การเขียนเพื่อการประชาสัมพันธ์ หมายถึง การถ่ายทอดความรู้ ความคิด และความรูส้ ึก
ออกมาเป็นภาษาโดยอาศยั ตวั อกั ษร เครอ่ื งหมาย และสญั ลกั ษณต์ ่าง ๆ เพ่ือใหผ้ อู้ ่านได้มีความรู้ รบั รูถ้ ึง
ความคิดความรูส้ กึ ของผเู้ ขียนท่ีมีตอ่ ส่ิงตา่ ง ๆ เพ่ือใหข้ ่าวสารความรู้ เพ่ือให้เปล่ียนทศั นคติ ท่ีโนม้ นา้ วให้
รูส้ ึกคลอ้ ยตาม ยอมรบั เพ่ือสรา้ งจินตภาพท่ีดี หรือเพ่ือแกไ้ ขความเขา้ ใจผิดต่อหน่วยงาน องคก์ ร บคุ คล
หรอื ส่ิงใดส่งิ หนง่ึ ตามวตั ถปุ ระสงคข์ องผเู้ ขียน
๑. เพ่ือชีแ้ จงใหป้ ระชาชนทราบถงึ นโยบาย วตั ถปุ ระสงค์ การดาเนินงาน และกิจกรรม
๒. เพ่ือสรา้ งภาพลกั ษณ์ท่ีดี โดยยกจุดเด่นส่วนดีขององคก์ ร บุคคล มาจูงใจให้เกิดความ
เล่อื มใส
๓. เพ่ือเป็นส่อื กลางระหวา่ งฝ่ายบรหิ ารและผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา
๔. ปอ้ งกนั และแกไ้ ขความเขา้ ใจผิด
๑. ใชเ้ ป็นเครอื่ งมอื ถ่ายทอดความรู้ ความเขา้ ใจ ประสบการณ์
๒. เป็นการแลกเปลยี่ นความรู้ และเผยแพรข่ า่ วสาร
๓. ผูบ้ รโิ ภคไดร้ บั ขา่ วสาร ดา้ นสนิ คา้ และบรกิ าร เป็นการสรา้ งความม่นั ใจ
๔. เป็นการสนบั สนนุ การแข่งขนั ทางธรุ กจิ
๕. เป็นการสรา้ งภาพลกั ษณ์ตอ่ สาธารณชน ต่อองคก์ ร
ผูเ้ ขยี นตอ้ งเป็นผูม้ คี วามรูเ้ รอื่ งการเขยี น รูจ้ กั เลอื กใชค้ า การผูกประโยค และภาษาทใี่ ชใ้ นการเขยี น
๑๐.๔.๑ ภาษาพดู
๑. ใชภ้ าษาสอื่ ความหมายไดง้ า่ ย
๒. ชดั เจน มชี วี ติ ชวี า เนน้ เสยี งนา้ หนกั แบง่ จงั หวะ
๓. กรยิ าทา่ ทางประกอบ ชว่ ยใหส้ อื่ สารเขา้ ใจกนั งา่ ยขนึ้
๑๐.๔.๒ ภาษาเขยี น
ตอ้ งเรียบเรียงกล่นั กรองเป็นอย่างดี เพอื่ เหมาะสมกบั กล่มุ เป้าหมาย และรูปแบบงานเขียนแต่
ละประเภท
ข้อควรระวังในการเขยี น
๑. เขยี นใหถ้ ูกตอ้ งตามลกั ษณะการเขยี นทดี่ ี
๒. เขยี นใหส้ อดคลอ้ งกบั อารมณก์ ารอยากรูข้ องกล่มุ เปา้ หมาย
๓. เขยี นใหส้ อดคลอ้ งกบั ระดบั ความคดิ ของกล่มุ เปา้ หมาย
๔. เขยี นใหถ้ ูกกาลเทศะ
๑๐.๕.๑ ความหมายของการโฆษณา
การโฆษณาเป็นการนาเสนอต่อสาธารณะชน บอกข่าวสารสินคา้ และบริการแก่คนเป็นจานวน
มากไม่เฉพาะเจาะจง ตอ้ งระบชุ ่ือสินคา้ บรกิ าร หรือองคก์ รท่ีเป็นเจา้ ของสินคา้ อย่างชดั เจน นาเสนอผ่าน
ส่อื ตา่ ง ๆ
๑๐.๕.๒ ความสาคญั ของการโฆษณา
๑. เพ่ือใหค้ วามรูเ้ ก่ียวกบั สนิ คา้ และบรกิ าร
๒. เพ่ือจงู ใจใหส้ นใจสนิ คา้ และบรกิ าร
๓. เพ่ือแจง้ ขอ้ มลู ข่าวสาร นามาใชใ้ นการทาธรุ กิจ เช่น การแนะนาเปิดตวั สินคา้ ใหม่
๔. เพ่ือเตือนความทรงจาของผบู้ ริโภคใหจ้ าตราสินคา้ ของกิจการ เพ่ือรกั ษาภาพลกั ษณข์ อง
ผลติ ภณั ฑแ์ ละบรษิ ัท
๑๐.๕.๓ ประโยชนข์ องการโฆษณา
๑. เพ่ือใหท้ ราบถงึ จดุ เด่นของสินคา้ และบรกิ าร
๒. กระตนุ้ ความตอ้ งการบรโิ ภคสนิ คา้
๓. ช่วยลดคา่ ใชจ้ ่ายของฝ่ายขาย
๔. ทาใหเ้ กิดการผลิตในปรมิ าณมาก เพราะมีความตอ้ งการมากขนึ้
๕. ลกู คา้ จาสนิ คา้ ได้ เตือนความจาลกู คา้
๖. ชว่ ยใหข้ ายสนิ คา้ ไดส้ ม่าเสมอ
๗. เพ่ิมทางเลือกใหผ้ บู้ รโิ ภค
๘. เพ่ือสรา้ งภาพลกั ษณท์ ่ีดีตอ่ ประชาชน
๙. เพ่ือเผยแพรข่ ่าวสารและเป็นส่ือกลางระหว่างผผู้ ลิตกบั ผบู้ รโิ ภค
๑๐.๕.๔ ประเภทของเอกสารเผยแพร่ทางธุรกจิ
๑. เอกสารที่เป็ นแผ่นพมิ พ์ ท่ีนิยมใชก้ นั มาก คอื ใบปลิว ใบแทรก แผ่นพบั แต่ละชนิดใชใ้ น
โอกาสตา่ งกนั ตงั นี้
(๑) ใบปลวิ
(๒) ใบแทรก
(๓) แผน่ พบั
๒. ข้อเขียนทอ่ี ยู่ในหนังสือนิตยสาร วารสาร หนงั สือพิมพ์ เป็นการโฆษณาประชาสมั พนั ธ์
อีกวิธีหน่ึง แต่ตอ้ งพิจารณาใหด้ ีว่าขอ้ ความท่ีเขียนขึน้ นนั้ ควรใชห้ นงั สือใดเป็ นส่ือเพ่ือประชาสมั พนั ธจ์ ึง
เหมาะสม ขอ้ เขียนท่ีนิยมกนั มากไดแ้ ก่
(๑) บทความ
(๒) ข่าวธุรกิจ
(๓) รายงานธุรกจิ
รายงานธุรกิจ คือ การรายงานใหผ้ อู้ ่านทราบขอ้ เท็จจริง และทราบสถานการณเ์ ก่ียวกับ
ธุรกิจในระยะท่ีรายงานข่าวนั้น ซ่ึงการรายงานธุรกิจดังกล่าวจะมีลักษณะแตกต่างออกไป เป็น ๒
ลกั ษณะ คือ การรายงานในรูปความเรยี งท่วั ไป ซ่งึ มีอารมั ภบท เนือ้ เร่อื ง สรุป ส่วนอีกลักษณะหน่ึงเป็น
การรายงานเก่ียวกบั อตั ราของส่ิงตา่ ง ๆ เช่น อตั ราแลกเปล่ยี นเงินตรา ราคาสนิ คา้ เป็นตน้
๓. สปอต สาหรบั เผยแพร่เพ่ือจงู ใจในการรณรงคท์ างประชาสมั พนั ธ์ เช่น จดั ทาเป็นสปอต
วิทยุ หรอื สปอตโทรทศั น์
๔. เอกสารเพ่ือประชาสัมพันธ์ ทางวิทยุโทรทัศน์ มีลักษณะเป็นสปอตโฆษณาเพ่ือ
ประชาสมั พนั ธ์ ใชใ้ นโอกาสสาคญั ของหนว่ ยงาน
การประชาสัมพันธ์ (Public Relation) หมายถึง การส่ือสารความคดิ เห็นข่าวสารขอ้ เท็จจรงิ
ต่าง ๆ ไปสกู่ ลมุ่ ประชาชน เป็นการเสรมิ สรา้ งความสมั พนั ธแ์ ละความเขา้ ใจอนั ดีระหว่างหน่วยงานองคก์ าร
สถาบนั กบั กล่มุ ประชาชนเป้าหมายและประชาชนท่ีเก่ียวขอ้ ง เพ่ือหวงั ผลในความรว่ มมือ สนับสนนุ จาก
ประชาชน
๑๐.๖.๑ จุดมุ่งหมายของการประชาสัมพนั ธ์
๑. เพ่ือสรา้ งความเขา้ ใจอนั ดีระหว่างองคก์ ร สถาบนั หรือหน่วยงาน กบั ประชาชน ด้วยการ
แจง้ ธรุ กิจของตน ใหป้ ระชาชนทราบ
๒. เพ่ือให้องคก์ ร สถาบัน หรือหน่วยงาน ไดท้ ราบความคิดเห็นของประชาชนอันจะเป็ น
ประโยชนใ์ นการพฒั นาและแกไ้ ขปัญหาท่ีอาจเกิดขนึ้ ได้
๓. เพ่ือสรา้ งความศรทั ธา ความนิยมใหเ้ กิดขนึ้ กบั องคก์ ร สถาบนั หรอื หนว่ ยงานนนั้
๔. เพ่ืออานวยความสะดวกในการตดิ ตอ่ ส่ือสารระหว่างองคก์ ร ๆ
๕. เพ่ือสรา้ งความสมั พนั ธแ์ ละความเขา้ ใจอนั ดใี หเ้ กิดขนึ้ ภายในองคก์ ร
๑๐.๖.๒ การเขียนเพอ่ื ประชาสัมพนั ธท์ ค่ี วรคานึงถงึ ตอ้ งยดึ หลกั ดงั นี้
๑. ขอ้ มลู ท่ีเขียนจะตอ้ งอยบู่ นพืน้ ฐานความเป็นจรงิ ใหข้ ่าวสารท่ีถกู ตอ้ ง
๒. ใชภ้ าษาท่ีเขา้ ใจงา่ ย ชดั เจน กะทดั รดั สละสลวย
๓. แสดงดว้ ยรูปภาพ หรอื ส่ือท่ีมีลกั ษณะเป็นรูปธรรมมากท่ีสดุ
๔. ออกแบบสารใหเ้ หมาะสมกบั ระดบั ของกลมุ่ เปา้ หมา
๑๐.๖.๓ ข้อควรรู้เกยี่ วกับการประชาสัมพนั ธ์
๑. การโฆษณาตอ้ งมีแผนงานท่ีสอดคลอ้ งกบั แผนงานการประชาสมั พนั ธ์
๒. อยา่ ทาโฆษณาก่อนทาประชาสมั พนั ธ์
๓. ขอ้ ความของโฆษณาจะตอ้ งมาจากขอ้ ความหลกั ของการประชาสมั พนั ธ์
๔. ลกั ษณะการเขียนตอ้ งส่อื สารใหส้ อดคลอ้ งกบั การส่ือสารของการประชาสมั พนั ธ์
๕. ตอ้ งใชก้ ารประชาสมั พนั ธส์ รา้ งความเขา้ ใจใหผ้ บู้ รโิ ภคก่อนถึงจะมีการโฆษณา
๖. การประชาสมั พนั ธใ์ ชง้ บประมาณนอ้ ยกวา่ โฆษณา แตม่ ีประสทิ ธิภาพมากกวา่
๗. ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างแผนงานประชาสัมพันธ์ เพ่ือใช้ในการแถลงข่าว
การเขียนข่าว การแจกขา่ ว การแจกรูป การใหส้ มั ภาษณ์ การเขียนบทความ และการทาสารคดี
๘. ตอ้ งพยายามหาหนทางสรรหาวธิ ีการประชาสมั พนั ธท์ ่ีหลากหลาย