ระบบจดั การฐานขอ้ มลู
รปู แบบบรรทดั ฐาน
1.ความหมายกระบวนการนอรม์ ลั ไลซ์
เปนวธิ กี ารในการกําหนดแอตทรบิ วิ ตใ์ หก้ บั แตล่ ะ
เอนทติ ี เพือใหไ้ ดโ้ ครงสรา้ งของตารางทดี ี
สามารถควบคมุ ความซาซ้อนของขอ้ มลู หลกี เลยี ง
ความผดิ ปกตขิ องขอ้ มลู โดยทวั ไปผลลพั ธข์ องกา
รนอรม์ ลั ไลเซชนั จะไดต้ ารางทมี โี ครงสรา้ งซับ
ซ้อนน้อยลง แตจ่ ํานวนของตารางจะมากขนึ
2.นิยามรูปแบบบรรทดั ฐาน
รูปแบบบรรทดั ฐานที 1 (First Normal Form : 1NF)
รูปแบบบรรทดั ฐานที 2 (Second Normal Form : 2NF)
รูปแบบบรรทดั ฐานที 3 (Third Normal Form : 3NF)
รูปแบบบรรทดั ฐาน (Boyce-Codd Normal Form : BCNF)
รูปแบบบรรทดั ฐานที 4 (Fourth Normal Form : 4NF)
รูปแบบบรรทดั ฐานที 5 (Fifth Normal Form : 5NF)
(First Normal Form : 1NF)
คณุ สมบตั ขิ องรเี ลชนั ของแบบจําลองขอ้ มลู เชงิ สัมพันธ์ กค็ อื
ขอ้ มลู ในแตล่ ะทปั เพิลจะตอ้ งไมซ่ ากนั และคา่ ในแตล่ ะ
แอตทรบิ วิ ตจ์ ะตอ้ งไมส่ ามารถถกู แบง่ แยกยอ่ ยลงไปไดอ้ กี
หรอื มคี วามเปนอะตอมมคิ (Atomic) รวมถงึ จะตอ้ งมคี า่ เพียง
คา่ เดยี วทอี ยใู่ นแตล่ ะแอตทรบิ วิ ตห์ รอื มคี วามเปนซิงเกลิ แวลู
(Single Value) ซึงในการทํานอรม์ ลั ไลเซชนั ใหอ้ ยใู่ น
นอรม์ ลั ฟอรท์ ี 1 กอ็ าศัยคณุ สมบตั ดิ งั ทกี ลา่ วไวข้ า้ งตน้
มคี ณุ สมบตั ติ ามเงอื นไขดงั ตอ่ ไปนี
1. มกี ารกําหนดแอตทรบิ วิ ตท์ เี ปนคยี ์
2. ตอ้ งไมม่ รี พี ีทตงิ กรุป๊ แตล่ ะแถวหรอื คอลมั น์จะมคี า่
ไดเ้ พียง 1 คา่ เทา่ นัน
3. แอตทรบิ วิ ตท์ กุ ตวั ตอ้ งขนึ อยกู่ บั คยี ห์ ลกั
(Second Normal Form : 2NF)
ในหนึงรเี ลชนั จะประกอบดว้ ยแอตทรบิ วิ ตต์ า่ ง ๆ ทมี ี
ความสัมพันธท์ ขี นึ ตอ่ กนั ซึงความสัมพันธด์ งั กลา่ วจะ
เปนตวั กําหนดวา่ แอตทรบิ วิ ตใ์ ดเปนตวั กําหนดขอ้ มลู
หรอื คยี แ์ อตทรบิ วิ ต์ (Key Attribute) และและ
แอตทรบิ วิ ตใ์ ดเปนขอ้ มลู ทถี กู กําหนดหรอื นอนคยี ์
แอตทรบิ วิ ต์
(Nonkey Attribute)
มคี ณุ สมบตั ติ ามเงอื นไขดงั ตอ่ ไปนี
1. รเี ลชนั นันเปนนอรม์ ลั ฟอรม์ ที 1 อยแู่ ลว้
2. รเี ลชนั นันไมม่ พี ารเ์ ชยี ลดเี พนเดนซี
ตวั อยา่ งรเี ลชนั พนักงานในแผนกในภาพขา้ ง
บน เมอื ทําการแตกออกเปนรเี ลชนั ยอ่ ยที
ไมม่ พี ารเ์ ชยี ลดเี พนเดนซีแลว้ จะไดเ้ ปนรเี ล
ชนั สองรเี ลชนั คอื รเี ลชนั พนักงานและ รเี ล
ชนั แผนก ซึงอยใู่ นรูปของนอรม์ ลั ฟอรม์ ที 2
แลว้ ดงั ภาพขา้ งลา่ ง
(Third Normal Form : 3NF)
ในหนึงรเี ลชนั จะประกอบคยี แ์ อตทรบิ วิ ตแ์ ละนอนคยี ์
แอตทรบิ วิ ต์ คยี แ์ อตทรบิ วิ ตจ์ ะตอ้ งเปนตวั กําหนดความ
หมายหรอื การมอี ยขู่ องแอตทรบิ วิ ตอ์ นื ๆ ทอี ยใู่ นรเี ลชนั
เสมอ
จากตารางในภาพขา้ งลา่ งแอตทรบิ วิ ต์ ชอื
พนักงาน และรหสั ตําแหน่งงานจะขนึ อยกู่ บั คยี ์
รหสั พนักงาน ในขณะทแี อตทรบิ วิ ตค์ า่ แรงตอ่ ชวั
โมของพนักงาน จะขนึ อยกู่ บั แอตทรบิ วิ ตร์ หสั
ตําแหน่งงานซึงไมใ่ ชค่ ยี อ์ กี ตอ่ หนึงทําใหม้ ที รานซิ
ทฟี ดเี พนเดนซีเกดิ ขนึ ในรเี ลชนั นี
(Boyce-Codd Normal Form : BCNF)ในหนึงรเี ลชนั อาจจะ
ประกอบดว้ ยหลายแคนดเิ ดตคยี ์ (Candidate Key) ทกุ
แอตทรบิ วิ ตใ์ นรเี ลชนั จะตอ้ งขนึ อยกู่ บั แคนดเิ ดตคยี เ์ สมอ
เราสามารถกําหนดนิยามของรเี ลชนั ทอี ยใู่ นรูปของบอยซ์
คอดดน์ อรม์ ลั ฟอรม์ กต็ อ่ เมอื รเี ลชนั มคี ณุ สมบตั ติ ามเงอื นไข
ดงั ตอ่ ไปนี1. รเี ลชนั นันเปนนอรม์ ลั ฟอรม์ ที 3 อยแู่ ลว้ 2. ทกุ
แอตทรบิ วิ ตใ์ นรเี ลชนั จะตอ้ งขนึ กบั แคนดเิ ดตคยี ์
(Fourth Normal Form : 4NF)ในขณะทกี ารทําใหอ้ ยใู่ นรูป
ของนอรม์ ลั ฟอรม์ ตา่ ง ๆ ทผี า่ นมา จะเกยี วขอ้ งกบั การขนึ
ตรงตอ่ กนั ของขอ้ มลู ในแตล่ ะแอตทรบิ วิ ตห์ รอื ฟงกช์ นั นัลดี
เพนเดนซี แตก่ ารทําใหอ้ ยใู่ นรูปของนอรม์ ลั ฟอรม์ ที 4
จะเกยี วขอ้ งกบั รูปแบบของการขนึ ตรงตอ่ กนั ของขอ้ มลู ใน
ระดบั ทซี ับซ้อนกวา่
มคี ณุ สมบตั ติ ามเงอื นไขดงั ตอ่ ไปนี
1. รเี ลชนั นันเปนบอยซ์คอดดน์ อรม์ ลั ฟอรม์ อยแู่ ลว้
2. รเี ลชนั นันไมม่ ที รเิ วยี ลมลั ตแิ วลดู เี พนเดนซี
จากรเี ลชนั ในภาพขา้ งบน เราสามารถขจดั ทรเิ วยี ลมลั ตแิ วลดู ี
เพนเดนซี โดยการแตกรเี ลชนั ดงั กลา่ วออกเปนรเี ลชนั ยอ่ ย 2
รเี ลชนั ซึงจะทําใหท้ งั สองรเี ลชนั อยใู่ นรูปของนอรม์ ลั ฟอรม์
ที 4 ดงั ภาพขา้ งลา่ ง
(Fifth Normal Form : 5NF)การแปลงใหอ้ ยใู่ นรูปของนอรม์ ั
ลฟอรม์ ที 5 จะพิจารณาถงึ การขนึ ตอ่ กนั ของขอ้ มลู ในการ
แยกขอ้ มลู ในรเี ลชนั ออกเปนรเี ลชนั ยอ่ ย และประกอบรเี ล
ชนั ยอ่ ยกลบั เปนรเี ลชนั ใหญเ่ ชน่ เดมิ ซึงเปนการตรวจสอบ
วา่ เมอื รวมกนั ใหมด่ ว้ ยวธิ กี ารจอยน์แลว้ จะไดร้ เี ลชนั กลบั
มาเหมอื นเดมิ ทกุ ประการหรอื ไม่
นิยามของ 5NF รเี ลชนั จะเปน 5NF ถา้
1. รเี ลชนั นันเปนนอรม์ ลั ฟอรม์ ที 4 อยแู่ ลว้
2. การแบง่ แยกรเี ลชนั มคี ณุ สมบตั จิ อยน์ดเี พนเดนซี
ภาษา SOL
SQL ยอ่ มาจาก Structured English Query Language หรอื SEQUEL จนไดม้ กี าร
ปรบั ปรุงเวอรช์ นั เปน SEQUEL/ 2 เมอื ป ค.ศ. 1976 และตอ่ มากไ็ ดเ้ ปลยี นชอื มา
เปน SQL เนืองจากคาํ ยอ่ เดมิ นันไปซากบั ผลติ ภณั ฑอ์ นื ทมี อี ยกู่ อ่ นหน้านีแลว้
SQL จดั เปนภาษามาตราฐานของระบบฐานขอ้ มลู เชงิ สัมพันธ์ เปนภาษาที
สามารถใชง้ านไดใ้ นคอมพิวเตอรห์ ลายระดบั เชน่ ระดบั แมนเฟรมคอมพิวเตอร์
จนไปถงึ ระดบั ไมโครคอมพิวเตอร์ จงึ ทําใหผ้ ลติ ภณั ฑซ์ อฟตแ์ วรร์ ะบบการ
จดั การฐานขอ้ มลู ลว้ นแตส่ นับสนนุ ชุดคาํ สัง SQL แทบทงั หมด หลงั จากนัน ป
ค.ศ. 1970 ระบฐานขอ้ มลู ORACLE ถกู พัฒนาโดยพัฒนา ORACLE
CORPORATION และถอื เปนกา้ วแรกในเชงิ พาณิชยส์ ําหรบั การพัฒนาระบบ การ
จดั การฐานขอ้ มลู เชงิ สัมพันธ์ (RDBMS) ทตี งั อยบู่ นพืนฐานของ SQL และตอ่ มากม็ ี
ผลติ ภณั ฑอ์ นื ๆ พัฒนาตามมา เชน่ INGRESS
ตวั อย่าง การใชภ้ าษา SOL
เพือกําหนดโครงสรา้ งของตารางนักศึกษา
ซึงประกอบดว้ ยแอททรบิ วิ ตต์ อ่ ไปนี
รหสั นักศึกษา เปนชนิดอกั ขระ จํานวน 8 ไบต์
ชอื นักศึกษา เปนชนิดอกั ขระ จํานวน 20 ไบต์
อายุ เปนชนิดเลขจํานวนเตม็
คา่ ใชจ้ า่ ย/เดอื น เปนชนิดตวั เลขทศนิยม(ความกวา้ ง 9 หลกั
ทศนิยม 2 ตําแหน่ง) สามารถใชค้ าํ สังใน SQL เพือกําหนด
โครงสรา้ ง ไดด้ งั นี
CREATE TABLE STUDENT
(ID CHAR(8),
NAME CHAR(20),
AGE INTEGER
PAY DECIMAL(9.2) ),
ความรูพ้ ืนฐานเกยี วกบั ฐานข้อมลู ไมใ่ ชเ่ ชงิ สัมพันธ์
ฐานขอ้ มลู NoSQL สรา้ งตามวตั ถปุ ระสงคส์ ําหรบั โมเดล
ขอ้ มลู แบบเฉพาะเจาะจงและมแี บบแผนทยี ดื หยนุ่ สําหรบั การ
สรา้ งแอปพลเิ คชนั อนั ทนั สมยั ฐานขอ้ มลู NoSQL เปนทรี ูจ้ กั
กนั ดใี นดา้ นความงา่ ยในการพัฒนา การทํางาน และ
ประสิทธภิ าพตามขนาดทตี อ้ งการ หน้านีประกอบดว้ ย
ทรพั ยากรเพือชว่ ยใหค้ ณุ เขา้ ใจฐานขอ้ มลู NoSQL และเรมิ ตน้
ใชง้ าน
ทาํ ไมคุณจงึ ควรใชฐ้ านข้อมลู NoSQL
ฐานขอ้ มลู NoSQL เหมาะมากสําหรบั แอปพลเิ คชนั สมยั
ใหม่ เชน่ อุปกรณ์เคลอื นที เวบ็ และเกมทจี ําเปนตอ้ งมี
ฐานขอ้ มลู ทยี ดื หยนุ่ ปรบั ขนาดได้ ประสิทธภิ าพสงู
และทํางานไดด้ เี ยยี มเพือมอบประสบการณ์ผใู้ ชท้ ยี อด
เยยี ม