The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 9 โคงสร้างและการเจริญเติบโตของลำต้น 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by viewvy2416, 2022-09-12 11:31:19

ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดียว

บทที่ 9 โคงสร้างและการเจริญเติบโตของลำต้น 2

โครงสรา้ งและหน้าทีข่ องลาต้น
(structure and function of stem)

ลาตน้ (stem)
เปน็ โครงสร้างท่เี จริญถัดขึน้ มาจากราก ลาตน้ ตา่ งจากรากตรงท่ีลาตน้ จะมีขอ้ (node)
ปล้อง (internode) บรเิ วณขอ้ จะมใี บที่ซอกใบมตี า ลาตน้ ของพชื สว่ นใหญ่เจรญิ ขน้ึ เหนอื
ดนิ ในทิศทางตรงกนั ข้ามกบั แรงโน้มถ่วงของโลก (negative gravitropism)

• ข้อ (node) เป็นบริเวณของลาต้นที่มักนูนหรือพองโตกว่าส่วนอื่น ๆ ท่ีตดิ กัน

มตี า (bud) ซึ่งอาจแตกไปเปน็ กิง่ ใบหรอื ดอก
• ปลอ้ ง (internode) เป็นสว่ นของพชื ทอ่ี ยรู่ ะหวา่ งข้อ

ในพชื ใบเลีย้ งเดยี่ ว จะเหน็ ขอ้ และปลอ้ งได้ชัดเจนตลอดชวี ติ
• พืชใบเลย้ี งคู่จะเห็นข้อและปลอ้ งชดั เจนในขณะที่อ่อนอย่เู มื่ออายุมากข้ึนพืชสร้าง

คอรก์ มาหมุ้ จงึ มองไม่เหน็

ลักษณะที่สาคญั ของโครงสรา้ งภายนอกของลาต้นพืชใบเลี้ยงค่แู ละพชื ใบ
เลี้ยงเดีย่ วเหมอื นหรือแตกตา่ งกันอยา่ งไร





ลกั ษณะภายนอกของลาต้นถ่วั เขยี วและข้าวโพด

โครงสรา้ งภายในของปลายยอดตัดตามยาว

โครงสร้างปลายยอดของพชื (ตัดตามยาว)
การเรียงตัวเปน็ 4 บริเวณ ดงั น้ี

1. เนื้อเย่ือเจรญิ ปลายยอด (apical meristem)
- เป็นบริเวณที่อยปู่ ลายสดุ ของลาตน้
- มแี บง่ ตัวอย่ตู ลอดเวลา
- เซลล์จึงมีขนาดเล็ก
- พฒั นาไปเป็นลาต้น ใบ
- ตาตามซอกใบ (axillary bud)
จะเจรญิ ไปเปน็ กิง่



2. ใบเร่ิมเกดิ (leaf primordium)

- อยู่ตรงด้านข้างของปลายยอดส่วนที่เป็นขอบของความโค้งของเนื้อเยื่อเจริญ
ปลายยอด

- มีการจดั เรยี งของใบแบบตรงข้ามกัน ใบเรม่ิ เกิดอยสู่ องขา้ ง
- ใบเร่ิมเกดิ ต่อไปจะเจรญิ พฒั นาเป็นใบอ่อน บริเวณตรงกลางของโคนของใบ
เร่ิมเกิด เซลล์มีขนาดเล็กรูปร่างยาวเรยี งตัวเปน็ แนวยาวจากลาตน้ อ่อนข้ึนไปจนเกอื บถงึ
ส่วนปลาย เซลล์เหลา่ น้ตี อ่ ไปจะเจรญิ ไปเป็นเนื้อเย่ือท่อลาเลยี งแยกจากลาต้นสู่ใบ





3. ใบออ่ น (young leaf)
- ใบทย่ี ังเจริญเติบโตไม่เตม็ ที่
- ยงั มีการเจริญเติบโตและเปลย่ี นสภาพตอ่ ไปอกี เพอื่ เพิ่มความหนาและขนาด
ของใบ
- ใบอ่อนจะยังไมแ่ ผ่กางออกเต็มที่
- ตรงซอกใบออ่ นจะเห็นตาตามซอกเร่มิ เกดิ (axillary bud primordium)



4. ลาตน้ ออ่ น (young stem)
- อยถู่ ัดจากตาแหนง่ ใบเรม่ิ เกดิ ลงมา
- ยังมีการแบง่ เซลล์ และพฒั นาเปล่ียนสภาพไปจนในทสี่ ดุ เปน็ เน้อื เย่อื ท่ี
เจรญิ เต็มที่
- ลาตน้ ส่วนใตใ้ บเร่มิ เกิดยังเปน็ ลาต้นระยะที่ยังเจรญิ ไมเ่ ตม็ ท่ี

โครงสรา้ งภายในของลาตน้ ระยะที่มกี ารเตบิ โตปฐมภมู ิ

การเจริญเติบโตของลาต้น

มี 2 ระยะ คือ
1. การเติบโตปฐมภมู ิ (primary growth)
2. การเติบโตทตุ ิยภมู ิ (secondary growth)



โครงสร้างภายในของลาต้น

มีการแบง่ ชนั้ เนือ้ เย่อื เรยี งจากชัน้ นอกสดุ เขา้ ไป ดังนี้
1. เอพเิ ดอร์มิส (epidermis)
- อยูช่ ัน้ นอกสดุ ประกอบดว้ ยเซลลเ์ รียงตวั แถวเดียว ไมม่ คี ลอโรพลาส อาจ

เปลี่ยนแปลงไปเปน็ ขน (hair) หนาม หรอื เซลล์คมุ (guard cell)
- ผิวดา้ นนอกมกั มสี ารควิ ทนิ (cutin) เคลือบ ชว่ ยปอ้ งกนั การระเหยของนา้





คอร์เทกซ์ (cortex)
อยถู่ ดั จากเอพิเดอรม์ ิสเข้ามา เรยี งตวั หลายชน้ั ส่วนใหญเ่ ปน็ เนื้อเยื่อพาเรงคมิ า

เซลลม์ กั มสี ีเขียวและมคี ลอโรพลาสต์จงึ สงั เคราะห์ด้วยแสง และชว่ ยสะสมนา้ และอาหาร
ให้แกพ่ ืช

- เซลล์ทต่ี ดิ กับเอพเิ ดอรม์ ิสเขา้ มาหรืออยตู่ ามมุมของลาตน้ เปน็ พวกคอลเลงคมิ า
และมีเนื้อเยอื่ สเกลอเรงคิมาแทรกอยทู่ วั่ ไปช่วยเพ่ิมความแขง็ แรงให้กับ ลาต้น ชนั้ ในสดุ
ของคอรเ์ ทกซ์ คือ เอนโดเดอรม์ ิส (endodermis) เหน็ ไม่ชัดเจนหรอื ไมม่ เี ลย





3. สตลี (stele) อยถู่ ดั จากเอนโดเดอร์มสิ เข้า สตีลจะมีขอบเขตกว้างมาก
ประกอบด้วย 3 บริเวณ

3.1 มดั ทอ่ ลาเลียง (vascular bundle)
พืชใบเลี้ยงคู่มีไซเล็มอยู่ดา้ นใน โฟเอ็มด้านนอกมีแคมเบียมคั่นระหว่างกลาง
เรียงตัวในแนวรัศมี พืชใบเลี้ยงเดี่ยว กลุ่มไซเล็มและโฟลเอ็ม ไม่มีแคมเบียมมัดท่อ
ลาเลียงจะกระจายทว่ั ไปในเนอ้ื เยอื่ พืน้ (ground tissue) ซึง่ มกั เป็นเซลล์พาเรงคมิ า

เอพเิ ดอรม์ ิส(epidermis)
คอร์เทกซ์ (cortex)
วาสคิวลาร์แคมเบยี ม
(vascular cambium)
โฟลเอม็ (phloem)

ไซเลม็ (xylem)
พิธ (pith)

ขน (hair)

รากแขนง (lateral root)

เอพิเดอรม์ ิส (Epidermis)
คอร์เทกซ์ (cortex)
เอนโดเดอรม์ ิส (Endodermis)
ไซเล็ม (Xylem)
โฟลเอ็ม (Phloem)
เพริไซเคลิ (Pericycle)
ขนราก (root hair)

xylem

vascular cambium
phloem





3.2 วาสควิ ลารเ์ รย์ (vascular ray) เปน็ เนื้อเย่อื พาเรงคมิ าทีอ่ ยรู่ ะหว่างมดั
ทอ่ ลาเลยี ง เชอ่ื มตอ่ ระหว่างคอร์เทกซแ์ ละพธิ

3.3 พิธ (pith) อยู่ชั้นในสดุ ที่ใจกลางของลาต้นถดั จากแนวของกลุ่มท่อ
ลาเลียง ส่วนใหญ่ประกอบด้วยเน้อื เยือ่ พาเรงคมิ า อาจพบการสะสมแปง้ หรือสารตา่ งๆ
ได้มากในบรเิ วณนี้ พืชบางชนดิ เม่อื ลาต้นแกข่ ้ึนพบวา่ บริเวณใจกลางลาตน้ พิธอาจจะ
สลายไปกลายเปน็ ช่องกลวง เรียกวา่ ชอ่ งพิธ (pith cavity)

โครงสรา้ งภายในของพชื ใบเลย้ี งเด่ยี ว

เอพเิ ดอรม์ สิ (epidermis)
คอรเ์ ทกซ์ (cortex)
โฟลเอ็ม (phloem)
ไซเล็ม (xylem)

พิธ (pith)

phloem
xylem







1. 1.
2. 2.

3. 3.

4. 4.
5. 5.

การเติบโตทุตยิ ภูมิของลาตน้ พืชใบเลี้ยงคู่ (secondary growth)

สว่ นการเจริญเติบโตทางด้านกว้างหรอื การเติบโตทุติยภูมิ จะพบใน
พืชใบเลี้ยงคทู่ ่วั ไปการเจรญิ เติบโตขยายขนาดทางดา้ นข้างของลาต้น เกิด
จากการแบง่ เซลลเ์ นื้อเยื่อ 2 ชนิดคอื

1. วาสควิ ลารแ์ คมเบียม (vascular cambium)
2. คอร์กแคมเบียม (cork cambium)







การเติบโตทตุ ิยภูมิ
- ไซเลม็ ท่อี ายมุ ากทสี่ ุดจะอยใู่ นสดุ ของลาตน้ ทาหนา้ ที่ ให้ความแขง็ แรง
- มีการสะสมสารอินทรียต์ ่างๆ พวกนา้ มัน เรซนิ หรอื แทนนิน ทาให้

เวสเซลและเทรคีด อดุ ตนั ไมส่ ามารถลาเลยี งน้า
- ไซเลม็ บริเวณน้มี สี เี ข้ม เรยี กวา่ แกน่ ไม้ (heartwood)
- แก่นไมน้ ี้จะเพิม่ ข้ึนเร่ือย ๆ
- สว่ นไซเลม็ ทอี่ ย่รู อบนอกมสี ีจางกว่า ทาหน้าที่ ลาเลยี งนา้ และ

สารอาหาร เรียกชน้ั นี้วา่ กระพไ้ี ม้ (sapwood)
- ชัน้ กระพีไ้ ม้จะมคี วามหนาค่อนข้างคงที่
- กระพีไ้ ม้และแก่นไม้ รวมเรยี กวา่ เนอ้ื ไม้ (wood)







คอรก์ แคมเบยี ม (cork cambium)
- เป็นเนือ้ เยือ่ ระยะทุตยิ ภมู ิท่เี กิดจากการแปรสภาพของพาเรงคมิ าหรอื

คลอเรงคมิ าที่อยู่ในบรเิ วณคอรเ์ ทกซ์
- แบง่ ซลล์ออกไปทางดา้ นนอกของลาต้นสร้างเซลล์คอรก์ (cork) แบ่ง

เข้าด้านใน เรียก เฟลโลเดริ ์ม (phelloderm)
- ทั้งคอร์ก คอรก์ แคมเบยี ม และเฟลโลเดริ ม์ เรยี กรวมกนั วา่

เพอริเดริ ม์ (periderm)





เปลอื กไม้ (bark)

คอื สว่ นทีอ่ ยถู่ ดั จากวาสควิ ลารแ์ คมเบยี มออกไปขา้ งนอกประกอบด้วย
เอพเิ ดอรม์ สิ คอร์เทกซ์ และโฟลเอ็ม

- ส่วนตน้ ทม่ี ีอายุมาก เอพเิ ดอรม์ ิสหลดุ สลายไปเหลอื แตค่ อรก์ (cork)
และคอร์กแคมเบยี ม (cork cambium)

- โฟลเอ็มทตุ ยิ ภูมิทส่ี รา้ งขน้ึ มาใหม่ ทาหน้าท่ีลาเลยี ง อาหาร โฟลเอม็
ปฐมภูมิทถี่ ูกเบยี ดสลายไป

- ลาตน้ พืชใบเลยี้ งเด่ยี วทว่ั ๆ ไปมักจะไม่มกี ารเติบโตทตุ ยิ ภมู ิ ยกเว้น
พชื บางชนดิ เช่น หมากผหู้ มากเมีย จันทน์ผา ปาล์ม ไผ่ และขา้ วโพด เปน็ ตน้


Click to View FlipBook Version