The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Pastel Abstract Cute Creative Portofolio Presentation

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กาญจนา' าา, 2022-12-26 03:18:20

Pastel Abstract Cute Creative Portofolio Presentation

Pastel Abstract Cute Creative Portofolio Presentation

จรรยาบรรณและ
กฎหมายเกี่ยวกับการใช้

สื่อสังคมออนไลน์


สื่อนำเสนอ จรรยาบรรณและกฎหมายเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์
เสนอ

ครูปรียา ปันธิยะ
จัดทำโดย

นางสาวกาญจนา จันเมืองมา
เลขที่ 4 สาขาวิชาการจัดการสำนักงาน
สื่อนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา 30001-2003 เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
วิทยาลัยอาชีวศึกษาลำปาง


1.1 ความหมายของจรรยาบรรณ

จรรยาบรรณ คือ ประมวลความประพฤติที่ผู้ประกอบอาชีพการงานแต่ละอย่างกำหนดขึ้น
เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของสมาชิก
อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้

จรรยาบรรณ หมายถึง ประมวลความประพฤติ ที่ผู้ประกอบอาชีพการงาน
แต่ละอาชีพกำหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียงและฐานะของสมาชิก


1.1 ความหมายของจรรยาบรรณ ต่อ

จรรยาบรรณ คือ จริยธรรมของกลุ่มชนผู้ร่วมอาชีพร่วมอุดมการณ์
เป็นหลักประพฤติ หลักจริยธรรม มารยาท ที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องดีงาม
ควรจะร่วมกันรักษาไว้เพื่อธำรงเกียรติและศรัทธาจากประชาชน ละเมียดละไมกว่ากฎระเบียบ
ลึกซึ้งกว่าวินัย สูงค่าเทียบเท่าอุดมการณ์จรรยาบรรณ เป็นสายใยของกลุ่มชนที่ร่วมอาชีพ

ร่วมอุดมการณ์ เป็นระบบเกียรติศักดิ์ที่ใช้ดูแลและปกครองกันเอง
เพื่อดำรงความเชื่อถือ และเกียรติคุณแห่งอาชีพ ให้เป็นที่ศรัทธาของสาธารณชน


1.2 ความหมายของจรรยาบรรณวิชาชีพ

จรรยาบรรณในวิชาชีพ หมายถึง
ประมวลมาตรฐานความประพฤติที่ผู้ประกอบวิชาชีพ
จะต้องประพฤติปฏิบัติ เป็นแนวทางให้ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติอย่างถูกต้อง
เพื่อผดุงเกียรติและสถานะ ของวิชาชีพนั้นก็ได้ ผู้กระทำผิดจรรยาบรรณ
จะต้องได้รับโทษโดยว่ากล่าว ตักเตือน ถูกพักงาน

หรือถูกยกเลิกใบประกอบวิชาชีพได้


1.3 ความหมายจรรยาบรรณของสื่อมวลชน

จรรยาบรรณของสื่อมวลชน หมายถึง หลักคุณธรรมของผู้ประกอบอาชีพ
นักสื่อสารมวลชน ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ

แก่ผู้ประกอบอาชีพนักสื่อสารมวลชนให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม
ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น รวมถึงก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมสูงสุด


1.4 ความหมายของจรรยาบรรณสื่อสากล 13 ข้อ

1. ประพฤติ ปฏิบัติหน้าที่ให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม
2. ไม่สร้างข่าว หรือเขียนข้อมูลขึ้นมาเอง
3. ข่าว และข้อมูลที่นำเสนอทั้งหมดต้องเป็นความจริง
4. ไม่นำเสนอข้อมูล แล้วไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น
5. นำเสนอข่าว ข้อมูลโดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
6. ไม่ปิดบังอำพรางข่าวที่ควรนำเสนอ


1.4 ความหมายของจรรยาบรรณสื่อสากล 13 ข้อ ต่อ

7. ไม่ขายข่าว เพื่อเอาไปใช้หาเงิน ในทางไม่ชอบ
8. ไม่เข้าร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง
10. นำเสนอข่าว และข้อมูลสำหรับคนทุกภาคส่วนในสังคม

ไม่ใช่แค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ
11. ไม่เหยียดเชื้อชาติ ศาสนา และเผ่าพันธุ์ของบุคคล
12. พร้อมที่จะแก้ไขความผิดพลาดเสมอ
13. การเสนอข่าว และข้อมูลต้องคำนึงถึงว่า

ยังมีเยาวชนที่จะได้รับรู้เรื่องราวเหล่านั้นอยู่ด้วย


1.5 จรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์

1. ให้ระมัดระวังการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
2. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
3. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
4. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์

เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ


1.6 มารยาทที่พึ่งปฏิบัติร่วมกันในการใช้สื่อสังคมออนไลน์

1. ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการทำร้ายหรือรบกวนผู้อื่น
2. ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการทำผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม
3. ไม่เจาะระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของตนเองและผู้อื่น
4. ไม่ใช้บัญชีอินเทอร์เน็ตของผู้อื่นและไม่ใช้เครือข่ายที่ไม่ได้รับอนุญาต
5. การติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน


1.7 จริยธรรมที่ดีในการใช้สื่อสังคมออนไลน์

1. การให้ความรู้ต่าง ๆ ที่ถูกต้อง
2. ไม่ละเมิดคัดลอกผลงานของผู้อื่น
3. ไม่โกหก หลอกลวง ไม่ขายสินค้าที่ก่อให้เกิดอันตราย
4. ไม่สร้างความเสียหายทางธุรกิจแก่ผู้อื่น
5. ไม่คุกคาม ละเมิดสิทธิ เสรีภาพ ของผู้อื่น
6. ไม่ก่อกวน สร้างความรำคาญ
7. เลือกใช้ภาษาที่ถูกต้อง เหมาะสม ไม่ผิดหลักภาษาไทย
8. ไม่จำหน่ายสินค้าที่ผิดกฎหมาย และทำลายข้อมูลของผู้อื่น


1.8 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อสังคมออนไลน์

กฎหมาย หมายถึง

กฎหมาย หมายถึง กฎเกณฑ์ คำสั่ง หรือข้อบังคับที่ถูกตั้งขึ้นโดยรัฐหรือ
ผู้มีอำนาจสูงสุดเพื่อใช้เป็นเครื่อง มือสำหรับดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายอย่างหนึ่งอย่างใดของสังคม
และมีสภาพบังคับเป็นเครื่องมือในการทำให้บุคคลในสังคมต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ คำสั่ง หรือข้อบังคับนั้น


1.8 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อสังคมออนไลน์ ต่อ

ที่มาของกฎหมาย

ที่มาของกฎหมาย หรือบ่อเกิดของกฎหมาย
1. ข้อบังคับของศาสนา
2. จารีตประเพณี
3. คำพิพากษาของศาล

4. ความเห็นของนักปราชญ์ทางกฎหมาย


ที่มาของกฎหมายที่ศาลนำมาใช้ปรับแก่คดีที่เกิดขึ้น
กฎหมายลายลักษณ์อักษร ได้แก่ กฎหมายที่รัฐได้ตราเป็นลายลักษณ์อักษรและประกาศใช้

แบ่งกฎหมายออกเป็นหลายประเภท ดังต่อไปนี้

กฎหมายที่ออก
โดยรัฐสภา กฎหมายที่ออก
โดยฝ่ายบริหาร กฎหมายที่ออกโดยอ
งค์กรปกครองตนเอง
1. รัฐธร
รมนูญ 1. พระรา
ชกำหนด 1. เทศบั
ญญัติ
2. พระรา
ชบัญญัติ 2. พระรา
ชกฤษฎีกา
2. ข้อบัญญ
ัติจังหวัด
3. ประมว
ลกฎหมาย 3. กฎก
ระทรวง 3. ข้อบัญญัต
ิเมืองพัทยา



4. ข้อบังคับองค์กา
รบริหารส่วนตำบล



5. ข้อบัญญัติก
รุงเทพมหานคร


จุดประสงค์และความสำคัญของกฎหมาย

จุดประสงค์ของการบัญญัติกฏหมายขึ้นมาก็เ พื่อจัดระเบียบให้กับสังคม
ทั้งยังช่วยรักษาความมั่นคงให้รัฐ ระงับข้อพิพาท ประสานผลประโยชน์ทั้งส่วนบุคคลและส่วนรวม

ช่วยพัฒนาสังคมให้ก้าวหน้า โดยใช้กฏหมายเป็นเครื่องมือในการรักษาระเบียบของสังคม
เมื่อสังคมมีระเบียบจะทำให้ง่ายต่อการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าต่อไป
จากจุดประสงค์ของการบัญญัติกฏหมายขึ้นมาข้างต้น
สามารถสรุปความสำคัญของกฏหมายได้ดังนี้

เป็นเครื่องมือในการควบคุมและกำหนดแนวทางพฤติกรรมของคนในสังคม
ให้เป็นระเบียบและเพื่อความสงบเรียบร้อย


จุดประสงค์และความสำคัญของกฎหมาย ต่อ

1. เป็นเครื่องมือในการกำหนดและปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ
ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมแก่ประชาชนในรัฐ

2. เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ภายในรัฐ
3. เป็นเครื่องมือในการรักษาความปลอดภัยและปกป้องอันตราย

และภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นกับสังคมหรือรัฐ
4. เป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์และพัฒนาสังคมให้เจริญรุ่งเรืองฯ


กฎหมายสื่อและควบคุมสื่อ

กฎหมายไทยที่ใช้ควบคุมสื่อและการแสดงความคิดเห็น

ประเภ
ทสื่อ กฎหมายที่เกี่
ยวข้อง

วิทยุและโ
ทรทัศน์ พ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551
สิ่งพิม
พ์ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำก
ับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง

วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553

พ.ร.บ. จดแจ้งการพิม
พ์ พ.ศ. 2550

ภาพยน
ตร์ พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีด
ิทัศน์ พ.ศ. 2551

อินเทอร
์เน็ต พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเก
ี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550


บุคคลสาธารณะกับสื่อสังคมออนไลน์

บุคคลสาธารณะ คือ
บุคคลที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชนทั่วไป ซึ่งบุคคลประเภทนี้ถือว่า
ได้สละสิทธิที่จะดำเนินชีวิตโดยปราศจากการสังเกตจับตามองของสื่อมวลชน
และจะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายในความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าบุคคลทั่วไป

เช่น ดารา นักร้อง นักแสดง นักการเมือง นักกีฬา


บุคคลสาธารณะกับสื่อสังคมออนไลน์ ต่อ

บุคคลทุกคนมี “สิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น”
ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550

ได้ให้การรับรองและคุ้มครองไว้อย่างชัดเจน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง
“บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น”
อย่างไรก็ดี มิใช่ว่าคุณมีสิทธิและเสรีภาพแล้ว คุณจะใช้ได้อย่างเสรีเสียจนไร้ขอบเขต
กฎหมายจะให้ความคุ้มครองแต่เฉพาะการแสดงความคิดเห็นที่อยู่บนพื้นฐาน
ของความสุจริตและต้องไม่เป็นการใช้สิทธิของตนเองไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นด้วย


บุคคลสาธารณะกับสื่อสังคมออนไลน์ ต่อ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 35
“สิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง ตลอดจนความเป็นอยู่ ส่วนตัว
ย่อมได้รับความคุ้มครองการกล่าว หรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความหรือภาพไม่ว่าด้วยวิธีใดไปยัง
สาธารณชนอันเป็นการละเมิดหรือกระทบถึงสิทธิของบุคคลในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง
หรือความเป็นอยู่ ส่วนตัว จะกระทำมิได้ เว้นแต่กรณีที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ”
เพราะแม้ว่าบุคคลสาธารณะจะเป็นบุคคลที่สังคมให้ความสนใจ
และสามารถที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่จะต้องไม่ลืมว่า ในความเป็นบุคคลสาธารณะนั้น
เขายังมีอีกสถานะหนึ่ง คือ“ความเป็นบุคคล” ไม่ต่างจากคนทั่ว ๆไป
ที่ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน


แหล่งอ้างอิง

HTTPS://BIT.LY/3I5NETF
HTTPS://BIT.LY/3HYENBC
HTTPS://BIT.LY/3YMGAZI
HTTPS://BIT.LY/3C0CS7C
HTTPS://BIT.LY/2R4F7HZ
HTTPS://BIT.LY/3WKWYTO
HTTPS://BIT.LY/3C1BYR3
HTTPS://BIT.LY/3PP5LPL
HTTPS://BIT.LY/3WNJJUB
HTTPS://BIT.LY/3JQ9ZE2
HTTPS://BIT.LY/2MK3LA8


Click to View FlipBook Version