โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 1 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) ข้อสอบชุดที่ 2 สสวท 2565 1. จากการศึกษาโครงสร้างของดอกจากพืช 4 ชนิด ชนิดละ 1 ดอก โดยพิจารณาส่วนประกอบของดอก ตําแหน่งของเกสรเพศผู้และเพศเมีย และจํานวนโครงสร้างสืบพันธุ์ของดอก ได้ผลดังตาราง พืช ส่วนประกอบของดอก ตำแหน่งเกสร เพศผู้ จำนวนโครงสร้างสืบพันธุ์ ของดอก กลีบ เลี้ยง กลีบ ดอก เกสร เพศผู้ เกสร เพศเมีย เกสร เพศผู้ เกสร เพศเมีย รังไข่ A ✓ ✓ - ✓ อยู่ต่างดอก - 1 1 B ✓ ✓ ✓ ✓ อยู่ดอกเดียวกัน 5 1 1 C ✓ - ✓ ✓ อยู่ดอกเดียวกัน 10 10 10 D ✓ ✓ ✓ - อยู่ต่างดอก 5 - - หมายเหตุ ✓ หมายถึง พบส่วนประกอบ - หมายถึง ไม่พบส่วนประกอบ จากข้อมูลในตาราง ถ้าต้องการจําแนกพืช A ออกจากพืช C และจําแนกพืช B ออกจากพืช D จะ ใช้เกณฑ์ใด ข้อ เกณฑ์ในการจําแนกพืช A และพืช C เกณฑ์ในการจําแนกพืช B และ พืช D ก จํานวนรังไข่ใน 1 ดอก การอยู่รวมกันของเกสรเพศผู้และเกสร เพศเมียใน 1 ดอก ข การมีส่วนประกอบครบทั้ง 4 ส่วน จํานวนรังไข่ใน 1 ดอก ค การมีส่วนประกอบครบทั้ง 4 ส่วน จำนวนเกสรเพศผู้ใน 1 ดอก ง การอยู่รวมกันของเกสรเพศผู้และเกสร เพศเมียใน 1 ดอก จำนวนเกสรเพศผู้ใน 1 ดอก
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 2 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 2. นักเรียนกลุ่มหนึ่งสงสัยว่า “การล้างมือด้วยสารและเวลาที่แตกต่างกัน ทําให้มือปราศจากแบคทีเรีย แตกต่างกันหรือไม่” จึงทําการทดลองโดยนักเรียนแต่ละคนทํากิจกรรมเหมือนกัน เป็นเวลานาน เท่ากัน จากนั้นแต่ละคนทดลองล้างมือแตกต่างกัน ดังนี้ คนที่ 1 ไม่ล้างมือ คนที่ 2 ล้างมือด้วยสาร A เป็นเวลา 20 วินาที คนที่ 3 ล้างมือด้วยสาร B เป็นเวลา 20 วินาที คนที่ 4 ล้างมือด้วยสาร C เป็นเวลา 20 วินาที คนที่ 5 ล้างมือด้วยสาร A เป็นเวลา 40 วินาที แล้วทําการหาปริมาณแบคทีเรียบนฝ่ามือ โดยแปะฝ่ามือบนอาหารเลี้ยงเชื้อ จากนั้นนําจานอาหาร เลี้ยงเชื้อไปเพาะเลี้ยงเป็นเวลา 16 ชั่วโมง ได้ผลการทดลองดังนี้
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 3 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการทดลอง ก. ตัวแปรควบคุม คือ การล้างมือด้วยน้ำสะอาด ข. ตัวแปรตาม คือ ระยะเวลาที่แบคทีเรียเริ่มปรากฏ ค. วัตถุประสงค์ คือ เพื่อศึกษาชนิดกิจกรรมของนักเรียนที่ส่งผลต่อปริมาณแบคทีเรียบนฝ่ามือ ง. สมมติฐาน คือ การล้างมือที่แตกต่างกันจะทําให้ปริมาณแบคทีเรียบนฝ่ามือแตกต่างกัน เพราะ ชนิดของสารและเวลาที่ใช้ Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. นําพืชชนิดหนึ่งที่มีอายุเท่ากัน และความสูงใกล้เคียงกัน มาจัดการทดลองจํานวน 4 ชุด แต่ละชุดปลูกพืช จํานวน 25 ต้น ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ดังรูป โดยเมื่อเริ่มทดลอง สุ่มต้นพืชแต่ละการทดลองจํานวน 5 ต้น มาอบแห้ง แล้วนํามาซึ่งมวลแห้งของ พืช เพื่อวัดการเจริญเติบโต และทําเช่นนี้ทุก ๆ สัปดาห์ เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ได้ผลดังกราฟ
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 4 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) จากข้อมูลข้างต้น ข้อใดถูกต้อง ก. ในสัปดาห์ที่ 1 น้ําเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตมากที่สุด ข. ในสัปดาห์ที่ 1 พืชชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ ถึงแม้จะขาดน้ํา แสง หรืออากาศ ค. การทดลองที่ 3 อากาศไม่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืช เนื่องจากมวลแห้งของพืชคงที่ ง. ในสัปดาห์ที่ 2 ถ้านําต้นพืชในการทดลองที่ 4 ไปไว้ในสภาวะเช่นเดียวกับการทดลองที่ 2 แล้ว ทําการทดลองต่อจนถึงสัปดาห์ที่ 4 มวลแห้งของพืชจะเพิ่มขึ้น Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 4. พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้ แผนภูมิแท่งแสดงปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยต่อวันของกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ใน 1 ปี
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 5 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) พืชชนิดหนึ่งมีส่วนสะสมอาหารใต้ดิน ในการปลูกพืชใช้ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มเพาะต้นกล้าจนถึงเก็บ เกี่ยว ประมาณ 150 วัน และมีความต้องการปัจจัยที่จําเป็นต่อการเจริญเติบโตในแต่ละช่วงเป็น ดังนี้ • ช่วงเพาะต้นกล้า มีระยะเวลา 30 วัน เป็นช่วงที่ต้องการน้ํามาก ควรมีปริมาณ น้ําฝน เฉลี่ยต่อวันไม่ต่ํากว่า 200 มิลลิเมตร ช่วงเจริญเติบโต ต้องการน้ําปานกลาง แสงแดดในเวลากลางวัน และอากาศเย็น ในเวลากลางคืน เพื่อให้เกิดการสะสมอาหารที่ส่วนสะสมอาหารใต้ดิน • ช่วงเก็บเกี่ยว ต้องการน้ําน้อย ควรมีปริมาณน้ําฝนเฉลี่ยต่อวันไม่เกิน 50 มิลลิเมตร เพื่อให้ลําต้นที่เจริญเหนือดินแห้งเหี่ยวไป ทําให้สะดวกต่อการเก็บเกี่ยว ข้อใดถูกต้อง ก. ในเดือนสิงหาคม การปลูกพืชชนิดนี้ที่กรุงเทพฯ จะทําให้ต้นกล้าเจริญเติบโตได้ดีกว่าที่ เชียงใหม่ ข. เกษตรกรที่กรุงเทพฯ ควรเริ่มลงต้นกล้าประมาณต้นเดือนกันยายน และเก็บเกี่ยวประมาณ ปลาย เดือนมกราคม จะทําให้ได้ผลผลิตมาก ค. หากเกษตรกรที่เชียงใหม่ปลูกพืชชนิดนี้ เพื่อให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ปลายเดือนธันวาคม พืชชนิด นี้จะเจริญเติบโตน้อย ง. หากเกษตรกรที่กรุงเทพฯ ปลูกพืชชนิดนี้ เพื่อให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในปลายเดือนมีนาคม ผลผลิตที่ได้จะมากกว่าเก็บเกี่ยวผลผลิตในปลายเดือนกุมภาพันธ์ 5. พิจารณาการทดสอบสารอาหาร ดังตาราง สารอาหาร การทดสอบ ผลการทดสอบ แป้ง หยดสารละลายไอโอดีน เกิดเป็นสารสีน้ำเงิน น้ำตาล หยดสารละลายเบเนดิต์และไปต้ม เกิดตะกอนสีส้มหรือสีแดงอิฐ ไขมัน ถูกับกระดาษ กระดาษโปร่งแสง โปรตีน หยดสารละลายไบยูเร็ต เกิดเป็นสารสีม่วง
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 6 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) นักเรียนคนหนึ่งทดสอบสารอาหารในอาหาร 5 ชนิด ได้ผลการทดลองดังนี้ อาหาร ถูบนกระดาษ หยดสารละลายไอโอดีน หยดสารละลายเบเน ดิกต์และนำไปต้ม หยดสารละลาย ไบยูเร็ต A ไม่โปร่งแสง สีน้ำเงิน สีส้ม ไม่เปลี่ยนสี B โปร่งแสง ไม่เปลี่ยนสี ไม่เปลี่ยนสี สีม่วง C โปร่งแสง สีน้ำเงิน ไม่เปลี่ยนสี สีม่วง D โปร่งแสง สีน้ำเงิน สีแดงอิฐ ไม่เปลี่ยนสี E ไม่โปร่งแสง ไม่เปลี่ยนสี สีแดงอิฐ ไม่เปลี่ยนสี ข้อใดถูกต้อง ก. อาหารชนิด C อาจเป็นไข่เจียวหมูสับ ข. นักกีฬาที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมันควรรับประทานอาหารชนิด D ค. ถ้ารับประทานอาหารที่มีปริมาณเท่ากัน อาหารชนิด E จะให้พลังงานสูงกว่าอาหารชนิด B ง. ถ้าเด็กรับประทานอาหารชนิด A เพียงชนิดเดียวเป็นเวลานาน ร่างกายจะเจริญเติบโตช้ากว่า ปกติ
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 7 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 6. ฟันสัตว์มี 4 ชนิด คือ ฟันตัด ฟันเขี้ยว ฟันกรามเล็ก และฟันกรามใหญ่ มีหน้าที่และการจัดเรียง ดังรูป สัตว์บางประเภทอาจมีชนิดของฟันไม่ครบ และมีลักษณะฟันแตกต่างกันบ้างขึ้นอยู่กับการใช้ ประโยชน์ของฟันกับอาหารที่กิน ดังตาราง ประเภทของ สัตว์ การใช้ประโยชน์ของฟันกับอาหารที่กิน ฟันตัด ฟันเขี้ยว ฟันกรามเล็ก ฟันกรามใหญ่ สัตว์กินพืช - สัตว์กินสัตว์ สัตว์กินทั้งพืช และสัตว์ หมายเหตุ - หมายถึง ไม่มีฟันชนิดนั้น หมายถึง การใช้ประโยชน์ของฟันต่ออาหารที่กินน้อยที่สุด หมายถึง การใช้ประโยชน์ของฟันต่ออาหารที่กินมากที่สุด
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 8 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 6. ข้อใดระบุประเภทของสัตว์ตามลักษณะฟันได้ถูกต้อง ตัวเลือก สัตว์กินพืช สัตว์กินสัตว์ สัตว์กินทั้งพืชและสัตว์ ก. ข. ค. ง. Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 7. ทดลองเลี้ยงสิ่งมีชีวิต 6 ชุด ดังนี้ ชุดที่ 1 สาหร่าย A และสาหร่าย B ชุดที่ 2 สาหร่าย A และปลา D ชุดที่ 3 สาหร่าย B และปลา D ชุดที่ 4 สาหร่าย A และปลา C ชุดที่ 5 สาหร่าย B และปลา C ชุดที่ 6 ปลา C และปลา D ทดลองเป็นเวลา 1 เดือน โดยจัดปัจจัยที่ไม่มีชีวิต เช่น อุณหภูมิ แสง คุณภาพน้ำ ฯลฯ ให้เหมาะสม ต่อการดํารงชีวิตนับจํานวนสิ่งมีชีวิตแล้วนําข้อมูลมาเขียนกราฟได้ดังนี้
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 9 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) ถ้านําสิ่งมีชีวิตทั้ง 4 ชนิดมาเลี้ยงรวมกัน สายใยอาหารของสิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้ควรเขียนได้ดังข้อใด Note …………………………………………………………………………………………………………………………………………
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 10 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 8. ถ้านําสิ่งมีชีวิตทั้ง 4 ชนิดมาเลี้ยงรวมกัน สายใยอาหารของสิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้ควรเขียนได้ดังข้อใด การ ทดลอง สารอาหาร เอนไซม์ ความเป็น กรด - เบส สารอาหาร X Y Z A B C ไม่ถูกย่อย 1 ✓ ✓ - ✓ ✓ - เบส Y 2 ✓ - ✓ - ✓ ✓ เบส - 3 - ✓ ✓ ✓ ✓ กรด Z 4 ✓ ✓ - - ✓ ✓ กรด X และ Y หมายเหตุ - หมายถึง ไม่มีสารอาหาร/เอนไซม์ ✓ หมายถีง มีสารอาหาร/เอนไซม์ จากข้อมูล ข้อใดถูกต้อง ก. D ถ้าเติมเอนไซม์ A เพิ่มลงในการทดลองที่ 4 จะไม่พบสารอาหาร X ข. เอนไซม์ A ทํางานได้ดีในสภาวะที่เป็นกรด เอนไซม์ B และ C ทํางานได้ดีในสภาวะที่เป็นเบส ค. พิจารณาผลการทดลองที่ 1 และ 2 จะสรุปได้ว่าเอนไซม์ B ย่อยสารอาหาร X ได้ดีในสภาวะที่ เป็นเบสเท่านั้น ง. เอนไซม์ A ย่อยสารอาหาร Y เอนไซม์ B ย่อยสารอาหาร X เอนไซม์ C ย่อยสารอาหาร Z โดยทั้ง 3 เอนไซม์ทํางานได้ดีในสภาวะเบส Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 9. พิจารณาข้อมูลการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมต่อไปนี้ • ถ้าพ่อและแม่มีลักษณะเด่นทั้งคู่ ลูกอาจจะมีลักษณะเด่นเหมือนพ่อและแม่ หรืออาจมีลักษณะ ด้อยที่แตกต่างจากพ่อและแม่ ซึ่งเกิดจากพ่อและแม่มีลักษณะด้อยแฝงไว้ทําให้ลักษณะนั้นไม่ ปรากฏในรุ่นพ่อแม่แต่ปรากฏในรุ่นลูก • ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งมีลักษณะเด่น ลูกอาจจะมีลักษณะเด่นเหมือนพ่อหรือแม่ หรืออาจมี ลักษณะด้อยก็ได้ถ้าพ่อและแม่มีลักษณะด้อยทั้งคู่ ลูกจะมีลักษณะด้อยเท่านั้น มานีสํารวจลักษณะที่มีมาแต่กําเนิด ได้แก่ การมีติ่งหู จํานวนชั้นของหนังตา และการมีลักยิ้ม ของ คน ในครอบครัว ซึ่งประกอบด้วย ปู่ ย่า พ่อ และตัวเอง แต่ไม่ได้สํารวจข้อมูลของแม่ ได้ผลดัง แผนภาพ
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 11 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) ข้อใดถูกต้อง ก. แม่ของมานีมีติ่งหู ซึ่งเป็นลักษณะด้อย ข. แม่ของมานี้อาจจะมีลักยิ้มหรือไม่มีลักยิ้มก็ได้ ค. แม่ของมานี้มีหนังตาสองชั้น ซึ่งเป็นลักษณะเด่น ง. มานี้ได้รับลักษณะการมีลักยิ้มมาจากทั้งพ่อและแม่
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 12 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 10. พิจารณาข้อมูลต่อไปนี้ วิวัฒนาการ เป็นการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมในประชากรสิ่งมีชีวิตตามเวลาที่ผ่านไปจนทําให้ สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นมีลักษณะแตกต่างไปจากเดิม และสามารถถ่ายทอดลักษณะนี้ไปยัง รุ่นต่อไป ทําให้ สิ่งมีชีวิตอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้ ตัวอย่างสิ่งมีชีวิตที่มีวิวัฒนาการให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม 2 ชนิด เป็นดังนี้ หยดน้ำค้าง เป็นพืชที่สร้างอาหารเอง ได้และ เจริญเติบโตได้ในดินที่ขาดธาตุอาหารบางชนิด จึงมีการปรับรูปร่างของใบให้มีปุ่มยื่นออกมา เพื่อ สร้างเมือกเหนียวและสารล่อแมลงเมื่อมี แมลง มาเกาะ ใบจะม้วนเข้ามาย่อยแมลงทำให้ ได้ธาตุ อาหารทดแทนอย่างเพียงพอ ตั๊กแตนกิ่งไม้ เป็นแมลงที่มีลักษณะ เหมือนกิ่งไม้ทำให้กลมกลืนกับ สภาพแวดล้อมสามารถพรางตัวจากผู้ ล่า เหยื่อได้เป็นอย่างดี ข้อใดถูกต้อง ก. วิวัฒนาการด้านโครงสร้างของตั๊กแตนกิ่งไม้ เป็นผลมาจากปัจจัยที่มีชีวิตในแหล่งที่อยู่ ข. การเลี้ยงตั๊กแตนกิ่งไม้บนใบไม้ จะส่งผลให้ลักษณะของลูกเปลี่ยนไปเหมือนใบไม้ทุกตัว ค. การปลูกหยาดน้ําค้างในดินที่มีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ รุ่นลูกทุกต้นจะไม่สร้างเมือกเหนียว ง. การปลูกหยาดน้ําค้างในดินที่ขาดธาตุอาหาร จะทําให้พืชชนิดนี้สร้างเมือกเหนียวน้อยกว่า การ ปลูกในดินที่มีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 13 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 11. นําสาร A B และ C มาทดสอบ ดังนี การทดสอบที่ 1 เทสารแต่ละชนิดลงในบีกเกอร์ โดยเริ่มเทพร้อมกัน สังเกตได้ดังรูป การทดสอบที่ 2 หย่อนไม้ขีดไฟที่จุดติดไฟลงในสารทั้ง 3 ชนิด สังเกตผลทันทีที่ไม้ขีดไฟแตะสาร ได้ดังรูป หากจําแนกสารทั้ง 3 ชนิด ด้วยเกณฑ์ต่าง ๆ จะได้แผนผัง ดังนี้ ข้อใดระบุเกณฑ์ที่ใช้ในการจําแนกสารได้ถูกต้อง ตัวเลือก เกณฑ์ 1 เกณฑ์ 2 เกณฑ์ 3 ก. สีของสาร ความหนืด การติดไฟ ข. สีของสาร การติดไฟ ความหนืด ค. สถานะของสาร ความหนืด การติดไฟ ง. สถานะของสาร การติดไฟ ความหนืด Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 14 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 12. แยกของผสมชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยของแข็ง 4 ชนิด ได้แก่ A B C และ D ด้วยขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 นําไปร่อนด้วยตะแกรง ได้สาร A ติดอยู่บนตะแกรง ขั้นตอนที่ 2 นําของแข็งที่ผ่านตะแกรงไปผสมกับน้ำ คนให้เข้ากัน แล้วกรองผ่านกระดาษ กรอง ได้สารละลายซึ่งเมื่อนําไประเหยน้ำออก จะเหลือสาร B ขั้นตอนที่ 3 นําของแข็งที่ติดอยู่บนกระดาษกรองไปพึ่งให้แห้ง จากนั้น นําแม่เหล็กมา ดึงดูดสาร บางส่วนออกไป เหลือสาร C เพียงชนิดเดียวบนกระดาษกรอง ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. สาร A มีขนาดใหญ่ที่สุด ข. สาร B ละลายน้ำได้ ค. สาร C ถูกดึงดูดด้วยแม่เหล็กได้ ง. สาร D ไม่ละลายน้ำ 13. ถ้าต้องการศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อความกรอบของคุกกี้ การออกแบบการทดลองในข้อใด เหมาะสมที่สุด ตัวเลือก ปัจจัยที่ต้องการศึกษา การทดลอง ก. ชนิดของน้ำตาล นําส่วนผสมทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเท่ากัน แล้วนํา แต่ละส่วนมาใส่น้ำตาลต่างชนิดกันในปริมาณเท่ากัน ได้แก่ น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาล มะพร้าว แล้วผสมน้ำตาลกับส่วนผสมอื่นให้เข้ากันและ ตัดเป็นรูปเดียวกัน นําไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศา เซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที ข. อุณหภูมิที่ใช้ในการอบ นําส่วนผสมทั้งหมดไปอบที่อุณหภูมิ 160 องศา เซลเซียส 10 นาที แล้วแบ่งเป็น 2 ส่วน นําส่วนที่ 1 มา อบต่อที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส 10 นาที และ ส่วนที่ 2 มาอบต่อที่ 200 องศาเซลเซียส 10 นาที ค. รูปร่างของคุกกี้ นําส่วนผสมทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเท่ากัน แล้วตัด ส่วนที่ 1 เป็นรูปสามเหลี่ยม ส่วนที่ 2 เป็นรูปสี่เหลี่ยม และส่วนที่ 3 เป็นรูปวงกลม จากนั้นนําไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 30 และ 40 นาที ตามลําดับ
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 15 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) ง. ชนิดของสารปรุงแต่ง นําส่วนผสมทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเท่ากัน นําแต่ ละส่วนไปเติมสารปรุงแต่งกลิ่น ดังนี้ ส่วนที่ 1 เติมกลิ่น ช็อกโกแลต ส่วนที่ 2 เติมกลิ่นวานิลลา และ ส่วนที่ 3 เติมกลิ่นใบเตย แล้วนําไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศา เซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที แต่นําคุกกี้กลิ่น วานิล ลาออกจากเตาอบก่อนเพื่อป้องกันการไหม้ 14. สารละลาย A สารละลายปรอท และสารละลายตะกั่ว เป็นสารละลายใส ไม่มีสีทดลองผสมสารละลาย A ปริมาตร 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร กับสารละลายปรอทและสารละลายตะกั่ว ที่มีความเข้มข้นเท่ากัน แต่มี ปริมาตรต่างกัน จํานวน 6 ชุดการทดลอง พบว่าสารละลายเปลี่ยนเป็น สีแดงในบางชุดการทดลอง ดัง ตาราง ชุดที่ ปริมาตรของสารละลายที่เติมลงในสารละลาย (ลบ.ซม.) ความเข้มของสีแดงที่สังเกตได้ ปรอท ตะกั่ว 1 0.1 - ⬧ 2 0.3 - ⬧⬧⬧⬧ 3 0.5 - ⬧⬧⬧⬧ 4 - 0.1 x 5 0.1 0.1 x 6 0.5 0.1 ⬧⬧ หมายเหตุ - หมายถึง ไม่เติมสารละลายนั้น x หมายถึง สารละลายใสไม่มีสี ⬧ หมายถึง สารละลายสีแดงเข้มน้อยที่สุด ⬧⬧⬧⬧ หมายถึง สารละลายสีแดงเข้มน้อยที่สุด ข้อใดสอดคล้องกับผลการทดลองข้างต้นมากที่สุด ก. ถ้าสารละลายเริ่มต้นมีตะกั่ว เมื่อผสมกับสารละลาย A สารละลายนั้นจะไม่เปลี่ยนสี ข. ถ้าสารละลายหลังผสมมีสีแดงเข้มมาก แสดงว่าสารละลายเริ่มต้นมีปริมาณปรอทมาก ค. ถ้าเติมสารละลาย A แล้วสารละลายไม่เปลี่ยนสี แสดงว่าสารละลายนั้นเริ่มต้นไม่มีปรอท ง. ถ้าเติมสารละลายตะกั่ว จะทําให้การเกิดสีแดงของสารละลายระหว่างสาร A กับปรอทลดลง Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 16 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 15. น้ำมันที่มีความไม่อิ่มตัวสามารถเกิดปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศได้สารที่มีกลิ่นเหม็นหืน และทํา ปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีนซึ่งมีสีน้ำตาล ได้เป็นสารละลายใส ไม่มีสี น้ำมันแต่ละชนิดมีความไม่อิ่มตัวแตกต่างกัน ซึ่งการทดสอบความไม่อิ่มตัวของน้ำมันทําได้โดย การ หยดสารละลายไอโอดีนลงในตัวอย่างน้ํามันทีละหยด และนับจํานวนหยดของสารละลาย ไอโอดีน ที่ใช้จนสีของสารละลายไอโอดีนไม่จางหายไปหลังผสมกับน้ํามัน ถ้านําน้ำมันใส ไม่มีสี 3 ชนิด ได้แก่ A B และ C ปริมาตร 1 ลูกบาศก์เซนติเมตรเท่ากัน มาทดสอบ ความไม่อิ่มตัวกับสารละลายไอโอดีน ได้ผลดังนี้ น้ำมัน จำนวนหยดของสารละลายไอโอดีนที่ใช้ (หยด) A 17 B 8 C 25 แล้วน้ำมันใดมีโอกาสเกิดกลิ่นเหม็นหืนได้มากที่สุด และถ้าหยดสารละลายไอโอดีนจํานวน 20 หยด ลงในน้ํามันทั้ง 3 ชนิด ปริมาตร 1 ลูกบาศก์เซนติเมตรเท่ากัน น้ำมันใดที่ทําให้สีของสารละลาย หลังผสมเป็นสีน้ำตาล ตัวเลือก น้ำมันที่เกิดกลิ่นเหม็นหืนได้ มากที่สุด น้ำมันที่ทำให้สีของสารละลายหลังผสม เป็นสีน้ำตาล ก. B A และ B ข. B C ค. C A และ B ง. C C Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 17 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 16. ปฏิกิริยาระหว่างสาร A และสาร B ทําให้เกิดผลิตภัณฑ์ได้ 2 ชนิด คือ สาร C และสาร D ซึ่งเป็น การ เปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ และเป็นปฏิกิริยาที่เกิดได้ที่อุณหภูมิห้อง โดยเกิดผ่านปฏิกิริยา ที่แสดงเป็น แบบจําลองได้ ดังนี้ ถ้าต้องการทําปฏิกิริยาระหว่างสาร A และสาร B วิธีการใดทําให้เกิดสาร D มากที่สุด แต่เกิดสาร C น้อยที่สุด ก. เทสาร A และสาร B ทั้งหมด ผสมกันในภาชนะเดียวกันอย่างรวดเร็ว ข. หยดสาร A และสาร B ทีละหยดพร้อมกัน ผสมกันในภาชนะเดียวกันจนหมด ค. หยดสาร A ทีละหยดลงในสาร B โดยคนให้เข้ากันตลอดเวลา จนสาร A หมด ง. หยดสาร B ทีละหยดลงในสาร A โดยคนให้เข้ากันตลอดเวลา จนสาร B หมด 17. สาร Y ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ A B และ D สามารถสังเคราะห์ได้จากสาร X ซึ่งประกอบด้วย3 ส่วน ได้แก่ a b และ d ดังรูป พิจารณาปฏิกิริยา 4 ประเภท คือ ปฏิกิริยาที่ 1 – 4 ซึ่งเป็นปฏิกิริยาที่เปลี่ยนส่วนต่าง ๆ ของสาร X ดังแผนภาพ
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 18 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) ข้อใดเรียงลําดับ ก. 1 2 3 4 ค. 1 3 2 4 ข. 1 2 4 3 ง. 1 3 4 2 Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 18. นักเรียนจัดการทดลองเพื่อทดสอบการได้กลิ่นของสารกลิ่นผลไม้ 4 ชนิด ได้แก่ กลิ่นแอปเปิล กลิ่น กล้วย กลิ่นส้ม และกลิ่นมะม่วง โดยทดสอบการได้กลิ่นกับสารกลิ่นผลไม้ทีละคู่ ดังรูป เมื่อนักเรียนเปลี่ยนระยะทาง d ในการทดลอง กลิ่นผลไม้ที่นักเรียนสามารถรับรู้ก่อน มีผลดัง ตาราง ระยะทาง กลิ่นผลไม้ที่นักเรียนรับรู้ก่อน (สารกลิ่นผลไม้ 1 - สารกลิ่นผลไม้ที่ 2) ส้ม - กล้วย ส้ม - มะม่วง แอปเปิ้ล - ส้ม 4.0 ส้ม ส้ม แอปเปิ้ล 4.5 ส้ม ส้ม แอปเปิ้ล 5.0 กล้วย ส้ม แอปเปิ้ล 5.5 กล้วย มะม่วง แอปเปิ้ล 6.0 กล้วย มะม่วง ส้ม ข้อใดเรียงลําดับสารกลิ่นผลไม้ที่มีความเร็วในการเคลื่อนที่ในอากาศจากมากไปน้อยได้ถูกต้อง ก. มะม่วง ส้ม กล้วย แอปเปิ้ล
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 19 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) ข. มะม่วง กล้วย ส้ม แอปเปิ้ล ค. แอปเปิ้ล ส้ม กล้วย มะม่วง ง. แอปเปิ้ล กล้วย ส้ม มะม่วง Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 19. แอลกอฮอล์เป็นสารที่มีโครงสร้างทางเคมีประกอบไปด้วยอะตอมคาร์บอน(แทนด้วย C) อะตอมไฮโดรเจน (แทนด้วย H) และอะตอมออกซิเจน (แทนด้วย O) เช่น CH3-OH ประกอบด้วย คาร์บอน 1 อะตอม ไฮโดรเจน 4 อะตอม และออกซิเจน 1 อะตอม เมื่ออัตราส่วนระหว่างจํานวนอะตอมคาร์บอนกับจํานวนอะตอมออกซิเจนในแอลกอฮอล์ เปลี่ยนแปลงไป มวลสูงสุดของแอลกอฮอล์ที่สามารถละลายได้ในน้ํา 100 กรัม จะเปลี่ยนแปลงไป ดังตาราง โครงสร้างทางเคมีแอลกฮอล์ มวลสูงสุดของแอลกฮอล์ (กรัม) ที่สามารถ ละลายได้น้ำในน้ำ 100 กรัม CH3 -OH มากกว่า 10 CH3 -CH2 -OH มากกว่า 10 CH3 -CH2 -CH2 -OH มากกว่า 10 CH3 -CH2 -CH2 -CH2 -OH 9.0 CH3 -CH2 -CH2 -CH2 -CH2 -OH 2.7 พิจารณาโครงสร้างของแอลกอฮอล์ ต่อไปนี้ หมายเหตุ – แทนการยึดเหนี่ยวกันของอะตอม C กับ C และ C กับ O
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 20 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) ข้อใดเรียงลําดับแอลกอฮอล์ X Y และ Z ตามมวลสูงสุดของแอลกอฮอล์ที่สามารถละลายได้ในน้ำ 100 กรัม ได้ถูกต้อง ก. X>Y> Z ข. Y>X>Z ค. Y > Z > X ง. Z>X>Y Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….23. 20. นําก้อนสําลีชุบสารละลาย A B และ C ไปใส่ในหลอดแก้วสีชายาว 10 เซนติเมตร โดยใช้สาร ครั้งละ 2 ชนิด เมื่อสารแต่ละชนิดระเหย จะเคลื่อนที่มาทําปฏิกิริยากัน และเกิดแถบสีขาว ตรงตําแหน่งที่มีระยะห่าง จากสําลีทางด้านขวา ดังรูป การทดลอง ผลการทดลอง 1 2 ถ้าทําการทดลองเช่นเดียวกันกับการทดลองที่ 1 และ 2 แต่เปลี่ยนมาใช้ก้อนสําลีชุบสารละลาย A และ C แทน ดังรูป ระยะห่างระหว่างแถบสีขาวที่เกิดขึ้นกับก้อนสําลีชุบสารละลาย C ที่เป็นไปได้คือเท่าใด ก. 1 เซนติเมตร ค. 4 เซนติเมตร ข. 7 เซนติเมตร ง. 9 เซนติเมตร
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 21 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 21. นักเรียนทําการทดลองเพื่อศึกษาความสามารถในการยืดของวัตถุต่าง ๆ เมื่อมีแรงขนาดต่าง ๆ กระทํา ต่อวัตถุ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. วัตถุที่ใช้ทดลองมี 4 ชนิด คือ ยางยืด ลวดสปริง สปริงสายรุ้ง และหนังยาง 2. ความยาวเริ่มต้นของยางยืด ลวดสปริง สปริงสายรุ้ง และหนังยาง คือ 30 5 8 และ 5 เซนติเมตร ตามลําดับ 3. ลูกตุ้มที่ใช้มีมวลแตกต่างกัน 3 ขนาด คือ 200 กรัม 500 กรัม และ 1,200 กรัม วิธีทําการทดลอง 4. นักเรียนนําลูกตุ้มแต่ละขนาดมาแขวนที่วัตถุแต่ละชนิดแล้วบันทึกผล ระยะของวัตถุ ก ที่วัดได้ทําการทดลองจนครบทุกขนาดของลูกตุ้มและวัตถุ ผลการทดลองระยะที่วัดได้ของวัตถุแต่ละชนิด ดังนี้ จากผลการทดลอง การนําเสนอข้อมูลข้อใดสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการทดลองนี้มากที่สุด มวลลูกตุ้ม (กรัม) ชนิดของ วัตถุ ระยะของวัตถุที่ วัดได้(เซนติเมตร) 200 ลวดสปริง 8 1200 สปริงสายรุ้ง 40 200 หนังยาง 10 500 ยางยืด 40 1200 หนังยาง 34 5000 ลวดสปริง 12 มวลลูกตุ้ม (กรัม) ชนิดของ วัตถุ ระยะของวัตถุที่ วัดได้(เซนติเมตร) 1200 ยางยืด 46 500 สปริงสายรุ้ง 30 200 สปริงสายรุ้ง 15 1200 ลวดสปริง 21 200 ยางยืด 34 500 หนังยาง 25
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 22 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น)
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 23 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 22. นักเรียนคนหนึ่งนําก้านที่มีห่วงที่ปลายจุ่มในน้ำสบู่ เมื่อยกขึ้นมาจะเห็นชั้นฟิล์มน้ำสบู่บาง ๆ ถ้าเป่าเบา ๆ ฟิล์มน้ำสบู่จะยืดออกดังรูป 1 เมื่อหยุดเป่าจะหดกลับมาใหม่เหมือนเริ่มต้น โดยแรงที่ยึดฟิล์มน้ำสบู่ไว้ ไม่ให้หลุดออกไปเป็นฟองสบู่เรียกว่า แรงตึงผิว หากนักเรียนนําขดลวดวงกลมผูกติดกับสปริงแล้วไปจุ่มบริเวณผิวน้ำสบู่ดังรูป 2 จากนั้นเลื่อน ภาชนะที่บรรจุน้ำสบู่ลงช้า ๆ จนฟิล์มน้ำสบู่ขาดพอดี แล้ววัดระยะยืดของสปริง ดังรูป 3 นักเรียนทดลองหาระยะยืดของสปริงจากของเหลวชนิดต่าง ๆ ที่อุณหภูมิต่าง ๆ ได้ผลดังตาราง ชนิดของของเหลว อุณหภูมิ (องศาเซลเซียส) ระยะยืดของสปริง (เซนติเมตร) น้ำเปล่า 5 7.39 น้ำเปล่า 30 7.05 น้ำเปล่า 70 6.30 น้ำผสมน้ำยาล้างจาน 30 3.91 น้ำเกลือ 30 8.08 น้ำเชื่อม 30 7.49
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 24 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) พิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก. แรงตึงผิวของของเหลวสัมพันธ์กับอุณหภูมิของของเหลวและชนิดของสารละลาย ข. ถ้าละลายสารในน้ำ สารละลายที่ได้มีแรงตึงผิวมากกว่าน้ำเปล่า ค. น้ำที่อุณหภูมิ 65 องศาเซลเซียส มีแรงตึงผิวน้อยกว่าน้ำที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส ข้อใดถูกต้อง ก. ก และ ข ค. ก และ ค ข. ข และ ค ง. ก ข และ ค Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 23. นักเรียนนําเส้นลวดต่อเข้ากับเซลล์ไฟฟ้าและหลอดไฟฟ้า แล้วนําเข็มทิศวางด้านบนและด้านล่างของ เส้นลวด ดังรูป เมื่อนักเรียนเปลี่ยนแปลงเซลล์ไฟฟ้าในวงจร แล้วสังเกตทิศทางการเบนของเข็มทิศ หลังจากเข็มทิศ หยุดนิ่ง ได้ผลดังตาราง
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 25 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) ข้อใดสรุปผลการทดลองได้ถูกต้อง ก. เมื่อเพิ่มจํานวนเซลล์ไฟฟ้า จะทําให้มุมการเบนของเข็มมากขึ้น ข. เมื่อเพิ่มจํานวนเซลล์ไฟฟ้า จะทําให้เข็มหมุนไปทิศทางตรงกันข้ามเสมอ ค. เมื่อวางเข็มทิศด้านบนของเส้นลวด เข็มจะเบนไปทิศทางเดียวกันเสมอ แต่มุมการเบนต่างกัน ง. เมื่อวางเข็มทิศด้านล่างของเส้นลวด เข็มจะเบนไปทิศทางเดียวกันเสมอ แต่มุมการเบนต่างกัน 24. หลักของอาคิมีดิส กล่าวไว้ว่า “เมื่อวัตถุจมในของเหลวทั้งก้อนหรือบางส่วน ของเหลวจะออกแรงพยุง วัตถุเท่ากับนํ้าหนักของของเหลวส่วนที่ถูกแทนที่โดยวัตถุขนาดของแรงพยุงสามารถหาได้จากน้ำหนักของ ของเหลวที่ถูกแทนที่ด้วยวัตถุ โดยนําวัตถุมาใส่ลงใน ภาชนะที่บรรจุของเหลว แล้ววัดปริมาตรของเหลวที่ล้น ออกมา ดังรูป 1 ซึ่งปริมาตรของของเหลว ในภาชนะใบเล็กจะมีค่าเท่ากับปริมาตรของวัตถุส่วนที่จมลงใน ของเหลว โดยสามารถนําปริมาตรของของเหลวไปคํานวณหาแรงพยุงได้
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 26 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) ถ้านักเรียนเตรียมการทดลอง 3 ชุด โดยใช้ภาชนะบรรจุน้ำที่มีน้ำหนักภาชนะ น้ำหนักน้ำ และ ระดับน้ำปริ่มภาชนะ เหมือนกันทุกประการ จากนั้นนําลูกบอลไม้และเป็ดยางไปลอยน้ำใน ชุดการ ทดลอง B และ C ตามลําดับ ได้ผลดังรูป มวลและปริมาตรทั้งหมดของวัตถุในชุดการทดลอง B และ C ก่อนลอยน้ำเป็นดังนี้ เมื่อลูกบอลไม้และเป็ดยางลอยอยู่นิ่ง ข้อใดเรียงลําดับน้ำหนักที่อ่านได้จากตาชั่งในแต่ละชุดการ ทดลองได้ถูกต้อง ก. น้ำหนักจากชุดการทดลอง A>น้ำหนักจากชุดการทดลอง B>น้ำหนักจากชุดการทดลอง C ข. น้ำหนักจากชุดการทดลอง B> น้ำหนักจากชุดการทดลอง C>น้ำหนักจากชุดการทดลอง A ค. น้ำหนักจากชุดการทดลอง B=น้ำหนักจากชุดการทดลอง C >น้ำหนักจากชุดการทดลอง A ง. น้ำหนักจากชุดการทดลอง A=น้ำหนักจากชุดการทดลอง B=น้ำหนักจากชุดการทดลอง C 25. ทําการทดลองเรื่องแรงไฟฟ้า โดยปฏิบัติตามลําดับดังนี้ 1) นําวัตถุ A ถูกับผ้าแพร พบว่า เกิดการถ่ายโอนประจุไฟฟ้าจากวัตถุ A ไปยังผ้าแพร จากนั้น นําวัตถุ A เข้าใกล้วัตถุ B ซึ่งมีประจุไฟฟ้าชนิดหนึ่ง สังเกตและบันทึกผลของการนําวัตถุ เข้าใกล้กัน 2) นําวัตถุ C ถูกับผ้าสักหลาด พบว่า เกิดการถ่ายโอนประจุไฟฟ้าจากผ้าสักหลาดไปยัง วัตถุ C จากนั้นนําวัตถุ C เข้าใกล้วัตถุ D ซึ่งมีประจุไฟฟ้าชนิดหนึ่ง สังเกตและบันทึกผลของการนํา วัตถุเข้าใกล้กันคู่วัตถุที่เข้าใกล้กัน วัตถุ มวล (กรัม) ปริมาตรทั้งหมดของวัตถุ (ลบ.ซม.) ลูกบอล 60 100 เป็ดยาง 60 144
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 27 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) คู่วัตถุที่เข้าใกล้กัน ผลของการนำวัตถุเข้าใกล้กัน A และ B ดูดกัน C และ D ผลักกัน หากทดลองต่อโดยเปลี่ยนคู่วัตถุใหม่ให้เข้าใกล้กันทันที แล้วเกิดการผลักกัน ข้อใดระบุลักษณะ ประจุไฟฟ้าที่เกิดขึ้นระหว่างคู่วัตถุใหม่นี้ได้ถูกต้อง Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 26. เด็กชายเจ๋งทดสอบปล่อยลูกปิงปองลงบนพื้นกระเบื้องราบและแผ่นโฟมจากความสูงเดียวกัน ดังรูป เขาพบว่าลูกปิงปองกระดอนขึ้นจากพื้นกระเบื้องได้สูงกว่าแผ่นโฟม
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 28 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) เด็กชายเจ๋งใช้ไม้เทนนิสอันหนึ่งเดาะลูกเทนนิสให้ขึ้นสูงตรงในแนวตั้งฉากกับหน้าไม้ ดังรูป เด็กชายเจ๋งควรเลือกไม้เทนนิสแบบใดเพื่อให้ลูกเทนนิสเคลื่อนที่ได้สูงขึ้น เมื่อใช้แรงในการเคาะเท่า เดิม ก. ไม้เทนนิสที่มีก้านสั้นกว่าเดิม ข. ไม้เทนนิสที่มีน้ำหนักเบากว่าเดิม ค. ไม้เทนนิสที่มีเอ็นที่หน้าไม้ยิ่งกว่าเดิม ง. ไม้เทนนิสที่มีขนาดหน้าไม้ใหญ่กว่าเดิม Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 27. นักเรียน 2 คน นําลูกบอลพลาสติก X และ Y อย่างละ 4 ลูกที่เหมือนกันทุกประการและมีมวลเบา มา ทดลองจํานวน 4 ครั้ง โดยแต่ละครั้งนําลูกบอลพลาสติก X และ Y อย่างละลูกมาผูกกับด้าย แล้วไปแขวน กับไม้บรรทัดพลาสติกที่ตําแหน่ง A B หรือ C ดังรูป เมื่อนําผ้าชนิด M และ N มาถูกับลูกบอลพลาสติกลูกใดลูกหนึ่ง แล้วสังเกตทิศทางการเบนและ ขนาดมุมที่ลูกบอลเบนได้ผลดังตาราง
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 29 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) จากการทดลองข้างต้น ข้อใดต่อไปนี้กล่าวได้ถูกต้อง ก. การถูลูกบอลด้วยผ้า M และ N จะทําให้เกิดประจุชนิดเดียวกัน ข. ระยะห่างระหว่างลูกบอล ไม่ส่งผลต่อขนาดของมุมที่เบนของลูกบอล ค. ถ้าถูลูกบอล X และ Y ด้วยระยะเวลาเท่ากัน จะทําให้ขนาดมุมที่เบนเท่ากัน ง. ถ้าใช้ผ้าชนิดเดียวกันถูลูกบอล X และ Y จะทําให้ระยะห่างระหว่างลูกบอลมากขึ้น 28. นักเรียนคนหนึ่งกระโดดบนเบาะนุ่มขณะที่กําลังดีดตัวขึ้นสังเกตว่าเบาะยุบลงมากกว่าตอนยืนอยู่นิ่ง ขณะตกลงบนเบาะนุ่ม ความเร็วของนักเรียนจะค่อย ๆ ลดลงและรู้สึกว่าแรงกระแทกน้อยลงกว่าการ กระโดดลงบนพื้นปูนแรงที่กระทําจึงมีค่าน้อยลงเนื่องจากช่วงเวลาที่ใช้เปลี่ยนความเร็วนานขึ้นถ้านักเรียน ยืนอยู่บนตาชั่งแล้วกระโดดขึ้นไปในแนวดิ่ง โดยมีลําดับขั้นการกระโดดดังนี้
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 30 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) แผนภูมิแท่งแสดงค่าน้ำหนักบนตาชั่งตามลําดับขั้นการกระโดดของนักเรียนในข้อใดเป็นไปได้ มากที่สุด
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 31 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 29. ในคาบวิทยาศาสตร์ กันต์ทําการทดลองวัดแรงดึงในเส้นเชือกด้วยเครื่องชั่งสปริง โดยใช้มวล A ขนาด 500 กรัมเท่าเดิมทุกครั้งตลอดการทดลอง แต่เปลี่ยนมวล B ทั้งสองก้อนให้มีขนาดต่าง ๆ กันต์จดบันทึกแรง ดึงในเส้นเชือกจากเครื่องชั่งสปริงและระยะ 6 เซนติเมตร ดังรูป ตารางแสดงผลการทดลองของกันต์ที่ทําให้มวล A อยู่นิ่งมวล B (กรัม) ระยะ h (เซนติเมตร) แรงดึง ที่วัดได้จากเครื่องชั่งสปริง (นิวตัน) กันต์พบว่า หากมวล B มีค่ามากกว่า 300 กรัมจะสามารถทําให้มวล A ลอยอยู่นิ่งได้ เมื่อกันต์กลับ ถึงบ้านในเย็นวันนั้น พบว่าแก้วพยายามจะแขวนกรอบรูป มวล 500 กรัม ไว้บนผนังบ้าน โดยรูปไม่ เอียง ดังรูป
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 32 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) แต่เมื่อแก้วแขวนกรอบรูปแล้ว พบว่าเชือกไม่สามารถทนต่อแรงดึงได้ จึงขาดทันทีกันต์จะต้องทํา อย่างไรเพื่อช่วยแก้วแขวนกรอบรูปบนผนังได้สําเร็จ โดยใช้เชือกชนิดเดิมแต่เชือกไม่ขาด ก. เพิ่มระยะห่างระหว่างจุด X และ Y แต่จุดทั้งสองอยู่ในแนวระดับเดิม ข. เพิ่มความยาวของเชือกโดยให้จุด X และ Y ที่ปลายเชือกติดกับรูปอยู่ที่ตําแหน่งเดิม ค. เลื่อนจุด X และ Y ที่ปลายเชือกติดกับรูปขึ้นด้านบนโดยให้ระยะห่างระหว่างจุดทั้งสอง มีค่าเท่าเดิม ง. เลื่อนจุด X และ Y ที่ปลายเชือกติดกับรูปลงด้านล่างโดยให้ระยะห่างระหว่างจุดทั้งสอง มีค่าเท่าเดิม Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 30. นักเรียนทําการทดลองเพื่อศึกษาการเกิดเสียงภายในท่อโดยใช้ท่อเหล็กปลายเปิดทั้งสองข้าง จํานวน 2 ท่อ ที่มีพื้นที่หน้าตัดและความหนาเท่ากัน ซึ่งท่อ A ยาว 1 เมตร และท่อ B ยาว 2 เมตร ดังนี้ 1) นําหนังยางรัดท่อ A ดังรูป 1 2) ดึงหนังยางให้กระทบท่อ A ดังรูป 2 และสังเกตเสียงที่ได้ยิน 3) ทําซ้ำโดยเปลี่ยนเป็นท่อ B และให้ระยะการดึงหนังยางที่เท่ากัน Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 33 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 31. ซากดึกดําบรรพ์ (Fossil) หมายถึง โครงร่างหรือร่องรอยของบรรพชีวินซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตโบราณที่พบหรือ ประทับอยู่ในหิน บ้างก็พบเป็นลักษณะโครงร่าง เช่น ซากดึกดําบรรพ์ฟัน กระดอง กระดูก บ้างก็พบเป็น ลักษณะร่องรอย ซึ่งมีทั้งรอยพิมพ์ รูปพิมพ์ เช่น ซากดึกดําบรรพ์รอยตีนสัตว์รอยชอนไชของสัตว์ มูลสัตว์ จากข้อความข้างต้น พิจารณารูป A B C และ D และตารางการจัดกลุ่ม ต่อไปนี้ เกณฑ์ในข้อใดต่อไปนี้ จัดกลุ่มตามลักษณะได้ถูกต้องครบถ้วนทั้งหมด ก. ก และ ค ค. ข และ ค ข. ก และ ง ง. ข และ ง Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 34 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 32. ครูนําของผสมที่ประกอบด้วยเศษหิน A B และ C ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.25 0.45 และ 0.90 เซนติเมตร ตามลําดับ มาให้นักเรียน 2 กลุ่ม คัดแยกเศษหินทั้ง 3 ขนาด ออกจากกันด้วยเครื่อง คัดแยกเศษ หินที่ประกอบด้วยตะแกรง 3 ขนาด และถาดรองรับ โดยแต่ละกลุ่มใช้เครื่องคัดแยก เศษหินที่มีการ จัดลําดับชั้นของตะแกรงต่างกัน ดังรูป 1 และรูป 2 หลังจากคัดแยกเศษหิน นักเรียนทั้ง 2 กลุ่ม พบว่า ไม่สามารถคัดแยกเศษหินทั้ง 3 ขนาดออกจาก กันได้ทั้งหมดนักเรียนแต่ละกลุ่มควรปรับปรุงเครื่องคัดแยกเศษหินอย่างไร Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 35 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 33. นักเรียนคนหนึ่งต้องการสร้างแบบจําลองเพื่อศึกษาการเกิดหินประเภทต่าง ๆ โดยการนําช็อกโกแลตสี ดําและช็อกโกแลตสีขาวมาบดหรือขูดเป็นเศษขนาดเล็ก แล้วทําการทดลอง ดังตาราง การทดลอง วิธีการทดลอง A ค่อย ๆ โปรยเศษช็อกโกแลตทีละสีลงในห่อกระดาษฟอยล์ แล้ววางขวดน้ำ ปริมาตร 1 ลิตร ทับลงบนห่อ แล้วทิ้งไว้ 30 นาที B นํากระดาษฟอยล์ห่อเศษช็อกโกแลตทุกสีรวมกัน แล้ววางบนแก้วที่ใส่น้ําอุ่น ประมาณ 3 นาที จากนั้นนํามาบิด กด อัด ให้แน่น C นํากระดาษฟอยล์ห่อเศษช็อกโกแลตทุกสีรวมกัน แล้ววางลงในกระทะที่ตั้งไฟ ร้อน ประมาณ 3 นาที จากนั้นนําออกจากกระทะ แล้ววางไว้ให้เย็น พิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก. สร้างแบบจําลองแสดงการเกิดหินแปร ข. สร้างแบบจําลองแสดงการเกิดหินอัคนี ค. สร้างแบบจําลองแสดงการเกิดหินตะกอน ง. เศษช็อกโกแลตทั้งหมดหลอมเหลว แล้วแข็งตัวอีกครั้ง จ. เศษช็อกโกแลตอัดตัวกันแน่น โดยบางส่วนเกิดการรวมตัวกัน ฉ. เศษช็อกโกแลตอัดตัวกันแน่นขึ้น และเห็นส่วนที่เป็นสีดําและสีขาวแยกกันอย่างชัดเจน ข้อใดระบุวัตถุประสงค์และผลการทดลองแต่ละการทดลองได้สอดคล้อง
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 36 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 34. ณเดชน์ ญาญ่า ณิชคุณ และลิซ่า สังเกตดวงจันทร์จากตําแหน่งที่แตกต่างกัน ดังแสดงในแผนที่ ญาญ่า ณิชคุณ และลิซ่า เห็นดวงจันทร์เต็มดวงตอนขึ้นพ้นขอบฟ้าพอดี มีลักษณะปรากฏ ดังรูป จากข้อมูลดังกล่าว ณเดชน์จะสังเกตเห็นดวงจันทร์เต็มดวงตอนขึ้นพ้นขอบฟ้าพอดี มีลักษณะปรากฏ Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 37 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 35. ตารางแสดงข้อมูลรูปร่างปรากฏและการขึ้นและตกของดวงจันทร์ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 เป็นดังนี้ จากตาราง พิจารณาข้อความต่อไปนี้ ก. วันที่ดวงจันทร์สว่างเต็มดวงจะขึ้นที่มุมทิศใกล้เคียงกับทิศตะวันออกมากกว่าวันที่ดวงจันทร์สว่าง ครึ่งดวง ข. เมื่อดวงจันทร์เปลี่ยนรูปร่างปรากฏครบ 1 รอบ ดวงจันทร์ขึ้นและตกตรงตําแหน่งเดิมอีกครั้ง ค. คาบการเปลี่ยนแปลงรูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ จะใช้เวลา 16 วัน ง. บางวันเราอาจมองเห็นดวงจันทร์ได้ในเวลากลางวัน จ. ดวงจันทร์สว่างครึ่งดวงในวันข้างขึ้นจะไม่ปรากฏบนท้องฟ้าในเวลาหัวค่ํา ฉ. ในวันที่ดวงจันทร์สว่างเต็มดวง เราจะมองเห็นดวงจันทร์บนท้องฟ้าในเวลากลางคืนได้ยาวนาน กว่าวันอื่น ๆ ข้อความใดบ้างที่สัมพันธ์กับข้อมูลในตารางข้างต้น 1) ก ค และ ง 3) ค จ และ ฉ 2) ข ง และ ฉ 4) ก ง และ ฉ
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 38 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 36. ในแต่ละเดือน ปรากฏการณ์น้ำเกิด ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่น้ำจะขึ้นสูงสุดและลงต่ําสุด จะเกิดเฉลี่ย เดือนละ 2 ครั้ง เป็นผลมาจากการเรียงตัวของโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ อยู่ในแนวเดียวกัน นักเรียน วัดระดับน้ำที่ปากแม่น้ำ ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2564 ได้ผลดังตาราง ระดับน้ำสูงสุดของวัน (เมตร) ระดับน้ำต่ําสุดของวัน (เมตร) ปรากฏการณ์น้ำเกิดจะเกิดขึ้นครั้งถัดไปตรงกับวันที่เท่าใดของเดือนมีนาคม 2564 และเป็นวัน ข้างแรมที่เท่าใด ก. 13 มีนาคม 2564 เป็นวันแรม 8 ค่ํา ข. 13 มีนาคม 2564 เป็นวันแรม 15 ค่ํา ค. 28 มีนาคม 2564 เป็นวันแรม 8 ค่ํา ง. 28 มีนาคม 2564 เป็นวันแรม 15 ค่ํา
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 39 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 1. นักธรณีวิทยาสํารวจภูเขา ก ในประเทศไทย และ ภูเขา ข ในประเทศมาเลเซีย และพบว่า ภูเขา 2. 3. 4. 5. Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 37. ทั้งสองประกอบด้วยชั้นหินยุคแคมเบรียน โดยมีลําดับชั้นหินดังแสดงในรูป หมายเหตุ A และ B คือซากดึกดําบรรพ์ดัชนีที่เกิดคนละช่วงเวลา พิจารณาข้อความต่อไปนี้
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 40 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) ก. ซากดึกดําบรรพ์ดัชนี B แก่กว่า ซากดึกดําบรรพ์ดัชนี A ข. อัตราการสะสมตัวของตะกอน (ความหนาของตะกอนต่อหนึ่งล้านปี) ของภูเขาทั้งสองแตกต่าง กัน ค. ชั้นหินดินดานที่พบซากดึกดําบรรพ์ดัชนี B ที่ภูเขา ก แก่กว่าชั้นหินทรายที่พบซากดึกดําบรรพ์ ดัชนี B ที่ภูเขา ข ง. ชั้นหินดินดานที่พบซากดึกดําบรรพ์ดัชนี A ที่ภูเขา ก มีอายุเท่ากับชั้นหินดินดานที่พบซาก ดึกดํา บรรพ์ดัชนี A ที่ภูเขา ข ข้อใดถูกต้อง 1) ก และ ค ข และ ค 2) ข และ ง ก และ ง Note ………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………. 38. ดาวฤกษ์ 4 ดวง ได้แก่ ดาวฤกษ์ S1 S2 S3 และ S4 มีดาวเคราะห์ a b c และ d ตามลําดับโคจรอยู่ โดยรอบ ดังรูป
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 41 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) โดยกําหนดให้ 1) ดาวฤกษ์แต่ละดวงมีลักษณะเหมือนกันทุกประการวงโคจรดาวเคราะห์ d 2) ดาวเคราะห์แต่ละดวงมีขนาดเท่ากัน อยู่ห่างจากดาวฤกษ์เป็นระยะทางเท่ากันและ คาบการโคจรเท่ากัน 3) ดาวเคราะห์แต่ละดวงหมุนรอบตัวเองใช้เวลา 24 ชั่วโมงในทิศทางเดียวกัน 4) ดาวเคราะห์แต่ละดวงมีแกนหมุนและเส้นตั้งฉากกับระนาบโคจรทํามุมกันคงที่ตลอดปี โดยการ โคจรรอบดาวฤกษ์ครบ 1 รอบ นับเป็น 1 ปี ดังรูป 5) ให้จุด X เป็นตําแหน่งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรของดาวเคราะห์แต่ละดวง 10 องศา และระยะเวลา ที่ดาวฤกษ์อยู่เหนือเส้นขอบฟ้าของผู้สังเกตที่จุด X บนดาวเคราะห์ต่าง ๆ เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งปี ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ผู้สังเกตที่จุด X บนดาวเคราะห์ทุกดวงเวลากลางวันจะสั้นลง ข. ผู้สังเกตที่จุด X บนดาวเคราะห์ C จะมีกลางคืนยาวกว่าบนดาวเคราะห์ b ค. ผู้สังเกตที่จุด X บนดาวเคราะห์ d จะเห็นดาวฤกษ์อยู่เหนือขอบฟ้าตลอดเวลา ง. ผู้สังเกตที่จุด X บนดาวเคราะห์ a จะมีกลางวันยาวนานกว่าดาวเคราะห์ดวงอื่น
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 42 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 39. ในอดีตมนุษย์มีความเชื่อตามอริสโตเติลว่า โลกเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ โดยดวงอาทิตย์ และ ดาว เคราะห์ต่าง ๆ เช่น ดาวศุกร์จะโคจรรอบโลก ดังรูป 1 ต่อมา นิโคเลาส์ โคเปอร์นิคัส เสนอแนวคิดใหม่โดยเขาเชื่อว่าโลกไม่ได้เป็นศูนย์กลางของระบบ สุริยะ แต่คิดว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ ดังรูป 2 ถ้าผู้สังเกตอยู่บนโลก จะพบดาวศุกร์เปลี่ยนแปลงดิถีจากมืดทั้งดวงจนถึงสว่างเต็มดวง ได้ตามแบบจําลองใด และ ณ ตําแหน่งใด ก. แบบจําลองของอริสโตเติล จะพบดาวศุกร์มืดทั้งดวง ณ ตําแหน่ง ข และสว่างเต็มดวง ณ ตําแหน่ง ง ข. แบบจําลองของอริสโตเติล จะพบดาวศุกร์มืดทั้งดวง ณ ตําแหน่ง ง และสว่างเต็มดวง ณ ตําแหน่ง ข ค. แบบจําลองของโคเปอร์นิคัส จะพบดาวศุกร์มืดทั้งดวง ณ ตําแหน่ง A และสว่างเต็มดวง ณ ตําแหน่ง C ง. แบบจําลองของโคเปอร์นิคัส จะพบดาวศุกร์มืดทั้งดวง ณ ตําแหน่ง B และสว่างเต็มดวง ณ ตําแหน่ง D
โรงเรียนอัจฉริยะ ติวโจทจ์แข่งขัน สสวท วิทยาศาสตร์2565 ข้อสอบชุดที่ 2 หน้า 43 อาจารย์นิติ จอมแก้ว (ครูต้น) 40. นักเรียนสร้างนาฬิกาแดดตามขั้นตอนดังนี้ 1. ผ่าครึ่งขวดน้ำพลาสติกใสทรงกระบอกตามแนวยาวเพื่อทําเป็นโครงของนาฬิกา 2. ติดด้ายที่ปลายทั้งสองบริเวณปากขวดและก้นขวดแล้วทําให้ตึง เพื่อให้เงาของเส้นด้ายเป็น เข็มนาฬิกา 3. ออกแบบหน้าปัดนาฬิกาแดด โดยขีดเส้นบนแถบกระดาษเพื่อใช้บอกเวลาในหน่วยชั่วโมงแต่ละ ขีดบนแถบกระดาษตรงกับแนวของเงาจากเส้นด้ายที่เกิดขึ้นบนแถบกระดาษในแต่ละชั่วโมง ซึ่ง สัมพันธ์กับการเคลื่อนที่ปรากฏของดวงอาทิตย์ 4. นําแถบกระดาษในข้อ 3 ติดตามแนวโค้งตามขวางด้านในของขวด 5. นําขวดไปวางให้ด้านปากขวดไปทางทิศเหนือ โดยให้ชี้ตรงไปที่ดาวเหนือ ดังรูป กําหนดให้ เวลา 6:00 น. เป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นจาก ขอบฟ้า เวลา 12:00 น. เป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ที่ตําแหน่งสูง ที่สุดของวัน เวลา 18:00 น. เป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกลับขอบ ฟ้า นักเรียนจะต้องออกแบบและจัดวางแถบกระดาษอย่างไร เพื่อ บันทึกเงาของเส้นด้ายที่เกิดจากการเปลี่ยนตําแหน่งของดวง อาทิตย์ได้ 1 วัน