3.กล ุ ่ มทฎษฎีการเรียนรู้ทางสังคม 3.1 ทฤษฎีการวางเงื่อนไข 3.2 ทฤษฎีการเรียนรู้จากตัวแบบ ของแบนดูรา 4. กล ุ ่ มทฤษฎ ี บ ุ คล ิ กภาพโดยแบ ่ งตามประเภท 4.1 ทฤษฎีบุคลิกภาพ ของเชลดอน 4.2. ทฤษฎีบุคลิกภาพ ของเครตชเมอร์ 4.3 ทฤษฎีบุคลิกภาพ ของคาร์ล จี.จุง 3.2 กล ุ ่ มทฤษฎ ี การเคล ื ่ อนไหวทางจ ิ ต 3.2.1 ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ของฟรอยด (Psychoanalytic Approach) ซิกมันด์ฟรอยด์(Sigmund Freud) นก ั จ ิ ตวท ิ ยาผก ู ้่ อต ้ ง ั จ ิ ตวเคราะห์ ิ
ฟรอยด์เป็นจิตแพทย์และนักจิตวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญในด้านประสาทพยาธิ วิทยา ( Neuropathology) อย่างมาก โดยระยะแรกเขาสนใจที่จะ รักษาผู้ป่ วยที่มารับการบ าบัดด้วยวิธีการสะกดจิต แต่ต่อมาภายหลังเขาได้ เปลี่ยนมาใช้วิธีการที่เรียกว่า Free Association คือการเปิดโอกาส ให้คนไข้บรรยายความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายใน แล้วหลังจากนั้นจึงน าข้อมูลที่ ได้มาวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ แต่สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับฟรอยด์อย่างมาก คือ การเสนอแนวคิด สมมติฐานทางพฤติกรรมศาสตร์ ของมนุษย์ว่าเกิดจาก สัญชาติญาณดั้งเดิมที่มีมาแต่ก าเนิด อันได้แก่ สัญชาตญาณแห่งความ ต้องการทางเพศ (sexual) กับสัญชาตญาณแห่งความก้าวหน้า (aggression) โดยฟรอยด์ได้วิเคราะห์บุคลิกภาพของบุคคลตาม แนวความคิดของเขาดังนี้
“บุคลิกภาพของแต่ละคนจะได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เยาว์วัย อันเป็น ช่วงเวลาที่ทุกคน จะได้รับประสบณ์การต่าง ๆ ทั้งประสบการณ์ทั่วไป และ ประสบการณ์ส่วนตัว โดยประสบการณ์ส่วนตัวโดยประสบการณ์ทั้งหลายนี้ เก็บสะสมไว้ในจิตใจของตนโดยเฉพาะจิตใต้ส านึก ( unconscious) และ จิตส านึก (concious) ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อความคิดและการแสดงออก ทั้งหมดของบุคคล” 1. แนวคิดเกี่ยวกับโครงสร้างของจิตมนุษย์ ฟรอยด์เชื่อว่าโครงสร้างของจิตมนุษย์นั้นประกอบด้วยส่วนส าคัญ 3 ส่วน ได้แก่ 1. จิตส านึก (concious) เป็นสภาพที่รู้ตนเองว่าเป็นใครต้องการ อะไร หรือก าลังรู้สึกอย่างไร พฤติกรรมที่แสดงออกมาจึงเป็นไปตามเหตุผลและ แรงผลักดันจากภายนอก ที่สอดคล้องกับโลกแห่งความเป็นจริง
2. จิตกึ่งส านึก ( preconcious) เป็นจิตที่เก็บสะสมประสบการณ์ ต่าง ๆ ไว้ไม่ รู้ตัว แต่พร้อมจะน าประสบการณ์เหล่านั้นออกมาใช้ในระดับจิตส านึกได้เสมอ ตัวอย่าง เช่น นายแสนดีเดินเลยคนที่รู้จักกันเมื่อในอดีตไปแล้วเพิ่งนึกได้จึงเดิน กลับไปทักทายหรือประสบการณ์ที่อยู่ในรูปแบบของความทรางจ า ก็เป็นส่วนหนึ่ง ของจิตก่อนส านึกด้วย เช่น ความผิดหวังในอดีตถ้าไม่นึกถึงก็จะไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้า นั่งนึกทบทวนก็จะร็สึกเศร้าใจทุกครั้ง เป็นต้น 3. จิตใต้ส านึก (unconcious) เป็นส่วนของการแสดงพฤติกรรมที่ตนเองไม่รู้ตัว อันเป็นผลมาจากความพยายามเก็บกดประสบการณ์บางอย่างที่ไม่พึงปรารถนาใน วัยเด็กเอาไว้ แต่ในความเป็นจริง ฟรอยด์เชื่อว่า ความรู้สึกเหล่านี้ยังคงอยู่ในจิตใต้ ส านึกของเด็อยู่ตลอดเวลาถึงแม้จะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วก้ตาม นอกจากนี้จิตใต้ส านึก ยังเป็นที่รวมของสัญาตญาณ (Id) ที่ติดตัวทุกคนมาตั้งแต่ก าเนิด และเป็นพลังที่ พร้อมจะผลักดันให้บุคคลแสดงพฤติกรรมตอบสองความอยากความต้องการออกมา โดยสิ่งที่ถูเก็บกดเอาไว้ภายในจิใต้ส านึกเหล่านั้นอาจถูกปลดปล่อยออกมในรูปแบบ ของประเภทที่สอง ได้แก่สัญชาตญาณของความตาย ( death iinstinct)
สญ ั ชาตญาณความตาย เป็ นส ิ่งท ี่กระต ุ น ้ ใหบ ้ ุ คคลเก ิ ดการแข ่ งขน ั ทา ้ ทาย เอาชนะ ต ่ อส ู ้ ซ่ึ ง ฟรอยด์ไดใ้ หค ้ วามสา คญ ั กบ ั ความกา ้ วร ้ าวมากท ี่ส ุ ด (aggression) มากที่สุด เช ่ นม ี ความ ต้องการที่จะได้รับการคัดเลือกเป็ นหัวหน้างาน จึงพยายามขยันท างาน เพื่อให้ผู้บังคับบัญชา เลือกตน ดว ้ ยเหต ุ น ้ ีฟรอยด์จ ึ งอธ ิ บายวา ่ บ ุ คล ิ กของมน ุ ษยท ์ ี่แสดงออกมาน ้ น ั วาเป็ นไปเพื่อ ่ ตอบสนองความตอ ้ งการทางเพศของตนเองเป็ นส ่ วนใหญ ่ สา หร ั บบ ุ คลท ี่ม ี บ ุ คล ิ กภาพแบบอิด ( id pereseranlity ) น ้ น ั จ ึ งมก ั แสดงพฤต ิ กรรม ตามสัณชาตญาณของตนโดยไม ่ ค านึงถึงความเป็ นจริงของชีวิตหรือกฎเกณฑ์ทางจริยธรรม
2. อ ีโก ้(Ego) . เป็ นพลง ั งานท ี่อยใ ู ่ นจ ิ ตสา น ึ กเป็ นส ่ วนใหญ ่ อ ีโกจ ้ ะก ่ อตว ั ข ้ึ นต ้ ง ั แต ่ แรกเก ิ ดและจะพฒ ั นาตามวย ั ท ี่ผา ่ นไป อ ีโกเ ้ป้ ฯส ่วนที่ควบคุม พฤต ิ กรรมท ้ ง ั หลายใหอ ้ ยใ ู ่ นขอบเขตของสง ั คม ทา หนา ้ ท ี่ให ้ อ ิ ดและ ซ ุ ปเปอร ์ อ ีโกอ ้ ยใ ู ่ นภาวะท ี่สมด ุ ลกน ั และแสดงออกใหส้ อดคลอ ้ งกบ ัโลก ของความเป็ นจริง (reality principle) มีเหตุผลรับรู้ข้อเท็จจริงมีการ ยบ ั ย ้ ง ั ชง ั่ใจและม ี การเล ื อกพ ิ จารณาเล ื อกหนทางปฏ ิ บต ัิ ท ี่เหมาะสม เป็ นที่ ยอมร ั บของสง ั คม เช ่ น เม ื่อห ิ ว (id) พลง ั อ ีโกก ้ จ ็ ะใชเ ้ หต ุ ผลน ึ กวา ่ ค ิ ดจะ บา บด ั ความหว ั โดยว ิ ธ ีใดตามสถารการณ ์ ท ี่เป็ นไปได ้ เช ่ น ไปสา รวจตู้เย็น ทา อาหารเอง ไปร ั บประทานอาหารนอกบา ้ น เป้ ฯตน ้ ดว ้ ยเหต ุ น ้ ี อ ีโกจ ้ึ งได ้ ช ื่อวา ่ เป็ นพลง ั แห ่ งความเป็ นจร ิ ง ซ ี่งสร ุ ปหนา ้ ท ี่ของอ ีโกไ้ วด ้ ง ั น ้ ี 2.1 ทา หนา ้ ท ี่ความอยากอน ัไม ่ พ ึ งประสงคข ์ องสง ั คม 2.2 พยายามไม ่ใหเ ้ ก ิ ดความท ุ กข ์ อน ั เน ื่องมาจากความเกบ ็ กดความ อยากเหล ่ าน ้ น ั โดยอ ีโกอ ้ าจใชก ้ ลไกป้ องกน ั ตว ั เช ่ น ใชก ้ ารกา ้ วร้าว ชดเชย ทดแทน หรือหลีกเลี่ยง
2.3 ท าตนให้เป็ นผู้บรรลุวุฒิภาวะ (mature) โดยการร ู ้ จก ัปร ั บตว ัไดอ ้ ยางเหมาะสมด้วย ่ ว ิ ธ ี ทางสง ั คมท ี่ยอมร ั บ และตนเองสามารถแกป้ ั ญหาหร ื อขจด ั ความท ุ กขไ์ ด ้ สา หร ั บบ ุ คคลท ี่ม ี อ ีโกส ้ ู ง (ego personallity) น ้ น ั มก ั จะแสดงออกมาตาม เหต ุ ผลและความเป็ นจร ิ งเฉพาะท ี่ตนพ ิ จารณาแลว ้ วา ่ เหมาะสมและถ ู กตอ ้ งเท ่ าน ้ น ั จะไม ่ สนใจเหตุผลและความคิดของผู้อื่น 3.ซูเปอร์อ ีโก ้( super Ego) เป็ นพลง ั งานท ี่อยภ ู ่ ายในจ ิ ตสา น ึ กเป็ นส ่ วนใหญ ่ ซ ู เปอร์อี โกเ ้ป็ นพลง ั งานท ี่คอยควบค ุ มอ ีโก ้(Ego) ให้การสนองความต้องการของอิด (Id) ภายใต้ กรอบประเพณี ระเบียบ กฎเกณฑ์ กติกา เหตุผลและคุณธรรม ซูเปอร์อ ีโกจ ้ึ งเป็นตัว ควบค ุ มและหก ั หา ้ มใจไม ่ใหท ้ า ส ิ่งท ี่ไม ่ ด ี ท ี่เป็ นส ิ่งตอ ้ งหา ้ มทางสง ั คม
3.ทฤษฎีล าดับขั้นพัฒนาการด้านบุคลิกภาพของฟรอยด์ ฟรอยด์ได้จ าแนกล าดับขั้นพัฒนาการด้านบุคลิกภาพออกได้เป็น 5 ขั้น ดังนี้ 1.ระยะปาก ( oral stage) เริ่มตั้งแต่อายุ 1 ปี เป็นขั้นที่ตอบสนองความสุข ความพึงพอใจให้กับคนโดยใช้ปากซึ่งเป็นอวัยวะที่ไวต่อความรู้สึก จึงพบว่าในระยะนี้เด็ก มักใช้ปากท ากิจกรรมต่าง ๆ กล่าวคือ หากเด็กคนใดได้กินอิ่มนอนหลับก็จะรู้สึกปลอดภัย (sense of security) และมีความไว้วางใจต่อโลก เมื่อเติบโตขึ้นจะเป็นผู้มี สุขภาพจิตดี เข้ากับคนง่าย แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเด็กถูกควบคุมมากเกินไปหรือไม่ ได้รับการตอบสนองความต้องการทางปากจะส่งผลให้ชดเชยระยะปาก ในช่วงวัยรุ่นและ วัยผู้ใหญ่ด้วยการใช้ปากเพื่อแสวงหาความสุขหรือเพื่อผ่อนคลายความเครียดให้กับตนเอง เช่น ชอบกินจุกกินจิก พูดมาก นินทาว่าร้ายผู้อื่น ปากจัด สูบบุหรี่ กัดเล็บ หรือ เคี้ยว หมากฝรั่ง เป็นต้น
03
03
03
03