๔๔
สทิ ธทิ ที่ ายาท
จะได้รับเม่ือขา้ ราชการเสยี ชวี ติ
ข้าราชการทหาร เมื่อเสียชีวิตลงนั้น ทายาทจะได้รับเงินบรรเทาความเดือดร้อนจากรัฐ ซึ่งจ่ายเป็นเงิน
ครั้งเดียว เรียกว่า บำเหน็จตกทอด ทั้งนี้ ทายาท จะต้องยื่นเรื่องขอรับบำเหน็จตกทอด ภายใน 10 ปี นับแต่วันที่
ขา้ ราชการผู้น้ันเสียชีวิต มฉิ ะน้นั จะเสยี สทิ ธิ โดยขา้ ราชการที่มีสิทธิมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
๑. กรณีข้าราชการประจำการหรือทหารกองหนนุ มีเบ้ียหวัดตาย หมายถึง ข้าราชการตายในระหว่าง
รับราชการ หรือทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดตาย และการตายนั้น มิได้เกิดจากการประพฤติชั่วอย่าง
รา้ ยแรงของตนเอง
(พ.ร.บ. บำเหนจ็ บำนาญขา้ ราชการ พ.ศ.๒๔๙๔ และท่ีแกไ้ ขเพิม่ เตมิ มาตรา ๔๘ วรรคหนึง่ )
เกณฑ์คำนวณบำเหน็จตกทอด
1. ขา้ ราชการประจำการ
บำเหนจ็ ตกทอด = เงินเดอื นเดือนสดุ ท้าย x เวลาราชการ (จำนวนปี)
2. ทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด
บำเหน็จตกทอด = (เวลาราชการก่อนออก + 1 ใน 4 ช่วงรับเบี้ยหวัด) x
เงนิ เดอื นกอ่ นออก (ถา้ มีการปรับในระหว่างรบั เบีย้ หวัดใช้เงินเดือนทีป่ รบั )
๒. กรณีข้าราชการบำนาญตาย หมายถึง ผู้รับบำนาญปกติหรือผู้มีสิทธิจะได้รับบำนาญปกติ หรือผู้รับ
บำนาญพิเศษเหตทุ พุ พลภาพ และการตายนนั้ มิได้เกิดจากการประพฤตชิ ่วั อย่างรา้ ยแรงของตนเอง
(พ.ร.บ. บำเหน็จบำนาญขา้ ราชการ พ.ศ.๒๔๙๔ และท่แี กไ้ ขเพ่ิมเติม มาตรา ๔๙)
เกณฑ์คำนวณบำเหนจ็ ตกทอด
1. ข้าราชการบำนาญผู้รับบำนาญปกติหรือผู้มีสิทธจิ ะไดร้ บั บำนาญปกติ
บำเหน็จตกทอด = 30 x บำนาญรายเดอื น (รวมเงนิ ช.ค.บ. (ถา้ มี))
2. ผูร้ ับบำนาญพิเศษเหตุทพุ พลภาพ
บำเหนจ็ ตกทอด = 30 x บำนาญพิเศษเหตุทพุ พลภาพ (รวมเงินช.ค.บ. (ถ้ามี))
ถ้าผู้รับบำนาญได้รับบำเหน็จดำรงชีพไปแล้วเท่าใด ให้นำมาหักจากเงิน
บำเหนจ็ ตกทอดของทายาท และหากมบี ำเหน็จคำ้ ประกนั ตอ้ งนำมาหักด้วย
๔๕
ทายาทผ้มู ีสิทธิไดร้ ับบำเหน็จตกทอด
1. ทายาทตามกฎหมาย ไดแ้ ก่
1.1 บุตรโดยชอบดว้ ยกฎหมาย ให้ได้รับ สองส่วน ถ้าผู้ตายมีบุตรตั้งแต่ 3 คน
ข้ึนไป ใหไ้ ด้รับสามสว่ น
1.2 สามีหรือภรรยา ให้ได้รบั หนึง่ ส่วน
1.3 บดิ ามารดา หรอื บดิ า หรือมารดาท่มี ีชวี ติ อยู่ ใหไ้ ดร้ ับหนง่ึ ส่วน
- กรณีที่ไม่มีทายาทในข้อใดตามด้านบน หรือทายาทนั้นได้ตายไปเสียก่อน
ให้แบง่ เงนิ บำเหนจ็ ตกทอดระหวา่ งทายาท ผู้มีสทิ ธใิ น ข้อดงั กลา่ วที่มที ายาท
(พ.ร.บ. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 48
วรรคหนงึ่ (1) - (3) และวรรคสอง)
2. กรณีไม่มีทายาทให้จ่ายบุคคลซึ่งผู้ตายแสดงเจตนาระบุตัวผู้รับบำเหน็จตก
ทอดไว้ จะเกิดสิทธิ เม่ือผ้ตู ายไม่มีทายาทตามกฎหมาย และแสดงเจตนาตามแบบ
ท่ีกระทรวงการคลงั กำหนด
(พ.ร.บ. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 48
วรรคสาม)
3. หากไม่มีทายาท และบุคคลซึ่งผู้ถึงแก่กรรม ได้แสดงเจตนาไว้ หรือบุคคลน้ัน
ไดถ้ งึ แก่กรรมไปก่อน สิทธบิ ำเหน็จตกทอดเป็นอันยุตลิ ง
(พ.ร.บ. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 48
วรรคส)ี่
๔๖
แผนผังการดำเนินการขอรบั บำเหน็จตกทอด
กรณีข้าราชการประจำการหรือทหารกองหนุนมีเบย้ี หวดั เสียชวี ิต
- หนว่ ยส่วนกลาง/การศกึ ษา ทบ. กรมบญั ชกี ลาง
ใน กทม. (สบ.ทบ.) กระทรวงการคลัง
- หน่วยส่วนกลาง/การศึกษา
ทเ่ี บกิ เงินตรงกับ กง.ทบ. แผนกประวตั ิฯ
มทบ.
- หนว่ ยสว่ นกลาง/การศึกษา
ในภูมภิ าค
- หน่วยส่วนกลาง/การศึกษา
ในภูมภิ าค
กรณีขา้ ราชการบำนาญเสยี ชีวติ
ทายาทของข้าราชการบำนาญ ทบ. กรมบญั ชีกลาง
หรือบำนาญพิเศษเหตุทุพพล (สบ.ทบ.) กระทรวงการคลงั
ภาพ
แผนกประวตั ฯิ
มทบ.
๔๗
โปรแกรมระบบการรับ – ส่งคนื
เคร่ืองราชอิสรยิ าภรณ์
กรมสารบรรณทหารบก เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในการดำเนินการเกี่ยวกับการขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ การแจกจ่ายเครื่องอิสริยาภรณ์ ประกาศนียบัตร กำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และส่งคืน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้กับกำลังพลของกองทัพบก ซึ่งในกระบวนการของการรับ – ส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
ของกำลังพลหรือทายาทกำลังพล เจ้าหน้าที่แผนกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กองการกำลังพล กรมสารบรรณทหารบก
มีขั้นตอนการตรวจสอบการขอรับจากราชกิจจานุเบกษาตามที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่เป็นรูปเล่ม
หรือหลักฐานการขอรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เพื่อยืนยันการได้รับ และในการส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของกำลังพล
หรือทายาท เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบการส่งคืน โดยออกใบตอบรับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เพื่อยืนยันการส่งคืนให้กับ
กำลงั พลหรอื ทายาท
การรับ – ส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ยังมีความเกี่ยวข้องกับกองประวัติบำเหน็จบำนาญ สำหรับ
อำนวยความสะดวกให้กับกำลังพลหรือทายาท ในการตรวจสอบการส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เพื่อบรรเทาปัญหา
การชดใช้เงินแทนการส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังนั้น ผู้บังคับบัญชาของ กรมสารบรรณทหารบก จึงมีดำริให้นำ
เทคโนโลยสี ารสนเทศ มาชว่ ยพัฒนากระบวนงานให้สามารถตรวจสอบ และใช้งานในระบบท่ีมีฐานขอ้ มลู เดียวกัน
ระบบการรับ – ส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ของกรมสารบรรณทหารบก ได้พัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวก
ให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบการรับ – ส่งคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ในระบบอย่างมีการบูรณาการร่วมกันระหว่าง
กองการกำลงั พล และ กองประวตั แิ ละบำเหน็จ บำนาญ โดยระบบ แบ่งสิทธิการทำงานเปน็ ๓ สว่ น คอื
๑. ส่วนของเจ้าหน้าที่แผนกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ กองการกำลังพล กรมสารบรรณทหารบก
ดำเนนิ การ ดงั น้ี
๑.๑ เพิ่มข้อมูลกำลังพลที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากราชกิจจานุเบกษาตามที่ได้รับ
พระราชทานเครอื่ งราชอิสรยิ าภรณ์ทีเ่ ป็นรูปเล่ม
๑.๒ เพ่มิ ขอ้ มูลการตรวจสอบการส่งคืนเครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณ์ในระบบได้
๑.๓ สามารถค้นหาและตรวจสอบประวัติการรับและส่งคนื เคร่ืองราชอสิ รยิ าภรณ์ของกำลังพลได้
๑.๔ สามารถรับข้อมูลจากส่วนผู้ใช้งานอื่น ๆ เพื่อนำมาดำเนินการตรวจสอบประวัติการรับ
และสง่ คนื เครอื่ งราชอิสริยาภรณข์ องกำลังพลได้
๑.๕ ระบบส่งผลการแจ้งเตือนผ่านระบบไลน์ เมื่อคน ๆ นั้นไม่มีประวัติการค้างส่งคืน
เครอื่ งราชอิสริยาภรณ์
๔๘
๒. ส่วนของเจ้าหน้าที่แผนกบำนาญพิเศษและบำเหน็จตกทอด และแผนกเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ
ดำเนินการ ดังนี้
๒.๑ สามารถคน้ หาและตรวจสอบประวตั ิการรับและส่งคนื เครื่องราชอิสริยาภรณข์ องกำลงั พลได้
๒.๒ สามารถส่งข้อมูลกำลังพล เพื่อขอรับการตรวจสอบประวัติการรับและส่งคืน
เครื่องราชอิสรยิ าภรณ์ ในกรณยี ังไม่ไดร้ บั การตรวจสอบ
๒.๓ สามารถพิมพ์เอกสารเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการยืนยันในการตรวจสอบประวัติการรับ
และส่งคืนเครื่องราชอสิ ริยาภรณ์ สำหรบั กำลังพลหรอื ทายาทท่ยี นื เรือ่ งขอรบั เบ้ยี หวัด บำเหน็จ บำนาญ หรือบำเหน็จตกทอดได้
๒.๔ กรณีไม่มีข้อมูล ระบบส่งคำร้องให้เจ้าหน้าที่แผนกเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตรวจสอบได้โดยใช้
ระบบแจง้ เตอื นผา่ นไลน์
๓. สว่ นการบรกิ ารกำลงั พลท่ัวไป ดำเนินการ ดังนี้
๓.๑ สามารถคน้ หาและตรวจสอบประวัตกิ ารรบั และส่งคืนเคร่อื งราชอิสริยาภรณข์ องตนเองได้
๓.๒ สามารถส่งข้อมูลของตนเอง เพื่อขอรับการตรวจสอบประวัติการรับและส่งคืน
เครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณ์ ในกรณยี งั ไมไ่ ดร้ ับการตรวจสอบ
๓.๓ สามารถพิมพ์เอกสารเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการยืนยันในการตรวจสอบประวัติการรับ
และส่งคนื เครื่องราชอสิ รยิ าภรณ์ ของตนเองได้
หมายเหตุ : บันทึกข้อมูลการ รับ-ส่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์นายทหารชั้นนายพลครบถ้วนแลว้ หากไม่พบข้อมูลสามารถ
ยน่ื ขอตรวจสอบไดท้ างระบบฯ
ตัวอย่างหน้าจอระบบการรบั – สง่ คนื เครื่องราชอิสริยาภรณ์
ภาพ ๑ ระบบรองรับการลอ็ กอินด้วย Single Sign-On ผูใ้ ชง้ านต้องทำการสมัครใน ระบบงานลงทะเบียน
ก่อนถึงจะสามารถเข้าใชง้ านระบบตรวจสอบเคร่ืองราชฯ ได้
๔๙
ภาพ ๒ แสดงประวตั ิตรวจสอบการรบั และสง่ คนื เครื่องราชอิสรยิ าภรณ์ พรอ้ มกบั ราคาใช้คืน
ภาพ ๓ ในกรณยี ังไม่ได้รับการตรวจสอบสามารถส่งข้อมลู ของตนเอง เพ่ือขอรบั การตรวจสอบประวัตกิ ารรับและ
ส่งคนื เคร่อื งราชอิสริยาภรณ์
ภาพ ๔ ระบบแจง้ เตือนผ่านทาง Line เพื่อขอรบั การตรวจสอบประวัติการรบั และสง่ คืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์
๕๐
โปรแกรมระบบตอบรับงานพธิ ีการ ทบ.
กรมสารบรรณทหารบก เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในภารกิจงานพระราชพิธี รัฐพิธีและพิธี ของกองทัพบก
ตามนโยบายผู้บังคับบัญชา ซึ่งจะต้องดำเนินการเกี่ยวกับงานพิธีการของกองทัพบกให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
โดยมีการเตรียมการ อำนวยการให้กำลังพลเข้าร่วมงานพิธีการต่าง ๆ ของกองทัพบกตามแผนที่กำหนด จากภารกิจ
ดังกล่าว ผู้บังคับบัญชาของ กรมสารบรรณทหารบกได้เล็งเห็นความสำคัญของงานจึงมีดำริให้นำเทคโนโลยีสารสนเทศ
มาชว่ ยพฒั นากระบวนงานใหม้ ีความรวดเรว็ เรียบร้อยและสามารถสรุปรายงานผลการปฏบิ ัติงานไดท้ ันที
ระบบตอบรับงานพิธีการ ทบ. ของ กรมสารบรรณทหารบก ได้พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความสะดวก
รวดเร็วสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ และกำลังพลผู้ร่วมงานพิธี ให้สามารถเข้าถึงและสื่อสารกัน ผ่านระบบเครือข่าย
ในระหว่างการเตรียมการ อำนวยการให้กำลังพลเข้าร่วมงานพิธีการต่าง ๆ ตามที่กองทัพบกกำหนด
โดยระบบแบ่งสทิ ธิการทำงานเป็น ๒ ส่วน คอื
๑. สว่ นของเจ้าหนา้ ที่แผนกพธิ ีการ กองการสารบรรณทหารบก กรมสารบรรณทหารบก ดำเนินการดงั น้ี
๑.๑ กำหนดงานพิธี วนั -เวลา-สถานท่ี รวมถึงรายละเอยี ดการเขา้ รว่ มพิธี
๑.๒ กำหนดผู้ร่วมพธิ ี
๑.๓ สรุปรายงานงานพธิ ี
๒. ส่วนของผรู้ ่วมพิธี เข้าตอบรบั งานพธิ ี ดำเนนิ การ ดงั น้ี
๒.๑ ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ หน้าเว็บไซต์ กรมสารบรรณทหารบกหรือที่ https://agdept.rta.mi.th/ksbt/user/
หรือ QR cord ตามหนงั สอื เชิญรว่ มพธิ ี ยนื ยันตวั ตนด้วยเลขบัตรประชาชน ๑๓ ตวั
๒.๒ สามารถเพ่มิ /แกไ้ ขข้อมูลสว่ นตวั (ชือ่ สกุล หมายเลขโทรศพั ท์ หรอื รูปภาพ)
๒.๓ สามารถดำเนินการตอบรับผ่านระบบเครือข่าย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ของแผนกพิธีการฯ จะได้รับข้อมูล
ผู้รว่ มพธิ ีผา่ นทางระบบ Line ของเจ้าหนา้ ทีอ่ ัตโนมตั ิในทันที
๕๑
ตัวอย่างหน้าจอระบบตอบรับงานพธิ กี าร ทบ.
ภาพ ๑ เมนูระบบลงทะเบียนของผู้รว่ มพิธี หน้าเว็บไซต์ กรมสารบรรณทหารบก
ภาพ ๒ หน้าจอระบบใบตอบรบั เข้าระบบด้วยหมายเลขบัตรประชาชน ๑๓ ตัว
(เฉพาะผทู้ ่ี สบ.ทบ. กำหนดให้เขา้ ร่วมงานพธิ ีเท่านน้ั )
๕๒
ภาพ ๓ ระบบใบตอบรบั สามารถเพิ่ม และแก้ไขข้อมูล ส่วนตัว เบอรโ์ ทรศพั ท์ ฯลฯ และยนื ยนั
การเข้าร่วม หรือ ไม่เขา้ ร่วมพิธี และยนื ยนั
ภาพที่ ๔ ข้อมลู ผรู้ ว่ มพธิ ีเกบ็ เข้าฐานขอ้ มูล ภาพ ๕ เมือ่ ยนื ยันแลว้ ระบบจะแจ้งเตือนผา่ นทาง Line ของ
เจ้าหนา้ ที่แผนกพธิ ีโดยอัตโนมัติ
๕๓
การเลอ่ื นฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตร
เมื่อเป็นข้าราชการทหาร ทุกคนย่อมมีความหวังที่อยากจะเจริญก้าวหน้าในชีวิตรับราชการ ซึ่งหากเป็น
นายทหารประทวน ก็ต้องหวังว่าสักวันหนึ่งคงจะมีโอกาสได้เลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตร เมื่อมีสิทธิแล้ว
จึงสมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตามเรื่องและเป็นธุระในการส่งหลักฐานของตนเองให้รวดเร็ว ทันเวลา ตามที่ ทบ.
กำหนด เพ่อื ให้ สบ.ทบ. ออกคำสั่งได้อย่างรวดเรว็ โดยสรุปดังนี้
การเลื่อนฐานะฯ กรณี จ.ส.อ.(พ.) อายุ ๕๕ ปขี น้ึ ไป
การเล่ือนฐานะฯ กรณี เกษยี ณอายุราชการ
การเลอ่ื นฐานะฯ ประเภทไม่ใชค้ ุณวฒุ ิ
การเลื่อนฐานะฯ ประเภทคณุ วุฒปิ รญิ ญา
การเลื่อนฐานะฯ กรณี จ.ส.อ.(พ.) อายุ ๕๕ ปีขนึ้ ไป
คุณสมบัติของผู้ที่ได้รับการเลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตร พิจารณาเพื่อเลื่อนฐานะเป็นนายทหาร
สัญญาบัตร อายุตั้งแต่ ๕๕ ปีขึ้นไป โดยมีเวลารับราชการไม่เกิน ๕ ปี ก่อนเกษียณอายุราชการ เป็นนายทหารประทวน
ดำรงตำแหนง่ อตั รา จ.(พ.) มดี ังนี้
๑. ไดร้ บั อนุมัติตวั บคุ คลจาก ทบ. โดยมีคณุ สมบัติ คือ
หัวข้อพิจารณา คุณสมบตั ิ
๑. ความสมคั รใจ - ตอ้ งสมัครใจ
๒. อายุ - ตงั้ แต่อายุ ๕๕ ปขี ้นึ ไป
- เหลือเวลารับราชการไม่เกนิ ๕ ปี
(นับถึง ๑ ต.ค. ของปีงบประมาณ)
๓. การดำรงตำแหนง่ หลัก - อัตรา จ.(พ.) รวมไม่น้อยกว่า ๑ ปี
ก่อนเลือ่ นฐานะฯ (๑ ต.ค.)
๔. การอบรม - สำเรจ็ การอบรมจากหนว่ ย
5. ผลการปฏิบตั ิงาน - ประเมินค่าอยู่ในเกณฑ์ ดี ถึง ดีเด่น
6. การถกู พักราชการฯ - ไมอ่ ยูใ่ นระหวา่ งการสั่งพกั ราชการ/สำรองราชการ/สอบสวนทางวนิ ัย/
หรอื ถูกสอบสวนฯ ตอ้ งหาคดีอาญา
7. การทำหนา้ ทฯ่ี - ไม่ต้องทำหนา้ ที่ฯ
๕๔
๒. หลงั อนมุ ตั ิตวั บคุ คลจาก ทบ. ต้องมคี ุณสมบัติ คือ ผ่านการอบรมหลกั สูตรการเลื่อนฐานะ
๓. นขต.ทบ. รายงานเลอ่ื นฐานะฯ พรอ้ มส่งหลกั ฐานต่าง ๆ จำนวน ๑ ชุด ถงึ สบ.ทบ. ภายใน ๓๐ มิ.ย. ของปี
ท่ีเล่อื นฐานะฯ
หลักฐานประกอบการเล่อื นฐานะนายทหารประทวนเปน็ นายทหารสัญญาบตั ร กรณี จ.ส.อ.(พ.) อายุ ๕๕ ปี ข้นึ ไป
ลำดับ รายการ จำนวน หมายเหตุ
๑ สำเนาหนังสืออนุมัติตวั บุคคล จาก ทบ. ๑
๒ บญั ชีขอ้ มูลเล่ือนฐานะฯ ๑
๓ แบบฟอร์มสมัครใจหรอื ไม่สมัครใจเลือ่ นฐานะฯ ๑
๔ สำเนาประกาศนยี บัตรผลการอบรมนายทหารประทวน ๑
เปน็ นายทหารสญั ญาบัตร
๕ หนังสอื รบั รองผลการปฏบิ ตั ิหน้าท่ี ๑
๖ สำเนาคำส่งั เลอ่ื นชน้ั เงนิ เดือนคร้งั สดุ ท้าย ๑ ออกล่วงหนา้ ๑ ต.ค.
(ผบ.หน่วยระดับกองพลข้ึนไปเป็นผูอ้ อกให้) ของปีทเ่ี ล่ือนฐานะฯ
๗ สมุดประวัติรับราชการ ๑
๘ ประวัติย่อตามแบบฟอร์ม ๑
ประวตั ิย่อตามแบบฟอรม์
ขอ้ เน้นยำ้
• ให้หนว่ ยระดบั นขต.ทบ. เปน็ ผู้รวบรวมรายงาน ขอเลื่อนฐานะฯ โดยแยกรายงานเป็นชุด ชดุ ละ ๑๕ - ๒๐ นาย
และรายงานถึง สบ.ทบ.
• คำสงั่ บำเหนจ็ หว้ ง ๑ ต.ค. ของปีงบประมาณ หนว่ ยจะต้องออกก่อนเดือน ม.ิ ย.
๕๕
การเลื่อนฐานะฯ กรณี เกษียณอายุราชการ
การเลื่อนฐานะนายทหารประทวนเปน็ นายทหารสัญญาบตั รกรณเี กษยี ณอายุ ตอ้ งเป็นนายทหารประทวนยศ
จ.ส.อ. ที่ได้รบั คัดเลือกจากหนว่ ยโดยเป็นผ้มู ีความประพฤติดีรับราชการมาด้วยดมี าโดยตลอด มีคุณสมบัตคิ รบถ้วน
ตามที่ กห. กำหนด ดังน้ี
หวั ขอ้ พจิ ารณา คณุ สมบัติ
๑. ความสมัครใจ - ตอ้ งสมัครใจ
๒. อายุ - หนว่ ยระดบั กองพลฯ พจิ ารณา
๓. ประเภท
- เหลอื เวลา ๑ ปี กอ่ นเกษยี ณ
๔. การอบรม
- กรณีครบกำหนดเกษียณฯ ๑ ต.ค. ๖๔
เป็นผทู้ เ่ี กดิ ระหว่าง ๒ ต.ค. ๐๓ – ๓๑ ธ.ค. ๐๓
และ ๑ ม.ค. ๐๔ – ๑ ต.ค. ๐๔
- นนส. ยศ จ.ส.อ. / รบั ราชการ ๘ ปี
- คุณวุฒิ ปวช.
- กองหนุน ยศ จ.ส.อ. ๒ ปี / รับราชการ ๑๒ ปี
- พลเรือน ยศ จ.ส.อ. ๒ ปี
รับราชการเป็นขา้ ราชการฯ + นายทหารประทวน ๑๒ ปี
- สัสดี ยศ จ.ส.อ. ๑ ปี / รับราชการ ๕ ปี
- หน่วยระดบั กองพลฯ พิจารณาหรอื ผา่ นการอบรมนายสิบอาวโุ ส
๒. หน่วยระดับกองพลหรือเทียบเท่า รายงานเลื่อนฐานะฯ พร้อมส่งหลักฐานต่าง ๆ จำนวน ๑ ชุด ถึง สบ.ทบ.
ภายใน ๓๐ มิ.ย. ของปีที่เลอื่ นฐานะฯ
หลักฐานประกอบการเลอื่ นฐานะนายทหารประทวนเปน็ นายทหารสญั ญาบัตร กรณี เกษยี ณอายรุ าชการ
ลำดับ รายการ จำนวน หมายเหตุ
๑ บญั ชขี อ้ มลู เล่ือนฐานะฯ ๑
หรือสำเนาผลการอบรมเพื่อเลอ่ื นฐานะเปน็ นายทหารสญั ญาบตั ร
๒ สำเนาคำสั่งเลือ่ นชั้นเงนิ เดือนครั้งสุดทา้ ย ออกลว่ งหนา้ ๑ ต.ค.
ของปีท่เี ล่ือนฐานะฯ
๓ หนงั สือรับรองความประพฤติจากหน่วยครั้งสดุ ท้าย ๑ ตวั จรงิ
๔ สมดุ ประวัตริ ับราชการ ๑
๕ ประวตั ยิ ่อตามแบบฟอร์ม ๑
๕๖
ประวัติย่อตามแบบฟอรม์
ข้อเนน้ ย้ำ
• หนว่ ยระดับกองพลหรือเทียบเท่าขึน้ ไป จะต้องรวบรวมหลักฐานประกอบการขอเล่ือนฐานะ สง่ ถึง สบ.ทบ. ให้แล้วเสร็จ
ครบถว้ นทุกนาย ภายใน ๓๐ ม.ิ ย. ๖๓
• ทบ. ได้กำหนดบทลงโทษ กรณีหน่วยรายงานขออนุมัติเลื่อนฐานะฯ ล่าช้าไม่ว่าจะสาเหตุแก้ไขเอกสารที่บกพร่อง
หรือหลักฐานไม่ครบ หรือหน่วยไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลา ให้มีการงดบำเหน็จ แก่เจ้าหน้าที่ผู้ทำ
และตรวจหลักฐานของหน่วยทีส่ ่งหลักฐานขอเลื่อนฐานะ โดยให้รายงานไปยัง กพ.ทบ. เพื่อดำเนินการต่อไปตามหนงั สือ
กพ.ทบ. ที่ กห ๐๔๐๑/๔๓๙๐ ลง ๒๒ ธ.ค. ๕๑ เรื่องซักซ้อมความเข้าใจ การเลื่อนฐานะนายทหารชั้นประทวนเป็น
นายทหารชน้ั สัญญาบตั ร กรณีเกษียณอายุราชการ
• คำสงั่ บำเหน็จ หว้ ง ๑ ต.ค. ของปีงบประมาณ หนว่ ยจะตอ้ งออกกอ่ นเดือน ม.ิ ย.
• เลข ชกท. จาก ๐๙๑ ขอใหเ้ ปน็ ๐๐๐๙ (ประจำ มทบ.)
๕๗
การเล่ือนฐานะฯ ประเภทไม่ใช้คณุ วฒุ ิ
มีสิทธเิ ปน็ ว่าที่ ร.ต. ตั้งแตว่ ันถัดจากวันท่ีมีคุณสมบัติครบถว้ น จงึ ขอให้หนว่ ยระดับ นขต.ทบ. เป็นหน่วยรับผิดชอบ
รวบรวมหลักฐานสง่ ถงึ สบ.ทบ. โดยด่วน ซ่ึงต้องมีคณุ สมบตั ิ ดังน้ี
๑. ได้รบั อนมุ ตั ิตัวบุคคลจาก ทบ. โดยมีคณุ สมบตั ิ คือ
ประเภท คุณสมบัติ
- นนส. - ยศ จ.ส.อ.
- คุณวฒุ ิ ปวช. - รับราชการ ๘ ปี
- กองหนนุ - ยศ จ.ส.อ. ๒ ปี
- รับราชการ ๑๒ ปี
- พลเรือน - ยศ จ.ส.อ. ๒ ปี
- รับราชการเป็นข้าราชการฯ + นายทหารประทวน ๑๒ ปี
- สสั ดี - รับราชการ ๕ ปี
- ยศ จ.ส.อ. ๑ ปี
- ผ่านการอบรมหลักสตู รนายสบิ สัสดอี าวุโส
๒. หลงั อนุมัติตวั บุคคลจาก ทบ. ต้องมคี ุณสมบัติ คอื ทำหนา้ ท่ีฯ ๖ เดอื น / อบรมฯ จาก ยศ.ทบ.
๓. นขต.ทบ. รายงานเลือ่ นฐานะฯ พร้อมสง่ หลกั ฐานต่าง ๆ จำนวน ๑ ชุด ถงึ สบ.ทบ. ภายในระยะเวลาทก่ี ำหนด
หลกั ฐานการเลอื่ นฐานะนายทหารประทวนเปน็ นายทหารสัญญาบัตร (ประเภท ไม่ใช้คุณวฒุ ปิ ริญญา)
ลำดับ รายการ จำนวน หมายเหตุ
๑ สำเนาหนงั สืออนุมตั ติ ัวบุคคลจาก ทบ. ๑
๒ บัญชีข้อมลู เลื่อนฐานะฯ ๑
๓ หนงั สอื ถาม–ตอบ หน.เหล่าสายวทิ ยาการ ๑
๔ สำเนาประกาศนยี บัตรผลการอบรมนายทหารประทวน ๑ ยศ.ทบ. สง่ ให้ สบ.ทบ.
เปน็ นายทหารสญั ญาบัตร เปน็ สว่ นรวม
๕ สำเนาคำสั่งให้ทำหน้าทีน่ ายทหารสัญญาบัตร ๑
๖ หนังสือรบั รองผลการทำหน้าที่นายทหารสญั ญาบัตร ๑ ฉบับจรงิ
๗ สมุดประวตั ริ ับราชการ ๑
๘ ประวัตยิ อ่ ตามแบบฟอร์ม ๑
๙ หลักฐานอื่น ๆ
−หนังสอื ความเห็นชอบจาก นรด. ๑ เฉพาะสายงานสสั ดี
๕๘
ประวัตยิ ่อตามแบบฟอรม์
ขอ้ เน้นยำ้
• ใหห้ นว่ ยระดบั นขต.ทบ. เปน็ ผรู้ วบรวมรายงาน ขอเลอ่ื นฐานะฯ โดยแยกรายงานเป็นชดุ ชดุ ละ ๑๕ – ๒๐ นาย
และรายงานถึง สบ.ทบ.
- รุน่ ๑ ภายในวนั ที่ ๓๐ มิ.ย. ๖๓
- ร่นุ ๒ ภายในวนั ที่ ๓๑ ก.ค. ๖๓
• ปรบั ฐานขอ้ มลู คำส่งั บำเหน็จในระบบ PDX ใหเ้ ป็นปัจจบุ ัน
• เลขที่ตำแหน่งในระบบ PDX ไม่ว่าง, อัตราปิด, มีการจอง, หรือมีผู้ครองอัตราอยู่ ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
ความถกู ต้องของตำแหน่ง ใหว้ ่างก่อนสง่ เรอ่ื งมา สบ.ทบ. เพื่อลดความลา่ ชา้
• ในกรณมี ีการเปลย่ี นตำแหนง่ ในบัญชีเลื่อนฐานะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแก้ไขข้อมูลในหนังสือรบั รอง การทำหน้าท่ี
ใหถ้ ูกต้องด้วย เนอ่ื งจากอาจเกดิ ความคลาดเคล่ือนของช่ือตำแหน่ง และ ชกท.
ขอใหเ้ จา้ หน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานประกอบการขอเลื่อนฐานะฯ ให้ถูกต้องครบถ้วน ก่อนสง่ มาท่ี
กคว.สบ.ทบ. เพอื่ ให้เกิดความรวดเร็วและไม่ล่าช้าในการดำเนนิ การยกร่าง
๕๙
การเลือ่ นฐานะฯ ประเภทคุณวฒุ ิปรญิ ญา
การเล่ือนฐานะนายทหารประทวนเปน็ นายทหารสญั ญาบตั รโดยใชค้ ุณวฒุ ิ ตอ้ งเป็นนายทหารประทวน (ไมจ่ ำกัด
ชน้ั ยศ) และสำเร็จการศึกษาระดับปรญิ ญาตรีข้ึนไป โดยต้องมคี ุณสมบัติครบถว้ นดังน้ี
๑. ไดร้ บั อนุมตั ิตัวบคุ คลจาก ทบ. โดยมีคณุ สมบตั ิ คือ
หลกั ฐานการเลื่อนฐานะนายทหารประทวนเปน็ นายทหารสัญญาบัตร (ประเภท ใชค้ ุณวฒุ ิปริญญา)
ลำดับ รายการ จำนวน หมายเหตุ
๑ บญั ชขี ้อมลู เลื่อนฐานะฯ ๑
๒ – สำเนาหนา้ ทห่ี มายเลข ชกท. ของตำแหน่งทข่ี อบรรจุ ๑
(กรณีบรรจุในหน่วย อจย.) หรือ
– สำเนาคำช้แี จงทา้ ยอัตราของหน่วยทขี่ อบรรจุ
(กรณีบรรจุในหน่วย อฉก.) พร้อมทงั้ รบั รองวา่ ได้บรรจุผ้ใู ดไวแ้ ล้ว
และยงั เหลอื อีกกี่อตั ราหรือรับรองว่าไม่ได้บรรจุผ้ใู ดไว้ในตำแหนง่ นัน้
๓ สำเนาหนงั สืออนุมัติตวั บคุ คลจาก ทบ. ๑
๔ หนงั สือถาม–ตอบ หน.เหลา่ สายวิทยาการ ๑
๕ สำเนาขออนมุ ัติลาศึกษา (พร้อมผนวก ก,ข และ ค) หรือ (ผนวก ถ,ท,ป) ๑
๖ หนงั สือรบั รองคุณวุฒจิ บการศกึ ษากอ่ นบรรจุเข้ารบั ราชการ ๑ กรณีจบก่อนบรรจุ
(ผู้บงั คับบัญชาระดบั มทภ. หรอื เทียบเท่าเป็นผรู้ บั รองคุณวุฒิ)
๗ สำเนาใบปรญิ ญาบัตร หรืออนุมตั ปิ ริญญาบัตรจากสภามหาวทิ ยาลัย ๑
๘ สำเนาผลการสอบเป็นรายวิชา ๑
๙ ผลการตรวจสอบรับรองคุณวุฒิ ๑ ฉบบั จรงิ
๑๐ หนงั สือรบั รองความประพฤติจากหน่วยครง้ั สดุ ทา้ ย ๑
๑๑ สมุดประวัติรับราชการ ๑
๑๒ ประวัติย่อตามแบบฟอร์ม ๑
๖๐
ประวัตยิ อ่ ตามแบบฟอรม์
๖๑
กระบวนการในการยกร่าง คำสงั่ เลือ่ นฐานะฯ
กคว. (แผนกบรรจุ) อนมุ ตั ิ กพ.ทบ. กคว. (แผนกทำเนยี บ)
กรณี เลอ่ื นฐานะฯ ประจำป/ี นชง. (ตรวจตำแหน่ง คำย่อ)
กคว. ส่งอนุมัติ กพ.ทบ. ตรวจตำแหน่ง คำย่อ ทกุ ตำแหนง่ ก่อน
สบ.ทบ. (รบั -ส่ง) นขต.ทบ.
ยกร่างคำส่ัง
ผช.ผบ.ทบ.(๑) ลงนาม
สบ.ทบ. (รบั -ส่ง)
กคว. (แผนกบรรจุ)
คำส่งั ลงเวบ็ ไซต์ กคว. /สำเนาแจกจ่าย
๖๒
ห้องเรียนอัจฉริยะ (Smart Classroom) รร.สบ.สบ.ทบ.
ความเป็นมาของหอ้ งเรยี นอจั ฉรยิ ะ
โรงเรียนทหารสารบรรณ กรมสารบรรณทหารบก เป็นหน่วยจัดการเรียนการสอนหลักสูตรตามแนวทาง
การรับราชการประกอบด้วยหลักสูตรชั้นนายพัน หลักสูตรชั้นนายร้อย หลักสูตรนายสิบอาวุโส และหลักสูตรนายสิบ
ชั้นต้น ให้แก่กำลังพลเหล่าทหารสารบรรณของกองทัพบก และกำลังพลที่ได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนเหล่า
เป็นเหล่าทหารสารบรรณ และหลักสูตรการเพิ่มพูนความรู้ ให้แก่กำลังพลของกองทัพบกที่สนใจเข้ารับการศึกษา
นอกจากน้นั ยงั สนบั สนุนหลักสูตรตามแนวทางการรับราชการ ใหแ้ ก่กำลงั พลของสำนักงานปลดั กระทรวงกลาโหมอีกด้วย
เนื่องจากงบประมาณด้านการศึกษาของกำลังพล ในแต่ละปีงบประมาณมีจำกัด กำลังพลที่มีคว ามประสงค์จะเข้า
รบั การศึกษามีจำนวนมาก สถานที่และระบบสาธารณูปโภคของ รร.สบ.สบ.ทบ. ค่อนข้างจำกัด จก.สบ.ทบ. ท่านปัจจุบัน
ขณะดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.รร.สบ.สบ.ทบ. ซึ่งมีความรู้ความเข้าใจเทคโนโลยี จึงมีดำริให้จัดทำแผนของบประมาณ
เพื่อให้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้สำหรับการเรียนการสอน ทำให้ห้องเรียนอัจฉริยะ ของ รร.สบ.สบ.ทบ. มีความ
เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบายการศึกษาของกองทัพบกปี ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ ที่มีการส่งเสริม ให้มีการจัดการเรียน
การสอนผ่านส่อื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ (E-Learning)
๖๓
องคป์ ระกอบของห้องเรียนอจั ฉริยะ
ห้องเรียนอัจฉริยะ เป็นการประยุกต์ใช้เอาเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ มารวมไว้ด้วยกันภายในห้อง เพื่อตอบสนอง
ต่อความต้องการการใช้งาน ดังนั้นองค์ประกอบของห้องเรียนอัจฉริยะ แต่ละสถานที่อาจมีองค์ประกอบที่แตกต่างกัน
สำหรบั ห้องเรียนอจั ฉรยิ ะของ รร.สบ.สบ.ทบ. มีองค์ประกอบหลกั ๆ ดังนี้
เครอื่ งฉายเอกสาร เครอ่ื งบนั ทึกการ กล้องบันทึก
เรียนการการสอน VDO
ภาพ ๓ มติ ิ
เครอ่ื งขยาย เครือ่ งฉายภาพ
จอแสดงผล สญั ญาณเสียง Projector
Interactive
ลำโพงขยายเสยี ง
ชดุ ไมโครโฟน ๒ ทาง
แบบไรส้ าย
Tablet
เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์
ควบคุม
๖๔
อุปกรณ์การใชง้ าน/เคร่ืองมือ จำแนกดงั นี้
๑. คอมพวิ เตอรค์ วบคุม ผูส้ อนทำหน้าทส่ี นบั สนนุ การสอนบทเรียนผ่าน ( Laptop and Computer PC. )
๒. สือ่ เทคโนโลยปี ระเภทเครื่องฉาย Projectors
๓. สื่อเทคโนโลยปี ระเภท Smart Board หรอื Interactive Board
จากภาพ : Layout ผงั ห้องเรียน รร.สบ.สบ.ทบ.
๖๕
รร.สบ.สบ.ทบ. ได้ตระหนักถึงบทบาท และความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาการเรียนการสอน
ให้มีความทันสมัย สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน ช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพการเรียนการสอน
ในห้องเรียน รวมทั้งสามารถถ่ายทอดสดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียนของ รร.สบ.สบ.ทบ. ที่อยู่นอกห้องเรียนท่ีมี
ความพร้อมทั้งเวลาและทรัพยากร ในการเข้าเรียนผ่านทางเว็บไซต์แบบทันทีพร้อมกับผู้เรียนในห้องเรียน โดยสามารถ
ตอบโต้กับอาจารย์ผู้สอนได้ เช่นเดียวกับผู้เรียนในห้องเรียน หรือหากไม่สามารถเข้าเรียนตามห้วงเวลาที่กำหนด
ก็สามารถเลือกเรยี นแบบยอ้ นหลังได้ (ตามภาพ)
จากภาพจำลอง การเรยี นผา่ นส่อื ออนไลน์
๖๖
ประโยชน์ของห้องเรียนอัจฉรยิ ะ
๑. สามารถเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติตามที่ได้รับงบประมาณ และสามารถเปิดการเรียน
การสอนแบบถ่ายทอดสดการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติได้พร้อมกัน ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนผู้เรียนได้โดยไม่เพิ่ม
งบประมาณ และมีคณุ ภาพไมต่ ่างจากการเรยี นในห้องเรียนปกติ
๒. เพ่มิ ประสิทธภิ าพในการเรยี นการสอนโดยท่ีผู้เรยี นท่ีอยู่นอกห้องเรียน สามารถตอบโตก้ ับผู้สอนได้ ทุกเวลา
เสมอื นนัง่ เรียนในหอ้ งเรียนจรงิ ทำให้เกดิ ความรูค้ วามเข้าใจได้มากยิ่งขน้ึ
๓. สามารถจดั ทำสอ่ื การเรียนการสอนภายหลังจากการถ่ายทอดสดการเรียนการสอนไดส้ ะดวก และง่ายย่ิงขึ้น
และยงั สามารถให้บรกิ ารในการชมสื่อยอ้ นหลัง กรณีไม่สะดวกในการเข้าเรยี นตามเวลาท่กี ำหนด
๔. เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนให้มีความทันสมัย น่าสนใจและผู้เรียน
มีความเข้าใจในบทเรยี นได้ง่ายยงิ่ ขน้ึ
๕. เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการเรียน
การสอนใหก้ บั ผ้สู อนและผูเ้ รียน เปน็ ต้น
๖๗
๖๘
โครงการที่ได้รับการอนมุ ัติสนับสนนุ งบประมาณ
๑. ศูนยบ์ รกิ ารกำลงั พลแบบเบด็ เสร็จ กรมสารบรรณทหารบก
เพอื่ อำนวยความสะดวกใหแ้ ก่ผู้มาติดต่อราชการให้สามารถรับบริการจากหนว่ ยงานได้ ณ ที่แหง่ เดียว
ทำให้ได้รับความสะดวกสบาย เป็นการประหยัดเวลา ก่อให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งด้านสถานท่ี
บุคลากร รวมถึงเครื่องมือเครื่องใช้ โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยเชื่อมต่อระบบข้อมูลต่าง ๆ
เขา้ ด้วยกัน ทำให้เกิดการบริการในรูปแบบของการบริการที่หลากหลาย
๒. โครงการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบทดแทน เพื่อใช้ระบบบำเหน็จบำนาญ
(e-pension) ของ สบ.ทบ.
จัดหาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ประกอบทดแทนระบบคอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์เดมิ ที่จัดหามา
เพื่อใช้ในระบบบำเหน็จบำนาญ (e-pension) ของกรมบัญชีกลางที่ปัจจุบันชำรุดและเสื่อสภาพแล้ว
ใหส้ ามารถใช้งานในเร่ืองเก่ียวกับการขอรับเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญให้กับกำลงั พลและทายาทของกำลังพล
ประจำการ นอกประจำการ และลกู จ้าง สงั กัดกองทพั บก ทอ่ี อกจากราชการเนือ่ งจากลาออก เกษียณอายุ
สญู เสยี อวัยวะ พิการทุพพลภาพ หรือเสยี ชีวติ แลว้ แตก่ รณี
๓. โครงการปรับปรุงห้องเรียนอจั ฉริยะเพือ่ เพิม่ ประสิทธิภาพการเรียนรู้ และช่วยประหยัดงบประมาณ
ในการจดั การศึกษา หน่วย รร.สบ.สบ.ทบ
โครงการปรับปรุงห้องเรียนอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ฯ เพื่อเป็นการส่งเสริม และ
ยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอน ให้มีความก้าวหน้าทันกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี
สารสนเทศ และขยายโอกาสให้กับผู้ที่มีความต้องการเข้าเรียน แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ
ให้เข้าเรียนในภาคปกติ โดยผู้เรียนมีเพียงอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ต เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์
แทบ็ เลต็ หรือสมาร์ทโฟน ก็สามารถเข้าเรยี นไดเ้ หมอื นไดเ้ รียนในหอ้ งเรียนปกติ
๖๙
โครงการท่ีรอการอนุมตั ิสนับสนุนงบประมาณ
๑. โครงการระบบงานสิทธกิ ำลงั พลของ สบ.ทบ. จากการใช้ฐานข้อมลู PDX ทบ. ใหเ้ กิดประโยชน์
สงู สุด หน่วย สบ.ทบ.
โครงการระบบงานด้านสิทธิกำลังพลของ สบ.ทบ. จากการใช้ฐานข้อมูล PDX ทบ. และการจัดหา
คอมพวิ เตอร์ พร้อมอุปกรณ์ประกอบระบบงาน เพ่ือเพ่มิ ประสิทธิภาพการปฏบิ ัติงานงานอเิ ล็กทรอนกิ ส์เป็น
การพัฒนาการปฏิบัติงานด้วยมือ ไปสู่การปฏิบัติงานด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บริการด้านสิทธิกำลังพล
ของ ทบ. ให้เกิดความรวดเร็วถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ทันต่อความต้องการของกำลังพล ครอบครัว
และผบู้ ังคับบญั ชา จำนวน ๖ ระบบงาน ไดแ้ ก่
๑. งานเลอื่ นชั้นเงนิ เดอื นข้าราชการทหารและปรบั ระดับเงินเดอื น
๒. งานยศ
๓. งานเครือ่ งราชอสิ ริยาภรณ์
๔. งานออกจากราชการ
๕. งานรายงานข้อมลู กำลังพลของ สบ.ทบ.
๖. ระบบงาน One Stop Services ของ สบ.ทบ.
๒. โครงการพฒั นาแอปพลเิ คชันบนมอื ถือสมดุ ประวตั อิ จั ฉรยิ ะ หน่วย กรมสารบรรณทหารบก
การพัฒนาสมุดประวัติอัจฉริยะของกำลังพลกองทัพบก ให้เป็นสมุดประวัติที่มีชีวิตโดยใช้ Mobile
Device อย่างสมาร์ทโฟนมาช่วยจัดการสมุดประวัติ ให้กำลังพลเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ลดการจัดหา
เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมาก และใช้สิ่งที่ทุกคนมีอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน พัฒนาให้เป็นแอปพลิเคชัน
สมุดประวัติบนมือถือ ที่มีระบบยืนยันตัวตนก่อนการใช้งานเป็นการรักษาความปลอดภัยที่พัฒนาขึ้น
เป็นอย่างมาก ในระบบโทรศัพท์มือถือ โดยอำนวยความสะดวกแก่กำลังพลในการเข้าดูข้ อมูลประวัติ
ราชการของตนเอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีการปรับปรุงให้ถูกต้องจากการปฏิบัติงานผ่านระบบงานสิทธิกำลังพล
กรมสารบรรณทหารบก เพื่อเป็นช่องทางอำนวยความสะดวกแก่กำลังพลในการรับรู้ข่าวสาร
หรือข้อมูลประวัติราชการของตนเอง รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ระดับบุคคล เช่นการคำนวณเวลาราชการ
เครอ่ื งราชอิสรยิ าภรณ์ หรอื การดูประวตั ิอยา่ งยอ่
๗๐
โครงการพระราชดำรเิ ศรษฐกิจพอเพียง
จุดเร่มิ ต้นแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพียง
ผลจากการใช้แนวทางการพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัย ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก่สังคมไทย
อย่างมากในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม สังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งกระบวนการ
ของความเปลี่ยนแปลงมีความสลับซับซ้อนจนยากที่จะอธิบายในเชิงสาเหตุและผลลัพธ์ได้ เพราะการเปลี่ยนแปลง
ทง้ั หมดต่างเปน็ ปัจจยั เช่ือมโยงซง่ึ กนั และกัน
สำหรับผลของการพัฒนาในด้านบวกนั้น ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ความเจริญทางวัตถุ และสาธารณูปโภคต่าง ๆ ระบบสื่อสารที่ทันสมัย หรือการขยายปริมาณและกระจาย
การศึกษาอยา่ งทั่วถึงมากขน้ึ แตผ่ ลด้านบวกเหล่านีส้ ว่ นใหญ่กระจายไปถึงคนในชนบท หรอื ผู้ด้อยโอกาสในสังคม
น้อย แต่วา่ กระบวนการเปลยี่ นแปลงของสังคมไดเ้ กดิ ผลลบติดตามมาดว้ ย เชน่ การขยายตัวของรัฐเข้าไปในชนบท
ได้ส่งผลให้ชนบทเกิดความอ่อนแอในหลายด้าน ทั้งการต้องพึ่งพิงตลาดและพ่อค้าคนกลางในการสั่งสินค้าทุน
ความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ระบบความสัมพันธ์แบบเครือญาติ และการรวมกลุ่มกันตามประเพณี
เพื่อการจัดการทรัพยากรที่เคยมีอยู่แต่เดิมแตกสลายลง ภูมิความรู้ที่เคยใช้แก้ปัญหาและสั่งสมปรับเปลี่ยนกันมา
ถกู ลมื เลอื น และเร่ิมสูญหายไป
สิ่งสำคัญ ก็คือ ความพอเพียงในการดำรงชีวิต ซึ่งเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ทำให้คนไทยสามารถพึ่งตนเอง
และดำเนินชีวิตไปได้อย่างมีศักดิ์ศรีภายใต้อำนาจและความมีอิสระในการกำหนด ชะตาชีวิตของตนเอง
ความสามารถในการควบคุมและจัดการเพื่อให้ตนเองได้รับการสนองตอบต่อความต้อง การต่าง ๆ รวมท้ัง
ความสามารถในการจัดการปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ซึ่งทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นศักยภาพพื้นฐานที่คนไทยและ
สังคมไทยเคยมีอยู่แต่เดมิ ต้องถกู กระทบกระเทอื น ซึ่งวิกฤตเศรษฐกิจจากปญั หาฟองสบูแ่ ละปัญหาความอ่อนแอ
ของชนบท รวมทั้งปญั หาอืน่ ๆ ท่ีเกิดขึน้ ลว้ นแต่เปน็ ข้อพสิ ูจน์และยนื ยนั ปรากฏการณน์ ีไ้ ดเ้ ป็นอยา่ งดี
พระราชดำริว่าดว้ ยเศรษฐกิจพอเพยี ง
“...การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมี พอกิน พอใช้
ของประชาชนส่วนใหญ่เบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้
พ้นื ฐานความมน่ั คงพร้อมพอสมควร และปฏบิ ัติไดแ้ ลว้ จงึ คอ่ ยสร้างคอ่ ยเสริมความเจรญิ และฐานะทางเศรษฐกิจ
ขัน้ ท่สี ูงข้ึนโดยลำดบั ต่อไป...” (๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗)
“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานมานาน
กว่า ๓๐ ปี เป็นแนวคิดที่ตั้งอยู่บนรากฐานของวัฒนธรรมไทย เป็นแนวทางการพัฒนาที่ตั้งบนพื้นฐานของ
ทางสายกลาง และความไม่ประมาท คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง
ตลอดจนใช้ความรู้และคุณธรรม เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต ที่สำคัญจะต้องมี “สติ ปัญญา และความเพียร”
ซึ่งจะนำไปสู่ “ความสขุ ” ในการดำเนนิ ชวี ติ อยา่ งแทจ้ ริง
๗๑
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่
ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง
โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ
ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเปน็ ทีจ่ ะต้องมีระบบภูมิคุม้ กันในตัวท่ีดพี อสมควร ต่อการกระทบใด ๆ อันเกิดจาก
การเปลีย่ นแปลงทั้งภายในภายนอก ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอยา่ งย่ิง
ในการนำวิชาการตา่ ง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนนิ การ ทุกข้ันตอน และขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้าง
พื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึก
ในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร
มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและ
กว้างขวาง ทั้งด้านวตั ถุ สังคม สงิ่ แวดล้อม และวฒั นธรรมจากโลกภายนอกไดเ้ ป็นอย่างดี
ความหมายของเศรษฐกจิ พอเพียง จึงประกอบดว้ ยคุณสมบัติ ดังนี้
พอประมาณ ความมีเหตุผล เงื่อนไขความรู้
เงื่อนไขคุณธรรม
ภูมคิ ุ้มกัน
๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเอง และ
ผอู้ นื่ เชน่ การผลิตและการบรโิ ภคทีอ่ ย่ใู นระดบั พอประมาณ
๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับความพอเพียงนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล
โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆ
อย่างรอบคอบ
๓. ภูมิคุ้มกัน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
โดยคำนึงถงึ ความเปน็ ไปไดข้ องสถานการณ์ตา่ ง ๆ ที่คาดวา่ จะเกดิ ขึน้ ในอนาคต
๗๒
โดยมี เงอ่ื นไข ของการตดั สินใจและดำเนนิ กิจกรรมตา่ งๆ ใหอ้ ยใู่ นระดับพอเพียง ๒ ประการ ดังน้ี
๑. เง่อื นไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรูเ้ ก่ียวกับวิชาการตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ งรอบด้าน ความรอบคอบท่ีจะ
นำความรู้เหล่าน้นั มาพิจารณาให้เชอื่ มโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมดั ระวงั ในการปฏบิ ตั ิ
๒. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต
และมีความอดทน มีความเพยี ร ใชส้ ติปัญญาในการดำเนินชีวติ
ประเทศไทยกบั เศรษฐกิจพอเพยี ง
เศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นให้ผู้ผลิต หรือผู้บริโภค พยายามเริ่มต้นผลิต หรือบริโภคภายใต้ขอบเขต
ข้อจำกัดของรายได้ หรือทรัพยากรที่มีอยู่ไปก่อน ซึ่งก็คือ หลักในการลดการพึ่งพา เพิ่มขดี ความสามารถในการควบคมุ
การผลิตไดด้ ้วยตนเอง และลดภาวการณเ์ สี่ยงจากการไมส่ ามารถควบคุมระบบตลาดได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
เศรษฐกิจพอเพียงมิใช่หมายความถึง การกระเบียดกระเสียนจนเกินสมควร หากแต่อาจฟุ่มเฟือยได้
เป็นครั้งคราวตามอัตภาพ แต่คนส่วนใหญ่ของประเทศ มักใช้จ่ายเกินตัว เกินฐานะที่หามาได้ เศรษฐกิจพอเพียง
สามารถนำไปสู่เป้าหมายของการสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจได้ เช่น โดยพื้นฐานแล้ว ประเทศไทย
เป็นประเทศเกษตรกรรม เศรษฐกิจของประเทศจึงควรเน้นที่เศรษฐกิจการเกษตร เน้นความมั่นคงทางอาหาร
เป็นการสร้างความมั่นคงให้เป็นระบบเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง จึงเป็นระบบเศรษฐกิจที่ช่วยลดความเสี่ยง
หรอื ความไม่มัน่ คงทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้
เศรษฐกิจพอเพียง สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับ ทุกสาขา ทุกภาคของเศรษฐกิจ ไม่จำเป็นจะต้อง
จำกัดเฉพาะแต่ภาคการเกษตร หรือภาคชนบท แม้แต่ภาคการเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย์ และการค้าการลงทุน
ระหว่างประเทศ โดยมีหลักการที่คล้ายคลึงกันคือ เน้นการเลือกปฏิบัติอย่างพอประมาณ มีเหตุมีผล
และสรา้ งภูมคิ ุ้มกนั ใหแ้ กต่ นเองและสงั คม
การดำเนินชีวติ ตามแนวพระราชดำริพอเพียง
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าใจถึงสภาพสังคมไทย ดังนั้น เมื่อได้พระราชทานแนวพระราชดำริ
หรือพระบรมราโชวาทในด้านต่างๆ จะทรงคำนึงถึงวิถีชีวิต สภาพสังคมของประชาชนด้วย เพื่อไม่ให้เกิด
ความขัดแย้งทางความคดิ ที่อาจนำไปส่คู วามขัดแยง้ ในทางปฏิบตั ไิ ด้
แนวพระราชดำรใิ นการดำเนนิ ชีวิตแบบพอเพียง
๑. ยดึ ความประหยดั ตดั ทอนคา่ ใชจ้ ่ายในทกุ ด้าน ลดละความฟุ่มเฟอื ยในการใช้ชีวติ
๒. ยดึ ถือการประกอบอาชพี ด้วยความถกู ตอ้ ง ซ่อื สตั ย์สจุ รติ
๓. ละเลกิ การแก่งแยง่ ผลประโยชนแ์ ละแขง่ ขนั กนั ในทางการคา้ แบบต่อสกู้ นั อยา่ งรนุ แรง
๔. ไมห่ ยดุ น่งิ ทจ่ี ะหาทางใหช้ วี ิตหลุดพน้ จากความทกุ ขย์ าก ดว้ ยการขวนขวายใฝห่ าความรู้ใหม้ รี ายไดเ้ พ่มิ พนู ขน้ึ
จนถึงขัน้ พอเพยี งเปน็ เปา้ หมายสำคญั
๕. ปฏิบตั ติ นในแนวทางทีด่ ี ลดละส่ิงชั่ว ประพฤตติ นตามหลักศาสนา
๗๓
ตัวอยา่ งเศรษฐกจิ พอเพยี ง : ทฤษฎใี หม่
ทฤษฎีใหม่ข้นั ต้น
ใหแ้ บ่งพืน้ ทีอ่ อกเปน็ ๔ ส่วน ตามอัตราสว่ น ๓๐:๓๐:๓๐:๑๐ ซ่งึ หมายถึง
พื้นที่ส่วนที่หนึ่ง ประมาณ ๓๐% ให้ขุดสระเก็บกักน้ำเพื่อใช้เก็บกักน้ำฝนในฤดูฝน และใช้เสริมการปลูกพืช
ในฤดแู ล้ง ตลอดจนการเล้ยี งสตั วแ์ ละพืชนำ้ ต่าง ๆ
พื้นที่ส่วนที่สอง ประมาณ ๓๐% ให้ปลูกข้าวในฤดูฝนเพื่อใช้เป็นอาหารประจำวันสำหรับครอบครัวให้เพียงพอ
ตลอดปี เพือ่ ตดั ค่าใช้จ่ายและสามารถพึ่งตนเองได้
พื้นที่ส่วนที่สาม ประมาณ ๓๐% ให้ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผัก พืชไร่ พืชสมุนไพร ฯลฯ เพื่อใช้เป็นอาหาร
ประจำวนั หากเหลอื บรโิ ภคกน็ ำไปจำหน่าย
พ้ืนท่ีส่วนทสี่ ี่ ประมาณ ๑๐% เปน็ ทอี่ ย่อู าศัย เลย้ี งสตั ว์ ถนนหนทาง และโรงเรือนอน่ื ๆ
ทฤษฎใี หมข่ ั้นที่สอง
เมื่อเกษตรกรเข้าใจในหลักการและได้ปฏิบัติในที่ดินของตนจนได้ผลแล้วก็ต้องเริ่มขั้นที่สอง
คอื ใหเ้ กษตรกรรวมพลงั กนั ในรปู กลมุ่ หรือ สหกรณ์ รว่ มแรงร่วมใจกันดำเนนิ การในด้าน
(๑) การผลิต (พนั ธพ์ุ ืช เตรียมดนิ ชลประทาน ฯลฯ)
(๒) การตลาด (ลานตากขา้ ว ยงุ้ เครือ่ งสขี ้าว การจำหน่ายผลผลิต)
๗๔
(๓) การเป็นอยู่ (กะปิ นำ้ ปลา อาหาร เครอ่ื งนงุ่ หม่ ฯลฯ)
(๔) สวัสดิการ (สาธารณสขุ เงนิ ก้)ู
(๕) การศึกษา (โรงเรียน ทนุ การศึกษา)
(๖) สังคมและศาสนา
ทฤษฎใี หม่ขน้ั ทีส่ าม
เมื่อดำเนินการผ่านพ้นขั้นที่สองแล้ว เกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรก็ควรพัฒนาก้าวหน้าไปสู่ขั้นที่สาม
ต่อไป คือติดต่อประสานงาน เพื่อจัดหาทุน หรือแหล่งเงิน เช่น ธนาคาร หรือบริษัท ห้างร้านเอกชน มาช่วยใน
การลงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ ทั้งฝ่ายเกษตรกรและฝ่ายธนาคาร หรือบริษัทเอกชนจะได้รับประโยชน์
ร่วมกัน กลา่ วคือ
- เกษตรกรขายขา้ วไดร้ าคาสงู (ไม่ถกู กดราคา)
- ธนาคารหรือบรษิ ทั เอกชนสามารถซ้ือขา้ วบรโิ ภคในราคาตำ่ (ซอื้ ข้าวเปลือกตรงจากเกษตรกรและมาสเี อง)
- เกษตรกรซื้อเครอ่ื งอุปโภคบรโิ ภคไดใ้ นราคาตำ่ เพราะรวมกันซอ้ื เป็นจำนวนมาก (เปน็ รา้ นสหกรณร์ าคาขายสง่ )
- ธนาคารหรอื บรษิ ัทเอกชน จะสามารถกระจายบคุ ลากร เพ่อื ไปดำเนนิ การในกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดผลดยี ิ่งขน้ึ
ประโยชน์ของทฤษฎใี หม่
๑. ให้ประชาชนพออยู่พอกินสมควรแก่อัตภาพในระดับที่ประหยัด ไม่อดอยาก และเลี้ยงตนเองได้
ตามหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพยี ง”
๒. ในหน้าแล้งมีน้ำน้อย ก็สามารถเอาน้ำที่เก็บไว้ในสระมาปลูกพืชผักต่าง ๆ ที่ใช้น้ำน้อยได้ โดยไม่ต้อง
เบียดเบียนชลประทาน
๓. ในปีที่ฝนตกตามฤดูกาลโดยมีน้ำดีตลอดปี ทฤษฎีใหม่นี้สามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้โดย
ไมเ่ ดอื ดรอ้ นในเรือ่ งคา่ ใชจ้ ่ายตา่ ง ๆ
๔. ในกรณีที่เกิดอุทกภัย เกษตรกรสามารถที่จะฟื้นตัวและช่วยตัวเองได้ในระดับหนึ่ง โดยทางราชการ
ไม่ตอ้ งชว่ ยเหลอื มากนกั ซ่ึงเปน็ การประหยดั งบประมาณดว้ ย
๗๕
ทฤษฎีใหมท่ ่สี มบูรณ์
ทฤษฎใี หมท่ ่ดี ำเนนิ การโดยอาศยั แหล่งนำ้ ธรรมชาติ น้ำฝน จะอยู่ในลักษณะ “หมน่ิ เหม่” เพราะหากปีใด
ฝนน้อย น้ำอาจจะไม่เพียงพอ ฉะนั้น การที่จะทำให้ทฤษฎีใหม่สมบูรณ์ได้นั้น จำเป็นต้องมีสระเก็บกักน้ำ
ท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพและเต็มความสามารถ โดยการมีแหลง่ นำ้ ขนาดใหญท่ ่สี ามารถเพิ่มเติมนำ้ ในสระเก็บกักน้ำให้เต็ม
อยเู่ สมอ ดังเชน่ กรณขี องการทดลองทโี่ ครงการพฒั นาพ้ืนทีบ่ ริเวณวดั มงคลชยั พัฒนาอันเนอื่ งมาจาก พระราชดำริ
จงั หวัดสระบรุ ี
ระบบทฤษฎใี หมท่ ีส่ มบูรณ์
อ่างใหญ่ เติมอา่ งเล็ก อา่ งเล็ก เตมิ สระน้ำ
จากภาพ วงกลมเล็ก คือสระน้ำที่เกษตรกรขุดขึ้นตามทฤษฎีใหม่ เมื่อเกิดช่วงขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง
เกษตรกรสามารถสูบน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ และหากน้ำในสระน้ำไม่เพียงพอก็ขอรับน้ำจากอ่างห้วยหินขาว
(อา่ งเลก็ ) ซึง่ ได้ทำระบบส่งน้ำเชอื่ มตอ่ ทางทอ่ ลงมายังสระนำ้ ทีไ่ ดข้ ดุ ไว้ในแต่ละแปลง ซึง่ จะช่วยให้สามารถมีน้ำใช้
ตลอดปี
กรณที ี่เกษตรกรใช้นำ้ กนั มาก อ่างหว้ ยหนิ ขาว (อา่ งเล็ก) กอ็ าจมีปรมิ าณน้ำไมเ่ พียงพอ ก็สามารถใช้วธิ ีการ
ผันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (อ่างใหญ)่ ต่อลงมายังอ่างเก็บน้ำห้วยหนิ ขาว (อ่างเลก็ ) ก็จะช่วยให้มีปริมาณน้ำมา
เติมในสระของเกษตรกรพอตลอดทั้งปโี ดยไมต่ ้องเสีย่ ง
ระบบการจดั การทรัพยากรนำ้ ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั สามารถทำให้การใชน้ ำ้
มีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จากระบบส่งท่อเปิดผ่านไปตามแปลงไร่นาต่าง ๆ ถึง ๓-๕ เท่า เพราะยามหน้าฝน
นอกจากจะมีน้ำในอ่างเก็บน้ำแล้ว ยังมีน้ำในสระของราษฎรเก็บไว้พร้อมกันด้วย ทำให้มีปริมาณน้ำเพ่ิม
อยา่ งมหาศาล นำ้ ในอ่างที่ต่อมาสู่สระจะทำหน้าทีเ่ ป็นแหลง่ นำ้ สำรอง คอยเติมเทา่ นนั้ เอง
อ้างอิง : มูลนิธิชัยพัฒนา. (2563). เศรษฐกิจพอเพียง. สืบค้นเมื่อ 13 เมษายน, 2563, จาก ชื่อเว็บไซต์:
https://www.chaipat.or.th/site_content/item/3579-2010-10-08-05-24-39.html
๗๖
สบ.ทบ. เป็นหน่วยงานที่มุ่งมั่นพัฒนา ส่วนระบบสารสนเทศสำหรับเจ้าหน้าที่ได้แก่ ระบบ
การปฏบิ ัติงานของหน่วย รวมถึงพฒั นาขดี ความสามารถ จัดเก็บสมุดประวัตินอกประจำการ ระบบงาน
ของกำลังพล ดว้ ยการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามา ประชาสัมพันธ์ ระบบงานสิ่งอุปกรณ์สายสื่อสาร
ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน การให้บริการ ระบบค้นหาคำสั่งภายใน สบ.ทบ. และระบบติดตาม
ด้านสิทธิกำลังพลของกองทัพก มาอย่างต่อเนื่อง การออกคำสั่งเลื่อนฐานะฯ เป็นต้น นอกการพัฒนา
ซึ่งงานด้านสิทธิกำลังพลถือเป็นภารกิจสำคัญของ ระบบสารสนเทศต่าง ๆ แล้ว สบ.ทบ. ยังได้พัฒนาใน
สบ.ทบ. ที่ผ่านมา สบ.ทบ. ได้สร้างรากฐานด้านเทคโนโลยี ส่วนอื่น ๆ ของหน่วย โดยนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วน
สารสนเทศ โดยการพัฒนากำลังพลให้มีความรู้ ร่วมในการบริหารจดั การอกี ดว้ ย ได้แก่
ความสามารถ ในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ
ด้วยการจัดเข้ารับการอบรมหลักสูตรต่าง ๆ ที่จำเป็น จัดทำห้องเรียนแบบสมาร์ทคลาสรูม ได้นำ
เพื่อนำมาพัฒนาสารสนเทศภายในหน่วย ให้สามารถ เทคโนโลยีช่วยจัดการสอน ยิ่งในช่วงการแพร่ระบาด
รับมือกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ของไวรัสโควิด-๑๙ รร.สบ.สบ.ทบ. ได้ใช้ห้องเรียน
ท้ังในปัจจุบันและอนาคต สมาร์ทคลาสรูปในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอน
จากปกติในห้องเรียน เปลี่ยนเป็นการสอนแบบ
ปัจจุบัน สบ.ทบ. ได้พัฒนาระบบสารสนเทศ ออนไลน์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส
ที่จำเปน็ เพ่อื ใหบ้ ริการกำลังพลของกองทัพบก รวมไปถึง ดังกลา่ ว
ระบบที่จำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่ โดยพัฒนา
การเข้าใช้งานแบบ Single Sign-On ซ่ึงการเข้าสู่
ระบบเพียงครั้งเดียวจะสามารถใช ้ง าน ไ ด้
หลายระบบงาน โดยมีระบบสารสนเทศที่ให้บริการ
ต่าง ๆ แก่กำลังพลของกองทัพบก ได้แก่ ระบบการ
ลงทะเบียน ระบบค้นหาคำสั่ง ระบบดูคำสั่งปัจจุบัน
ระบบงานเครือ่ งราชอิสรยิ าภรณ์ และระบบคลงั KM
๗๗ ด้านเอกสาร และยงั ลดปริมาณการใช้กระดาษได้เป็น
จำนวนมากอกี ด้วย
การพัฒนาระบบบริหารจัดการตู้รับ - ส่ง
กองทัพบก ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาควบคุมเปิด - ปิด จากการพัฒนาระบบสารสนเทศต่าง ๆ ของ
ตู้รับส่งด้วยการนำระบบการยืนยันตัวตนผ่านบัตร สบ.ทบ. ที่กล่าวมานั้น เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งที่หน่วย
RFID card การบันทึกเอกสารต่าง ๆ เข้าสู่ระบบ ได้เริ่มดำเนินการเท่านั้น แต่ยังมองไปถึงอนาคต
บริหารจัดการตู้รับ - ส่ง จึงทำให้เกิดความสะดวก ที่กระแสเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
และยังเป็นการลดอัตราการสูญหายของหนังสือ และมีการสร้างสรรค์นวตั กรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ราชการ ส่งผลให้ สบ.ทบ. มรี ูปลักษณท์ ีท่ นั สมัยยง่ิ ข้ึน ที่เขามารองรับวิถีชีวิตและอำนวยความสะดวก
ตามนโยบาย ผบ.ทบ. ทเี่ คยใหไ้ ว้ ต่อคุณภาพชีวิตอยู่ตลอดเวลา สบ.ทบ. จะต้อง
ปรับตัว และไม่หยุดที่จะพัฒนาเพือ่ รองรับกับกระแส
เทคโนโลยีที่จะเข้ามาในอนาคต ที่จะมีผลกับ
สบ.ทบ. โดยตรง เชน่
การจัดตัง้ ศูนย์บริการกำลังพลแบบเบ็ดเสรจ็ การพัฒนาองค์กรไปสู่ สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์
(One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ (E-Office) ด้วยการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และ
กำลังพลกองทัพบกที่เป็นข้าราชการนอกประจำการ เทคโนโลยกี ารสื่อสารมาผสมผสานกับภาระกิจหน่วย
และทายาทที่มาติดต่อราชการให้สามารถรับบริการ การปฏิบัติงานประจำวัน เพื่อพัฒนาศักยภาพ
ต่าง ๆ ได้ ณ จุดเดียว ซึ่งเป็นการสนองนโยบายของ เกี่ยวกับการรับส่งเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ
รัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการไม่เรียกสำเนาเอกสาร การใช้ระบบสารบรรณต่าง ๆ ในการสร้างเอกสาร
ที่ทางราชการออกให้จากประชาชน เพื่อเป็นการลด การแจกจ่ายและเวียนทราบ แทนการใช้กระดาษ
เอกสาร ลดขั้นตอน และลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อ แทนการถ่ายสำเนาเอกสาร การจัดเก็บเอกสารใน
ราชการ รูปแบบไฟล์ข้อมูลแทนการพิมพ์แล้วเก็บเข้าแฟ้มเอกสาร
การต่อต่อสื่อสารผ่านระบบ Video Conference หรือ
การนำระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ สื่อโซเชียลมีเดีย ทำให้กำลังพลสามารถทำงาน
สพร. นำมาใช้กับงานสารบรรณของ สบ.ทบ. ทำให้ จากพื้นท่ีต่าง ๆ ได้ ทำให้เกิดการประหยัด
เกิดประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านสารบรรณ งบประมาณการเดินทางได้อีกด้วย
การติดตามหนังสือราชการ ส่งผลให้ลดภาระงาน
๗๘
การนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) สบ.ทบ. จะยืนหยัดและทำตามวิสัยทัศน์ของหน่วยท่ี
หรือ AI เข้ามามีบทบาทอยู่เบื้องหลังระบสารสนเทศ ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นหน่วยที่ให้บริการด้านสิทธิ
ต่าง ๆ ของ สบ.ทบ. ที่ให้บริการกำลังพลในปัจจุบัน กำลังพล ใหม้ ีมาตรฐานสูงสุด พอ้ งสนองนโยบายของ
เพื่อคอยเรียนรู้พฤติกรรม รวบรวมข้อมูลการใช้งาน ประเทศที่เรียกว่า "ประเทศไทย ๔.๐" ที่ขับเคลื่อน
ของกำลังพล เพื่อนำมาวิเคราะห์และเสนอแนะ ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยี มาใช้พัฒนาประเทศ
ให้คำแนะนำที่เหมาะสมให้กับกำลังพล ยิ่งถ้าหาก ให้เจริญก้าวหน้า สามารถรับมือกับเทคโนโลยี
ถูกพัฒนาให้มีความฉลาดใกล้เคียงกับมนุษย์ก็จะย่ิง ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะทำความฝัน
ทำให้ AI ตอบสนองไดต้ รงความต้องการมากย่ิงขึน้ ให้กลายเป็นความจริง ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของกำลังพล
ของกองทัพบกทง้ั สน้ิ
การนำหุ่นยนต์ (ROBOT) มาคอยอำนวย
ความสะดวก แก่กำลังพลและทายาทที่มาติดต่อ
ราชการรับบริการต่าง ๆ ของ สบ.ทบ. เช่น การจองคิว
การแนะนำการให้บริการต่าง ๆ รวมถึงการส่ง
เอกสารภายในแผนกต่าง ๆ ณ ศูนย์บริการกำลังพล
แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ของ สบ.ทบ.
เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าหน้าที่ และยังเป็น
การสร้างสีสนั ใหก้ ับ สบ.ทบ. อีกดว้ ย
สิ่งที่กล่าวมานั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียง
แนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วม
ในการปฏบิ ัตงิ านต่าง ๆ ของ สบ.ทบ. ทจ่ี ะเกดิ ขึ้นใน
อนาคต แต่ตราบใดที่เทคโนโลยียังไม่หยุดนิ่ง ยังมี
การพยายามสร้างสรรค์นวัตกรรมของมนุษย์
มีสง่ิ ใหม่เกิดขึ้นมาเพ่ือพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ของผู้คน
ในสังคม จงึ ไม่ใชสิง่ ทเี่ ปน็ ไปไมไ่ ดห้ รอื แคเ่ พ้อฝัน
๗๙