ปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ขนมจีนน ้ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ้าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ฐินภัตชนัจศน อรญพรปพล และคณะ งานวิจัยเล่มนี เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ประกาศนีบัตรสิชาชีพสูง สาขาวิชาการตลาด วิทยาเทคโนโลยีสารสาสน์
ก ใบอนุมติการวิจัย เรื่อง ปัจจัยการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน ้ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ้าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้วิจัย นายฐินภัตชนัจศน อรญพรปพล ปวส.2.7 รอบบ่าย นายดนุสรณ์ สุขมะณี ปวส.2.7 รอบบ่าย นายธนพร ตั้งวิษณุสรรค์ ปวส.2.7 รอบบ่าย นางสาวสาธิดา จ าปามูล ปวส.2.7 รอบบ่าย นางสาวจุฬารัตน์ ชลธารโรจนาคิน ปวส.2.7 รอบบ่าย ชื่อสถาน วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ อาจารย์ผู้สอนรายวิชาการวิจัยตลาด และคณะกรรมการ ได้พิจารณาแล้วเห็นสมควรรับ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหลักศุตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ได้ อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ............................................... ……........................................ (นางสาวชนานันท์ แสงชูโต) (นางสาวรุ่งทิวา ศารธะประภา) กรรมการ ประธานกรรมการ ……....................................... …………................................. (นางรุ่งรัตน์ สุคนธพันธุ์) (นางสาววลัยลักษณ์ สุขวิโรจน์)
ก เรื่อง ปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ข น ม จี น น้ า ย า เ จ๊ แ ม ว ต ล า ด วั ด ทุ่งค รุ ป ร ะ ช า อุ ทิ ศ 1 0 7 อ า เ ภ อ ทุ่ง ค รุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร คณะผู้วิจัย นายฐินภัตชนัจศน อรญพรปพล ปวส.2.7 รอบบ่าย นายดนุสรณ์ สุขมะณี ปวส.2.7 รอบบ่าย นายธนพร ตั้งวิษณุสรรค์ ปวส.2.7 รอบบ่าย นางสาวสาธิดา จ าปามูล ปวส.2.7 รอบบ่าย นางสาวจุฬารัตน์ ชลธารโรจนาคิน ปวส.2.7 รอบบ่าย สาขาวิชา การตลาด อาจารย์ประจ้าวิชา นางสาวชนานันท์ แสงชูโต ปีการศึกษา 2564 บทคัดย่อ การวิจัยเรื่อง ปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหารคร วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาปัจจัยทางการ ตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร 2. เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาด วัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มประชากรใน อ าเภอพระสมุทรเจดีย์ จ านวน 120 ราย เพื่อความถึงปัจจัยทางการตลาดและความพึงพอใจ สรุปได้ดังนี้ ผู้ตอบ แบบสอบถามเป็นเพศหญิง จ านวน 49 คน คิดเป็นร้อยละ 49 อายุระหว่าง 21 - 30 ปี จ านวน 47 คิดเป็นร้อย ละ 39.17 ระดับการศึกษาปริญญาตรี จ านวน 68 คนคิดเป็นร้อยละ 56.68 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับราชการ/ รัฐวิสาหกิจ จ านวน 38 คนคิดเป็นร้อยละ 31.68 และมีรายได้เดือน 10,001 - 20,000 บาท จ านวน 63 คน คิด เป็นร้อยละ 52.52 ผลระดับความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมวในภาพรวมโดยมีค่าเฉลี่ย ระดับความพึงพอใจที่ 4.13 อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าด้าน ผลิตภัณฑ์ ผู้บริโภคพึงพอใจ เรื่อง คุณภาพของวัตถุดิบที่น ามาใช้ ค่าเฉลี่ย 4.47 อยู่ในระดับมากด้านราคา คือ ผู้บริโภคพึงพอใจ เรื่อง ปริมาณเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคา ค่าเฉลี่ย 4.56 อยู่ในระดับมากที่สุด ด้านช่องทางการจัดจ าหน่าย ผู้บริโภคพึงพอใจเรื่อง สถานที่ตั้งของร้านสะดวกในการใช้บริการ ค่าเฉลี่ย 4.24 อยู่ ในระดับมาก และด้านส่งเสริมการตลาด พบว่าผู้บริโภคพึงพอใจมีการโมณษาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น เพจ facebook ค่าเฉลี่ย 3.68 อยู่ในระดับมาก
ข กิตติกรรมประกาศ การด าเนินการวิจัยเล่มนี้จะไม่สามารถลุล่วงไปได้หากปราศจากความช่วยเหลือจาก นางสาวลัยลักษณ์ สุขวิโรจน์ ผู้อ านวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ นางรุ่งรัตน์ สุคนธพันธุ์ รองผู้อ านวยการฝ่ายวิชาการ นายสิทธิชัย จันทานนท์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนา และอาจารย์ประจ า สาขาวิชาการตลาดทุกท่าน ที่ได้กรุณาสละเวลาช่วยเหลือ ให้ค าปรึกษาแนะน า และตรวจแก้ข้อบกพร่อง ต่าง ๆ เป็นอย่างดี ตลอดจนอารจารย์ท่านอื่น ได้ประสิทธิ์ปราสาทความรู้ คณะผู้วิจัยขอขอบพระคุณเป็น อย่างสูง ท้ายสุดนี้คณะผู้วิจัยขอมอบคุณค่าและประโยชน์ของวิจัยเล่มนี้เป็นเครื่องบูชาพระคุณบิดา มารดาร ครูบาอาจารย์ทุกท่าน ที่ได้อบรมสั่งสอนให้ก าลังใจ สนับสนุนให้คณะผู้วิจัยได้ศึกษาด าเนินงาน ส าเร็จตามความมุ่งหวัง คณะผู้วิจัย
ค สารบัญ หน้า ใบอนุมัติการวิจัย บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญ(ต่อ) ค สารบัญตาราง ง บทที่ 1 บทน้า ที่มาและความส าคัญ 1 วัตถุประสงค์ 2 ขอบเขตการวิจัย 2 กรอบแนวคิดในการวิจัย 2 นิยามศัพท์ 3 ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย 3 บทที่ 2 ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับปัจจัยทางด้านส่วนประสมทางการตลาด 4 แนวคิดทฤษฎีเกี่วข้องกับความพึงพอใจ 10 ประวัติความเป็นมาของร้าน ขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว 11 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 12
ค สารบัญ(ต่อ) หน้า บทที่ 3 วิธีการด้าเนินการวิจัย ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง 14 เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล 15 ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือ 15 การทดสอบเครื่องมือ 16 การเก็บรวบรวมข้อมูล 16 การจัดท าข้อมูล 17 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 17 เกณฑ์การประเมินผล 18 บทที่ 4 การวิเคราะห์ข้อมูล ตารางข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม 19 ตารางแสดงปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว 22 บทที่ 5 บทสรุปผลการวิจัย อภิปรายผลการวิจัย และข้อเสนอแนะ สรุปผลการวิจัย 23 การอภิปรายผล 24 ข้อเสนอแนะ 25 บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก แบบสอบถาม ภาคผนวก ข รายชื่อผู้เชี่ยวชาญผู้ตรวจสอบค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ภาคผนวก ค ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ภาคผนวก ง ประวิติคณะผู้วิจัย
ง สารบัญตาราง ตาราง หน้า ตารางที่ 1 ตารางแสดงร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามเพศ 19 ตารางที่ 2 ตารางแสดงร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามช่วงอายุ 20 ตารางที่ 3 ตารางแสดงร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามระดับการศึกษา 20 ตารางที่ 4 ตารางแสดงร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามอาชีพ 21 ตารางที่ 5 ตารางแสดงร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามรายได้ 21 ตารางที่ 6 ตารางแสดงค่าเฉลี่ระดับความพึงพอใจ 22
1 บทที่1 บทน้า ความเป็นมาและความส้าคัญ ปัจจุบันมีผู้คนรักสุขภาพมากขึ้นท าให้คนบริโภค สมุนไพรขึ้น เนื่องจากมีความปลอดภัยสูงกว่า การกินสารปรุงแต่ง ประเทศไทยมีผลไม้ทางการเกษตรมากมายที่ไม่ใช้สารเคมีในการปลูก จึงมีวัตถุดิบ ต่างๆๆที่น ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายรูปแบบ และเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในรูปแบบ วัตถุดิบที่เอาไปเข้ากับรวามกับอาหาร ขนมจีนน้ ายา เป็นอาหารประเภทเส้นของไทยที่นิยมรับประทานมาตั้งแต่โบราณ มีหลักฐาน กล่าวถึงขนมจีนน้ ายามาตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าได้รับอิทธิพลจากชาติใด ปัจจุบัน ขนมจีนน้ ายา ยังเป็นอาหารจานเดียวที่นิยมกันทุกภาค และเป็นอาหารที่นิยมท าเลี้ยงแขกในงานบุญงาน พิธีต่างๆ ค าว่า ขนมจีน ไม่ใช่ของอาหารจีน แต่ค าว่า จีน ที่ต่อท้ายขนมนี้สันนิษฐานกันว่าน่าจะมาจาก มอญซึ่งเรียกขนมจีนว่า คนอมจีน (คะนอมจีน) หมายถึง สุก 2 ครั้ง พิศาล บุญปลูก ชาวไทยเชื้อสายรามัญ ผู้สนใจศึกษาอาหารและวัฒนธรรมมอญกล่าวว่า จริงๆแล้วขนมจีนเป็นอาหารของคนมอญหรือรามัญ คนมอญเรียกขนมจีนว่า คนอมจีน คนอม หมายความว่าจับกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนจินแปลว่าท าให้สุก นอกจากนี้ คนอม ( คะหนอม ) นั้นสันนิษฐานว่าน่าจะใกล้เคียงกับค าไทย เข้าหนม แปลว่า ข้าวที่น ามา นวดให้เป็นแป้งเสียก่อนซึ่งภายหลังกร่อนเป็น ขนม จริงๆแล้ว ขนม ในความหมายดั้งเดิมจึงมิใช่ของหวาน อย่างที่เข้าใจในปัจจุบัน ขนม หรือ หนม ในภาษาเขมร หรือ คนอม ( คะหนอม ) ในภาษามอญหมายถึง อาหารที่ท าจากแป้ง ดังนั้น ขนมจีน จึงน่าจะเพี้ยนมาจากคนอมจิน ( คะนอมจิน ) ซึ่งท าให้เกิดสมมุติฐาน ตามมาอีกว่า ดั้งเดิมทีเดียวขนมจีนเป็นอาหารมอญแล้วจึงแพร่หลายไปสู่ชนชาติอื่นๆในสุวรรณภูมิ ตั้งแต่โบราณกาล จนเป็นอาหารที่ท างานและมีความนิยมสูงสามารถหาทานได้ทั่วไป ดังนั้นผู้ท าวิจัยท าการศึกษาปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหารครเพื่อน าผลที่ได้ จากการวิจัยไปพัฒนาปัจจัยการตลาดในด้านต่าง ๆ และเป็นข้อมูลช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการ ด าเนินธุรกิจ
2 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊ แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหารคร 2. เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ขอบเขตการวิจัย 1. เนื้อหาของการวิจัย การวิจยครั้งนี้มุ่งศึกษษปัจจัยทางการตลอดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านฉ ขอบเขตการวิจัยโดยศึกษษเฉพาะกลุ่มประชากรที่อาศัยอยู่อ าภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหารคร 2. ตัวแปรที่ใช้ในการศึกษา ตัวอปรต้น คือ ปัจจัยทางการตลาด (4P’s) ตัวแปรตาม คือ ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว กรอบแนวคิดในการวิจัย ตัวแปรต้น ปัจจัยทางการตลาด (4P’s) ตัวแปรตาม ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว
3 นิยามศัพท์ 1. ปัจจัยทางการตลาด หมายถึงเครื่องมือทางการตลาดที่นามาผสมผสานกัน อย่างถูกต้อง และเหมาะสม เพื่อสนองความพึงพอใจของผู้บริโภค และบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การแบ่ง ออกเป็น 4 ด้าน คือ ผลิตภัณฑ์ราคา การจัดจ าหน่าย ระบบการจัดจ าหน่าย การส่งเสริมการตลาด 2. ความพึงพอใจ คือ ความรู้สึก หรือ ทัศนคติของบุคคลที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งสามารถเป็นไปในทาง ที่ดีหรือไม่ดีหรือในด้านบวกและด้านลบซี่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นสามารถตอบสนองความการแก่บุคคล นั้นการวัดความพึงพอใจ 3. ผู้บริโภค หมายถึง ผู้ซื้อหรือได้รับบริการจากร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมวตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร รวมถึงผู้ซึ่งได้รับการเสนอหรือชักชวนจากผู้ ประกอบธุรกิจเพื่อให้ซื้อสินค้าหรือรับบริการด้วย ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย 1. ทราบปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร 2. ทราบพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมวตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร
4 บทที่ 2 ทฤษฏีเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาด วัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหารคร งานวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้า เอกสารตามแนวทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับปัจจัยทางด้านส่วนประสมทางการตลาด 2. แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ 3. ประวัติความเป็นมาของร้าน ขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว 4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับปัจจัยทางด้านส่วนประสมทางการตลาด 1 ส่วนประสมการตลาด ( Marketing Mix ) ความหมายและองค์ประกอบของส่วนประสม การตลาด ส่วนประสมการตลาด (Marketing Mix) คือ องค์ประกอบที่ส าคัญในการด าเนินงานการตลาด เป็นปัจจัยที่กิจการสามารถควบคุมได้กิจการธุรกิจจะต้องสร้างส่วนประสมการตลาดที่เหมาะสม ในการวางกล ยุทธ์ทางการตลาด ( ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ, 2541: 35-36, 337 ) ส่วนประสม การตลาด ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ (Product) การจัดจ าหน่าย (Place) การก าหนดราคา (Price) การ ส่งเสริมการตลาด (Promotion) เราสามารถเรียกส่วนประสมทางการตลาดได้อีกอย่างหนึ่งว่า 4’Ps ส่วนประกอบทั้ง 4 ตัวนี้ ทุกตัวมีความเกี่ยวพันกัน P แต่ละตัวมีความส าคัญเท่าเทียมกัน แต่ขึ้นอยู่กับ ผู้บริหารการตลาดแต่ละคนจะวางกลยุทธ์ โดยเน้นน้ าหนักที่ P ใดมากกว่ากัน เพื่อให้สามารถ ตอบสนอง ความต้องการของเป้าหมายทางการตลาด คือ ตัวผู้บริโภค 1. ผลิตภัณฑ์ (Product) ปัจจัยแรกที่จะแสดงว่ากิจการพร้อมจะท าธุรกิจได้ กิจการนั้น จะต้อง มีสิ่งที่จะเสนอขาย อาจเป็นสินค้าที่มีตัวตน บริการ ความคิด (Idea) ที่จะตอบสนองความต้องการ ได้ การศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้น นักการตลาด มักจะศึกษาผลิตภัณฑ์ในรูปของผลิต ภัณฑ์เบ็ดเสร็จ (Total Product) ซึ่งหมายถึง ตัวสินค้า บวกกับความพอใจและผลประโยชน์อื่นที่ผู้บริโภคได้รับจากการซื้อสินค้า นั้น ผู้บริหารการตลาดจะต้องมีการปรับปรุงสินค้าหรือบริการที่ผลิตขึ้นมาให้สอดคล้องกับความต้องการ ของกลุ่มเป้าหมายโดยเน้นถึงการสร้างความพอใจให้แก่ผู้บริโภคและสนองความต้องการของผู้บริโภคเป็น ส าคัญในการศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จะต้องศึกษาปัญหาต่างๆที่ครอบคลุมถึงการเลือกตัวผลิตภัณฑ์ หรือ สายผลิตภัณฑ์การเพิ่มหรือลดชนิดของสินค้าในสายผลิตภัณฑ์ลักษณะของผลิตภัณฑ์ในเรื่องคุณภาพ ประสิทธิภาพ สี ขนาด รูปทรง การให้บริการประกอบการขาย การรับประกัน ฯลฯ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิต
5 ออกมาจ าหน่ายตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มใดวงจรผลิตภัณฑ์ของสินค้ามีระยะเวลานาน เท่าใดในแต่ละช่วงเวลาของวงจรผลิตภัณฑ์นั้นนักบริหารการตลาดควรจะใช้กลยุทธ์ทางการตลาดอย่างไร และเมื่อต้องการที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่กิจการธุรกิจจะต้องมีการวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ ใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้อย่างไรปัจจุบันจะเห็นได้ว่าผู้บริโภคให้ความสนใจและ พิถีพิถันในการเลือกซื้อสินค้ามากกว่าแต่ก่อนบทบาทของการบรรจุภัณฑ์จึงมีความส าคัญต่อตัวผลิตภัณฑ์ อย่างยิ่งการบรรจุภัณฑ์จะก่อให้เกิดประโยชน์หลักอยู่ 2 ประการด้วยกันคือเป็นการป้องกันคุณภาพของ สินค้าและช่วยส่งเสริมการจ าหน่ายดังนั้นรูปร่างของภาชนะบรรจุหรือหีบห่อในปัจจุบันจึงมีสีสันสะดุดตา และวัสดุที่ใช้ท าหีบห่อแปลกใหม่กว่าเดิมบ่อยครั้งที่ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าโดยค านึงถึงตัวบรรจุภัณฑ์ มากกว่าตัวสินค้าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาจ าหน่ายในตลาดจะต้องมีการก าหนดตราสินค้าและเครื่องหมาย การค้าเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นของผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งอย่างชัดเจนตราสินค้าเป็นสิ่ง มีประโยชน์แก่ผู้บริโภคท าให้ผู้บริโภคทราบว่าสินค้าชนิดนั้นเป็นของผู้ผลิตรายใดผู้บริโภคจะสามารถใช้ ประสบการในอดีตมาช่วยในการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นโดยมิต้องสอบถามข้อมูลอยู่ตลอดเวลาและเกิด ความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อสินค้านั้น 2. การจัดจ้าหน่าย (Place or Distribution) ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตผลิตขึ้นมาได้นั้นถึงแม้ว่าจะมี คุณภาพดีเพียงใดก็ตามถ้าผู้บริโภคไม่ทราบแหล่งซื้อและไม่สามารถจะจัดหามาได้เมื่อเกิดความต้องการ ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้ดังนั้นนักการตลาดจึงจ าเป็นต้อง พิจารณาว่าที่ไหนเมื่อไรและโดยใครที่จะเสนอขายสินค้าการจัดจ าหน่ายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนแต่ก็เป็น สิ่งจ าเป็นที่ต้องศึกษาการจัดจ าหน่ายแบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วน คือ ช่องทางจ าหน่ายสินค้า ( Channel of Distribution) เน้นการศึกษาถึงชนิดของช่องทางการจ าหน่ายว่าจะใช้วิธีการขาย สินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรงหรือการขายสินค้าผ่านสถาบันคนกลางต่างๆบทบาทของสถาบันคนกลาง ต่างๆ เช่น พ่อค้า ส่ง (Wholesalers ) พ่อค้าปลีก (Retailers) และตัวแทนคนกลาง (Agent Middleman ) ที่มีต่อตลาดอีกส่วนหนึ่งของกิจกรรมการจัดจ าหน่ายสินค้า คือ การแจกจ่ายตัวสินค้า (Physical Distribution) การกระจายสินค้าเข้าสู่ตัวผู้บริโภคการเลือกใช้วิธีการขนส่ง Transportation) ที่เหมาะสมในการช่วยแจกจ่ายสินค้าสื่อการขนส่งได้แก่การขนส่งทางอากาศ ทางรถยนต์ ทางรถไฟ ทางเรือ และทางท่อ ผู้บริหารการตลาดจะต้องค านึงว่าจะเลือกใช้สื่ออย่าง ใดถึงจะดีที่สุดโดยเสียค่าใช้จ่ายต่ าและสินค้านั้นไปถึงลูกค้าทันเวลาขั้นตอนที่ส าคัญอีกประการหนึ่งในการ แจกจ่ายตัวสินค้า คือ ขั้นตอนของการจัดเก็บรักษาสินค้า (Storage) เพื่อรอการจ าหน่ายให้ทันเวลาที่ ผู้บริโภคต้องการ
6 3. การก้าหนดราคา (Price) เมื่อธุรกิจได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมา รวมทั้งหาช่องทางการ จัดจ าหน่ายและวิธีการแจกจ่ายตัวสินค้าได้แล้วสิ่งส าคัญที่ธุรกิจจะต้องด าเนินการต่อไป คือ การก าหนดราคาที่เหมาะสมให้กับผลิตภัณฑ์ที่จะน าไปเสนอขายก่อนที่จะก าหนดราคาสินค้า ธุรกิจต้องมีเป้าหมายว่าจะตั้งราคาเพื่อต้องการก าไรหรือเพื่อขยายส่วนถือครองตลาด (Market Share) หรือเพื่อเป้าหมายอย่างอื่นอีกทั้งต้องมีการใช้กลยุทธ์ในการตั้งราคาที่จะท าให้เกิดการยอมรับจากตลาด เป้าหมายและสู้กับคู่แข่งขันได้ในการแข่งขัน ในตลาด กลยุทธ์ราคาเป็นเครื่องมือที่คู่แข่งขันน ามาใช้ได้ ผลรวดเร็วกว่าปัจจัยอื่นๆ เช่น การลดราคา หรืออาจ ตั้งราคาสินค้าให้สูงส าหรับสินค้าที่มี ลักษณะพิเศษในตัวของมันเองเพื่อแสดงภาพพจน์ที่ดีอาจใช้ผลทางจิตวิทยามาช่วยเสริมการตั้งราคา การตั้งราคาสินค้าอาจมีนโยบายการให้สินเชื่อหรือนโยบายการให้ส่วนลดเงินสดส่วนลดการค้า หรือส่วนลดปริมาณ ฯลฯ นอกจากนั้นธุรกิจจะต้องค านึงถึงกฎข้อบังคับทางกฎหมายที่จะมีผลกระทบต่อ ราคาด้วยราคามูลค่าผลิตภัณฑ์ในรูปตัวเงินราคาเป็นต้นทุนของลูกค้าผู้บริโภคจะเปรียบเทียบระหว่าง คุณค่าของผลิตภัณฑ์กับราคาผลิตภัณฑ์นั้นถ้าคุณค่าสูงกว่าราคาเขาจะตัดสินใจซื้อ ดังนั้น ผู้ก าหนด กลยุทธ์การตลาดด้านราคาต้องค านึงถึงประเด็นต่างๆดังนี้ 3.1 คุณค่าที่รับรู้ในสายตาของลูกค้าซึ่งต้องพิจารณาว่าการยอมรับของลูกค้าในคุณค่า ของผลิตภัณฑ์ว่าสูงกว่าราคานั้นผลิตภัณฑ์นั้น 3.2 ต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง 3.3 การแข่งขัน 3.4 ปัจจัยอื่นๆ 4. การส่งเสริมการตลาด (Promotion) เป็นการศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการติดต่อสื่อสาร ไปยังตลาดเป้าหมายการส่งเสริมการตลาดเป็นวิธีการที่จะบอกให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เสนอ ขาย วัตถุประสงค์ของการส่งเสริมการตลาดเพื่อบอกให้ลูกค้าทราบว่ามีผลิตภัณฑ์ออกจ าหน่ายในตลาด พยายามชักชวนให้ลูกค้าซื้อและเพื่อเตือนความทรงจ ากับตัวผู้บริโภคการส่งเสริมการตลาดจะต้องมี การศึกษาถึงกระบวนการติดต่อสื่อสาร (Communication Process) เพื่อเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้รับกับผู้ส่งการส่งเสริมการตลาดมีเครื่องมือส าคัญที่จะใช้อยู่ 4 ชนิดด้วยกันที่เรียกว่าส่วนผสมของการ ส่งเสริมการตลาด (Promotion Mix) ได้แก่ 4.1 การขายโดยใช้พนักงาน (Personal Selling) เป็นการเสนอขายสินค้าแบบเผชิญหน้ากัน (Face-to-Face) พนักงานขายต้องเข้าพบปะกับผู้ซื้อโดยตรงเพื่อเสนอขายสินค้าการส่งเสริมการตลาดโดย วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดแต่เสียค่าใช้จ่ายสูง
7 4.2 การโฆษณา (Advertising) หมายถึงรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อการส่งเสริมการตลาดโดย มิได้อาศัยตัวบุคคลในการน าเสนอหรือช่วยในการขายแต่เป็นการใช้สื่อโฆษณาประเภทต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ป้ายโฆษณา อินเตอร์เนท (Internet) สื่อโฆษณาเหล่านี้จะสามารถเข้าถึง ผู้บริโภคเป็นกลุ่มใหญ่เหมาะส าหรับสินค้าที่ต้องการกระจายตลาดกว้าง 4.3 การส่งเสริมการขาย (Sales Promotion) หมายถึง กิจกรรมที่ท าหน้าที่ช่วยพนักงานขาย และการโฆษณาในการขายสินค้าการส่งเสริมการขายเป็นการกระตุ้นผู้บริโภคให้เกิดความต้องการในตัว สินค้าการส่งเสริมการขายจัดท าในรูปของการแสดงสินค้าการแจกของ ตัวอย่าง แจกคูปองของแถมการใช้ แสตมป์เพื่อแลกสินค้าการชิงโชคแจกรางวัลต่างๆ ฯลฯ 4.4 การเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ (Publicity and Public Relation) ในปัจจุบันธุรกิจมัก สนใจภาพพจน์ของกิจการธุรกิจได้ใช้เงินจ านวนมากเพื่อสร้างชื่อเสียงและภาพพจน์ของกิจการปัจจุบัน องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นที่การแสวงหาก าไร (Maximize Profit) เพียงอย่างเดียวต้องเน้นที่ วัตถุประสงค์ของการให้บริการแก่สังคมด้วย (Social Objective) เพราะความอยู่รอดขององค์การธุรกิจจะ ขึ้นอยู่กับการยอมรับของกลุ่มผู้บริโภคในสังคมถ้าหากกลุ่มผู้บริโภคต่อต้านหรือมีความคิดว่าองค์การธุรกิจ แสวงหาผลประโยชน์ให้กับตนมากจนไม่ค านึงถึงสังคมหรือผู้บริโภค เช่น การผลิตสินค้าแล้วปล่อยน้ าเสีย ลงแม่น้ าหรือท าให้อากาศเป็นพิษก่อให้เกิดผลเสียแก่ส่วนรวมโดยมิได้หาวิธีแก้ไขจะสร้างภาพพจน์ที่ไม่ดี ขององค์การธุรกิจหรือตัวอย่างของบริษัทบุญรอดบริเวอรี่จ ากัดเป็นกิจการขายเบียร์ซึ่งมีส่วนในการเสนอ สิ่งที่เป็นพิษภัยต่อประชาชนจึงพยายามท าป้ายโฆษณาเพื่อเสริมสร้างภาพพจน์ด้วยการเสนอเรื่องการ อนุรักษ์ธรรมชาติอนุรักษ์วัฒนธรรมไท เป็นการชดเชยเบี่ยงเบนความรู้สึกต่อต้านของสังคมหากกลุ่ม ผู้บริโภคไม่พอใจและไม่ต้องการซื้อสินค้าและบริการของผู้ผลิตย่อมเป็นสาเหตุที่จะจ ากัดการเจริญเติบโต ของธุรกิจได้ 4.5.กระบวนการ (Process) เป็นการสร้างสรรค์และการส่งมอบส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์โดย อาศัยกระบวนการที่วางแผนมาเป็นอย่างดี กลยุทธ์ที่ส าคัญส าหรับการบริการ คือ เวลาและ ประสิทธิภาพ ในการบริการ ดังนั้นกระบวนการบริการที่ดีจึงควรมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในกาส่งมอบรวมถึง ต้องง่ายต่อการปฏิบัติการเพื่อที่พนักงานจะได้ไม่เกิดความสับสนท างานได้อย่างถูกต้องและมีแบบแผน เดียวกันและงานที่ได้ต้องดีมีประสิทธิภาพและคุณภาพส่วนประสมการตลาด 7 อย่าง หรือ Marketing Mix 7P's ธุรกิจในอุตสาหกรรมบริการ (Service Industry) มีความแตกต่างจาก ธุรกิจอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคและบริโภคทั่วไปเพราะมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ (Tangible Product)
8 และผลิตภัณฑ์ที่จับต้อง ไม่ได้ (Intangible Product) เป็นสินค้าและบริการที่น าเสนอต่อลูกค้าหรือตลาด กลยุทธ์การตลาดที่น ามาใช้กับธุรกิจการบริการจ าเป็นที่จะต้องจัดให้มีส่วนประสมทางการตลาดที่แตกต่าง จากการตลาดโดยทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่มีการต้อนรับขับสู้ (Hospitality) เป็นหัวใจหลักในการท าธุรกิจศาสตราจารย์ฟิลลิปค็อตเล่อร์(Philip Kotler) กูรูด้านการตลาดชั้นน าของโลกได้ให้แนวคิดส่วน ประสมทางการตลาดส าหรับธุรกิจบริการ (Service Marketing Mix) ไว้ว่าเป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ที่ ให้บริการซึ่งเป็นธุรกิจที่แตกต่างสินค้าอุปโภคและบริโภคทั่วไปจ าเป็นจะต้องใช้ส่วนประสมการตลาด (Marketing Mix) 7 อย่าง หรือ 7P's ในการก าหนดกลยุทธ์การตลาดซึ่งประกอบด้วย 1. ด้านผลิตภัณฑ์(Product) เป็นสิ่งซึ่งสนองความจ าเป็นและความต้องการของมนุษย์ได้คือ สิ่ง ที่ผู้ขายต้องมอบให้แก่ลูกค้าและลูกค้าจะได้รับผลประโยชน์และคุณค่าของผลิตภัณฑ์นั้นๆโดยทั่วไปแล้ว ผลิตภัณฑ์แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ผลิตภัณฑ์ที่อาจจับต้องได้(Tangible Products) และผลิตภัณฑ์ที่จับ ต้องไม่ได้(Intangible Products) 2. ด้านราคา (Price) หมายถึง คุณค่าผลิตภัณฑ์ในรูปตัวเงินลูกค้าจะเปรียบเทียบระหว่างคุณค่า (Value) ของบริการกับราคา (Price) ของบริการนั้นถ้าคุณค่าสูงกว่าราคาลูกค้าจะตัดสินใจซื้อดังนั้นการ ก าหนดราคาการ ให้บริการควรมีความเหมาะสมกับระดับการให้บริการชัดเจนและง่ายต่อการจ าแนก ระดับบริการที่ต่างกัน 3. ด้านช่องทางการจัดจ้าหน่าย (Place) เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบรรยากาศสิ่งแวดล้อมใน การน าเสนอบริการให้แก่ลูกค้าซึ่งมีผลต่อการรับรู้ของลูกค้าในคุณค่าและคุณประโยชน์ของบริการที่ น าเสนอซึ่งจะต้องพิจารณาในด้านท าเลที่ตั้ง (Location) และช่องทางในการน าเสนอบริการ (Channels) 4. ด้านการส่งเสริม (Promotions) เป็นเครื่องมือหนึ่งที่มีความส าคัญในการติดต่อสื่อสารให้ ผู้ใช้บริการโดยมีวัตถุประสงค์ที่แจ้งข่าวสารหรือชักจูงให้เกิดทัศนคติและพฤติกรรมการใช้บริการและเป็น กุญแจส าคัญของการตลาดสายสัมพันธ์ 5. ด้านบุคคล (People) หรือพนักงาน (Employee) ซึ่งต้องอาศัยการคัดเลือกการฝึกอบรม การจูงใจเพื่อให้สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้แตกต่างเหนือคู่แข่งขันเป็นความสัมพันธ์ ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการต่างๆขององค์กรเจ้าหน้าที่ต้องมีความสามารถมีทัศนคติที่ สามารถตอบสนองต่อผู้ใช้บริการมีความคิดริเริ่มมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาสามารถสร้างค่านิยม ให้กับองค์กร
9 6. ด้านกายภาพและการน้าเสนอ(Physical Evidence/Environment and Presentation) เป็นแสดงให้เห็นถึงลักษณะทางกายภาพแลการน าเสนอให้กับลูกค้าให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยพยายามสร้าง คุณภาพโดยรวมทั้งทางด้ายกายภาพและรูปแบบการให้บริการเพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าไม่ว่าจะเป็น ด้านการแต่งกายสะอาดเรียบร้อยการเจรจาต้องสุภาพอ่อนโยนและการให้บริการที่รวดเร็วหรือ ผลประโยชน์อื่นๆที่ลูกค้าควรได้รับ 7. ด้านกระบวนการ (Process) เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับระเบียบวิธีการและงานปฏิบัติใน ด้านการบริการที่น าเสนอให้กับผู้ใช้บริการเพื่อมอบการให้บริการอย่างถูกต้องรวดเร็วและท าห้ผู้ใช้บริการ เกิดความประทับใจส่วนประสมการตลาดทั้ง 7 อย่างข้างต้นเป็นสิ่งส าคัญต่อการก าหนดกลุยทธ์ต่างๆ ทางด้านการตลาดของธุรกิจที่จะต้องมีการจัดส่วนประสมแต่ละอย่างให้มีความเหมาะสมกับ สภาพแวดล้อมของธุรกิจและของอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันไปไม่มีสูตรที่ตายตัว
10 แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ Kotler and Armstrong (2002) รายงานว่า พฤติกรรมของมนุษย์เกิดขึ้นต้องมีสิ่งจูงใจ (motive) หรือแรงขับดัน (drive) เป็นความต้องการที่กดดัน จนมากพอที่จะจูงใจให้บุคคลเกิดพฤติกรรมเพื่อ ตอบสนองความต้องการของตนเองซึ่งความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกันความต้องการบางอย่างเป็น ความต้องการทางชีววิทยา(biological) เกิดขึ้นจากสภาวะตึงเครียด เช่น ความหิวกระหายหรือความ ล าบากบางอย่าง เป็นความต้องการทางจิตวิทยา (psychological) เกิดจากความต้องการการยอมรับ (recognition) การยกย่อง (esteem) หรือการเป็นเจ้าของทรัพย์สิน (belonging) ความต้องการส่วนใหญ่ อาจไม่มากพอที่จะจูงใจให้บุคคลกระท าในช่วงเวลานั้นความต้องการกลายเป็นสิ่งจูงใจ เมื่อได้รับการ กระตุ้นอย่างเพียงพอจนเกิดความตึงเครียดโดยทฤษฎีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มี 2 ทฤษฎี คือ ทฤษฎี ของอับราฮัมมาสโลว์และทฤษฎีของซิกมันด์ ฟรอยด์ 1. ทฤษฎีแรงจูงใจของมาสโลว์(Maslow’s theory motivation) อับราฮัม มาสโลว์ (A.H.Maslow) ค้นหาวิธีที่จะอธิบายว่าท าไมคนจึงถูกผลักดันโดยความต้องการ บางอย่าง ณ เวลาหนึ่ง ท าไมคนหนึ่งจึงทุ่มเทเวลาและพลังงานอย่างมากเพื่อให้ได้มาซึ่งความปลอดภัย ของตนเองแต่อีกคนหนึ่งกลับท าสิ่งเหล่านั้นเพื่อให้ได้รับการยกย่องนับถือจากผู้อื่นค าตอบของมาสโลว์ คือ ความต้องการของมนุษย์จะถูกเรียงตามล าดับจากสิ่งที่กดดันมากที่สุดไปถึงน้อยที่สุดทฤษฎีของมาสโลว์ได้ จัดล าดับความต้องการตามความส าคัญ คือ 1.1 ค ว ามต้องก า รท างก าย ( physiological needs) เป็นค ว ามต้องก า รพื้น ฐ าน คือ อาหาร ที่พัก อากาศ ยารักษาโรค 1.2 ความต้องการความปลอดภัย (safety needs) เป็นความต้องการที่เหนือกว่า ความต้องการ เพื่อความอยู่รอดเป็นความต้องการในด้านความปลอดภัยจากอันตราย 1.3 ความต้องการทางสังคม (social needs) เป็นการต้องการการยอมรับจากเพื่อน 1.4 ความต้องการการยกย่อง (esteem needs) เป็นความต้องการการยกย่องส่วนตัว ความนับ ถือ และสถานะทางสังคม 1.5 ความต้องการให้ตนประสบความส าเร็จ (self – actualization needs) เป็นความต้องการสูงสุดของแต่ละบุคคล ความต้องการท าทุกสิ่งทุกอย่างได้ส าเร็จบุคคลพยายามที่สร้าง ความพึงพอใจให้กับความต้องการที่ส าคัญที่สุดเป็นอันดับแรกก่อนเมื่อความต้องการนั้นได้รับความพึง พอใจ ความต้องการนั้นก็จะหมดลงและเป็นตัวกระตุ้นให้บุคคลพยายามสร้างความพึงพอใจให้กับความ ต้องการที่ส าคัญที่สุดล าดับต่อไป ตัวอย่าง เช่น คนที่อดอยาก (ความต้องการทางกาย) จะไม่สนใจต่องาน
11 ศิลปะชิ้นล่าสุด (ความต้องการสูงสุด) หรือไม่ต้องการยกย่องจากผู้อื่น หรือไม่ต้องการแม้แต่อากาศที่ บริสุทธิ์ (ความปลอดภัย) แต่เมื่อความต้องการแต่ละขั้นได้รับความพึงพอใจแล้วก็จะมีความต้องการในขั้น ล าดับต่อไป 2. ทฤษฎีแรงจูงใจของฟรอยด์ ซิกมันด์ ฟรอยด์ ( S. M. Freud) ตั้งสมมุติฐานว่าบุคคลมักไม่รู้ตัวมากนักว่าพลังทางจิตวิทยามี ส่วนช่วยสร้างให้เกิดพฤติกรรมฟรอยด์พบว่าบุคคลเพิ่มและควบคุมสิ่งเร้าหลายอย่างสิ่งเร้าเหล่านี้อยู่ นอกเหนือการควบคุมอย่างสิ้นเชิงบุคคลจึงมีความฝันพูดค าที่ไม่ตั้งใจพูดมีอารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและมี พฤติกรรมหลอกหลอนหรือเกิดอาการวิตกจริตอย่างมาก ขณะที่ ชาริณี (2535) ได้เสนอทฤษฎีการแสวงหาความพึงพอใจไว้ว่าบุคคลพอใจจะกระท าสิ่งใด ๆที่ให้มี ความสุขและจะหลีกเลี่ยงไม่กระท าในสิ่งที่เขาจะได้รับความทุกข์หรือความยากล าบากโดยอาจแบ่ง ประเภทความพอใจกรณีนี้ได้ 3 ประเภท คือ ความพอใจด้านจิตวิทยา (psychological hedonism) เป็นทรรศนะของความพึงพอใจว่ามนุษย์ โดยธรรมชาติจะมีความแสวงหาความสุขส่วนตัวหรือหลีกเลี่ยงจากความทุกข์ใด ๆ ความพอใจเกี่ยวกับตนเอง (egoistic hedonism) เป็นทรรศนะของความพอใจว่ามนุษย์จะ พยายามแสวงหาความสุขส่วนตัวแต่ไม่จ าเป็นว่าการแสวงหาความสุขต้องเป็นธรรมชาติของมนุษย์เสมอไป ความพอใจเกี่ยวกับจริยธรรม (ethical hedonism) ทรรศนะนี้ถือว่ามนุษย์แสวงหาความสุขเพื่อ ผลประโยชน์ของมวลมนุษย์หรือสังคมที่ตนเป็นสมาชิกอยู่และเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ผู้หนึ่งด้วย ประวัติความเป็นมาของร้าน ขนมจีนน ้ายาเจ๊แมว ร้านเจ๊แมวคือกิจการของยายตอนที่ยายอายุ 30 ปียายนั้นมีความสนใจเกี่ยวกับขนมจีนน้ ายาเลย รู้สึกอยากตั้งร้านเป็นของตัวเองเป็นร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมวก็ได้คิดสูตรต่างๆเพื่อท าให้ร้าน ประสบความส าเร็จและก่อตั้งร้านจนมาถึงทุกวันนี้
12 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ธิณศรภักษ ศิริกุล และคณะ (2561) “กรรมวิธีการผลิตน้ ายาขนมจีน”และกรรมวิธีการ ผลิตน้ ายา ขนมจีน ซึ่งผลงานวิจัยทั้ง 3 ผลงานนี้ได้ด าเนินการยื่นค าขอรับอนุสิทธิบัตรต่อกรมทรัพย์สิน ทางปัญญากระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้วทั้งนี้ผลงานวิจัยดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีโอกาส ทางการตลาดสูงมากทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศเนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีผลิตภัณฑ์ ขนมจีนกึ่งส าเร็จรูปชนิดบรรจุในภาชนะถ้วยพลาสติกทนความร้อนพร้อมน้ ายาอบแห้งที่ใชวัตถุดิบจาก ธรรมชาติไมมีการแตงกลิ่นหรือสีสังเคราะหและไมมีสวนผสมของสารกันบูดที่แพ็คใสซองฟอยลกันแดด กันความชื้นอยางดีและสามารถเก็บไวไดนานถึง 1 ป ออกวางจ าหนายอยูในทองตลาดอีกทั้งผลงานวิจัยดัง กลาวมีการพัฒนาใหเสนขนมจีนแหงใชเวลาและความรอนในการคืนรูปนอยลงที่พรอมรับประทานไดเร็ว ยิ่งขึ้นดวยการชงดวยน้ าเดือดและปดฝาภาชนะทิ้งไวนาน 3 นาที จะไดขนมจีนน้ ายามารับประทานแลว ขนมจีนสดมีปญหาอายุการเก็บรักษาสั้นไมสามารถสงออกไปขายตางประเทศหรือที่ไกลๆไดเพราะมี ความชื้นสูงดังนั้นจึงไดพัฒนาเปนขนมจีนแหงและน้ ายาผงโดยพัฒนากระบวนการผลิตใหมไมไดน้ า ขนมจีนสดไปตากแหง ใชเวลา1 ปโดยไดรับทุนจากสถาบันวิจัยและพัฒนาแหงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร สามารถท าขนมจีนแหงไดแตเวลารับประทานตองน าไปตมในน้ าเดือดนาน 8-10 นาที ส านักงาน คณะกรรมการวิจัยแหงชาติไดใหทุนวิจัยเพื่อพัฒนาขนมจีนแหงใหคืนรูปเร็วแบบบะหมี่กึ่งส าเร็จรูปตอน นั้นท าไดเร็วเพียงตมในน้ าเดือดบนเตาแกสนาน 3 นาที ไดขนมจีนคืนรูปเร็วในน้ าเดือดจึงสามารถท าใหคืน รูปเร็วแบบบะหมี่กึ่งส าเร็จรูปในในถวยโดยใชน้ ารอน 90 C ในเวลา 3 นาที นอกจากนี้ยังไดพัฒนาวิธีการ หมักขนมจีนใหไดสารกาบาสูงขณะนี้ไดปริมาณสารกาบา 36 มิลิกรัมตอ 100 กรัมน้ าหนักแหงโดยไดรับ ทุนจากส านักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยและนอกจากขนมจีนออริจินอลแลวยังไดพัฒนาเสนขนมจีนให มีความหลากหลายไดอีก 11 ชนิดโดยเติมสารสกัดจากดอกอัญชันใหมีสีมวงจากฟกทองใหมีสีเหลืองจาก ใบเตยใหมีสีเขียวจากแครอทใหมีสีสมจากฟกขาวใหมีสีแดงจากขาวไรซเบอรรีใหมีสีมวงแดงจาก สาหรายใหมีสีเขียวเขมจากหมึกของปลาหมึกใหมีสีด าจากขาวกลองและขาวกลองเริ่มงอกใหมีสีน้ าตาล และจากขาวสังขหยดใหมีสีแดงซึ่งเปนการเพิ่มสารแอนตีออกซิแดนทในขนมจีนเพื่อประโยชนตอผูบริโภค ส าหรับน้ ายาสามารถท าได 9 ชนิดไดแก น้ ายากะทิ น้ ายาปา น้ าพริก น้ ายาปกษใต /น้ าเงี้ยว น้ ายาแกงไต ปลา แกงเขียวหวาน น้ ายามังสวิรัติ น้ ายา ปลาแซลมอนมีเนื้อปลาแซลมอนที่มีสารโอเมกา 3 สูงและมีพืช สมุนไพรและเครื่องเทศที่มีสมบัติเปนแอนตีออกซิแดนทนอกจากนี้ยังมีซองผักอบแหงไดแกแครอท กะหล่ําปลีและถั่วฝกยาวเพื่อเพิ่มคุณคาทางโภชนาการใหครบหาหมูผลิตภัณฑนี้จะไมใสสารกันบูดและผง ชูรสผลิตภัณฑนี้สามารถเก็บได นาน 1 ป เวลารับประทานเพียงฉีกซองน้ ายาผงและซองผักแหงเทใส ขนมจีนแหงกดน้ ารอนใหทวมปดฝาทิ้งไว 3 นาที คนใหเขากันรับประทานไดทันทีโดยผลิตภัณฑตนแบบ มีการทดลองผลิตจริง 700 ถวยเพื่อทดสอบตลาดและไดรับการตอบรับที่ดีมากมีความตองการซื้อสูงและ
13 ทุกบานควรมีเก็บไวที่บานเพื่อเปนอาหารส ารองยามหิวหรือผูประสบภัยพิบัติหรือผูเดินทางเขาปาทหาร นักทองเที่ยวและผูที่เดินทางไปตางประเทศและเพื่อการสงออกผลิตภัณฑนี้จึงมีศักยภาพสูงมากดวย สโลแกน “อรอย สะดวก รวดเร็ว ทันใจ ดีตอสุขภาพ เปนมิตรกับสิ่งแวดลอม”
14 บทที่ 3 วิธีการด้าเนินการวิจัย การวิจัยเรื่อง ปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ข น ม ข น ม จี น น้ า ย า เ จ๊ แ ม ว อ า เ ภ อ ทุ่ง ค รุ จัง ห วั ด ก รุง เ ทพ ม ห าน ค ร ค ณ ะ ผู้ วิ จั ย ด า เนิ น การศึกษาตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง ป ร ะ ช า ก ร ที่ใ ช้ใ น ก า ร วิ จั ย คื อ ป ร ะ ช า ก ร ที่อ า ศั ย อ ยู่ใ น อ า เ ภ อ ทุ่ง ค รุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีจ านวน 123,761 คน (ที่มาพ.ศ. 2566) สูตร n = 1+2 แทน N = 123,761 1+123,761 0.05 2 = 309.40 = 1+309.40 = 310.40 = 123,761 310.40 = 398.71 = 399 โดยก าหนดระดับความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์ ค่าความคลาดเคลื่อน 25 เปอร์เซ็นต์ โดยก าหนด ขนาดกลุ่มตัวอย่างเท่ากับ 399 คน ซี่งในการวิจัยครั้งนี้อาจารย์ประจ าวิชาการวิจัยตลาด ก าหนดจ านวนกลุ่มตัวอย่างเพื่อเก็บข้อมูลเพียง 120 ชุด
15 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล การศึกษาในครั้งนี้ใช้แบบสอบถาม (Quetionsure) เป็นเครื่องมือในการเก็บเกี่ยวรวบรวมข้อมูล จากกลุ่มตัวอย่างมีจ านวน 120 ชุด จ านวนข้อค าถามทั้งหมด 15 ข้อ ประกอบด้วยเนื้อหา 2 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ลักษณะ ค าถามเป็นแบบมีค าตอบให้เลือกตอบ (Multiple Choices) มีจ านวน 5 ข้อ ส่วนที่ 2 ปัจจัยทางการตลาด ขนมขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ของลักษณะของค าถามเป็นแบบมาตรา ส่วน (Rating scale) มีจ านวน 10 ข้อ แบบสอบถามการวิจัยมีรายละเอียดดังนี ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 ค าถามเกี่ยวกับปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจ ได้แก่ ปัจจัยด้าน ผลิตภัณฑ์ ปัจจัยด้านราคา ปัจจัยด้านช่องทางจัดจ าหน่ายและปัจจัยด้านการส่งเสริมในการตลาด ซึ่งค าถามในส่วนนี้มีลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating ScaIe) โดยมีเกณฑ์ในการก าหนดค่าน้ าหนักของการประเมินเป็น 5 ระดับ ระดับความพึงพอใจมากที่สุด 5 คะแนน ระดับความพึงพอใจมาก 4 คะแนน ระดับความพึงพอใจ 3 คะแนน ระดับความพึงพอใจน้อย 2 คะแนน ระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด 1 คะแนน ขั นตอนการสร้างเครื่องมือ 1. วิเคราะห์ลักษณะของข้อมูลที่ต้องการว่าต้องการข้อมูลอะไรบ้างจะได้สร้างค าถามได้ ตรงประเด็น 2. ก าหนดรูปแบบของแบบสอบถาม ว่าจะเป็นแบบใด เพื่อให้ค าตอบตรงตามวัตถุประสงค์ 3. เขียนแบบสอบถามฉบับร่าง โดยค านึงถึงการวางรูปแบบของกระดาษ พร้อมทั้งเขียน แบบสอบถามฉบับร่างตามองค์ประกอบ และโครงสร้างแบบสอบถาม 4. ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจแบบสอบถาม ก่อนน าไปพิมพ์เป็นฉบับจริง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ คุณภาพของแบบสอบถามว่าค าถามแต่ละข้อใรความชัดเจนถูกต้องหรือไม่
16 5. พิมพ์แบบสอบถามฉบับจริงหลักจากผ่านกระบวนการทดสอบ และปรุงปรับ จากนั้นท าการ พิมพ์ต้นฉบับ โดยค านึงถึงความชัดเจนในค าอธิบายวัตถุประสงค์ วิธีการตอบ ภาษาที่ใช้ต้องอ่านง่าย เพื่อสะดวกในการท าความเข้าใจ และมีรูปแบบการพิมพ์ที่สวยงาม การทดสอบเครื่องมือ ในการวิจัยครั้งนี้ คณะผู้วิจัยท าการทดสอบเครื่องมือก่อนด าเนินการเก็บข้อมูล โดยการ ทดสอบความเที่ยงจรง (Validity) คณะผู้วิจัยน าแบบสอบถามที่สร้างเสร็จแล้ว เสนอให้ผู้เชี่ยวชาญ พิจารณาตรวจสอบ ปรับปรุง แก้ไข ให้ครอบคลุมเนื้อหาที่ต้องการวัด และให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ที่ก าหนดไว้ วิธีการหาค่าความเที่ยงตรงของแบบสอบถามโดยผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ วิธีหาค่าความเที่ยงตรงของแบบสอบถาม โดยผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ หรือเรียกว่า การหาค่า IOC ซึ่งเป็นการให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจในเรื่องของการวิจัยเพื่อตรวจสอบ ความเหมาะสมสอดคล้องกับงานวิจัยนี้หรือไม่โดยสูตรของ IOC โดยอ้างในหนังสือการวิจัยธุรกิจศึกษาของ รองศาสตราจารบย์ส าอาง งานวิชา (ส าอาง งานวิชา 2541:62) สูตร IOC = ∑ R N IOC = ดัชนีความสอดคล้องของข้อค าถาม และ พฤติกรรม ∑ = ผลรวมของความคิดเห็นในแต่ละข้อของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N = จ านวนผู้เชี่ยวชาญ การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยด าเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. น าแบบสอบถามที่สร้างขึ้นให้เชี่ยวชาญเพื่อท าการหาภาพของเครื่องมือในการวิจัย 2. น าแบบสอบถามมาแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ 3. น าแบบสอบถามที่แก้ไขเสร็จสมบูรณ์ให้อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการวิจัยตรวจสอบ
17 4. น าแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์ไปถ่ายเอกสารเพื่อเตรียมเก็บรวบรวมข้อมูล 5. ด าเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างที่ท าการสุ่มไว้ ณ สถานที่ที่คณะผู้วิจัยก าหนด การจัดท้าข้อมูล 1. น าแบบสอบถามที่ได้คืนมาตรวจสอบความสมบูรณ์เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ 2. วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยใช้วิธีการหาเปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ 3. วิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร 4. สรุปความพึงพอใจมีต่อร้านร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิจัยมีดังนี้ 1. สถิติที่พื้นฐาน 1.1 หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต (พนิตตา ตันธเนส และจุฑารัตน์ อาราเร 2546:38) สูตร ̅ = ∑ ∫() X = ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ∑ = ผลรวม X = ค่าของข้อมูลแต่ละตัว n = จ านวนกลุ่มตัวอย่าง 1.2 หาค่าเปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ (จิรภา แสนเกษม 2545:167) สูตร P = (100) P = ร้อยละ(Percentage) F = ความถี่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงให้เป็นร้อยละ n = จ านวนกลุ่มตัวอย่าง
18 2. สถิติที่ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ 2.1 หาความสอดคล้องระหว่างค าถามกับสิ่งที่ต้องการทราบ (บุญเชิด ภิญโญอนันพงษ์ 2545:95) สูตร IOC = ∑ IOC = ดัชนีความสอดคล้องของข้อค าถาม และ พฤติกรรม ∑ = ผลรวมของความคิดเห็นในแต่ละข้อของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด N = จ านวนผู้เชี่ยวชาญ เกณฑ์การประเมินผล การแปลความหมายค่าเฉลี่ยใช้เกณฑ์ ค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 4.50 – 5.00 หมายถึง มากที่สุด ค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 3.50 – 4.49 หมายถึง มาก ค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 2.50 – 3.49 หมายถึง ปานกลาง ค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 1.50 – 2.49 หมายถึง น้อย ค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 1.00 – 1.49 หมายถึง น้อยที่สุด
19 บทที่4 การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ คณะผู้วิจัยได้ท าการวิเคราะห์ข้อมูลหลังจากที่ได้เก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม เรื่องปัจจับทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร 1.ตารางเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละ(Percentage) 2.ตารางค่าเฉลียเลขคณิต(Arithmetic mean) ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ตารางที่ 1 ตารางแสดงร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ้าแนกตามเพศ เพศ จ้านวน(คน) ร้อยละ ชาย 61 51 หญิง 59 49 รวม 120 100 ผลจากการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม เป็นเพศชาย จ านวน 61 คน คิดเป็นร้อยละ 51 เพศหญิง จ านวน 59 คน คิดเป็นร้อยละ 49
20 ตารางที่ 2 ตารางแสดงร้อยละชองผู้ตอบแบบสอบถามจ้านวนตามอายุ อายุ จ้านวน(คน) ร้อยละ ต่ ากว่า 20 ปี 18 15 21 - 30 ปี 47 39.17 31 - 40 ปี 42 35 41 - 50 ปี 9 7.50 51 - 60 ปี 3 2.50 61 ปีขึ้นไป 1 0.83 รวม 120 100 ผลจากการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีช่วงอายุ 21 - 30 ปี จ านวน 47 คนคิดเป็นร้อยละ 39.17 มากที่สุด รองลงมาคือช่วงอายุ 31 – 40 ปี จ านวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 35, ช่วงอายุ ต่ ากว่า 20 ปี จ านวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 15, ช่วงอายุ 41 – 50 ปี จ านวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 7.50, ช่วง อายุ 51 – 60 ปี จ านวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 2.50 และช่วงอายุ 61 ปีชึ้นไป จ านวน 1 คน คิดเป็นร้อย ละ 0.83 ตามล าดับ ตารางที่ 3 ตารางแสดงร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ้าแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา จ้านวน(คน) ร้อยละ ต่ ากว่าปริญญาตรี 32 26.66 ปริญญาตรี 68 56.68 สูงกว่าปริญญาตรี 20 16.66 อื่น ๆ โปรดระบุ รวม 120 100 ผลจากการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับการศึกษาต่ ากว่าปริญญาตรีจ านวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 26.66 มากที่สุด รองลงมารคือระดับปริญญาตรีจ านวน 68 คน คิดเป็นร้อยละ 56.68 และสูงกว่าปริญญาตรีจ านวน 20 คน คิดเป็นร้อยละ 16.66 ตามล าดับ
21 ตารางที่ 4 ตารางแสดงร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ้าแนกตามอาชีพ อาชีพ จ้านวน(คน) ร้อยละ รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 38 31.68 พนักงานบริษัทเอกชน 37 30.83 ธุรกิจส่วนตัว 19 15.83 แม่บ้าน 4 3.33 นักเรียน-นักศึกษา 21 17.5 อื่น ๆ 1 0.83 รวม 120 100 ผลจากการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามประกอบอาชีพรับราฃการ จ านวน 38 คน คิดเป็นร้อย ละ 31.68 มากที่สุด รองลงมาคือ พนักงานบริษัทเอกชน จ านวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 30.83, นักเรียน - นักศึกษา จ านวน 21 คน คิดเป็นร้อยละ 17.5, ธุรกิจส่วนตัว 19 คน คิดเป็นร้อยละ 15.83, แม่บ้าน จ านวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 3.33 และอื่นๆ จ านวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 0.83 ตามล าดับ ตารางที่ 5 ตารางแสดงร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจ้าแนกตามรายได้ต่อเดือน รายได้ต่อเดือน จ้านวน(คน) ร้อยละ ต่ ากว่า 5,000 บาท 14 11.66 5,001 – 10,000 บาท 12 10 10,001 – 20,000 บาท 63 52.52 20,001 – 30,000 บาท 26 21.66 30,001 - 40,000 บาท 3 2.50 40,001 บาทขึ้นไป 2 1.66 รวม 120 100 ผลจากการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีรายได้ต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท จ านวน 63 คน คิดเป็นร้อยละ 52.52 มากที่สุด รองลงมาคือ รายได้ 20,001 – 30,000 บาท จ านวน 26 คน คิดเป็น ร้อยละ 21.66 จ านวน 14 คน คิดเป็นร้อยละ 11.66 จ านวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 10 จ านวน 3 คน คิด เป็นร้อยละ 2.50 จ านวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 1.66 ตามล าดับ
22 ส่วนที่ 2 ปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อคงามพึงพอใจของผู้บริดภคที่มีต่อร้าน ขนมจีนน ้ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ้าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ตารางที่ 6 ตารางแสดงค่าลี่ยระดับความพึงพอใจ ปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึง พอใจผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน ้ายาเจ๊ แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ้าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ระดับความพึงพอใจ มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด ̃ ด้านผลิตภัณฑ์ 1. คุณภาพของวัตถุดิบที่น ามาใช้ 275 256 6 4.47 2. ความสะอาด และความสดใหม่ 265 252 12 4.40 3. รสชาติอาหาร 110 348 33 4.09 4. ความหลากหลายของเมนู 65 244 147 3.80 ด้านราคา 5. คุณภาพเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคา 275 220 27 4.35 6. ปริมาณเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคา 350 180 18 4.56 ด้านช่องทางการจัดจ้าหน่าย 7. สถานที่ตั้งของร้านสะดวกในการใช้บริการ 205 268 36 4.24 8. มีการวางขายหน้าร้าน 140 236 99 3.95 9. มีบริการจัดส่ง เช่น Line Man ,Grab ,FoodPanda 85 228 147 3.83 ด้านการส่งเสริมการตลาด 10. มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น เพจ facebook 75 208 159 3.68 รวม 4.13 จากตารางที่ 6 แสดงผลระดับความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาด วัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ในภาพรวมโดยมีค่าเฉลี่ย ระดับคว ามพึงพอใจที่ 4 .13 อยู่ใน ระดับม าก เมื่อพิจ า รณ าเป็น ร ายด้ านพบว่ า ผู้บ ริโภค มีความพึงพอใจมากที่สุดคือ ด้านราคา คือ ปริมาณเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคาโดยมีค่าเฉลี่ยระดับ ความพึงพอใจที่ 4.56 อยู่ในระดับที่มากที่สุด
23 บทที่ 5 บทสรุปผลการวิจัย อภิปรายผลการวิจัย และขัอเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง ปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยการเก็บ รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มประชากรในอ าเภอทุ่งครุ จ านวน 120 ราย เพื่อความถึงปัจจัยทางการตลาดและ ความพึงพอใจ สรุปได้ดังนี้ สรุปผลการวิจัย 1. ข้อมูลทั่วไป จากการศึกษาข้อมูลทั่วไปพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศชาย จ านวน 61 คนคิดเป็น ร้อยละ 51 อายุระหว่าง 21 – 30 ปี จ านวน 47 คน คิดเป็นร้อยละ 39.17 ระดับการศึกษาปริญญาตรี จ านวน 68 คน คิดเป็นร้อยละ 56.66 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับราชการ/รัฐวิสาหกิจ จ านวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 31.68 และมีรายได้ 10,001 - 20,000 บาท จ านวน 63 คน คิดเป็นร้อยละ 52.52 2. ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นรายได้จ าแนกได้ดังนี้ ด้านผลิตภัณฑ์พบว่า ผู้บริโภคมีความพึงพอใจเฉลี่ยรวม 4.19 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อที่ ผู้บริโภคพึ่งพอใจมากที่สุดคือเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบที่น ามาใช้ค่าเฉลี่ย 4.47 อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา คือ ความสะอาด และความสดใหม่ค่าเฉลี่ย 4.40 อยู่ในระดับมาก และรสชาติอาหารค่าเฉลี่ย 4.09 อยู่ในค่าเฉลี่ยที่มาก ด้านราคา พบว่า ผู้บริโภคมีความพึงพอใจเฉลี่ยรวม 4.45 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อที่ผู้บริโภคพึง พอใจมากคือเรื่องปริมาณเหมาะสมเมื่อเทียบกับราคา ค่าเฉลี่ย 4.56 อยู่ในระดับมากที่สุด และคุณภาพ เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคา ค่าเฉลี่ย 4.35 อยู่ในระดับมาก ด้านช่องทางการจัดจ้าหน่าย พบว่า ผู้บริโภคมีความพึงพอใจเฉลี่ยรวม 4.06 เมื่อพิจารณาเป็น รายข้อที่ผู้บริโภคพึงพอใจมากคือสถานที่ตั้งของร้านสะดวกในการใช้บริการ ค่าเฉลี่ย 4.24 อยู่ในระดับ มาก รองลงมาคือ มีการวางขายหน้าร้าน ค่าเฉลี่ย 3.95 อยู่ในระดับมาก และ มีบริการจัดส่ง ค่าเฉลี่ย 3.83 อยู่ในระดับมาก
24 ด้านการส่งเสริมการตลาด พบว่า ผู้บริโภคมีความพึงพอใจเฉลี่ยรวม 3.68 เมื่อพิจารณาเป็นราย ข้อที่ผู้บริโภคพึงพอใจมาก . มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น เพจ facebook ค่าเฉลี่ย 3.68 อยู่ในระดับมาก การอภิปราย ปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาด วัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานครโดยวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาปัจจัย ทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชา อุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร 2. เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีน น้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร พบว่า ผู้ตอบ แบบสอบถามเป็นเพศ ชาย จ านวน 61 คน คิดเป็นร้อยละ 51 อายุระหว่าง 21 - 30 ปีจ านวน 47 คิดเป็นร้อยละ 39.17 ระดับปริญญาตรีจ านวน 68 คิดเป็นร้อยละ 56.68 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับ ราชการ/รัฐวิสาหกิจ จ านวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 31.68 และมีรายได้ต่อเดือน 10,001 – 20,000 บาท จ านวน 63 คน คิดเป็นร้อยละ 52.52 ผลระดับความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน้ ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ในภาพรวมโดยมีค่าเฉลี่ยระดับ ความพึงพอใจที่ 4.13 อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ผู้บริโภคมีความพึงพอใจมากคือ ด้านราคา คือ ปริมาณเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคาโดยมีค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจที่ 4.56 อยู่ใน ระดับมากที่สุด สอดคล้องกับ ธิณศรภักษ ศิริกุล และคณะ (2561) “กรรมวิธีการผลิตน้ ายาขนมจีน”และ กรรมวิธีการ ผลิตน้ ายาขนมจีนและให้ความส าคัญกับการพัฒนาขนมจีน
25 ข้อเสนอแนะ 1. หาวิธีการประหยัดต้นทุนของวัตถุดิบให้ได้มากที่สุด
26 บรรณานุกรม ศิริวรรณ เสรีรัต (2541) ความหมายและองค์ประกอบของส่วนประสมการตลาด สืบหาข้อมูล วันที่ 7 พฤษภาคม 2566 http://academic.udru.ac.th/~samawan/content/02maketingMix.pdf Kotler and Armstrong (2545) แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ สืบหาข้อมูล วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ทฤษฎีความพึงพอใจ แนวคิดทฤษฎีความพึงพอใจ ความหมาย Satisfaction (novabizz.com) ธิณศรภักษ ศิริกุล และคณะ (2561) กรรมวิธีการผลิตน้ ายาขนมจีน สือหาข้อมูล วันที่ 6 มิถุนายน 2566 file:///C:/Users/STORMBOOK/Downloads/6%20(1).pdf
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก แบบสอบถาม
แบบสอบถาม เรื่อง ปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ขนมจีนน ้ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ้าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ค้าชี แจง : แบบสอบถามชุดนี้จัดท าขึ้นเพื่อศึกษาปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของ ผู้บ ริโภคที่มีต่อ ร้ านขนมจีนน้ าย าเจ๊แม ว ตล าด วัดทุ่งค รุ ป ร ะช าอุทิศ 107 อ าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานครเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลในการท าวิจัยของนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาการตลาดวิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ กรุณาใส่เครื่องหมาย √ ลงใน ที่ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม 1. เพศ ชาย หญิง 2. อายุ ต่ ากว่า 20 ปี 21-30 ปี 31-40 ปี 41-50 ปี 51-60 ปี 61 ปีขึ้นไป 3. การศึกษา ต่ ากว่าปริญญาตรี ปริญญาตรี สูงกว่าปริญญาตรี อื่นๆ โปรดระบุ………….. 4. อาชีพ รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทเอกชน ธุรกิจส่วนตัว แม่บ้าน นักเรียนนักศึกษา อื่นๆ โปรดระบุ…………… 5. รายได้ต่อเดือน ต่ ากว่า 5,000 บาท 5,001 - 10,000 บาท 10,001 - 20,000 บาท 20,001 - 30,000 บาท 30,001 - 40,000 บาท 40,001 บาทขึ้นไป
ส่วนที่ 2 ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัย ท า งก า รตล าดที่ส่ งผลต่อคว ามพึ งพอใจ ของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีนน ้ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ้าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อความพึงพอใจผู้บริโภคที่มีต่อร้าน ขนมจีนน ้ายาเจ๊แมวตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ้าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ระดับความพึงพอใจ มาก ที่สุด มาก ปาน กลาง น้อย น้อย ที่สุด ด้านผลิตภัณฑ์ 1. คุณภาพของวัตถุดิบที่น ามาใช้ 2. ความสะอาด และความสดใหม่ 3. รสชาติอาหาร 4. ความหลากหลายของเมนู ด้านราคา 5. คุณภาพเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคา 6. ปริมาณเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคา ด้านช่องทางการจัดจ้าหน่าย 7. สถานที่ตั้งของร้านสะดวกในการใช้บริการ 8. มีการวางขายหน้าร้าน 9. มีบริการจัดส่ง เช่น Line Man ,Grab ,FoodPanda ด้านการส่งเสริมการตลาด 10. มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น เพจ facebook ขอขอบพระคุณทุกท่านที่สละเวลาในการกรอกแบบสอบถาม
ภาคผนวก ข รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ
รายชื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบค่าดัชนีความสอดคล้อง 1. นางสาววลัยลักษณ์ สุขวิโรจน์ ผู้อ านวยการ 2. นางรุ่งรัตน์ สุคนธพันธุ์ รองผู้อ านวยการฝ่ายวิชาการ 3. นางสาวธมลวรรณ สมสุข อาจารย์ประจ าสาขาการตลาด
ภาคผนวก ค การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC)
การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบสอบถาม ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผล ต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีน น ้ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ้าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เกณฑ์การพิจารณาของ ผู้เชี่ยวชาญ รวม 1 0 -1 ด้านผลิตภัณฑ์ 1. คุณภาพของวัตถุดิบที่น ามาใช้ 2. ความสะอาด และความสดใหม่ 3. รสชาติอาหาร 4. ความหลากหลายของเมนู ด้านราคา 5. คุณภาพเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคา 6. ปริมาณเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคา ด้านช่องทางการจัดจ้าหน่าย 7. สถานที่ตั้งของร้านสะดวกในการใช้บริการ 8. มีการวางขายหน้าร้าน 9. มีบ ริ ก า ร จั ด ส่ง เ ช่น Line Man ,Grab ,FoodPanda ด้านการส่งเสริมการตลาด 10. มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น เพจ facebook นางสาววลัยลักษณ์ สุขวิโรจน์ ผู้อ านวยการ
การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบสอบถาม ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อ ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีน น ้ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ้าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เกณฑ์การพิจารณาของ ผู้เชี่ยวชาญ รวม 1 0 -1 ด้านผลิตภัณฑ์ 1. คุณภาพของวัตถุดิบที่น ามาใช้ 2. ความสะอาด และความสดใหม่ 3. รสชาติอาหาร 4. ความหลากหลายของเมนู ด้านราคา 5. คุณภาพเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคา 6. ปริมาณเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคา ด้านช่องทางการจัดจ้าหน่าย 7. สถานที่ตั้งของร้านสะดวกในการใช้บริการ 8. มีการวางขายหน้าร้าน 9. มีบ ริ ก า ร จั ด ส่ง เ ช่ น Line Man ,Grab ,FoodPanda ด้านการส่งเสริมการตลาด 10. มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น เพจ facebook นางรุ่งรัตน์ สุคนธพันธุ์ รองผู้อ านวยการฝ่ายวิชาการ
การหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบสอบถาม ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยทางการตลาดที่ส่งผลต่อ ความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อร้านขนมจีน น ้ายาเจ๊แมว ตลาดวัดทุ่งครุ ประชาอุทิศ 107 อ้าเภอทุ่งครุ จังหวัดกรุงเทพมหานคร เกณฑ์การพิจารณาของ ผู้เชี่ยวชาญ รวม 1 0 -1 ด้านผลิตภัณฑ์ 1. คุณภาพของวัตถุดิบที่น ามาใช้ 2. ความสะอาด และความสดใหม่ 3. รสชาติอาหาร 4. ความหลากหลายของเมนู ด้านราคา 5. คุณภาพเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคา 6. ปริมาณเหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับราคา ด้านช่องทางการจัดจ้าหน่าย 7. สถานที่ตั้งของร้านสะดวกในการใช้บริการ 8. มีการวางขายหน้าร้าน 9. มีบ ริ ก า ร จั ด ส่ง เ ช่ น Line Man ,Grab ,FoodPanda ด้านการส่งเสริมการตลาด 10. มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น เพจ facebook นางสาวธมลวรรณ สมสุข อาจารย์ประจ าสาขาการตลาด
ภาคผนวก ง ประวัติผู้ท้าวิจัย
ประวัติผู้ท้าวิจัย ชื่อ – นามสกุล นายฐินภัตชนัจศน อรญพรปพล วัน เดือน ปี เกิด 20 พฤษภาคม 2546 จังหวัด สมุทรปราการ วุฒิการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สถานศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ ปี พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ก าลังศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง สาขาวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ เบอร์ติดต่อ 091-914-5917
ประวัติผู้ท้าวิจัย ชื่อ – นามสกุล นายธนพร ตั้งวิษณุสรรค์ วัน เดือน ปี เกิด 26 กันยายน 2544 จังหวัด กรุงเทพมหานคร วุฒิการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สถานศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ ปี พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ก าลังศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง สาขาวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ เบอร์ติดต่อ 097- 887-5588
ประวัติผู้ท้าวิจัย ชื่อ – นามสกุล นางสาวสาธิดา จ าปามูล วัน เดือน ปี เกิด 6 ธันวาคม 2545 จังหวัด กรุงเทพมหานคร วุฒิการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สถานศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ ปี พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ก าลังศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง สาขาวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ เบอร์ติดต่อ 097-106-2590
ประวัติผู้ท้าวิจัย ชื่อ – นามสกุล นายดนุสรณ์ สุพมะณี วัน เดือน ปี เกิด 13 กุมภาพันธ์ 2540 จังหวัด กรุงเทพมหานคร วุฒิการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สถานศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ ปี พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ก าลังศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง สาขาวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ เบอร์ติดต่อ 062-889-7474
ประวัติผู้ท้าวิจัย ชื่อ – นามสกุล นางสาวจุฬารัตน์ ชลตรโชจนาคิน วัน เดือน ปี เกิด 25 พฤษภาคม 2545 จังหวัด กรุงเทพมหานคร วุฒิการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สถานศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ ปี พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ก าลังศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง สาขาวิชาการตลาด วิทยาลัยเทคโนโลยีสารสาสน์ เบอร์ติดต่อ 092-025-5082