คมู่ อื การจดั ทำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน
และ คมู่ ือผกู้ ำกบั การสอบ
งานวดั ผลและประเมนิ ผล
ฝา่ ยบรหิ ารงานวชิ าการ
โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๓๖ จังหวัดภูเกต็
สำนักบรหิ ารงานการศกึ ษาพเิ ศษ
สำนกั คณะกรรมการการศกึ ษาขึ้นพน้ื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ก
คำนำ
คู่มือการจัดทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและคู่มือผู้กำกับการสอบ แก้ไขเพิ่มเติม ปี 2565
เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้ครผู ู้สอนใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในการจัดทำแบบทดสอบ และการกำกับการสอบต่างๆ ของ
โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๖ จงั หวดั ภเู ก็ต ให้เป็นไปดว้ ยความเรียบรอ้ ยและไปในทิศทางเดยี วกนั ท้ังนี้งานวัด
ผลได้จัดทำฉบับแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นมาโดยเนื้อหาของคู่มือผู้กำกับการสอบได้ปรับให้สอดคล้องกับระเบียบ
กระทรวงศกึ ษาธิการ ว่าดว้ ยการปฏบิ ัติของผูก้ ำกับการสอบ พ.ศ.2565 และได้เสนอท่านผ้บู รหิ ารเพอื่ ขออนุญาตใช้
ในสถานศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแลว้ จงึ ขอให้ครทู กุ ทา่ นได้ใช้คู่มือฉบับนี้ในการจัดทำแบบทดสอบและกำกับการสอบ
ในโอกาสตอ่ ไป
งานวัดผลและประเมนิ ผล
กนั ยายน 2565
ข หนา้
สารบัญ ก
ข
เรอื่ ง
1
คำนำ 2
สารบญั 4
สว่ นท่ี 1 ลกั ษณะทัว่ ไปของการสรา้ งแบบทดสอบ
8
การสรา้ งแบบทดสอบ 9
การสรา้ งแบบทดสอบชนดิ ตา่ งๆ 10
รปู แบบของขอ้ สอบแบบเลือกตอบ 11
ส่วนที่ 2 ลักษณะทวั่ ไปทีก่ ำหนดในการจดั ทำแบบทดสอบ ฯ 13
รูปแบบการจัดทำแบบทดสอบ
ตัวอยา่ งหวั กระดาษแบบทดสอบ
ตวั อยา่ งแบบทดสอบแบบปรนยั
ตัวอยา่ งแบบทดสอบแบบอัตนยั
คู่มอื ผูก้ ำกบั การสอบ
บรรณานกุ รม
สว่ นท่ี 1
ลกั ษณะท่วั ไปของการสรา้ งแบบทดสอบ
1
การสรา้ งแบบทดสอบ
แบบทดสอบสามารถจำแนกตามรูปแบบคำถามและวธิ กี ารตอบ ได้ 3 ประเภท ดงั นี้
1. แบบทดสอบอัตนัย (Subjective Test) แบบทดสอบประเภทนี้มีจุดมุ่งหมายที่จะให้ผู้ตอบได้ตอบ
ยาวๆ แสดงความคิดเหน็ เตม็ ที่ ผสู้ อบมคี วามรู้ในเนือ้ หาน้นั มากนอ้ ยเพยี งไรกเ็ ขียนออกมาใหห้ มดภายในเวลาทก่ี ำหนดให้
2. แบบทดสอบปรนัย (Objective Test) เป็นแบบทดสอบที่มุ่งให้ผู้สอบตอบ สั้น ๆ ในแต่ละข้อวัด
ความสามารถเพียงเรือ่ งใดเร่ืองหน่ึงเพยี งเร่อื งเดยี ว ไดแ้ ก่ แบบทดสอบแบบต่าง ๆ ดงั ตอ่ ไปนี้
2.1 แบบถูกผิด (True - False)
2.2 แบบเติมคำ (Completion)
2.3 แบบจับคู่ (Matching)
2.4 แบบเลือกตอบ (Multiple Choices)
ข้อสอบท่ีใชใ้ นการสอบวัดแตล่ ะครง้ั เปน็ เพียงตัวแทนของคำถามที่นำไปใช้วัดความสามารถของผ้เู รียนเทา่ น้นั จึง
ใช้ข้อสอบทำหน้าที่วัดเพยี งบางส่วนแล้วนำผลไปสรุปเป็นความสามารถโดยส่วนรวมทั้งหมดของผูเ้ รียน จึงควรคำนึงถงึ
หลักสำคญั ๆ ดงั ต่อไปนี้
1. เขียนข้อสอบให้ครอบคลุม คำถามควรจะเป็นตัวแทนที่สามารถวัดได้ครบถ้วนทุกประสบการณ์การเรียนรู้
และความสามารถ ซึง่ จะมีลักษณะดงั นี้
1.1 เขียนขอ้ สอบทกุ เรอ่ื ง ทกุ เนอ้ื หาทีส่ อน หรอื ทมี่ ีในหลกั สตู ร
1.2 เขยี นข้อสอบทกุ พฤติกรรมการเรยี นรูค้ รบถ้วนตามจดุ มงุ่ หมายของหลกั สตู ร
1.3 เขียนขอ้ สอบแต่ละเนอ้ื หาและพฤติกรรมอยา่ งไดส้ ัดส่วน เน้อื หาใด พฤติกรรมใด มคี วามสำคัญมาก
ก็ควรถามมาก ถ้าสำคัญน้อยก็ควรถามนอ้ ย
วิธีการสร้างขอ้ สอบให้ครอบคลมุ น้ัน สามารถทำได้โดยอาศัยตารางวเิ คราะหห์ ลักสูตร
2. เขียนข้อสอบถามแต่สิ่งที่สำคัญ เป็นการถามความสามารถในการเรียนรู้ที่มีความสำคัญหรือควรแก่การ
ถาม หรือถามส่ิงทเ่ี ป็นแก่นสาร สาระสำคญั ของเรอ่ื งราว ซึง่ มีลกั ษณะ ดังนี้
2.1 เขียนข้อสอบในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นเรื่องราวสำคัญที่ควรรู้ และสามารถนำไปใช้เป็นหลัก
ปฏบิ ัติ หรือแกป้ ญั หาในชวี ติ ของเด็กได้
2.2 เขียนข้อสอบถามสิ่งที่มีคุณคา่ ในวิชาน้ันโดยตรง ถือว่าเป็นเรือ่ งราวท่ีเด็กควรทราบ ถ้าไม่ทราบส่งิ
น้นั ถอื ว่าไม่บรรลุเปา้ หมายของการเรยี นเรือ่ งนั้นอย่างแท้จรงิ
2.3 เขียนขอ้ สอบถามส่ิงทบี่ ่งบอกถงึ ความสามารถของเด็ก
2.4 เขียนขอ้ สอบถามส่ิงท่มี ีขอ้ ยตุ แิ น่นอนตามหลกั วชิ า
3. เขยี นขอ้ สอบถามใหเ้ ดก็ ไดใ้ ช้ความคิด ซึ่งมีลกั ษณะ ดงั นี้
3.1 เขียนข้อสอบไม่ถามตรงตามตำรา แต่ควรถามให้ต้องใช้ความรู้จากตำราที่เคยเรียนมาเป็นพ้ืนฐาน
เพื่อนำไปพจิ ารณาเปรียบเทียบ แปลความหมายต่ออกี ชัน้ หน่ึง
งานวดั ผลและประเมินผล โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๖ จงั หวัดภเู กต็
2
3.2 เขยี นขอ้ สอบไมถ่ ามตามท่ีครูบอก ควรจะมีการพลิกแพลงคำถามให้เดก็ ต้องใช้สง่ิ ที่ครบู อกนำมาเปน็
เพียงพืน้ ฐานของการคดิ หรือพจิ ารณาต่อไป
3.3 เขียนข้อสอบไม่ถามส่ิงทสี่ งั เกตเห็นได้จากสังคม หรือสิ่งแวดล้อมโดยตรง
4. เขยี นขอ้ สอบถามส่งิ ทเี่ ปน็ แบบอย่างในทางท่ดี ี เพราะในช่วงเวลาของการสอบน้นั เดก็ มโี อกาสที่จะเรยี นรจู้ าก
ข้อสอบได้
5. เขยี นข้อสอบถามใหจ้ ำเพาะเจาะจง ใช้คำถามทช่ี ัดเจน อย่าใหค้ ลุมเครือจนเดก็ แตล่ ะคนเขา้ ใจคำถามไปคน
ละทาง คำถามประเภทวกวน สองแง่สองมมุ ควรหลีกเล่ียงเป็นอยา่ งย่งิ ทง้ั นย้ี ่อมต้องอาศยั ความสามารถในการใช้ภาษา
ของผ้เู ขยี นขอ้ สอบ
การสรา้ งแบบทดสอบชนิดต่าง ๆ
1. ขอ้ สอบอัตนัยหรือความเรยี ง (Subjective or Essay Test)
ลักษณะทว่ั ไป เป็นขอ้ สอบทมี่ เี ฉพาะ คำถาม แล้วให้เขียนตอบอย่างเสรี
หลักในการสรา้ ง
1. เขียนคำชี้แจงเกย่ี วกับวธิ ีการตอบใหช้ ัดเจน
2. ควรเขยี นคำถามให้ชัดเจน และควรใช้คำถามให้ใชค้ วามคดิ เช่น จงอธิบาย จงวเิ คราะห์
3. กำหนดเวลาให้ตอบนานพอสมควร
4. เลอื กถามเฉพาะจดุ ท่ีสำคัญของเร่ือง
5. คำถามแต่ละข้อมีความยากง่ายไม่เทา่ กัน
2. ขอ้ สอบแบบกาถกู -ผดิ (True - false Test)
ลักษณะทว่ั ไป ขอ้ สอบเลอื กตอบมี 2 ตัวเลอื ก เช่น ถกู -ผดิ ใช่-ไมใ่ ช่
หลักในการสรา้ ง
1. เขียนคำถามใหร้ ดั กุมส้ัน ๆ
2. ควรเขียนคำถามดว้ ยภาษางา่ ย ๆ ชดั เจนตรงไปตรงมา
3. ควรออกข้อสอบให้มีข้อถกู กับข้อผดิ จำนวนใกล้เคยี งกนั
4. หลกั การให้คะแนนไม่ควรใช้วธิ ีหกั คะแนนหรือตดิ ลบในขอ้ ที่ตอบผิด
3. ขอ้ สอบแบบเติมคำ (Completion Test)
ลักษณะท่วั ไป เปน็ ขอ้ สอบที่ประกอบดว้ ยประโยคหรือข้อความทย่ี งั ไม่สมบรู ณ์แลว้ ให้ผตู้ อบเตมิ คำ หรือประโยค
หลักในการสร้าง
1. ไม่ควรใช้ขอ้ ความหรือประโยคจากหนังสือแล้วตัดคำบางคำ หรอื บางข้อความออกมาใช้เป็นคำถาม
2. คำตอบทต่ี อ้ งการให้เตมิ หรือท่ีถูก จะต้องเป็นคำตอบทีเ่ ฉพาะเจาะจงไมต่ คี วามได้หลายนัย
3. แต่ละขอ้ ความให้เตมิ แหง่ เดียวตอนทา้ ยของประโยคหรอื ข้อความ แต่ถ้าจำเป็นอาจเวน้ ให้เตมิ ส่วนอ่ืนๆ
4. ตำแหน่งทเี่ ตมิ ต้องเป็นจดุ สำคัญจรงิ ๆ
งานวัดผลและประเมินผล โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๓๖ จังหวดั ภูเกต็
3
4. ขอ้ ทดสอบแบบตอบสน้ั ๆ (Short Answer Test)
หลกั ในการสรา้ ง
1. คำตอบท่ตี ้องการมักจะสัน้ เปน็ คำเดียว วลีเดียว หรือประโยคส้นั ๆ
2. คำตอบทไี่ ด้ตอ้ งเปน็ ประเภทตายตัวแนน่ อน
3. มักจะเป็นคำถามทถี่ ามเกยี่ วกับ ศัพท์ กฎ นิยาม ทฤษฎี หลกั การ
5. ขอ้ สอบแบบจบั คู่ (Matching Test)
ลกั ษณะทัว่ ไป เป็นขอ้ สอบเลือกตอบชนิดหนง่ึ โดยมคี ำหรอื ข้อความแยกออกจากกนั เปน็ 2 ชดุ แล้วใหผ้ ้ตู อบ
เลอื กจับคูว่ า่ มคี วามสมั พันธก์ นั อย่างใดอยา่ งหน่ึง
หลกั ในการสร้าง
1. ตวั เลือกต้องมีจำนวนมากกว่าตัวยนื 2-4 ข้อ
2. ตัวยืนควรจะมี จำนวน 5-15 ข้อ ถา้ ตวั ยืนมีจำนวนนอ้ ยเกนิ ไปจะจับคู่หาคำตอบไดง้ ่ายมาก
3. ข้อความในแต่ละชุดต้องเปน็ เอกพันธ์
4. ตัวยืนในแต่ละขอ้ มีโอกาสจับคู่กับตวั เลอื กทุกข้อ
5. ข้อสอบในชุดตวั ยนื และตวั เลอื กทุกขอ้ ตอ้ งอยใู่ นหน้าเดียวกัน
6. ต้องระบคุ วามสัมพันธข์ องข้อความทั้งสองชดุ ให้ชัดเจน โดยเขียนคำช้แี จงว่าจะให้จับคูโ่ ดยยดึ ความสัมพันธ์
แบบใด
7. รปู แบบของข้อสอบจับคู่ ส่วนใหญ่จะให้ผตู้ อบนำอักษร หนา้ ข้อความทางขวามือไปใส่ใน วงเล็บหน้า ขอ้ ความ
ทาง ดา้ นซา้ ยมือท่คี ิดว่าสัมพันธก์ ัน
6. ข้อสอบเลอื กตอบ (Multiple Choice Test)
ลกั ษณะท่วั ไป คำถามแบบเลอื กตอบจะประกอบด้วยตวั เลือกที่เป็นคำตอบถกู และตัวเลือกที่เป็นตวั ลวง และ
คำถามแบบเลือกตอบท่ีดี นยิ มใช้ตัวเลือกท่ีใกลเ้ คียงกันดูเผนิ ๆ จะเห็นว่าทุกตัวเลือกถกู หมด
หลักในการสร้าง
1. เขยี นตอนนำใหเ้ ป็นประโยคคำถามสมบูรณ์ อาจใสเ่ คร่อื งหมายปรัศนี (?)
2. เนน้ เรือ่ งจะถามให้ชัดเจนและตรงจุดไมค่ ลุมเครอื
3. ควรถามในเรื่องทม่ี คี ุณคา่ ตอ่ การวัด
4. หลกี เลยี่ งคำถามปฏิเสธ
5. อยา่ ใช้คำฟ่มุ เฟือย
6. เขียนตัวเลือกให้เปน็ เอกพันธ์
7. ควรเรยี งลำดับตวั เลขในตัวเลอื กต่าง ๆ
8. เขยี นตัวเลอื กให้อิสระขาดจากกัน
9. ควรมีตวั เลอื ก 4-5 ตัว
10. อย่าแนะคำตอบ
งานวดั ผลและประเมนิ ผล โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๓๖ จังหวดั ภูเกต็
4
รปู แบบของขอ้ สอบแบบเลอื กตอบ
1. รปู แบบคำถามเด่ยี ว (Single Question)
1. แบบคำถามถกู
1.1 ชนดิ คำตอบถกู ตอ้ ง คือ เป็นคำถามทมี่ ีคำตอบถกู ต้องแน่นอนตามหลกั วิชานน้ั ๆ และมีคำตอบ
ถกู ตอ้ งเพยี งประการเดยี วทุกขอ้
1.2 ชนดิ คำตอบที่ดีท่ีสดุ
1.3 ชนดิ คำตอบใกล้เคยี ง เปน็ คำถามทต่ี อ้ งการให้หาคำตอบทีม่ ีค่าใกล้เคยี งท่ีสุด
2. แบบเตมิ คำ
2.1 ชนดิ เติมแหง่ เดียว
2.2 ชนดิ เตมิ 2 แห่ง
3. แบบเปลย่ี นแทน
3.1 ชนิดเปลย่ี นแปลง เปน็ คำถามที่ต้องการวัดความสามารถในการแกไ้ ขสิ่งทบ่ี กพรอ่ ง
3.2 ชนิดปรับปรงุ เปน็ คำถามทีต่ ้องการให้ปรบั ปรุงถ้อยคำสำนวนทม่ี คี ุณภาพ
4. แบบคำตอบไมจ่ ำกดั
เปน็ คำถามทม่ี ตี ัวเลือกเป็นคำตอบถูกแต่ละข้อไม่จำกัดตายตัวว่ามี 1 ตัวเลอื ก เหมอื นข้อสอบเลือกตอบ
ท่ัว ๆ ไป
5. แบบคำตอบรวม
5.1 ชนิดคำตอบผสม
5.2 ชนดิ คำตอบคู่
6. แบบคำตอบไม่สมบรู ณ์
6.1 ชนิดคำตอบยอ่
6.2 ชนิดคำตอบไม่สำเรจ็
7. แบบนเิ สธ
7.1 ชนดิ ตำแหนง่ ผิด
7.2 ชนดิ ประเภทของความผิด
7.3 ชนิดตรงขา้ ม
7.4 ชนิดคำตอบผิด
8. แบบเรียงลำดบั
8.1 ชนิดลำดับเรอ่ื งราว
8.2 ชนิดลำดับเวลา
8.3 ชนิดลำดับคุณลกั ษณะ
8.4 ชนิดลำดับวธิ ีการ
8.5 ชนิดลำดับเหตุผล
งานวดั ผลและประเมนิ ผล โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๓๖ จงั หวดั ภูเก็ต
5
9. แบบอนุกรม
9.1 ชนิดตอ่ อนุกรม
9.2 ชนดิ อนุกรมสัมพันธ์
10. แบบขาดเกิน
10.1 ชนดิ ขาด
10.2 ชนิดเกิน
10.3 ชนิดเพยี งพอ
11. แบบสมั พันธ์
11.1 ชนดิ สาเหตุและผล
11.2 ชนิดอุปมาอุปไมย
11.3 ชนิดเชอื่ มโยง
2. รูปแบบตวั เลือกคงท่ี (Constant Choice)
ชนิดท่ี 1 : แบบจำแนกประเภท
รูปแบบคำถามชนิดนมี้ จี ดุ มุ่งหมายใหจ้ ำแนกหรอื จัดประเภทเรอ่ื งราวต่าง ๆ ซงึ่ แทรกอยู่แลว้ โดยทั่วไป ในทกุ วิชา
แตส่ ามารถพัฒนาให้เปน็ คำถามท่ยี ากขึน้ โดยให้จำแนกในแง่ของการ แปลความและตี ความหมาย
ชนดิ ท่ี 2 : แบบหลายคำตอบ
1. ต้องเปน็ เน้อื เร่อื งใหญ่ทีม่ หี วั ข้อย่อยมาก ๆ หรอื มสี มาชกิ มีเงือ่ นไข เกยี่ วกบั เรื่องราวนั้นๆ
2. ปัญหาท่ีถามแตล่ ะขอ้ เหล่าน้นั อาจมีคำตอบถูกอยหู ลายประการหรอื เกยี่ วข้องกับหลาย สาเหตหุ รือมี หลาย
เง่ือนไข
3. เป็นเจตนาท่ีจะวดั ผลสัมฤทธิ์เบ็ดเสร็จของเรื่องน้ันใหเ้ ปน็ กลุ่มเปน็ กอ้ น ไม่แยกเป็นชนิ้ ๆ ท่อน ๆ เหมอื น
คำถามเดย่ี ว
ชนดิ ที่ 3 : แบบหลายเงอื่ นไข
โครงสร้างทั่วไปของคำถามแบบนี้แบ่งเป็น 3 ตอน ตอนแรกเป็นการกำหนดเรื่องหรือทฤษฎีกฎเกณฑ์ต่าง ๆ
จากนั้นยกเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ มาให้พิจารณาเป็นข้อ ๆ ถึงขั้นตอบว่า ข้อความแต่ละข้อนัน้ ๆ กล่าว
ถูกต้อง หรือขัดแย้ง หรือสนับสนุน รวมเป็น 3 ตอน แบบฟอร์มที่เป็นมาตรฐานจะเรียงสลับกนั เป็นเง่ือนไข ตัวเลือก ตัว
คำถาม
งานวัดผลและประเมนิ ผล โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๓๖ จงั หวัดภเู ก็ต
6
3. รูปแบบสถานการณ์ (Situational Test)
เปน็ ขอ้ สอบท่ีใช้วิธกี ารกำหนดข้อความ ภาพ ตาราง ใหอ้ ่านหรอื พจิ ารณาดกู อ่ น แล้วตง้ั คำถามเก่ียวกับ ข้อความ
หรือภาพหรอื ตารางทีก่ ำหนดให้
1. สถานการณ์ท่ีกำหนดข้นึ อาจจะใช้ขอ้ ความ คำพดู คำสนทนา บทประพนั ธ์ หรอื รูปภาพ หรอื เปน็ ตารางตัวเลข
2. การถามควรถามแงม่ มุ ที่ตอ้ งคดิ และพจิ ารณา ไมค่ วรถามตรงตามสถานการณท์ ก่ี ำหนดหรอื ถามนอกสถานการณ์
จนเปน็ เร่อื งทว่ั ไป
งานวดั ผลและประเมนิ ผล โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๓๖ จังหวัดภูเก็ต
ส่วนท่ี 2
ลักษณะทว่ั ไปท่กี ำหนดในการจดั ทำแบบทดสอบ
8
รปู แบบการจดั ทำแบบทดสอบ
ระดบั ประถมศกึ ษา
ป.1 - ป.3
1. การออกขอ้ สอบปรนัย ขั้นต่ำ 20 ข้อ จำนวน 3 ตัวเลือก
2. อัตนัย ตามความเหมาะสมของรายวชิ านนั้ ๆ
3. ขอ้ สอบปรนยั สามารถทำลงในขอ้ สอบได้
4. ขนาดของตัวอักษรทใี่ ช้ สารบญั 18
5. ขอ้ สอบสามารถใชไ้ ดท้ ั้งตัวเลขไทย และตวั เลขอารบิก
ป.4 - ป.6
1. การออกขอ้ สอบปรนัย ขั้นตำ่ 20 ขอ้ จำนวน 4 ตวั เลอื ก
2. อัตนยั ตามความเหมาะสมของรายวิชานัน้ ๆ
3. สามารถใช้กระดาษคำตอบข้อสอบปรนัยของส่วนกลางได้
4. ขนาดของตัวอกั ษรท่ใี ช้ สารบญั 16
5. ขอ้ สอบสามารถใช้ได้ทั้งตวั เลขไทย และตัวเลขอารบิก
ระดบั มธั ยมศกึ ษา
ม.1 - ม.6
1. การออกข้อสอบปรนยั ขัน้ ตำ่ 30 ขอ้ จำนวน 4 ตัวเลือก
2. อตั นยั ตามความเหมาะสมของรายวชิ านนั้ ๆ
3. สามารถใช้กระดาษคำตอบขอ้ สอบปรนัยของส่วนกลางได้
4. ขนาดของตัวอกั ษรทีใ่ ช้ สารบัญ 16
5. ข้อสอบสามารถใช้ไดท้ ้ังตัวเลขไทย และตวั เลขอารบกิ
งานวดั ผลและประเมินผล โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๖ จังหวดั ภูเกต็
9
ตัวอยา่ งหัวกระดาษแบบทดสอบ
งานวัดผลและประเมนิ ผล โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๖ จงั หวัดภเู กต็
10
ตวั อย่างแบบทดสอบแบบปรนยั
งานวัดผลและประเมินผล โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๖ จงั หวดั ภูเกต็
11
ตัวอยา่ งแบบทดสอบแบบอตั นัย
งานวดั ผลและประเมนิ ผล โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๓๖ จงั หวดั ภเู กต็
ค่มู ือผ้กู ำกบั การสอบ
13
คู่มือผูก้ ำกบั การสอบ
การปฏบิ ัติในการกำกับการสอบ
1. ผกู้ ำกบั ต้องปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนเก่ยี วกับการสอบ ไปถึงสถานท่สี อบก่อนเวลาเร่มิ สอบตามสมควร หากไม่
สามารถปฏิบตั ไิ ด้ดว้ ยเหตุผลใดๆ ใหร้ ีบรายงานผู้บงั คบั บัญชาทราบ
2. เบิกแบบทดสอบ ณ จดุ เบิกแบบทดสอบ ตามที่กำหนด
3. จัดหอ้ งสอบโดยจดั โต๊ะใหม้ ีระยะห่างกันตามสมควร โดยเรียงเลขท่ีจากนอ้ ยไปมาก จากบนลงล่าง จากซ้ายไปขวา
4. ลบกระดานใหส้ ะอาด เขียนผังเลขท่ีนั่งสอบ และรายวิชาทส่ี อบ เวลาท่ีใชส้ อบ บนกระดาน
5. กำกับการสอบให้ดำเนนิ ไปด้วยความเรียบร้อย ไม่อธิบายคำถามใดๆ ในขอ้ สอบแก่ผเู้ ข้าสอบ
6. ไม่กระทำการใดๆ อนั เปน็ การรบกวนแก่ผู้เขา้ สอบ รวมท้งั ไมก่ ระทำการใดๆ อันเป็นการทำให้การปฏบิ ตั ิหน้าทีข่ อง
ผกู้ ำกบั ห้องสอบไมส่ มบูรณ์
7. แตง่ กายให้สุภาพเรยี บรอ้ ยตามท่ีสถานศกึ ษากำหนด
8. ผู้กำกับการสอบมคี วามประมาทเลนิ เลอ่ หรือจงใจ ละเวน้ หรือรเู้ ห็นแล้วไมป่ ฏบิ ัติตามหนา้ ที่ หรอื ไม่รายงานตอ่
หัวหนา้ จนเปน็ เหตุให้มกี ารทจุ รติ ในการสอบเกิดข้นึ ถือว่าเป็นการประพฤติผดิ วินัยรา้ ยแรง
4.
งานวัดผลและประเมนิ ผล โรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๓๖ จงั หวดั ภเู กต็