The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การงานอาชีพ ม.3หน่วยที่1 การดูแลรักษาเสื้อผ้า

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanchai_wangdee, 2023-06-05 23:55:26

การงานอาชีพ ม.3 หน่วยที่1 การดูแลรักษาเสื้อผ้า

การงานอาชีพ ม.3หน่วยที่1 การดูแลรักษาเสื้อผ้า

Keywords: การงานอาชีพ ม.3หน่วยที่1 การดูแลรักษาเสื้อผ้า

การดูแลรักษา เสื้อผ้า การดูแลเส ื้อผ ้ า ในชีวิต ประจ าวัน ประเภทของ เสื้อผ้า การลบ รอยเปื้ อน การซักผ้า การตากผ้า การรีดผ้า การพับผ้า การจัดเก็บ เสื้อผ้า


การด ู แลเส ื ้ อผ ้ า ในชีวิตประจ าวัน ๑. ลา ดบ ั ข ้ น ั ตอนในการด ู แลเส ื ้ อผ ้ า ประโยชน ์ ของการด ู แลเส ื ้ อผ ้ าใน ชีวิตประจ าวัน ๒.


ลา ด ั บข ้ ั นตอนในการด ู แลเส ื ้ อผ้า ขั้นที่ ๒ รวบรวมเส ้ ื อผา ้ ท ี่จะซกัสา รวจส ิ่งของท ี่ตกคา ้ งตามกระเป๋ า แยกผ้าสี และผา ้ ขาวออกจากกนัเส ้ ื อผา ้ ท ี่ส ี ตก สกปรกมาก หร ื อผา ้ ท ี่ตอ ้ งด ู แลเป็ นพิเศษ ควรแยกออกไวซ ้ กัต ่ างหาก


ลา ด ั บข ้ ั นตอนในการด ู แลเส ื ้ อผ้า ขั้นที่ ๔ ซ ่ อมแซมเส ้ ื อผา ้ ท ี่ชา ร ุ ด ชายกระโปรงหล ุ ด ถา ้ เส ้ ื อผ้าช ารุดมากให้แยก ออกไวซ ้่ อมแซมแลว ้ จ ึ งนา ไปซกัภายหลงั


ลา ด ั บข ้ ั นตอนในการด ู แลเส ื ้ อผ้า ขั้นที่ ๗ เม ื่อเส ้ ื อผา ้ แหง ้ ควรจดัเกบ ็ เส ้ ื อผา ้ใหเ ้ ร ี ยบร ้ อย เส ้ ื อผา ้ ท ี่ไม ่ ตอ ้ งร ี ดให ้ นา ไปพบัเกบ ็ ใหเ ้ ร ี ยบร ้ อย ส ่ วนเส ้ ื อผา ้ ท ี่ตอ ้ งร ี ดใหใ้ส ่ไมแ ้ ขวนไวร ้ อร ี ดไม ่ ควร พบัเส ้ ื อผา ้ หร ื อใส ่ ตะกร ้ าใหเ ้ส ้ ื อผา ้ ทบัซอ ้ นกนัเพราะจะทา ใหรัดเรียบได้ยาก ้


ลา ด ั บข ้ ั นตอนในการด ู แลเส ื ้ อผ้า ขั้นที่ ๙ จดัเกบ ็ เส ้ ื อผา ้ เขา ้ ท ี่ใหเ ้ ร ี ยบร ้ อย เพ ื่อความเป็ นระเบ ี ยบป้ องกนัฝ่ น ุ ละอองและป้ องกนัแมลงท ี่อาจมากดัแทะเส ้ ื อผา ้ใหช ้ า ร ุ ดเส ี ยหาย


๕. ช ่ วยร ั กษาส ิ่งแวดลอ ้ มหร ื อลดภาวะ โลกร ้ อน เน ื่องจากการใชเ ้ส ้ ื อผา ้ อยา ่ ง ค ุ ม ้ ค ่ าช ่ วยลดการซ ้ ื อเส ้ ื อผา ้ใหม ่ หร ื อ ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานใน การผล ิ ตเส ้ ื อผา ้ ประโยชน ์ ของการด ู แลเส ื ้ อผ ้ าในช ี วต ิประจ าวัน ๑. ทา ใหเ ้ส ้ ื อผา ้สะอาดเร ี ยบร้อย ๒. ช ่ วยส ่ งเสร ิ มบ ุ คล ิ กภาพท ี่ดี ใหแ ้ ก ่ ผส ู ้ วมใส ่ ๓. เน ้ ื อผา ้ไม ่ สกปรกไม ่ หมอง ไม ่ เก ่ าง ่ าย ๔. เน ้ ื อผา ้ ท ี่ไดร ้ั บการด ู แลอยางถูกวิีี ่ จะไม ่ เปื่อยง ่ าย ทา ใหเ ้ส ้ ื อผามีอายุ ้ การใชง ้ านนานข ้ึ น


ประเภทของเสื้อผ้า ๑. ประเภทของเสื้อผ้า ๒ หลก ั การด ู แลเส ื ้ อผ ้ า .


๑. เสื้อผ้าจา ก เส้นใย ธรรมชาติ ผ้าฝ้าย (Cotton ) คุ ณ ส ม บัติ เ ง า ม นั น อ ้ ย ย ด ื ห ย น ุ่ต่า ดู ด ซ บั ค ว า ม ช้ื น แ ล ะ ร ะ บ า ย ค ว า ม ร้ อ น ไ ด ด้ี ไ ม่เ กิ ด ไ ฟ ฟ้ า ส ถิ ต ไ ม่เป็ นขุย ทนความร้อนสูง ทน ต่อ ก า ร ข ดั ถู ท น ด่า ง การน าไปใช้ประโยชน์ ตดัเยบ็เส้ือผา้สวมใส่ใ น ฤ ดู ร้ อน ท า ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน เ ส้ื อ ผ า้ เ ด ก ็ อ่อ น ผ า้ อ อ้ ม ข้อเสียไม่ท น ต่อ ก ร ด ย บั ง่า ย ติ ด ไ ฟ เ ร็ ว


ผ้าลินิน (Linen ) คุ ณ ส ม บัติ เ ง า ม นั ก ว า่ผ า้ ฝ้ า ย ส ว ย ง า ม ดู ด ซ บั ค ว า ม ช้ื น ไ ด ด้ี ก ว า่ผ า้ ฝ้ า ย แ ห ง ้เร็ว ทน ความร้อนและแสงแดดได้ดี ต้านทานเช้ือราและแบคทีเรียไดด้ีกวา่ผาฝ้าย ้ไม่มีปัญหาไฟฟ้าสถิต การน าไปใช้ประโยชน์ ตดัเยบ็เส้ือผา้สวมใส่ใ น ฤ ดู ร้อน ท า ผ้าลูกไม้ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าปูโต๊ ะ ข้อเสียไม่ท น ท า น ต่อ ก า ร ข ดั ถู เ น้ื อ ผาแข็ง ้ ย บั ง่า ย ไ ม่ท น ส า ร ฟ อ ก ข า ว ผ้าไหม (Silk) คุ ณ ส ม บัติ เ ง า ม นั ส ว ย ง า ม ผ า้ ทิ้ง ต วั ดี ดู ดซับ ค ว า ม ช้ื น ไ ด ด้ี ส ภ า พ อ า ก า ศ ร้ อ น ส ว ม ใ ส่แลว้จะรู้สึกเยน็สบายและอบอุ่นเมื่อสวมใส่ในฤดูหนาว ไม่ค่อยเกิดไฟฟ้า สถิต ทนร้อนได้ปานกลาง การน าไปใช้ประโยชน์ ตดัเยบ็เส้ือผา้สวมใส่ใ น ฤ ดู ร้อน ท า ผ้าลูกไม้ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าปูโต๊ ะ ข้อเสียไม่ท น ท า น ต่อ ก า ร ข ดั ถู เ น้ื อ ผาแข็ง ้ ย บั ง่า ย ไ ม่ท น ส า ร ฟ อ ก ข า ว


ผ้าพอลิเอสเตอร์ (Polyester) คุ ณ ส ม บัติ เ ส้ น ใ ย นุ่ม ดู ด ซ บั ค ว า ม ช้ื น ไ ดน้อย ้ น้ า ห น กั เ บ า ไ ม่ย บั ง่า ย ไ ม่ห ด ตว รีดจีบ ั จี บ ถ า ว ร ไ ม่ย ว้ ย แ ห ง ้ ไ ว ซ กั ง่า ย ดแลู ง่า ย การน าไปใช้ประโยชน์ ใชเ้ลียนแบบและผส ม ก บั เ ส้ น ใ ย อื่น ได้ดี นิยมใช้ในวงการอุตสาหกรร ม เ ส้ื อ ผ า้ ผ้าสแปนเด็กซ์(Spandex) หรือ ไลครา (Lycra ) คุ ณ ส ม บัติ ค ว า ม เ ห นี ย ว ต่า แ ต่ส า ม า ร ถ ย ด ื ห ดตัว ไ ด สู้ ง ดู ด ซ บั ค ว า ม ช้ื น ไ ด ต้่า ไ ม่ย บั ง่า ย โค้งงอได้ดี ความร้อนจะท าให้ความยดืหยนุ่ลดลง การน าไปใช้ประโยชน์ ใชท้า เส้ือช้นั ในสตรี ย า ง ยด และผ้า ื ที่ใช้ทางการแพทย์


๒. เสื้อผ้าจาก เส้นใย สังเคราะห์ ผ้าไนลอน (Nylon ) คุ ณ ส ม บัติ มีความเหนียว แข็งแรงทนทานมาก ย ด ื ห ย น ุ่ดี การน าไปใช้ประโยชน์ ใชท้า ถุงน่องสตรีแล ะ เ ส้ื อ ผ า้ ตาง ่


๓. เสื้อผ้าจาก เส้นใย กึ่งสังเคราะห์ ผ้าเรยอน (Rayon ) คุ ณ ส ม บัติ เ น้ื อ นุ่ม ส ว ย ง า ม มี ค ว า ม ม นั เ ง า ค ลาย้ ไ ห ม ดู ด ซ บั น้ า ไ ด ด้ี การน าไปใช้ประโยชน์ ใช้ท าผ้าไหมเทียม ข้อเสียยบัง่า ย ค ล า ย ย บั ย า ก รี ด เ รี ย บ ทิ้ง ไ ว จ้ ะ ลู่ลง เปื่อยง่าย


หลก ั การด ู แลเส ื ้ อผ ้ า ตัวอย ่ างสัญลกัษณ ์ในการดูแลเส ื้อผ ้ า ๑. ขณะสวมใส ่ เส ้ ื อผา ้ ตอ ้ งระมดัระวงัไม ่ใหเ ้ปรอะเป ้ ื อน และ ถ ู กของแหลมคมเก ี่ยวขาด ๒. ไม ่ ควรใส ่ ของหนกัหร ื อของม ี คมในกระเป๋ าเส ้ ื อผา ้ เพราะจะท าให้กระเป๋ าขาดได้ ๓. เส ้ ื อผา ้ เม ื่อถอดแลว ้ จะสวมใส ่ อ ี กควรแขวนดว ้ ยไม้แขวน และเกบ ็ ไวใ้ นท ี่อากาศถ ่ ายเทไดด ้ี ๔. สา รวจสัญลกัษณ ์ บนป้ ายผา ้ ท ี่ต ิ ดมากบัเส ้ ื อผ้า และดูแล รักษาให้ถูกวิีี


การลบรอยเปื้ อน การลบรอยเปื้ อน หมายถ ึ งการขจด ั รอยเป ้ ื อนต ่ าง ท ี่เก ิ ดข ้ึ นเฉพาะท ี่บนเส ้ ื อผา ้ ออกจากเสน ้ ใยของเส ้ ื อผา ้ ก ่ อนนา ไปซก ั โดยใชส้ ารต ่ าง ท ี่ไม ่ ทา ลายเน ้ ือผ้า เพ ื่อใหเ ้ น ้ ื อผา ้ กลบ ั มาม ี สภาพคลา ้ ยแบบเด ิ มมากที่สุด


การลบรอยเปื้ อน กาว (Glue) วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : ท ิ ้ งรอยเป ้ ื อนกาวใหแ ้ หง ้ ลอกกาวบางส ่ วนออกแช ่ รอยเป ้ ื อนในน ้ า เยน ็ ประมาณคร่ึ งชวั่โมงแลว ้ นา ไปซกัดว ้ ยน ้ า สบ ู ่ อ ่ อน วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : แช ่ รอยเป ้ ื อนในน ้ า เยน ็ ซกัน ้ า เปล ่ าหลาย คร ้ังแลว ้ ซกัดว ้ ยน ้ า ผสม ผงซักฟอก ไข่ (Egg)


การลบรอยเปื้ อน วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : ท ิ ้ งคราบโคลนไวใ้ หแ ้ หง ้ ขด ู คราบโคลนออก นา ไปซกัในน ้ า ีรรมดา แลว ้ จ ึ งนา ไปซกัในน ้ า อ ุ ่ นท ี่ผสมผงซกั ฟอกถา ้ ยงัม ี ส ี ด ิ นต ิ ดอยใ ู ่ หเ ้ ช ็ ด ด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : ใชน ้้ า ส้ มสายช ู หร ื อน ้ า ยาซกัแหง ้ ทาท ี่รอยเป ้ ื อนท ิ ้งไว้ ๑ คืน น าไปซัก ในน ้ า สบ ู ่ อ ุ ่ น คราบเหงื่อใต้วงแขน (Sweat) โคลน (Mud)


การลบรอยเปื้ อน ช็อกโกแลตหรือกาแฟ (Chocolate or Coffee) วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : แช ่ รอยเป ้ ื อนในน ้ า อ ุ ่ น ถา ้ ยงัม ี คราบส ี น ้ า ตาลอยใ ู ่ หเ ้ช็ดด้วยสารฟอกขาว ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : ซกัในน ้ า อ ุ ่ นจดั ท ี่ผสมผงซกั ฟอกถา ้ ซกัออกไม ่ หมดให้เช็ดด้วย คาร์บอนเตตระคลอไรด์ นมหรือเนย (Milk or Butter)


การลบรอยเปื้ อน วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : ใชแ ้ป้ งโรยบร ิ เวณรอยเป ้ ื อนท ิ ้ งไวป้ ระมาณ ๑๕ นาที เพื่อดูดซับคราบ น ้ า มนัเทน ้ า เด ื อดลงบนรอยเป ้ ื อนแลว ้ นา ไปซกัตามปกต ิ วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : หากเป็ นรอยยางกลว ้ ยท ี่ยงัใหม ่ อยบ ู ่ นเส ้ ื อผา ้ ใหร ้ี บเอาน ้ า มะนาวมา บ ี บใส ่ ลงไปตรงรอย หร ื ออาจจะเอารอยน ้ นั ไปขย ้ ซ ี กัในน ้ า มะนาวได้ เลยยางกลว ้ ยท ี่ต ิ ดอยก ู ่ จ ็ ะหายไป น ้ามัน (Oil) ยางกล้วย (Banana Tree Sap)


การลบรอยเปื้ อน วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : ใชฟ้ องน ้ า ช ุ บน ้ า มนัยค ู าล ิปตสักล ี เซอร ี น หร ื อแอลกอฮอลเ ์ ชด ็ ท ี่รอยเป ้ ื อน แลว ้ ลา ้ งออกดว ้ ยน ้ า ีรรมดาถา ้ ยงัออกไม ่ หมดใหใ้ ชฟ้ องน ้ า ช ุ บน ้ า มนัไฟ แชก ็ เชด ็ ซ ้ า อ ี กคร ้ัง วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : แช ่ รอยเป ้ ื อนในน ้ า สบ ู ่ อ ่ อน ทาสบ ู ่ ท ี่รอยเป ้ ื อน ขย ้ จนคราบเลือดออก ี หมด ลิปสติก(Lipstick) คราบเลือด (Blood)


การลบรอยเปื้ อน วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : ใชม ้ ะนาวผสมเกล ื อทาท ี่รอยเป ้ ื อนท ิ ้ งไวป้ ระมาณ ๑๐ นาที จึงน าไปซัก ตามปกติ วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : ถา ้ เป็ นรอยเป ้ ื อนใหม ่ ใหข ้ ย ้ ใี นน ้ า ผสมสารซกั ฟอกถา ้ ท ิ ้งไว้นานให้ เชด ็ รอยเป ้ ื อนดว ้ ยแอมโมเน ี ยท ิ ้ งไวป้ ระมาณ ๑๕ นาท ี ขย ้ ร ี อยเป ้ ื อนแลว ้ จึงน าไปซักตามปกติ ปากกาหมึกแห้ง (Ink) สนิม (Rust)


การลบรอยเปื้ อน วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : ใชน ้้ า แขง ็ ถ ู บนหมากฝรั่งขด ู หมากฝรั่งท ี่ต ิ ดบนเส ้ ื อผาออกให้มากที่สุด ้ ใชน ้้ า มนัสนหร ื อคาร ์ บอนเตตระคลอไรด์ทาบร ิ เวณรอยเป ้ ื อนนา ไปซัก ตามปกติ วิธีก าจัดรอยเปื้ อน : เชด ็ ดว ้ ยแอลกอฮอลห ์ ร ื อนา ไปซกัในน ้ า อ ุ ่ นผสมดว ้ ยผงซกั ฟอก ถ้าออก ไม ่ หมด ใหเ ้ ชด ็ ดว ้ ยคาร ์ บอนเตตระคลอไรด์จนสะอาด หมากฝรั่ง (Chewing Gum) ไอศกรีม (Ice Cream)


การซักผ้า ๑. สารเคมีที่ใช้ในการซักผ้า ๒ อ ุ ปกรณ ์ ทใี ่ ช ้ในการซ ั กผ ้ า . ๓ วิธีการซักผ้า .


๑. สารซักฟอก เป็ นสารเคมีสังเคราะห์จากผลิตภัณฑ์ปิ โตเลียม ทา หนา ้ ท ี่ชา ระลา ้ งส ิ่งสกปรก ม ีประส ิ ที ิ ภาพด ี กวา ่ สบ ู ่ ราคาถูก ประกอบด้วยสาระส าคัญ ๒ ชนิด คือ ✓ สารลดแรงตึงผิว ✓ สารลดความกระด้างของน ้า สารซกั ฟอกม ี หลายชน ิ ด ไดแ ้ ก ่ ผงซกั ฟอก น ้ า ยา ซกัผา ้ สบ ู ่ ซกัผา ้ ควรเล ื อกใชใ้ หเ ้ หมาะสมกบั ชนิดของ เส ้ ื อผา ้ และการนา ไปใช ้ สารเคมีที่ใช้ในการซักผ้า


๒. น า ้ ย า ป รับ ผ้ า นุ่ ม (Fabric Softener ) เ ป็ น ส า ร ที่มี ส่ว น ผ ส ม ข อ ง น้ า ม นั ช่ว ย เ ค ลือบผืนผ้า ล ด ค ว า ม ก ร ะ ด า้ ง ข อ ง ผ า้ ช่ว ย ล ด ก า ร ดู ด ซ บั ข อ ง น้ า และ ป ร ะ จุ ไ ฟ ฟ้ า ส ถิ ต ท า ใ ห ผ ้ า้ ไ ม่แ น บ ติ ด ต วั แ ล ะ ปรับสภาพ เ ส้ น ใ ย ใ ห ฟ ้ ู ข้ึ น ท า ใ ห ผ ้ า้ นุ่ม โ ด ย ผ ส ม ใ น น้ า สุ ด ท า้ ย ก่อ น บี บ ผ า้ ข้ึ น ต า ก สารเคมีที่ใช้ในการซักผ้า


๔. คราม การลงคราม โดยแช ่ ผา ้ ขาวท ี่ซกัแลว ้ ลงในน ้ า ผสมครามใหม ้ี ส ีฟ้ าอ ่ อน ขยา เบา บ ี บน ้ า ครามออก ก ่ อนนา ข ้ึ นตากเม ื่อแหง ้ แลว ้ จะม ี ส ี ขาวนวลข ้ึ น แต ่ ถา ้ ผสมผงครามใหม ้ี ส ี เขม ้ เก ิ นไป ผา ้ส ี ขาวจะกลายเป็นสี ฟ้ าหม ่ น ไม ่ น ่ าสวมใส ่ ๓. น ้ายาขจัดคราบสกปรก (Stain Remove) ช ่ วยใหค ้ ราบสกปรกต ่ าง หล ุ ดออกจากเส้ นใยผ้า ไดง ้่ ายข ้ึ น สารเคมีที่ใช้ในการซักผ้า


๕. สารฟอกขาว (Bleach ) เ ป็ น น้ า ย า ที่ค ล อ รี น เ ป็ น ส่ว น ป ร ะ ก อ บหลัก ท า ห น้ า ที่ช่ว ย ใ ห้ ผ า ้ ข า ว ข้ึ น ล ด ค ว า ม ห ม องของ เ น้ื อ ผ า้ ค ว ร ศึ ก ษ า คุ ณ ส ม บ ตัิ ข อ ง ผ า้ ก่อ น ท า การซัก ผ้าบางชนิดผสมใยสังเคราะห์ เมื่อถูกสารฟอกขาวจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเหลืองหรือสีน้า ตาลอ่อนเวลาใชต้อ้งระมดัระวงัอยา่ ใหถู้กเน้ือผาโดยตรง ้ สารเคมีที่ใช้ในการซักผ้า


๖. แป้งมันส าปะหลัง (Tapioca Flour) ใชส้ า หรับลงผา ้ใหม ้ี ความคงร ู ปเร ี ยกวา ่ “การลง แป้ง” ใชไ้ ดท ้้ งัผา ้ส ี และผา ้ ขาว โดยทวั่ ไปแลว ้ จะใชก ้ บั ผ้าฝ้ายและผ้าไหม โดยใช้แป้งมันส าปะหลังต้มกบัน ้ า พอน ้ า แป้ งส ุ กจะม ี ลกัษณะขน ้ ใส นา มาผสมน ้ า คนให้ ทวั่แลว ้ นา ไปกรองดว ้ ยผา ้ ขาวบางเพ ื่อขจดัเศษฝุ่ น ละอองและแป้ งท ี่จบัเป็ นกอ ้ นออกจากน ้ า แป้ ง น าผ้าลง แช ่ใหท ้ วั่ประมาณ ๕ นาท ี บ ี บน ้ า แป้ งออกจากผ้าแล้ว น าไปตาก อาจใช้เยลลีลงผ้าแทนแป้งมันส าปะหลัง โดยนา ไปตม ้ ผสมกบัน ้ า และกรองเช ่ นเด ี ยวกบัการลง แป้ง สารเคมีที่ใช้ในการซักผ้า


กะละมังซักผ้า (Basin) อ ุ ปกรณ ์ ทใี ่ ช ้ในการซ ักผ้า ใชส้ า หรับใส ่ น ้ า ซกัเส ้ ื อผา ้ กะละมังท า จากวสัด ุ ต ่ าง เช ่ น พลาสต ิ ก สังกะส ี สเตนเลส อะลูมิเนียม เมื่อใช้งานเสร็จควรคว ่าหรือพิงในที่ ร ่ มใหน ้ ้ า ไหลออกจากกะละมงัก ่ อนนา ไปเกบ ็ ตะกร้าใส่ผ้า (Basket) ใชส้ าหรับใส ่ ผา ้ ตะกร ้ าใส ่ ผาท าจาก ้ วสัด ุ ต ่ าง พลาสต ิ ก หวาย ตะกร ้ าท ี่ผล ิ ตจาก พลาสต ิ กม ี น ้ า หนักเบาและราคาถ ู ก แต ่ เปราะ แตกหักง ่ าย ส ่ วนตะกร ้ าหวายจะม ี น ้ าหนัก มากกวา ่ แต ่ จะทนทานกวา ่ ไม ่ แตกหกัง ่ าย


อ ุ ปกรณ ์ ทใี ่ ช ้ในการซ ักผ้า แปรงซักผ้า (Clothees Brush) ใชส้ า หรับแปรงผา ้ในส ่ วนท ี่สกปรกมาก โดยเฉพาะปกเส ้ ื อควรเล ื อกใชแ ้ปรงท ี่ม ี ขนอ ่ อนน ุ ่ ม เพราะถา ้ ขนแปรงแขง ็ จะทา ลายเน ้ ื อผา ้ ทา ใหเ ้ส้นใยผ้า ขาดง ่ าย หา ้ มใชแ ้ปรงซกัผา ้ กบัผา ้ ท ี่เน ้ ื อบาง กระดานแปรงผ้า (Washing Board) ใชส้ า หรับรองขย ้ ผ ี า ้ แทนการขย ้ ผ ีาด้วยมือ ้ ท ้ งัสองขา ้ ง ช ่ วยใหผ ้ า ้สะอาดข ้ึ นโดยไม ่ เปลืองแรง และช ่ วยประหยดัเวลาในการซกัผา ้


เครื่องซักผ้า (washing Machine) อ ุ ปกรณ ์ ทใี ่ ช ้ในการซ ักผ้า เป็ นเคร ื่องท ุ ่ นแรงช ่ วยใหง ้ านซกัผา ้ ง ่ ายข ้ึ น ม ี การนา เทคโนโลยต ี่ าง มาผสมผสาน ออกแบบ เคร ื่องซกัผา ้ใหท ้ า ความสะอาดเส ้ ื อผา ้ไดอ ้ ยา ่ งม ีประส ิ ที ิ ภาพมากข ้ึ น ม ี๒ แบบ คือ เครื่องซกัผา ้ ก่ึ งอตัโนมตัิ และเครื่องซักผ้าอัตโนมัติ


วิธีการซักผ้า วิธีการซักผ้าด้วยมือ การซักผ้าด้วยมือ เป็ นการซักผ้า แบบด ้ งัเด ิ มท ี่ตอ ้ งออกแรงขย ้ ห ี ร ื อแปรงผ้าที่ ซกัซ่ึ งใชเ ้ วลาและใชแ ้ รงมากกวา ่ ซกั ด้วย เครื่องซักผ้า ข้อดี คือ สามารถท าความสะอาด เฉพาะส ่ วนไดด ้ี เคร ื่องม ื อหร ื ออ ุ ปกรณ ์ไดแ ้ ก ่ถังหรือ อ ่ างสา หรับแช ่ และซกัผา ้ อยา ่ งนอ ้ ย ๒ ใบ และแปรงซักผ้า


ขั้นตอนการ ซักผ้าด้วยมือ ๔. นา ผา ้ไปแช ่ น ้ า ผสมผงซก ัฟอกประมาณ ๑๕–๒๐ นาที เพ ื่อใหใ้ ยผา ้ พองตว ั คายส ิ่งสกปรกใหห ้ ล ุ ดออกไดง ้่ ายข ้ึ น ในการแช ่ ผา ้ไม ่ ควรนา กางเกงช ้ น ั ใน ถ ุ งเทา ้ แช ่ปนกบ ั เส ้ ื อ ๕. ขย ้ ห ี ร ื อใชแ ้ปรงซก ั ผา ้ แปรงส ่ วนท ี่สกปรกมากเช ่ น คอเส ้ ื อ แขนเส ้ ื อขอบขอ ้ ม ื อ ปากประเป๋ า ชายกางเกงแลว ้ ขย ้ ใี หท ้ ว ั่ จนสะอาด


ขั้นตอนการ ซักผ้าด้วยมือ ๑. แยกผา ้ ขาวผา ้ส ี และผา ้ส ี ตกจากกน ั ก ่ อน และตรวจสอบ ส ิ่งของในกระเป๋ าเส ้ ื อกางเกง หร ื อกระโปรงออกใหห ้ มด ๒. ควรซก ั ผา ้ ขาวก ่ อน โดยนา เส ้ ื อผา ้ไปซก ัในน ้ า สะอาด เพื่อขจัดคราบสกปรกออกบ้าง ๓. ใส ่ ผงซก ัฟอกลงในน ้ า ปร ิ มาณท ี่พอเหมาะกบ ั เส ้ ื อผา ้ หรือตามค าแนะน าการใช้และตีผงซักฟอกให้ละลาย


ขั้นตอนการ ซักผ้าด้วยมือ ๖. เมื่อซักผ้าขาวแล้ว ใช้น าผสมผงซักฟอกเดิมในการซักผ้าสี ส ่ วนผา ้ส ี ตกควรแยกซก ั ต ่ างหากโดยเล ื อกซก ั กระโปรง กางเกงถ ุ งเทา ้ และเส ้ ื อผา ้ ท ี่สกปรกมากตามลา ดบ ั ๗. ซก ั ผา ้ ขาวในน ้ า สะอาดเพ ื่อลา ้ งผงซก ัฟอกก ่ อนแลวจึงซักผ้า ้ ส ี ต ่ อ ซก ั น ้ า เปล ่ าประมาณ ๒–๓ คร ้ ั งหร ื อจนกวา ่ จะหมดฟอง แช ่ น ้ า นาปร ั บผา ้ น ุ ่ ม บ ิ ดผา ้ พอประมาณใส ่ ตะกร ้ าแล้วน าไปตาก


วิธีการซักผ้า วิธีการซักผ้าด้วยเครื่อง การซกัผา ้ ดว ้ ยเคร ื่องช ่ วยประหยดั แรงและเวลา เหมาะสา หรับผา ้ ท ี่ไม ่ พ ิถีพิถัน ในการซกัหร ื อผา ้ ท ี่ไม ่ สกปรกมากก ่อนใช้ ควรศ ึ กษาวี ิีใชง ้ านจากค ู ่ ม ื อแนะนา การใช้ เคร ื่องซกัผา ้ ชน ิ ดน ้ นั อยา ่ งละเอ ี ยดและ ปฏ ิ บตัิ ตามอยา ่ งเคร ่ งครัด


ขั้นตอนการ ซักผ้าด้วยเครื่อง ๑. ตวงสารทา ความสะอาดใส ่ ลงในช ่ องสา หรับใส ่ สารแต ่ ละชน ิ ดให้มี ปร ิ มาณพอเหมาะก ่ อนใส ่ ผา ้ ลงในถงัเพ ื่อป้ องกนัไม ่ใหน ้ ้ า ยาต ่ าง หกใส ่ เน ้ ื อผา ้ ซ่ึ งจะทา ใหผ ้ า ้ เป็ นรอยด ่ าง ๒. ตรวจหารอยชา ร ุ ดเพ ื่อซ ่ อมแซม หร ื อตรวจหาคราบสกปรกเพ ื่อขจัด ออกก ่ อน กลดักระด ุ ม และร ู ดซ ิปใหเ ้ ร ี ยบร ้ อยก ่ อนใส ่ ลงในถ ุ งผ้า ๓. ใส ่ เส ้ ื อผา ้ในถ ุ งซกัเพ ื่อป้ องกนัไม ่ใหผ ้ า ้ พนักนัขณะเครื่องท างาน ใส ่ ถ ุ งผา ้ ลงในถงัซกั ไม ่ ควรใส ่ ผา ้ จนแน ่ นถงัเพราะจะทา ใหแ ้ กนของ เคร ื่องซกัผา ้ หม ุ นไม ่ได ้ ผา ้ไม ่ สะอาด และทา ใหเ ้ คร ื่องซกัผ้าเสียเร็ว


ขั้นตอนการ ซักผ้าด้วยเครื่อง ๔. ต ้ งัป่ ุ มใชป้ ร ิ มาณน ้ า และการทา งานของเคร ื่องใหส้ ัมพนัี ์ กบั ปร ิ มาณ และชน ิ ดของเน ้ ื อผา ้ ถา ้ ผา ้ เน ้ ื อบางหร ื อผา ้ ยด ื ควรต ้ งัรอบเครื่องให้ต ่า ถา ้ เป็ นผา ้ ท ี่ม ี เน ้ ื อหนาควรใชร ้ อบเคร ื่องส ู ง ไม ่ ควรปิดฝาของเครื่อง ซกัผา ้ และไม ่ ควรยน ื่ม ื อลงในถงัขณะท ี่เคร ื่องกา ลงัทา งาน ๕. น าเศษขยะออกจากถุงกรองในเครื่องซักผ้าและท าความสะอาดเครื่อง ซกัผา ้ ท ุ กคร ้ังหลงัใชง ้ าน


ตว ั อย ่ างส ั ญลก ั ษณ ์ ทแ ี ่ นะน าวธ ิี การด ู แลร ั กษาเส ื ้ อผ ้ า


การซกัผา ้ส ี ท ี่ส ี ตกไดง ้่ ายควรปฏ ิ บตัิ ดงัน ้ ี ๑. นา เส ้ ื อผา ้ส ี มาแช ่ในน ้ า เปล ่ าผสมเกล ื อในอตัราส ่ วน น ้ า ๔ ล ิ ตร ต ่ อ เกลือ ๒ ชอ ้ นโตะ ๊ คนใหเ ้ กล ื อละลายและนา ผา ้ ลงแช ่ประมาณ ๑ ชวั่โมง เพ ื่อป้ องกนัส ี ตกและทา ใหม ้ี ส ี สดใสข ้ึ น ๒. นา ผา ้ไปแช ่ในน ้ า ผสมสารซกั ฟอกอ ่ อน ในกะละมงัแช ่ ท ิ ้งไว้ ประมาณ ๑๕–๒๐ นาท ี ก ่ อนซกัตามปกต ิ ถา ้ ซกัดว ้ ยเคร ื่องควรจะแยก ซกัต ่ างหากกบัผา ้ อ ื่น เพ ื่อป้ องกนัส ี ตกใส ่


การตากผ้า ๑. อ ุ ปกรณ ์ ทใี ่ ช ้ในการตากผ ้ า ๒ วิธีการตากผ้า .


อ ุ ปกรณ ์ ทใี ่ ช ้ในการตากผ้า ราวตากผ้า (Clothes Line) ไม้แขวนผ้า (Hanger) ไม้หนีบผ้า (Clothes Pin) ใชส้ า หรับแขวนเส ้ ื อผา ้ ต่าง ไม้ แขวนท าจากวัสดุที่หลากหลายควร เลือกใช้ขนาดของไม้แขวนให้ เหมาะสมกบัเส ้ ื อผา ้ ใชส้ า หรับหน ี บเส ้ ื อผา ้ใหต ้ิดกบั อุปกรณ ์ สา หรับตากผา ้ เช่น ราวตาก ผ้า ไม้หนีบผ้าท าจากวัสดุหลากหลาย ชนิด ควรเล ื อกใชใ้ หเ ้ หมาะสมกบั เส ้ ื อผา ้ เม ื่อใชแ ้ ลว ้ ควรเกบ ็ รวบรวมไว้ ในกล่องหร ื อตะกร ้ าแลว ้ เกบ ็ เขา ้ที่ ใชส้ า หรับผ ้ ง ึ ผา ้ใหแ ้ หง ้ หลักจาก การซกัถา ้ ม ี บริเวณพ ้ ื นท ี่บานมากพอ ้ สามารถสร ้ างราวตากผา ้ไวอ ้ ยา่งถาวร แต่ถา ้ พ ้ ื นท ี่จา กดัอาจใชร ้ าวตากผ้าที่ ยืด หด และเคลื่อนย้ายได้


คลี่ผ้าออกสะบัดเบา กลับ ตะเขบ ็ เอาดา ้ นในของเส ้ ื อ ออกตากเพ ื่อใหเ ้ส ้ ื อผาด้าน ้ นอกโดนแสงแดดน้อยที่สุด ส ี จะไดไ้ ม่ซ ี ดเร ็ ว วิธีการตากผ้า ๑. อาจใช้ไม้แขวนหรือไม้หนีบ ผา ้ หน ี บผา ้ไวก ้ บัราวตากผา ้ โดยจดัเส ้ ื อผา ้ใหเ ้ ร ี ยบร ้ อย เพ ื่อใหเ ้ น ้ ื อผา ้ ยบันอ ้ยที่สุด ช่วยประหยดัแรงในข ้ นัตอน การรีดผ้า ๒. ผ้าสี ควรตากในบริเวณที่มีลม โกรกและมีแสงแดดร าไร เพื่อ ป้ องกนัไม่ใหส้ี ของผา ้ ซ ีดเร็ว แต่ถา ้ ตอ ้ งการตากผา ้ ท ี่ม ี เน ้ ื อ หนาควรตากผ้าในบริเวณที่มี แดดจัดเพื่อให้ผ้าแห้งสนิทและ ไม่ม ี กลิ่นอบั ๓. การตากผา ้ ควรแบ่งประเภท ของเส ้ ื อผา ้ เพ ื่อความเป็ น ระเบียบ สบายตา และสะดวก ในการจดัเกบ ็ ๔.


เส ้ ื อผา ้ ท ี่ม ี เน ้ ื อหนาควรวางพาด บนราว ๒–๓ เส้ นพร ้ อมกนั เพ ื่อใหเ ้ กิดช่องวา่งระหวาง่ เน ้ ื อผา ้ ลมสามารถโกรกผา่น เน ้ ื อผา ้ไดท ้ วั่ถ ึ ง เส ้ ื อผ้าจะแห้ง เสมอกนั วิธีการตากผ้า ๕. เส ้ ื อยด ื เส ้ ื อไหมพรม หร ือผ้า ขนสัตว์ที่มักยืดย้วยเสียทรง จากการหยดของน ้ า ในขณะท ี่ ตากผ้า ควรตากโดยวางราบลง กบัพ ้ ื นหร ื อบนตะแกรงตากผ้า ที่มีผ้าหรือกระดาษส าหรับน ้ า ๖. เม ื่อเส ้ ื อผา ้ แหง ้ แลว ้ใหเ ้ กบ ็ ออก จากราวตากผา ้ ผา ้ ท ี่อยใู่นไม้ แขวนใหเ ้ กบ ็ ท ้ งัไมแ ้ ขวน ส่วน ผ้าที่ใช้ไม้หนีบให้ปลดออกจาก ไมห ้ น ี บแลว ้ พบัคร่าว ใส่ ตะกร ้ า เพ ื่อรอร ี ดต่อไป ๗.


การรีดผ้า ๑. อ ุ ปกรณ ์ในการร ี ดผ ้ า ๒. การรีดผ้าอย่างประหยัดทรัพยากรและพลังงาน ๓ วิธีการรีดผ้า .


อ ุ ปกรณ ์ในการร ี ดผ ้ า เตารีด (Iron) ควรเลือกใช้งานให้เหมาะสม เพราะน ้ า หนกัของเตาร ี ดจะชวย ่ ใหเ ้ ก ิ ดแรงกดทา ใหผ ้ า ้ เร ี ยบง ่ าย ข ้ึ น ควรตรวจแผน ่ โลหะหนา ้ ตา ร ี ดใหส้ ะอาดอยเ ู ่ สมอ เตาร ี ดไอน ้ า ท ี๒ แบบ คือเตา ร ี ดไอน ้ า ีรรมดาและเตาร ี ดไอน ้ า แบบต ้ งัเตาร ี ดชน ิ ดน ้ ี ม ีไอน ้ า ใน ตวั ไม ่ ตอ ้ งพรมน ้ า เตาร ี ดชน ิ ดน ้ ี ราคาค ่ อนขา ้งสูง ม ี แผน ่ ความร ้ อนขนาดใหญ ่ ทางด้านบนของตัวเครื่อง มีคันโยก ที่ให้แรงกดสูง ท าให้ผ้าเรียบ ภายในเวลาอันรวดเร็ว เตารีดธรรมดา เตารีดไอน ้า เตารีดแบบกดทับ


อ ุ ปกรณ ์ในการร ี ดผ ้ า โต๊ะรองรีด (Ironing Board) ควรเลือกโต๊ะที่สามารถปรับ ระ ดับ ขา ต ้ังใ ห ้สัม พัน ี ์ กับ ควา ม ส ู งของผ ู ้ ร ี ด ไ ด ้ ขา ต ้ัง แข็งแรง ผ้าปูรองรีดทนความร้อน และสามารถถอดท าความสะอาด ได้ ใชส้ า หรับช ่ วยร ี ดแขนเส ้ ื อ หรือตะเข็บบางตะเข็บที่ต้องการ ความประณ ี ตและไม ่ สามารถใช ้ เตารีดสอดเข้าไปได้ ใชส้ า หรับฉ ี ดน ้ า แทนการใช้มือ พรมน ้ า ช ่ วยใหน ้ ้ า กระจายทวผืน ั่ ไดม ้ ากข ้ึ น หมอนรองรีด (Tailor’s Ham) กระบอกฉีดน ้า (Spray Bottle)


การรีดผ้าอย่างประหยัดทรัพยากรและพลังงาน วิธีรีดผ้าที่ช่วยประหยัดทรัพยากรและพลังงาน มีดังนี้ ๑. เตรียมอุปกรณ์ในการรีดผ้าให้พร้อม ๒. ทา ความสะอาดหนา ้ เตาร ี ดก ่ อนร ี ด ๓. ก ่ อนร ี ดควรจดัเกบ ็ ใหผ ้ า ้ ยบันอ ้ ยท ี่ส ุ ดเพื่อให้ เร ี ยบง ่ ายและประหยดัพลงังาน ๔. การร ี ดแต ่ ละคร ้ังควรร ี ดในจา นวนท ี่มาก สมควร ๕. ถา ้ใชเ ้ ตาร ี ดีรรมดาใหพ ้ รมผา ้ใหท ้ วั่ผนแล้ว ื มว ้ นใส ่ กะละมงั ใชผ ้ า ้ คล ุ มเพ ื่อไม ่ใหผ ้าที่พรมแห้ง ้ เร็ว


การรีดผ้าอย่างประหยัดทรัพยากรและพลังงาน วิธีรีดผ้าที่ช่วยประหยัดทรัพยากรและพลังงาน มีดังนี้ ๖. แบ ่ งผา ้ ชน ิ ดเด ี ยวกนัหร ื อผา ้ ท ี่ใชค ้ วามร้อนใน การร ี ดระดบัเด ี ยวกนัไวด ้ ว ้ ยกนั ๘. ปรับอุณหภูมิให้ เหมาะสมกบัความ หนาและชนิดของ ผ้า ๗. ก ่ อนร ี ดควรแยกประเภทผา ้ หนาผา ้ บางโดยเร ิ่ม ร ี ดจากผา ้ บางก ่ อน แลว ้ ตามดว ้ ยผา ้ หนา ปิ ดทาย ้ ด้วยผ้าบางอีก ๑๐. ควรถอดปลกั๊ ออกก ่ อนการร ี ดผา ้ เสร ็ จ ๒–๓ นาที แล้วใช้รีดผ้าบางได้ ๒–๓ ช ิ ้ น ๙. ไม ่ ควรร ี ดผา ้ในหอ ้ งปรับอากาศเพราะจะทา ให้ เตารีดท างานหนัก ต าแหน่งที่ ๑ ผ้าอะคลิลิก ผ้าแอซิเทต ต าแหน่งที่ ๒ ผ้าไนลอน ผ้าไหม ต าแหน่งที่ ๓ ผ้าเรยอน ผ้าพอลิเอสเตอร์ ต าแหน่งที่ ๔ ผ้าขนสัตว์ ต าแหน่งที่ ๕ ผ้าฝ้าย ต าแหน่งที่ ๖ ผ้าลินิน


วิธีการรีดผ้า จัดเตรียมอุปกรณ์ในการรีดให้พร้อมโดย ส ารวจสภาพของเตารีดและสายไฟให้สมบูรณ์ เพื่อความปลอดภัยในขณะใช้งาน ๑. จ ั ดเตร ี ยมอ ุ ปกรณ ์ ก ่ อนการร ี ดผา ้ ควรหม ุ นป่ ุ มปรับอ ุ ณหภ ู ม ิของเตารีด ตามตวัเลขและขอ ้ ความท ี่กา กบัไวบ ้ นเตาร ี ดให้ เหมาะสมกบัชน ิ ดของเส ้ ื อผา ้ เพ ื่อช ่ วยรักษาเน ้ ื อผา ้ และประหยัดไฟ ๒. ปร ั บอ ุ ณหภ ู มเ ิ ตาร ี ด ทดลองความร้อนโดยการรีดด้านในบริเวณ สาบเส ้ ื อก ่ อน ๓. ทดลองความร้อน ร ี ดผา ้ บางในขณะท ี่เตาร ี ดเร ิ่มทา ความร ้ อน เมื่อความร้อนถึงระดับที่ต้องการให้รีดผ้าหนา ก ่ อน เม ื่อความร ้ อนใกลจ ้ ะหมดใหถ ้ อดปลกั๊ ความร ้ อนท ี่เหล ื ออยใ ู ่ ชร ้ี ดผา ้ บาง ๔. เริ่มรีดผ้าบางก่อน


Click to View FlipBook Version