สมนุ ไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
นำเสนอโดย
ฝำ่ ยสรำ้ งควำมรอบรดู้ ำ้ นสุขภำพ กลุ่มงำนสอื่ สำรองค์กร
กองวิชำกำรและแผนงำน
สมนุ ไพรในงานสาธารณสุขมลู ฐาน
ในปจั จบุ นั การใช้สมนุ ไพรในงานสาธารณสขุ มลู ฐาน มกี ารสง่ เสรมิ และ
เผยแพรใ่ หใ้ ชเ้ พือ่ รักษาโรคหรืออาการเบ้อื งต้นทพี่ บบ่อยๆ เน่อื งจากสมนุ ไพรหลาย
ชนิดเปน็ ผกั ท่ีรับประทานเปน็ อาหารอยู่เป็นประจา
สมนุ ไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
แบง่ ตามระบบตา่ งๆ 1.ระบบ
ทางเดนิ
อาหาร
2.ระบบ
5.อื่นๆ ทางเดิน
หายใจ
4.ระบบ 3.ระบบ
ผวิ หนัง ทางเดนิ
ปัสสาวะ
สมนุ ไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
1.โรค
กระเพาะ
อาหาร
7.ปวดฟนั 2.ท้องผกู
6.เบือ่ อาหาร 3.ท้องเสยี
5.คลื่นไส้ 4.ทอ้ งอดื
อาเจียน ท้องเฟ้อ
จกุ เสียด
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
1.โรคกระเพาะอาหาร
ขมน้ิ ชัน
ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ : Curcuma longa Linn.
ชือ่ วงศ์ : ZINGIBERACEAE
ส่วนที่ใช้ : เหง้าแห้งหรือสด
ขอ้ มูลทางวิทยาศาสตร์ :
มีสารเคอร์คิวมิน ขนาด 50 มิลลกิ รมั /กโิ ลกรมั ทาใหเ้ กดิ การกระตุ้นการหล่งั
mucin ออกมาเคลือบกระเพาะมผี ลชว่ ยบรรเทาอาการปวดทอ้ งเน่ืองจากแผลในกระเพาะได้
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
โรคกระเพาะอาหาร
กล้วยน้าว้า
ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Musa sapientum L.
ชอื่ วงศ์ : MUSACEAE
ส่วนทใ่ี ช้ : ผลดิบหรือห่าม
รสและสรรพคณุ : รสฝาด ฤทธิ์ฝาดสมาน
ขอ้ มูลทางวทิ ยาศาสตร์
ในกลว้ ยดบิ มีสารแทนนนิ มากช่วยรกั ษาอาการทอ้ งเสยี แบบไมร่ นุ แรงได้ และรักษาแผล
ในกระเพาะอาหาร
วธิ ใี ชก้ ล้วยนา้ ว้า
วธิ ีใช้ :
ใชก้ ล้วยนา้ ว้าห่ามรบั ประทานครงั้ ละ ½ - 1 ผล
หรือใช้กล้วยนา้ ว้าดิบฝานเป็นแว่นตากแดดให้
แหง้ บดเปน็ ผงชงนา้ ด่ืมครัง้ ละ ½ - 1 ผล
หรอื บดเปน็ ผงปน้ั เปน็ ยาลูกกลอนรับประทาน
คร้ังละ 4 เมด็ วนั ละ 4 คร้งั กอ่ นอาหารและก่อน
นอน รบั ประทานแล้วอาจมีอาการทอ้ งอืดเฟอ้
ป้องกนั ไดโ้ ดยใช้รว่ มกับยาขับลม เชน่ น้าขิง
เปน็ ตน้
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
2.ท้องผูก
ชุมเหด็ เทศ
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ : Classia alata L.
ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSAE
สว่ นทใี่ ช้ : ใบสดหรอื แหง้ ดอกสด
รสและสรรพคณุ :
รสเบื่อเอยี น ใชแ้ ก้กลากเกล้ือน
โรคผวิ หนงั และอาการท้องผูก
วิธใี ช้ :
ใชด้ อกสด 1 ช่อ ต้มรับประทานกบั นา้ พรกิ หรอื นาใบย่อยสด 12 ใบ ห่ันตากแดด
นามาตม้ เอาน้าดืม่ หรือ นาใบชุมเห็ดเทศแหง้ มาบดเป็นผง บรรจใุ นถุงกระดาษเชน่ เดียวกบั ถงุ ชา
นามาแช่น้าร้อนนาน 10 นาที ดมื่ กอ่ นนอนเมอ่ื มีอาการ
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
2.ทอ้ งผูก
แมงลกั
ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ : Ocimum bassilicum Linn.
ชอื่ วงศ์ : LABIATAE
สว่ นที่ใช้ : เมล็ดแก่
สรรพคณุ :
เมล็ดแมงลกั เม่ือแชน่ า้ แล้วจะพองเป็นเยื่อขาวโตและ
เป็นเมือก เมอ่ื รับประทานจะทาใหถ้ ่ายอุจจาระสะดวก
เพราะเมอื กขาวทาใหล้ ื่น อุจจาระไมเ่ กาะลาไส้
วิธใี ช้ :
ใช้เมลด็ แมงลัก 1-2 ช้อนชา ล้างน้าใหส้ ะอาด
แชน่ ้าอ่นุ 1 แกว้ จนพองตวั เต็มที่ รับประทานกอ่ นนอน
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
3.ทอ้ งเสีย
ฝร่ัง
ชอื่ วิทยาศาสตร์ : Psidium guajava Linn.
ชือ่ วงศ์ : MYETACEAE
สว่ นที่ใช้ ใบแก่สดหรอื ลกู ออ่ น
สรรพคุณ ฝาดสมาน
วธิ ีใช้
ใชใ้ บแก่ 10-15 ใบ ย่างไฟให้กรอบ ต้มนา้ ดมื่ 1 แกว้ เติมเกลือเล็กน้อย ดมื่ ตา่ งนา้
หรือใช้ผลดบิ 1 ผล ฝนกบั น้าปูนใสดื่ม
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
3.ทอ้ งเสีย
ทับทิม
ชอ่ื วิทยาศาสตร์ : Psidium guajava Linn.
ชื่อวงศ์ : MYETACEAE
ส่วนที่ใช้ เปลือกผลแห้ง มสี ารสาคัญแทนนนิ
และกรดแทนนิก
สรรพคุณ ฝาดสมาน
วธิ ใี ช้
ใช้เปลอื กผลแห้งประมาณหนึ่งในสข่ี องผล ต้มกบั นา้ ปูนใสแลว้ ดม่ื แต่สว่ นนา้ ที่ตม้
หรอื ใชค้ รงั้ ละ 3-5 กรมั (1 กามอื ) ตม้ น้าด่ืม วนั ละ 2 คร้ัง เชา้ และเยน็
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
4. ทอ้ งอืดท้องเฟอ้ จกุ เสยี ด
กระเทยี ม
ช่อื วทิ ยาศาสตร์ : Allium sativum L.
ชอื่ วงศ์ : ALLIACEAE
ส่วนทใ่ี ช้ : หัวใต้ดิน
รสและสรรพคุณ
รสเผ็ดร้อน เป็นยาขบั ลมในลาไส้ แกก้ ลากเกลอ้ื น
แกไ้ อ ขับเสมหะ ชว่ ยยอ่ ยอาหาร
วิธีใช้ : ใชก้ ระเทียมสดรับประทานครั้งละ ประมาณ 5-7 กลบี หลงั อาหาร หรอื เวลามอี าการ
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
4. ทอ้ งอืดท้องเฟอ้ จุกเสียด
กะเพรา
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ocimum Tenuiflorum L.
ชือ่ วงศ์ : LAMIACEAE
ส่วนท่ใี ช้ : ใบสด หรือแห้ง
รสและสรรพคณุ
รสเผ็ดรอ้ น แกป้ วดท้อง ทอ้ งขน้ึ จุกเสยี ด
วธิ ีใช้
ใชใ้ บและยอดกะเพรา 1 กามือ
(ถ้าใบสดหนัก 25 กรมั ,แห้งหนัก 5 กรมั )
ตม้ เอาน้าดม่ื ใชไ้ ด้ดใี นเด็ก
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
4. ทอ้ งอืดทอ้ งเฟอ้ จุกเสียด
ดปี ลี
ช่ือวทิ ยาศาสตร์ Piper retrofracnon Vahl.
ชือ่ วงศ์ PIPERACEAE
ส่วนทใี่ ช้ : ผลแกแ่ หง้
รสและสรรพคณุ : รสเผ็ดร้อน ขม ขบั ลม บารงุ ธาตุ
แก้จกุ เสยี ด
ข้อมูลทางวทิ ยาศาสตร์
ดปี ลีแหง้ ประกอบด้วย " อลั คาลอยด์" ชือ่ ว่า
Piperine ประมาณ 4 - 6% chavicine, น้ามันหอม
ระเหย ตามรายงานการศกึ ษาวจิ ัยพบวา่ ใชร้ ักษาโรค
เก่ยี วกับระบบย่อยอาหาร ทอ้ งอดื เฟ้อ ธาตไุ มป่ กติ
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
5. คล่นื ไสอ้ าเจยี น
ขิง
ช่ือวิทยาศาสตร์ : Zingiber officinale Rosc.
ชือ่ วงศ์ : ZINGIBERACEAE
สว่ นที่ใช้ : เหงา้ แก่สด
รสและสรรพคุณ :
รสหวานเผด็ ร้อน แก้ลมจกุ เสียด แกเ้ สมหะ
แก้คลื่นเหียนอาเจียน
วธิ ีใช้ :
ใชเ้ หงา้ แก่สดขนาดเท่าหัวแม่มอื ทุบให้แตก
ต้มเอาน้าด่มื
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
6. เบือ่ อาหาร
บอระเพ็ด
ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ : Tinospora crispa L.
ชอื่ วงศ์ : MENISPERMACEAE
สว่ นท่ใี ชเ้ ปน็ ยา : เถาหรอื ต้นสด
รสและสรรพคณุ :
รสขมจดั เย็นมสี รรพคณุ ระงับความร้อน แกไ้ ขท้ ุก
ชนิด ชว่ ยเจริญอาหาร แกอ้ าการเบ่ืออาหาร
วธิ ีใช้ : ใช้เถาบอระเพ็ดหรือตน้ สด คร้งั ละ 2 คบี คร่งึ ตาค้ันเอาน้าด่ืมหรือต้ม 3เอา 1 ดมื่ กอ่ น
อาหาร วันละ 2 คร้ัง เชา้ และเยน็ เมอ่ื มอี าการไข้ หรือเวลา มอี าการเบอื่ อาหารหรืออาจใช้
วิธีดองนา้ ผ้ึง หรือปั้นเปน็ ยาลูกกลอน
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
7. แกป้ วดฟนั
ผกั คราดหัวแหวน
ช่ือวทิ ยาศาสตร์ : Spilanthes acmella (Linn.) Murr.
ชอ่ื วงศ์ : COMPOSITAE
สว่ นท่ีใช้เปน็ ยา : ดอกสด
รสและสรรพคณุ : รสเผด็ ร้อน
1.ยาพน้ื บ้านใช้แกอ้ าการปวดฟนั ขับปสั สาวะ แกบ้ ิด
ระงบั ไอ
2.ในตารายาไทยใช้ต้นสดตาผสมเหลา้ หรอื น้าสม้ สายชู
อมแก้ฝีในลาคอ หรอื ต่อมนา้ ลายอักเสบ ทาให้ล้นิ ชา
แกไ้ ข้
วิธใี ช้
ใช้ดอกสดปรมิ าณพอเหมาะกับเกลอื อมหรือกัดไว้บรเิ วณท่ปี วด
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
ระบบทางเดนิ หายใจ
สมุนไพรรักษาอาการไอ ระคายคอจากเสมหะ
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
ส่วนทใ่ี ช้ เหงา้ แกส่ ด
วธิ ใี ช้ ใช้เหงา้ ขงิ แก่ฝนกบั นา้ มะนาว หรือใชเ้ หง้าขิงสด
ตาผสมนา้ ตม้ สกุ เล็กน้อย คนั้ เอานา้ และเตมิ เกลอื เล็กน้อย ใช้กวาดคอ
หรือจิบบอ่ ยๆ
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
ส่วนท่ใี ช้ เปลือกและน้าของลูกมะนาว
สรรพคุณ นา้ มะนาวมสี ารเคมหี ลายชนดิ และวติ ามินซี กรดในนา้ มะนาวกระต้นุ ให้มกี ารหลง่ั
น้าลาย ทาให้ชมุ่ คอลดอาการไอได้
วธิ ใี ช้ ใชผ้ ลสดค้ันน้าจะได้นา้ มะนาวเข้มข้น และใสเ่ กลอื เลก็ น้อย จิบบ่อยๆ หรือทาเปน็ น้ามะนาว
ใส่เกลือและนา้ ตาลดืม่ บ่อยๆ
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
สว่ นที่ใช้ ผลแกส่ ด
วิธีใช้ นาผลแก่สด 5-10 ผลโขลกพอแหลกคั้นเอาแตน่ า้ ใส่เกลอื
รับประทานบอ่ ยๆ หรือใช้ผลสดเคย่ี ว แล้วด่ืมทงั้ น้าและเนื้อ
จนกวา่ อาการจะดขี ึ้น
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
ระบบทางเดนิ ปัสสาวะ
สมนุ ไพรรักษาอาการขัดเบา
สมนุ ไพรในงานสาธารณสขุ มูลฐาน
ส่วนที่ใช้ กลีบเล้ียงและกลีบรองดอก
สรรพคุณ กลีบเลี้ยงและกลบี รองดอก มฤี ทธ์ทิ างเภสชั วิทยาที่หลากหลาย เชน่ ฤทธ์ิขบั ปสั สาวะ
ฤทธล์ิ ดความดนั โลหิตในชว่ งเวลาส้ันๆ เปน็ ตน้
วิธใี ช้ ใช้รกั ษาอาการขัดเบาโดยนาเอากลบี เลยี้ งหรอื กลีบรองดอกสีม่วงแดง ตากแห้งและบด
เปน็ ผง ใช้คร้ังละ 1 ชอ้ นชา (หนกั 3 กรัม) ชงกบั น้าเดอื ด 1 ถว้ ย (250 มลิ ลลิ ิตร) ท้ิงไว้ 5-10 นาที
รินเฉพาะนา้ สีแดงใสดม่ื วนั ละ 3 ครงั้ ติดตอ่ กนั ทกุ วันจนกวา่ อาการขดั เบาจะหายไป
สมุนไพรในงานสาธารณสขุ มูลฐาน
ขอ้ ควรระวงั
1. เนอื่ งจากกระเจี๊ยบมีฤทธิร์ ะบายออ่ นๆ จึงอาจทาให้ผทู้ ด่ี ่มื นา้ กระเจยี๊ บมากๆ
เกิดอาการทอ้ งเสยี ได้
2. จากผลการวจิ ัย เมื่อใหค้ นไข้ทม่ี กี รดยูรกิ สูงดมื่ น้ากระเจ๊ยี บ พบวา่ ปรมิ าณ
กรดยูรกิ ในปสั สาวะลดลง จงึ ไมเ่ หมาะกับผปู้ ว่ ยโรคเกา๊ ต์ ซ่ึงมีปรมิ าณกรดยรู ิก
ในเลอื ดสูง และต้องการขบั ออกเพื่อไมใ่ หต้ กตะกอนในรา่ งกาย
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
กลมุ่ โรคหรอื อาหารทางผิวหนัง
ผน่ื คนั แมลงสัตว์กัดตอ่ ย แผลผุพอง
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
ส่วนที่ใช้ เหง้าสดและแหง้
วิธีใช้ นาเหง้าขม้นิ ยาวประมาณ 2 นิ้วฝนกับนา้ ตม้ สุก ทาบรเิ วณที่เปน็ หรือใชผ้ ง
ขม้นิ โรยทาบริเวณท่ีมอี าการแพ้ คนั อักเสบจากแมลงสตั วก์ ดั ตอ่ ยได้
สมนุ ไพรในงานสาธารณสขุ มูลฐาน
ส่วนท่ีใช้ ว้นุ จากใบ
สรรพคุณ ใชัรักษาแผลไฟไหม้น้าร้อนลวก
แผลไหม้เกรยี มจากแสงแดดและการฉายรงั สี
สารสาคญั ท่ชี อื่ aloctin A มฤี ทธล์ิ ดการ
อักเสบและเพิ่มการเจริญทดแทนของเนื้อเยอ่ื
บรเิ วณท่ีเปน็ แผล
แตม่ ขี ้อเสียคือ สลายตวั ได้ง่ายเม่ือถกู ความรอ้ น
ไมค่ วรท้งิ วุ้นสดไวเ้ กนิ 24 ช่ัวโมง
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
สว่ นท่ีใช้ ใบสด
วิธีใช้ ใบสด 1 กา้ มอื ต้าให้ละเอียด คน้ั เอาน้าทาบรเิ วณทเ่ี ปน็
หรอื ตา้ ผสมเหล้าเช็ดแผลได้
สมนุ ไพรในงานสาธารณสขุ มูลฐาน
ส่วนทีใ่ ช้ ตน้ และใบสด
สรรพคุณ ชว่ ยสมานแผลและเร่งการสร้าง
เนอ้ื เยื่อ ระงบั การเจรญิ เติบโตของเชอ้ื แบคทีเรีย
ทีท่ าใหเ้ กิดหนองและลดการอักเสบ
วิธใี ช้ ใช้ใบสดปริมาณพอเหมาะกับขนาดของ
แผล ลา้ งให้สะอาด ตาคน้ั เอาน้าทาบรเิ วณแผล
ไฟไหม้ น้ารอ้ นลวก ใชก้ ากพอกดว้ ยกไ็ ด้
สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
สมนุ ไพรท่ใี ช้รกั ษากล่มุ โรคหรืออาการเจ็บป่วยอ่ืนๆ
สมนุ ไพรในงานสาธารณสขุ มูลฐาน
สว่ นทใี่ ช้ เหง้าแกจ่ ดั
สรรพคณุ แก้ฟกช้า บวม เคล็ดขดั ยอก ในส่วนเหง้ามนี ้ามนั
หอมระเหย ซ่ึงพบว่ามฤี ทธ์ิลดการอกั เสบ
วิธใี ช้
- ใช้เหง้าประมาณ 1 เหงา้ ตาแลว้ ค้นั เอานา้ ทาถนู วด
บริเวณท่มี ีอาการ
- ตาใหล้ ะเอยี ดผสมเกลอื เลก็ น้อย คลกุ เคล้าแลว้ นามาห่อ
เปน็ ลูกประคบองั ไอนา้ ใหค้ วาม
ร้อน ประคบบรเิ วณปวดเม่อื ยและฟกช้า เช้าและเย็น
สมนุ ไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน
สว่ นท่ีใช้ ใบ
วิธีใช้ มี 2 วธิ ี คอื
1. นาใบฟา้ ทะลายโจรสดมาล้างให้สะอาด ผึ่งลม
ใหแ้ ห้ง บดเปน็ ผงละเอยี ด ปนั้ กบั น้าผึ้งเปน็ ยาเมด็
ลูกกลอน ผงึ่ ลมให้แหง้ รับประทานครัง้ ละ 1.5 กรัม
วนั ละ 4 คร้งั กอ่ นอาหารและก่อนนอน
2. นาใบฟา้ ทะลายโจรแหง้ ขยาใหเ้ ปน็ ช้ินเลก็ ๆ ใส่
ในขวดแกว้ ใชเ้ หล้าโรงแชพ่ อให้ท่วมยาเล็กน้อย
ปิดฝาใหแ้ น่น เขยา่ ขวดวนั ละ 1 ครงั้ ครบ 7 วนั
กรองเอาแตน่ า้ เก็บไว้ในขวด รบั ประทานครง้ั ละ
1-2 ชอ้ นโต๊ะ วันละ 3-4 ครง้ั ก่อนอาหาร
สมนุ ไพรในงานสาธารณสุขมลู ฐาน
ขอ้ ควรระวัง
1. หากรับประทานแล้วมอี าการปวดทอ้ ง
ทอ้ งเสีย ปวดเอว เวยี นหัว ให้
หยุดยา
2. ไม่ควรรบั ประทานติดตอ่ กันเป็นระยะ
เวลานาน เพราะฟฤ้ าทะลายโจร
เป็นยาเย็นจะทาใหม้ อื เทา้ ชา อ่อนแรงได้