CIVILIZATION
Architecture Religion and philosophy
The origin of greek and roman Development
Administration
Transfer of civilization GREEK
Decadence of roman AND
นางสาวชญั ญานุช เอบิ โชคชยั ม.6/6 เลขท่ี 6 ROMAN
The origin of
Greek Roman
อารยธรรมกรีกเร่ิมต้นเม่ือ 4000 ปี อารยธรรมโรมนั ได้รับการถ่ายทอด
มาแลว้ เปน็ อารยธรรมเกา่ ของแหลม ม า จ า ก อ า ร ย ธ ร ร ม ก รี ก โ ด ย
อิตาลี เกิดบนแผ่นดินกรีกในทวีป ชาวอิทรัสกันที่อยู่ในเอเชียไมเนอร์
ยุโรป และบริเวณชายฝ่ังตะวันตก ได้อพยพเข้าสู่แหลมอิตาลี และได้
ของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซ่ึงมี นาความเชื่อและศิลปวัฒนธรรม
ศูนย์กลางที่สาคัญในนครรัฐเอเธนส์ ของกรีกเข้าไปด้วย ตอ่ มาชาวละตนิ
และนครรฐั สปาร์ตา ได้ ขับไล่กษัตริ ย์ อิทรัสกัน แล้ ว
รวมตวั กนั ท่ีฟอรัม ซ่ึงเป็ นจุดเร่ิมต้น
ชาวกรีก เรียกตนเองว่า เฮลีนส์ ของกรุงโรมในเวลาตอ่ มา โดยยงั รับ
เรียกบ้านเมืองว่า เฮลสั และเรียก เอาวัฒนธรรมจากชาวอิทรัสกนั มา
อารยธรรมวา่ อารยธรรมเฮเลนิก ซึ่ง เป็ นต้ นแบบอารยธรรมของตนด้ วย
มีที่ตัง้ ถิ่นฐานเป็ นจุดบรรจบของ
ทวีปยโุ รป เอเชีย และแอฟริกา กรีก
จึงได้ รับอิธิพลความเจริ ญจาก
ทัง้ อียิปต์และเอเชียมา พัฒนา
อารยธรรมของตนจนกระทั่งเป็ น
เอกลกั ษณ์
Administration
Greek
ระบอบราชาธิปไตย (Monarchy) :
2,000 – 800 B.C. คือ ระบอบที่มีกษัตริย์เป็น
ผู้ปกครองสูงสุดเพียงผู้เดียว สามารถถ่ายทอด
ตาแหน่งผ่านทางสายเลือดจากรุ่นสู่รุ่นได้ จน
เมื่ออานาจกษัตริย์เริ่มถดถอย อานาจจึงตกไป
อยูก่ ับพวกอภิสทิ ธิช์ น
ระบอบคณาธิปไตย (Oligarchy) :
800 – 650 B.C. เป็นรูปแบบการปกครองโดน
คนส่วนน้อยท่ีมีอานาจ เช่น พวกอภิสิทธิ์ชน
ซึ่งเป็นขุนนางชนช้ันสูง รวมไปถึงเศรษฐี ซ่ึง
เป็นผู้ที่หาผลประโยชน์เข้าพวกพ้อง ไม่สนใจ
ประชาชน
ระบบทรราชย์ (Tyranny) : 650 – 600 B.C. ทรราชย์หมายถึง บุคคลหน่ึงที่ประชาชน
ให้การสนับสนุนในการโค่นล้มอานาจคณาธิปไตย ก่อนที่ผู้น้ันจะกลายเป็นผู้ท่ีมีอานาจ
สูงสุด เป็นเหมือนกับวีรบุรุษท่ีมาทาหน้าท่ีในการปกครองแทน อาจมาจากการคัดเลือก
หรือถ่ายทอดทางสายเลือด แต่ผู้ท่ีเป็นทรราชย์ก็ไม่ใช่คนดีเสมอไป จึงเกิดการ
เปลย่ี นแปลงระบอบ
ระบอบประชาธิปไตย (Democracy) : 500 B.C. เกิดขึ้นโดยนักปฏิรูปคนสาคัญของ
นครรัฐเอเธนส์ คือ ไคลส์ธีนีส เป็นการปกครองท่ีประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ทางการเมือง มี
ส่วนร่วมในการปกครอง และมีอานาจอธิปไตยสูงสุด เรียกว่า ประชาธิปไตยโดยตรง แต่
เนื่องจากประชาชนมีจานวนมาก ทาให้ไม่มีประสิทธิภาพ จึงได้พัฒนามาเป็น
ประชาธิปไตยแบบมผี ้แู ทน
Administration Roman ระบอบจักรวรรดิ : มีจกั รวรรดิเป็ นผู้มี
อานาจสงู สดุ จกั รวรรดิจะทาการแต่งตงั ้
ระบอบสาธารณะรัฐ : เป็ นการ ชาวโรมันเพ่ือปกครองอาณานิคมต่างๆ
ปกครองท่ีเปิ ดโอกาสให้ประชาชน โดยตรง ทาให้ โรมันมีอานาจยืดยาว
ทุก ค น มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร ป ก ค ร อ ง หลายร้ อยปี
ด้วยการเลือกตัง้ ตัวแทนของกลุ่ม
ตัวเองเข้ าไปร่วมบริหาร โดยมี Development
กงสลุ ทาหน้าท่ีเป็ นประมขุ ปกครอง
อีกที ทาให้โรมนั มีความเป็นปึกแผ่น Greek
และมนั่ คง
ชาวกรกี เปน็ ชาตแิ รกในโลกตะวันตกท่ีเริ่ม
ศึกษาประวัติศาสตร์ตามแบบวิธีการทาง
ประวัติศาสตร์ นักประวัติศาสตร์กรีกคน
แรกท่ีเริ่มเขยี นงานประวัติศาตร์ในลักษณะ
น้ีคือ เฮโรโดตัส (Herodotus) ชาวกรีก
ค้นพบทฤษฎีทางเรขาคณิตและพีชคณิต
ซ่ึ ง เ ป็ น พื้ น ฐ า น ข อ ง ก า ร ค า น ว ณ แ ล ะ
ประมวลผลขั้นสูง และยังมีความก้าวหน้า
ทางดา้ นวิทยาศาสตร์ โดยมีอริสโตเติลเป็น
ผู้วางรากฐานการศึกษาวิชาพฤกษศาสตร์
สัตวแพทย์ และกายวิภาค ฮิปโปเครตีส
(Hippocrates) เป็นแพทย์ชาวกรีกที่มี
ชื่อเสียง และค้นพบว่าโรคร้ายต่างๆ ที่
เกิดข้ึนมีสาเหตุมาจากธรรมชาติไม่ใช่การ
ลงโทษลงพระเจา้ และยงั เป็นผรู้ เิ ริ่มวธิ ีการ
รักษาโรคด้วยการผ่าตัด กาหนดหลัก
จ ร ร ย า แ พ ท ย์ ท่ี ถื อ ป ฏิ บั ติ ต่ อ ม า จ น ถึ ง
ปจั จุบนั
Development
Roman
ชาวโรมัน ได้สร้างคุณูปการสาคัญให้แก่
ชาวโลกซ่ึงได้แก่การรวบรวมและบันทึก
วิทยาการต่างๆ ที่ได้รับมาและตกทอดเป็น
มรดกแก่ชาวโลก เช่น ตาราด้านการแพทย์
ดาราศาสตร์ เกษตรศาสตร์ สัตวแพทย์
ฯ ล ฯ อ ย่ า ง ไ ร ก็ ต า ม ก า ร แ พ ท ย์ แ ล ะ
สาธารณสุขของโรมันนับว่าก้าวหน้ามาก
แพทย์โรมันสามารถผ่าตดั รักษาโรคได้หลาย
โรค โดยเฉพาะการผ่าตัดทาคลอดทารก
จากทางหน้าท้องของมารดา ซ่ึงเรียกว่า
ศัลยกรรมซีซาร์ (Caesarean Operation)
นอกจากน้ียังมีการสร้างโรงพยาบาลระบบ
บาบดั นา้ เสียและสงิ่ ปฏิกูล
Architecture
Greek
ชาวกรกี สะท้อนความเชอื่ และความสอดคล้องกบั จกั รวาล ความงดงามตามธรรมชาติ ความ
ได้สัดส่วน จากการก่อสร้างวิหารปละประติมากรรมข้ึนใหม่บนอโครโพลิส ได้แก่ วิหารพา
เธนอน (Parthenon) เป็นสิง่ กอ่ สรา้ งท่ีมีสัดส่วนงดงามท้ังความยาว ความกว้างและความสูง
จัดว่าเป็นผลงานช้ินเอกของโลก สถาปัตยกรรมของกรีกแบ่งออกเป็น 3 ชนิดตามลักษณะ
ของหัวเสาได้แก่ แบบดอริก(Doric) ที่มีลักษณะตัวเสาส่วนล่างใหญ่เรียวข้ึนเล็กน้อยตามลา
เสาเป็นทางยาวไม่มีลวดลายแบบไอโอนิก (Ionic) มีลักษณะเรยี ววา่ แบบดอริกแผ่นหินบนหัว
เสามีลอนย้อยม้วนลงมาท้ังสองข้างทาให้มีความแช่มช้อยและ แบบโคริน เธียน
(Corinthian) เป็นแบบที่ดัดแปลงโดยมี การตกแต่งประดับประดาหัวเสาด้วยการแกะสลัก
เปน็ รูปใบไม้ทาใหห้ รูหรามากข้ึน
Architecture
Roman
ชาวโรมนั เรียนรู้พืน้ ฐานและเทคนิคการก่อสร้าง การวางผงั เมืองและระบบระบายนา้ จาก
กรีก จากนัน้ ได้พฒั นาระบบก่อสร้ างของตนเอง ชาวโรมนั ได้สร้ างผลงานไว้เป็ นจานวน
มาก เชน่ ถนน สะพาน ท่อสง่ นา้ ประปา อฒั จนั ทร์คร่ึงวงกลม สนามกีฬา ฯลฯ ในสมยั นีม้ ี
การใช้ปนู ซีเมนต์เป็ นวสั ดกุ ่อสร้างอย่างแพร่หลาย นอกจากผลงานด้านการก่อสร้างแล้ว
โรมนั ยงั มีผลงานด้านสถาปัตยกรรมซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็ นศิลปกรรมที่งดงามจานวนมาก
เช่น พระราชวงั วิหาร โรงละครสร้างเป็ นอฒั จนั ทร์ครึ่งวงกลม ฯลฯ อย่างไรก็ตาม แม้ว่า
โรมนั จะรับสถาปัตยกรรมกรีกเป็ นต้นแบบงานสถาปัตยกรรมของตน แต่ชาวโรมนั ก็ได้
พฒั นารูปแบบที่เป็นเอกลกั ษณ์ของตนด้วย เชน่ ประตู วงโค้ง และหลงั คาแบบโดม
โคลอสเซียม สถานท่ีบนั เทิงของชาวโรมนั
Religion
and
Philosophy
ชาวกรีก โบราณนับถือธรรมชาติ เชื่อว่าพลัง
ลึกลับที่สามารถให้คุณให้โทษได้เกิดข้ึนเพราะ
มีเทพเจ้าต่างๆ บันดาลให้เป็นไป ชาวกรีก
นับถอื เทพเจา้ หลายองค์ เทพเจา้ ตามความเชื่อ
ของชาวกรีกมีหน้าตาและมีอารมณ์ความรู้สึก
เช่นเดียวกับมนุษย์ แต่มีพลังอานาจเหนือกว่า
ตาม ตานานเทพของกรีก เทพเจ้าสูงสุดคือ
ซุส (Zeus) เป็นเทพบิดรของบรรดาเทพ
ท้ังหลาย สถิตอยู่บนยอดเขาโอลิมปัส มีชายา
ชื่อ เฮร่า เป็นเทพีแห่งสวรรค์และการแต่งงาน
นอกจากนี้ยังมีเทพเจ้าอีกมากมาย ต่าง
ภาระหน้าที่กันไปศาสนาของกรีกได้รับการ
เสริมแต่งพรรณนาจนดูราวกับเทพนิยายจนมี
ชอื่ เรียกว่า Myth หรือ ศาสนนิยาย
ชาวโรมนั ได้รับเอาความเช่ือของชาวกรีกไปใช้
แตเ่ ปล่ยี นชอื่ เทพเจ้าตา่ งๆ ให้เขา้ กบั ภาษาและ
ความเช่อื ของตน
transfer of Decadence
of
CIVILIZATION
roman
greek to roman
เหตุการณท์ ่ี 1
อารยธรรมโรมันสืบเนื่องมาจากอารยธรรม
กรีก โดยชาวอิทรัสกันซ่ึงอยู่ในเอเชียไมเนอร์ ในปี ค.ศ. 330 ได้มีการย้ายศูนย์กลาง
อพยพเข้าสู่แหลมอิตาลีนาเอาความเช่ือและ การปกครองจากเดิม คือ กรุงโรม ไปยัง
ศิลปวัฒนธรรมของกรีกเข้าไปด้วย ต่อมา ก รุ ง ค อ น ส แ ต น ติ โ น เ ปิ ล แ ล ะ เ รี ย ก ว่ า
บรรพบุรุษของชาวโรมันคือละติน จากตอนใต้ จักรวรรดิไบแซนไทล์ ทาให้จักรวรรดิ
ของแม่น้าไทเบอร์ ขับไล่กษัตริย์อิทรัสกันแล้ว โรมัน ที่เคยเป็นหน่ึงเดียว ถูกแบ่ง
รวมตัวเป็นชุมนุมในบริเวณฟอรัม เป็น ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ จักรวรรดิโรมัน
ศูนย์กลางเมืองและจุดเริ่มต้นของกรุงโรมใน ตะวันตก ซึ่งยังคงมีศูนย์กลางอยู่ท่ีกรุง
เวลาต่อมา โดยรับเอาอารยธรรมกรีกมาเป็น โรม และจักรวรรดิไบแซนไทล์หรือ
ต้นแบบอารยธรรมของตนดว้ ย จักรวรรดิโรมันตะวันออก มีศูนย์กลาง
ตั้งอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล ซ่ึง
จักรวรรดิโรมันปกครองคาบสมุทรอิตาลีมา ปัจจุบัน คือ นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี
ต้ังแต่ศตวรรษท่ี 9 เป็นยุคแห่งความรุ่งเรือง ทาให้จักรวรรดิโรมันที่เคยเป็นปึกแผ่น
ยิ่งใหญ่ ก่อกาเนิดอารยธรรมด้านต่างๆ ค่อยๆเสื่อมอานาจลง จนกระท่ังถูก
มากมาย ด้านการปกครอง จักรพรรดิมีอานาจ รกุ รานในทสี่ ุด
สูงสุด ด้านการคมนาคม มีการสร้างถนน
เช่ือมต่อเมืองต่างๆ ด้านกฎหมาย เกิดหลัก
กฎหมาย “All free men are equal
before the law” ด้านเศรษฐกจิ แปรผันตาม
การเกษตรกรรม ด้านสังคม แบ่งชนช้ันผู้ถูก
ปกครองและผู้ปกครอง ด้านปรัชญา ประกาศ
ปรัชญาของสโตอิกส์และเอปิคิวเรียน ด้าน
สถาปัตยกรรม รับอิทธิพลจากกรีกเฮเลนิก
เนน้ ความแข็งแรงใหญ่โต
Decadence of roman
เหตกุ ารณท์ ่ี 2
จักรพรรดิคอนสแตนติน เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ ทาให้คริสต์ศาสนาได้เข้าสู่เขต
จักรวรรดิโรมัน จนกระท่ังได้รับความนิยม กลายเป็นศาสนาหลักของดินแดนตะวันตกตั้งแต่
น้ันเป็นต้นมา ในช่วงคริสต์ศตวรรษท่ี 5 จักรวรรดิโรมันท้ัง 2 ฝ่าย แบ่งออกจากกันโดย
เด็ดขาด ทาให้จักรวรรดิโรมันทางฝ่ังตะวันตกค่อยๆอ่อนแอลง เน่ืองจากโดนรุกรานทาลาย
โดยฝีมือของอารยชนท่ีมีความสาคญั 2 เผ่า ได้แก่ เผ่าเยอรมัน และพวก Huns เชอ้ื สายเอเชยี
นอกจากนีเ้ ยอรมนั ก็บกุ โจมตกี รุงโรม รวมท้งั ออกปล้นสะดมทุกอย่าง ก่อให้เกิดความไม่ม่ันคง
ท้ังสภาพจิตใจของประชาชนและสภาพความเป็นอยู่ภายในจักรวรรดิโรมันตะวันตก
จนกระท่ังสุดท้ายแล้วจักรพรรดิองค์สดุ ท้ายของจกั รวรรดโิ รมนั ตะวันตกกถ็ กู โค่นลง
สาเหตุอื่นๆ
ภายหลงั จากปี ค.ศ. 180 ไม่มีกาหนดการ
สบื ตาแหน่งไว้ในรฐั ธรรมนูญ ส่งผลให้เกิด
การแยง่ อานาจภายในหมนู่ ายพล
ถูกโจมตีจากศตั รภู ายนอก
ที่ดินเกือบทั้งหมดตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือ
ของชนชน้ั สูง ซง่ึ เป็นส่วนนอ้ ยเท่านนั้ โดย
ชาวนาที่ไม่เหลืออะไรเลยก็จะได้รับที่ดิน
ผืนหน่ึงจากเจ้าของ ซ่ึงสามารถนามา
เพาะปลูกได้อย่างเสรี หากแต่ต้องชดใช้
ให้เจ้าของด้วยแรงงานของตนเอง ซ่ึงเป็น
สภาพกง่ึ ทาส
สงครามกลางเมือง ทาให้กระทบระบบ
การคา้
GREEK AND ROMAN CIVILIZATION GREEK
AND
ROMAN
นางสาวชัญญานุช เอิบโชคชยั ม.6/6 เลขท่ี 6