มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 2
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
๑. ความหมายของกฎหมาย
ความหมายของกฎหมาย
กฎหมาย คือ ข้อบงั คับของรฐั กฎหมายจึงต้องมสี ภาพบังคับและมีบทลงโทษ
แก่ผู้ท่ีฝา่ ฝืนเพอ่ื เปน็ เครอื่ งมอื ในการจดั ระเบยี บและควบคุมสังคม
จุ ด เ ด่ น ป ร ะ ก า ร ห น่ึ ง ข อ ง ก ฎ ห ม า ย คื อ ต้ อ ง เป็ น ข้ อ บั ง คั บ ข อ ง “ รั ฐ ”
โ ด ย ผู้ มี อ า น า จ สู ง สุ ด ใ น ก า ร ต ร า ก ฎ ห ม า ย คื อ รัฐ ส ภ า ห รือ ฝ่ า ย นิ ติ บัญ ญั ติ ด้ ว ย เห ตุ น้ี
หากลักษณะของคาส่ังหรอื ขอ้ บงั คับนั้นมใิ ช่ของรฐั ก็จะไมถ่ ือวา่ เป็นกฎหมาย เชน่
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
ประชาชนทุกคนควรรู้เกี่ยวกับกฎหมาย รู้หน้าท่ีของตนเองที่จะต้องปฏิบัติตาม
กฎหมายและรูก้ ระบวนการตรากฎหมาย ดังนี้
พระราชบญั ญตั ิ
เป็นกฎหมายที่กาหนดกฎเกณฑ์ข้อบังคับท่ีมีเนื้อหาเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งบังคับโดย
เฉพาะเจาะจงกับบุคคลใดบุคคลหน่ึงหรือกรณีใดกรณีหน่ึง เป็นกฎหมายที่ตราข้ึนโดย
ฝา่ ยนิติบญั ญตั ิ คือ รฐั สภา ซ่งึ มอี านาจหน้าที่ในการตรากฎหมายโดยตรง
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
พระราชบัญญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ
เป็นกฎหมายที่แตกต่างจากพระราชบัญญัติตรงท่ีกฎหมายน้ีจะเป็นกฎหมายเฉพาะ
เรื่องตามท่ีรัฐธรรมนู ญกาหนดไว้เท่าน้ั น เช่น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนู ญ
ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนู ญ
วา่ ด้วยคณะกรรมการสิทธมิ นุษยชนแห่งชาติ
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
พระราชกาหนด
เป็นกฎหมายท่ีออกมาใช้บังคับเฉพาะกรณีที่มีความจาเป็นเร่งด่วนตามที่กาหนดไว้
ในรัฐธรรมนูญ ได้แก่ เรื่องท่ีเกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศ หรือความปลอดภัย
สาธารณะ ความม่ันคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ หรือเป็น
เร่ืองท่ี เกี่ ยวกั บภาษี อากรหรือเงินตราซ่ึงต้ องพิจารณาโดยด่ วนและลับ เพ่ือรักษา
ผลประโยชน์ของแผ่นดิน
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
พระราชกฤษฎีกา
เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่พระมหากษั ตริย์ทรงตราข้ึน โดยอาศัยอานาจตาม
รัฐธรรมนูญพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติหรือพระราชกาหนด
โดยคาแนะนาของคณะรฐั มนตรเี พอ่ื ใช้ในการบรหิ ารราชการแผ่นดิน
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
๒. กระบวนการในการตรากฎหมาย
กระบวนการในการตรากฎหมาย หรือขั้นตอนในการตรากฎหมายโดยหลักการ
สาคัญ ๆ ของรัฐธรรมนูญทุกฉบับ การตราพระราชบัญญัติและพระราชบัญญัติประกอบ
รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ จ ะ เ ริ่ ม ตั้ ง แ ต่ ก า ร เ ส น อ ร่ า ง ก ฎ ห ม า ย ก า ร พิ จ า ร ณ า ข อ ง รั ฐ ส ภ า
เพ่ื อ ใ ห้ ค ว า ม เห็ น ช อ บ ก า ร น า ข้ึ น ทู ล เ ก ล้ า ฯ ถ ว า ย พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์ เพ่ื อ ท ร ง ล ง
พระปรมาภิไธยและการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพอื่ บงั คับใช้ต่อไป
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
๓. กฎหมายที่เก่ียวขอ้ งกับตนเองและครอบครัว
กฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกับตนเองเป็น
กฎหมายท่ีเกี่ยวกับตัวบุคคล เช่น กฎหมาย
เก่ียวกับความสามารถของผู้เยาว์ กฎหมาย
บั ต ร ป ร ะ จ า ตั ว ป ร ะ ช า ช น ส่ ว น ก ฎ ห ม า ย
เกี่ยวกับครอบครัวเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัว
แ ล ะ เค รือญ า ติ เ ช่ น ก า ร ห ม้ัน ก า ร ส ม ร ส
การรบั รองบุตร
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
๓.๑ กฎหมายเก่ียวกับความสามารถของผูเ้ ยาว์
ผู้เยาว์ หมายถึง บุคคลท่ียังไม่บรรลุนิ ติภาวะ ดังน้ั น การบรรลุนิ ติภาวะ
จงึ เป็นการพน้ จากสภาพการเปน็ ผู้เยาวซ์ ่งึ จะมไี ด้ ๒ กรณี คือ
๑) เมอ่ื อายุครบ ๒๐ ปีบรบิ ูรณ์ เรยี กวา่ เป็นการบรรลนุ ิติภาวะโดยอายุ
๒) เม่ืออายุยังไม่ครบ ๒๐ ปีบรบิ ูรณ์ แต่ได้ทาการสมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
กล่าวคือการสมรสเมื่อชาย-หญิงมีอายุครบ ๑๗ ปีบริบูรณ์ โดยจดทะเบียนสมรสตาม
กฎหมาย และบิดามารดาหรอื ผู้ปกครองของทั้งสองฝ่ายให้ความยินยอมหรือเมื่อศาล
อนุญาตให้ทาการสมรสน้ันก่อนได้
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
๓.๒ กฎหมายบัตรประจาตัวประชาชน
บุคคลที่ต้องทาบัตรประจาตัวประชาชน คือ ผู้มีสั ญชาติไทย ซ่ึงมีอายุ
ต้ังแต่ ๗ ปบี รบิ ูรณ์แต่ไมเ่ กิน ๗๐ ปบี รบิ ูรณ์ และมชี อื่ อยูใ่ นทะเบยี นบา้ น
บุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจาตัวประชาชน ได้แก่ ผู้ท่ีได้รับ
การยกเว้นตามกฎหมาย เช่น ผู้ที่มีอายุเกิน ๗๐ ปี ภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช
ผู้มีร่างกายพิการเดินไม่ได้ เป็นใบ้ ตาบอดทั้งสองข้าง จิตฟ่ ันเฟือนไม่สมประกอบ
ผูอ้ ยู่ ในที่คุมขงั โดยชอบด้วยกฎหมาย
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
๓.๒ กฎหมายบตั รประจาตัวประชาชน
การทาบตั รประจาตัวประชาชนเมือ่ อายุครบ ๗ ปีบรบิ ูรณ์
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
๓.๓ กฎหมายแพง่ เก่ียวกับครอบครัว
๑) การหม้นั
ก า ร ห มั้ น คื อ ก า ร ที่ ฝ่ า ย ช า ย - ห ญิ ง สั ญ ญ า ต ก ล ง กั น ว่ า จ ะ ท า ก า ร ส ม ร ส
ต า ม ก ฎ ห ม า ย ต่ อ ไ ป แ ต่ ก ฎ ห ม า ย มิ ไ ด้ บั ง คั บ ว่ า จ ะ ต้ อ ง ท า สั ญ ญ า ห มั้ น ก่ อ น
จดทะเบียนสมรส การทาสัญญาหม้ันจึงใช้เป็นข้อผูกมัดในการบังคับการสมรสมิได้
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
๓.๓ กฎหมายแพ่งเกี่ยวกับครอบครัว
๒) การสมรส
การสมรส คือ การที่ฝ่ายชาย-หญิง
ต ก ล ง กั น ว่ า จ ะ อ ยู่ กิ น ฉั น ส า มีภ ร ร ย า โ ด ย
การ จดทะ เบีย น ส มร ส เพ่ือให้ เป็ น ส ามี
ภรรยาท่ีชอบด้วยกฎหมาย
การสมรสท่ีสมบูรณ์ตามกฎหมาย
ชายและหญงิ ต้องมอี ายุครบ ๑๗ ปีบรบิ ูรณ์ทั้งคู่
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
๓.๓ กฎหมายแพ่งเกี่ยวกับครอบครัว
๓) การรับรองบุตร
ตามหลักกฎหมายการรับรองบุตร บุตรที่คลอดจากหญิงใดย่อมเป็นบุตรชอบ
ด้วยกฎหมายของหญิงน้ันเสมอ หมายความว่า บุตรจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
ของมารดาเสมอ
ดังน้ั น บุตรจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา ก็ต่อเมื่อบุตรนั้ น
เ กิ ด ร ะ ห ว่ า ง ก า ร ส ม ร ส ห รื อ ภ า ย ใ น ๓ ๑ ๐ วั น นั บ แ ต่ วั น ท่ี ก า ร ส ม ร ส ส้ิ น สุ ด ล ง
ให้สันนิษฐานไวก้ ่อนวา่ เปน็ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของอดีตสามี
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
๓.๓ กฎหมายแพ่งเก่ียวกับครอบครัว
๔) การรับบุตรบุญธรรม
การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเม่ือมีการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม โดย
ผูร้ บั บุตรบุญธรรมนั้นอาจจะยังไมม่ คี ู่สมรสหรอื มคี ู่สมรสแล้วก็ได้ โดย
ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ากว่า ๒๕ ปี และมีอายุมากกว่าบุตรบุญธรรม
อยา่ งน้อย ๑๕ ปี (โดยที่มไิ ด้กาหนดอายุของบุตรบุญธรรมไว้)
ต้องได้รับความยินยอมจากท้ังบุตรบุญธรรมเอง บิดามารดาของบุตรบุญธรรม
(หากบุตรบุญธรรมเป็นผูเ้ ยาว์) คู่สมรสของทั้งผู้รบั บุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรม
ก าร เลิ ก รับบุ ตร บุ ญ ธ ร ร ม ส า ม า ร ถ ก ร ะ ทา ได้ โด ย บุ ตร บุ ญ ธ ร ร ม กั บผู้ รับ
บุตรบุญธรรมตกลงเลิกรับบุตรบุญธรรม บุตรบุญธรรมสมรสกับผู้รับบุตรบุญธรรม
ผู้รบั บุตรบุญธรรมหรอื บุตรบุญธรรมฟ้องเลิกการรบั บุตรบุญธรรม
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
๔. กฎหมายท่ีเก่ียวกับชุมชนและประเทศโดยสังเขป
๔.๑ กฎหมายอนุรักษ์ธรรมชาติ
ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติได้ถูกทาลายและเส่ือมโทรมไปมาก สาเหตุสาคัญ
เนื่องมาจากกิจกรรมการดาเนินชีวิตของมนุษย์ เช่น การบุกรุกป่าเพ่ือใช้ที่ดินทามาหากิน
การลักลอบตัดไม้ รวมท้ังภัยธรรมชาติที่นับวนั จะรุนแรงมากข้ึน จากสภาพปัญหาดังกล่าว
จงึ ได้มกี ารออกกฎหมายต่าง ๆ เพอ่ื การอนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ กฎหมายท่ีควรเรยี นรู้
ดังน้ี
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
๔. กฎหมายที่เกี่ยวกับชุมชนและประเทศโดยสังเขป
๔.๑ กฎหมายอนุรักษ์ธรรมชาติ
๑) พระราชบญั ญัติปา่ ไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๒๕
และแก้ไขเพ่ิมเติมโดยคาสั่ งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติท่ี ๓๑/๒๕๕๙ เรื่อง
การแก้ไขเพมิ่ เติมกฎหมายว่าด้วยปา่ ไม้
๒) พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ และพระราชกาหนดแก้ไข
เพมิ่ เติม พ.ศ. ๒๕๓๒
๓) พระราชบัญญัติปา่ สงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๗ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ๔)
พ.ศ. ๒๕๕๙
๔) พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสั ตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ และแก้ไขเพ่ิมเติม
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๗
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
๔.๒ กฎหมายเก่ียวกับภาษีอากร
ภาษี อากร คือ เงินได้ที่รัฐจัดเก็บจากประชาชน เพ่ือนาไป ใช้จ่ายในการพัฒนา
ประเทศในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น สร้างถนน การจัดการศึกษา
การปอ้ งกันประเทศ ประชาชนจงึ มหี น้าที่ต้องเสียภาษีตามท่ีรฐั ธรรมนูญกาหนด
ก ฎ ห ม า ย ที่ รั ฐ ใ ช้ ใ น ก า ร เรี ย ก เ ก็ บ ภ า ษี คื อ ป ร ะ ม ว ล รั ษ ฎ า ก ร ภ า ษี อ า ก ร
แบง่ เปน็ ๒ ประเภท ได้แก่
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
๔.๓ กฎหมายแรงงาน แรงงานเปน็ กาลังสาคัญ
ในการผลิตสินค้า
ก ฎ ห ม า ย ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ แร ง ง า น มี ห ล า ย
ป ร ะ เ ภ ท เ ช่ น พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ คุ้ ม ค ร อ ง แร ง ง า น
พระราชบัญญัติแรงงานสั มพันธ์ พระราชบัญญัติ
ประกันสังคม ในท่ีนี้จะเสนอเฉพาะพระราชบัญญัติ
คุ้ ม ค ร อ ง แร ง ง า น ซ่ึ ง บั ญ ญั ติ ถึ ง สิ ท ธิ แ ล ะ ห น้ า ท่ี ท่ี
นายจ้างและลูกจ้างพึงปฏิบัติต่อกัน เพื่อความเป็น
ธรรมต่อทกุ ฝา่ ย
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
พระราชบัญญัติค้มุ ครองแรงงาน
พระราชบญั ญัติค้มุ ครองแรงงาน มสี าระสาคัญดังนี้
๑) บทบญั ญัติเกี่ยวกับแรงงานทั่วไป เช่น
ใน ๑ วัน เวลาทางานต้องไม่เกิน ๘ ชั่วโมง และเมื่อรวมเวลาทางานท้ังสัปดาห์
ต้องไมเ่ กิน ๔๘ ชว่ั โมง โดยไมร่ วมเวลาพกั
ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทางานล่วงเวลา คือ การทางานเกินเวลาปกติ
ท่ีเรยี กวา่ (OT) Overtime เวน้ แต่ลกู จา้ งจะยนิ ยอมเปน็ กรณีนั้น ๆ ไป โดยนายจา้ งต้องจา่ ย
ค่าล่วงเวลาให้ลูกจ้างไม่น้ อยกว่า ๑.๕ เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันธรรมดา
และไม่น้อยกว่า ๓ เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันหยุด เช่น นักเรียนทางานปกติได้
ช่ัวโมงละ ๕๐ บาท หากนั กเรียนทางานล่วงเวลาในวันธรรมดานั กเรียนจะต้องได้
ค่าล่วงเวลาไมน่ ้อยกวา่ ๗๕ บาท และไมน่ ้อยกวา่ ๑๕๐ บาทในวนั หยุด
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
พระราชบัญญัติค้มุ ครองแรงงาน
นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจาสัปดาห์อย่างน้อย ๑ วันโดยไม่จาเป็น
ต้องเป็นวนั อาทิตย์ วนั หยุดพกั ผอ่ นประจาปีไมน่ ้อยกวา่ ๖ วนั ทางานต่อปี และวนั หยุดตาม
ประเพณี อย่างน้อย ๑๓ วนั รวมวนั แรงงานแห่งชาติ (๑ พฤษภาคม) ด้วย
ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทางานในวันหยุด เว้นแต่ลูกจ้างจะยินยอมเป็นกรณี
น้ั น ๆ ไป โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าทางานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างไม่น้ อยกว่า ๒ เท่า
ของอตั ราค่าจา้ งต่อชว่ั โมงในวนั ทางาน สาหรบั ลกู จา้ งท่ีไมม่ สี ิทธไิ ด้รบั ค่าจา้ งในวนั หยุด
หากลาป่วยตามจานวนวันที่ป่วยจริงจะได้ค่าจ้างไม่เกิน ๓๐ วัน หากลาเพื่อ
คลอดบุตรซ่ึงจะลาได้ไม่เกิน ๙๘ วัน โดยนับรวมวันหยุดระหว่างวันลาด้วย จะได้ค่าจ้างไม่
เกิน ๔๕ วนั
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
พระราชบญั ญัติค้มุ ครองแรงงาน
๒) บทบัญญัติเกี่ยวกับแรงงานเด็ก เชน่
ห้ามจา้ งเด็กอายุต่ากวา่ ๑๕ ปีเป็นลกู จา้ ง สาหรบั ลกู จา้ งเด็กท่ีมอี ายุต่ากวา่ ๑๘ ปี
ให้แจ้งพนักงานตรวจแรงงานภายใน ๑๕ วัน และแจ้งสิ้นสุดการจ้างภายใน ๗ วัน นับจาก
วนั ที่เด็กออกจากงาน
จดั ให้ลกู จา้ งเด็กมเี วลาพกั วนั หน่ึงไมน่ ้อยกวา่ ๑ ช่ัวโมง หลังจากทางานมาแล้วไม่
เกิน ๔ ชั่วโมง
ห้ามมิให้ลูกจ้างเด็กอายุต่ากว่า ๑๘ ปี ทางานระหว่าง ๒๒.๐๐ น. ถึง ๐๖.๐๐ น.
ทางานล่วงเวลา หรอื ทางานในวนั หยุด
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
พระราชบญั ญตั ิค้มุ ครองแรงงาน
ห้ามลูกจ้างเด็กอายุต่ากว่า ๑๘ ปี ทางานต่อไปนี้ คือ งานหลอม เป่า หล่อ รีด
ป้ ันโลหะงานเก่ียวกับความรอ้ น ความเย็น ความส่ันสะเทือน และแสงที่มีระดับแตกต่างจาก
ปกติตามที่กาหนดในกฎกระทรวง งานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย กัมมันตภาพรังสี จุลชีวัน
เป็นพษิ (ไวรสั แบคทีเรยี รา) งานเกี่ยวกับวตั ถุมพี ษิ วัตถุระเบดิ วตั ถุไวไฟ ขับรถยกรถป้ ันจ่ัน
งานใช้เคร่ืองยนต์ ทาความสะอาดเครื่องจักรเครื่องยนต์ที่กาลังทางาน งานท่ีต้องทาใต้ดิน
ใต้น้า ในถ้า อโุ มงค์ ปล่องในภเู ขา หรอื นั่งรา้ นท่ีสูงกวา่ พนื้ ดิน ๑๐ เมตรข้ึนไป
ห้ามลกู จา้ งเด็กอายุต่ากวา่ ๑๘ ปีทางานในโรงฆ่าสัตว์ สถานท่ีเล่นการพนัน สถาน
บรกิ าร
ให้ลูกจ้างเด็กอายุต่ากว่า ๑๘ ปีมีสิทธิลาเพื่อเข้าประชุม สัมมนา รับการอบรม
เพอื่ พฒั นาคณุ ภาพชีวติ และการทางาน
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
พระราชบญั ญตั ิค้มุ ครองแรงงาน
๓) บทบญั ญัติเกี่ยวกับแรงงานหญิง เชน่
ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างหญิงทางานอย่างใดอย่างหน่ึง เช่น งานเหมอื งแร่ หรอื
งานก่อสรา้ ง เวน้ แต่งานน้ันไมเ่ ป็นอนั ตรายต่อสุขภาพหรอื รา่ งกายของลูกจา้ ง
ลูกจา้ งหญิงสามารถลาคลอดบุตรได้ตามที่กฎหมายกาหนด
ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ที่มี ใบรับรองแพทย์แสดงว่าไม่อาจทาหน้าท่ีเดิมต่อไปได้ ให้มี
สิทธขิ อเปลี่ยนงานชัว่ คราวได้
ห้ามนายจา้ งเลิกจา้ งลกู จา้ งหญงิ เพราะเหตมุ คี รรภ์
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
พระราชบญั ญตั ิค้มุ ครองแรงงาน
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
๔.๔ กฎหมายปกครอง
กฎหมายปกครอง เป็นกฎหมายว่าด้วยการดาเนินการปกครอง โดยกล่าวถึงการจัด
ระเบียบแห่งองค์การปกครอง ความเก่ียวพันระหว่างองค์การเหล่านี้ต่อกันและกันและความ
เก่ียวพนั ระหวา่ งองค์การเหล่าน้ีต่อราษฎรตามพระราชบญั ญตั ิวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙
ตัวอยา่ งกฎหมายปกครอง
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
พระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดิน พ.ศ. ๒๕๓๔
และแก้ ไขเพม่ิ เติม (ฉบบั ที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๓
พระราชบัญญัติระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดินมุ่งหวังให้การบรหิ ารราชการแผ่นดิน
ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน ให้การปฏิบัติภารกิจของรัฐมีประสิทธิภาพ ตลอดจน
กระจายอานาจการบรหิ าร ราชการและภารกิจให้แก่ท้องถ่ิน เช่น ด้านทรพั ยากร อานาจการ
ตั ด สิ น ใ จ ก า ร อ า น ว ย ค ว า ม ส ะ ด ว ก แ ล ะ ก า ร ส น อ ง ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ใ ห้ แ ก่ ป ร ะ ช า ช น
โดยให้หน่ วยงานรัฐใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี คานึ งถึงการมีส่ วนร่วมของ
ประชาชน และการเปดิ เผยข้อมูล
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน พ.ศ. ๒๕๓๔
และแก้ ไขเพ่มิ เติม (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๓
ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทยแบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ ระเบียบ
บริหารราชการส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการ
ส่วนท้องถ่ิน
๑) ระเบยี บบรหิ ารราชการส่วนกลาง ใช้หลักการรวมศูนยอ์ านาจในการปกครอง ได้แก่
กระทรวง ทบวง กรม
๒) ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค ใช้หลักการแบ่งอานาจจากส่วนกลางในการ
ปกครอง โดยส่วนกลางจะแต่งตั้งผู้มาดูแลจัดการส่วนภูมิภาค ได้แก่ จังหวัด อาเภอ ซ่ึงอยู่
ภายใต้การบงั คับบญั ชา ของรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔
และแก้ ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๓
๓) ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถ่ิน ใช้หลักการกระจายอานาจ ซ่ึงอยู่ภายใต้การ
กากับดแู ลของราชการส่วนกลางและส่วนภมู ภิ าค ได้แก่ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)
ต่าง ๆ คือ เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตาบล (อบต.)
การปกครองพเิ ศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและเมอื งพทั ยา
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒