The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panalee666, 2022-12-01 23:13:46

มหาเวสสันดรชาดก

-

มหาติ
พระเวสสันดรชาดก

คำนำ

คำนำ
“การเทศน์มหาชาติ” เป็นการถ่ายทอดบทบาทชีวิตพระ
เวสสันดร ผู้มีความโอบอ้อมอารี บาเพ็ญทานบารมียิ่งใหญ่
ในฐานะพระโพธิสัตว์ จัดเป็นเรื่องราวที่มีค่าแก่การศึกษา
เพื่อเพิ่มพูนสติปัญญาแก่สังคมในยุคปัจจุบัน
ในวงการผู้นับถือพระพุทธศาสนา เชื่อกันว่าถ้าได้ฟังเทศน์
มหาชาติครบ ๑๓ กัณฑ์ และดาเนินชีวิตตามหลักธรรมะท่ี
ท่าน ประมวลไว้ในพระคัมภีร์จะได้รับผลดีถึง ๓ ช้ัน คือ
๑. ชาติน้ีชีวิตจะสุขเย็น ดังเช่นอริยะชนเพราะมีธรรมะรักษา
๒. ครั้นแตกกายทาลายขันธ์ จะมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้อง
หน้า
๓. จะได้พบพระศาสนาของพระศรีอริยเมตตรัยในอนาคต
ผู้ท่ีฟังแล้ว ย่อมมีจิตใจผ่องแผ้วเบิกบาน ทาบุญทาทาน
เป็นการบูชาเทศน์แต่ละกัณฑ์ ย่อมจะก่อให้เกิดผลานิสงส์
เป็นไป ตามจิตจานงที่ปรารถนา

สารบัญ ๑

ประวัติผู้แต่ง ๓
ที่มาของเรื่อง ๔
ลักษณะคำประพันธ์ ๕-๑๗
จุดประสงค์ในการแต่ง
กัณฑ์ที่ ๑ - กัณฑ์ที่ ๑๓ ๑๘-๒๓
ความรู้เพิ่มเติม ๒๔
บรรณานุกรม

ประวัติผู้แต่ง

เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เป็นกวีเอกในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ มีนามเดิมว่า หน เกิด
เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดน่าจะอยู่ในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา และถึงแก่

อสัญกรรม ในสมัยรัชกาลที่ ๑ พ.ศ. ๒๓๔๘
เจ้าพระยาพระคลังท่านนี้ เป็นบุตรเจ้าพระยาบดินทร์สุรินทร์ฦๅชัย (บุญมี) กับ
ท่านผู้หญิงเจริญ มีบุตรธิดาหลายคน ที่มีชื่อเสียง คือเจ้าจอมพุ่ม ในรัชกาลที่ ๒
เจ้าจอมมารดานิ่ม พระมารดาสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร (มั่ง) ในรัชกาลที่ ๒
นายเกต ละนายพัด ซึ่งเป็นกวีและครูพิณพาทย์ เจ้าพระยาพระคลัง (หน)เป็นต้น

สกุล บุญ-หลง
มีหลักฐานระบุไว้ว่า ท่านได้รับราชการมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี มีบรรดาศักดิ์เป็นหล
วงสรวิชิต ตำแหน่งนายด่านเมืองอุทัยธานี ครั้นเมื่อถึงปลายรัชกาล ที่เหตุระส่ำระสาย
เกิดจลาจลในพระนคร ท่านได้ลอบส่งคนนำหนังสือแจ้งเหตุภายในพระนครไปถวาย
สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (ภายหลังคือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬา

โลก) ซึ่งกำลังยกกองทัพไปตีเขมร



ที่มาของเรื่อง

มาจากร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นชาดกเรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
โดยกล่าวถึงเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ซึ่งเสวยพระชาติเป็นพระ

เวสสันดร เดิมแต่งเป็นภาษาบาลี ต่อมามีการแปลเป็นภาษาไทยใน
สมัยกรุงสุโขทัย ต่อมาในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โปรด
เกล้าฯให้ปราชญ์ราชบัณฑิตแต่งมหาชาติคำหลวง ซึ่งเป็นมหาชาติ
สำนวนแรก โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้สวด ในสมัยพระเจ้าทรงธรรม
โปรดเกล้าให้แต่งกาพย์มหาชาติ เพื่อใช้สำหรับเทศน์ แต่เนื้อความ
ในกาพย์มหาชาติค่อนข้างยาว ไม่สามารถเทศน์ให้จบภายใน ๑ วัน

จึงเกิดมหาชาติขึ้นใหม่อีกหลายสำนวน เพื่อให้เทศน์จบภายใน ๑ วัน
มหาชาติสำนวนใหม่นี้เรียกว่า มหาชาติกลอนเทศน์ หรือ ร่ายยาว

มหาเวสสันดรชาดก
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯโปรดเกล้าฯให้
มีการชำระและรวบรวมมหาชาติกลอนเทศสำนวนต่าง ๆ แล้วคัดเลือก
สำนวนที่ดีที่สุดของแต่ละกัณฑ์ นำมาจัดพิมพ์เป็นฉบับของหลวง ๒
ฉบับ คือ ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ และ ฉบับกระทรวงศึกษาธิการ



ลักษณะคำประพั นธ์

มหาเวสสันดรชาดกเป็นมหาชาติกลอน
เทศน์ มีลักษณะคำประพันธ์เป็นร่ายยาว
ที่มีคาถาบาลีร่ายยาว บทหนึ่งไม่จำกัด
จำนวนวรรค แต่ที่นิยมคือตั้งแต่ ๕ วรรค
ขึ้นไป และแต่ละวรรคก็ไม่จำกัดจำนวน
คำเช่นกัน แต่ไม่ควรน้อยกว่า ๕ คำ ซึ่ง
คำสุดท้ายของวรรคหน้าจะส่งสัมผัสไป
วรรคหลังคำใดก้ได้ แต่เว้นคำสุดท้าย
ของวรรคอาจจบลงด้วย “คำสร้อย” (คำ
สร้อย เช่น ฉะนี้ ดังนี้ นั้นเกิด นั้นแล

แล้วแล ด้วยประการฉะนี้ เป็นต้น)



จุดประสงค์ใน
การแต่ง

เพื่อที่จะนำหลักธรรม
ในพระพุทธศาสนามา

สอนประชาชน



กัณฑ์ที่ ๑ ทศพร

เป็นกัณฑ์ที่พระอินทร์ประสาทพรแก่พระนางผุสดี ก่อนที่จะจุติลงมา
เป็นพระราชมารดาของพระเวสสันดรภาคสวรรค์ พระนางผุสดีเทพอัปสรสิ้นบุญ

ท้าวสักกะเทวราชสวามีทรงทราบจึงพาไปประทับยังสวนนันทวันในเทวโลก
พร้อมให้พร ๑๐ ประการ คือ ให้ได้อยู่ในประสาทของพระเจ้าสิริราชแห่งนครสี
พี ขอให้มีจักษุดำดุจนัยน์ตาลูกเนื้อ ขอให้คิ้วดำสนิท ขอให้พระนามว่า ผุสดี ขอ
ให้มีโอรสที่ทรงเกียรติยศเหนือกษัตริย์ทั้งหลายและมีใจบุญ ขอให้มีครรภ์ที่ผิด

ไปจากสตรีสามัญคือแบนราบในเวลาทรงครรภ์ ขอให้มีถันงามอย่ารู้ดำและ
หย่อนยาน ขอให้มีเกศาดำสนิท ขอให้มีผิวงาม และข้อสุดท้ายขอให้มีอำนาจ

ปลดปล่อยนักโทษได้
ข้อคิด:การทำบุญจะได้ดังประสงค์ ต้องอธิษฐานจิต ตั้งเป้าหมายชีวิตที่ตน
ปรารถนาไว้ ตั้งมั่นและบริบูรณ์ในศีล ได้แก่ การทำความดี รักษาความดีนั้นไว้

และหมั่นเพิ่มพูนความดีให้มากยิ่งขึ้น



กัณฑ์ที่ ๒ หิมพานต์

เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรบริจาคทานช้างปัจจัยนาค ประชาชนสีพีโกรธแค้น
จึงขับไล่ให้ไปอยู่เขาวงกต

พระนางผุสดีได้จุติลงมาเป็นพระราชธิดาพระเจ้ามัททราช เมื่อเจริญชนม์ได้
๑๖ ชันษาจึงได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้ากรุงสญชัย แห่งสีวิรัฐนคร ต่อมาได้
ประสูติพระโอรสนามว่า “เวสสันดร”ในวันที่ประสูตินั้นได้มีนางช้างฉัททันต์
ตกลูกเป็นช้างเผือกขาวบริสุทธิ์จึงนำมาไว้ในโรงช้างต้นคู่บารมีให้มีนามว่า
“ปัจจัยนาค” เมื่อพระเวสสันดรเจริญชนม์ ๑๖ พรรษา พระราชบิดาก็ยก
สมบัติให้ครอบครองและทรงอภิเษกกับนางมัทรี พระราชบิดาราชวงศ์มัททราช
มีพระโอรส ๑ องค์ชื่อ ชาลี ราชธิดา ชื่อ กัณหา พระองค์ได้สร้างโรงทาน
บริจาคทานแก่ผู้เข็ญใจ ต่อพระเจ้ากาลิงคะแห่งนครกาลิงครัฐได้ส่งพราหมณ์

มาขอพระราชทานช้างปัจจัยนาค พระองค์จึงพระราชทานช้างปัจจัยนาค
พระองค์จึงพระราชทานช้างปัจจัยนาคแก่พระเจ้ากาลิงคะ ชาวกรุงสัญชัย จึง

เนรเทศพระเวสสันดรออกนอกพระนคร
ข้อคิด:การทำความดี มักมีอุปสรรค กัณฑ์ทานกัณฑ์: พึงยอมเสียสละประโยชน์

สุขส่วนตัวเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม



กัณฑ์ที่ ๓ ทานกัณฑ์

ทานกัณฑ์ เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงแจกมหาสัตสดกทาน
คือ การแจกทานครั้งยิ่งใหญ่

ก่อนที่พระเวสสันดรพร้อมด้วยพระนางมัทรี ชาลี และกัณหา
ออกจากพระนคร จึงทูลขอพระราชทานโอกาสบำเพ็ญมหา
สัตสดกทาน คือ การให้ทานครั้งยิ่งใหญ่ อันได้แก่ ช้าง ม้า
โคนม นารี ทาสี ทาสาสรรพวัตถาภรณ์ต่างๆ รวมทั้งสุราบาน

อย่างละ ๗๐๐
ข้อคิด:ยามบุญมีเขาก็ยกยามตกต่ำเขาก็หยาม ชีวิตมีทั้งชื่นบาน

และขื่นขม



กัณฑ์ที่ ๔ วนประเวศน์



วนประเวศน์ เป็นกัณฑ์สี่กษัตริย์เดินดงบ่ายประ
พักตร์สู่เขาวงกตเมื่อเดินทางถึงนครเจตราชทั้งสี่
กษัตริย์จึงแวะเข้าประทับพักหนาศาลาพระกษัตริย์ผู้
ครองนครเจตราชจึงทูลเสด็จครองเมือง แต่พระ
เวสสันดรทรงปฏิเสธ และเมื่อเสด็จถึงถึงเขาวงกตได้
พบศาลาอาศรม ซึ่งท้าววิษณุกรรมเนรมิตตามพระ
บัญชาของท้าวสักกะเทวราช กษัตริย์ทั้งสี่จึงทรงผนววช

เป็นฤๅษีพำนักในอาศรมสืบมา
ข้อคิด:มิตรแท้ แม้ในยามลำบากทุกข์ยากย่อมไม่ทอด

ทิ้งกัน



กัณฑ์ที่ ๕ ชูชก

เป็นกัณฑ์ที่ชูชกได้นางอมิตตามาเป็นภรรยาและหมายจะได้โอรส
และธิดาพระเวสสันดรมาเป็นทาสในแคว้นกาลิงคะมีพราหมณ์แก่
ชื่อชูชก พนักในบ้านทุนวิฐะ เที่ยวขอทานในเมืองต่างๆ เมื่อได้
เงินถึง ๑๐๐ กหาปณะ จึงนำไปฝากไว้กับพราหมณ์ผัวเมีย แต่ได้
นำเงินไปใช้เป็นการส่วนตัวเมื่อชูชกมาทวงเงินคืนจึงยกนางอมิตดา
ลูกสาวให้แก่ชูชก นางอมิตดาเมื่อมาอยู่ร่วมกับชูชกได้ทำหน้าที่ของ
ภรรยาที่ดี ทำให้ชายในหมู่บ้านเปรียบเทียบกับภรรยาตน หญิง
ในหมู่บ้านจึงเกลียดชังและรุมทำร้ายทุบตีนางอมิตดา ชูชกจึงเดิน
ทางไปทูลขอกัณหาชาลีเพื่อเป็นทาสรับใช้ เมื่อเดินทางมาถึงเขา

วงกตก็ถูกขัดขวางจากพราหมณ์เจตบุตรผู้รักษาประตูป่า
ข้อคิด:อย่าฝากของมีค่า ของสำคัญ หรือของหวงแหนไว้กับผู้อื่น



กัณฑ์ที่ ๖ จุลพน

เป็นกัณฑ์ที่พรานเจตบุตรหลงชูชก และชี้ทางสู่
อาศรมอจุตฤๅษีชูชกได้ชูกลักลักพริกขิงแก่พราน
เจตบุตรอ้างว่าเป็นพระราชสาสน์ของเจ้ากรุงสญ

ชัยจึงได้พาไปยังต้นทางที่จะไปอาศรมฤๅษี
ข้อคิด:การรอบรู้กิจการงาน ผู้ที่ไม่รู้กิจการงานที่ทำ
แม้จะเป็นคนฉลาดเฉลียว ก็อาจทำให้การงานเสีย
หายได้ แต่ถ้าคนฉลาดได้เรียนรู้ก็จะทำภารกิจได้
ดี (มีอำนาจแต่ขาดปัญญาก็ไม่อาจประสบความ

สำเร็จในการทำกิจการงาน)

๑๐

กัณฑ์ที่ ๗ มหาพล

เป็นกัณฑ์ป่าใหญ่ ชูชกหลอกหล่อจุตฤๅษีให้บอก
ทางสู่อาศรมพระเวสสันดรแล้วก็รอนแรมเดินไพร
ไปหาเมื่อถึงอาศรมฤๅษี ชูชกได้พบกับจุตฤๅษี ชู
ชกใช้คารมหลอกหล่อนจนอจุตฤๅษี ให้ที่พักหนึ่ง

คืนและบอกเส้นทางไปยังอาศรมพระเวสสันดร
ข้อคิด:การเป็นคนฉลาด หากขาดสติ ก็อาจพลาดท่า
เสียทีได้ ดังนั้นจึงต้องมีสติ ไตร่ตรองและรู้เท่าทัน

เล่ห์เหลี่ยมคนอื่น

๑๑

กัณฑ์ที่ ๘ กัณฑ์กุมาร

เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรทรงได้ทานสองโอรสแก่
เฒ่าชูชกพระนางมัทรีฝันร้ายเหมือนบอกเหตุแห่ง
การพลัดพรากรุ่งเช้าเมื่อนางมัทรีเข้าป่าหาอาหาร
แล้วชูชกจึงเข้าเฝ้าทูลขอสองกุมาร สองกุมารจึงพา
กันลงไปซ่อนตัวอยู่ที่สระพระเวสสันดรจึงลงเสด็จ

ติดตามสองกุมาร แล้วจึงมอบให้แก่ชูชก
ข้อคิด:ความเป็นผู้รู้จักกาลเทศะ รู้จักโอกาส รู้ความ
ควรไม่ควร จะเป็นผู้ประสบ ความสำเร็จในสิ่งที่

ตนเองปรารถนา

๑๒

กัณฑ์ที่ ๙ กัณฑ์มัทรี

เป็นกัณฑ์ที่พระนางมัทรีทรงได้ตัดความห่วงหาอาลัยในสายเลือด
อนุโมทนาทานโอรสทั้งสองแก่ชูชกพระนางมัทรีเดินเข้าไปหา
ผลไม้ในป่าลึกจนคล้อยเย็นจึงเดินทางกลับอาศรม แต่มีเทวดา
แปลงกายเป็นเสือนอนขวางทางจนค่ำ เมื่อกลับถึงอาศรมไม่พบ

โอรส พระเวสสันดรได้กล่าวว่านางนอกใจ จึงออกเที่ยวหา
โอรสและกลับมาสิ้นสติต่อเบื้องพระพักตร์ พระองค์ทรงตก
พระทัยลืมตนว่าเป็นดาบส จึงทรงเข้าอุ้มพระนางมัทรีและทรง

กันแสง เมื่อนางมัทรีฟื้นจึงถวายบังคมประทานโทษพระ
เวสสันดรจึงบอกความจริงว่าได้ประทานโอรสแก่ชูชกแล้ว หาก

ชีวิตไม่สิ้นคงจะได้พบนางจึงได้ทรงอนุโมทนา
ข้อคิด:ไม่มีความรักใดยิ่งใหญ่เท่าความรักของพ่อแม่

๑๓

กัณฑ์ที่ ๑๐ สักกบรรพ

เป็นกรรณที่พระอินทร์เจ้าจำแลงกายเป็นพราหมณ์มาขอ
พระนางมัทรี แล้วสลบลงเมื่อได้พบท้าวสักกะเทวราชเสด็จ

แปลงเป็นพราหมณ์เพื่อทูลขอนางมัทรีพระเวสสันดรจึง
พระราชทานให้พระนางมัทรีก็ยินดีอนุโมทนาเพื่อร่วม
ทานบารมีให้สำเร็จพระสัมโพธิญาณเป็นเหตุให้เกิดแผ่น
ดินไหวสะท้าน ท้าวสักกะเทวราชในร่างพราหมณ์จึงฝากนา
งมัทรีไว้ยังไม่รับไป ตรัสบอกความจริงและถวายคืนพร้อม

ถวายพระพร ๘ ประการ
ข้อคิด:การทำความดี แม้ไม่มีใครเห็น แต่เทวดาอารักษ์ย่อม

รู้ย่อมเห็น
๑๔

กัณฑ์ที่ ๑๑ มหาราช

เป็นกัณฑ์ที่เทพเจ้าจำแลงองค์องค์ทำนุบำรุงขวัญสองกุมารก่อนเสด็จ
นิวัติถึงมหานครสีพีเมื่อเดินทางผ่านป่าใหญ่ชูชกจะผูกสองกุมารไว้ที่
โคนต้นไม้ ส่วนตนปีนขึ้นไปนอนบนต้นไม้เหล่าเทวดาจึงแปลง
ร่างลงมาปกป้องสองกุมาร จนเดินทางถึงกรุงสีพีเกิดนิมิตฝันตามคำ
ทำนายยังความปีติปราโมทย์ เมื่อเสด็จลงหน้าลานหลวงตอนรุ่งเช้า
ทอดพระเนตรเห็นชูชกพากุมารน้อยสองพระองค์ ทรงทราบความ

จริงจึงพระราชทานค่าไถ่คืน ต่อมาชูชกก็ดับชีพตักษัยด้วยเพราะ
เดโชธาตุไม่ย่อย ชาลีจูงได้ทูลขอให้ไปรับพระบิดาพระมารดานิ
วัติพระนคร ในขณะเดียวกันเจ้านครกลิงคะได้โปรดคืนช้างปัจจัย

นาคแก่นครสีพี
ข้อคิด:คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ย่อมได้รับการคุ้มครอง

ปกป้องในทุกที่ทุกสถาน

๑๕

กัณฑ์ที่ ๑๒ ฉกษัตริย์

เป็นกัณฑ์ที่ทั้งหกกษัตริย์ถึงวิสัญญีภาพสลบลงเมื่อได้พบหน้า

ณ อาศรมดาบสที่เขาวงกตพระเจ้ากรุงสญชัยใช้เวลา ๑

เดือน กับ ๒๓ วัน จึงเดินถึงเขาวงกต เสียงโห่ ร้องของ

ทหารทั้ง ๔ เหล่า พระเวสสันดรทรงคิดว่าเป็นข้าศึกมารบน

นครสีพี จึงชวนนางมัทรีขึ้นไปแอบดูที่ยอดเขาพระนางมัทรี

ทรงมองเห็นกองทัพพระราชบิดา ได้ทรงตรัสทูลพระ

เวสสันดรและเมื่อหกกษัตริย์ได้พบหน้ากันทรงกันแสงสุด

ประมาณ รวมทั้งทหารเหล่าทัพ ทำให้ป่าใหญ่สนั่นครั่นครืน

ท้าวสักกะเทวราชจึงได้ทรงบันดาลให้ฝนตกประพรมหก

กษัตริย์และหวยหาญได้หายเศร้าโศก

ข้อคิด:การให้อภัยสามารถลบรอยร้าวฉานและความบาดหมาง

ทั้งปวง ก่อให้เกิด สันติสุขแก่ส่วนรวม

๑๖

กัณฑ์ที่ ๑๓ นครกัณฑ์

นครกัณฑ์ เป็นกัณฑ์ที่หกกษัตริย์นำพยุหโยธาเสด็จนิวัติพระนครทท
พระเวสสันดรขึ้นครองราชย์แทนพระราชบิดา

พระเจ้ากรุงสัญชัยตรัสสารภาพผิด พระเวสสันดรจึงทรงลาผนวชพร้อม
ทั้งพระนางมัทรีและเสด็จกลับสู่สีพีนคร เมื่อเสด็จถึงจึงรับสั่งให้ชาว
เมืองปล่อยสัตว์ที่กักขัง ครั้นยามราตรีพระเวสสันดรทรงปริวิตกว่า รุ่ง
เช้าประชาชนจะแตกตื่นมารับบริจาคทาน พระองค์จะประทานสิ่งใด
แก่ประชาชนท้าวโกสีห์ได้ทราบจึงบันดาลให้มีฝนแก้ว ๗ ประการ
ตกลงมาในนครสีพีสูงถึงหน้าแข้ง พระเวสสันดรจึงทรงประกาศให้
ประชาชนขนเอาตามปรารถนา ที่เหลือให้ขนเข้าคลังหลวง ในการ
ต่อมาพระเวสสันดรเถลิงราชสมบัติปกครองนครสีพีโดยทศพิธราช
ธรรมบ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุขตลอดพระชนมายุ
ข้อคิด:การทำความดี ย่อมได้รับผลตอบแทน การใช้ธรรมะในการ
ปกครองจะทำให้ บ้านเมืองมีแต่ความสงบร่มเย็น

๑๗

ความรู้เพิ่มเติม

พระเวสสันดร

เป็นแบบอย่างของผู้เสียสละประโยชน์ส่วนตัว เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

มุ่งบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง ยอมเสียสละความสุขส่วน

พระองค์ แม้จะทุกข์ก็ไม่หวั่น เป็นแบบอย่างของบุคคลผู้ไม่ยึดติดอำนาจ

วาสนา รู้ซึ้งถึงโลกธรรมที่ว่า "ยามมียศ เขาก็ยก ยามต่ำตกเขาก็หยาม" หา

ได้หวั่นไหวหรือล้มเลิกบำเพ็ญบารมีไม่




พระนางมัทรี

เป็นแม่แบบของภรรยาผู้มีลักษณะเป็นกัลยาณมิตรของสามี สนับสนุนเป้า

หมายชีวิตอันประเสริฐที่สามีได้ตั้งไว้ และยังเป็นแบบอย่างของภรรยาตาม

ทัศนะของคนตะวันออก เช่น ปฏิบัติดูแลเรื่องข้าวปลาอาหาร เป็นต้น ทรง

คุณธรรมสำคัญ คือ "ซื่อตรง จงรัก หนักแน่น"




พระชาลี - พระนางกัณหา

เป็นแบบอย่างของลูกที่เชื่อฟังพ่อแม่ เข้าใจในเจตนาแห่งการประพฤติ

ธรรม เพื่อประโยชน์ของคนหมู่มากของพ่อคือพระเวสสันดร




ชูชก

เป็นตัวอย่างของคนที่ติดอยู่ในกามคุณเข้าลักษณะว่า "วัวแก่กินหญ้าอ่อน"

ต้องตกระกำลำบากในยามชรา เพราะ "รักสนุก จึงต้องทุกข์ถนัด" ตำราหิ

โตปเทศว่า " ความรู้เป็นพิษเพราะเหตุไม่ใช้ปราสาทเป็นพิษเพราะคน

เข็ญใจ อาหารเป็นพิษเพราะไฟธาตุไม่ย่อย เมียสาวเป็นพิษเพราะผัว

แก่"




พระเจ้าสญชัย - พระนางผุสดี

พระเจ้ากรุงสัญชัย-พระนางผุสดี เป็นแบบอย่างของนักปกครองระบอบ

ประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ฟังเสียงประชาชนส่วน

ใหญ่ รู้จักผ่อนผันเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ไม่เว้นแก่พวกพ้อง แม้จะเป็น

พระโอรสก็ตาม

๑๘

ความรู้เพิ่มเติม

ฝนโบกขรพรรษมีลักษณะ ดังนี้
๑. น้ำฝนมีสีแดงดังเท้านกพิราบ เสียงสนั่นลั่นออกไปดัง

สายฝนธรรมดา
๒. ผู้ใดปรารถนาจะให้เปียกกายจึงจะเปียก หากมิได้

ปรารถนาแม้แต่เม็ดหนึ่งก็มิได้เปียก
๓. เมื่อถูกกายแล้วจะหล่นสู่พื้นดินเสมือนหยาดน้ำที่ตกลงสู่

ใบบัวแล้วกลิ้งตกลงไปฉะนั้น
๔. ไม่เจิ่งนองพื้นดิน เมื่อตกลงแล้วก็ซึมหายไปในแผ่นดิน

ทันที

ทศชาติ เป็นชื่อคัมภีร์ชาดกว่าด้วยเรื่องของ
พระพุทธเจ้าครั้งยังเป็นพระโพธิสัตว์ใน ๑๐ พระ

ชาติก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

๑๙

ความรู้เพิ่มเติม

1.กัณฑ์ทศพร
ข้อคิดประจำกัณฑ์
การทำบุญจักให้สำเร็จสมประสงค์ต้องอธิษฐานจิตตั้ง เป้าหมายชีวิตที่ตน
ปรารถนาไว้ ความปรารถนาที่จะสำเร็จสมดังตั้งใจผู้นั้นต้องมีศีลบริบูรณ์

กล่าวคือ
๑. ต้องกระทำความดี
๒.ต้องรักษาความดีนั้นไว้
๓. หมั่นเพิ่มพูนความดีให้มากยิ่งขึ้น

2.กัณฑ์หิมพานต์
ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑.คนดีเกิดมานำพาโลกให้ร่มเย็น
๒. โลกต้องการผู้เสียสละมิฉะนั้นหายนะจะบังเกิด
๓. การทำดีย่อมมีอุปสรรค "มารไม่มีบารมีไม่มามารยิ่งมาบารมียิ่งแก่กล้า"
๔. จุดหมายแห่งการเสียสละอยู่ที่พระโพธิญาณมิหวั่นไหวแม้จะได้รับ

ทุกข์
3.ทานกัณฑ์
ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑.ความรักของแม่ ความห่วงของเมีย
๒.โทษทัณฑ์ของการเป็นหม้าย คือถูกประนามหยามหมิ่นอาจถึงจบชีวิต
ด้วยการก่อกองไฟให้รุ่งโรจน์แล้วโดดฆ่าตัวตาย
๓.เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม พึงยอมเสียสละประโยชน์สุขส่วนตัว
๔. ยามบุญมีเขาก็ยกยามตกต่ำเขาก็หยาม ชีวิตมีทั้งชื่นบานและขื่นขม




๒๐

ความรู้เพิ่มเติม

4.วนประเวศน์

ข้อคิดประจำกัณฑ์

๑. ยามเห็นใจ ยามจน ยามเจ็บ ยามจากเป็นยามที่ควรจะได้รับความ

เหลียวแล

๒. ผลดีของมิตรแท้ คือ ไม่ทอดทิ้งในยามเพื่อนทุกข์ ช่วยอุ้มชูยาม

เพื่อนอ่อนล้า ช่วยฉุดดึงยามเพื่อนตกต่ำ

๓. น้ำใจของคนดี หากรู้ชัดว่าปกติสุขของคนส่วนมากจะตั้งอยู่ได้

เพราะการเสียสละของตน ก็สมัครสลัดโอกาสและโชคลาภอันจะพึงได้

ด้วยความชื่นชม

5.กัณฑ์ชูชก

ข้อคิดประจำกัณฑ์

๑.ของที่รักและหวงแหน ที่โบราณห้ามฝากผู้อื่นไว้คือ เงิน ม้า เมีย ยิ่ง

น้องเมียห้ามฝากเด็ดขาด อันตรายมาก

๒.ภรรยาที่ดีย่อมไม่ย่อหย่อนต่อหน้าที่ ข้าวดำ น้ำตัก ฟืนตอหักหา น้ำ

ร้อน น้ำชาเตรียมไว้เสร็จ

๓.ของไม่คู่ควรย่อมมีปัญหา ตำราหิโตปเทศกล่าวว่า "ความรู้เป็นพิษ

เพราะเหตุที่ไม่ใช้ อาหารเป็นพิษเพราะเหตุไฟธาตุไม่ย่อย เมียสาว

เป็นพิษเพราะผัวแก"

6.กัณฑ์จุลพน

ข้อคิดประจำกัณฑ์

๑. มีอำนาจหากขาดปัญญาย่อมถูกหลอกได้ง่าย

๒. คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด

๓. ไว้ใจทาง วางใจคน จะจนใจตัว

7.กัณฑ์มหาพน

ข้อคิดประจำกัณฑ์

๑. ฉลาดแต่ขาดเฉลียว มีปัญญาแต่ขาดสติก็เสียทีพลาดท่าได้

๒. สงสารฉิบหาย เชื่อง่ายเป็นทุกข์

๓. คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ ซื้อเสื่อให้ดูลาย ๒๑

ความรู้เพิ่มเติม



8.กัณฑ์กุมาร
ข้อคิดประจำกัณฑ์
๑. ความเป็นผู้รู้จักกาลเทศะ ไม่ผลีผลามเข้าไปขอรอ
จนพระมัทรีเข้าป่าจึงเข้าเฝ้า เพื่อของสองกุมาร เป็น
เหตุให้ชูชกประสบผลสำเร็จใจสิ่งที่ตนปรารถนา ดัง
ภาษิตโบราณว่า "ช้า ๆ จะได้พร้าเล่มงาม ด่วนได้
สามผลามมักพลิกแพลง" ช้าเป็นการนานเป็นคุณ ผู้
รู้จักโอกาส มีมารยาท กล้าหาญ ใจเย็น เป็นสำเร็จ
๒. พ่อแม่ทุกคนรักลูกเหมือนกัน แต่เป็นห่วงไม่เท่า
กัน ห่วงหญิงมากกว่าห่วงชาย เพราะท่านเปรียบไว้ว่า
"ลูกหญิงเหมือนข้าวสาร ลูกชายเหมือนข้าวเปลือก"
๓. สติ เตสัง นิวารณัง สติเป็นเครื่องป้องกันอันตราย
ทั้งปวงได้ ขันติ สาหสวารณา ขันติป้องกันความ
หุนหันพลันแล่นได้ เป็นเหตุให้พระเวสสันดรไม่
ประหารชูชกด้วยพระขรรค์ เมื่อถูกชูชกประนาม
๔. วิสัยหญิงนั้น แม้จะมากอยู่ด้วยเมตตากรุณา ชอบ
ปลดเปลื้องทุกข์แก่ผู้อื่นก็จริงอยู่ แต่เว้นอย่างเดียว ที่ผู้
หญิงนั้นไม่มีวันจะสละสิ่งนั้น คือ "ลูก"






๒๒

ความรู้เพิ่มเติม

9.กัณฑ์มัทรี

ข้อคิดประจำกัณฑ์

ลูกคือแก้วตาดวงใจของผู้เป็นพ่อแม่ "ลูก ดีเป็นที่ชื่นใจของพ่อแม่ ลูก

แย่พ่อแม่ช้ำใจ" รักใครเล่าจะเท่าพ่อแม่รัก ห่วงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่

ห่วง หวงใดเล่าจะเท่าพ่อแม่หวง ให้ใครเล่าจะเท่าพ่อแม่ให้ เพราะ

ฉะนั้นพึงเป็นลูกแก้ว ลูกขวัญ ลูกกตัญญู ที่ชาวโลกชื่นชม พรหมก็

สรรเสริญฯ

10.กัณฑ์สักกบรรพ

ข้อคิดประจำกัณฑ์

การทำดีแม้ไม่มีคนเห็น ก็เป็นความดีอยู่วันยังค่ำ ดุจทองคำแม้จะอยู่

ในตู้โชว์ หรือในกำปั่นก็เป็นทองคำอยู่นั่นเอง เข้าลักษณะว่า

ความ(ของ)ดีดีเด็ดเหมือนเพชรเหมือนทอง ถึงไร้เจ้าของก็เหมือนตัว


ยัง ถึงใส่ตู้อุด ถึงขุดหลุมฝัง ก็มีวันปลั่งอะหลั่งฉั่งชู การทำความดีแม้
ไม่มีคนเห็น แต่เทพยดาอารักษ์เบื้องบนท่านย่อมรู้
11.กัณฑ์มหาราช

ข้อคิดประจำกัณฑ์

คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ย่อมได้รับความปกป้องคุ้มครองภัย

ในที่ทุกสถาน




12.กัณฑ์ฉกษัตริย์

ข้อคิดประจำกัณฑ์

๑. พรากมีวันพบ จากมีวันเจอ จากกันยามเป็นได้เห็นน้ำใจจากกัน

ยามตายได้เห็นน้ำตา

๒. การให้อภัยเป็นเพราะได้สำนึกเป็นเหตุให้ลบรอยร้าวฉานบันดาล

สันติสุขแก่ส่วนรวม

๓. สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้ผิด บรรพชิตยังรู้เผลอ ความผิด

พลาดเป็นเรื่องของมนุษย์ แต่การให้อภัยเป็นวิสัยของเทวดา

13.นครกัณฑ์

ข้อคิดประจำกัณฑ์

การทำความดี ย่อมได้รับผลดีตอบแทน การใช้ธรรมะในการปกครอง

ย่อมทำให้เกิดความสงบร่มเย็น ๒๓

๒๔


Click to View FlipBook Version