาการ
เลือกต้ังนั้นมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรม ใหศาลสั่งใหมีการเลือกต้ังใหมสำหรับเขตเลือกตั้งน้ัน
และใหสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผูแทนราษฎรท่ีไดรับเลือกต้ังจากเขตเลือกต้ังนั้นสิ้นสุดลงนับแตวันท่ี
ศาลมีคำวินิจฉัย และใหคณะกรรมการดำเนินการใหมีการเลือกตั้งใหมโดยเร็วและใหนาความในมาตรา
138 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคส่ี มาใชบังคบั ดว ยโดยอนโุ ลม

มาตรา 134 ในกรณีท่ีคณะกรรมการเห็นสมควรเพ่ือประโยชนในการดำเนินการ
สืบสวนหรือไตสวนใหเปนไปโดยรวดเร็วและเที่ยงธรรม คณะกรรมการอาจแตงต้ังขาราชการอัยการ
ขาราชการหรือเจาหนาท่ีอ่ืนของรัฐ หรือผูซ่ึงเคยเปนขาราชการหรือเจาหนาที่อ่ืนของรัฐดังกลาวตาม
จำนวนท่ีเหมาะสม เปนคณะกรรมการคณะหนึ่งหรือหลายคณะตามความจำเปนเพ่ือชวยคณะกรรมการ
ในการดำเนินการตรวจสอบสานวนการสืบสวนหรือไตสวน รวมทั้งรับฟงคาชี้แจงหรือพยานหลักฐาน
แทนคณะกรรมการได

การแตงตั้ง การปฏิบัติหนาที่ ระยะเวลาในการปฏิบัติหนาท่ี และคาตอบแทนของ
คณะกรรมการตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามทค่ี ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 135 ในกรณีที่ปรากฏตอ คณะกรรมการวาผูใดกระทำการใด ๆเพื่อประโยชนแ ก
ผูสมัครหรือพรรคการเมืองใด อันอาจทำใหการเลือกตั้งมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
ใหค ณะกรรมการมอี ำนาจออกคำสงั่ ใหผ นู ัน้ ระงับการกระทำหรือมีคำสั่งใหแ กไ ขการกระทำตามเงือ่ นไข
และระยะเวลาที่กำหนดได

ถามีผูแจงตอเจาพนักงานตำรวจหรือเจาพนักงานตำรวจพบเห็นการกระทำตามวรรค
หนึ่งและการกระทำนั้นเปนความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใหเจาพนักงานตำรวจ
จับกุมและดำเนนิ คดีโดยเร็ว และแจง ตอ คณะกรรมการเพื่อใหพจิ ารณาดำเนินการตอ ไป

มาตรา 136 ในกรณีท่ีมีหลักฐานอันควรเชื่อไดวาผูใดให เสนอให สัญญาวาจะใหหรือ
จัดเตรียมเพ่ือจะใหเงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนอื่นใด ท้ังนี้ เพ่ือจูงใจใหผูมีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนน
เลือกต้ังใหแกผูสมัครผูใด หรือใหงดเวนลงคะแนนเลือกต้ังผูสมัครผูใด หรือใหลงคะแนนไมเลือกผูสมัคร
ผูใด ใหคณะกรรมการมีอำนาจส่ังยึดหรืออายัดเงินหรือทรัพยสินของผูนั้นไวเปนการชั่วคราวจนกวาศาล
จะมีคำพิพากษาหรอื คำสัง่

ใหคณะกรรมการย่นื คำรอ งตอศาลจังหวัดหรือศาลแพงที่การยึดหรอื อายดั อยูในเขต
ศาลภายใน 3 วันนับแตวันยึดหรืออายัดตามวรรคหน่ึง เม่ือศาลไดรับคำรองแลวใหดำเนินการไต

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชดุ ท่ี 2 222

สวนฝายเดียวใหแลวเสร็จภายใน 5 วันนับแตวันท่ีไดรับคำรอง ถาศาลเห็นวาเงินหรือทรัพยสินตาม
คำรองนาจะไดใชหรือจะใชเพ่ือการเลือกต้ังโดยไมชอบดว ยกฎหมาย ใหศาลมีคาสั่งยึดหรืออายัดเงิน
หรือทรพั ยส นิ น้นั ไวจนกวาจะมกี ารประกาศผลการเลอื กต้ัง

ความในมาตราน้ีไมเปนการตัดอำนาจของผูซ่ึงมีฐานะเปนพนักงานฝายปกครองหรือ
ตำรวจชน้ั ผูใ หญตามกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนูญวา ดว ยคณะกรรมการการเลอื กต้ังในอันท่ีจะใชอำนาจ
ยดึ หรอื อายดั ตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา

มาตรา 137 กอนหรือในวันเลือกตั้ง เม่ือคณะกรรมการสืบสวนหรือไตสวนแลวหรือ
พบเห็นการกระทำท่ีมีเหตุอันควรสงสัยวาการเลือกตั้งมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรมหรือ
กรรมการแตละคนซึ่งพบเห็นการกระทำหรือการงดเวนการกระทำใดอันอาจเปนเหตุใหการเลือกตั้ง
มิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรมหรือเปนไปโดยมิชอบดวยกฎหมาย ใหมีอำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง
แกไขเปล่ียนแปลง หรือยกเลิกการเลือกต้ัง และส่ังใหดาเนินการเลือกต้ังใหมหรือนับคะแนนใหมใน
หนวยเลือกต้ังบางหนวยหรือทุกหนวยเลือกต้ังได สำหรับการดำเนินการของกรรมการ ใหเปนไปตาม
หลักเกณฑ วธิ กี าร และเง่อื นไขทค่ี ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 138 เม่ือมีการดำเนินการตามมาตรา 132 หรือภายหลังประกาศผลการ
เลือกตั้งแลว ถามีหลักฐานอันควรเชื่อไดวาผูสมัครหรือผูใดกระทำการอันเปนการทุจริตในการ
เลือกต้ัง หรือรูเห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น ใหคณะกรรมการย่นื คารองตอศาลฎีกาเพ่ือสัง่ ใหเพิก
ถอนสทิ ธสิ มัครรบั เลอื กตัง้ หรอื เพิกถอนสทิ ธิเลอื กตัง้ ของผูนั้น

การพิจารณาของศาลฎีกาใหนำสำนวนการสืบสวนหรือไตสวนของคณะกรรมการเปน
หลักในการพิจารณา และเพ่ือประโยชนแหงความยุติธรรม ใหศาลมีอำนาจสั่งไตสวนขอเท็จจริงและ
พยานหลักฐานเพิ่มเตมิ ได

เมื่อศาลฎีกามีคาส่ังรับคำรองไวพิจารณาแลว ถาผูถูกกลาวหาเปนสมาชิกสภาผูแทน
ราษฎร ใหผูนัน้ หยดุ ปฏบิ ัตหิ นาที่จนกวา ศาลฎีกาจะพิพากษาวา ผูนัน้ มิไดกระทำความผิด

ในกรณีท่ีศาลฎีกาพิพากษาวาบุคคลตามวรรคหนึ่งกระทำความผิดตามที่ถูกรอง
ใหศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกต้ังหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผูนั้น และในกรณีที่ผูนั้นเปน
สมาชิกสภาผูแทนราษฎร ใหสมาชิกภาพของผูน้ันสิ้นสุดลงนับแตวันที่หยุดปฏิบัติหนาที่และ
ใหค ณะกรรมการจดั ใหมกี ารเลือกตงั้ แทนตำแหนงทว่ี า ง

มาตรา 139 ในกรณีทีศ่ าลฎีกามีคำส่ังใหเ พิกถอนสิทธสิ มัครรบั เลือกต้ังหรือเพิกถอน
สทิ ธเิ ลอื กตง้ั ผสู มัครหรอื สมาชกิ สภาผูแทนราษฎรผูใ ดและเปน เหตุใหตอ งมีการเลอื กตั้งใหมไมว า จะมี
คำรองขอหรือไม ใหศาลฎีกาสั่งใหผูนั้นรับผิดในคาใชจายสำหรับการเลือกต้ังคร้ังท่ีเปนเหตุใหศาล
ฎีกามีคำส่ังเชนวานั้น จำนวนคาใชจายดังกลาวใหศาลฎีกาพิจารณาจากหลักฐานการใชจายท่ี
คณะกรรมการเสนอตอ ศาล เงนิ ทีไ่ ดร ับมาตามวรรคหน่ึงใหนำสงเขากองทนุ

มาตรา 140 ผูมีสิทธิเลือกตั้ง ผูสมัคร หรือพรรคการเมืองที่สงผูสมัครรับเลือกตั้งมี
สิทธิยน่ื คัดคานตอคณะกรรมการวาการเลือกตงั้ ในเขตเลือกตั้งท่ีตนมีสิทธิเลอื กต้งั หรือท่ีตนสมัครรับ

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ชุดที่ 2 223

เลือกต้ัง หรือที่พรรคการเมืองสงสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง แลวแตกรณี มิไดเปนไปโดยสุจริตหรือ
เที่ยงธรรม หรือไมชอบดวยกฎหมาย

ผูมีสิทธิยื่นคัดคานการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งอาจยื่นคัดคานไดต้ังแตวันที่
คณะกรรมการประกาศกำหนดวันเลือกตัง้ จนถึง 30 นบั แตวนั ประกาศผลการเลือกตงั้ เวนแต

(1) การคัดคานเพราะเหตุ (ตามมาตรา 63 ใชจายในการเลือกต้ังเกินท่ี กกต.
กำหนด) หรือ(มาตรา 67 ยื่นบัญชีรายรับรายจายไมถูกตอง) ใหย่ืนไดตั้งแตวันเลือกตั้งจนถึง 180
นับแตวันประกาศผลการเลือกตั้ง

(2) การคัดคานเกี่ยวกับการนับคะแนนใหคัดคานในระหวางเวลาที่ยังนับคะแนนไม
แลวเสร็จหรือในกรณีคัดคานการรวมคะแนน ใหคัดคานกอนประกาศผลการนับคะแนนที่หนวย
เลอื กตัง้

เมื่อคณะกรรมการไดรับคำคัดคานการเลอื กต้ังใหดำเนินการสืบสวนหรือไตสวนเพ่ือหา
ขอเท็จจริงโดยพลัน และพิจารณาดำเนินการตามหมวดน้ี แลวแตกรณี ตอไป ท้ังน้ีการยื่นคำคัดคานการ
เลือกตง้ั และการพจิ ารณาใหเ ปนไปตามวธิ ีการทคี่ ณะกรรมการกำหนด

หมวด 8
บทกำหนดโทษ
มาตรา 141 ผูซ่ึงรับโทษตามมาตรา 158 หรือมาตรา 166 ใหถือวากระทำการอันเปน
การทุจรติ ในการเลอื กตัง้
มาตรา 142 ผูบังคับบัญชาหรือนายจางผูใดขัดขวาง หรือหนวงเหนี่ยว หรือไมใหความ
สะดวกพอสมควรตอการไปใชสิทธิเลือกต้ังของผูใตบังคับบัญชาหรือลูกจาง แลวแตกรณีตองระวางโทษ
จำคุกไมเกิน 2 ป หรอื ปรบั ไมเกิน 40,000 บาท หรือท้ังจำทง้ั ปรับ
มาตรา 143 ผูใดกระทำการอันเปนเท็จเพ่ือใหผูอื่นเขาใจผิดวาผูสมัครผูใดกระทำการ
ฝา ฝนหรือไมปฏบิ ัติตามพระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ตองระวางโทษจำคุกไมเกิน 2 ปหรือปรับ
ไมเกิน 40,000 บาท และใหศ าลสงั่ เพิกถอนสิทธเิ ลือกต้งั ของผูน ้นั มกี ำหนด 5 ป
ถาการกระทำตามวรรคหนงึ่ เปนการเพือ่ จะแกลง ใหผสู มัครน้นั ถูกเพิกถอนสิทธิเลอื กต้ังหรือสทิ ธสิ มคั รรับ
เลือกต้ัง หรือเพ่ือไมใหมีการประกาศผลการเลือกต้ัง ตองระวางโทษจำคุกต้ังแต 5-10 ป และปรับตั้งแต
100,000 – 200,000 บาท และใหศาลสัง่ เพกิ ถอนสิทธิเลอื กต้งั ของผูน้ันมกี ำหนด 20 ป
ถาการกระทำตามวรรคหน่ึงเปนการแจงหรือใหถอยคำตอคณะกรรมการ ตองระวาง
โทษจำคุกตั้งแต 7-10 ป และปรับต้ังแต 140,000 -200,000 บาท และใหศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกต้ัง
ของผูน ัน้ มีกำหนด 20 ป
ถาการกระทำตามวรรคสองหรือวรรคสามเปนการกระทำหรือกอใหผูอ่ืนกระทำ
สนับสนุนหรือรูเห็นเปนใจของหัวหนาพรรคการเมืองหรือคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองใหถือวา

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชดุ ที่ 2 224

พรรคการเมืองนั้นกระทำการอันเปนการบอนทาลายความม่ันคงของราชอาณาจักรตามกฎหมาย
ประกอบรฐั ธรรมนญู วา ดวยพรรคการเมอื ง

มาตรา 144 ผูใดจงใจกระทำดวยประการใด ๆ ใหบัตรเลือกต้ังชำรุด หรือเสียหายหรือ
ใหเปนบัตรเสีย หรือกระทำดวยประการใด ๆ แกบัตรเสียเพ่ือใหเปนบัตรท่ีใชได ตองระวางโทษจำคุกไม
เกนิ 5 ป และปรับไมเ กนิ 100,000 บาท และใหศ าลส่ังเพิกถอนสิทธเิ ลอื กต้ังของผูน น้ั มีกำหนด 10 ป

ถาผูกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเปนเจาพนักงานผูดำเนินการเลือกต้ัง ตองระวาง
โทษจำคุกตั้งแต1-10 ป และปรับต้ังแต 20,000-200,000 บาท และใหศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังของ
ผนู ั้นมีกำหนด 20 ป

มาตรา 145 ผูใดไมไดเปนเจาพนักงานผูดำเนินการเลือกตั้งซ่ึงมีหนาท่ีและอำนาจใน
การเก็บรักษาบัตรเลือกต้ัง มีหรือครอบครองไวซ่ึงบัตรเลือกต้ังโดยไมชอบ ไมวาบัตรเลือกต้ังนั้นจะเปน
บัตรเลือกตั้งท่ีสำนักงานเปนผูจัดใหมีขึ้นหรือไม ตองระวางโทษจาคุกตั้งแต 1-5 ป หรือปรับต้ังแต
20,000-100,000 บาท หรอื ทง้ั จาท้งั ปรบั และใหศ าลส่งั เพิกถอนสทิ ธิเลือกตง้ั ของผนู ั้นมกี ำหนด 10 ป

ในกรณีท่ีผูกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเปนเจาหนาท่ีของรัฐ ตองระวางโทษเพ่ิมข้ึน
อีกกึ่งหนงึ่ และใหศาลส่งั เพิกถอนสิทธสิ มัครรบั เลือกต้งั ของผนู ้ัน

มาตรา 146 ในระหวางเวลาเปดการออกเสียงลงคะแนนจนถึงเวลาปดการออกเสียง
ลงคะแนน ถากรรมการประจำหนวยเลือกต้ังเปดเผยใหแกผูใดทราบวาผูมีสิทธิเลือกต้ังผูใดมาลงคะแนน
หรือยังไมมาลงคะแนนเพ่ือเปนคุณหรือเปนโทษแกผูสมัครหรือพรรคการเมืองใด ตองระวางโทษจำคุก
ไมเ กนิ 1 ป หรอื ปรับไมเ กนิ 20,000 บาท หรือท้งั จำท้ังปรับ

มาตรา 147 ผูใ ดขาย จำหนาย จายแจก หรือจัดเลีย้ งสุราทกุ ชนิด ในเขตเลือกต้ังใน
ระหวางเวลา 18.00 นาิกา ของวันกอนวันเลือกตั้งหน่ึงวัน จนถึงเวลา 18.00 นาิกาของวัน
เลือกต้ัง ตอ งระวางโทษจำคุกไมเกนิ 6 เดอื น หรอื ปรับไมเกิน 10,000 บาท หรือทงั้ จำทั้งปรบั

บทบญั ญัตใิ นวรรคหน่ึงใหใชบงั คบั แกว นั ลงคะแนนตามมาตรา 106 และมาตรา 107 ดวย
มาตรา 148 ผูใดเลนหรือจัดใหมีการเลนการพนันขันตอใด ๆ เก่ียวกับผลของการ
เลือกตั้ง ตองระวางโทษจำคุกตั้งแต 1-5 ป หรือปรับตั้งแต 20,000-100,000 บาท หรือท้ังจำทั้งปรับ
และใหศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผูเลนมีกำหนด 10 ปและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกต้ังของผูจัด
ใหมีการเลน
ถาการกระทำตามวรรคหนึ่งเปนการกระทำของผูสมัครหรือพรรคการเมืองตองระวาง
โทษจำคุกตั้งแต1 -10 ป หรือปรบั ต้งั แต 20,000-200,000 บาท หรอื ทงั้ จำทง้ั ปรับและใหศาลสง่ั เพกิ ถอน
สิทธิสมคั รรับเลือกต้งั ของผูสมัครหรือหัวหนา พรรคการเมอื ง แลวแตกรณี
มาตรา 149 ผูใดฝาฝนมาตรา 23 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 78 วรรคหน่ึงตองระวางโทษ
จำคุกตั้งแต 1-10 ป และปรับต้ังแต 20,000-200,000 บาท และใหศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังของ
ผนู น้ั มีกำหนด 20 ป

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชุดท่ี 2 225

มาตรา 150 ผูใดฝาฝนมาตรา 40 ตองระวางโทษจำคุกไมเกิน 2 ป หรือปรับไมเกิน
40,000 บาท หรอื ทั้งจำทงั้ ปรบั และใหศ าลส่งั เพิกถอนสิทธิเลอื กตงั้ ของผนู น้ั มีกำหนด 5 ป

มาตรา 151 ผูใดรอู ยูแลววาตนไมมีสทิ ธิสมัครรับเลอื กตง้ั เน่ืองจากขาดคุณสมบัติหรือมี
ลักษณะตองหามมิใหใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ไดสมัครรับเลือกต้ังหรือทำ
หนังสือยินยอมใหพรรคการเมืองเสนอรายชอ่ื เพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อตอ งระวางโทษจำคุก
ตั้งแต 1-10 ป และปรับต้ังแต20,000-200,000 บาท และใหศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผูน้ันมี
กำหนด 20 ป

ในกรณีที่ผูกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเปนผูซ่ึงไดรับเลือกตั้งเปนสมาชิกสภาผูแทน
ราษฎร ใหศาลมีคำสั่งใหผูนั้นคืนเงนิ ประจำตำแหนงและประโยชนตอบแทนอยางอ่ืนที่ไดรับมาเนื่องจาก
การดำรงตำแหนง ดังกลาวใหแ กสำนกั งานเลขาธกิ ารสภาผแู ทนราษฎรดวย

มาตรา 152 ผูสมัครผูใดฝาฝนมาตรา 43 ตองระวางโทษจำคุกตั้งแต 1-10 ปและ
ปรับตงั้ แต 20,000-200,000 บาท และใหศ าลสงั่ เพกิ ถอนสทิ ธิเลอื กตง้ั ของผนู ้นั มกี ำหนด 20 ป

มาตรา 153 ผูสมัครผูใดทำหนังสือยืนยันการไมไดเสียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดาตาม
มาตรา 45 หรือมาตรา 57 อันเปนเท็จ ตองระวางโทษจาคุกไมเกิน 2 ป หรือปรับไมเกิน 40,000 บาท
หรือทง้ั จำทง้ั ปรบั และใหศาลสั่งเพกิ ถอนสทิ ธเิ ลอื กตั้งของผนู ้นั มกี ำหนด 5 ป

มาตรา 154 ผสู มคั รผูใ ดฝา ฝน มาตรา 63 ตอ งระวางโทษจำคกุ ตั้งแต 1-5 ปหรอื ปรับต้งั
แต 20,000-100,000 บาท หรือปรับเปนจำนวน 3 เทาของจำนวนเงินท่ีเกินคาใชจายท่ีคณะกรรมการ
กำหนด แลวแตจำนวนใดจะมากกวากัน หรือท้ังจำทั้งปรับ และใหศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผูน้ัน
มีกำหนด 10 ป

ในกรณีท่ีพรรคการเมืองกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง ตองระวางโทษปรับตั้งแต
200,000-2,000,000 บาท หรือปรับเปนจำนวนสามเทาของจำนวนเงินท่ีเกินคาใชจายท่ีคณะกรรมการ
กำหนด แลว แตจำนวนใดจะมากกวากนั

ในกรณีที่พรรคการเมืองกระทำความผิดตามวรรคสอง ถาหัวหนาพรรคการเมือง
เลขาธิการพรรคการเมือง หรือเหรัญญิกของพรรคการเมืองรูเห็นเปนใจดวยกับการกระทำความผิดตอง
รับโทษและถูกเพกิ ถอนสิทธิเลอื กต้ังตามทบ่ี ญั ญัตไิ วใ นวรรคหน่ึง

มาตรา 155 ผูสมัครหรือหัวหนาพรรคการเมืองผูใดไมย่ืนบัญชีรายรับและรายจายตอ
คณะกรรมการภายในระยะเวลาท่ีกำหนด หรือจงใจย่ืนเอกสารหรือหลักฐานไมถูกตองครบถวนตาม
มาตรา 67 ตองระวางโทษจำคุกไมเกิน 2 ป หรือปรับไมเกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและใหศาล
ส่งั เพิกถอนสิทธเิ ลือกต้ังของผูนน้ั มีกำหนด 5 ป

ถาบัญชีรายรับและรายจายท่ียื่นตามมาตรา 67 เปนเท็จ ผูสมัครหรือหัวหนาพรรค
การเมือง ตองระวางโทษจำคุกต้ังแต 1-5 ป และปรับต้ังแต 20,000-100,000 บาท และใหศาลส่ังเพิก
ถอนสทิ ธิเลอื กต้ังของผนู ้ันมกี ำหนด 10 ป

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตัง้ ชุดที่ 2 226

มาตรา 156 ผูใ ด
(1) ฝาฝนมาตรา 69 มาตรา 70 หรือมาตรา 79
(2) หาเสียงเลือกต้ังโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสไมเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการหรือ
เงอ่ื นไขท่คี ณะกรรมการกำหนดตามมาตรา 70
ผนู ัน้ ตอ งระวางโทษจำคุกไมเกนิ 6 เดอื น หรือปรบั ไมเกนิ 10,000 บาทหรอื ทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 157 ผูใดฝาฝนมาตรา 72 หรือเปดเผยหรือเผยแพรผลการสำรวจความ
คิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนนในระหวางเวลา 7วันกอนวันเลือกตั้งจนถึง
เวลาปด การออกเสยี งลงคะแนน ตองระวางโทษจำคุกไมเกนิ 3 เดอื น หรอื ปรบั ไมเกิน 6,000 บาท หรือ
ทั้งจำทงั้ ปรบั
มาตรา 158 ผูใดฝาฝนมาตรา 73 (1) หรือ (2) มาตรา 75 มาตรา 76 หรือมาตรา 94
ตองระวางโทษจาคุกต้ังแต 1-10 ป หรือปรับต้ังแต 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำท้ังปรับ และให
ศาลสั่งเพิกถอนสทิ ธิเลอื กตัง้ ของผูนัน้ มีกำหนด 20 ป
ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงท่ีสุดใหลงโทษผูกระทำความผิดตามมาตรา 73 (1) หรือ
(2) ใหศ าลสั่งจายเงินสินบนนำจับไมเ กนิ กึ่งหนึง่ จากจานวนเงินคาปรบั แกผ แู จง ความนำจับ
ในกรณีที่พรรคการเมืองกระทำความผิดตามมาตรา 75 หัวหนาพรรคการเมืองหรือ
กรรมการบริหารพรรคการเมืองของพรรคการเมืองนั้นซ่ึงรูเห็นเปนใจดวยในการกระทำความผิดตอง
ระวางโทษตามท่ีกำหนดไวในวรรคหน่ึง และใหศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหนาพรรคการเมือง
หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองของพรรคการเมืองน้ัน และใหถือเปนเหตุที่จะยุบพรรคการเมืองน้ัน
ตามกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนูญวาดว ยพรรคการเมือง
มาตรา 159 ผูใดฝาฝนมาตรา 73 (3) (4) หรือ (5) ตองระวางโทษจาคุกต้ังแต 1-10 ป
หรือปรับต้ังแต 20,000-200,000 บาท หรอื ทงั้ จำทั้งปรับ และใหศ าลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผนู ั้นมี
กำหนด 20 ป และใหนำความในมาตรา 158 วรรคสอง มาใชบ ังคบั ดว ย
มาตรา 160 ผูใดฝาฝนมาตรา 74 หรือหาเสียงเลือกตั้งไมวาดวยประการใดเพ่ือ
ใหประชาชนหลงเชื่อหรือเขาใจผิดวาเปนนโยบายของพรรคการเมืองตามมาตรา 74 ตองระวางโทษ
จำคุกตั้งแต 1-10 ป หรือปรับตั้งแต20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำท้ังปรับ และใหศาลสั่งเพิกถอน
สิทธเิ ลือกตงั้ ของผนู น้ั มีกำหนด 20 ป
มาตรา 161 ผูซึ่งมิไดมีสัญชาติไทยผูใดฝาฝนมาตรา 77ตองระวางโทษจำคุกตั้งแต
1-10 ป และปรับตั้งแต 20,000-200,000 บาท
มาตรา 162 ผูสมัคร พรรคการเมือง หรือผูใดปดประกาศหรือติดแผนปายเก่ียวกับการ
เลือกตั้งไมเปนไปตามท่ีคณะกรรมการกำหนดตามมาตรา 83 ตองระวางโทษจำคุกไมเกิน 6 เดือนหรือ
ปรับไมเ กนิ 10,000 บาท หรอื ทั้งจำทง้ั ปรบั

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ชุดที่ 2 227

มาตรา 163 ผูใดฝาฝนมาตรา 95 วรรคหน่ึง หรือมาตรา 104 ตองระวางโทษจำคุก
ต้ังแต 1-10 ป และปรับตั้งแต 20,000-200,000 บาท และใหศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผูนั้น
มีกำหนด 20 ป

มาตรา 164 ผูใดฝาฝนมาตรา 95 วรรคสอง มาตรา 96 มาตรา 98 มาตรา 100 หรือ
มาตรา 101 ตองระวางโทษจาคกุ ต้งั แต 1-5 ป หรอื ปรับต้งั แต 20,000-100,000 บาท หรอื ทงั้ จำทง้ั ปรบั
และใหศ าลสงั่ เพกิ ถอนสิทธิเลือกต้ังของผนู ั้นมกี ำหนด 10 ป

ในกรณีท่ีผูฝ าฝนตามวรรคหน่ึงเปนผูรับหรอื ยอมจะรับเงิน ทรพั ยสิน หรือประโยชนอื่น
ใด ถาไดแจงถึงการกระทำดังกลาวตอคณะกรรมการหรือผูซึ่งคณะกรรมการมอบหมายกอนถูกจับกุม
ผนู น้ั ไมตอ งรบั โทษและไมต อ งถกู เพิกถอนสทิ ธเิ ลือกตงั้

ให น า ค ว า ม ใน ว ร ร ค ส อ ง ม า ใช บั งคั บ แ ก ผู ฝ า ฝ น ต า ม ว ร ร ค ห นึ่ งที่ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร
เหน็ สมควรกนั ไวเ ปนพยานดว ยโดยอนุโลม

มาตรา 165 ผูใดฝาฝนมาตรา 97 หรือมาตรา 99 ตองระวางโทษจำคุกไมเกิน 1 ป
หรอื ปรับไมเกิน20,000 บาท หรอื ท้ังจำท้งั ปรับ

มาตรา 166 กรรมการประจำหนวยเลือกตั้งผูใดฝาฝนมาตรา 119 ตองระวางโทษ
จำคุกตั้งแต 1-10 ป หรือปรับต้ังแต 20,000-200,000 บาท หรือท้ังจำทั้งปรับและใหศาลสั่งเพิกถอน
สิทธิเลือกตง้ั ของผูน้ันมีกำหนด 20 ป

มาตรา 167 ในการสืบสวนหรือไตสวน หากปรากฏวาการใหถอยคำ หรือแจงเบาะแส
หรือขอมูลของบุคคลซึ่งมีสวนเก่ียวของหรือมีสวนรวมในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติ
ประกอบรัฐธรรมนูญน้ีรายใดจะเปนประโยชนในการพิสูจนการกระทาความผิดของผูกระทำความผิดคน
อื่นท่ีเปนตัวการสำคัญ และสามารถที่จะใชเปนพยานหลักฐานในการวินิจฉัยการกระทำความผิดของ
ผูก ระทำความผดิ น้นั คณะกรรมการจะกนั บุคคลนน้ั ไวเ ปนพยานโดยไมด ำเนนิ คดีกไ็ ด

เมื่อคณะกรรมการมีมติไมดำเนินคดีกับบุคคลใดแลวใหสิทธิในการดำเนินคดีอาญาเปน
อันระงับไป เวน แตปรากฏในภายหลังวาผูถูกกันไวเปนพยานไดใหถ อยคำอันเปนเท็จ หรือไมไ ปเบิกความ
หรือไปเบิกความแตไมเปนไปตามที่ไดใหถอยคำ หรือแจงเบาะแสหรือขอมูลไวใหการกันบุคคลไวเปน
พยานนนั้ ส้ินสดุ ลง และคณะกรรมการอาจดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลนั้นตอไปได

มาตรการในการกันบุคคลไวเปนพยานตามวรรคหนึ่ง และการเพิกถอนการกันไวเปน
พยานตามวรรคสอง ใหเปน ไปตามหลักเกณฑ วิธกี าร และเง่ือนไขท่คี ณะกรรมการกำหนด

มาตรา 168 ในกรณีท่ีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้กี ำหนดใหศาลส่ังเพิกถอน
สิทธิเลือกตั้งโดยมีกำหนดระยะเวลาหรือสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งใหการเพิกถอนสิทธิดังกลาว
มีผลในทันทีและเร่ิมนับระยะเวลานับแตวันที่ศาลมีคำส่ังหรือคำพิพากษา เวนแตศาลอุทธรณหรือศาลฎีกา
จะมีคำสั่งหรือคำพพิ ากษาเปนอยา งอ่ืน

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชดุ ท่ี 2 228

มาตรา 169 ในกรณีท่ีปรากฏวามีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบ
รฐั ธรรมนูญนี้เกิดขึ้นในเขตเลือกต้ังใด ใหถอื วาผสู มัครหรือพรรคการเมืองที่สงสมาชิกของตนลงสมัครรับ
เลือกต้งั ในเขตเลอื กตัง้ นน้ั เปน ผเู สียหายตามประมวลกฎหมายวธิ ีพิจารณาความอาญา

มาตรา 170 ผูใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้นอก
ราชอาณาจักร จะตองรับโทษในราชอาณาจักร และการกระทำของผูเปนตัวการดวยกันผูสนับสนุน
หรือผูใชใหกระทำความผิดนั้น แมจะกระทำนอกราชอาณาจักร ใหถือวาตัวการผูสนับสนุน หรือผูใชให
กระทำความผิดน้ันไดกระทำในราชอาณาจักร

บทเฉพาะกาล

มาตรา 171 ในวาระเร่ิมแรก ใหตราพระราชกฤษฎีกากำหนดใหมีการเลือกต้ังท่ัวไป
ภายใน 90 วันนับแตวันท่ีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
วาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภามีผลใชบังคับ และใหคณะกรรมการการเลือกต้ังกำหนดวัน
เลือกตั้งซึ่งตองไมชากวา 150 วันนับแตวันท่ีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมาย
ประกอบรฐั ธรรมนญู ดงั กลา วมีผลใชบังคบั

มาตรา 172 ในวาระเร่ิมแรก เพื่อประโยชนในการนับเวลาเพ่ือสมัครรับเลือกต้ังใน
กรณีท่ีผูที่เขาช่ือรวมกันเพื่อขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองและไดชำระเงินทุนประเดิมหรือคา
บำรุงพรรคการเมืองไวแลว หากภายหลังนายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนจัดตั้งพรรค
การเมืองน้ัน ใหถือวาผูที่เขาชื่อรวมกันนั้นเปนสมาชิกพรรคการเมืองน้ันมาต้ังแตวันที่ย่ืนคำขอจด
ทะเบียนจดั ตงั้ พรรคการเมอื ง

มาตรา 173 ในการเลือกตั้งทั่วไปคร้ังแรกภายหลังวันท่ีพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญนี้ใชบังคับ ระยะเวลาในการคำนวณคาใชจายในการเลือกต้ังและวิธีการหาเสียงเลือกต้ัง
สำหรับการเลือกต้ังสมาชิกสภาผูแทนราษฎรตามมาตรา 64 และมาตรา 68 ใหนับแตวันท่ีพระราช
กฤษฎกี าใหมีการเลือกต้งั สมาชกิ สภาผูแ ทนราษฎรมีผลใชบงั คบั จนถึงวันเลอื กต้ัง

มาตรา 174 บคุ คลใดถกู เพกิ ถอนสทิ ธเิ ลือกตงั้ ตามพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู
วาดวยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและการไดมาซ่ึงสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 หรือ
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 ใหถือวาผูน้ันถูกเพิกถอนสิทธิ
เลอื กตัง้ ตามพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู น้ี

มาตรา 175 ผูมีสิทธิเลือกตั้งผูใดเสียสิทธิเน่ืองจากไมไดไปใชสิทธิเลือกตั้งตาม
พระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู วา ดวยการเลอื กตัง้ สมาชิกสภาผูแ ทนราษฎรและการไดมาซง่ึ สมาชิก
วฒุ ิสภา พ.ศ. 2550 อยูก อนวันท่ีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใชบังคับใหการเสียสิทธิของผูน้ัน
เปน อนั ส้นิ สุดลงนบั แตวันทีพ่ ระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนูญน้ใี ชบงั คบั

...

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งานเลือกตั้ง สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กต้ัง ชุดท่ี 2 229

สรุป พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา ดว ยการไดมาซง่ึ สมาชิกวุฒิสภา 2561

ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมอ่ื วนั ท่ี 13 กันยายน 2561
ผรู กั ษาการ คอื ประธานกรรมการการเลอื กตัง้

โครงสราง พรป.สว. พ.ศ.2561 มี 6 หมวด 1 บทเฉพาะกาล 99 มาตรา
หมวด 1 – ผูสมัครและการสมคั รรับเลอื ก
หมวด 2 – ผูดำเนินการเกี่ยวกับการเลอื ก
หมวด 3 – การเลอื ก
หมวด 4 –การควบคุมการเลอื กใหเปน ไปโดยสจุ รติ และเทย่ี งธรรม
หมวด 5 – การคดั คา น
หมวด 6 – บทกำหนดโทษ

การเลอื ก ส.ว. ตองตราเปน พระราชกฤษฎีกา
ส.ว.บทท่ัวไป 200 คน ส.ว.บทเฉพาะกาล 250 คน

- มวี าระการดำรงตำแหนง 5 ป
- วันรับสมัคร ไมนอ ยกวา 5 แตไมเกิน 7 วัน
- วันเลอื กระดบั อำเภอ/จงั หวดั /ประเทศ เปนวนั เดียวกันทัว่ ราชอาณาจักร

หากเกิดเหตุจำเปน อนื่ กำหนดวนั ใหม
ไดโดยใชม ติ กกต. 2 ใน 3

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งานเลอื กต้ัง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชุดท่ี 2 230

จำนวนกลมุ

บททวั่ ไป 20 กลุม เฉพาะกาล 10 กลุม
1.กลุมบรหิ ารราชการแผนดนิ และความม่นั คง
2.กลุมกฎหมายและกระบวนการยุตธิ รรม 1.กลุมบรหิ ารราชการแผนดนิ และความมน่ั คง
3.กลมุ การศึกษา
4.กลมุ การสาธารณสุข 2.กลมุ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

5.กลมุ อาชพี ทำนา 3.กลมุ การศกึ ษา และการสาธารณสขุ (รวม 3+4 บททว่ั ไป)
6.กลุมอาชีพทำสวน 4.กลุมอาชีพกสิกรรม ปลูกพชื ลม ลุก ทำนา ทำสวน ฯ (รวม 5+6
7.กลุม พนง.หรือลกู จา งของบุคคลซง่ึ มิใชใ นสว น บททั่วไป)
ราชการฯ 5.กลมุ พนง.หรือลูกจา งของบคุ คลซึ่งมใิ ชในสวนราชการฯ
8.กลมุ ผปู ระกอบอาชีพดานสิ่งแวดลอ ม
9.กลมุ ผปู ระกอบกิจการขนาดกลางและยอม 6. กลุมผปู ระกอบอาชพี ดานสงิ่ แวดลอ ม
10.กลมุ ผูประกอบกจิ การอนื่ นอกจาก กลุมท่ี 9.
11.กลมุ ผูประกอบธรุ กจิ หรอื อาชีพดานการ 7.กลมุ ผูประกอบกิจการขนาดกลางและยอ ม (รวม 9+11+12 บท
ทองเทย่ี ว ท่ัวไป)
12.กลุมผูประกอบอุตสาหกรรม 8.กลมุ สตรี (รวม 14+15+17 บททว่ั ไป)
13.กลมุ ผปู ระกอบอาชีพดน วทิ ยาศาสตรฯ 9.กลมุ ศิลปะ วัฒนธรรม ฯ (รวม 16+18 บททั่วไป)
14.กลุมสตรี 10.กลุมอืน่
15.กลมุ ผสู ูงอายุ คนพิการ ฯ
16.กลมุ ศลิ ปะ วัฒนธรรม ฯ
17.กลุม ประชาสังคม
18.กลุมสื่อสารมวลชน
19.กลมุ ผูประกอบวชิ าชพี อาชีพอิสระ
20.กลมุ อน่ื

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนกั งานเลือกตัง้ สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ชุดท่ี 2 231

คุณสมบตั ผิ สู มัคร (เสยี คาสมัคร 2,500 บาท) สมคั รไดเ พยี ง 1 กลุม
1.สญั ชาติไทยโดยการเกิด สมัครแลวถอนไมได
2.อายุไมต ำ่ กวา 40 ปใ นวนั สมัครรบั เลอื ก
3.มีความรคู วามเช่ยี วชาญดา นท่ีสมคั รไมน อยกวา 10 ป ไมใชบ งั คับ ในกลุม ท1่ี 4
4.มีลกั ษณะอยางใดอยา งหนง่ึ ดงั ตอ ไปนี้ดว ย และ 15 บททว่ั ไป

4.1 เกดิ อำเภอทสี่ มคั รรบั เลือก
4.2 มชี ่อื ในทะเบยี นบานไมนอ ยกวา 2 ป
4.3 ทำงานในอำเภอทรี่ ับสมคั รไมน อยกวา 2 ป
4.4 เคยทำงานหรือเคยมชี ือ่ ในทะเบยี นในอำเภอที่

รับสมคั รไมนอ ยกวา 2 ป
4.5 เคยเรียนในสถานศกึ ษาทีต่ งั้ อยูในอำเภอทสี่ มคั ร

ไมน อ ยกวา 2 ป

ความแตกตา ง สว.บทท่ัวไป และบทเฉพาะกาล

บทเฉพาะกาล บทท่ัวไป

ใชวาระเรมิ่ แรก ใชเมือ่ พนอายุของวฒุ ิสภา 5 ป
จากวาระเรม่ิ แรก
10 กลมุ 20 กลมุ
- สมัครดวยตนเอง
- สมคั รดว ยตนเองพรอมหนงั สอื แนะนำช่อื จาก สมัครดวยตนเอง
องคก รซงึ่ เปน นติ บิ ุคคล (ม.93)
200 คน
250 คน

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งานเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ชดุ ท่ี 2 232

สรุปจำนวนวัน

ผอ.ระดบั อำเภอประกาศบัญชีรายชือ่ ผูส มัคร รอ งคดั คา นตอ วนั
5 วันนับแตว ันส้นิ สดุ ระยะเวลา
ผอ.ระดบั อำเภอ สัง่ ลบชื่อ/สัง่ ไมรับสมัคร ศาลฎกี า รับสมัคร
ผูสมัครถูกลบชอ่ื กอ นการเลือกระดบั จังหวดั /ประเทศ ศาลฎีกา
การดำเนินการเลอื กของ กกต. ผอ.การเลอื กหรอื พนักงาน ศาลฎกี า ภายใน 3 วัน
เจาหนาท่ี ไมชอบดวยกฎหมาย ภายใน 3 วัน
การเลือกระดบั อำเภอ/จงั หวัด/ประเทศไมส จุ รติ เท่ียงธรรม กกต. ภายใน 3 วัน
หา มเปด เผยหรอื เผยแพรผลการสำรวจความคิดเห็นฯ -
- ภายใน 3 วนั
วนั เลอื กในระดับอำเภอ 7 วนั กอนวันเลอื ก
- ไมเกิน 20 วัน นับแตวันส้ินสุด
วนั เลือกในระดับจังหวดั วันรบั สมัคร
- ไมเกิน 7 วันนับแตวันเลือก
วันเลือกในระดับประเทศ อำเภอ
ไมเกิน 10 วันนับแตวันเลือก
จงั หวัด

การเลอื ก สว. แบบบททัว่ ไป และแบบบทเฉพาะกาล

เพอื่ เปนการอธิบายใหเห็นภาพโดยชัดเจน เราจะตั้งสมมติฐานที่ จังหวดั กอ
มผี ูสมคั รครบทกุ กลมุ และมี 3 อำเภอ

เตรียมสอบ กกต. 2564

ข้นั ที่ 1 เลอื กขน้ั ตน เตรยี มสอบพนกั งานเลอื กต้ัง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กต้งั ชดุ ที่ 2 233
แตละกลมุ เลอื กกนั เอง
1 คน/ ไมเ กนิ 2 คน ตัวอยางการเลือกระดบั อำเภอ บททว่ั ไป
เลอื กตวั เองได
กลุม 1 กลมุ 2 กลุม 3 กลมุ 4 ..........

เอาผไู ดค ะแนนสูงสดุ เรยี นกนั 5 ลำดับแรก/กลมุ - คะแนนเทา กันจับสลาก
(สมมติ 20 กลุม x 5 คน = 100 คน ) - กลุม ไหนสมัครไมถ งึ

5 คนไมตอ งเลือก

ขั้นที่ 2 จับสลากแบงสาย 3-5 กลมุ 3-5 กลมุ 3-5 กลุม 3-5 กลมุ
ใหผไู ดรบั เลอื กข้ันตน ของ สายที่ 1 สายที่ 2 สายที่ 3 สายที่ 4
แตล ะกลุมตกลงกนั จะให
ใครจับสลากวา กลมุ ตนอยู เลือกคนในกลุมอ่นื แตละกลุมในสาย ,, ,, ,,
สายใด เดียวกนั ไดกลมุ ละ 1 คน โดยเลอื ก

กลุมตวั เอง+ตวั เองไมไ ด

เอา 3 ลำดบั แรกของ ,, ,, ,,

ผลลัพธ แตละกลุมเปนผไู ดร บั เลอื ก

5 กลมุ x 3 คน = 15 คน

สรุปจะไดผ ูไดรับเลอื กระดับอำเภอ 60 คน ตอ 1 อำเภอ

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงานเลอื กต้งั สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้งั ชดุ ที่ 2 234

ตัวอยา งการเลือกระดบั จังหวัด บททว่ั ไป
จงั หวดั กอ มี 3 อำเภอ = มตี วั แทนทกุ อำเภอ รวม 180 คน หรือ 20 กลมุ กลุมละ 9 คน

น้ันเอง

ข้ันท่ี 1 เลอื กขน้ั ตน กลมุ 1 กลุม 2 กลมุ 3 ….
แตล ะกลมุ เลอื กกนั เอง
1 คน/ ไมเกนิ 2 คน
เลือกตัวเองได

เอาผไู ดค ะแนนสงู สุดเรียงกัน 5 ลำดบั แรก/กลมุ - คะแนนเทากันจบั สลาก
(สมมติ 20 กลมุ x 5 คน = 100 คน ) - กลุมไหนสมคั รไมถ งึ

5 คนไมต องเลอื ก

ข้นั ท่ี 2 จับสลากแบงสาย 3-5 กลุม 3-5 กลุม 3-5 กลุม 3-5 กลมุ
ใหผ ูไดร ับเลือกขนั้ ตนของ สายที่ 1 สายที่ 2 สายท่ี 3 สายท่ี 4
แตล ะกลุม ตกลงกนั จะให
ใครจับสลากวากลมุ ตนอยู เลอื กคนในกลมุ อื่นแตละกลุมในสาย ,, ,, ,,
สายใด เดยี วกนั ไดก ลมุ ละ 1 คน โดยเลือก

กลุมตัวเอง+ตัวเองไมไ ด

เอา 2 ลำดบั แรกของ ,, ,, ,,

ผลลพั ธ แตล ะกลมุ เปน ผูไ ดร บั เลอื ก

5 กลุม x 2 คน = 10 คน

สรุปจะไดผ ไู ดรับเลอื กระดบั จังหวัด 40 คน ตอ 1 จังหวดั

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงานเลือกตงั้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชุดที่ 2 235

ตัวอยา งการเลอื กระดับประเทศ บททัว่ ไป
ประเทศไทยมี 77 จังหวดั x 40 คน = 3,080 คน หรอื 20 กลุม กลมุ ละ 154 คน นน้ั เอง

ขัน้ ที่ 1 เลอื กขั้นตน กลมุ 1 กลมุ 1 กลมุ 1 ….
แตละกลมุ เลอื กกันเอง
1 คน/ ไมเกิน 10 คน
เลือกตัวเองได

เอาผไู ดค ะแนนสงู สดุ เรยี งกัน 40 ลำดับแรก/กลมุ
(สมมติ 20 กลุม x 40 คน = 800 คน )

- คะแนนเทากนั จบั สลาก

ขน้ั ที่ 2 จับสลากแบงสาย 3-5 กลมุ 3-5 กลุม 3-5 กลมุ 3-5 กลุม
ใหผไู ดร ับเลือกขน้ั ตนของ สายที่ 1 สายที่ 2 สายที่ 3 สายท่ี 4
แตล ะกลมุ ตกลงกนั จะให
ใครจบั สลากวา กลมุ ตนอยู เลอื กคนในกลมุ อนื่ แตละกลมุ ในสาย ,, ,, ,,
สายใด เดยี วกนั ไดกลุมละไมเกนิ 5 คน
โดยเลือกกลุม ตัวเอง+ตัวเองไมได

เอาคะแนนสูงสุด 1-10 ของกลมุ ,, ,, ,,

ผลลัพธ เปน ผูไดรบั เลือกเปน ส.ว.

5 กลมุ x 10 คน = 50 คน

(ลำดับที่ 11-50 สำรอง)

สรุปจะไดผูไดรับเลอื กเปน ส.ว. ทั้งสิน้ 200 คน

กกต.แจงให สำนักงานเลขาธิการวุฒสิ ภาทราบ

ผลลพั ธสุดทา ยหลงั การเลือกขั้นตน อำเภอ จงั หวดั ประเทศ
ผลลัพธส ุดทา ยการเลือกหลงั จากแบง สาย 5 5 40
3 2 10

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งานเลือกต้งั สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ชุดที่ 2 236

สว.ตามบทเฉพาะการนน้ั มีวธิ กี ารสมคั รได 2 รูปแบบ รายละเอยี ดดงั นี้

วธิ ีที่ 1 สมคั รดว ยตนเอง วิธที ี่ 2 สมัครดว ยตนเองพรอมหนังสือแนะนำชอื่ จากองคกรซ่ึงเปนนิตบิ คุ คล
ลักษณะองคกร
*เปนนิติบุคคลตามกฎหมายไทยมาแลวไมนอ ยกวา 3 ป
*มิไดมวี ัตถุประสงคในการแสวงหากำไรมาแบง ปนกัน หรอื ดำเนนิ กิจการทางการเมือง
*ดำเนินการตามวัตถุประสงคข ององคกรมาอยา งตอเน่ือง
*มีกฎหมายจัดตงั้

บคุ คลซึ่งสามารถแนะนำชือ่ ได
*เปน หรอื เคยเปนสมาชิกขององคกร
*ปฏบิ ัตหิ นา ท่ีหรือเคยปฏบิ ตั ิหนาทใี่ นองคก ร ตามระยะเวลาท่ี กกต.กำหนด
*มีคุณสมบตั แิ ละไมมลี กั ษณะตองหา มในการสมคั ร

การแนะนำผสู มัคร
*องคก รละ 1 คน ในแตละจงั หวดั (ระบอุ ำเภอดวย)
*เม่อื ไดแนะนำชอ่ื ผสู มัครแลว จะถอน หรือเปลย่ี นชอ่ื ไมไ ด

ตัวอยางการเลือกระดับอำเภอ บทเฉพาะกาล

วธิ ี 1 เลือกกันเองในกลุม ตวั เอง กลุม 1- 10 วิธี 2 สมคั รแบบมีหนังสือแนะนำ
โดย 1 คน/ ไมเกิน 2 คน เลือกตวั เองได (ผูส มคั รจากองคกร)

โดย 1 คน/ ไมเ กนิ 2 คน เลอื กตวั เองได

เอาผไู ดคะแนนสงู สุดเรียงกนั 3 ลำดับแรก/กลุม เอาผไู ดคะแนนสูงสุดเรยี งกัน 3 ลำดบั แรก/กลุม
(สมมติ 10 กลมุ x 3 คน = 30 คน/ 1 อำเภอ) (สมมติ 10 องคกร x 3 คน = 30 คน/ 1 อำเภอ)

เปน ผูไดร ับเลอื กระดับอำเภอ เปนผไู ดรับเลอื กระดับอำเภอ

เตรียมสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งานเลอื กต้ัง สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ชดุ ท่ี 2 237

ตัวอยางการเลือกระดบั จงั หวดั บททั่วไป

วิธี 1 เลือกกนั เองในกลุมตวั เอง กลุม 1- 10 วธิ ี 2 สมัครแบบมีหนงั สอื แนะนำ
โดย 1 คน/ ไมเ กนิ 2 คน เลือกตัวเองได (ผสู มคั รจากองคก ร)

โดย 1 คน/ ไมเกิน 2 คน เลือกตวั เองได

เอาผูไดค ะแนนสงู สดุ เรยี งกนั 4 ลำดับแรก/กลมุ เอาผูไ ดค ะแนนสูงสดุ เรียงกนั 4 ลำดับแรก/กลุม
(สมมติ 10 กลุม x 4 คน = 40 คน/ 1 จงั หวัด) (สมมติ 10 องคก ร x 4 คน = 40 คน/ 1 จังหวัด)

เปน ผไู ดร ับเลือกระดบั จงั หวดั เปน ผูไดรับเลือกระดับจงั หวดั

ตวั อยางการเลือกระดบั ประเทศ บทท่วั ไป
ประเทศไทยมี 77 จังหวดั

วิธที ี่ 1 วิธที ี่ 2
10 กลมุ x 4 คน x 77 จว. = 3,080 คน 10 องคก ร x 4 คน x 77 จว. = 3,080 คน

วิธี 1 เลอื กกันเองในกลมุ ตัวเอง กลมุ 1- 10 วธิ ี 2 สมัครแบบมีหนังสือแนะนำ
โดย 1 คน/ ไมเกิน 2 คน เลือกตวั เองได (ผูสมคั รจากองคก ร)

โดย 1 คน/ ไมเกิน 2 คน เลือกตวั เองได

เอาผูไ ดคะแนนสูงสุดเรียงกนั 10 ลำดับแรก/กลมุ เอาผูไดคะแนนสงู สดุ เรยี งกัน 10 ลำดับแรก/กลุม
(สมมติ 10 กลมุ x 10 คน = 100 คน) (สมมติ 10 องคก ร x 10 คน = 100 คน)
เปน ผูไดร บั การเสนอช่ือ เปนผไู ดรับการเสนอชื่อ

เอา 200 คน เสนอให คสช.คัดเลอื ก คสช. คัดเลอื กจะเหลือเพียง 50 คน

เปน ผูไ ดรบั เลอื กเปน สมาชิกวฒุ ิสภา

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนกั งานเลอื กต้ัง สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตั้ง ชดุ ท่ี 2 238

สมาชิกวุฒิสภา บทเฉพาะกาล
250 คน

กอนการเลอื กตงั้ ส.ส. ครงั้ แรกไมน อ ยกวา 15

กกต. จดั ใหมีการเลอื ก ส.ว. จำนวน คณะกรรมการสรรหาสมาชกิ วุฒิสภา (9-12 คน)
200 คน จะคดั เลือกบคุ คล อีกจำนวนไมเ กิน 400 คน

คสช. คดั เลือก
ภายใน 3 วันนบั แตว นั ประกาศผล ส.ส.ครงั้ แรก

เรียกวาบญั ชรี ายช่ือ ก. เรียกวา บญั ชรี ายช่ือ ข
คดั เลือกแลวจะเหลอื จำนวน 50 คน
คัดเลอื กแลวจะเหลอื จำนวน 194 คน
เปน ผไู ดรับเลอื กเปน สมาชกิ วุฒิสภา
เปนผูไดรับเลอื กเปน สมาชิกวฒุ สิ ภา
*บัญชีสำรองอกี 50 คน และเปน สว.โดยตำแหนง 6 คนดงั นี้

1. ปลดั กระทรวงกลาโหม
2. ผูบญั ชาการทหารสูงสุด
3. ผบู ญั ชาการทหารบก
4. ผูบัญชาการทหารเรอื
5. ผูบ ัญชาการทหารอากาศ
6. ผูบ ัญชาการตำรวจแหงชาติ

*บญั ชีสำรองอกี 50 คน

คสช. นำรายชื่อ 250 คนข้ึนกราบบังคมทลู เพือ่ ทรง
พระกรณุ าโปรดเกลาโปรดกระหมอ มแตง ต้งั ตอ ไป
(มีวาระ 5 ป นับแตวนั ทม่ี พี ระบรมราชโองการแตงตง้ั )

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนกั งานเลอื กตงั้ สำนกั งานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ชุดท่ี 2 239

หนา ทแี่ ละอำนาจ
ของผอู ำนวยการการเลือก ระดับอำเภอ จงั หวดั และประเทศ

ระดบั อำเภอ ระดบั จงั หวัด ระดบั ประเทศ

คณะกรรมการระดบั อำเภอ 7 คน คณะกรรมการระดบั จงั หวัด 7 คน คณะกรรมการระดับประเทศ
คอื
1. นายอำเภอ เปนประธาน 1. ผูว าราชการจงั หวัด/ปลัด กทม. เปน ประธาน
2. หัวหนาสว นราชการ 3 คน 2. หวั หนาสวนราชการ/บคุ ลากรในสถาบัน คณะกรรมการการเลอื กตัง้ 7 คน
3. ผทู รงคณุ วุฒทิ ี่ไมเ ปน จนท.รฐั /สมาชิกหรือ
อุดมศึกษาของรัฐ 3 คน ผอู ำนวยการเลือกระดับประเทศ
จนท.พรรคการเมอื ง ฯ 2 คน 3. ผทู รงคุณวฒุ ิ 2 คน
4. จนท.สนง.กกต./ขา ราชการประจำอำเภอ (เลขาธิการคณะกรรมการการเลอื กต้งั )
4. ผอ.กกต.จว. เปนกรรมการและเลขานุการ
ที่ ผอ.กกต.จว. แตง ตง้ั เปนกรรมการและ
เลขานุการ

ผูอำนวยการเลือกระดับอำเภอ ผูอำนวยการเลือกระดบั จังหวัด

(จนท.สนง.กกต. / ขาราชการประจำอำเภอ) (ผอ.กกต.จว.)

ผอู ำนวยการเลือกระดับอำเภอ มีหนา ที่และอำนาจดงั ตอไปน้ี
1. จดั ใหมสี ถานท่รี ับสมัครและสถานท่ีเลือกในเขตอำเภอ
2. จัดใหมีการรบั สมคั ร
3. ตรวจสอบคุณสมบัตแิ ละลกั ษณะตอ งหามของผสู มัคร
4. จัดทำบญั ชรี ายชือ่ ผูสมคั ร
5. จัดทำเอกสารหรือขอมลู แนะนำตัวของผสู มคั รทุกคนเพ่อื ใหผ ูส มคั รตรวจสอบและใชป ระโยชนในการเลือก
6. ควบคุมการเลือก การนบั คะแนน และการรายงานผลการนบั คะแนนใหเปน ไปโดยสุจรติ และเที่ยงธรรม
7. ประกาศรายชื่อผูไดรับเลอื กในระดบั อำเภอ และสงบัญชรี ายช่ือผไู ดรับเลือกพรอมท้ังเอกสารหรือขอ มูลตาม (5)

ไปยังผอู ำนวยการการเลือกระดับจงั หวดั
8. บันทกึ ภาพและเสยี งของกระบวนการเลือกไวเปนหลกั ฐาน
9. ปฏบิ ัติหนา ท่ีอน่ื อนั เก่ียวกับการเลือกสมาชิกวฒุ สิ ภาตามที่ กกต. กำหนดหรอื มอบหมาย

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรียมสอบพนักงานเลือกต้ัง สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ชดุ ที่ 2 240

ผูอ ำนวยการเลอื กระดับจงั หวัด มีหนา ท่ีและอำนาจดังตอไปนี้
1. จัดใหมีสถานท่ีเลือกในเขตจังหวัด
2. จดั ทำบญั ชรี ายช่ือผไู ดรับเลอื กจากการเลือกระดบั อำเภอแยกเปนรายกลุม โดยอยา งนอ ยตอ งระบุอาชพี และอายุ

ของผูส มคั ร และประกาศใหประชาชนทราบเปนการทัว่ ไป ภายใน 3 วัน นบั แตวนั ทไี่ ดรับบญั ชรี ายชอื่ จาก
ผอู ำนวยการการเลือกระดับอำเภอ
3. จดั ทำเอกสารหรือขอมลู แนะนำตัวของผไู ดร ับเลอื กจากการเลอื กระดับอำเภอ เพอื่ ใหผ ูไ ดรับเลอื ก ไดต รวจสอบ
และใชประโยชนใ นการเลือก ท้ังนี้ ใหใชเ อกสารหรือขอมลู ท่ีไดรับมาจากผูอ ำนวยการการเลอื กระดบั อำเภอ
4. ควบคมุ การเลือก การนบั คะแนน และการรายงานผลการนับคะแนนใหเปน ไปโดยสจุ รติ และเที่ยงธรรม
5. ประกาศรายชอ่ื ผูไ ดร ับเลอื กในระดบั จังหวดั และสงบัญชรี ายช่อื ผไู ดร ับเลือกพรอมทง้ั เอกสารหรือขอ มลู ตาม (3)
ไปยงั ผูอำนวยการการเลือกระดบั ประเทศ
6. บันทึกภาพและเสียงของกระบวนการเลือกไวเ ปนหลักฐาน
7. ปฏิบัติหนา ท่ีอ่นื อันเกี่ยวกับการเลือกสมาชกิ วุฒิสภาตามท่ี กกต. กำหนดหรือมอบหมาย

ผอู ำนวยการเลอื กระดับประเทศ มีหนาทแี่ ละอำนาจดงั ตอไปน้ี
1. จดั ใหมีสถานทเ่ี ลือกในระดบั ประเทศ
2. จัดทำบัญชีรายชื่อผูไดร ับเลือกจากการเลอื กระดบั จงั หวดั แยกเปนรายกลุม โดยอยางนอ ยตองระบุ อาชีพและอายุ
ของผสู มัคร และประกาศใหประชาชนทราบเปนการท่ัวไป ภายใน ๓ วันนบั แต วันทีไ่ ดร บั บญั ชรี ายช่อื จาก
ผอู ำนวยการการเลอื กระดบั จงั หวัด
3. จัดทำเอกสารหรือขอมลู แนะนำตวั ของผูไดรับเลือกจากการเลอื กระดับจงั หวดั เพื่อใหผูไดรบั เลอื ก
ไดตรวจสอบและใชประโยชนใ นการเลอื ก ท้งั นี้ ใหใชเ อกสารหรือขอมูลท่ไี ดร ับมาจากผอู ำนวยการ การเลือกระดบั
จังหวัด
4. ควบคมุ การเลือก การนับคะแนน และการรายงานผลการนับคะแนนใหเปน ไปโดยสจุ รติ และ เที่ยงธรรม
5. เสนอรายช่ือและคะแนนของแตละบุคคลในแตล ะกลุมตอ กกต. เพ่ือประกาศผลการเลือก
6. บันทึกภาพและเสียงของกระบวนการเลอื กไวเ ปนหลักฐาน
7. ปฏิบตั หิ นา ที่อน่ื อันเก่ียวกบั การเลอื กสมาชกิ วฒุ ิสภาตามที่ กกต. กำหนดหรอื มอบหมาย

เตรยี มสอบ กกต. 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ชุดท่ี 2 241

พระราชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู
วา ดวยการไดม าซ่ึงสมาชิกวฒุ สิ ภา

พ.ศ. 2561

สมเดจ็ พระเจา อยูหวั มหาวชิราลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกรู
ใหไว ณ วนั ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561
เปนปท่ี 3 ในรชั กาลปจจบุ ัน

มาตรา 1 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีเรียกวา “พระราชบัญญัติประกอบ
รฐั ธรรมนญู วาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561”

มาตรา 2 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีใหใชบังคับต้ังแตวันถัดจากวันประกาศในราช
กจิ จานุเบกษาเปนตน ไป (ประกาศราชกจิ จานุเบกษา 12 ก.ย.61 พรอ มกบั พรป. ส.ส.)

มาตรา 3 ใหยกเลกิ
(1) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญวาดวยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผูแทนราษฎรและการ
ไดมาซงึ่ สมาชกิ วฒุ สิ ภา พ.ศ. 2550 เฉพาะในสวนท่ีเกยี่ วกับการไดมาซึง่ สมาชกิ วุฒสิ ภา
(2) ประกาศคณะรักษาความสงบแหงชาติฉบับที่ 57/2557 เรื่องใหพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลบังคับใชตอไปลงวันที่๗มิถุนายนพุทธศักราช 2557 เฉพาะในสวนท่ีเกี่ยวกับการไดมา
ซ่งึ สมาชกิ วุฒิสภา
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนญู น้ี
“คณะกรรมการ” หมายความวาคณะกรรมการการเลือกต้ังตามกฎหมายประกอบ
รัฐธรรมนญู วาดวยคณะกรรมการการเลอื กตัง้
“กรรมการ” หมายความวากรรมการการเลือกตั้งตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญวาดวย
คณะกรรมการการเลอื กตัง้ และใหหมายความรวมถึงประธานกรรมการการเลือกตงั้ ดว ย
“สำนักงาน” หมายความวาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งตามกฎหมายประกอบ
รฐั ธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลือกตัง้
“เลขาธิการ” หมายความวาเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกต้ังตามกฎหมายประกอบ
รฐั ธรรมนูญวาดวยคณะกรรมการการเลอื กตง้ั
“พนักงานเจาหนาท่ี” หมายความวาพนักงานหรือลูกจางของสำนักงานและใหหมายความ
รวมถึงขาราชการพนักงานหรือลูกจางของหนวยงานของรัฐหรือผูซึ่งคณะกรรมการกรรมการหรือผูอำนวยการ
ก า ร เลื อ ก แ ต ง ต้ั ง ห รื อ ม อ บ ห ม า ย ให ป ฏิ บั ติ ก า ร ต า ม พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ป ร ะ ก อ บ รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ นี้ ห รื อ ต า ม ที่
คณะกรรมการมอบหมาย
“ผูสมัคร” หมายความวาผูส มัครรบั เลือกเปน สมาชิกวุฒิสภา
“วันเลือก” หมายความวาวันที่คณะกรรมการประกาศกำหนดใหเปนวันเลือกสมาชิกวุฒิสภา
ระดบั อำเภอระดบั จังหวดั หรือระดับประเทศแลวแตกรณี

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนกั งาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตงั้ ชดุ ท่ี 2 242

“ผอู ำนวยการการเลอื ก” หมายความวา
1.ผอู ำนวยการการเลือกระดบั อำเภอ
2.ผอู ำนวยการการเลอื กระดบั จงั หวัด
3. ผูอำนวยการการเลือกระดับประเทศ

“สถานท่ีเลือก” หมายความวาสถานที่ท่ีผูอำนวยการการเลือกกำหนดใหเปนสถานท่ีเลือก
สมาชิกวฒุ สิ ภาระดบั อำเภอระดับจงั หวดั หรอื ระดับประเทศแลว แตกรณี

“จงั หวดั ” หมายความรวมถงึ กรงุ เทพมหานครดว ย
“อำเภอ” หมายความรวมถงึ เขตดว ย
“ศาลากลางจังหวดั ” หมายความรวมถึงศาลาวาการกรุงเทพมหานครดวย
“ทว่ี าการอำเภอ” หมายความรวมถงึ สำนกั งานเขตดว ย
“ผสู ูงอายุ” หมายความวา ผมู ีอายตุ ง้ั แต 60 ปข ้ึนไป

มาตรา 5 ในกรณีทีพ่ ระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญนี้มิไดกำหนดไวเปนประการอื่นการใด
ท่ีกำหนดใหแจงย่ืนหรือสงหนังสือหรือเอกสารใหบุคคลใดเปนการเฉพาะถาไดแจงยื่นหรือสงหนังสือหรือ
เอกสารใหบ ุคคลน้ัน ณ ภูมิลำเนาหรือท่ีอยูที่ปรากฏตามหลักฐานทางทะเบียนตามกฎหมายวาดวยการทะเบียน
ราษฎรใหถือวาไดแจงย่ืนหรือสงโดยชอบดวยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีแลวและในกรณีที่
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนกี้ ำหนดใหประกาศหรือเผยแพรใหประชาชนทราบเปนการทั่วไปใหถือวา
การประกาศหรือเผยแพรในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบหรือวิธีการอ่ืนใดที่ประชาชนท่ัวไปสามารถ
เขาถงึ ไดโ ดยสะดวกเปน การดำเนินการโดยชอบดว ยพระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู นแ้ี ลว

ในกรณีที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีกำหนดใหค ณะกรรมการมอี ำนาจกำหนดหรือ
มีคำส่ังเร่ืองใดถามิไดกำหนดวิธีการไวเปนการเฉพาะใหคณะกรรมการกำหนดโดยทำเปนระเบียบประกาศหรือ
คำส่ังแลวแตก รณีและถาระเบียบประกาศหรือคำส่ังนั้นใชบ ังคับแกบ ุคคลท่ัวไปใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา
และใหดำเนินการประกาศตามวรรคหน่ึงดวยทั้งนี้ถาระเบียบประกาศหรือคำส่ังใดมีการกำหนดขั้นตอนการ
ดำเนินงานไวคณะกรรมการตองกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานในแตล ะขัน้ ตอนใหชดั เจนดว ย

มาตรา 6 เพื่อประโยชนในการดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้
ใหคณะกรรมการ มีอำนาจวางระเบียบเก่ียวกับการปฏิบัติหนาท่ีของผูดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกรวมทั้ง
กำหนดหลักเกณฑและวธิ ีการอนื่ ใดทจี่ ำเปนไดเทา ทไี่ มขัดหรือแยงหรือท่ีมไิ ดมีบัญญตั ิไวแลว เปน การเฉพาะ
ในพระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญน้ี

มาตรา 7 ในการปฏิบตั ิหนา ท่ีของคณะกรรมการตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนูญนี้ใน
ระหวางเวลานับแตวันที่พระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาใชบังคับจนถึงวันประกาศผลการเลือก
หากมีความจำเปนเรงดวนตองมีการประชุมคณะกรรมการใหคณะกรรมการมีอำนาจประชุมผานสื่อ
อิเล็กทรอนิกสโดยกรรมการแตละคนอาจอยู ณ สถานที่แตกตางกันไดและใหเลขาธิการดำเนินการบันทึกเสียง
และภาพเก็บไวเปน หลักฐานท้ังน้ตี ามหลักเกณฑแ ละวิธกี ารทีค่ ณะกรรมการกำหนด

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ชดุ ท่ี 2 243

มาตรา 8 การพิจารณาและมีคำวินิจฉัยของศาลฎีกาตามพระราชบัญญัติประกอบ
รัฐธรรมนูญน้ีใหเปนไปตามระเบียบของท่ีประชุมใหญศาลฎีกาโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาซ่ึงตอง
กำหนดใหการพิจารณาเปนไปโดยรวดเร็วและเที่ยงธรรมในการน้ีอาจกำหนดใหศาลชั้นตนท่ีมีเขตอำนาจเปนผู
รับคำรองแทนเพ่ือจดั สง ใหศ าลฎีกาวินิจฉัยหรืออาจใหศาลชนั้ ตน เปนผไู ตสวนพยานหลกั ฐานหรอื ดำเนินการอื่น
ท่จี ำเปน แทนศาลฎกี ากไ็ ด

การปฏิบัติหนาท่ีของศาลฎีกาเก่ียวกับการเลือกตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีผู
พิพากษาซ่ึงรวมประชุมใหญศาลฎีกาองคคณะผูพิพากษาตลอดจนบุคคลซึ่งองคคณะผูพิพากษามอบหมายให
ปฏิบัติหนาท่ีมีสิทธิไดรับเบี้ยประชุมหรือคาตอบแทนแลวแตกรณีตามระเบียบท่ีคณะกรรมการบริหารศาล

ยุตธิ รรมตามกฎหมายวา ดวยระเบยี บบรหิ ารราชการศาลยุตธิ รรมกำหนด

รัฐธรรมนูญนี้ มาตรา 9 ใหประธานกรรมการการเลือกต้ังรักษาการ ตามพระราชบัญญัติประกอบ

หมวด 1
ผูส มคั รและการสมคั รรับเลอื ก

มาตรา 10 ภายใตบังคับมาตรา 15 วรรคสองการแบงกลุมตามมาตรา 11 เปนไปเพ่ือให
บุคคลซ่ึงมีคุณสมบัติตามมาตรา 13 และไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา 14 ทุกคนมีสิทธิสมัครเขารับเลือก
เปนสมาชกิ วฒุ สิ ภาในกลมุ ใดกลมุ หนง่ึ ได

มาตรา 11 วุฒิสภาประกอบดวยสมาชิกจำนวน 200 คน ซ่ึงมาจากการเลือกกันเองของ
บุคคลซึ่งมีความรูความเช่ียวชาญประสบการณอาชีพลักษณะหรือประโยชนรวมกันหรือทำงานหรือเคยทำงาน
ดา นตางๆท่หี ลากหลายของสงั คมในแตล ะกลุมดงั ตอ ไปน้ี (บททัว่ ไปมี20 กลมุ )

(1) กลุมการบริหารราชการแผนดินและความม่ันคงอันไดแกผูเคยเปนขาราชการเจาหนาที่
ของรัฐหรืออน่ื ๆในทำนองเดียวกัน

(2) กลุมกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมอันไดแกผูเปนหรือเคยเปนผูพิพากษาตุลาการ
อัยการตำรวจผูประกอบวชิ าชพี ดานกฎหมายหรืออืน่ ๆในทำนองเดยี วกนั

(3) กลุมการศึกษาอันไดแกผูเปนหรือเคยเปนครูอาจารยนักวิจัยผูบริหารสถานศึกษาบุคลากร
ทางการศึกษาหรืออ่ืนๆในทำนองเดยี วกนั

(4) กลุมการสาธารณสุขอันไดแกผูเปนหรือเคยเปนแพทยทุกประเภทเทคนิคการแพทย
สาธารณสขุ พยาบาลเภสชั กรหรืออน่ื ๆในทำนองเดียวกนั

(5) กลมุ อาชีพทำนาปลกู พืชลมลุกหรอื อืน่ ๆในทำนองเดียวกนั
(6) กลมุ อาชีพทำสวนปา ไมปศสุ ัตวป ระมงหรอื อน่ื ๆในทำนองเดียวกัน
(7) กลุมพนักงานหรือลูกจางของบุคคลซ่ึงมิใชสวนราชการหรือหนวยงานของรัฐผูใชแรงงาน
หรืออ่ืนๆในทำนองเดียวกนั

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนกั งานคณะกรรมการการเลือกตง้ั ชุดที่ 2 244

(8) กลุมผูประกอบอาชีพดานส่ิงแวดลอมผังเมืองอสังหาริมทรัพยและสาธารณูปโภค
ทรัพยากรธรรมชาติพลังงานหรอื อ่ืนๆในทำนองเดยี วกัน

(9) กลุมผูประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดยอมตามกฎหมายวาดวยการน้ันหรืออ่ืนๆใน
ทำนองเดียวกัน

(10) กลมุ ผปู ระกอบกจิ การอื่นนอกจากกิจการตาม (๙)
(11) กลุมผูประกอบธุรกิจหรืออาชีพดานการทองเที่ยวอันไดแกผูประกอบธุรกิจทองเท่ียว
มคั คเุ ทศกผ ปู ระกอบกจิ การหรอื พนักงานโรงแรมหรืออ่นื ๆในทำนองเดียวกัน
(12) กลุมผปู ระกอบอตุ สาหกรรมหรอื อื่นๆในทำนองเดยี วกนั
(13) กลมุ ผปู ระกอบอาชีพดานวิทยาศาสตรเทคโนโลยีการสอื่ สารการพฒั นานวัตกรรมหรอื
อ่นื ๆในทำนองเดียวกนั
(14) กลมุ สตรี
(15) กลุมผูส ูงอายคุ นพิการหรือทุพพลภาพกลุมชาตพิ ันธกุ ลุมอตั ลักษณอื่นหรืออื่นๆในทำนอง
เดียวกนั
(16) กลมุ ศลิ ปะวฒั นธรรมดนตรีการแสดงและบันเทิงนักกฬี าหรืออนื่ ๆในทำนองเดียวกัน
(17) กลุมประชาสงั คมกลมุ องคกรสาธารณประโยชนห รืออน่ื ๆในทำนองเดียวกัน
(18) กลุมสื่อสารมวลชนผสู รา งสรรควรรณกรรมหรอื อนื่ ๆในทำนองเดยี วกนั
(19) กลุม ผูประกอบวิชาชีพผูป ระกอบอาชีพอสิ ระหรอื อื่นๆในทำนองเดียวกนั
(20) กลมุ อนื่ ๆ
การมีลักษณะอน่ื ๆในทำนองเดยี วกันตามวรรคหน่ึงใหเปนไปตามท่ีคณะกรรมการประกาศกำหนด
ผูม คี ณุ สมบัติตามมาตรา 13 และไมม ลี ักษณะตองหามตามมาตรา 14 ยอมมสี ทิ ธสิ มัครในกลมุ
อื่นๆตาม (20) ได

**ประเด็นกลมุ บททวั่ ไปและบทเฉพาะกาลเปนท่ีนา สนใจ ขอใหผอู านอยาจำสบั สนกนั **

มาตรา 12 การเลือกสมาชกิ วฒุ สิ ภาใหต ราเปน พระราชกฤษฎีกา
ภายใน 5 วันนับแตวันที่พระราชกฤษฎีกาใหมีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาใชบังคับให
คณะกรรมการประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเกย่ี วกับการเลอื กดงั ตอ ไปนี้
(1) กำหนดวนั เลือกระดับอำเภอระดบั จงั หวัดและระดบั ประเทศ
(2) กำหนดวันรับสมัครโดยเร่มิ รบั สมัครไมเกนิ สบิ 15 วันนบั แตว นั ท่ีพระราชกฤษฎีกาใหมี
การเลือกสมาชกิ วฒุ สิ ภาใชบังคบั และตอ งกำหนดวนั รบั สมคั รไมน อยกวา 5 วันแตต อ งไมเ กนิ 7 วนั

1. วันเลอื กในระดบั อำเภอตองไมเ กิน 20 วนั นบั แตว นั สิ้นสุดระยะเวลารบั สมคั ร
2. วันเลอื กในระดบั จังหวัดตองไมเ กนิ 7 วันนบั แตวันเลือกในระดับอำเภอ
3. วันเลอื กในระดบั ประเทศตองไมเกิน 10 วนั นับแตวันเลอื กในระดบั จงั หวัด
ทัง้ นใี้ นการกำหนด วนั เลือกในแตล ะระดบั ตอ งกำหนดเปน วนั เดยี วกนั ทัว่ ราชอาณาจักร

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรยี มสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ชดุ ท่ี 2 245

มาตรา 13 ผสู มัครตอ งมีคุณสมบัตดิ ังตอไปนี้
(1) มสี ัญชาติไทยโดยการเกิด
(2) มอี ายไุ มต ่ำกวา 40 ป ในวนั สมคั รรบั เลอื ก
(3) มคี วามรคู วามเชี่ยวชาญและประสบการณหรือทำงานในดา นทสี่ มคั รไมน อ ยกวา 10 ป
(4) ผสู มัครตองมลี ักษณะอยา งใดอยา งหนง่ึ ดังตอ ไปน้ดี วย

(ก) เปน บุคคลซ่ึงเกิดในอำเภอทส่ี มัครรบั เลือก
(ข) มีชื่ออยูในทะเบียนบานในอำเภอท่ีสมัครรับเลือกมาแลวเปนเวลาติดตอกัน
ไมน อ ยกวา 2 ป นับถึงวันสมัครรบั เลือก
(ค) ทำงานอยูในอำเภอที่สมัครรับเลือกมาแลวเปนเวลาติดตอกันไมนอยกวา 2 ป
นบั ถึงวนั สมคั รรับเลอื ก
(ง) เคยทำงานหรือเคยมีช่ืออยูในทะเบียนบานอยูในอำเภอที่สมัครรับเลือกแลวแต
กรณเี ปน เวลาตดิ ตอ กันไมน อ ยกวา 2 ป
(จ) เคยศึกษาในสถานศึกษาท่ีตั้งอยูในอำเภอท่ีสมัครรับเลือกเปนเวลาติดตอกัน
ไมนอ ยกวา 2 ปก ารศึกษา
ความใน (3) ไมใชบังคับแกสตรีผูสูงอายุคนพิการหรือทุพพลภาพกลุมชาติพันธุและกลุมอัต
ลกั ษณอ ื่นซึง่ สมคั รในกลมุ ตามมาตรา 11 (14) และ (15)
มาตรา 14 ผสู มคั รตอ งไมม ลี กั ษณะตองหามดังตอไปนี้
(1) ตดิ ยาเสพติดใหโทษ
(2) เปน บุคคลลมละลายหรือเคยเปน บคุ คลลม ละลายทจุ รติ
(3) เปนเจาของหรือผูถ ือหุนในกิจการหนงั สอื พมิ พห รือสื่อมวลชนใดๆ
(4) เปนภิกษสุ ามเณรนักพรตหรือนักบวช
(5) อยใู นระหวา งถูกเพิกถอนสิทธิเลอื กต้ังไมวาคดนี นั้ จะถึงท่ีสดุ แลวหรือไม
(6) วิกลจรติ หรือจิตฟน เฟอนไมส มประกอบ
(7) อยูระหวางถูกระงับการใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเปนการช่ัวคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิ
สมัครรับเลือกตง้ั
(8) ตองคำพิพากษาใหจำคุกและถูกคมุ ขังอยูโดยหมายของศาล
(9) เคยไดรบั โทษจำคุกโดยไดพนโทษมายังไมถึง 10 ปนับถึงวันเลือกในระดับอำเภอเวนแตใน
ความผดิ อนั ไดกระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(10) เคยถูกสั่งใหพนจากราชการหนวยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตตอหนาที่หรือ
ถือวากระทำการทจุ ริตหรือประพฤตมิ ิชอบในวงราชการ
(11) เคยตองคำพิพากษาหรือคำส่ังของศาลอันถึงท่ีสุดใหทรัพยสินตกเปนของแผนดินเพราะ
ร่ำรวยผิดปกติหรือเคยตองคำพิพากษาอันถึงที่สุดใหลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายวาดวย
การปองกนั และปราบปรามการทจุ ริต

เตรยี มสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้งั ชุดที่ 2 246

(12) เคยตองคำพิพากษาอันถึงที่สุดวากระทำความผิดตอตำแหนงหนาที่ราชการหรือตอ
ตำแหนงหนาท่ีในการยุติธรรมหรือกระทำความผิดตามกฎหมายวาดวยความผิดของพนักงานในองคการหรือ
หนวยงานของรัฐหรือความผิดเก่ียวกับทรัพยที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาความผิดตาม
กฎหมายวาดวยการกูยืมเงินท่ีเปนการฉอโกงประชาชนกฎหมายวาดวยยาเสพติดในความผิดฐานเปนผูผลิต
นำเขาสงออกหรือผูคากฎหมายวาดวยการพนันในความผิดฐานเปนเจามือหรือเจาสำนักกฎหมายวาดวยการ
ปองกันและปราบปรามการคามนุษยหรือกฎหมายวาดวยการปองกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิด
ฐานฟอกเงิน

(13) เคยตองคำพิพากษาอนั ถึงทสี่ ุดวา กระทำการอันเปน การทจุ ริตในการเลอื กตั้ง
(14) อยใู นระหวา งตอ งหามมใิ หด ำรงตำแหนงทางการเมือง
(15) เปนพนักงานหรือลูกจางของหนวยราชการหนวยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจหรือเปน
เจาหนา ท่ีอน่ื ของรัฐ
(16) เปนตลุ าการศาลรฐั ธรรมนญู หรือผูด ำรงตำแหนงในองคก รอิสระ
(17) เคยพนจากตำแหนงเพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยวามีการเสนอการแปรญัตติหรือการ
กระทำดวยประการใดๆที่มีผลใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรสมาชิกวุฒิสภาหรือกรรมาธิการมีสวนไมวาโดย
ทางตรงหรอื ทางออมในการใชงบประมาณรายจาย
(18) เคยพนจากตำแหนงเพราะศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผูดำรงตำแหนงทาง
การเมืองมีคำพิพากษาวาเปนผูมีพฤติการณร่ำรวยผิดปกติหรือกระทำความผิดฐานทุจริตตอหนาที่หรือจงใจ
ปฏบิ ตั ิหนา ทหี่ รือใชอำนาจขัดตอบทบัญญตั แิ หงรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือฝาฝนหรอื ไมปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐาน
ทางจริยธรรมอยา งรายแรง
(19) เปน ขา ราชการ
(20) เปนหรือเคยเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรเวนแตไดพนจากการเปนสมาชิกสภาผูแทน
ราษฎรมาแลวไมนอยกวา 5 ปนับถงึ วันสมคั รรบั เลอื ก
(21) เปน สมาชิกพรรคการเมอื ง
(22) เปนหรือเคยเปนผูดำรงตำแหนงใดในพรรคการเมืองเวนแตไดพนจากการดำรงตำแหนง
ในพรรคการเมอื งมาแลวไมนอ ยกวาหาปน ับถงึ วนั สมคั รรบั เลือก
(23) เปนหรือเคยเปนรัฐมนตรีเวนแตไดพนจากการเปนรัฐมนตรีมาแลวไมนอยกวาหาปนับถึง
วันสมัครรบั เลอื ก
(24) เปน หรอื เคยเปนสมาชกิ สภาทอ งถน่ิ หรือผูบรหิ ารทอ งถนิ่ เวน แตไดพ น จากการเปนสมาชิก
สภาทองถน่ิ หรือผบู รหิ ารทอ งถิ่นมาแลว ไมนอยกวา หาปนบั ถึงวนั สมคั รรบั เลือก
(25) เปนบุพการีคูสมรสหรือบุตรของผูดำรงตำแหนงสมาชิกสภาผูแทนราษฎรสมาชิกวุฒิสภา
ขาราชการการเมืองสมาชกิ สภาทองถิ่นหรอื ผูบรหิ ารทองถิ่นผูสมัครรับเลือกเปนสมาชกิ วุฒิสภาในคราวเดียวกัน
หรือผูด ำรงตำแหนง ใดในศาลรัฐธรรมนูญหรอื องคก รอสิ ระ
(26) เคยเปน สมาชิกวฒุ สิ ภาตามรฐั ธรรมนญู

เตรียมสอบ กกต 2564

เตรียมสอบพนักงาน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตัง้ ชุดท่ี 2 247

มาตรา 15 ผูซ่ึงประสงคจะสมัครเขารับเลือกเปนสมาชิกวุฒิสภาตองยื่นใบสมัครดวย
ตนเองพรอ มดว ยเอกสารและหลกั ฐานประกอบการสมคั รและชำระคาธรรมเนยี มการสมัครจำนวน2,500บาท

ใหผูสมัครแตล ะคนมสี ิทธสิ มัครเพือ่ เขา รบั เลือกในกลมุ ตามมาตรา 11 ไดเ พียงกลมุ เดยี วและ
อำเภอเดยี วและเมื่อไดย ่ืนใบสมคั รแลว จะ ถอนการสมคั รมไิ ด

ผูส มัครมสี ิทธิสมัครในกลุมตามมาตรา 11 (20) ไดแมจ ะมีความรูค วามเชยี่ วชาญประสบการณ
อาชพี ลกั ษณะหรือประโยชนร วมกนั หรือทำงานหรอื เคยทำงานดา นอื่นในกลุม อ่นื

แบบใบสมัครแบบหนังสือแจงการเสนอช่ือวิธีการสมัครระยะเวลาการสมัครสถานที่สมัครการ
เรยี งลำดับผสู มัครและวธิ ีการชำระคาธรรมเนียมการสมคั รใหเ ปน ไปตามระเบียบท่ีคณะกรรมการกำหนด

แบบใบสมัครอยางนอยตองมีขอความท่ีผูสมัครตองรับรองวาตนมีคุณสมบัติตามมาตรา 13
และไมมลี ักษณะตอ งหามตามมาตรา 14

การกำหนดสถานท่สี มคั รตอ งกำหนดใหอยภู ายในเขตอำเภอทจ่ี ะมีการเลือก

มาตรา 16 เอกสารและหลกั ฐานประกอบการสมคั รประกอบดวย
(1) เอกสารหรือหลักฐานอันแสดงวาตนมีความรูความเช่ียวชาญประสบการณอาชีพ
ลักษณะหรือประโยชนรวมกันหรือทำงานหรือเคยทำงานดานใดดานหนึ่งตามมาตรา 11 ทั้งนี้ตามท่ี
คณะกรรมการกำหนด
(2) ขอ ความแนะนำตวั ของผูสมคั รซงึ่ มีความยาวไมเ กนิ ท่ีคณะกรรมการกำหนด
(3) เอกสารหรือหลกั ฐานอน่ื ตามท่ีคณะกรรมการกำหนด
ผูสมัครตองลงลายมือชื่อรับรองความถูกตองและเปนจริงของเอกสารและหลักฐานตาม
วรรคหน่ึงทุกฉบับและทุกหนาในกรณีที่ไมอาจลงลายมือช่ือไดใหรับรองความถูกตองและเปนจริงตาม
วิธีการทค่ี ณะกรรมการกำหนด
เอกสารหรือหลักฐานตาม (1) ตองมีพยานอยางนอยหนึ่งคนลงลายมือช่ือยืนยันวาผูน้ันมี
คุณลักษณะเชนน้ันจริงและตองมีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของพยานซึ่งลงลายมือชื่อรับรองถูกตอง
แนบมาพรอ มกัน
การกำหนดตาม (2) ใหคำนึงถึงความสะดวกในการเผยแพรใหผ ูส มคั รรบั รูแ ละการกำหนดตาม
(3) ตอ งไมสรา งภาระแกผ สู มัครเกนิ สมควร
มาตรา 17 ในกรณีมีเหตุจำเปนเฉพาะพ้ืนท่ีทำใหไมสามารถดำเนินการรับสมัครภายใน
ระยะเวลาหรือในวันท่ีกำหนดเพราะเหตุจลาจลอุทกภัยอัคคีภัยเหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเปนอ่ืนใดให
คณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดใหดำเนินการรับสมคั รโดยวิธีการอื่นหรือจะกำหนดวันรับสมัครเพม่ิ เติม
ก็ได
มาตรา 18 หามมิใหคณะกรรมการหรือพนักงานเจาหนาท่ีเปดเผยรายชื่อผูสมัครและ
จำนวนผูสมัครในแตล ะกลมุ จนกวาจะพนระยะเวลารบั สมคั ร
ความในวรรคหน่ึงไมใชบังคับแกกรณีที่คณะกรรมการหรือพนักงานเจาหนาท่ีดำเนินการ
ตรวจสอบขอมูลเก่ียวกับผูสมัครไมวาจะเปนการตรวจสอบภายในสำนักงานหรือมอบหมายใหหนวยงานอื่น

เตรียมสอบ กกต 2564


Click to View FlipBook Version
Previous Book
Analisis UPSR 2017-2019
Next Book
LPD RIAWAN