ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ (๒๕๕๖ : ๒๙๘, ๖๖๔, ๑๗๘) ใหค้ วามหมายวา่ จด
หมายถึง กาหนด หมายไว้ เขียนไว้ บันทกึ หมายถงึ จดขอ้ ความเพ่ือช่วยความทรงจาหรอื เพ่ือเป็น
หลกั ฐาน ข้อมลู หมายถงึ ขอ้ เท็จจรงิ หรอื สง่ิ ท่ีถือหรอื ยอมรบั วา่ เป็นขอ้ เท็จจรงิ สาหรบั ใชเ้ ป็นหลกั
อนมุ านหาความจรงิ หรอื การคานวณ
จากความหมายดงั กลา่ วสรุปไดว้ ่า การจดบนั ทกึ ข้อมูล หมายถึง การเขียนสาระสาคญั ท่ีได้
จากการรบั สาร เพ่ือเป็นหลกั ฐานและใชท้ บทวนความทรงจา
๑. เพ่ือเป็นหลกั ฐานในการเขา้ รว่ มกิจกรรมการฟัง การดู หรอื การอ่าน
๒. เพ่ือสรุปสาระสาคญั ของเนือ้ หาไวท้ บทวนความทรงจา
๓. เพ่ือรวบรวมขอ้ มลู สาคญั ไวใ้ ชใ้ นโอกาสตอ่ ไป
มีขัน้ ตอนการจดบนั ทกึ ดังนี้
๗.๓.๑ เตรียมตวั ก่อนจดบนั ทกึ
๑. เตรียมอุปกรณส์ าหรับจดบันทกึ ใหพ้ ร้อม อปุ กรณท์ ่ีใช้ ไดแ้ ก่ ปากกา ควรเตรยี มไว้ ๒-๓ สี
เพ่ือเนน้ ขอ้ ความสาคญั ใหม้ ีความน่าสนใจ
๒. เตรียมตัวให้พร้อมสาหรับการจดบันทึก ก่อนการจดบนั ทึกทกุ ครงั้ ผบู้ นั ทึกควรทบทวน
เนือ้ หาท่ีเคยจดไวเ้ พ่ือใหร้ ูว้ ่าไดจ้ ดถงึ ไหนแลว้
๗.๓.๒ การจดบนั ทกึ ข้อมลู
๑.ฟังและทาความเข้าใจเนื้อหา เม่ือไดฟ้ ังขอ้ มลู ผบู้ นั ทึกตอ้ งพยายามทาความเขา้ ใจเนือ้ หา
จบั ประเดน็ สาคญั ของเรอ่ื งใหไ้ ด้
๒. ถามทนั ทถี า้ ไมเ่ ข้าใจ การจดบนั ทกึ จะไม่มีประโยชนถ์ า้ ผจู้ ดไมเ่ ขา้ ใจสาระสาคญั ของเนือ้ หา
๓.บันทกึ ข้อมูลดว้ ยลายมอื ของตนเอง แมใ้ นปัจจบุ นั จะมีเคร่อื งมือบนั ทกึ ขอ้ มลู ท่ีทนั สมยั เช่น
โนต้ บ๊กุ
๗.๓.๓ จดบนั ทกึ ใหไ้ ดส้ าระสาคญั ครบถว้ นสมบรู ณ์
๑. เน้นจดบันทึกคาสาคัญและแนวคิดของเนือ้ หา โดยพิจารณาว่าขอ้ มลู ไหนเก่ียวขอ้ งกบั
หวั ขอ้ มากท่ีสดุ ตวั อย่างขอ้ มลู สาคญั เช่น ช่ือ ทฤษฎี คานิยาม วนั เดอื นปี เป็นตน้
๒. ใช้วิธีจดแบบตั้งคาถาม-คาตอบ เป็นการจดบนั ทึกท่ีมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผูจ้ ดเขา้ ใจ
เนือ้ หา และจดจาขอ้ มลู มากและนานย่ิงขนึ้
๓. ใช้อักษรย่อ โดยปกตคิ นเราจะพดู ไดเ้ รว็ กว่าเขียนดงั นนั้ การใชค้ าย่อในการจดบนั ทึกจะชว่ ย
ใหจ้ ดไดเ้ รว็ ขนึ้
๔. จดบันทกึ ใหน้ ่าอ่าน การจดบนั ทกึ ควรจดใหเ้ ป็นระเบยี บ
๗.๓.๔ ทบทวนเนือ้ หาทจ่ี ดบันทกึ ไว้
๑. ทบทวนเนือ้ หาท่ีจดบนั ทกึ ทกุ วนั
๒. ทดสอบความเขา้ ใจเนือ้ หาท่ีจดบนั ทกึ
๗.๓.๕ เทคนิคการจดจาเนือ้ หาทจี่ ดบนั ทกึ
การบนั ทกึ อย่างมีประสิทธิภาพจะมีประโยชนก์ ็ตอ่ เม่ือผบู้ นั ทกึ จดจาแลว้ นาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้ เช่น
ใชส้ อบ ใชท้ างานตา่ ง ๆ เป็นตน้ มีเทคนิคการจดจาดงั นี้
๑. จดจาเนือ้ หาทีละบรรทดั
๒. จาเนือ้ หาดว้ ยการนามาแตง่ เป็นเร่อื งราว
๓. ใชเ้ ทคนิคชว่ ยจา
๗.๔.๑ การจดแบบ Outline
เป็นการจดท่ีมีรูปแบบชดั เจน เป็นระเบียบ จดเรยี งลาดบั จากหวั ขอ้ ใหญ่ไปสหู่ วั ขอ้ ยอ่ ย
๗.๔.๒ การจดแบบ Mind Mapping
เป็นการจดท่ีทาใหเ้ หน็ ภาพรวมไดช้ ดั เจน ใชจ้ ดขอ้ มลู ไดห้ ลาย สถานการณ์
ตัวอย่าง การจดแบบ Mind Mapping
๗.๔.๓ การจดแบบ Cornell เป็นการจดท่ีใชไ้ ดใ้ นหลายสถานการณ์ ช่วยใหเ้ ราสรุปและประมวล ข้อมลู
ไดเ้ ป็นสดั สว่ นและชดั เจน
ตวั อย่าง รูปแบบการจดแบบ Cornell
๗.๔.๔ การจดแบบ Charting เป็นการจดท่ีแบ่งข้อมูลเป็นคอลัมนค์ ลา้ ยตาราง แต่ละคอลัมน์แบ่ง
เนือ้ หาเป็นหมวดหมไู่ ม่ซา้ กนั งา่ ยตอ่ การทาความเขา้ ใจและจดจา
ตัวอยา่ ง การจดแบบ Charting
๗.๔.๕ การจดแบบ Boxing เป็นการจดดว้ ยเคร่อื งมือท่ีทนั สมยั บนแอปพลิเคชนั Good Notes ช่วยให้
แกไ้ ขเคล่อื นยา้ ยขอ้ มลู ไดส้ ะดวกในภายหลงั
ตัวอย่าง การจดแบบ Boxing