๑
๒
คำนำ
รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานท่ีดี (Best Practice) เร่ืองการจดั การเรียนรูโ้ ดยใช้โครงงานเป็นฐาน
( Project – based Learning : PBL) จัดทำข้ึนเพ่ือแสดงถึงกระบวนการดําเนินงานหรือขั้นตอนการ
ปฏิบัติงานท่ีทำให้การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน ( Project – based Learning : PBL) เพ่ือ
ส่งเสริมให้นักศึกษาเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และมีเจตคติที่ดี
ต่อการเรยี น โดยมีการสรุปวธิ ปี ฏิบัติ ตลอดจนความรู้และประสบการณ์
รายงานผลการปฏิบัติงานที่ดี (Best Practice) เล่มนี้ มีเนื้อหาที่สำคัญประกอบด้วย
ความเป็นมาและความสำคญั วัตถุประสงค์ หลกั การและแนวคดิ วิธีปฏิบัติท่ีเปน็ เลิศ ผลการดำเนินงาน ปัจจัย
แหง่ ความสำเร็จ และบทเรยี นท่ีไดร้ บั
กศน.ตำบลห้วยโป่ง ขอขอบคณุ ผบู้ ริหาร บคุ ลากร และผูม้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ งทุกทา่ น ที่มีสว่ นรว่ ม
ในการดำเนินงาน จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยให้ความเรียบร้อย หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดการเรียนรู้โดยใช้
โครงงานเป็นฐาน ( Project – based Learning : PBL) จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน หรือผ้ทู ี่สนใจ ในการ
นําไปประยุกต์ใช้เพือ่ จดั การสอน และด้านอ่ืน ๆ ในโอกาสต่อไป
นางสาวประภาพรรณ ยิ้มเสถยี ร
ครู กศน.ตำบลห้วยโป่ง
๓
สารบญั หนา้
คำนำ ๑
สารบญั ๒
๒
ความเป็นมาและความสำคัญ ๔
วัตถุประสงค์ ๖
หลกั การและแนวคิด ๗
วธิ ปี ฏิบัตทิ ีเ่ ปน็ เลศิ ๗
ผลการดำเนนิ งาน
ปัจจยั แห่งความสำเร็จ
บทเรยี นทไ่ี ด้รบั
ภาคผนวก
คณะผ้จู ัดทำ
๑
การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเปน็ ฐาน
(Project – Based Learning : PBL)
ช่ือเจา้ ของผลงาน : นางสาวประภาพรรณ ยิ้มเสถยี ร
หน่วยงาน/สถานศกึ ษา : กศน.ตำบลหว้ ยโป่ง
ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอโคกสำโรง
สำนกั งานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจังหวดั ลพบรุ ี
๑.ความเป็นมาและความสำคัญ
ตามพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๓ ได้
กำหนดแนวทางการจัดการศึกษาท่ีให้ความสำคัญแก่ผู้เรียน การจัดการศึกษาต้องคำนึงถึงคุณภาพท้ังด้าน
ความรู้ กระบวนการเรียนรู้และการเช่ือมโยงความรู้ที่ผูเ้ รยี นสามารถนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตประจำวันได้ และ
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะการคิด ปฏิบัติจริง เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการคิดเป็น ทำเป็น และ
แก้ปัญหาไดอ้ ย่างฉลาดและพอเพยี ง ตามความสนใจ ความถนัด และความสามารถของผเู้ รยี น
การจัดการเรียนรวู้ ิชาวิทยาศาสตร์ ในปัจจบุ ันพบว่ายังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรเนื่องจาก
นักศึกษายังขาดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่กล้าแสดงออก และไม่ค่อยสนใจใน
การเรียน ยังมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอยู่อีกหลายปัจจัยเช่น ตัวผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู
หรือคณุ ภาพครู
จากปัญหาทไ่ี ด้กล่าวมาข้างต้น กศน.ตำบลห้วยโป่ง จึงเกดิ แนวคิดในการปรับวธิ เี รียนเปลยี่ น
วิธีสอน ได้ใช้กระบวนการจัดการเรียนรโู้ ดยใช้โครงงานเป็นฐาน ( Project – based Learning : PBL ) เพื่อ
ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และมีเจตคติที่ดี
ต่อการเรียน การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเปน็ กระบวนการแสวงหาความรู้ หรือการค้นควา้ หาคำตอบในสง่ิ ที่
ผู้เรียนอยากรู้หรอื สงสัย โดยใช้กระบวนการและวธิ ีการทางวิทยาศาสตร์ ผู้เรียนจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัตกิ ิจกรรม
ตา่ ง ๆ เพ่ือค้นหาคำตอบด้วยตนเอง โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยูใ่ นท้องถิ่น จนได้ช้นิ งานท่ีสามารถนำผลการศึกษา
ไปใช้ได้จริงในชวี ิตประจำวัน และมีครูผู้สอนคอยสนับสนุน ให้คำปรกึ ษาผเู้ รียน ในการศึกษาค้นควา้ เพมิ่ เติม
จากแหล่งเรยี นร้แู ละปรับปรงุ ความร้ทู ่ีไดใ้ หส้ มบูรณย์ งิ่ ขึน้
๒
๒.วัตถปุ ระสงค์
๑. เพื่อให้ผ้เู รยี นมีทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
๒. เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นมีความกล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์
๓. เพ่อื ให้ผู้เรียนได้ใช้ความรู้ ทกั ษะและประสบการณข์ องตนเองในการศึกษาคน้ คว้า
ทดลอง ลงมือปฏิบตั ิ และหาข้อมลู จากแหลง่ เรียนรู้ตา่ งๆ โดยประยุกต์ใช้กบั ทรัพยากรที่มอี ยใู่ นทอ้ งถ่ิน
๓.หลักการและแนวคดิ
ได้นำวงจรคุณภาพของเดมมงิ่ ( PDCA ) มาประยุกตใ์ ช้ในการทำผลงาน “การจดั การเรียนรู้
โดยใช้โครงงานเป็นฐาน ( Project – based Learning :PBL ) ”
PDCA คอื วงจรบริหารงานคุณภาพ ประกอบไปดว้ ย 4 ข้ันตอน Plan-Do-Check-Act
หรอื วางแผน-ปฏิบตั ิ-ตรวจสอบ-ปรบั ปรงุ เป็นกระบวนการที่ใช้ปรบั ปรุงการทำงานขององค์กรอยา่ งเปน็ ระบบ
โดยมเี ป้าหมายเพ่ือแก้ปญั หาและเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
๓
ขน้ั ตอนการวางแผน (Plan)
ขั้นตอนการวางแผนครอบคลุมถึงการกำหนดกรอบหัวข้อที่ต้องการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึง
การพัฒนาส่ิงใหม่ ๆ การแกป้ ัญหาท่เี กิดขน้ึ จากการปฏิบัติงาน ฯลฯ พร้อมกบั พิจารณาว่ามีความจำเป็นต้องใช้
ข้อมูลใดบ้างเพ่ือการปรบั ปรุงเปล่ียนแปลงนั้น โดยระบุวิธีการเก็บข้อมลู ให้ชัดเจน นอกจากนี้ จะต้องวิเคราะห์
ข้อมูลที่รวบรวมได้ แล้วกำหนดทางเลือกในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงดังกล่าวการวางแผนยังช่วยให้เรา
สามารถคาดการณ์ส่ิงที่เกิดขึ้นในอนาคต และช่วยลดความสูญเสียต่าง ๆ ท่ีอาจเกิดขึ้นได้ ท้ังในด้านแรงงาน
วัตถุดิบ ชั่วโมงการทำงาน เงิน เวลา ฯลฯ โดยสรุปแล้ว การวางแผนช่วยให้รับรู้สภาพปัจจุบัน พร้อมกับ
กำหนดสภาพทตี่ ้องการให้เกิดข้ึนในอนาคต ดว้ ยการผสานประสบการณ์ ความรู้ และทักษะอย่างลงตวั
ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิ (DO)
ขั้นตอนการปฏิบัติ คือ การลงมือปรับปรุงเปล่ียนแปลงตามทางเลือกที่ได้กำหนดไว้ในขั้นตอนการ
วางแผน ในขน้ั น้ีต้องตรวจสอบระหว่างการปฏิบัติด้วยวา่ ได้ดำเนินไปในทิศทางที่ตั้งใจหรือไม่ พรอ้ มกับสื่อสาร
ให้ผู้ท่ีเกี่ยวข้องรับทราบด้วย เราไม่ควรปล่อยให้ถึงวินาทีสุดท้ายเพื่อดูความคืบหน้าที่เกิดขึ้น หากเป็นการ
ปรับปรุงในหน่วยงานผู้บริหารย่อมต้องการทราบความคืบหน้าอย่างแน่นอน เพื่อจะได้มั่นใจว่าโครงการ
ปรบั ปรงุ เกิดความผิดพลาดน้อยทสี่ ุด
ขน้ั ตอนการตรวจสอบ (Check)
ขั้นตอนการตรวจสอบ คอื การประเมินผลท่ีได้รบั จากการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แต่ข้ันตอนน้ีมักจะถูก
มองข้ามเสมอการตรวจสอบทำให้เราทราบว่าการปฏิบัตใิ นขั้นที่สองสามารถบรรลุเป้าหมายหรอื วัตถุประสงคท์ ี่
ได้กำหนดไว้หรือไม่ สิ่งสำคัญก็คือ เราต้องรู้ว่าจะตรวจสอบอะไรบ้างและบ่อยครั้งแค่ไหน ข้อมูลท่ีได้จากการ
ตรวจสอบจะเปน็ ประโยชนส์ ำหรบั ขน้ั ตอนถัดไป
ข้ันตอนการดำเนินงานใหเ้ หมาะสม (Act)
ขั้นตอนการดำเนินงานให้เหมาะสมจะพิจารณาผลท่ีได้จากการตรวจสอบ ซึ่งมีอยู่ 2 กรณี คือ ผลที่
เกิดข้ึนเป็นไปตามแผนที่วางไว้ หรือไม่เป็นไปตามแผนท่ีวางไว้ หากเป็นกรณีแรก ก็ให้นำแนวทางหรือ
กระบวนการปฏิบัตินั้นมาจัดทำให้เป็นมาตรฐาน พร้อมท้ังหาวิธีการที่จะปรับปรุงให้ดียิ่งข้ึนไปอีก ซึ่งอาจ
หมายถึงสามารถบรรลเุ ป้าหมายได้เร็วกว่าเดิม หรอื เสยี คา่ ใช้จ่ายน้อยกวา่ เดมิ หรือทำใหค้ ณุ ภาพดียิ่งข้ึนกไ็ ด้แต่
ถ้าหากเป็นกรณีท่ีสอง ซึ่งก็คือผลที่ได้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนท่ีวางไว้ เราควรนำข้อมูลท่ีรวบรวมไว้มา
วเิ คราะห์ และพจิ ารณาว่าควรจะดำเนนิ การอยา่ งไรต่อไป
๔
๔.วธิ ีปฏบิ ตั ทิ ี่เป็นเลศิ
ครู กศน.ตำบลหว้ ยโป่ง มีกระบวนการดำเนนิ งาน โดยดำเนินการตามข้ันตอน ดงั นี้
Plan = การวางแผน ได้ดำเนินการศึกษาดังน้ี
Plan ศึกษาปญั หาและข้อมูลพน้ื ฐานของนักเรยี น
ศึกษาหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พนื้ ฐานพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ เพอ่ื
จดั ทำหน่วยการเรยี นรู้ โดยศึกษาในส่วนของ
๑. สาระ / มาตรฐาน /ตัวชวี้ ัด
๒. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
๓. สมรรถนะ
๔. ศึกษารปู แบบวิธกี ารสอน
๕. เลือกรูปแบบวธิ ีการสอนทีเ่ หมาะสมเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาผูเ้ รียน
๖. จัดทำแผนการจัดการเรยี นรู้
DO = จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั ตอนการจดั การเรียนรโู้ ดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน ( Project – based Learning :PBL )
๑. เลอื กหวั ขอ้ หรอื หรือปัญหาทจี่ ะศึกษา
กิจกรรมของนกั ศกึ ษา กิจกรรมสนับสนุนของครู
๑. สำรวจความสนใจของตนเองและของกลุม่ ๑. จัดกิจกรรมสำรวจความสนใจ
- สงั เกต ศึกษาข้อมลู - สำรวจชมุ ชน เยย่ี มบา้ นนักศกึ ษา
- เช่ือมโยงเร่อื งท่ีเรียน - ใช้คำถามกระต้นุ ใหส้ นใจ
- เชื่อมโยงโดยใช้ web หรอื แผนภาพความคดิ - ช่วยเหลอื นกั ศกึ ษาเลือกเร่ือง หรอื ปญั หาเพ่ือ
ทำโครงงาน
๒. วางแผน
กจิ กรรมของนักศึกษา กิจกรรมสนับสนนุ ของครู
๑. กำหนดจุดประสงค์ คิดทบทวนหาเหตุผลในการ ๑. ใชค้ ำถามให้นักศกึ ษาคิดถึงความตอ้ งการหรือ
ตัดสินใจในกล่มุ แลว้ เขยี นสิง่ ทก่ี ลุ่มต้องการ ประเด็นทตี่ ้องการศึกษา
๒. ตง้ั สมมุตฐิ าน พดู คุยในกลุ่มเพือ่ กำหนดคำตอบ ๒. วิเคราะห์ความเปน็ ไปได้ของจดุ ประสงคแ์ สดง
ลว่ งหนา้ เลอื กคำตอบทเี่ หมาะสม เขียนสงิ่ ที่คาดเดา ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะให้คิดอยา่ งรอบคอบ
ไวเ้ พอื่ รอการพิสจู น์ ๓. ใหก้ ำลังใจ ใช้คำถามกระตุ้นให้นกั ศึกษาคาดเดา
๓. กำหนดวิธกี ารศกึ ษา รว่ มกันวางแผนโดยหาวิธี คำตอบ ลว่ งหน้าวา่ น่าจะเป็นอย่างไร
การศกึ ษานน้ั ๆ
๕
กจิ กรรมของนักศึกษา กจิ กรรมสนบั สนุนของครู
๔. เลอื กวิธีการศึกษา โดยกำหนดตวั แปรต้น
ตวั แปรตาม ตวั แปร ควบคมุ ขนั้ ตอน วธิ กี าร ๔. วเิ คราะห์ความเปน็ ไปได้ ใหค้ วามคิดเหน็
ระยะเวลา แหล่งเรยี นรู้ และวิธกี ารนำเสนอ ๕. ถามย้ำให้นกั ศึกษาคิดอย่างรอบคอบและม่นั ใจ
ผลงาน ในคำตอบท่คี าดคะเน
๕. จดั ทำเคา้ โครงของโครงงาน ๖. กระตุ้น สง่ เสริมใหค้ ำปรึกษาเกีย่ วกบั
๓. ลงมอื ปฏิบัติ - คิดวธิ ีการศึกษาใหห้ ลากหลาย
กิจกรรมของนักศกึ ษา - เลอื กการศึกษาทส่ี ามารถทำได้
- เลอื กแหลง่ ข้อมลู ทีเ่ หมาะสม
ลงมือปฏิบัติตามข้ันตอนทก่ี ำหนด บนั ทกึ ขอ้ มูล - จดั ทำเค้าโครงของโครงงาน
ทุกขน้ั ตอน ปรึกษาเพื่อนต่างกลมุ่ และครเู พอ่ื - ชว่ ยประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวก
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ รว่ มกันสรุปผลการปฏิบตั ติ าม
โครงงาน กจิ กรรมสนบั สนนุ ของครู
๑. สงั เกต พฤติกรรมการทำงานของนักศึกษา
๒. ใหค้ วามชว่ ยเหลอื เพ่อื แก้ปัญหาเมื่อต้องการ
๓. แนะนำแหลง่ เรียนรู้เพมิ่ เติม
๔. ใหแ้ รงเสรมิ กำลงั ใจ
๕. อำนวยความสะดวกต่างๆแกผ่ ู้เรยี น
๔. เขยี นรายงาน กิจกรรมสนบั สนนุ ของครู
กิจกรรมของนักศกึ ษา ๑. ใหค้ วามรแู้ ละคำปรึกษาในการเขยี นรายงาน
๑. เขียนรายงานตามรปู แบบ ทก่ี ำหนด ๒. แนะนำ ตชิ ม การเขยี นรายงาน
๒. จดั ทำเอกสารรูปเล่ม
๕. นำเสนอผลงาน กิจกรรมสนับสนนุ ของครู
กิจกรรมของนกั ศึกษา ๑. ใหค้ ำปรกึ ษาในการนำเสนอผลงาน
๑. เตรยี มการนำเสนอผลทไ่ี ด้จากการทำโครงงาน คือ ๒. ประเมินผลการทำโครงงาน โดยครผู สู้ อน
๓. ส่งผลงานของนกั ศึกษาท่ีโดดเด่นเขา้ รว่ ม
- กระบวนการศึกษา ประกวดในงานต่างๆ
- ผลทไี่ ด้จากการศึกษา
๒. เพอ่ื นประเมนิ เพื่อน
Check = ตรวจสอบการจดั การเรยี นรู้และโครงงานของนักเรยี น
Act = ปรับปรุงและพฒั นาการจัดการเรยี นรูข้ องครู และโครงงานของนักเรียน
๖
๕. ผลการดำเนินงาน
5.1 ผลที่เกิดกับผรู้ บั บรกิ าร(ผู้เรยี น/นักศกึ ษา)
หลังจากท่ีครไู ดจ้ ัดการเรยี นร้โู ดยใชโ้ ครงงานเป็นฐาน ( Project–based Learning : PBL)
ส่งผลให้นักศึกษามีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กล้าแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ได้นำทรัพยากร
ในท้องถิ่นของตนเองมาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ และมีเจตคติท่ดี ีต่อการเรียนตามลำดับ
ผลจากการจดั การเรียนรู้โดยใชโ้ ครงงานเปน็ ฐาน ( Project–based Learning : PBL)
ส่งผลให้นักศึกษาได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับท่ี ๑ การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักศึกษา
กศน. ระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ด้านส่ิงแวดล้อม ประเภท นวัตกรรมจากขยะ
ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพอื่ การศึกษาพระนครศรีอยุธยา
5.2 ผลท่ีเกิดกบั กศน.ตำบล
5.2.1 กศน.ตำบล จัดการเรยี นรู้มปี ระสิทธภิ าพ เอ้ือต่อการเรียนรู้สำหรับผู้เรยี น
ทกุ คน
5.2.2 กศน.ตำบล มกี ารประสานงาน มีความราบรื่น รวดเร็ว สง่ ผลใหก้ ารดำเนินกจิ กรรม
เป็นไปดว้ ยความเรยี บร้อย
5.2.3 กศน.ตำบล ไดร้ บั การนิเทศตดิ ตามอย่างตอ่ เนื่อง
5.2.4 กศน.ตำบล มบี ทบาทสำคญั ในการจดั และส่งเสรมิ การเรยี นรู้ตลอดชีวติ ของประชาชน
และสรา้ งสังคมแหง่ การเรยี นรใู้ นชุมชน
5.3 ผลท่เี กดิ กบั สถานศกึ ษา กศน.อำเภอโคกสำโรง
5.3.1 สถานศกึ ษาได้รบั รางวัลระดับตา่ ง ๆ ทัง้ ดา้ นผู้บริหาร ครู และนักศึกษา
5.3.2 ครูมีสมรรถะในการจัดการเรยี นการสอนทม่ี ีคณุ ภาพ
5.4 ผลทเ่ี กดิ กับชุมชน สังคม
5.4.1 มีการประสานเครอื ข่ายในชุมชนร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยสง่ เสรมิ สนับสนนุ ให้
ทุกภาคส่วนในชมุ ชน/สงั คม เขา้ มามีส่วนรว่ มเป็นภาคเี ครือข่ายในการดำเนนิ การจัดกจิ กรรม กศน. ตำบล
รว่ มกนั
5.4.2 ได้รบั ความไว้วางใจจากผู้นำชุมชน และประชาชนในพ้ืนที่
๗
๖. ปัจจัยแหง่ ความสำเรจ็
๑. นกั ศึกษามีความกระตือรือรน้ ในการทำโครงงาน จนประสบความสำเรจ็ ไดร้ ับรางวัล
๒. ครูสามารถพัฒนาการเรียนการสอนโดยเนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคัญ
๓. ผูบ้ รหิ าร และบคุ ลากรทางการศึกษาทกุ ทา่ นใหก้ ารสนบั สนนุ ในการจัดการเรยี นรู้อย่างต่อเนอื่ ง
๗. บทเรยี นท่ีไดร้ บั
นกั ศกึ ษาเกิดความรูท้ ่คี งทน มที กั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ กล้าแสดงออกอยา่ ง
สร้างสรรค์ ได้นำทรัพยากร ในท้องถิ่นของตนเองมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และสามารถประยุกต์ใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั ได้
๑
ภาคผนวก
๒
การจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยโครงงาน
๓
๔
นำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ประเภทนวตั กรรมจากขยะ เร่อื งแผน่ ปูทางเดินจากใบไมแ้ หง้
โครงการพฒั นาวิชาการการเรยี นรู้ดว้ ยโครงงาน
๕
การประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตร์ สำหรบั นักศกึ ษา กศน. ระดบั พื้นท่ี
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕
ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ประเภท นวตั กรรมจากขยะ
ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพอ่ื การศกึ ษาพระนครศรีอยุธยา
๖
รางวัลรองชนะเลศิ อนั ดับที่ ๑
การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนกั ศึกษา กศน. ระดับพ้ืนท่ี ประจำปงี บประมาณ ๒๕๖๕
ดา้ นสิ่งแวดล้อม ประเภท นวตั กรรมจากขยะ ณ ศูนย์วทิ ยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพระนครศรีอยธุ ยา
๗
๘
คณะผ้จู ัดทำ
ที่ปรกึ ษา ยิ้มละไม้ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอโคกสำโรง
1. นางประชัน พฤกษาชีพ ครู
2. นายวันชยั วัชรานนั ทกลุ ครูผู้ชว่ ย
3. นายอภินทั ธ์ ทองสขุ ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรยี น
๔. นางเบญจมาศ
ข้อมูล/เรยี บเรียง/จดั ทำต้นฉบับ ครู กศน.ตำบล
นางสาวประภาพรรณ ยิ้มเสถยี ร
๙