The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chairat30, 2022-06-08 00:10:21

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กระบวนการทำงานและทักษะการแก้ปัญหา

ครูชัยรัตน์ เกษอุดมทรัพย์

1

หนว ยการเรยี นรทู ี่ 1 
ทกั ษะกระบวนการทํางานและทกั ษะกระบวนการแกปญหา 

 

1.1 ความหมายของทกั ษะกระบวนการทาํ งานและทกั ษะกระบวนการแกปญหา 

 

รปู ท่ี 1.1 การทาํ งาน  

(ทมี่ า : https://images.app.goo.gl/VHF14AYqL4EeJ84S6) 

1.1.1 ทกั ษะกระบวนการทํางาน 
ทักษะกระบวนการทาํ งาน หมายถงึ การลงมือทาํ งานตางๆโดยมุงเนน การฝก ฝนวิธกี ารตา งๆอยา ง

สม่ําเสมอทง้ั การทํางานเดี่ยวหรอื การทํางานกลมุ รวมกับคนอนื่ เพื่อใหท าํ งานไดสําเร็จและบรรลุเปาหมายโดยมขี ั้นตอน
ตางๆดังน ้ี  

1) การวิเคราะหง าน เปนการมองภาพรวมของงานเมือ่ ไดร บั มอบหมาย วา เปา หมายของงานคือ
อะไร แลว จะทาํ อยางไรเพ่ือใหง านนน้ั บรรลุเปา หมายและไดผ ลลัพธตามท่ีตอ งการ 

 

รูปท่ี 1.2 การวิเคราะหงาน  

(ท่ีมา : https://images.app.goo.gl/8pVVCXh5d4wKUNEP9​) 

2

2) การวางแผนในการทาํ งาน เปน การกาํ หนดเปาหมายของงาน ระยะเวลาในการดําเนนิ งาน 
แรงงานที่ใชในการทํางาน คา ใชจ า ยในการดําเนนิ งาน วัสดุอปุ กรณหรอื เคร่อื งมือท่ีใชใ นการดาํ เนินงานและวิธีการดาํ เนนิ
งานเพอ่ื ใหบ รรลเุ ปา หมาย เปนตน  

 

รูปท่ี 1.3 การวางแผนการทาํ งาน 

(ทม่ี า : https://images.app.goo.gl/eEohtZVEHK2yGtZu6​) 
 

3) การลงมือทํางาน เปน การลงมอื ทํางานตามแผนท่กี าํ หนดไวด วยความมงุ มั่นอดทนและรับผิด
ชอบตองานทีไ่ ดร ับมอบหมายใหป ระสบผลสําเร็จ หากพบปญหาหรอื อุปสรรคควรหาทางแกไข 

 
รูปที่ 1.4 การลงมือทาํ งานที่วางแผนไว 

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/xy4Kv4DSdEKHMN516)​  
 
 
 
 
 
 

3

4) การประเมินผลการทํางาน เปน การตรวจสอบ ทดสอบหรอื ทดลองใชต ้ังแตก ารวางแผนการ
ทาํ งานวารอบคอบ รัดกุม ครอบคลมุ และสามารถปฏิบตั ิตามไดห รือไม รวมถึงการประเมนิ ผลการทํางานวา เกดิ ปญ หา
และอปุ สรรคอะไรขึน้ บา ง นาํ ขอมูลตางๆไปปรับปรุงแกไขแผนงาน การทาํ งาน และผลงานใหไ ดผ ลลพั ธทด่ี ีท่สี ุด 

 

รูปท่ี 1.4 การประเมนิ ผลการทํางาน 

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/dPSJXcgqMjHpBZdd6​) 
 

1.1.2 ทักษะกระบวนการแกป ญ หา 

​ทักษะกระบวนการแกป ญหา หมายถงึ การลงมือทาํ งานตางๆโดยมุง เนน การฝกฝนวธิ กี ารทาํ งาน

อยา งสมํา่ เสมอ จะชว ยใหเ กิดความคิดในการหาทางออกได เมอื่ พบปญหาในสถานการณการทาํ งานจริง โดยมขี ัน้ ตอน

ดงั น ี้

1) สงั เกต นกั เรยี นควรฝกฝนตนเองใหเปนคนชางสังเกต ชางศึกษาหาความรูหรอื รบั รขู อมลู

ตางๆ และเขา ใจปญหาทีเ่ กิดขึ้น 

2) วเิ คราะห เมือ่ รปู ญหาท่ีเกิดข้นึ แลว นาํ มาวิเคราะห ลําดับความสําคัญของปญหา แลวเิ คราะห

หาสาเหตุของแตละปญหา แลวหาทางออกของปญหาใหไ ดอยางเหมาะสม 

3) สรางทางเลือก เมือ่ วิเคราะหป ญหาและเรยี งลําดับปญหาไดแลว ควรสรางทางเลือกในการแก

ปญหาซงึ่ อาจจะมีหลายทางเลอื ก อาจจะมาจากการศึกษาคนควา การทดลอง การตรวจสอบ เพ่ือเปนขอ มลู ประกอบ

การแกป ญหา 

4) ประเมินทางเลือก ทางเลือกตางๆทีส่ รา งขึน้ มา ควรพิจารณาดูใหละเอยี ดวาทางเลือกใดท่ี

เหมาะสมกบั การแกปญ หาทส่ี ดุ ใหป ระเมนิ ทางเลือกนัน้ โดยการวางแผนและบนั ทึกกระบวนการปฏิบัติงาน ในรปู แบบ

รายงานและนําทางเลือกนนั้ มาตรวจสอบความถูกตอ งกอ นทจี่ ะนาํ ไปใช 

 

 

 

 

 

4

1.2 ทกั ษะในการทาํ งานเพือ่ การดาํ รงชวี ิต 

ทกั ษะเพอื่ พัฒนาการทาํ งาน หมายถงึ การนําความรู ความสามารถ เทคนคิ และวธิ กี ารตางๆ มาใชในชีวิต
ประจาํ วนั มีทกั ษะกระบวนการทาํ งาน มีทักษะกระบวนการแกป ญ หา มีทกั ษะการวิเคราะหง าน มกี ารวางแผนในการ
ทาํ งานอยา งเปน ข้ันตอนสามารถสื่อสารไดอ ยา งมปี ระสิทธภิ าพ มีความคิดรเิ ริ่ม ใชท กั ษะการจัดการในการบรหิ ารงาน 
ใชก ระบวนการทาํ งานรว มกนั สามารถปรับตัวเขา กบั บคุ คลอ่ืนและสถานที่ไดเปน อยา งดี ใชทกั ษะการแสวงหาความรใู น
การพัฒนางานอยางตอ เน่อื ง มีคณุ ธรรม มีลักษณะนสิ ัยท่ดี ีในการทาํ งาน เปน ตน ซง่ึ ทกั ษะเพ่อื พัฒนาการทาํ งานที่สาํ คญั  
มีดงั น ้ี

1.2.1 ทักษะกระบวนการทาํ งานเพอ่ื ดาํ รงชวี ิต 

ทักษะกระบวนการทาํ งาน หมายถึง การลงมือทํางานตา งๆดว ยตนเองหรอื การทํางานกลุมใหบ รรลุ
ตามเปาหมายท่ตี ้งั ไว โดยมขี ั้นตอนดังน ี้

1) วเิ คราะหการทาํ งาน เปนการกาํ หนดภาวะของงานหรือแจกแจงงานทจี่ ะทําวา เปน งาน
ประเภทใด หรอื ลักษณะงานท่ีจะตอ งทํา ตองใชอุปกรณอะไรบาง และมีลาํ ดับขั้นตอนในการปฏบิ ัตงิ าน2เปน อยา งไรบาง 

2) วางแผนในการทํางาน วา จะใชก ําลงั คนในการทาํ งานจาํ นวนเทา ไร จะทาํ คนเดยี วหรอื จะทํา
เปน กลุม ใชระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานนานเทาใด ใชส ถานท่ใี ด จะตอ งใชวสั ดุ อุปกรณอ ะไรบาง ปริมาณเทาไร มีใครรบั
ผิดชอบอะไรบา ง เปน ตน 

3) การลงมอื ทาํ งาน เปนการทํางานตามขนั้ ตอนท่ไี ดว างแผนไวเปนการฝก ใหมีนสิ ยั รักในการ
ทํางาน มีความรบั ผิดชอบในหนาที่การมีความอดทนและขยนั หมัน่ เพียรในการทํางานจึงจะทําใหงานประสบผลสาํ เร็จได 

4) การประเมนิ การทาํ งาน เปน การตรวจสอบและการประเมนิ ผลในการทาํ งานทุกข้ันตอนโดย
จะตอ ง วเิ คราะหถ งึ สภาพปญหาการทาํ งานที่เกดิ ขึ้น การประเมินการทาํ งานน้นั สามารถทาํ ได 2 ชว งคือ ชว งแรก 
เปนการประเมนิ ในขณะการปฏบิ ตั ิงานวาการปฏบิ ัติงานเปนไปตามข้ันตอนหรอื ไม อยา งไร สว นในชวงที่ 2 เปน การ
ประเมนิ ผลงานหลงั จากที่ไดทาํ งานตามทว่ี างแผนไวท ั้งหมดแลว 

 

รูปที่ 1.5 ทกั ษะกระบวนการทาํ งาน 
(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/SJri4UsN3ZUpi2xF9​) 

5

  1.2.2 ทกั ษะการทาํ งานรว มกนั ใหมปี ระสิทธิภาพ 

 
รปู ที่ 1.6 ทกั ษะการทํางานรว มกัน 
(ท่ีมา : https://images.app.goo.gl/BKbEfkbEU7UmjVNR8)​  

 

ทกั ษะการทํางานรวมกนั เปนเร่อื งของการทํางานรว มกันหลายๆคน ซ่งึ เก่ยี วกับการตดิ ตอกับบุคคลหรือสงั คม 
ความสาํ คญั ของการทาํ งานรวมกนั กค็ ือการทาํ งานรวมกันหลายๆคนแลวทาํ ใหง านออกมามีคณุ ภาพ แสดงใหเ ห็นถึง
ความสามารถในการสอ่ื สาร ซ่ึงการตดิ ตอ สื่อสารที่มีประสิทธภิ าพน้ันข้นึ อยูกบั สถานการณก ารยอมรับ และการโตต อบ
อยา งมเี หตผุ ล 

1. วิธกี ารทํางานรวมกนั ใหประสบผลสําเร็จ ควรปฏบิ ตั ดิ ังน ้ี
1) รจู ักบทบาทหนาท่ภี ายในกลุม  
2) มที กั ษะในการฟง พดู แสดงความคิดเห็นและอภิปรายในกลุม ในการทาํ งานรวมกบั คนอ่ืนควรฝก ฝนที่

จะเปนผูฟงทีด่ ี ยอมรบั ความคดิ เหน็ ของคนอื่น และมีวิธกี ารพดู ทป่ี ระนีประนอมกนั พดู จามีหลกั การและเหตผุ ล 
3) มีคณุ ธรรมและจริยธรรมในการทํางานรวมกัน การทาํ งานรว มกนั หลายๆคนนน้ั แตล ะคนยอ มมีความ

แตกตา งกันในหลายๆดาน โดยเฉพาะลักษณะนิสัยเราจึงควรหลีกเลีย่ งไมใหเกิดความขดั แยงกนั ในท่ที าํ งาน การสราง
ลักษณะนสิ ยั ทดี่ แี ละคุณธรรมในการทํางานรว มกัน มีคณุ ธรรมในการทาํ งานรว มกนั เชน มคี วามซอื่ สตั ย มีความเสียสละ 
มีความยตุ ธิ รรม มคี วามประหยดั มคี วามขยนั และอดทน มคี วามรบั ผิดชอบ มคี วามตรงตอเวลา เปน ตน  

4) สรา งบรรยากาศท่ีดใี นท่ที าํ งาน ใหมีความเปน กันเองซงึ่ จะทําใหเ พอื่ นรวมงานรูสกึ ดตี อกนั และกัน 
ไมร สู กึ กดดันในการทาํ งาน 

5) สรุปการทาํ งานรวมกนั ควรมีการสรปุ ผลงานออกมาอยางเปนรูปประธรรม อาจอยูในรปู แบบของการ
จัดทาํ รายงาน การอภปิ รายภายในกลมุ การช้แี จงผลของการทาํ งานโดยใชวิธีการประชมุ เพอ่ื ใหส มาชิกในกลุมทร่ี วม
งานกันไดทราบความเคลื่อนไหวของงานหรอื ทราบถงึ ปญหา จะทําใหส มาชกิ ในกลุม ดาํ เนินงานรว มกันไดอยา งมี พรอ ม
ท่ีจะพัฒนาทมี งานและองคก รใหดยี ่งิ ข้นึ  
 
 

6

2. เทคนิคในการทํางานรวมกนั  
1) มที ัศนคติทดี่ ตี อ เพื่อนรวมงาน คิดบวกในทางทดี่ ีๆ 
2) มคี วามจริงใจและเต็มทท่ี ีจ่ ะทาํ งานรวมกับผูอนื่ ไมแกงแยง ชงิ ดีกนั  
3) สรางความรสู กึ ที่ดตี อสมาชกิ รว มงานทกุ คน และมองเหน็ คณุ คา ของคนอื่น 
4) รับฟงและยอมรบั ความคดิ เห็นของคนอืน่ ยอมรบั ขอบกพรอ งของตนเองและเพื่อนรวมงาน 
5) ใหค วามรักและความเสียสละตอเพอ่ื นที่รว มงานกัน 
6) มมี นษุ ยสัมพนั ธแ ละเปน กนั เอง เชน ไมใชอ ํานาจหนา ทก่ี ารทํางานบงั คบั ขมเหงเพือ่ นรว มงาน การให

เกียรตซิ ่งึ กันและกัน 
7) สรางความชืน่ ชมเมือ่ เพือ่ นรวมงานทํางานไดด ี อาจจะใหรางวลั เปนส่ิงตอบแทนหรือกลาวคาํ ชมเชย

เสรมิ กาํ ลงั ให 

 

1.2.3 ทกั ษะการแสวงหาความรเู พอ่ื พฒั นาการเรียนและการทํางาน 

 

รูปท่ี 1.7 การแสวงหาความร ู
(ทีม่ า : https://images.app.goo.gl/BcRx7ctRv1kdHs3u5​) 

 

ทกั ษะการแสวงหาความรู คือ การคนควา หาความรโู ดยสรางความรูใหมเ พ่ิมเติมขึ้นจากการคิด การศกึ ษา 
การทดลอง การคนควา การฝก อบรม หรือการลงมอื ปฏิบัตดิ วยตนเองแลว นําความรูนั้นมาวเิ คราะหเพื่อใหเ กดิ ความรู
ใหมๆ ซงึ่ สมั พนั ธกบั ความรเู ดมิ ทีม่ อี ยแู ลว ดว ยวิธกี ารศกึ ษาคนควาโดยไมจ ํากัดวาจะมาจากแหลงความรใู ดบา ง เชน  
ความรใู นหองเรยี น ความรตู ามปา ยนิเทศหรอื สถานที่ตางๆและสือ่ อืน่ ๆ 
 
 
 

7

นักเรียนสามารถฝก ฝนทกั ษะการแสวงหาความรไู ดหลายวิธีการ โดยเริ่มจากความสนใจหรอื ความตอ งการของ
ตนเอง อาจจะปรกึ ษาหรอื ขอความชวยเหลอื จากบุคคลอ่นื ๆ รอบขา ง เชน ครูประจาํ ชัน้ ครแู นะแนว ครูปกครอง ผรู  ู
เพือ่ ใหไดข อ มูลทต่ี ัวเองสนใจหรือตอ งการ 

1. ขัน้ ตอนในการแสวงหาความรู มีดังน ี้
1) กําหนดปญ หาในการสบื คน ขอมูลความรู คือ การต้ังหัวขอ และการตั้งประเดน็ ท่จี ะทําการศกึ ษาคน ควา

ความรูนั้น กําหนดขอบเขตของหวั ขอ หรอื ประเด็นทต่ี อ งการจะคน ควา ความรู การวางแผนในการสบื คน ขอมูลความรนู น้ั  
เม่อื คดิ หาหวั ขอ หรอื ประเด็นท่เี ราตองการจะสบื คนไดแ ลว ตองวางแผนกาํ หนดเปา หมายในการสืบคนขอมลู เชน จะ
ศึกษาความรจู ากทใ่ี ดบาง จะศึกษาหาความรอู ยางไร ควรเริ่มตน เมอ่ื ใด สถานท่ไี ด เปนตน  

2) การวางแผนในการสบื คน ขอ มลู ความรู เมอื่ กี้ถามหวั ขอหรอื ประเด็นท่จี ะศึกษาคน ควา ไดแ ลว กต็ อ ง
วางแผนกําหนดเปา หมายวาจะทําการสืบคน ขอมูลจากแหลง ใดวธิ กี ารอยางไร ควรเร่มิ ตน เม่อื ใดเปน ตน 

3) การดําเนนิ การสบื คน ขอ มูล เปนการดาํ เนินการสืบคนขอ มลู ความรตู ามหัวขอ ทตี่ องการและทาํ ตาม
แผนงานท่ีวางไวตามลําดับขัน้ ตอน 

4) การวเิ คราะหขอ คือ การนาํ เอาขอ มลู ความรูตา งๆทไี่ ดจากการศกึ ษาคนหาหรือไดร บั มา แลว นาํ เอา
ขอ มูลมาพิจารณาอยา งละเอยี ด จดั ลาํ ดับขอมูล ความนา เชื่อถือ ความถกู ตองและชดั เจนของขอ มูล 

5) การสรุปผล คอื การนาํ เอาขอ มูลท่ีไดจากการศึกษาคน ควา หาความรมู าทําการบันทึกและจดั เกบ็ ให
เปน หมวดหมู เพ่ือใหง า ยและสะดวกตอ การคนหาในครั้งตอไป มวี ธิ กี ารบนั ทึกจัดเกบ็ ขอมูลทร่ี วบรวมมาไดหลากหลาย
รูปแบบทีง่ า ยตอ การคนหา เชน จดั เกบ็ ไวใ นคอมพวิ เตอร การจดบันทกึ ขอ มูลชนดิ ตางๆ ลงในสมดุ การถายสําเนา
เอกสารไวในแฟม การจดั เกบ็ ลงในแผน CD เปน ตน   

2. วิธีการแสวงหาความรดู วยตนเอง มีดงั น ้ี
1) การอาน เปนการศกึ ษาความรจู ากเอกสาร ตาํ รา และสอ่ื ตา งๆ เพ่อื เปนการเพ่ิมพูนความรู ทําใหเ ปน

คนมีวิสัยทศั นก วางไกล ทนั ตอสถานการณ และเปน การพฒั นาดานอารมณ ชวยผอนคลายความตงึ เครยี ดได เชน การ
อานนยิ าย การอา นบทความ หรือบทกวตี า งๆ 

2) การฟงเปนการยอมรบั ฟงความคดิ เห็นของผอู ่ืนดวยใจทเ่ี ปด รับเมอ่ื รับฟง ขอมลู ตางๆ แลว นาํ มา
วิเคราะห ประมวลผลความคดิ เปน ของตนเอง เปนการสะสมความรูใหกบั ตนเอง และแหลง ขอ มลู ในการฟง ทีด่ ี เชน การ
เขารว มอบรมฟงคาํ บรรยาย การเขา รวมอบรมความรูตา งๆ เปน ตน  

3) การศึกษาคนควา โดยการหา ขอ มูลขาวสาร ความเขา ใจ ความคิดเห็นในรูปแบบตา งๆ ดว ยตนเอง จาก
ตําราเอกสารทางวิชา การผลงานการวจิ ยั แหลงการเรียนรจู ากครอบครวั ชุมชน ผูเที่ยวชาญเปน ตน 

4) การสงั เกตเปน การเฝา ดูส่ิงท่เี ราพบเหน็ อยา งเขาใจ แลวนําขอมลู น้นั มาวเิ คราะห หรือหาความเปน จรงิ
ในสิง่ ที่เกิดข้ึน กับส่งิ ท่ตี วั เองอยากร ู  

5) การซักถาม เปนการรับฟง ขอ มลู จากแหลงตางๆ แลว นําขอ สงสยั ไปซักถามกบั ผูร ู และผเู ชีย่ วชาญ แต
การซกั ถามน้ันจะตองมกี ารอนุญาต 

8

6) การสัมภาษณ เปน การสนทนาพูดคยุ กบั บุคคลอน่ื อยา งมีจดุ มงุ หมาย เพือ่ คน หาขอ มูลความรคู วามเปน
จริง ตามวตั ถุประสงคท ี่ตอ งการจะศึกษาคนควาไวลว งหนา และนาํ ความรทู ่ไี ดมาทาํ การรวบรวมขอมลู  

7) การรวบรวมและการบันทกึ ขอมลู เปนการนาํ ขอ มลู จากการแสวงหาความรู และบันทกึ ขอ มลู น้ันใหอยู
ในรปู แบบตา งๆ เชน การจดบนั ทกึ ในสมุด การบนั ทกึ ลงในแฟมเอกสาร การบนั ทึกลงในคอมพวิ เตอร การบันทึกไวใน
แผน CD เปน ตน ซ่งึ สิง่ เหลานถี้ ือวาเปนการจดั เกบ็ ฐานขอ มูลสารสนเทศ 

 

1.2.4. ทกั ษะกระบวนการแกป ญหาในการทาํ งานเพ่ือการดาํ รงชีวิต 

ทักษะกระบวนการแกปญ หาในการทาํ งาน คอื การแกปญหาในการทํางาน เพ่ือใหประสบความ 
สําเร็จ เมื่อมปี ญ หาเกิดขน้ึ มาสามารถหาแนวทางในการแกป ญ หาไดอ ยา งเปน ระบบ ซงึ่ คือจะตอ งวเิ คราะหปญหาตั้งแต
ท่ีเปน ปญ หาเลก็ ๆ กลาเผชิญกบั ปญหา และพยายามหาหนทางใหมๆ ในการแกป ญ หาอยา งไมย อ ทอและสามารถแก
ปญหาไดอยางเด็ดขาด  

1. ข้นั ตอนการแกปญ หาในการทํางาน 
1) สํารวจปญหา เปนวิธกี ารสงั เกตการณ เฝาคอยดูสถานการณตา งๆ ทีเ่ กิดข้ึนหรืออาจจะเกดิ

ข้นึ จากการทํางาน หรือการทดลอง และพยายามคน หาผลลพั ธท ีอ่ าจจะเปนไปได 
2) วิเคราะหป ญหา เปนการกําหนดรายละเอยี ดของปญ หา คอื การทําความเขา ใจกบั ปญ หาที่

เกดิ ข้นึ แยกแยะขอมลู วามปี ญหาอะไรบา ง ลําดับปญ หาทตี่ อ งการแกไ ขกอ น หลงั   
3) สรางทางเลอื ก เมอื่ วิเคราะหขอ มูลแลววธิ ีการทจ่ี ะตองใชใ นการแกป ญหามีอะไรบางและ

ดําเนินการคิดคน หาวิธกี ารทํางานที่จะนาํ ไปสกู ารแกปญ หาน้ันไดอ ยางมปี ระสทิ ธภิ าพวามที างเลอื กอะไรบา ง 
4) ประเมินทางเลือก เมือ่ สรา งทางเลอื กไดห ลายวิธแี ลว ก็ตอ งสรุปหรือประเมินวา วธิ กี ารใดบาง

ที่เหมาะสมหรือดีท่ีสดุ ที่จะนาํ ไปใชในการแกป ญ หา เชน การสรางหรือผลิตชน้ิ งาน การซอ มแซม การปรบั ปรงุ แกไ ขช้ิน
งานตางๆใหม สี ภาพการใชง านท่ดี ี สามารถตัดสินใจไดว าจะเลือกทาํ งานชนิดใด หรอื ทําในเรื่องใดบาง 

5) วางแผนปฏิบัตงิ าน เปน การกําหนดกรอบแนวความคิด ในการทาํ งาน การวางแผน การแบง
ความรบั ผดิ ชอบงาน และลาํ ดบั ขน้ั ตอนการทํางานไดอยา งเหมาะสม ตามทักษะ กระบวนการงานอาชพี  

6) ลงมอื ปฏิบัตงิ าน เปนการลงมือปฏิบตั ิงานตามแผนการทาํ งานทไี่ ดวางไวอยางเปน ระบบและ
ถูกตอ งตามขน้ั ตอนทักษะกระบวนการงานอาชีพดว ยความปลอดภัย 

7) การประเมนิ ผลและการแกปญหา เปน การประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงาน การนําเสนอผลการ
ปฏบิ ตั ิงานที่เกดิ ข้ึนจากการทาํ งาน ประเมนิ วา อยใู นระดบั ใด เปน ไปตามที่ไดตงั้ เปา หมายไวห รอื ไม หากผลการปฏบิ ตั ิ
งานไมเ ปนไปตามเปาหมายหรอื แผนการท่ไี ดก ําหนดไว ใหนําไปปรับปรุงแกไ ขในการทาํ งานครั้งตอ ๆไป 

2. เทคนิคการแกปญหาในการทาํ งานเพื่อการดาํ รงชวี ติ  
การทํางานกับปญหาในการทํางานเปนของคกู นั ปญหาตางๆในการทาํ งานมหี ลากหลายปญ หา 

เชน ปญหาในการประสานงานกับลกู คา กับเพอ่ื นรว มงาน กับนายจา ง หรอื ปญหาจากการทํางานของตนเองในการแก
ปญหาแตละเรอื่ งจะมีวิธีทแ่ี ตกตา งกัน เมื่อเกดิ ปญ หาขึน้ เราจะตอ งมหี ลักคิดทจ่ี ะหาทางในการแกป ญ หา หรอื ชว ยใหก าร
แกปญ หานน้ั งา ยขึน้ ได ซึ่งวธิ ีการคดิ ในการแกป ญ หามี ดงั น ี้

9

1) ทาํ ไมส่งิ นจ้ี ึงเปนปญหา ใหถ ามตวั เองซํ้าๆวา ทาํ ไมส่ิงน้จี งึ เปนปญ หา แลวหาสาเหตทุ แ่ี ทจรงิ
ของปญหาวา เกิดจากอะไรแลว คอ ยๆคดิ หาสาเหตทุ ีเ่ ราม่ันใจ เพอ่ื จะไดคิดหาวิธกี ารแกไข 

2) คิดแกปญหาไดจากหลายๆหนทางในการแกป ญ หาอาจไดความคดิ มาจากคนหลายๆ คน 
หลายๆวัย ทาํ ใหไดห ลายทางเลือก เชน จากตํารา จากผรู ูหรือผเู ชีย่ วชาญ จากพอแม จากเพอ่ื นสนิทเปน ตน จะทําใหได
รบั คาํ ตอบจากมุมมองทแ่ี ตกตางกนั ในที่สุดก็จะไดว ิธีแกปญหาท่ีตอ งการได 

3) คิดแบบยดื หยุนปญหาในการทํางาน บางปญหาเราจําเปนตอ งคดิ แบบยดื หยุน คือใหห ลุดออก
จากกรอบเดมิ ๆ จงึ จะพบวิธีใหมๆ ในการแกป ญหา ซ่งึ อาจจะดกี วา วธิ เี ดิมๆ ท่ีเราสามารถใชในการแกป ญหาได 

4) ทุกอยางอยทู ี่ใจ รางกายกบั จติ ใจนน้ั ถอื วามีความเชื่อมโยงและสมั พนั ธก ัน ถา รา งกายเราถูกใช
งานหนักจนเกินไป เครงเครยี ดกบั งานจนไมม เี วลาพักผอน จติ ใจก็ไมไ ดพ ักผอนตามไปดวย เราควรใหเวลากบั การผอน
คลายจิตใจบาง เชน ฟงเพลง ดหู นัง ออกกาํ ลังกาย วายนา้ํ หรอื ทาํ งานอดเิ รกตางๆ ทเี่ ราชื่นชอบ เพือ่ ทาํ ใหจิตใจของเรา
วา งและเปดกวา งพอทีจ่ ะเกิดความคดิ สรางสรรคส ่ิงใหมๆขึ้นมา รวมถงึ วิธีการแกป ญหาอยา งสรางสรรค 

 

1.2.5. ทักษะการจดั การทํางาน 

 

รูปท่ี 1.8 ทักษะเกีย่ วกับงาน 
(ที่มา : https://images.app.goo.gl/1NxTCJW18bh4i6199)​  

 

ทักษะการจดั การ หมายถึง กระบวนการดําเนินงานอยา งใดอยางหน่งึ ท่ีเปน ระบบโดยเร่ิมตงั้ แต 
การวางแผนดําเนนิ งาน การทาํ กจิ กรรมตา งๆตามหนาที่อยางสรางสรรคแ ละเปน ไปดว ยความเรยี บรอยราบรื่น  
มปี ระสทิ ธภิ าพและเกดิ ประสทิ ธิผลสงู สุด รวมไปถงึ การประเมินงานเพ่ือปรบั ปรงุ แกไ ขหรือพฒั นาใหด ขี ึ้น ซง่ึ ทกั ษะ 
การจัดการสามารถจดั ไดเ ปน 3 กลุม ดังน ี้

1. ท​ กั ทายเกย่ี วกบั คน (Human Skill) คือ การท่ีสามารถเขาใจ และทํางานรวมกบั ผูอืน่ ไดดเี นอื่ งจากผู
จัดการคือบุคคลท่ีทํางานสําเร็จโดยใชบ ุคคลอนื่ ผจู ัดการจําเปน ตองสามารถโนม นา ว จูงใจและสือ่ สารกบั ผอู ่ืนไดอยา งมี
ประสทิ ธิผล เชน การพดู จาสภุ าพ ใหเกียรติซึ่งกันและกนั กับเพอื่ นรวมงาน 

10

2. ทกั ษะเกยี่ วกบั งาน (Technical Skills) คอื ความสามารถและความเชี่ยวชาญในงานเฉพาะอยาง
การมอบหมายงาน และความรับผิดชอบในหนาที่การทาํ งานของแตล ะคน เชน ผูจ ดั การฝา ยบญั ชมี ีความรคู วามสามารถ
ในหลักการบัญชี รวมทงั้ สามารถสรปุ ผลการดาํ เนนิ งานในรูปบญั ชไี ด ในขณะทีผ่ จู ัดการฝา ยผลติ มีความรูความสามารถ
ในกระบวนการและขั้นตอนในการผลติ เปน ตน 

3. ทักษะเกี่ยวกับการคิด (conceptual Skill) ประกอบดวยความรแู ละความสามารถในการวเิ คราะห 
และสามารถมองเหน็ ภาพรวมของสวนตางๆ ในองคก าร การคดิ แกปญหาเพอ่ื ประโยชนส ําหรับองคก าร 

 

รูปท่ี 1.9 ทกั ษะเก่ียวกับการคิด 

(ท่มี า : https://images.app.goo.gl/ZYb78Lw8uzTm3bUR8)​  

 

1.2.6 การใชท รพั ยากรในการปฏบิ ัตงิ านอยา งคุมคาและยัง่ ยนื  

การใชทรัพยากรในการทํางานจะตองคํานึงถึงส่ิงแวดลอ มเปน หลกั มคี ณุ ธรรมและจริยธรรมในการ
ปฏิบตั งิ าน โดยการเลือกใชท รัพยากรทไ่ี มท ําลายส่ิงแวดลอม และเราควรชวยกนั ใชทรพั ยากรในการปฏบิ ตั ิงานใหค ุมคา
และเกดิ ประโยชนส ูงสดุ โดยมีหลกั การใชท รพั ยากรอยา งคมุ คา ดงั น ้ี

1. การใชทรพั ยากรอยา งประหยัด คอื การใชเทา ทมี่ คี วามจาํ เปน เพือ่ ใหมีทรพั ยากรใชไดน าน
และเกดิ ประโยชนอ ยางคุม คามากท่ีสุด เชน ปดสวติ ชไฟฟาทุกครัง้ หลงั จากไมไ ดใ ชง าน ปดกอ กนาํ้ ทกุ ครง้ั หลังจากใชง าน
เสร็จ เปน ตน 

2. การนําเอาทรพั ยากรกลับมาใชซ ้ําอีก เนอ่ื งจากสงิ่ ของบางอยางเม่อื มีการใชแ ลว ครง้ั หนึ่ง
สามารถท่จี ะนํากลบั ไปใชซ้าํ ไดอกี เชน กระดาษเมื่อใชไปแลว 1 หนา จะสามารถนาํ กลับมาใชไดอ ีกหนาหน่ึงเ ปนตน 
หรอื สามารถท่ีจะนาํ มาใชใ หมโ ดยผานกระบวนการตางๆ เชน การนาํ กระดาษหรือขวดพลาสตกิ ขวดโลหะ ทใี่ ชแลว ไป
ผานกระบวนการตางๆ เพอ่ื ทาํ เปนกระดาษแข็ง ขวดพลาสตกิ เปนตน ซ่งึ เปน การลดปริมาณการใชท รัพยากร และการ
ทําลายส่งิ แวดลอ มได 
 

11

3. การใชส ่ิงอ่นื ทดแทน เปนวิธกี ารทีจ่ ะชว ยใหมีการใชทรพั ยากรธรรมชาตนิ อ ยลงและไม
ทาํ ลายสงิ่ แวดลอม เชน การใชถุงผา แทนถงุ พลาสตกิ การใชใ บตองใสอ าหารแทนใชโฟม การใชพลังงานแสงแดดแทนแร
เช้อื เพลงิ การใชป ยุ ชวี ภาพ ปุย คอกแทนปยุ เคมี เปนตน 

 

รูปที่ 1.10 การใชพลังงานทดแทน 

(ทม่ี า : https://images.app.goo.gl/gX82cfk6LgwxTTr7A​) 
 

4. การบูรณะซอมแซม ส่ิงของบางอยา งเมอื่ ใชเ ปนเวลานานอาจเกดิ การชํารดุ เสยี หายได ถามี
การบูรณะซอมแซมจะทําใหส ามารถยดื อายกุ ารใชง านตอ ไปได 

 

รูปท่ี 1.11 การซอ มแซมส่ิงของเครื่องใชท ีช่ าํ รุด 

(ที่มา : https://images.app.goo.gl/gX82cfk6LgwxTTr7A)​  
 

 

 

 

12

5. การบาํ บัดและการฟน ฟู เปน วิธกี ารท่ีจะชวยลดความเส่อื มโทรมของทรัพยากรดวยการบาํ บัด
กอนทจ่ี ะนําไปใช เชน การบําบดั นํ้าเสยี จากบา นเรอื นหรอื โรงงานอตุ สาหกรรม กอ นทีจ่ ะปลอยลงสูแหลง นํ้าสาธารณะ 
การฟน ฟธู รรมชาตใิ หก ลับสูสภาพเดมิ เชน การปลกู ปา การปลกู ปาชายเลนเพอ่ื ฟน ฟูความสมดุลของปาชายเลนใหก ลับ
มาอดุ มสมบรู ณเ ปนตน  

 

รูปท่ี 1.12 การบําบัดและฟน ฟแู หลง นาํ้ ธรรมชาต ิ

(ทม่ี า : https://images.app.goo.gl/q4dQaUYkkS1YKYSE9)​  
 

6. การเฝาระวังดูแลและปองกนั เปน วธิ ีการทจ่ี ะไมใ หท รพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ มถกู
ทําลาย เชน การเฝาระวังการทิ้งขยะหรือส่งิ ปฏิกูลลงแมนา้ํ ลําคลอง การจดั ทําแนวปอ งกันไฟปา  

 

รูปท่ี 1.13 การเฝา ระวงั ปลูกปาชายเลน และการท้งิ ขยะ 

(ทมี่ า : https://images.app.goo.gl/mDMpSoeJoEqbVmYS8)​  

 
1.2.7 คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการทํางาน 

การมีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมในการทาํ งาน เปนการทาํ งานอยา งมีจิตสาํ นึก ถูกวธิ ี เปนข้ันตอน มี
ประสทิ ธภิ าพ และเปน ท่ียอมรับของผูอนื่ ในสังคม ซึง่ มอี งคประกอบสาํ คญั ดังน ้ี

1. มีการประกอบอาชพี ที่สุจรติ ในการทาํ งานเราจะตองเลือกประกอบอาชีพทส่ี ุจรติ ไมเ ดอื ด
รอน ไมเ ปน ภยั ตอ สงั คม และคนทั่วไปเลือกทีจ่ ะประกอบอาชพี นนั้  

13

2. มีความเสียสละ อุปกรณใ นการทํางานรวมกบั ผูอน่ื เราจะตอ งเหน็ แกป ระโยชนส ว นรวม
มากกวา ประโยชนส ว นตน ไมเ หน็ แกตัว รูจกั ใหและการแบงปน ชว ยคนอ่นื โดยไมหวังผลตอบแทน 

3. มีความซื่อสัตย ในการทํางานเราจะตองมีความซื่อสตั ยตอ หนา ทแ่ี ละงานทีเ่ ราไดร ับมอบ
หมายปฏิบัติงานดวยความจริงใจ และไมคดโกงหรอื หลอกลวงผูอน่ื  

4. มคี วามขยนั และอดทน จะตองมีความมุง ม่นั ตอ งานทเ่ี ราไดรับมอบหมาย เพือ่ ใหงานน้นั บรรลุ
เปาหมาย เม่อื พบปญหาหรอื อปุ สรรคในการทํางาน ใหนําปญ หาหรืออุปสรรคนน้ั มาปรบั ปรุงและแกไขใหด ีย่ิงขนึ้  

5. มคี วามยุตธิ รรม ในการทํางานเราจะตองไมล าํ เอยี ง ยึดถอื ความถกู ตองเปน หลกั ไมอ คตกิ ับ
เรื่องตางๆที่ไดย นิ หรอื รับฟง จึงจะเปน ทีน่ า นบั ถือของเพ่ือนรว มงาน 

6. มคี วามรับผดิ ชอบ มคี วามรับผดิ ชอบตอ งานทไ่ี ดร บั มอบหมาย จากเพ่ือนรว มงาน ลกู คา  
สังคมและส่ิงแวดลอม โดยใชวัตถดุ บิ ท่มี ีคุณภาพมาผลติ สนิ คา ไมท ําลายทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ ม 

7. มีความตรงตอ เวลา เปนวนิ ยั พืน้ ฐานในการทาํ งานมีความตรงตอ เวลา ไมมาทํางานสายและ
ตองสง งานท่ไี ดร บั มอบหมายตามกาํ หนด และทาํ ใหงานนั้นสาํ เร็จตามเปา หมายท่ีวางไว 
 

ประโยชนของการตรงตอ เวลา 
การพัฒนาตนเองใหเปนคนตรงตอ เวลา คือ เราตองรูจ ักแบง เวลาใหเ หมาะสมกบั กจิ กรรมตางๆเปนการ
จัดระเบียบใหกบั ชีวติ สาํ หรบั ในการทํางานหรือการเรียน เปนการพยายามทํางานหรอื สง งานใหกอ นเวลา เพื่อใหม เี วลา
ตรวจทานและสงงานใหต รงตามกาํ หนด หากมีการนดั หมายกับผูใ ด ควรท่ีจะเผอ่ื เวลาในการเดนิ ทางเพ่ือไปใหถ ึงจดุ
หมายกอ นเวลาสกั เลก็ นอ ย เพ่ือจะไดไมตองเรง รีบรวมถงึ มเี วลาเตรียมความพรอมใหก ับตนเอง 
การทเี่ ราเปน คนตรงตอ เวลานัน้ จะชว ยใหเ ราเปน คนทีข่ ยนั ขนั แข็ง มีความกระตอื รอื รน มีความเอาใจ
ใสต องาน รกั ทจี่ ะเรียนรูอ ยเู สมอ จะชวยใหเ ราไมเฉือ่ ยชา ทนั สมัย มีชวี ิตชีวา เปนคนมรี ะเบยี บวินยั สามารถจัดการกับ
งานหรอื สง่ิ ทผี่ านเขามาไดอยา งเปนระบบ จงึ ทําใหเปนคนท่ปี ระสบความสําเรจ็ ในหนา ท่กี ารงาน มคี วามกา วหนาในชีวิต
หลายๆ ดาน ทาํ ใหเปนคนนา เชือ่ ถอื และผูอนื่ ใหค วามไววางใจ และทีส่ าํ คญั คอื จะชวยใหตวั เราเองสามารถจัดการกบั
ชวี ติ ของเราไดอ ยา งราบร่นื และมีความสขุ ท้งั เรื่องงานและการดาํ รงชวี ติ ในปจ จุบนั  
 

1.3 การแกป ญ หาในการทาํ งานดวยระบบ PDCA 

PDCA คือ วงจรที่พัฒนาจากวงจรที่คิดคน โดย วอลทเตอร ซวิ ฮารท (walter Shewhart) ผบู ุกเบิกการใชส ถติ ิ
สาํ หรบั วงการอตุ สาหกรรมและตอมาวงจรนี้เรมิ่ เปนท่รี จู กั กนั มากขึ้นเม่อื เอดวารด เดมมิง่ (W.Edwards Deming)  
ผูเ ช่ยี วชาญดา นการบรหิ ารคณุ ภาพเผยแพรใหเ ปน เครือ่ งมอื สาํ หรบั การปรบั ปรงุ กระบวนการทํางานของพนักงานภายใน
โรงงานใหด ียิ่งขึ้นระบบ PDCA มีขั้นตอน ดังน ี้
 
 
 

14

1.3.1 การวางแผน (Plan : P)  
การวางแผนจึงเปนจดุ เรม่ิ ตน ของงานและเปน สวนสําคัญท่ที ําใหก ารทํางานในสวนอ่ืนเปนไป

อยางมปี ระสทิ ธิผล โดยใชว ธิ กี ารระดมความคดิ การหาสาเหตขุ องปญ หา การหาวธิ ีการแกปญ หาการจัดทาํ ตารางการ
ปฏบิ ัตงิ าน การกาํ หนดวิธีดาํ เนินการ การกาํ หนดวิธีการตรวจสอบและการประเมินผล 

1.3.2 การปฏิบัตติ ามแผน (Do : D)  
การปฏบิ ตั ติ ามแผนเปนการลงมอื ปฏิบตั ิงานตามแผนการทไี่ ดกําหนดไว ท้งั นี้สมาชกิ ในกลุม

ตองมคี วามเขา ใจในความสาํ คัญและความจําเปนในแผนการปฏิบตั นิ ัน้ ๆ การนําแผนมาปฏบิ ตั งิ านนั้นตองอาศัยความ
รวมมือกันเปน อยางดีจากสมาชกิ และการจดั การทรพั ยากรที่จาํ เปน ตอ งใชในการปฏบิ ตั ิงานตามแผนน้ันๆ ขณะทล่ี งมือ
ปฏิบัติงานจะตอ งมีการตรวจสอบไปดว ย หากไมเปนไปตามแผนจะตอ งมีการปรับเปล่ยี นแผนใหมและเม่ือแผนนน้ั ใชงาน
ไดกน็ ําไปใชเปนแผนปฏบิ ตั กิ ารในครง้ั ตอ ๆไป 

1.3.3 การตรวจสอบ (Check : C) 
การตรวจสอบ เปนการตรวจสอบวาเมื่อปฏิบัติงานตามแผนทีว่ างไวแ ลวหรือการแกป ญหา

งานตามแผนแลว ผลลัพธเปนอยางไรสภาพปญหาท่ไี ดรบั การแกไขตรงตามเปา หมายท่ตี ัง้ ใจไวห รอื ไมห ากไมเปนไปตาม
แผนการหรือไมต รงตามเปา หมายกใ็ หปรับปรงุ เปล่ียนแปลงวธิ ีการหรอื นําไปปฏบิ ตั ใิ หมเพ่อื ใหไดผ ลงานออกมาอยา งมี
ประสทิ ธิภาพ 

1.3.4 การดําเนินการใหเหมาะสม (Action : A) 
การดําเนินการใหเ หมาะสมเปน การนําผลจากข้ันตอนการตรวจสอบ (C) นายดําเนนิ การให

เหมาะสมตอ ไป  


Click to View FlipBook Version