ชาวเมียนมา การแต่งกาย วัฒนธรรม
ชุดประจำ ชาติ 4 มกราคม 1948 พม่าได้รับเอกราชจาก สหราชอาณาจักร ชุดประจำ ชาติของพม่า ก็กลับมามีบทบาทสำ คัญในการเป็นอัตลักษณ์ ของชาติ เครื่องแต่งกายประจำ ชาติของประเทศเมียนมา လုံချ လုံ ချည် (โหล่งจี่) เป็นโสร่งทำ จากผ้าฝ้ายหรือ ผ้าไหม นิยมสวมใส่ทั้งชายและหญิง ส่วนการแต่ง กายของชนพื้นเมืองหรือกลุ่มชาติพันธุ์จะมีความ แตกต่างกัน
ยุคก่อนอาณานิคมอังกฤษ นครรัฐปยู เป็นกลุ่มเมืองรัฐที่มีอยู่ในช่วง 200 ปีก่อนคริสต์ศักราชถึงช่วงกลาง คริสต์ศตวรรษที่ 11 อาณาจักรมอญ มีกษัตริย์ปกครอง 59 พระองค์ ยุคแรกสิ้นสุดลงเมื่อพระเจ้าอโนรธา แห่ง อาณาจักรพุกาม ยกทัพมาตีเมืองสะเทิม อาณาจักรพุกาม เป็นอาณาจักรโบราณในช่วงพ.ศ.1392–1840 พุกามเป็นอาณาจักร และราชวงศ์แห่งแรกในประวัติศาสตร์ของชาวพม่า มีศูนย์กลางอยู่ที่ เมืองพุกามในปัจจุบัน อนุนุนุนุสาวรีรีรีย์รีย์ย์ย์พระเจ้จ้ จ้จ้ าอเนาวรธา (อโนรธา) พุกาม
สมัยราชวงศ์ค ศ์ องบอง หรือราชวงศ์อลองพญา เป็นราชวงศ์ที่ 3 ในประวัติศาสตร์ พม่า และเป็นราชวงศ์สุดท้ายของพม่า ก่อนที่จะตกเป็นเมืองขึ้น ของ สหราชอาณาจักร และสิ้นสุดการปกครองระบอบราชาธิปไตย ของพม่า การแต่งกายในอาณาจักรพม่าก่อนอาณานิคมผู้หญิงทุก คนสามารถทอเสื้อผ้าได้ ประดับประดาตัวเองด้วยทองคำ และ เงิน รวมทั้งแหวนที่ประดับด้วยเพชรพลอย สร้อยคอ สร้อย ข้อมือ และกำ ไลข้อเท้า การแต่งกาย
เครื่รื่ รื่รื่ องแต่ต่ต่ ต่งกายของพระเจ้จ้ จ้จ้ ามัมัมัมังระ กษัษัษัษัตริริริริย์ย์ ย์ย์ องค์ค์ ค์ค์ ที่ที่ ที่ที่ 3 ของราชวงศ์ศ์ ศ์ศ์ คองบอง จากละคร หนึ่นึ่ นึ่นึ่ งด้ด้ ด้ด้ าวฟ้ฟ้ฟ้ฟ้ าเดีดีดีดียว ช่ช่ช่ ช่อง 3 เครื่รื่ รื่รื่ องแต่ต่ต่ ต่งกายในรัรัรัรัชสมัมัมัมัยพระเจ้จ้ จ้จ้ าจัจัจัจักกายแมง พม่ม่ม่ ม่าเข้ข้ ข้ข้ ายึยึยึยึดครองแคว้ว้ ว้ว้ นอัอัอัอัสสัสัสัสัมของอิอิอิอินเดีดีดีดีย พระเจ้าธีบอพระมหากษัตริย์พม่า พระองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์คองบอง สมัยราชวงศ์ค ศ์ องบอง
ยุคอาณานิคมอังกฤษ เหล่าชาตินิยมชาวพม่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเสื้อผ้าแบบดั้งเดิม ยอโลนจี โสร่งรูปแบบหนึ่งจากแคว้นยอ และปินนีไตปอนอินจี เสื้อคลุมคอจีนสีเหลืองอมน้ำ ตาล แสดงออกซึ่งสัญลักษณ์ที่ให้ความรู้สึกต่อต้านลัทธิ ล่าอาณานิคมและความเชื่อมั่นในชาติในการเรียกร้องเอกราช
สแกนเพื่อตอบคำ ถาม
(กลุ่มชาติพันธ์ุ) ชุดชนพื้นเมือง
ชาวพม่าทั้งหญิงและชายนิยมนุ่งโสร่ง หรือ โหล่งจี่ ซึ่งมีทั้ง ผ้าฝ้ายและไหมที่มีสีสด ของผู้หญิงจะมีลายเชิงด้านล่างและมี ลวดลายเล็กๆ กระจายทั่ว ผืนผ้า ลวดลายของแต่ละท้องถิ่น จะต่างกัน ผู้หญิงนิยมสวมเสื้อตัวสั้น คอกลม ผ่าอกติดกระดุม 5 เม็ด ส่วนผู้ชายสวมแขนกระบอกยาวจรดข้อมือ หรือบางครั้งเป็น เสื้อแขนสั้น สวมรองเท้าคีบรองเท้าแตะ ทั้งหญิง ชาย ผู้หญิงนิยมเกล้าผมแล้วปล่อยชายผมลงมาอาจแซมด้วย ดอกไม้เพื่อความสวยงาม ผู้ชายนิยมตัดผมสั้น ไม่สวหมวก หรือโพกผ้าตามประเพณีดั้งเดิม ชาวบะหม่ม่ ม่ าม่ า ဗမာ
สวมเสื้อคอกลมแขนยาว ผ่าหน้า ติดกระดุมผ้า คล้ายไส้ไก่ ขมวดเป็นปมพร้อมตกแต่งลวดลาย สวมกางเกงขาก๊วยเป้าต่ำ สวมเสื้อผ่าหน้าหรือเสื้อป้าย แขนกระบอก เอวสั้น ตกแต่ง ลวดลายสวยงามด้วยการปักหรือฉลุผ้าตามขอบ กระดุม ที่กลัดเสื้ออาจจะใช้กระดุมผ้าหรือพลอยกลัดกับ หูกระดุม ซิ่นที่นุ่งนั้นมีการต่ดหัวซิ่นด้วยผ้าเนื้อนิ่มสีดำ พับแล้วเหน็บที่ หัวซิ่น ใช้เข็มขัดเงินคาดทับ โพกหัวพันผ้าห้อย ชาย หญิง ชาวฉาน ရှမ်း
นิยมสวมใส่เสื้อผ้าสีแดง และตกแต่งด้วย เครื่องประดับลูกปัดระย้อย มีเครื่องหัวเป็น เครื่องประดับสวยงาม ผู้หญิงชิน นิยมสักลายบนใบหน้า เชื่อว่า รอยสักเป็นตัวแทนความงาม มีประเพณี การสักลายบนใบหน้า เพราะเชื่อว่า ทำ ให้ พวกเธอดูสวย ชาวชิชิ ชิ นชิ น ချ င်း
การแต่งกายของชนเผ่าคะฉิ่นจะเหมือนกันทุกวัย ไม่มีความ แตกต่าง หมวกผู้ชายมีฟันหมูป่าเพื่อป้องกัน ศัตรู ให้เกรง กลัวเปรียบเสมือนมีอำ นาจ ชุดของหญิงคะฉิ่นแขนยาวสีดำ มี เม็ดเงินประดับที่อก ส่วนผ้าซิ่นของผู้หญิงทอเอง ปักลายเอง มีผ้าคาดเอว มีถุงน่อง ชนเผ่าคะฉิ่นมีความเชื่อเกี่ยวกับเม็ดเงินที่ประดับไว้ในเสื้อ ของผู้หญิงว่า เปรียบเสมือนพื้นดิน ผู้ชายชนเผ่าจึงมีการให้ เกียรติผู้หญิงสูงเพราะเชื่อว่าหากไม่ให้เกียรติผู้หญิงจะทำ การ ใดไม่ขึ้น ปลูกพืชผักก็จะไม่งอกงาม ชาวกะฉิ่ฉิ่ ฉิ่ นฉิ่ น ကချ င်
สวมชุดสีดำ และแดง มีผ้าขาวม้าพันเอว มี ชายห้อยลงมาด้านหน้า 2 แฉก มีผ้าผืน ใหญ่คลุมไหล่ สวมเสื้อสีแดง สีดำ นิยมสวมเสื้อกางเกง ลายสลับขาวเป็นเส้นตรงลงม หญิง ชาย ชาวกะยา ကယား
นุ่งผ้าลายตาหมากรุก โดยผู้ชายสูงอายุจะนุ่งผ้านุ่ง ที่เรียกว่า “สะล่ง” หรือที่ไทยเรียกว่า “โสร่ง” ใส่เสื้อ แล้วแต่สะดวกไม่จำ กัดแบบ (ปัจจุบันมักใส่อยู่บ้าน เท่านั้น) ส่วนผู้หญิงมอญจะนุ่งผ้านุ่งที่เรียกว่า “กานิน” หรือ “นิน” ซึ่งคล้ายการนุ่งผ้าถุงของหญิงไทย แต่ยาว กรอมส้นเท้า เสื้อก็แล้วแต่สะดวกเช่นเดียวกันแต่เวลา ไปวัดหรือมีงานสำ คัญจะใช้ผ้าสไบเฉียงไหล่อีกทีหนึ่ง และนิยมไว้ผมยาวเกล้าเป็นมวยต่ำ ค่อนไปข้างหลัง ชาวมอญ မွွန်
สวมเสื้อ แขนกุดพื้น แดงอ่อนหรือสีน้ำ หมาก ตัวเสื้อ ครึ่งล่างปักลวดลายเป็น เส้นตรงแนวนอนเป็นช่วง ๆ เกล้ามวยผมสูงเป็นกระพุ่มกลมแผ่บาน ขมวดเป็นจุก ส่วนการแต่งกาย โดยทั่วไปจะคล้าย ๆ กัน แขนกุด ชายต่ำ กว่าเอว สีและลวดลายเหมือนเผ่าสะกอ กางเกงเป้าต่ำ สีน้ำ เงินเข้ม หรือดำ โพกหัวด้วยผ้าสีแดง หมวกขาวสีน้ำ ตาล หญิง ชาย ชาวกะหยิ่ยิ่ ยิ่ นยิ่ น ကရင်
ชาวยะไข่และบะหม่ามีลักษณะการแต่งกายที่คล้ายกัน ผู้ชายยะไข่จะแต่งกายด้วยเสื้อคอจีนแหล่กะโด โสร่งหรือปะโซที่นุ่งก็ต้องทออย่างประณีตและชอบ ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ศีรษะก็ต้องสวมผ้าโพก สำ เร็จรูป ผู้หญิงยะไข่จะนิยมเกล้าผมซึ่งมีวิธีเกล้าหลายแบบ ด้วยกัน ผ้าถุงหรือทะเม่ยนั้นก็ต้องทอแบบประณีต เป็นพิเศษและนิยมลายขวาง ชาวยะไข่ข่ ข่ ရခိုခို ခို င် ခို င် င်င်
สแกนเพื่อตอบคำ ถาม
สแกนเพื่อทำ แบบทดสอบย่อย