The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Arphatsara Phramloy, 2020-10-30 12:36:45

บท12 (1)

บท12 (1)

BIOLOGY

การควบคมุ การเจริญเตบิ โต
และการตอบสนองของพชื

นางสาวอาภสั รา พราหมณลอย
ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 5/4 เลขที่ 32

ไมยราบหบุ ใบ
เม่อื โดนสมั ผัส

กาบหอยแครงหุบใบ
เมือ่ มแี มลงมาเกาะ

การตอบสนองตอการสัมผัส (thigmotropism)

พชื บางชนิดตอบสนองตอการสัมผัส เชน เมอ่ื ใชมอื แตะท่ตี นไมยราบเบา ๆ
ใบของตน ไมยราบจะหุบอยางรวดเร็ว หรอื ตน กาบหอยแครง ซงึ่ เปน พืช
กนิ แมลง เมอ่ื แมลงบินมาเกาะทใ่ี บของมัน ใบจะหุบทนั ทแี ละแมลงจะถกู ยอย
เปน อาหาร โดยน้ำยอ ยท่ีพชื ปลอ ยออกมาทนั ที

การตอบสนองตอ น้ำ (hydrotropism)

การตอบสนองตอน้ำ พืชท่ีเจรญิ เตบิ โตในทีแ่ หง แลง เชน พชื ในทะเลทราย
ซ่งึ มีฝนตกโดยเฉลย่ี นอ ยกวา 250 มิลลิเมตรตอป ดังนัน้ พืชที่ข้ึนในทะเลทราย
จะตองมกี ารปรับตัวเพื่อตอบสนองตอ ปรมิ าณนำ้ ท่ีมีนอยโดยพชื บางชนิด
มกี ารเจริญเติบโตออกดอกในฤดูฝนเทา นั้น พืชบางชนิดจะลดขนาดใบ
หรอื เปลยี่ นใหอ ยใู นรปู ของหนาม เพอ่ื ปองกนั การสูญเสยี น้ำ

การเบนตามแสง (Phototropism)

เปนการเบนของพืชโดยมแี สงซง่ึ เปน สิง่ เรา ภายนอก มักพบไดก บั พืชทีป่ ลกู ในรม
ซ่งึ สามารถจำแนกไดสองประเภทคือ

การเบนเขาหาแสง (Positive phototropism)
- ปลายยอดของพชื จะพยายามเบนเขา หาแสง

การเบนออกจากแสง (Negative phototropism)
- รากของพชื จะพยายามงอกไปยังทิศทางที่ไมมีแสง

ฮอรโ มนพชื (plant hormone)

ฮอรโ มนพืช เปนสารเคมที พี่ ืชสรางขน้ึ มาเพอ่ื ควบคุมการเจริญเตบิ โตของพชื
และใชเปนการตอบสนองตอ สิง่ เราของพชื ดว ย

ออกซิน (Auxin)

เรียกยอวา IAA เปนฮอรโมนทีพ่ ชื สรา งจากกลมุ เซลลเนื้อเยือ่ เจริญบริเวณยอดออ น
และรากออ นแลว แพรไปยงั เซลลอ ื่น
คณุ สมบัตขิ องออกซนิ มีดังนี้

- แพรจากยอดลงสตู น
- หนีแสงไปยงั ดานที่มืดกวา
- ชว ยใหเ จริญเติบโต แตยับยัง้ การแตกของตาดา นขา ง
- กระตนุ การออกดอก และการกระตุน ให ovary >>> fruit ( ไมม ีเมล็ด )
โดยไมตอ งผสมพนั ธุ
- กระตุนการแตกราของกิ่งในการเพราะชำ
- ชะลอการหลดุ รวงของใบ ดอก ผล
- กระตุนใหยอดเจริญเตบิ โตรวดเร็ว แตใ นรากยับยั้งใหช า ลง

จบิ เบอเรลลิน ( gibberellin)

เปนฮอรโ มนพืชพวกหนง่ึ ในพืชชนั้ สงู สรา งมาจากใบออนและผลทีย่ ังไมแก

คุณสมบัตขิ องจบิ เบอเรลลินมดี ังนี้
- กระตุนการเจริญเตบิ โตของเซลลร ะหวา งขอ ปลอ ง ทำใหต นไมสงู
- กระตุนการงอกของเมล็ดและตา เพ่ิมการเกิดดอก
- เปลย่ี นดอกตัวผูใหเ ปน ดอกตวั เมียในพืชตระกลู แตง
- ชวยยดื ชอ ของผล

เอทลิ นี (ethylene)

เปน ฮอรโมนพชื ซึ่งผลิตขึ้นมาขณะท่เี ซลลก ำลังมเี มแทบอลซิ ึม
ตามปกติเอทิลีนทำหนา ที่กระตนุ การหายใจ

คณุ สมบตั ิของเอทลิ นี มีดงั นี้
- เรง เมแทบอลซิ มึ ทำใหผลไมสุก
- กระตุนการออกดอกของพชื พวกสบั ประรด
- กระตนุ การหลดุ รว งของใบ
- เรงการงอกของเมลด็
- เรงการไหลของนำ้ ยางพารา

กรดแอบไซซิก (abscisic acid)

เรยี กยอ วา ABA เปนฮอรโมนพชื ทก่ี ระตุนในการรว งของใบโดยตรง

คุณสมบตั ขิ องกรดแอบไซซกิ มดี งั นี้
- กระตุนการหลุดรว งของใบและผลที่แกเตม็ ที่
- ยับยง้ั การเจริญของเซลลบริเวณตา
- กระตุน ใหปากใบปด เมื่อขาดน้ำ
- ยืดระยะพกั ตวั ของตน ออนในเมลด็

ไซโทไคนิน (cytokinin)

เปน ฮอรโมนพชื ที่พบในนำ้ มะพราวและสารทีส่ กดั ไดจ ากยีสต
มสี มบัตกิ ระตุนการเจรญิ และการเปลี่ยนแปลงของเซลล

คณุ สมบตั ิของไซโทไคนิน มดี งั นี้
- กระตนุ การแบง เซลลแ ละการเจรญิ เปล่ยี นแปลงของเซลล

ใชผ สมในอาหารเพราะเลย้ี งเน้อื เย่ือพืชใหเกดิ หนอใหม
- กระตุนการเจรญิ ของกงิ่ แขนง
- ชะลอการแกของผลไม

บราสซโิ นสเตอรอยด (brassinosteroid)

เกย่ี วของกับการแบง เซลล

สตรโิ กแลกโทน (strigolactone)

เกี่ยวของกบั การยับย้งั การเจรญิ ของตาขา ง ในปจจุบนั มนุษยยังสามารถสงั เคราะห
สารท่มี สี มบตั ิคลา ยฮอรโมนพืช เพือ่ นำมาใชประโยชนท างการเกษตรอกี ดวย

พลั ไวนสั (pulvinus)

กลุมเซลลท ีม่ ขี นาดใหญผ นงั เซลลบาง มคี วามไวสูงตอ สิง่ เราทมี่ ากระตุน
อยบู รเิ วณโคนกา นใบของพชื บางชนิด เชน ตน ไมยราบ

การพกั ตัวของเมลด็ (seed dormancy)

ชวงทีเ่ มล็ดพชื ยังไมพ รอมทจ่ี ะงอกขนึ้ เปนตน พชื ใหมได ดังนน้ั การเพาะเมลด็
บางชนดิ อาจตอ งทำลายการพกั ตวั ของพืชกอน เพ่ือใหเ มล็ดงอกไดเรว็ ยิ่งข้ึน
เชน แตงโม

แรงดนั เตง (turgor pressure)

แรงดนั ในเซลลทื เ่ี กิดจากนำ้ ออสโมซิสเขาไป โดยเม่อื แรงดนั เตงมากสดุ
จะหยุดออสโมซสิ เพราะนำ้ เขาไปอกี ไมไดแ ลว

ความเครยี ดของพืช (Plant stress)

ความเครยี ดคือสภาวะหนง่ึ ท่เี กิดข้นึ กบั พืชเม่ือพืชตองเผชิญกบั ปจจัยทางสงิ่ แวดลอม
ท่ีไมเ หมาะสมตอการเจรญิ เตบิ โต โดยพชื จะมกี ารตอบสนองตอ ความเครียดดวยกลไก
และรปู แบบทแี่ ตกตางกนั ออกไป


Click to View FlipBook Version