บุคคลสำ คัญในนาฏศิลป์ไป์ ทย ครูลมุล ยมะคุปต์ นาย อภิวิชญื สุขไชย ม.6//16 เลขที่ 32
08 ประวัติ วั ติ ประวัติ : นางลมุล ยมะคุปต์ หรืออีกชื่อหนึ่งที่บรรดา ศิษย์ทั้งหลายจะขนานนามให้ท่านด้วยความ เคารพ รักอย่างยิ่งว่า “คุณแม่ลมุล” เป็นธิดาของร้อยโท นายแพทย์จีน อัญธัญภาติ กับ นางคำ มอย อัญธัญ ภาติ (เชื้อ อินต๊ะ) เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2448 ณ จังหวัดน่าน ในขณะที่บิดาขึ้นไป ราชการสงครามปราบกบฏเงี้ยว (กบฏ จ.ศ.1264 ปี ขาล พ.ศ. 2445) ในการคิดค้นท่ารำ นั้น บางท่ารำ ครูลมุลสามารถ นำ เอาท่ารำ ของนาฏศิลป์เพื่อนบ้านมาดัดแปลง ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ได้อย่างแนบเนียนกลมกลืน ซึ่ง เป็นแนวคิดและกลวิธีที่ครูนาฏศิลป์ในรุ่นต่อๆ มา ได้นำ มาใช้เป็นแบบอย่าง นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้ร่างหลักสูตรให้แก่ วิทยาลัยนาฏศิลป ซึ่งนับว่าท่านเป็นครูนาฏศิลป์ คนแรกในการวางหลักสูตรการเรียนการสอน นาฏศิลป์ไทย ทำ ให้การเรียนนาฏศิลป์มีระบบ มี ขั้นตอนใน การฝึกหัด นับเป็นมรดกทาง วัฒนธรรมอันล้ำ ค่าที่ท่านฝากไว้แก่แผ่นดิน
05 ขณะที่ย้ายออกจากวังสวนกุหลาย มาอยู่ในวัง เพชรบูรณ์นั้น ท่านได้เติบโตมากแล้วชีวิตในวัง เพชรบูรณ์เปลี่ยนแปลงไปจากชีวิตในวังสวนกุหลาบ หลายประการทั้งนี้เนื่องจาก ทูลกระหม่อมเจ้าจุฑาธุช ทรงมีพระประสงค์ที่จะให้พวกละครมีความรู้ความ สามารถที่จะออกไปเป็นแม่บ้านที่ดีมิใช่เพียงแต่รำ ละคร ได้เท่านั้น ครั้งแรกที่เข้าไปรับสนองพระกรุณาอยู่นั้น ตำ หนักที่ประทับเพิ่งจะเริ่มลงมือก่อสร้าง ทูลกระ หม่อมฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกเรือนกินนร รำ ประทานให้เป็นที่อยู่ของพวกละคร เรือนกินนรรำ นี้ ตั้งชื่อตามเพลงหน้าพาทย์เพลงหนึ่ง และมีสิ่งก่อสร้าง อีกหลายอย่างที่ทรงตั้งชื่อหน้าพาทย์หรือเพลงต่างๆ ภายหลังในเรือนกินนรรำ แบ่งออกเป็นห้องเล็กๆ เพื่อ ให้บรรดานางละครพักอาศัย ห้องละครมีอุปกรณ์พร้อม สิ้นทุกอย่าง เปรียบได้กับหอพักในปัจจุบัน และที่สำ คัญ คือทุกห้องจะมีที่ประดิษฐานภาพพระพุทธรูป ภาพศีรษะ พระภรตฤษี พร้อมทั้งคำ นมัสการเพื่อให้พวกละครได้ บูชากราบไหว้ คำ นมัสการได้นำ มาถ่ายทอดให้กับศิษย์ หลายคน ซึ่งเป็นครูอยู่ในวิทยาลัยนาฏศิลป์ ชีวิตประจำ วันในวังเพชรบูรณ์ เริ่มด้วยในตอนเช้าตรู่ ทุกๆวัน พวกละครซึ่งมีหัวหน้าควบคุม 4 ท่าน จัดแบ่ง เป็นหมู่ มีสมาชิกหมู่ละ 30 คน ในแต่ละวัน 2 หมู่ จะผลัดกันควบคุมสมาชิกไปเก็บ ดอกไม้ (ดอกพุทธชาด) แล้วนำ มาร้อยกรองเป็นพวง มาลัย วันละ 2 พวง เพื่อนำ ขึ้นไปทูลเกล้าฯ ถวายทูล
05 กระหม่อมฯทั้งนี้เป็นพระประสงค์ที่จะหัดให้พวกละครได้ทำ การ ฝีมือ หลังจากนั้นพวกละครรุ่นใหญ่ จะฝึกหักการรำ เพลงช้า เพลงเร็วให้กับละครรุ่นน้อง เพื่อฝึกหัดการเป็นครูเสร็จสิ้น การ สอนละครรุ่นใหญ่ จะลงฝึกซ้อมการแสดงจากบรรดาท่านครู ผู้ใหญ่ เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมถึงเวลาพัก พวกละครจะออกไป ฝึกหัดการเรือนกับบรรดาข้าหลวงห้องเครื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ สมัครใจที่จะฝึกเครื่องคาว เพราะมีโอกาสได้ออกนอกบริเวณ คุณครูลมุล ก็เป็นผู้หนึ่งที่สมัครใจที่จะไปฝึกการปรุงเครื่อง คาว คุณครูเฉลยท่าเดียวเท่านั้นที่สมัครใจฝึกปรุงเครื่องหวาน ซึ่งไม่มีโอกาสได้ออกนอกบริเวณ ในบางครั้งทูลกระหม่อมฯ จะ โปรดให้พวกละครหัดตัดเย็บเสื้อผ้า และเครื่องนุ่งห่มแบบง่ายๆ เช่น สนับเพลาจีน ก็โปรดให้พวกละครเป็นผู้ตัดเย็บถวาย โดย อยู่ในความดูแลของคุณนางข้าหลวง ชีวิตในวังระยะนั้น พวกละครเห็นว่าน่าเบื่อหน่าย เพราะมีงานที่ ต้องทำ อยู่ตลอดเวลาครั้งเมื่อเติบโตมีครอบครัวแล้ว จึง ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นที่สุดมิได้ การแสดงละครใน วังเพชรบูรณ์ ก็ดำ เนินไปตามปกติ เช่นเดียวกับวังสวนกุหลาบ คือ มีการซ้อมเข้าเรื่องในตอนกลางคืนทุกวัน สับเปลี่ยนไป ตามพระประสงค์ว่าจะให้ซ้อมเรื่องใด ตอนใด โดยเฉพาะละคร ดึกดำ บรรพ์นั้นโปรดเป็นพิเศษ ได้แสดงหลายครั้ง และควบคุม อย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องฉาก แสดงสี แม้เรื่องการแต่งตัวละครทุก ครั้งจะทรงด้วยพระองค์เอง และอีกอย่างหนึ่งที่ควรกล่าวถึงก็ คือ ทรงโปรดให้พวกละครทุกคนหัดตีฆ้องใหญ่เพื่อฝึกให้มี ความเข้าใจเรื่องทำ นองเพลง และจังหวะ อันเป็นคุณประโยชน์ อย่างมาก กิจการละครในสำ นักวังเพชรบูรณ์ดำ เนินไปด้วย ความราบรื่นระยะเวลาอันสั้น เพียง 3 – 4 ขณะที่ น.ส. ลมุล มีอายุได้ประมาณ 20 ปี ทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าจุฑาธุชก็ สิ้นพระชนม์ ชีวิตละครที่เคยสุขสบายมาโดยตลอดก็กับวูบลง ทันที เปรียบเหมือนแพแตกต่างคนก็ต่างแยกย้ายออกจากวัง กลับไปอยู่กับญาติมิตรตามเดิม
04 ผลงาน ผลงานด้านการแสดง ผลงานด้านการประดิษฐ์ท่ารำ ท่านแสดงเป็นตัวเอกเกือบทุกเรื่อง เพราะมีฝีมือเป็นเยี่ยม บทบาทที่ท่าน เคยแสดง เช่น พระสังข์ เขยเล็ก เจ้าเงาะ ฮเนา ซมพลา พระวิษณุกรรม พระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สุดสาคร อุศเรน อิเหนา สียะตรา วิหยาสะกำ อุณรุท พระราม พระลอ พระมงกุฎ อินทรชิต พระนารายณ์ พระคเณศ สมิงพระราม พระไวย พลายบัว พระพันวษา ที่ประดิษฐ์ให้กรมศิลปากรในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เช่น รำ แม่บทใหญ่ รำ ซัดชาตรี รำ วงมาตรฐาน รำ เถิดเทิง รำ กิ่งไม้เงินทอง ระบำ กลอง ระบำ ฉิ่ง ระบำ นกยูง ระบำ กฤดาภินิ หาร ระบำ ชุมนุมเผ่า ไทย ระบำ อธิษฐาน ระบำ ในน้ำ มีปลา ระบำ ระฆัง ระบำ นกสามหมู่ ระบำ เชิญพระขวัญ ฟ้อฟ้นเงี้ยว ฟ้อฟ้นเล็บ ฟ้อฟ้นเทียน ฟ้อฟ้นม่านมุ้ย เชียงตา ฟ้อฟ้นแพน ฟ้อฟ้นแคน เซิ้งสราญ เซิ้งสัมพันธ์ เป็นต้น