The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การตรวจสอบอาหารเสริม (นม) ของสถานศึกษาเอกชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by neekan2audit, 2024-04-29 23:04:53

รายงานผลการดำเนินงาน

การตรวจสอบอาหารเสริม (นม) ของสถานศึกษาเอกชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

Keywords: รายงานผล,รายงาน

รายงานผลการดำเนินงาน การตรวจสอบเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) ของสถานศึกษาเอกชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดย นางสาวปราณี ทองสุทธา ตำแหน่ง นักวิชาการตรวจสอบภายในชำนาญการพิเศษ เอกสารลำดับที่ 1/ 2567 หน่วยตรวจสอบภายใน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ


ก คำนำ ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อนุมัติแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาบุคลากร ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยกำหนดเป้าหมายให้บุคลากร ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มีทัศนคติ ทักษะ สมรรถนะเพื่อปฏิบัติงานในบทบาทหน้าที่ที่ มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกัน เน้นการสร้างผลสัมฤทธิ์ของงานที่มี ประโยชน์กับส่วนรวมมีคุณภาพชีวิตที่ดี รู้หน้าที่ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม ป้องกันการทุจริต และประพฤติมิชอบ มีพฤติกรรมการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง รู้เท่าทัน ปรับตัวได้ทันต่อ การเปลี่ยนแปลง ยึดหยุ่น และคล่องตัว สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ตระหนักและให้ความสำคัญ ในการส่งเสริม และพัฒนาให้ข้าราชการและบุคลากรให้มีทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็น ส่วนสำคัญในการปฏิบัติราชการ เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพและความ รวดเร็ว รวมถึงส่งเสริมให้ข้าราชการและบุคลากร มีทักษะการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร การ ประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ ความเข้าใจ การสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมกับส่วนราชการและ หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ เพิ่มโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียม ทางสังคมใน การรับรู้ข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ มีกระบวนการจัดการความรู้ ด้วยระบบดิจิทัลอย่างเป็นระบบ จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เพื่อยกระดับวัฒนธรรมการทำงาน ให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี เป็น ส่วนราชการ แห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตามแนวทางการขับเคลื่อนการบริหารทรัพยากรบุคคลของ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่เน้นให้ข้าราชการและบุคลากรมีการพัฒนาการด้านทักษะ เทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีบุคลากรในสำนักงานทำหน้าที่เป็นโค้ช เป็นวิทยากรพี่เลี้ยง คอยช่วยเหลือ ดูแล แนะนำ การทำงานเป็นทีม สร้างระบบทีมเวิร์คที่มีประสิทธิภาพ มีการร่วมแรง ร่วมใจ โดยมีเป้าหมาย ร่วมกัน นำไปสู่การปฏิบัติงานอย่างรูปธรรม บรรลุเป้าหมายต่อไป หน่วยตรวจสอบภายใน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี 29 เมษายน 2567


1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา โครงการอาหารเสริม (นม) เป็นโครงการที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นและได้ให้การอุดหนุน เป็นค่าอาหารเสริม (นม) ให้แก่นักเรียนในโรงเรียนเอกชนที่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคล เพื่อพัฒนา ร่างกายของนักเรียนให้มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางด้านจิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ดังนั้น การบริหารจัดการโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จึงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอุดหนุนเป็นค่าอาหารเสริม (นม) ของโรงเรียนเอกชน ตามประกาศ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 1.2 วัตถุประสงค์ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามแผนงาน ผลผลิต โครงการ ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด 1.3 เป้าหมาย 1.3.1 เชิงปริมาณ รายงานผลการตรวจสอบ จำนวน 1 เรื่อง ประเด็นการตรวจสอบเงินอุดหนุนโครงการ อาหารเสริม (นม) ของสถานศึกษาเอกชน 1.3.2 เชิงคุณภาพ รายงานการตรวจสอบเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ 1.4 ระยะเวลาดำเนินการ ระหว่างวันที่ 12 – 19 ธันวาคม 2566 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.5.1 ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติรับทราบข้อบกพร่องที่ตรวจพบ พร้อมข้อเสนอแนะที่จะนำไป ปรับปรุงการปฏิบัติงาน 1.5.2 ผู้ตรวจสอบภายในสามารถนำวิธีการตรวจสอบดังกล่าวไปประยุกต์ในการตรวจสอบ หน่วยรับตรวจที่เป็นสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่ที่รับผิดชอบได้


2 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) ได้ดำเนินการตรวจสอบโดยใช้ความรู้ จากข้อกฎหมายและระเบียบของทางราชการ เพื่อมาเป็นพื้นฐานในการจัดทำแนวทางการตรวจสอบ ประกอบด้วย 2.1 ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การอุดหนุนเป็นค่าอาหารเสริม (นม) ของนักเรียนโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2552 ในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการตรวจสอบอาหารเสริม (นม) ดังนี้ 2.1.1 ข้อ 6 การอุดหนุนเป็นค่าอาหารเสริม (นม) ให้คำนวณจากจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริง ในโรงเรียนตามอัตราที่สำนักงานกำหนด ซึ่งต้องไม่เกินความจุนักเรียนที่ได้รับอนุญาต หรือที่ กำหนดไว้ในตราสาร 2.1.2 ข้อ 7 การยื่นขอรับการอุดหนุนเป็นค่าอาหารเสริม (นม) 2.1.3 ข้อ 8 การดำเนินงานเกี่ยวกับการขอรับอุดหนุนเป็นค่าอาหารเสริม (นม) 2.1.3 ข้อ 9 การเบิกจ่ายและบริหารงบประมาณเป็นค่าอาหารเสริม (นม) 2.2 หนังสือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0211.2/20110 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2565 เรื่อง การปรับราคาเพิ่มราคากลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม โครงการอาหารเสริม (นม) 2.3 หนังสือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0211.2/419 ลงวันที่ 9 มกราคม 2566 เรื่อง การจัดสรรเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2565 2.4 หนังสือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0211.2/2502 ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เรื่อง ขอรับเงินอุดหนุนเป็นค่าอาหารเสริม (นม) สำหรับภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 2.5 ประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงาน โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2566 2.6 ประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงาน โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2566 ฉบับที่ 2


3 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน ขั้นตอนในการดำเนินงาน 1. จัดทำ/ทบทวนกฎบัตรการตรวจสอบภายใน กฎบัตรการตรวจสอบภายใน (Internal Audit Charter) เป็นเอกสารที่ ที่จัดทำขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อกำหนดวัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบ ในการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน ให้สอดคล้องกับภารกิจงานตรวจสอบภายในตามคำนิยามการ ตรวจสอบภายใน ที่กำหนดไว้ในหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ ปฏิบัติการตรวจสอบภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในต้อง ทบทวนกฎบัตรการตรวจสอบภายในทุกปี และนำเสนอหัวหน้าส่วนราชการ ให้ความเห็นชอบ เพื่อใช้ เป็นกรอบอ้างอิงและเป็นแนวทางการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในและเผยแพร่ให้หน่วยรับตรวจ ทราบ รวมถึงต้องดำเนินการส่งสำเนากฎบัตรการตรวจสอบภายใน ให้กลุ่มตรวจสอบภายใน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 2. การจัดทำแผนการตรวจสอบประจำปี ตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ ปฏิบัติการตรวจสอบภายในสำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2561 มาตรฐานการตรวจสอบภายใน สำหรับหน่วยงานของรัฐ ส่วนที่ 2 มาตรฐานด้านการปฏิบัติงาน รหัสมาตรฐานที่ 2010 กำหนดให้ หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายในต้อง วางแผนการตรวจสอบตามผลการประเมินความเสี่ยง เพื่อจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของกิจกรรม ที่จะทำการตรวจสอบให้สอดคล้องกับเป้าหมายของหน่วยงานของรัฐ รหัสมาตรฐานที่ 2020 กำหนดให้ หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายใน ต้องเสนอแผนการตรวจสอบและทรัพยากรที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน รวมทั้งปรับเปลี่ยน แผนการตรวจสอบภายในที่มีนัยสำคัญให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐและคณะกรรมการตรวจสอบ พิจารณาอนุมัติในกรณีที่มีข้อจำกัดของทรัพยากร หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายในต้องรายงานถึง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแผนการตรวจสอบด้วย ทั้งนี้ ได้จัดทำแผนการตรวจสอบประจำปีเสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการ พิจารณาอนุมัติภายในเดือน กันยายน และได้กำหนดประเด็นการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี เฉพาะเจาะจงไว้ในแผนการตรวจสอบประจำปี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ตามที่ได้เข้าร่วม บูรณาการการตรวจสอบกับกลุ่มตรวจสอบภายใน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี องค์ประกอบของแผนการตรวจสอบ ดังนี้ 2.1 วัตถุประสงค์ของแผนการตรวจสอบ 2.2 ขอบเขตการปฏิบัติงานตรวจสอบ 2.2.1 กิจกรรมการตรวจสอบ 2.2.2 วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ


4 2.2.3 หน่วยรับตรวจ 2.2.4 ระยะเวลาในการตรวจสอบ 2.2.5 จำนวนคนวัน ที่ใช้ในการปฏิบัติงานตรวจสอบ 2.2.6 ผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบ 2.2.7 งบประมาณที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ในการนี้ได้มีการจัดส่งแผนการตรวจสอบประจำปีที่ได้รับอนุมัติแล้วให้กลุ่ม ตรวจสอบภายใน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำเนาแผนการตรวจสอบฯ ให้กับ สำนักตรวจเงินแผ่นจังหวัด เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง 3. การปฏิบัติงานตรวจสอบ 3.1 ก่อนเริ่มปฏิบัติงานตรวจสอบ หลังจากศึกษาธิการจังหวัดอนุมัติแผนการตรวจสอบประจำปีแล้ว ได้ดำเนินการ ดังนี้ 3.1.1 จัดทำแผนการปฏิบัติงานตรวจสอบ เพื่อกำหนด รายละเอียดการดำเนินงานของกิจกรรมการตรวจสอบตามที่ได้กำหนดไว้ในแผนการตรวจสอบ ประจำปี ประกอบด้วย วัตถุประสงค์การตรวจสอบ ขอบเขตการตรวจสอบและแนวทางในการ ตรวจสอบ 3.1.2 จัดทำหนังสือแจ้งหน่วยรับตรวจ 3.2 ระหว่างปฏิบัติการตรวจสอบ ดำเนินการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงตาม แนวทางการตรวจสอบที่ได้กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติงาน 3.3 หลังการปฏิบัติงานตรวจสอบ หลังจากการปฏิบัติงานตรวจสอบเสร็จสิ้น ให้สอบทานเอกสารหลักฐาน ที่รวบรวมไว้รวมถึงรายละเอียดในกระดาษทำการ ว่าถูกต้องและมีความน่าเชื่อถือเพียงพอหรือไม่ และบันทึกข้อตรวจพบไว้ในกระดาษทำการ เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และสรุปผลการตรวจสอบ 4. จัดทำรายงานและติดตามผล 4.1 จัดทำรายงานผลการตรวจสอบเสนอศึกษาธิการจังหวัดและส่ง รายงานผลการตรวจสอบให้กลุ่มตรวจสอบภายใน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้ง แจ้งผลการตรวจสอบให้แก่หน่วยรับตรวจทราบและดำเนินการแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้อง 4.2 ติดตามการปรับปรุงแก้ไขข้อตรวจพบของหน่วยรับตรวจ 5. การประเมินคุณภาพงานตรวจสอบภายใน หน่วยตรวจสอบภายใน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดต้องปรับปรุงและ รักษาคุณภาพ งานตรวจสอบภายในให้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐาน การตรวจสอบภายในและจรรยาบรรณการตรวจสอบภายใน ทั้งนี้การประเมินผลดำเนินการจาก 2 ส่วน


5 5.1 การประเมินผลจากภายใน การประเมินผลจากภายใน เป็นการติดตามและประเมินผล การปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เป็นระยะ ๆ โดยการประเมินตนเอง หรือโดยบุคคลอื่นที่อยู่ภายในส่วนราชการ ที่มีความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน 5.2 การประเมินผลจากภายนอก การประเมินผลจากภายนอก เป็นการประเมินตามเกณฑ์ การประกันคุณภาพงานตรวจสอบภายในภาครัฐที่กรมบัญชีกลางกำหนดและการประเมินผล การปฏิบัติงานตามเกณฑ์ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ทั้งนี้ หน่วยตรวจสอบภายใน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ได้ดำเนินการจัดทำ รายงานการประเมินตนเองเป็นระยะและได้ส่งรายงานดังกล่าวให้กลุ่มตรวจสอบภายใน สำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง 3.1 กลุ่มเป้าหมาย/ผู้ได้รับประโยชน์ โรงเรียนเอกชนในจังหวัดกาญจนบุรี 3.1.1 ผลผลิต (Output) รายงานผลการตรวจสอบ จำนวน 1 เรื่อง 3.1.2 ผลลัพธ์ (Outcome) รายงานการตรวจสอบเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ 3.2 ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ 3.2.1 จัดทำรายงานผลการตรวจสอบและจัดส่งให้กลุ่มตรวจสอบภายใน สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ภายในระยะเวลาที่กำหนด ตารางที่ 1 ตัวบ่งชี้ความสำเร็จและค่าเป้าหมาย ตัวบ่งชี้ความสำเร็จและค่าเป้าหมาย วิธีการวัด และประเมินผล เครื่องมือที่ใช้วัด และประเมินผล ผลผลิต (Output) รายงานผลการตรวจสอบ การจัดทำและนำส่ง รายงานผลการตรวจสอบ เป็นไปตามเวลาที่กำหนด 1. หนังสือนำส่ง 2. สำเนาบันทึกเสนอ รายงานผลการตรวจสอบ 3. รายงานผลการ ตรวจสอบ ผลลัพธ์ (Outcomes) รายงานผลการตรวจสอบเป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ การรายงานผลการ ตรวจสอบครอบคลุม วัตถุประสงค์ของการ ตรวจสอบที่ได้ตั้งไว้ 1. แผนการตรวจสอบ ประจำปี 2. รายงานผล การตรวจสอบ


6 3.3 การวิเคราะห์ความเสี่ยง 3.3.1 ความเสี่ยง 1) การได้รับเอกสารประกอบการตรวจสอบจากหน่วยรับตรวจล่าช้า 2) การตรวจสอบอาจไม่ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบ 3) ความรู้ความชำนาญการตรวจสอบ 3.3.2 การบริหารความเสี่ยง 1) มีการแจ้งประสานกับหน่วยรับตรวจเป็นการล่วงหน้า 2) มีการจัดทำแผนปฏิบัติงานตรวจสอบ 3) มีเครือข่ายผู้ตรวจสอบภายในเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 3.4 กิจกรรมและงบประมาณ 3.4.1 กิจกรรมที่ 1 การตรวจสอบเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) ตารางที่ 2 แสดงกิจกรรมที่ 1 การต กิจกรรม งบประมาณ (บาท) กิจกรรมที่ 1 : การตรวจสอบเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) 1,256 รวมวงเงิน (บาท) 1,256 กิจกรรมที่ 2 : การจัดทำรายงานสรุปผลการตรวจสอบ - รวมวงเงิน (บาท) - 3.4.2 งบประมาณ ตารางที่ 3 งบประมาณ กิจกรรม งบประมาณ รวม ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ กิจกรรมที่ 1 : การตรวจสอบเงินอุดหนุนฯ - 1,256 - 1,256 1.1 ค่าเบี้ยเลี้ยง (120 บาท x 2 .คน x 3 วัน) - 720 - 720 1.2 ค่าชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิง - 536 - 536 กิจกรรมที่ 2 : จัดทำรายงานผลการตรวจสอบ - - - - 2.1 ค่าจัดทำเอกสารรายงานการโครงการ - - - - รวมทั้งสิ้น - 1,256 - 1,256


7 3.5 ตารางกำหนดการกิจกรรม 3.5.1 กิจกรรมที่ 1 การตรวจสอบเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) ของสถานศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 3.5.1 กิจกรรมที่ 2 จัดทำรายงานผลการตรวจสอบ 3.6 ระยะเวลาดำเนินการ 3.6.1 กิจกรรมที่ 1 การตรวจสอบเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) ระหว่างวันที่ 12 – 19 ธันวาคม 2567 3.6.2 กิจกรรมที่ 2 จัดทำรายงานผลการตรวจสอบ ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2566 – 5 กุมภาพันธ์ 2567 3.7 สถานที่ดำเนินการ/พื้นที่ดำเนินการ 3.7.1 กิจกรรมที่ 1 การตรวจสอบเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) ณ โรงเรียนเอกชนในสังกัด สช. ในเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี 3.7.2 กิจกรรมที่ 2 การจัดทำรายงานผลการตรวจสอบ ณ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรี


8 บทที่ 4 ผลการดำเนินงานและการวิเคราะห์ข้อมูล ผลสำเร็จของงาน 1. เชิงปริมาณ รายงานผลการตรวจสอบ จำนวน 1 เรื่อง กิจกรรมการตรวจสอบเงินอุดหนุน โครงการอาหารเสริม (นม) ของสถานศึกษาเอกชน ตามแผนการตรวจสอบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ข้อมูลปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ภาคเรียนที่ 2/2565 และภาคเรียนที่ 1/2566) จำนวน 3 แห่ง มีผลการตรวจสอบในภาพรวมโดยสรุป ดังนี้ 1.1 ภาคเรียนที่ 2/2565 โรงเรียน จำนวน 1 แห่ง ดำเนินการจัดซื้ออาหารเสริม (นม) ครบ 130 วัน/คน/ภาคเรียน ยกเว้น 2 แห่ง ที่ดำเนินการจัดซื้ออาหารเสริม (นม) ได้ไม่ครบ 130 วัน/ คน/ภาคเรียน โดยดำเนินการจัดซื้อได้ 129.996 วัน และ 129 วัน ตามลำดับ โดยมีสาเหตุจากการ ได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าอาหารเสริม (นม) น้อยกว่าจำนวนนักเรียนที่มีอยู่จริง 1.2 ภาคเรียนที่ 1/2566โรงเรียนทั้ง 3 แห่ง ดำเนินการจัดซื้ออาหารเสริม (นม) ครบ 130 วัน/คน/ภาคเรียน 1.3 ในการดำเนินการโครงการอาหารเสริม (นม) ของสถานศึกษาเอกชน ในภาพรวมมีการดำเนินการอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนใหญ่มีการปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่ยังพบ ข้อบกพร่อง ดังนี้ 1.3.1 โรงเรียนทั้ง 3 แห่ง ไม่ได้กำหนดปฏิทินการดำเนินการจัดทำ สัญญาซื้อขายอาหารเสริม (นม) ในภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2565 และ 2566 1.3.2 โรงเรียน จำนวน 2 แห่ง มีการระบุรายละเอียดในแผนบริหาร จัดการอาหารเสริม (นม) ไม่สมบูรณ์ อาทิ ไม่ได้กำหนดผู้รับผิดชอบแจกจ่ายอาหารเสริม (นม), ไม่ได้ กำหนดผู้ทำหน้าที่เป็นกรรมการตรวจรับ 1.3.3การจัดซื้ออาหารเสริม (นม) ของโรงเรียนทั้ง 3 แห่ง ไม่เป็นไปตาม แผนบริหารจัดการอาหารเสริม (นม) กล่าวคือ แผนฯ ระบุการจัดซื้อเป็นนมพาสเจอร์ไรซ์ จำนวน 85 วัน และนม ยู เอช ที จำนวน 45 วัน รวม 130 วัน/คน/ภาคเรียน ซึ่งโรงเรียนทั้ง 3 แห่ง ได้ดำเนินการ จัดซื้อจริงไม่เป็นไปตามแผนบริหารจัดการดังกล่าว โดยไม่มีหลักฐานการขอความเห็นชอบจาก คณะกรรมการบริหารในการปรับแผนบริหารจัดการอาหารเสริม (นม) 1.3.4 โรงเรียนไม่ได้ออกใบเสร็จรับเงินโครงการอาหารเสริม (นม) ของภาคเรียนที่ 1/2566 ภายใน 5 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับทราบว่ามีเงินเข้าบัญชีบางรายการ จำนวน 2 แห่ง 1.3.5 โรงเรียน จำนวน 1 แห่ง ถอนเงินจากบัญชีเงินฝาก ธนาคารก่อนการชำระเงินค่าอาหารเสริม (นม) ให้กับเจ้าหนี้ประมาณ 2 เดือนเศษ 1.3.6 โรงเรียน จำนวน 1 แห่ง อนุชนศึกษามีการถอนเงินจ่ายให้ ผู้ประกอบการสูงกว่าสัญญา โดยมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของการจัดซื้อ โดยมิได้จัดทำ บันทึกแนบท้ายสัญญา


9 1.3.7 โรงเรียน จำนวน 1 แห่ง มีการจัดทำรายงานผล การดำเนินงานตามแบบ นม.4 ของภาคเรียนที่ 2/2565 ไม่สัมพันธ์กับสัญญาซื้อขาย 1.3.8 สัญญาซื้อขายและเอกสารที่เกี่ยวข้องของโรงเรียนทั้ง 3 แห่ง ยังมีความไม่สมบูรณ์อาทิ ไม่ได้ระบุวันที่ในสัญญาซื้อขาย, หนังสือมอบอำนาจของสหกรณ์ที่เป็น คู่สัญญาไม่ได้ปิดอากรแสตมป์, ไม่ได้ระบุวันที่ในหนังสือมอบอำนาจ, ใบเสนอราคาไม่ได้ระบุจำนวน หน่วยของอาหารเสริม (นม) รวมถึงการทำสัญญาซื้อขายไม่ได้จัดทำให้แล้วเสร็จอย่างน้อยภายใน 5 วันทำการก่อนเปิดภาคเรียน 1.3.9 ในการดำเนินการตรวจรับอาหารเสริม (นม) โรงเรียนไม่ได้มีการ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับอาหารเสริม (นม) จำนวน 1 แห่ง ทั้งนี้ ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่หน่วยรับตรวจ ดังนี้ (1) ในการจัดทำแผนบริหารจัดการอาหารเสริม (นม) ของโรงเรียน ขอให้กำหนดปฏิทินการดำเนินการจัดทำสัญญาซื้อขายอาหารเสริม (นม) ให้ครอบคลุม ภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา รวมถึงกำหนดผู้รับผิดชอบการแจกจ่าย อาหารเสริม (นม) และผู้ตรวจรับไว้ในแผนบริหารจัดการอาหารเสริม (นม) (2) ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่ได้กำหนดไว้ในแผนบริหาร จัดการอาหารเสริม (นม) ขอให้จัดทำบันทึกเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร เพื่อขอความเห็นชอบ ในการปรับแผนบริหารจัดการอาหารเสริม (นม) (3) ในการจัดซื้ออาหารเสริม (นม) โรงเรียนต้องทำสัญญาซื้อขายเป็นหนังสือกับ ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่ได้รับมอบอำนาจจาก อ.ส.ค. ให้แล้วเสร็จอย่างน้อยภายใน 5 วันทำการ ก่อนเปิดภาคเรียนตามประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และ วิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน (4) กรณีเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในสัญญาซื้อขาย ขอให้จัดทำรายละเอียด แนบท้ายสัญญา เพื่อใช้ประกอบเป็นหลักฐานในการซื้อขายและการบันทึกบัญชี (5) การสอบทานความถูกต้องและครบถ้วนของข้อความและหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้ออาหารเสริม (นม) เช่น การบันทึกวันที่ในหนังสือมอบอำนาจและสัญญาซื้อขาย, การปิดและขีดฆ่าอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจของคู่สัญญา เป็นต้น (6) ในการตรวจรับอาหารเสริม (นม) ขอให้สอบทานความถูกต้องของ อาหารเสริม (นม) ที่ได้รับ เปรียบเทียบกับหลักฐานการส่งมอบอาหารเสริม (นม) ของผู้ประกอบการ ซึ่งผู้ส่งมอบได้ลงลายมือชื่อในหลักฐาน โดยมีผู้ตรวจรับตามคำสั่งลงลายมือชื่อตรวจรับอาหารเสริม (นม) ในหลักฐานการส่งมอบดังกล่าว (7)สอบทานความถูกต้องการบันทึกข้อมูลตามแบบ นม.4 โดยข้อมูลที่บันทึก มีความสัมพันธ์กับการจัดซื้ออาหารเสริม (นม) (8) ก่อนการจ่ายเงินให้กับคู่สัญญา ขอให้มีการสอบทานความถูกต้อง ของอาหารเสริม (นม) ที่ได้รับ โดยใช้ข้อมูลจากสัญญาซื้อขายเปรียบเทียบกับหลักฐานการส่งมอบ อาหารเสริม (นม) และใบแจ้งหนี้


10 (9) เมื่อโรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนอาหารเสริม (นม) แล้ว ขอให้ออก ใบเสร็จรับเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด และต้องเก็บรักษาเงินอุดหนุนเป็นค่าอาหารเสริม (นม) ไว้ในบัญชีเงินอุดหนุนอาหารเสริม (นม) ของโรงเรียน ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การอุดหนุนเป็นค่าอาหารเสริม (นม) ของนักเรียนโรงเรียน เอกชน พ.ศ. 2552 ข้อ 9(4) หากโรงเรียนนำเงินออกจากบัญชี ต้องนำไปใช้จ่ายในการจัดซื้อนม โรงเรียนเท่านั้น 2. เชิงคุณภาพ รายงานการตรวจสอบเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน ในการตรวจสอบเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) ผู้ตรวจสอบได้นำ ความรู้จากการศึกษาหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการอุดหนุนเป็นค่าอาหารเสริม (นม) ของนักเรียน โรงเรียนเอกชนและหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้องนำมาใช้ในการตรวจสอบ ซึ่งผลการตรวจสอบ สรุปภาพรวมได้ว่า การดำเนินการเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) ของโรงเรียนเอกชน อยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนใหญ่มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง แต่ยังมีข้อตรวจพบ ในการดำเนินการเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) บางประการที่ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง


11 บทที่ 5 สรุปผลและข้อเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการดำเนินงาน การตรวจสอบเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) ของสถานศึกษาเอกชน ซึ่งได้กำหนดไว้ ในแผนการตรวจสอบภายใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการ ดำเนินงานตามแผนงาน ผลผลิต โครงการ ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด ซึ่งได้สุ่มตรวจโรงเรียน เอกชน จำนวน 3 แห่ง ข้อมูลปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (ภาคเรียนที่ 2/2565 และภาคเรียนที่ 1/2566) ผลการตรวจสอบสรุปภาพรวมได้ว่า การดำเนินการเงินอุดหนุนโครงการอาหารเสริม (นม) อยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนใหญ่มีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอุดหนุนเป็นค่าอาหารเสริม (นม) ของนักเรียน โรงเรียนเอกชน และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง แต่ยังมีข้อตรวจพบในการดำเนินการโครงการอาหารเสริม (นม) บางประการที่ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะในรายงานผลการตรวจสอบแล้ว 5.2 ปัญหาอุปสรรค ในด้านความยุ่งยากในการดำเนินการ/ปัญหา/อุปสรรค ได้แก่ ผู้ตรวจสอบภายในต้องหมั่นศึกษา ข้อกฎหมาย ระเบียบ ตลอดจนหนังสือสั่งการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม, ความเพียงพอ ความเชื่อถือได้ และความครบถ้วนของกระดาษทำการ ตลอดจนเอกสารหลักฐาน ในการรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อใช้ในการสรุปผลการตรวจสอบ, ต้องดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ หรืออาจต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนการให้ข้อเสนอแนะแก่หน่วยรับตรวจ 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1. ผู้ตรวจสอบภายในต้องหมั่นศึกษาข้อกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อจะได้ปฏิบัติงานตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการสร้างเครือข่าย ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบภายใน ที่อยู่จังหวัดใกล้เคียงเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 2.3.2 การสนับสนุนงบประมาณในการเข้ารับการฝึกอบรม โครงการอบรมหลักสูตร ประกาศนียบัตรผู้ตรวจสอบภายในภาครัฐ (Certified Government Internal Auditor – CGIA) เพื่อให้ผู้ตรวจสอบภายใน ได้พัฒนาศักยภาพและมาตรฐานการปฏิบัติงานเทียบเท่ามาตรฐานสากล และเป็นไปตามเกณฑ์การประเมินการประกันคุณภาพงานตรวจสอบภายในของส่วนราชการ


14 รายการอ้างอิง สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 (กรุงเทพฯ: พริก หวานกราฟฟิค, 2560), 10. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, นโยบาย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ.2561 (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย, 2560), 17. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ, การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กรุงเทพฯ: พริก หวานกราฟฟิค, 2554).


ภาคผนวก


16 ภาคผนวกก โครงการที่ได้รับอนุมัติ


17 ภาคผนวก ข คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานหรือที่เกี่ยวข้อง


18 ภาคผนวก ค กำหนดการจัดกิจกรรม/โครงการ


19 ภาคผนวกง ตัวอย่างแบบทดสอบ/แบบประเมิน


20 ภาคผนวกจ ประมวลภาพกิจกรรมตามกำหนดการ


21 ภาคผนวก ฉ รายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม


Click to View FlipBook Version