พัฒนากร...ขวานบน่ิ
การก่อเกิด เรอ่ ื งเล่า...เรา้ พลัง
โดย นายสิรวชิ ณ์ ศิรวิ ฒั นโชติกุล
นักวชิ าการพฒั นาชุมชนชานาญการ
กลุ่มงานส่งเสรมิ การพฒั นาชุมชน ปฏิบัติหน้าท่ี
สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอบาเหน็จณรงค์
กรมการพัฒนาชุมชน มีบทบาทและภารกิจสาคัญในการเสรมิ สรา้ งความเข้มแข็งของชุมชนชน โดยมีข้าราชการ
กรมการพัฒนาชุมชน ซง่ึ ปฏิบัติหน้าที่อยูใ่ นพน้ื ท่ีต่างๆ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะส่วนภูมิภาค ที่มีเจา้ หน้าท่ี
อยู่ในพื้นที่จังหวัดและอาเภอ ถือว่าเป็นหน่วยงานสาคัญที่มีบทบาทภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสรมิ ความเข้มแข็ง
ของชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากท่ีอยู่ใกล้ชดิ กับประชาชน มากที่สุดหน่วยงานหนึ่ง
ถ้าเปรยี บการทางานของกองทัพซ่ึงหัวใจสาคัญท่ีทางานสัมพันธก์ ันคือแม่ทัพ เสนาธกิ าร และทหารเอก และ
ถ้าเปรยี บการทางานของกรมการพัฒนาชุมชนที่ต้องสู้รบกับการแก้ไขปัญหาความยากจน การเสรมิ สรา้ งความเข้มแข็ง
ชุมชน การพัฒนาศักยภาพ ของผู้นาชุมชน รวมถึงการส่งเสรมิ เศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง พัฒนากรเปรยี บเสมือนทหาร
เอกในกองทัพที่ต้องเป็นทัพหน้าที่ต้องพรอ้ มตะลุยฝ่าฟันกับการพิชติ เป้าหมายให้สาเรจ็
พัฒนากร ถือเป็นกาลังหลักสาคัญของกรมการพัฒนาชุมชน ในการขับเคล่ือนกิจกรรมและภารกิจสาคัญ
ของกรมการพัฒนาชุมชน ให้สาเรจ็ และบรรลุเป้าหมายตามวสิ ัยทัศน์กรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งก่อนจะออกสนามรบ
กรมการพัฒนาชุมชน ได้ฝึกฝนเตรยี มความพรอ้ มและติดอาวุธทางปัญญา ติดอาวุธ ทางความคิด ฝึกทักษะ เพ่ิมทักษะ
ให้ พัฒนากรทุกคนได้มีความรู้ และพร้อมท่ีจะปฏิบัติ หน้าท่ีในนามขุ นพลด่านหน้าของกรมการพัฒนาชุมชน
โดยมีคาปลุกพลังท่ีทุกคนจาข้ึนใจคือ “เราทาได้ เราทาได้”
เรม่ ิ ต้นดีมีชยั ไปกวา่ ครง่ ึ
“ ขอยินดีต้อนรบั พัฒนากรใหม่สู่ครอบครวั พัฒนาชุมชน ”
คาแรกท่ีได้ยินก้องหูเม่ือมารายงานตัวปฏิบัติหน้าท่ี ณ สานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด “พ่ีอยากให้เธอไปอยู่กับ
ต้นแบบท่ีดี พัฒนาการอาเภอ ที่เก่ง ดี มีคุณภาพ และมีพัฒนากรพี่เล้ียงที่ดี สามารถเป็นต้นแบบให้กับการทางาน
พัฒนาชุมชนของเธอได้
อาเภอหนองบัวแดงเป็นอาเภอท่ีอยู่ห่างจากตัวจังหวัดเพียง 50 กิโลเมตร แต่ต้องข้ามเทือกเขาไปหน่ึงลูก
บนเส้นทางอันคดเคี้ยว มุ่งสู่เป้าหมายในการปฏิบัติหน้าท่ีที่มีพัฒนาการอาเภอดีกรรี างวัลข้าราชการดีเด่น ข้าราชการ
ครุฑทองคา และเป็นข้าราชการดีเด่น กรมการพัฒนาชุมชน พัฒนากรพ่ีเลี้ยงดีกรพี ัฒนากรแหวนเพชร ข้าราชการดีเด่น
กรมการพัฒนาชุมชน ขอบคุณแม่ทัพที่ส่งให้ข้าพเจา้ มาฝึกฝนวชิ าความรกู้ ับสุดยอดวทิ ยายุทธข์ องกรมการพัฒนาชุมชน
การอยูใ่ นส่ิงแวดล้อมทด่ี ี การมีต้นแบบท่ีดี เท่ากับความสาเรจ็ ไปแล้วกึ่งหนึ่ง ขึ้นอยู่กับเราแล้วทีนี้ กายพรอ้ ม ใจพรอ้ ม
ฮวงจุย้ ท่ีดีหรอื ชยั ภูมิท่ีดี รบรอ้ ยครง้ั ชนะรอ้ ยครง้ั ตามคาปราชญ์โบราณว่า และตรงตามหลักตาราพิชยั สงคราม
พัฒนากร...ขวานบิน่
ส่ิงท่ีเรยี นรูม้ าจากวทิ ยาลัยการพัฒนาชุมชน ที่พัฒนากรทกุ คนวาดฝนั กับความเปน็ จรงิ เป็นการทางานท่ีท้าทาย
และต้องเผชิญ ไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด ปัญหาอุปสรรค ลงพ้ืนที่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รบั มอบหมาย โดยมีผู้นา กลุ่ม
องค์กร ภาคี และเครอื ข่าย เป็นกาลังหลักสาคัญในการขับเคล่ือนกิจกรรมในพื้นที่ โดยยึดหลัก “คนสาราญ งานสาเรจ็
ประชาชนมีความสุข” งัดทุกวชิ าท่ีถูกปลูกฝังมาจากวทิ ยาลัยการพัฒนาชุมชนมาใช้ โดยมีพ่ีเล้ียงและพัฒนาการอาเภอ
ที่เปรยี บเสมือนปรมาจารย์คอยให้คาปรกึ ษา
ยุทธวธิ กี ับวถิ ีพัฒนากร/ต่างพื้นท่ตี ่างกลยุทธ/์ บทเรยี นความสาเรจ็
14 ฝน 14 หนาว ผ่านไปกับการยา้ ยครง้ั ที่ 8 ผ่านบทบาทพัฒนากร 6 อาเภอ และ 2 บทบาทนักวชิ าการจงั หวัด
ภายใต้ภารกิจกรมการพัฒนาชุมชนแต่บทบาทของพัฒนากรเท่านั้น ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นนักวชิ าการ ใครปรบั ตัวได้
ก็ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ใครปรบั ตัวไม่ทันก็ทยอยขอลาออกและสรา้ งวถิ ีชวี ติ ใหม่บนพื้นฐานต้นทุนของครอบครวั
สาหรบั ข้าพเจ้าการปรบั ตัว ประสบการณ์ท่ีพบเจอจากบรบิ ทการทางาน ท่ีต่างกัน จนนาไปสู่ความสาเรจ็
เชงิ พื้นที่ โดยบทเรยี นหนึ่งที่ย้าเตือนเราเสมอมาคือ กลยุทธเดียวกันวธิ กี ารเดียวกัน มิอาจใชไ้ ด้กับทุกพ้ืนที่ การปรบั
กลยุทธการทางานให้สอดคล้องกับบรบิ ทของชุมชน เป็นสิ่งท่ีสาคัญที่สุด จากการทางานในพื้นท่ีท่ีมีความแตกต่าง การ
แลกเปลี่ยนเรยี นรูป้ ระสบการณ์การทางานรว่ มกันในแต่ละพื้นท่ี การศึกษาหาความรู้ ท้ังในตาราและนอกตาราเรยี น
เปรยี บเสมือนการลับขวานให้คมให้พรอ้ มการปฏิบัติหน้าที่ และพรอ้ มรบั สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า ซง่ึ จากการ
ลับขวานให้คมอยู่เสมอทาให้ข้าพเจา้ ไปปฏิบัติหน้าทไี่ ด้อยา่ งราบรน่ ื มีประสิทธภิ าพและประสบผลสาเรจ็ จนได้รบั รางวัล
การขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุขดีเด่นระดับจงั หวัด จานวน 4 หมู่บ้าน รางวัลสิงห์ทองประเภท
กลุ่มองค์กร จานวน 2 กลุ่ม และรางวัลสิงห์ทองผู้นา อช. จานวน 2 รางวัล รางวัลบุคลต้นแบบการขับเคลื่อนกองทุน
พัฒนาบทบาทสตรปี ระเภทเจ้าหน้าท่ีพัฒนาชุมชน รางวัลบุคคลต้นแบบในการขับเคล่ือนค่านิยมองค์การกรมการ
พัฒนาชุมชน และรางวัลพัฒนากรขวัญใจชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน ในท่ีสุด
...แล้ววันน้ีก็มาถึง การเปลี่ยนแปลงครง้ั ย่ิงใหญ่
จากวถิ ีพัฒนากรสู่บทบาทนักวชิ าการพัฒนาชุมชน
บทบาทของนักวชิ าการพัฒนาชุมชน ต้องรอบรูท้ ้ังเรอ่ ื งงาน ทั้งเรอ่ ื งงบ เรอ่ ื งระบบ และ เรอ่ ื งคน ต้องประสาน
และบูรณาการการทางานจากทุกภาคส่วน รูเ้ ท่าทันเทคโนโลยีเพื่อพัฒนางานอยู่เสมอ หลายคนเครยี ด หลายคนคิด
“ทาไมต้องเรา งานอะไรๆ ก็ให้เรา คิดอะไรไม่ออกบอก พช.” พัฒนากรรบั บทหนักท้ังภารกิจหลักของกรมการพัฒนา
ชุมชน ภารกิจกระทรวงมหาดไทย รวมถึงจังหวัดและอาเภอ เครยี ด เพื่อให้เกิดความสมดุล ก่อนลงพ้ืนที่ปฏิบัติงาน
กรมการพัฒนาชุมชนเคยลับขวานให้เรา ทางานนานไปขวานเราทื่อ ขวานเราบ่ิน ขวานเราหมดคม ทาเท่าไรก็ไม่คืบหน้า
ทาอย่างไรก็ไม่ประสบผลสาเรจ็ และท้ายท่ีสุดนาไปสู่ความท้อถอยและการขอลาออกจากระบบราชการในยุคที่ มี
การเปล่ียนแปลงอย่างรวดเรว็ ท่ามกลางโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง หรอื ท่ีเรยี กว่าเกิดการ Disruption เกิดข้ึนทั่วโลก
ใครปรบั ตัวได้ก็อยู่ต่อ ใครปรบั ตัวไม่ได้ก็จะถูกDisrupt ออกไป ดังเช่นหลายๆ ธุรกิจท่ีปิดตัวลง รวมถึงพัฒนากรเรา
ด้วยเชน่ กัน
พัฒนากร...ขวานบนิ่
แล้วความทา้ ทายกเ็ กดิ ขน้ึ ....
เป้าหมายโจทย์ใหญ่ การบ้านท่ีพัฒนากรจะต้องขับเคลื่อนในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง Disruption ระบบ
ราชการไทย คือ “ข้าราชการไทยกับการขับเคลื่อนสู่การปฏิรูปประเทศไทยเพื่อไปสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ถือเป็น
วาระแห่งชาติ ประเทศไทยมีความม่ันคง ม่ังค่ัง และยัง่ ยืน เป็นประเทศพฒั นาแล้วด้วยหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ประเทศไทย 4.0” ตายละหว่าคาว่า “เรง่ ปรบั ตัวให้เท่าทันการเปล่ียนแปลงและพัฒนาตนเอง รวมทั้งส่งเสรมิ และ
สนับสนุนการพัฒนาผู้อื่นให้มีขีดความสามารถเหมาะสมในการทางานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 4.0” เราต้องปรบั ตัว
พัฒนากรต้องปรบั ตัว การให้บรกิ ารต้องปรบั ตัว กลยุทธก์ ารทางานก็ต้องปรบั ตัว บทบาทของสานักงานพัฒนาชุมชน
ก็ต้องปรบั ตัวสู่อาเภอ 4.0 เชน่ กัน
กรมการพัฒนาชุมชน Start ติดอาวุธทางปัญญาด้วยการเพิ่มทักษะ ความรู้ งานพัฒนาชุมชนด้วยการ
ฝึกอบรมให้กับพัฒนากรและข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชนผ่านหลักสูตรต่างๆ เพ่ือเป็นการพัฒนาศักยภาพและ
สมรรถนะให้กับบุคลากรท้ังก่อนประจาการและระหว่างประจาการ แต่วันเวลาผ่านไป โลกเปลี่ยนแปลงเรว็ มาก
ภารกิจงานท่ีมีความหลากหลาย พัฒนากรต้องปรบั ตัว “อย่ามัวแต่ทางานจนลืมลับขวานให้กับตัวเอง” ศึกษาหา
ความรูเ้ พ่ิมเติม แลกเปล่ียนเรยี นรู้ และทางานรว่ มกันบนจุดแข็งของกรมการพัฒนาชุมชน คือข้าราชการกรมการ
พัฒนาชุมชนมาจากหลายสาขาอาชพี อาจกล่าวได้วา่ มีข้าราชการทมี่ ีความเป็นศูนยร์ วมองค์ความรูแ้ บบสหวชิ า แต่ทุก
คนสามารถอยูร่ ว่ มกันได้บนความแตกต่าง พี่สอนน้องในงานพัฒนาชุมชน น้องสอนพ่ีในโลกดิจทิ ัล จงั หวัดสนับสนุน
และเปิดโอกาสให้มีการเรยี นรูร้ ว่ มกันผ่านกิจกรรมต่างๆ กรมการพัฒนาชุมชนสนับสนุนการเรยี นรูแ้ ละพัฒนาตนเอง
ในรูปของหลักสูตรที่เปิดอบรม ทั้งในรูปแบบ Online และ Offline โดยมีเป้าหมายเพื่อลับขวานบุคลากรทุกคนให้คม
อยู่เสมอ
บทสรุป
พัฒนากร รวมถึงบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชนทุกคน ท่ามกลางโลกแห่งการเปล่ียนแปลง อย่างรวดเรว็ หรอื
ที่เรยี กว่าเกิดการ Disruption เราจะต้องพัฒนาตนเองด้วยการเพิ่มและเสรมิ ทักษะท้ังการ Upskill และ
Reskill เพื่อสรา้ งความเชอ่ื ม่ันให้เหล่าบุคลากร เพราะเมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไปอยา่ งรวดเรว็ ทักษะเดิม ๆ ท่ีเคยมีอยู่
อาจจะไม่เพียงพออีกต่อไป ดังน้ันจึงจาเป็นต้องรบี เพ่ิมและเสรมิ ทักษะให้กับบุคลากรในองค์กร เพื่อให้บุคลากร
สามารถปรบั ตัวให้ได้กับการเปล่ียนแปลงและการทางานในยุคดิจทิ ัลสู่การเป็นข้าราชการ 4.0 ถ้าไม่สามารถปรบั ตัว
ได้ในโลกของการเปล่ียนแปลง เราจะถูก Disrupt ออกไปแบบไม่มีทางเลือกดังเช่นสถานการณ์บุคลากรมการ
พัฒนาชุมชนทยอยลาออกดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน อย่ามัวแต่ก้มหน้าทางานจนลืมที่จะพัฒนาตนเอง ถึงเวลา
ท่ีพัฒนากรจะต้องมีเวลาที่จะหยุดทบทวนตัวเองและลับขวานให้คม ด้วยการ Reskill และ Upskill ตัวเอง
อย่าเป็น “พัฒนากรขวานบ่ิน” ขุนพลด่านหน้าของกรมการพัฒนาชุมชน จะต้องสง่างามด้วยเกียรติ ศักดิ์ศรแี ละ
ศักยภาพของข้าราชการกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อให้ดอกไม้กรมการพัฒนาชุมชนจะยังคงเบ่งบานอยู่ท่ัวทุก
หัวระแหงเต็มพื้นท่ี และได้รบั การยอมรบั ตลอดไป