31
กรองข้อร้องเรียนตามระดับขั้นความเร่งด่วน ความ
จาเป็น และความรุนแรงเป็น 2 ประเภท เรื่องที่ไม่
ยุ่งยากซับซ้อน เวลาในการดาเนินการ 30 วันทาการ
และเรื่องท่ียุ่งยากซับซ้อน 60-90 วันทาการในการยุติ
เร่ือง และแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องทันที
สรุปรายงานการจัดการเร่ืองร้องเรียนประจาเดือน
เสนออธิบดีและผู้บริหาร พร้อมทั้งมีการดาเนินการ
จัดการข้อร้องเรียน เสนอคณะกรรมการจัดการ
รูปที่ 3.7 ระบบจดั การเรอ่ื งร้องเรยี น กรม สบส. ข้อคิดเห็นและข้อร้องเรียนของกรมฯ พิจารณาส่ังการ
และมอบหมาย ให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องดาเนินการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนตามกรอบระยะเวลาท่ีกาหนด และนา
ข้อมูลสารสนเทศมาทบทวนออกแบบวิธีการทางานใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้าได้อีก ขยายผลยกระดับ
มาตรฐานการทางานทั่วทั้งองค์กร พร้อมท้ังมีการตอบสนองกลับต่อข้อร้องเรียนทันที และมีระบบติดตาม ขั้นตอน
ความคบื หนา้ ของเรือ่ งรอ้ งเรียน (tracking) ไดอ้ ย่างรวดเร็ว อานวยความ สะดวกให้กับประชาชนโดยใช้ระบบติดตาม
ผลการดาเนินงาน (E-Tracking) ผู้รับบริการสามารถติดตามสถานะของการจัดการข้อร้องเรียน เพ่ือให้เกิดความ
ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาจากข้อร้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและย่ังยืน เพื่อให้ม่ันใจได้ว่าปัญหาจากการ
ร้องเรียนจะไม่กลับมาสร้างความไม่พอใจหรือลดความพึงพอใจให้แก่ผู้รับบริการได้ ซึ่งในกรณีเร่ืองร้องเรียนมีการ
ระบุช่ือผู้ร้อง กรมฯจะรายงานผลให้ผู้ร้องทราบพร้อมแนบแบบประเมินความพึงพอใจไปด้วย โดยขอความร่วมมือผู้
ร้องตอบแบบประเมิน เพ่ือนาผลท่ีได้มาปรับปรุงกระบวนการทางานให้ดียิ่งข้ึน และนาผลไปใช้ในการพัฒนาและ
ปรับปรุงวิธีการสร้างความสัมพันธ์ท่ีสอดคล้องกับกระบวนงานหลักของกรมฯในแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีต่อไปใน
อนาคต เพ่ือเป็นแนวทางการเสริมสร้างความผูกพันของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดความพึงพอใจอย่าง
สงู สดุ และเปน็ ระบบอย่างย่ังยืน
กรม สบส. มีการจัดต้ังศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบริการสุขภาพ พิทักษ์สิทธิและคุ้มครองผู้บริโภค
ดา้ นระบบบรกิ ารสุขภาพอยา่ งครบวงจร สร้างความเชื่อม่ันให้กับผู้รับบริการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สื่อสาร สร้างความ
เข้าใจปัญหาข้อร้องเรียนของผู้รับบริการ การแก้ไขข้อร้องเรียน บูรณาการการทางานร่วมกับเครือข่ายในการ
คุ้มครองผู้บริโภค ได้แก่ สคบ. อย. ปปช. ค้นหาแนวทางการแก้ไขข้อร้องเรียนร่วมกัน เช่น นโยบาย “เจ็บปุวย
ฉุกเฉนิ วิกฤต มสี ทิ ธทิ ุกท่ี (UCEP)” กรมฯมีการบูรณาการร่วมกับ สพฉ. ในการตรวจสอบข้อร้องเรียนท่ีเกิดจากการ
รักษาพยาบาลกับโรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล กรมฯมีการปรับปรุงประกาศฯ ตามมาตรา 33
“แจ้งและคิดอัตราค่ารักษาพยาบาลในอัตราเหมาจ่าย” ครอบคลุม 2,952 รายการ การบังคับใช้มาตรการทาง
กฎหมายคุ้มครองผู้รับบริการ สื่อสารนโยบายสู่หน่วยบริการ เสริมสร้างความรอบรู้ประชาชนด้าน UCEP และ
พัฒนาศักยภาพเครือข่าย UCEP ระดับชุมชน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินท่ีมีคุณภาพ
มาตรฐาน เท่าเทียม ได้อย่างท่ัวถึงและเป็นธรรม เช่น เกิดข้อร้องเรียนกรณีผู้ร้องเสียชีวิตจากการโดนสาดน้ากรด
แต่ทางโรงพยาบาลพระราม 2 ปฏิเสธการรักษาโดยส่งตัวให้โรงพยาบาลเอกชนอีกแห่ง เป็นกรณีตามนโยบาย
UCEP ทาให้ประชาชนเกิดความกระตือรือร้นในการรับรู้สิทธิของตนเอง และเกิดภาคีเครือข่ายในการบริหาร
จัดการเรื่องร้องเรียน เช่น สานักงานตารวจแห่งชาติ เครือข่ายโรงพยาบาลเอกชน ทาให้เกิดกระบวนการจัดการ
ร้องเรียนที่มีมาตรฐาน และมีประสิทธิภาพมากข้ึน การบูรณาการการจัดการเร่ืองร้องเรียนได้อย่างเป็นระบบ
ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ ทาให้เรื่องร้องเรียนลดน้อยลง ซึ่งปัจจุบันจานวนคลินิกใน
กรงุ เทพมหานครมจี านวนถึง 5,295 แห่ง ทาให้กรมตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการได้ทันต่อความต้องการ
ทาให้เกิดผลกระทบต่อการดาเนินการธุรกิจสุขภาพที่ล่าช้าได้ จึงได้มีการพัฒนาระบบการตรวจประเมินมาตรฐาน
รายงานผลการดาเนินการพัฒนาองคก์ ารสูก่ ารเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพ
32
คลินิกผ่าน VDO Monitoring เพื่อลดระยะเวลาการรอคิวตรวจประเมินสถานพยาบาลท่ีต้องการเปิดใหม่ การ
พัฒนาระบบชาระค่าธรรมเนียมผ่าน Bill payment และการพัฒนา QR Code เพื่อการเฝูาระวังสถานพยาบาล
เถ่ือน เพ่ือความปลอดภัยสูงสุดสาหรับประชาชน และการพัฒนาช่องทางการรับฟังเสียงผู้รับบริการให้ทันต่อ
สภาวการณ์ และพัฒนาเทคโนโลยี ผ่านสื่อออนไลน์ทั้ง Facebook และApplication บน Smart phone
ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ นามาซึ่งกระบวนการวิจัยและพัฒนาการให้บริการ สร้างนวัตกรรมบริการ
มีมาตรฐาน เหมาะสม รวดเร็ว รวมถึงการเพ่ิมโอกาสการสร้างบริการในรูปแบบใหม่ ๆ ที่สร้างคุณค่ามากข้ึน และ
สรา้ งช่องทางการร้องเรียน แจ้งเบาะแส พร้อมมีการประเมินประสิทธิภาพของช่องทางการร้องเรียน ได้แก่ เว็บไซต์
Facebook, Line, Email, โทรศัพท์, และมาด้วยตนเอง ในเรื่องมาตรฐานการรักษาพยาบาล ค่ารักษาพยาบาล การ
โฆษณาสถานพยาบาล อาสาสมคั ร หมอนวดเถอื่ น และบริการแอบแฝง
กรม สบส. มกี ารพฒั นาปรับปรุงช่องทางการรับเรื่อง
ร้องเรียนตามข้อเสนอแนะของผู้รับบริการ เป็นประจาทุกปี มี
การพัฒนาระบบการจัดการเรื่องร้องเรียน (CRM) ทางออนไลน์
มีระบบติดตาม ขั้นตอน ความคืบหน้าของเรื่องร้องเรียน
(tracking) ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ช่วยให้ประชาชนสามารถ
ตดิ ตามสถานะของการจัดการข้อร้องเรียนได้ทุกเวลา ทาให้เกิด
ความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาจากข้อร้องเรียนได้อย่างเป็น
ระบบ พัฒนาช่องทางการรับร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ รูปท่ี 3.8 สารวตั รสถานพยาบาล
ต่างๆ ได้แก่ Website www.crm.hss.moph.go.th Facebook ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สบส. App.สารวัตร
ออนไลน์ Official@line สารวัตรสถานพยาบาล สายด่วนกรม สบส. 1426 ศูนย์รับเร่ืองร้องเรียน กรมฯ 02 193
7057 E-mail: [email protected] เพื่อบูรณาการ VOC ที่มาหลากหลายช่องทาง ให้สามารถบริหาร
จัดการและติดตามผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นาผลท่ีได้มาปรับปรุงกระบวนการทางาน และปรับปรุงวิธีการสร้าง
ความสัมพันธ์ที่สอดคล้องกับกระบวนงานหลักของกรมฯ ในแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีต่อไป เพื่อรองรับสถานการณ์
การเปลี่ยนแปลงทางระบบบริการสุขภาพที่เกิดขึ้น สร้างนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของ
ผู้รับบริการ การทางานกับเครือข่าย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเฉพาะกลุ่ม (Segmentation Service) ได้อย่าง
เหมาะสม และเป็นแนวทางการเสริมสร้างความผูกพันของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกิดความพึงพอใจ
อย่างสูงสุดและเป็นระบบอย่างย่ังยืน จากผลการดาเนินการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ทาให้กรม สบส. สามารถ
สร้างผลการดาเนินการที่เป็นเลิศด้านการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ประเภทพัฒนาการบริหารราชการแบบมี
ส่วนร่วมในระดับดีเย่ียม ซ่ึงเป็น 1 ใน 5 ส่วนราชการที่ได้รับรางวัลดังกล่าวในระดับดีเย่ียม ประจาปี พ.ศ. 2559
และรางวัลเปิดใจใกล้ชิดประชาชน ระดับดี ในปี 2562 และปี 2563และการจัดการข้อร้องเรียนของกรมฯที่เป็น
ระบบเพิ่มข้ึนเป็นร้อยละ 100 เน่ืองจากประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว ครบถ้วน ถูกต้อง ซึ่งส่งผลให้ไม่ต้อง
เสียเวลา และประหยัดค่าใช้จ่ายในการมารับบริการด้วยตนเอง ช่วยลดความเลื่อมล้าทางสังคมและปัญหาความ
ยากจนในชุมชนให้ลดน้อยลง อีกท้ังช่วยพัฒนาศักยภาพของชุมชน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยส่งเสริมและ
พัฒนาภาคีเครือข่ายระบบสุขภาพชุมชนฐานรากให้มั่นคง เข้มแข็ง โดยผู้นาชุมชน ผ่านแกนนา อสม. และ อสค.
เครือข่ายประชารัฐ เป็นกลไกในการขับเคล่ือนบริหารจัดการชุมชนและเศรษฐกิจ แสดงให้เห็นว่ากรม สบส. มี
ระบบการบริหารสื่อสารข้อมูลข่าวสารของส่วนราชการที่สาคัญในการให้บริการแก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วน
เสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการนาเป็นข้อมูลปูอนกลับในการพัฒนารูปแบบช่องทางการให้บริการที่มี
ประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเฉพาะกลุ่มได้อย่างทั่วถึง และเกิด
ความเช่อื ม่นั ต่อกรมฯ ในการใหบ้ ริการได้อย่างย่ังยนื และบรรลเุ ปาู หมายขององค์กร
รายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาองค์การสู่การเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนุนบริการสขุ ภาพ
33
ผลลัพธ์สาคญั ในหมวด 7 ทเี่ ป็นผลจากการดาเนนิ งานของหมวด 3
การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้สร้างความเชื่อม่ันให้แก่ประชาชน ในระบบการบริหาร
จัดการระบบบริการสุขภาพและระบบสุขภาพภาพประชาชนในภาพรวมของประเทศให้มีคุณภาพ มีการบูรณาการที่
มีประสิทธิภาพ การคุ้มครองผู้บริโภค และระบบการเฝูาระบบแบบเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ และมีการนาข้อมูลมาใช้
ประโยชน์จริง มีความพร้อมในการตอบโต้ภัยทางด้านสุขภาพและระบบบริการสุขภาพท่ีไม่ได้มาตรฐานอย่างมี
ประสิทธิภาพ โดยทุกคนเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วม การพัฒนาการจัดการความรู้ งานวิชาการ วิจัยและพัฒนา
แก้ปัญหาด้านระบบริการสุขภาพ /ภัยสุขภาพของประเทศอย่างแท้จริง ตอบสนองได้ทันต่อสถานการณ์ และการ
พัฒนาบุคลากรเป็นระบบและต่อเนื่องเกิดความยั่งยืน สะท้อนความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขของประเทศ เช่น
มีการสืบค้นข้อมูลขา่ วสารและองค์ความรู้ได้สะดวก รวดเร็ว การแจ้งเหตุฉุกเฉินท่ีทันเหตุการณ์ ได้แก่ 1) อสม.ได้รับ
การพัฒนาองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพตามกลุ่มวัยผ่านคลังข้อมูลออนไลน์ (Application Smart อสม.) ส่งผลให้
สามารถดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงได้ตามเกณฑ์ที่กาหนด ได้ร้อยละ 98.48 และผู้ปุวยกลุ่มเปูาหมายได้รับการ
ดแู ลจาก อสม.หมอประจาบ้าน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ร้อยละ 97.86 สถานประกอบการเพ่ือสุขภาพมีการผ่านเกณฑ์
มาตรฐานตามทีก่ ฎหมายร้อยละ 100 และการจัดการข้อร้องเรียนของกรมฯท่ีเป็นระบบมากข้ึน พบว่าการจัดการข้อ
รอ้ งเรยี นของผู้บรโิ ภคด้านบริการสุขภาพได้รับการแก้ไขจนได้ข้อยุติ ร้อยละ 98.03 เน่ืองจากประชาชนได้รับบริการ
ที่รวดเร็ว ครบถ้วน ถูกต้องมากย่ิงข้ึน ซ่ึงส่งผลให้ไม่ต้องเสียเวลา และประหยัดค่าใช้จ่ายในการมารับบริการด้วย
ตนเองมากขึ้น
รายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาองคก์ ารสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ
34
หมวด 4 การวดั การวเิ คราะห์ และการจัดการความรู้
4.1 การใช้ขอ้ มลู ในการกาหนดตวั วัดเพ่อื ติดตามงาน และการเปดิ เผยข้อมลู ตอ่ สาธารณะ
กรม สบส. มีการกาหนดตัวช้ีวัดหลายระดับต้ังแต่ตัวช้ีวัดยุทธศาสตร์ระดับกระทรวง ระดับกรม และ
หนว่ ยงาน ตลอดจนตวั ชวี้ ดั ระดบั บคุ คล โดยจะเช่อื มโยงไปยงั ข้อมูลและสารสนเทศที่สาคัญ ซึ่งได้กาหนดเกณฑ์
ในการคดั เลอื กตวั ชวี้ ดั ที่ครอบคลุมกรอบดาเนินงานท่ีสาคัญของกรมฯ ให้มีความสอดคล้อง เช่ือมโยง และส่งผล
กับตัวชี้วัดระดับชาติ ระดับกระทรวง ระดับกรม ตัววัดผลการดาเนินการของกรม สบส.พิจารณาจากภารกิจ
หลักท่ีตอบสนองวิสัยทัศน์และพันธกิจ รวมทั้งค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร ความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วน
เสีย กระบวนการปฏิบัติงาน นโยบายรัฐบาลท่ีเกี่ยวข้อง ผ่านกระบวนการจัดทายุทธศาสตร์ คารับรองปฏิบัติ
ราชการประจาปี แผนปฏิบัติการ 4 ปี และแผนปฏิบัติการประจาปี เพื่อใช้ในการติดตามความก้าวหน้าและ
ผลสาเร็จของการดาเนินงานของกรม สบส. โดยตัวช้ีวัดท่ีสาคัญของกรม สบส. ที่ใช้ในการติดตามประเมินผล
การดาเนินการของกรม สบส.ประกอบด้วย 1) ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ 2) ตัวช้ีวัดท่ีบรรลุพันธกิจ และตัวช้ีวัดตาม
มาตรการปรบั ปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ ตาม มาตรา
44 3) ตัวช้ีวัดกระบวนงาน 4) ตัวชี้วัดแผนกลยุทธ์ และ 5)
ตัวช้ีวัดของแผนงาน โครงการ ซ่ึงในการขับเคลื่อนการ
ดาเนินงานตามตัวชี้วัด จะกาหนดค่าเปูาหมาย วางแผน
รวบรวม ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงาน ตลอดจนถ่าย
ระดับเป็นคารับรองการปฏิบัติราชการระหว่างกรม สบส. และ
หน่วยงาน และบุคลากรในสังกัดกรมฯ โดยผู้บริหารระดับสูงจะ
รูปที่ 4.1 ระบบคัดเลือกตัวชว้ี ัด กรม สบส. ได้รับการรายงานผ่านการประชุมผู้บริหารทุกสัปดาห์ การ
ประชุมสานัก/กองส่วนกลาง การประชุมกรม เพื่อกลั่นกรองเป็นตัวชี้วัดสาคัญที่ท่านอธิบดี จะติดตามเป็น
ประจาทกุ เดอื น (35 ตวั ชวี้ ดั ) ผ่านระบบ SMART64 ตามรูปท่ี 4.1
กรม สบส. มีการกาหนดตัวช้ีวัดผลการดาเนินการเพ่ือใช้ติดตามความก้าวหน้าและผลสาเร็จของการ
ดาเนินงาน โดยคณะกรรมการบริหาร ซ่ึงมีอธิบดีเป็นประธาน มีการวางแผนและรวบรวมข้อมูลจากระบบและการ
รายงานต่าง ๆ ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แก่ ระบบข้อมูล Data Center และ Data Site สาหรับ ศบส. 1-
12 และ สสจ. ระบบรายงาน MIS สาหรับผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน นักวิชาการทุกระดับ ระบบสารสนเทศทาง
ภูมิศาสตร์ (GIS) สืบค้นข้อมูลสาหรับประชาชน กลุ่มผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ แสดงข้อมูลเป็นพิกัดพ้ืนท่ีในแผนที่
ระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร (PMS) ฐานข้อมูลยุทธศาสตร์ ระบบ SMART 64 กากับติดตามผล
การดาเนินการตามตัวชี้วัด (HSS Management Cockpit) และใช้กากับติดตามผลการปฏิบัติงานและงบประมาณ
ตามแผนงานโครงการต่าง ๆ ระบบ GFMIS สามารถติดตามสถานะได้แบบ Real Time ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ระบบ CRM รับข้อร้องเรียน ระบบ DPIS ข้อมูลและสารสนเทศเชิงเปรียบเทียบ นาข้อมูลความต้องการและความ
คาดหวังของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกกลุ่ม กาหนดเป็นตัวช้ีวัดในระดับปฏิบัติการและยุทธศาสตร์ให้
มคี วามยืดหยุ่น สามารถวดั กระบวนการและผลลัพธ์ ได้กาหนดเป็นตัวช้ีวัดระยะส้ัน ระยะกลาง และระยะยาว และมี
การกาหนดเจ้าภาพในการกากับดูแล เพื่อดูภาพรวมของตัวช้ีวัดแต่ละตัว โดยมีกลุ่มแผนงานและกลุ่มพัฒนาระบบ
บริหารสื่อสารตัวชี้วัดระดับองค์กรที่ได้รับอนุมัติไปยังหน่วยงานผ่านช่องทางการสื่อสารที่กาหนด ตัวชี้วัดระดับ
องค์กรจะถ่ายทอดส่รู ะดบั ปฏิบตั กิ ารผ่านการจัดทาคารับรองการปฏิบัติราชการและประเมินผลการปฏิบัติงานต้ังแต่
ระดับผู้บริหาร กอง ศูนย์ กลุ่มงาน รายบุคคล สาหรับตัวชี้วัดหน่วยงาน ผู้บริหารหน่วยงานทาการส่ือสารตัวช้ีวัด
แนวทางการดาเนินงาน การติดตาม รวบรวมผล พร้อมท้ังร่วมกันกาหนดและจัดทาแผนปฏิบัติการแต่ละหน่วยงาน
ให้มีความสอดคล้องกับแผนขององค์กร โดยกลุ่มแผนงานและหน่วยงานผู้รับผิดชอบตัวช้ีวัดต้องรายงานข้อมูลผล
รายงานผลการดาเนนิ การพัฒนาองค์การสูก่ ารเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนุนบริการสขุ ภาพ
35
การดาเนินงานพร้อมการวิเคราะห์ผลและการเบิกจ่ายงบประมาณเทียบกับเปูาหมาย ผลการคาดการณ์ ปัญหา
อปุ สรรค และปจั จยั สนับสนุนใหบ้ รรลุเปาู หมายผา่ นระบบ SMART64 โดยผู้บริหารหน่วยงานใช้กากับติดตามผลการ
ปฏิบัติงานและงบประมาณตามแผนงานโครงการต่างๆ ให้เป็นไปตามเปูาหมายที่ตั้งไว้ ในกรณีเร่งด่วนจะนาเข้า
ประชุม Weekly Meeting ผู้บริหารกรม การประชุมผู้บริหารส่วนกลาง และการประชุมกรมเป็นประจาทุกเดือน
กลุม่ แผนงานประมวลผลและนาเสนอผูบ้ รหิ าร ตดิ ตามความก้าวหน้าและเร่งรัดการดาเนินการให้เป็นไปตามแผนงาน
โครงการต่าง ๆ และมีการรายงานผลการดาเนินงานตามคารับรองการปฏิบัติราชการในหน่วยงาน (Internal
Performance Agreement: IPA) ประจาปีงบประมาณ ผลการดาเนินงานตามแผนปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อม
ทั้งประกาศผู้ชนะการเสนอราคาจัดซื้อจัดจ้างประเภทต่าง ๆ ขึ้นเผยแพร่หน้าเว็บไซต์ของกรมฯ ตามรูปที่ 4.2 เพ่ือ
สร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังมีศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ท่ี
ให้บริการ ณ ชั้น 2 อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผ่านระบบออนไลน์ (https://hss.moph.go.th/
info_act/) เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน พร้อมท้ังรวบรวม จัดเก็บ และ
บริหารจดั การข้อมูลตาม พ.ร.บ.ขอ้ มลู ข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
มีการนาข้อมูลสารสนเทศมาวิเคราะห์ ประมวลผล และเผยแพร่ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายเพื่อการใช้ประโยชน์
ของสาธารณะ โดยข้อมูลสารสนเทศ เช่น กรมฯ ได้นาผลจากการทบทวนผลการดาเนินการ เพ่ือประเมินแนวโน้ม
และคาดการณ์ ผลท่ีจะเกิดขึ้นเป็นรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาส และรายปีที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย
น่าเช่ือถือ สะดวกต่อผู้ใช้งาน ทันสมัย ทันสถานการณ์และพร้อมใช้งาน เป็นประโยชน์ต่อการกาหนด ทิศทาง การ
ดาเนินงานและค่าเปูาหมายเพ่ือมุ่งสู่ผลลัพธ์ “ประชาชนปลอดภัย ผู้ประกอบการก้าวไกล ระบบบริการสุขภาพ
ระบบสุขภาพภาคประชาชนยั่งยืน” มีการพัฒนานวัตกรรมส่ือเทคโนโลยีสารสนเทศหลากหลาย ได้แก่ Application
SMART อสม. เป็นช่องทางในการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างกรมกับ อสม.
ให้ความรู้ด้านสุขภาพสื่อสารได้ตรงประเด็น ถูกต้อง ครบถ้วน เพ่ือ
การเฝูาระวังและคุ้มครองโรคภาคประชาชน ทาให้กรมได้รับข้อมูล
และวิเคราะห์ข้อมูลได้ทันการณ์ เป็นสารสนเทศนาเสนอผู้บริหารฯ
เพื่อออกมาตรการปูองกันควบคุมโรคอย่างทันท่วงทีโดยไม่ต้องร้อง
ขอ เช่น ข้อมูลแนวทางสาหรับ อสม. เคาะประตูบ้าน เพ่ือสังเกต
อาการ ณ ที่พักอาศัย กลุ่มผู้เดินทางกลับมาจากพื้นที่ระบาดของโรค
โควิด-19 การพัฒนาระบบสุขภาพสุขภาพชุมชนเชื่อมโยงเครือข่าย รูปท่ี 4.2 ประกาศผลการประกวดราคาหน้าเวบ็ ไซต์
ปฐมภูมิ (พชอ.) การคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและบริการสุขภาพ และการพัฒนามาตรฐาน
สถานพยาบาลดูแลผู้สูงอายุประเภทเพ่ือสุขภาพ รายงานข้อมูลสถานพยาบาลภาครัฐที่ผ่านและไม่ผ่านเกณฑ์
มาตรฐานระบบบริการสุขภาพสถานพยาบาลเอกชน และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ผ่านและไม่ผ่านเกณฑ์
มาตรฐานท่ีกฎหมายกาหนด สถานพยาบาลสถานประกอบการเพ่ือสุขภาพกลุ่มเส่ียงท่ีได้รับการเฝูาระวังตาม
กฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาด้านระบบสุขภาพและการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพเท่าเทียมกัน และข้อมูลการพัฒนา
ศักยภาพ อสม. เป็นหมอประจาบ้าน การพัฒนายกระดับคุณภาพการให้บริการในสุขศาลาพระราชทาน จานวน
ชมุ ชน อสม. อสค. อสม.ต่างดา้ ว และ ศสมช. ข้อมูลด้านสุขภาพท่ีเผยแพร่ผ่านส่ือต่างๆ มีการบิดเบือนจากความเป็น
จริงทาให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ การแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย การพัฒนาคลังความรู้ด้านสุขภาพ กระทรวง
สาธารณสขุ เช่อื มโยงแหล่งความรขู้ องหน่วยงานต่าง ๆ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยต่าง ๆ สปสช. สส. ฯลฯ นาเข้า
ระบบคลังความรู้สุขภาพ http://ความรู้สุขภาพ.com เป็นแหล่งรวมข้อมูลด้านสุขภาพแบบองค์รวมแก่ประชาชน
เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันสื่อ มีความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องและสืบค้นข้อมูลความรู้
รายงานผลการดาเนินการพฒั นาองค์การสู่การเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ
36
สุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขได้ ลดความยุ่งยาก ซับซ้อนของข้อมูลและคุ้มครองผู้บริโภคด้านข้อมูลข่าวสารท่ีมี
การบดิ เบือนไม่เป็นความจริง
4.2 การวเิ คราะห์ผลจากข้อมูล และตวั วดั เพือ่ นาไปสกู่ ารพฒั นาและแกไ้ ขปญั หา
กรมฯ มีการรวบรวมและจัดทาข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) เพ่ือนามาใช้ในการปรับปรุง/พัฒนาการทางาน
โดยข้อมูล คือ 1) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ ได้แก่ ข้อมูลของโรงพยาบาลเอกชน คลินิก ผู้
ประกอบกิจการ ผู้ดาเนินการ ท่ัวประเทศที่ได้รับอนุญาต สถานประกอบการเพ่ือสุขภาพท้ังกิจการสปา นวดเพื่อ
สุขภาพ กิจการดูแลผู้สูงอายุ และนวดเพื่อเสริมความงาม ข้อมูลผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการนวด และผู้ดาเนินการ
สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ข้อมูลสถาบันและโรงเรียนที่ผ่านการรับรองหลักสูตรต่างๆ ข้อมูลของการข้ึน
ทะเบียนและการได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะทุกสาขาวิชาชีพ ข้อมูลเด็กที่เกิดโดยเทคโนโลยีเจริญพันธุ์
และสถานพยาบาลทีข่ อรับรองฯ 2) ด้านระบบสขุ ภาพภาคประชาชน ได้แก่ ข้อมูลด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ
ทุกกลุ่มวัย ข้อมูลของ อสม. และ อสค. ทั่วประเทศ ข้อมูลผู้ปุวยติดเตียง ผู้สูงอายุ ข้อมูลคลังความรู้ด้านสุขภาพ
ข้อมูล อสม.หมอประจาบ้าน และข้อมูลตาบลจัดการคุณภาพชีวิต ข้อมูลยุวอสม. โรงเรียนสุขบัญญัติแห่งชาติ
หมู่บ้านปรบั เปล่ียนพฤติกรรม 3) ด้านมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ได้แก่ ข้อมูลสถานพยาบาลภาครัฐทุกขนาดทั่ว
ประเทศ ทางด้านเคร่ืองมือแพทย์ แบบอาคารสถานที่ ส่ิงแวดล้อม ความปลอดภัย ประกอบการประเมินมาตรฐาน
ระบบบริการสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ข้อมูลมาตรฐานงานก่อสร้าง ข้อมูลทะเบียนแบบแปลน
สถานพยาบาลภาครฐั ท่วั ประเทศ
กรมฯ มีการวิเคราะห์ข้อมูลและตัวช้ีวัดเชิงยุทธศาสตร์ โดยใช้ระบบ SMART 64 ในรูปแบบ Dashboard
ใช้ประกอบในการตดั สินใจ ตดิ ตามผลการดาเนินการตามตัวชี้วัดของกรมฯ และการใช้จ่ายงบประมาณ ตลอดจนการ
รายงานสถานการณ์ตามภารกิจต่างๆ และนโยบายท่ีสาคัญ เพื่อตัดสินใจเลือกและนาไปสู่การปรับปรุงกระบวนการ
ทางานอย่างต่อเน่ืองร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนราชการและพื้นที่ (สสจ.) โดยมีการประชุมกรมทุกเดือน
การประชุมของอธิบดีและรองอธิบดีทุกสัปดาห์ การประชุมผู้บริหารส่วนกลางและ VDO Conference กับผู้บริหาร
ส่วนภูมิภาคทุกเดือน เพ่ือติดตามผลการปฏิบัติงาน และวิเคราะห์สถานการณ์ท่ีเกิดขึ้น พร้อมทั้งมีการเปรียบเทียบ
แผน/ผลการดาเนินงานกับเปูาหมายผลการดาเนินงานท่ีผ่านมา และมีการคาดการณ์แนวโน้มความสาเร็จของการ
ดาเนินงานในอนาคต โดยมีการนาข้อมูลสารสนเทศและผลการดาเนินการตามตัวช้ีวัดสาคัญของกรมฯ ไปวิเคราะห์
ค้นหาสาเหตุท่ีทาให้การดาเนินการไม่เป็นไปตามเปูาหมายและปรับกลยุทธ์การดาเนินการ รวมทั้งทรัพยากรและ
วิธีการทางาน รวมท้ังมีการประเมินคุณภาพภายในทุกปี เพื่อประเมินความสาเร็จและค้นหาโอกาสในการพัฒนา
ต่อเน่ือง และแก้ปัญหาเชิงนโยบายโดย กรมพัฒนาและยกระดับ อสม. สู่การเป็น สมาร์ท อสม. และ อสม. หมอ
ประจาบ้าน ให้มีความรอบรู้การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และเป็นต้นแบบผู้นาด้านสุขภาพ จานวน 168,049 คน เป็น
แกนนา อสม. ทุกคน ทาหน้าท่ีเป็นหมอคนท่ี 1 สามารถดูแลผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง จานวน 587,019 คน และ
สร้างและเป็นพี่เล้ียงอาสาสมัครประจาครอบครัว (อสค.) จานวน 537,044 คน สามารถดูแลผู้ปุวยกลุ่มเปูาหมาย
607(เน้นผู้สุ.อายุ CKD ได้ร้อยละ 94.86 และในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระบาด พบว่าจานวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น
กรมจงึ จดั ทาประกาศกรมฯ เรื่อง “แนวทางการดแู ลรักษา ปูองกัน ควบคุม และส่งต่อผู้ปุวยติดเช้ือเช้ือโควิด-19 ของ
สถานพยาบาลประเภทที่รับผู้ปุวยไว้ค้างคืนและสถานพยาบาลประเภทท่ีไม่รับผู้ปุวยไว้ค้างคืน พ.ศ. 2564” การ
จดั ทาหลกั เกณฑ์ค่าใช้จ่ายการแยกกักตัวที่บา้ น เพอ่ื ชว่ ยใหป้ ระชาชนได้รับการดูแล ติดตามอาการอย่างรวดเรว็
มีการนาเทคโนโลยี มาใช้ในการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ เช่ือมโยงการวิเคราะห์เพื่อตอบสนองต่อ
สถานการณ์ และคาดการณ์ผลลัพธ์ สนับสนุนการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพในทุกระดับ โดยเทคโนโลยีที่นามาใช้
คือ การจัดทาบัตร Smart Card อสม.4.0 เป็นบัตรประจาตัว อสม. เพ่ือจัดทาฐานข้อมูลของ อสม. ให้ครอบคลุมทั่ว
ประเทศ และพัฒนาระบบการเบิกจ่ายเงินค่าปุวยการผ่าระบบ e-Payment กรมบัญชีกลาง การพัฒนาศักยภาพ
รายงานผลการดาเนนิ การพัฒนาองค์การสู่การเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ
37
อสม. ท่ัวประเทศ มีจานวนถึง 1,039,729 คน ท่ัวประเทศให้มีความรู้ ทักษะในการใช้งานเทคโนโลยีการสื่อสารผ่าน
ระบบออนไลน์ โดยพัฒนาเป็นแอปพลิช่ัน “SMART อสม.” ในการปฏิบัติงานในชุมชน โดยมีการพัฒนาศักยภาพ
อสม. ให้เป็น อสม. หมอประจาบ้าน ในปี 2564 จานวน 168,049 คน สามารถดูแลผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง ได้
จานวน 587,019 คน สร้างและเป็นพ่ีเล้ียงอาสาสมัครประจาครอบครัว(อสค.) จานวน 537,044 คน ดูแลผู้ปุวย
กลุ่มเปูาหมาย 907 ได้ร้อยละ 94.86 ซึ่งจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19 อสม.เป็นด่านหน้าออกเคาะ
ประตูบ้านรวม 15 ล้านหลังคาเรือน ร่วมสารวจ เฝูาระวัง คัดกรอง ติดตามกักกันกลุ่มเสี่ยง ได้จานวน 1,053,224
คน โดยมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูล อสม. ร่วมกับสภากาชาดไทย Application พ้นภัย และรายงานผลผ่านระบบ
ออนไลน์ Smart อสม. และ อสม.ออนไลน์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขรวบรวมและรายงานผลการปฏิบัติงานผ่าน
Thaiphc.net เป็นผลงานระดับโลกท่ี WHO กล่าวช่ืนชมและได้รับการยอมรับเป็นตัวอย่างให้กับหลายประเทศทั่ว
โลก และเปน็ แนวทางในการควบคุมโรคได้อีกดว้ ย
4.3 การจัดการความรู้ และใชอ้ งค์ความรู้เพื่อเรียนรู้ พัฒนา แกป้ ัญหา และสรา้ งนวัตกรรม
กรม สบส. มีการจัดต้ังสานักผู้เชี่ยวชาญเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ในการจัดต้ังคณะกรรมการ
วิชาการและการจัดการความรู้ และจัดตั้งหน่วยงานส่วนภูมิภาค คือ ศูนย์พัฒนาการสาธารณสุขมูลฐาน 5 แห่ง ใน
การขับเคลื่อน ส่งเสริม พัฒนา และสนับสนุนการทางานของภาคีเครือข่ายในระดับพื้นท่ี การส่งเสริมให้เกิดต้นแบบ
ในการจัดการสุขภาพ การคัดเลือก อสม. ดีเด่น ระดับเขต ภาค และการพัฒนาวิชาการ พัฒนาหลักสูตรการอบรม
และการค้นหานวัตกรรมและองค์ความรู้ในการจัดการสุขภาพของชุมชนด้วยการจัดการความรู้และถอดบทเรียนการ
ดาเนินงาน (Best Practice) เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ที่สร้างความเข้มแข็งด้านสังคม ชุมชน และพัฒนาคุณภาพชีวิต
ประชาชนตามยุทธศาสตร์ของประเทศ มีคลังข้อมูลโดยจัดเก็บในรูปแบบฐานข้อมูลวิชาการ เอกสาร คู่มือ แนวทาง
ปฏบิ ัติ มกี ารจดั การและถา่ ยทอดความร้อู ยา่ งเป็นระบบท่ีเผยแพร่หน่วยงานภายในและภายนอกได้ใช้ประโยชน์ เป็น
ตัวอย่างเพื่อการพัฒนากระบวนการจัดการความรู้ และเครื่องมือการจัดการความรู้ถูกกาหนดให้เหมาะสมกับบุคคล
และจุดมุ่งหมายของงานแต่ละประเภท เช่น การทบทวนบทเรียนหลังการปฏิบัติงาน (AAR) การจัดทาคลังความรู้
สุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข สาหรับประชาชน http://ความรู้สุขภาพ.com และการพัฒนาความรอบรู้ทางสุขภาพ
ตามกลุ่มวัย www.hed.go.th การจัดเวทีแลกเปลี่ยนแนวทางความรู้ด้านต่างๆ ที่ใช้ในการพัฒนาปรับปรุง
ประสิทธภิ าพ การประชุมวิชาการกรมฯ ทุกปี และ การ Sharing ผลงาน ผลวิจัย และนวัตกรรม Open House และ
วารสารวิชาการกรม สบส.แบบออนไลน์ เว็บไซต์ KM & Innovation https://sites.google.com/view/km
innovation การเทียบเคียงกับหน่วยงานที่เป็นเลิศ อีกท้ังยังมีการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับองค์กรภายนอก เช่น
กรมฯ มีการวิเคราะห์ รวบรวม ผลการดาเนินการต่าง ๆ เปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานสาคัญท้ังในระดับประเทศ
และต่างประเทศ โดยส่งเสริมให้ทุกหน่วยงานมีการปรับปรุงและสร้างนวัตกรรมการทางานจากการใช้ข้อมูลและ
ความรู้ภายในองค์การ การพัฒนาเครือข่าย พัฒนาชุมชน เช่ือมโยงกับองค์ความรู้เพ่ือต่อยอดสู่การแก้ไขปัญหาท่ี
เกิดขนึ้ โดยมีการเช่อื มโยงกับองค์ความรู้กับองค์กรภายนอก เช่น การพัฒนาความรอบรู้ทางสุขภาพตามกลุ่มวัย เป็น
การเช่ือมโยงข้อมูลสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ กับกรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ ด้านสุขบัญญัติ
อาหาร การออกกาลังกาย พฤติกรรมเส่ียง การใช้ยา กับพื้นที่เปูาหมายตามกลุ่มวัยต่าง ๆ ให้โรงเรียนประถม
โรงเรียนมัธยม หมู่บ้าน สถานบริการสุขภาพ ในพื้นที่ เพื่อนาไปใช้สร้าง/พัฒนานวัตกรรม/แก้ปัญหา คือ เสริมสร้าง
ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มวัย โรงเรียน (ครู นักเรียน) เพื่อลดปัญหา
สุขภาพต่าง ๆ ตามกลุ่มวัย ได้แก่ โรคอ้วน ฟันผุ ท้องไม่พร้อม อุบัติเหตุ ความรุนแรงต่าง ๆ และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
และวัณโรค และพัฒนาระบบ Health Gate ประเมินการพัฒนาหมู่บ้านปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพและโรงเรียน
สุขบัญญัติแห่งชาติสู่ความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยมีเปูาหมาย ตาบลละ 1 หมู่บ้าน 1 โรงเรียน (7,255 แห่ง คือ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล หมู่บ้าน และโรงเรียน สามารถประเมินตนเองผ่านระบบ Health Gate สานักงาน
รายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาองคก์ ารสู่การเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ
38
สาธารณสุขจังหวัด และสานักงานสาธารณสุขอาเภอ สามารพิจารณาข้อมูลผลการประเมินบนหน้าจอแบบออนไลน์
เพื่ออานวยความสะดวกให้กับผู้รับบริการ โดยกาหนดให้ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์มีการเช่ือมโยงและแลกเปลี่ยน
ข้อมูลระหว่าง 3 หน่วยงาน ทาให้สามารถลดการบันทึกข้อมูลเรื่องเดียวกัน รวมถึงการขอเอกสารท่ีซ้าซ้อน ท้ังนี้
ระบบใหม่จะไม่ใช้เอกสารหรือกระดาษในการประเมินในระบบ ซ่ึงสามารถดูผลการประเมินการพัฒนาหมู่บ้าน
ปรบั เปลย่ี นและโรงเรียนสุขบัญญัติแห่งชาติได้ทันทีแบบออนไลน์ ผลการประเมินการพัฒนา แบ่งออกเป็น 4 ระดับ
ได้แก่ ระดับการพัฒนาระดับดี ระดับดีมาก ระดับดีเยี่ยม โดยหน่วยงานที่เข้ามาใช้ข้อมูล ต้ังแต่หน่วยงานใน
ส่วนกลาง คือ กองสุขศึกษา หน่วยงานระดับเขต ได้แก่ ศูนย์บริการสุขภาพเขต 1-12 หน่วยงานระดับจังหวัด ได้แก่
สานักงานสาธารณสุขจังหวัด หน่วยงานระดับตาบล ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล ชุมชน และโรงเรียน
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบล หมู่บ้าน และโรงเรียน ซึ่งผู้รับบริการสามารถดาเนินการประเมินตนเองผ่านระบบ
ได้อย่างรวดเร็ว เข้าถึงง่าย และปลอดภัย ผ่านระบบออนไลน์ และท่ีสาคัญสามารถกาหนดแผนการพัฒนาหมู่บ้าน
และโรงเรียนร่วมกันได้ รวมถึงสร้างความเชื่อม่ันให้แก่ผู้รับบริการ สสจ. และ สสอ. สามารพิจารณาข้อมูลผลการ
ประเมินแบบออนไลน์ อานวยความสะดวกให้กับผู้รับบริการ เช่ือมโยงและแลกเปล่ียนข้อมูลระหว่าง 3 หน่วยงาน
สามรถบันทึกข้อมูลแบบเรียลไทม์ ลดปัญหาเรื่องข้อมูลไม่ตรงกัน ลดการสิ้นเปลืองของกระดาษ จานวน 20,898
บาท ประหยัดงบประมาณ และลดค่าใช้จ่ายท้ังในส่วนของค่าเดินทางในการส่งเอกสาร และค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ
จานวน 362,750 บาท และลดระยะเวลาของการรวบรวมเอกสารให้ครบแต่ละหน่วยงาน สามารถสืบค้นหาข้อมูล
ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายซึ่งสามารถดูผลการประเมินการพัฒนาหมู่บ้านปรับเปล่ียนและโรงเรียนสุขบัญญัติแห่งชาติได้
ทันทีแบบออนไลน์ โดยหน่วยงานท่ีเข้ามาใช้ข้อมูล ได้แก่ กองสุขศึกษา ศูนย์บริการสุขภาพเขต 1-12 สานักงาน
สาธารณสขุ จังหวดั โรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตาบล ชุมชน และโรงเรียน
หน่วยงานมีกระบวนการจัดการความรู้ (รวบรวม
วิเคราะห์) คือ กรมฯ มีการะบวนการจัดการความรู้ KM HSS
ตามรูปที่ 4.3 ประกอบด้วย การได้มาขององค์ความรู้ การจัดเก็บ
ความรู้ การเผยแพร่ และการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ มี
กระบวนการรวบรวม วิเคราะห์คัดเลือกองค์ความรู้ที่จาเป็นและ
มีความสาคัญที่สนับสนุนการดาเนินงานตามประเด็นยุทธศาสตร์
หรือความรู้ที่จาเป็นตามภารกิจประจา ค้นหาองค์ความรู้จาก
บุคลากร ผู้รับบริการ คู่ความร่วมมือ ผู้ส่งมอบ และผู้มีส่วนได้ รูปท่ี 4.3 การจัดการความรู้ กรม สบส.
ส่วนเสีย ผู้เกษียณ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการปฏิบัติงานประจาเดือน รวบรวม กล่ันกรอง วิเคราะห์ จัด
หมวดหมู่องค์ความรู้ ต้ังแต่การสารวจองค์ความรู้ที่จาเป็น กาหนดเปูาหมายของความรู้ แหล่งความรู้ วิธีรวบรวม
และคัดเลือกความรู้ จัดทารูปแบบที่เหมาะสม สะดวกต่อการจัดเก็บ เข้าถึงง่าย พร้อมใช้งาน กรมฯ ให้ความสาคัญ
ต้ังแต่ระดับยุทธศาสตร์ กาหนดให้ทุกหน่วยงานจัดทาโครงการพัฒนานวัตกรรม และสร้างองค์ความรู้ท่ีมีการศึกษา
ทบทวน วิเคราะห์ภารกิจ นโยบายท่ีสาคัญ และนามากาหนดเป็นองค์ความรู้ที่จาเป็นในแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์
สาหรับระดับปฏิบัติการ มีการแลกเปล่ียนเรียนรู้ กับผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอก เพ่ือให้นาองค์ความรู้มาใช้
สนับสนนุ ให้บรรลเุ ปูาหมายของยทุ ธศาสตร์ กาหนดเป็นตัวชี้วัดในคารับรองการปฏิบัติราชการระดับหน่วยงานตั้งแต่
ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน การเพิ่มประสิทธิภาพการทางานด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนาประสิทธิภาพของ
กระบวนงานตามภารกิจหลักท่ีสาคัญของหน่วยงาน (End to End Process) โดยใช้ IT มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการ
ดาเนินงานให้ได้ร้อยละ 15 และนวัตกรรมท่ีหน่วยงานสร้างใหม่และนาไปใช้ประโยชน์ ตามลาดับ ซ่ึงในปี 2564 มี
นวัตกรรมบริการ 38 ผลงาน เป็นนวัตกรรมบริการ 19 ผลงาน สิ่งประดิษฐ์ 7 ผลงาน และกระบวนงาน 7 ผลงาน มี
จานวนนวัตกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเน่ือง รวบรวมและจัดทาเป็นรูปเล่ม เผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ตามช่องทาง
รายงานผลการดาเนนิ การพัฒนาองค์การส่กู ารเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ
39
ต่างๆ อกี ทั้งมกี ารรวบรวมแนวปฏิบัติที่ดีท้ังจากภายนอกและภายในหน่วยงานท้ังในและต่างประเทศ นามาปรับและ
สร้างเป็นคู่มือ แนวปฏิบัติท่ีดีขององค์กร นาไปสู่การประยุกต์ใช้ในการทางาน และสร้างนวัตกรรมบริการให้ทันต่อ
สถานการณ์ เช่น ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรมได้นาองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ได้แก่
มาตรฐานอาคารและสิ่งแวดล้อมของสถานบริการภาครัฐ ระบบบาบัดน้าเสียและสิ่งแวดล้อม มาตรฐานระบบบริการ
สุขภาพ งานวิศวกรรมการแพทย์ เคร่ืองมือแพทย์และระบบการสื่อสารทางการแพทย์ นามาวางแผนรองรับผู้ติดเชื้อ
จานวนมากเกินท่ีโรงพยาบาลทั่วไปรองรับได้ กรมจึงใช้องค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และสมรรถนะหลักของกรมฯไป
ใช้ในการปรับปรุงการทางาน/แก้ปัญหาจนเกิดเป็นแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice)/มาตรฐานใหม่ คือ มาตรฐานการ
ออกแบบสถานพยาบาลภาครัฐรองรับโรคอุบัติใหม่ การออกแบบวางผังโรงพยาบาลบุษราคัม รพ.สนาม ASQ SQ
WQ Hospitel และ AHQ เพ่ือใช้เป็นโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ปุวยติดเช้ือโควิด-19 ท่ีแสดงอาการระดับปานกลาง
และผู้ท่ีต้องการใช้ระบบให้ออกซิเจน ได้แก่ การจัดแบ่งโซนนิ่งต่างๆ ตามหลักการปูองกันการติดเช้ือ ระบบปรับ
อากาศและระบายอากาศ ระบบแก๊สทางการแพทย์ ระบบสื่อสาร การนาเคร่ืองมือแพทย์ที่เกี่ยวข้องไปใช้ และระบบ
บาบดั น้าเสียและสิง่ แวดลอ้ ม เปน็ ต้น และมาตรฐานการจัดทาหอผู้ปุวยวิกฤติแรงดันลบ เพ่ือใช้เป็นพ้ืนท่ีรักษาผู้ปุวย
ติดเชื้อโควิด ที่มีการทาหัตถการความเส่ียงสูง ซ่ึงจะทาให้เกิดละอองลอยขนาดเล็ก ในกรณีฉุกเฉิน เป็นการปูองกัน
บคุ ลากรทางการแพทย์และมิใหเ้ ชื้อแพรก่ ระจายสู่ภายนอก
4.4 การบรหิ ารจดั การข้อมูล สารสนเทศ และปรับระบบการทางานใหเ้ ป็นดจิ ทิ ัล
กรม สบส. มีการจดั ทาแผนยทุ ธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัล ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2564 – 2568) เพ่ือพัฒนาองค์กร
ไปสู่นโยบาย “รัฐบาลดิจิทัลด้านระบบบริการสุขภาพ (Digital Government; Healthcare Service System” มี
การปรับ Mindset บุคลากร สร้างแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ ให้เกิดคุณค่าของการใช้เทคโนโลยีในระดับท่ีสูงข้ึน
พร้อมทั้งวิเคราะห์และวางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดิจิทัล ตอบสนองทั้ง 3 ยุทธศาสตร์ของกรมฯ ได้แก่
ยุทธศาสตร์ที่ 1 ยกระดับกรมไปสู่องค์กรดิจิทัล มีการปรับเปล่ียนข้อมูลให้เป็นข้อมูลดิจิทัล ปรับปรุงกระบวนการ
และพัฒนาบริการดิจิทัลตามความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งสร้างความพร้อมของบุคลากรและเครื่องมือเพ่ือ
พัฒนาไปสู่องค์กรดิจิทัล ยุทธศาสตร์ท่ี 2 พัฒนาและบูรณาการแพลตฟอร์มดิจิทัล เพ่ือให้ประชาชนสามารถใช้
บริการดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ยกระดับการบริหารงานภายในและภาคีเครือข่าย และส่งเสริมให้เกิดการทางาน
ร่วมกันบนแพลตฟอร์มดิจิทัลกับภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้อง และ
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลดิจิทัลและการใช้
ข้อมูล เพ่ือระดับข้อมูลเปิดและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก
ข้อมูลเปิดเพื่อความโปร่งใส สร้างการมีส่วนร่วมและส่งเสริม
นวัตกรรม โดยมีเป้าหมายท่ีสาคัญ ดังน้ี 1) มีระบบจดทะเบียน
สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพ่ือสุขภาพ (e-
Registration) 2) เป็นหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องกับการเก็บรักษา รปู ท่ี 4.4 รัฐบาลดิจทิ ัล กรม สบส.
ข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy Protection Regulation) 3) เป็นหน่วยงานบริการเบ็ดเสร็จ ด้านบริการธุรกิจ
สุขภาพรองรับการดาเนินงานระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยสนับสนุนการทาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-
Commerce) ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovation) ด้านระบบบริการสุขภาพท้ังภายในประเทศและ
ต่างประเทศ ตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล 4) มีศูนย์คอมพิวเตอร์ (Data Center) ท้ังส่วนกลางและภูมิภาค และ 5)
เป็นหน่วยงานที่มีโครงสร้างพื้นฐานสาคัญทางสารสนเทศ (CII: Critical Information Infrastructure) ส่งผลกระทบ
ต่อประชาชนโดยตรง (Impact Security Risk และ Economics Public Health) จากการเช่ือมโยงข้อมูลระบบ
บรกิ ารสุขภาพกบั หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง
รายงานผลการดาเนนิ การพัฒนาองค์การสู่การเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนุนบริการสขุ ภาพ
40
มกี ารวิเคราะห์ความเส่ียงของระบบเทคโนโลยีดิจิทัล โดยแต่งตั้งคณะกรรมการ และคณะทางานรักษาความ
ม่นั คงปลอดภัยดา้ นสารสนเทศ เพ่อื ให้รักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของกรมฯ ให้เป็นไปอย่างต่อเน่ืองมี
ประสิทธิภาพ โดยมีการวิเคราะห์สถานการณ์ความมั่นคงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ วางแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
ดิจิทัล ระยะ 5 ปี ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พัฒนาและทบทวนมาตรการ กาหนดแนวทางปฏิบัติการรักษา
ความม่ันคงและปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การคุ้มครองข้อมูลส่วนราชการ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคล
และหน่วยงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน ได้แก่ ระบบการตรวจจับและปูองกันการบุกรุก การโจมตีผ่านเครือข่าย
คอมพิวเตอร์ ระบบจัดการข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ระบบปูองกันและกาจัดไวรัสคอมพิวเตอร์ ระบบสารอง
ขอ้ มูลอตั โนมตั ิ ด้านกายภาพของห้องเซิร์ฟเวอร์ ระบบสารองไฟฟูา ระบบความเย็นและควบคุมความชื้น เมื่อเกิดภัย
พบิ ตั ิบุคลากรที่กากับดูแลด้านเทคโนโลยีจะปฏิบัติตามแนวทางและแผนการจัดการในการแก้ปัญหาจากภัยพิบัติต่อ
สารสนเทศน้ัน ด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Ransom ware) ส่งผลให้ระบบงานเกิดความเสียหาย จึงมีการกาหนด
มาตรการรักษาความปลอดภัยสารสนเทศ และแนวทางการปูองกัน Ransom ware เพ่ือปูองกันและวิเคราะห์ความ
เสี่ยงของข้อมูลและระบบดิจิทัล พร้อมท้ังมีมาตรการและวิธีรักษาความปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยี Secured
Socket Layer (SSL) และ มีแผนงานรองรับการเปลี่ยนรูปแบบการทางานเพื่อจัดการข้อมูลและสารสนเทศ ตาม
มาตรฐาน กากับข้อมูล และรองรับระบบเทคโนโลยีดิจิทัล โดยสาระสาคัญของแผน คือ กรมฯ มีการจัดทาแผน
แม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตามมาตรฐาน ISO 270001 ทั้ง
ในระดับกรมและระดับหน่วยงาน ดังนี้ 1) การบริหารจัดการระบบข้อมูลสารสนเทศท่ีใช้ในงานวิชาการ งานบริหาร
และงานบริการ 2) การบริหารจัดการสินทรัพย์สารสนเทศ เช่น คอมพิวเตอร์ โปรแกรมสาเร็จรูป ระบบเครือข่าย
และการสื่อสาร 3) การบริหารทรัพยากรบุคคล 4) การบริหารความเส่ียง การรักษาความม่ันคงปลอดภัย และการ
เตรียมความพรอ้ มในสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสารสนเทศ การให้บริการข้อมูลสารสนเทศ ตามประเภทสารสนเทศและ
กลุ่มผู้ใช้บริการ เพื่อให้สามารถเข้าใช้ระบบได้สะดวก ง่ายและรวดเร็ว ดังนี้ 1) ระบบรายงาน MIS สาหรับผู้บริหาร
และผู้ปฏิบัติงาน นักวิชาการทุกระดับ มีรูปแบบมาตรฐานเดียวกัน นาเสนอให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบ 2)
ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) สาหรับการสืบค้นข้อมูลสาหรับประชาชนท่ัวไป กลุ่มผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติ
แสดงข้อมูลเป็นพิกัดพื้นที่ ในรูปภาพแผนท่ี ทาให้ง่ายต่อการสืบค้นข้อมูล อีกทั้งมีการจัดทาฐานข้อมูลกลาง เพื่อใช้
ในการบรหิ ารจัดการและปฏบิ ัติงาน ได้แก่ 1) ฐานข้อมูลยุทธศาสตร์ 2) ฐานข้อมูลภารกิจหลักของกรม 3) ฐานข้อมูล
องค์ความรู้ มีระบบการสารองข้อมูลตามมาตรฐาน ISO 27001 มีการเผยแพร่ท่ีหน้าเว็บไซต์กรมสนับสนุนบริการ
สุขภาพ รวมทั้งการประเมินความสะดวกและความพึงพอใจต่อการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมฯ ซ่ึง
ผลอยู่ในระดับดีมาก การสร้างระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล โดยมีลาดับสิทธิผู้ใช้ (Access Rights) ในการ
เข้าถึงข้อมูลในลาดับชั้นต่าง ๆ ระบบ Anti-Virus ระบบไฟฟูาสารอง มีมาตรการปูองกันความเสียหายของข้อมูล มี
ระบบการสารองข้อมูลตามมาตรฐาน ISO 27001 และการกู้ข้อมูล (Recovery) ผลการสารวจระดับความพร้อม
รัฐบาลดิจิทัลหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทย (DGA) มีคะแนนรวมสูงกว่า ค่าเฉลี่ยของหน่วยงานภายใต้สังกัด
กระทรวงสาธรารณสุข และสูงกว่าค่าเฉล่ียของหน่วยงานระดับกรม 2 ปีซ้อน มิติท่ีโดดเด่นท่ีสุด คือ มิติบริการ
ภาครัฐ และโครงสร้างพ้ืนฐานความม่ันคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นว่ากรมฯมีศักยภาพในการนา
เทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในการบริหารจัดการรูปแบบการให้บริการแก่ประชาชน พร้อมทั้งมีความมั่นใจว่าเข้าถึงได้
อยา่ งปลอดภยั
มีการติดตามการทางานได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เช่น 1) ระบบ SMART 64 ซ่ึงเป็นระบบท่ี
ใชส้ าหรับวิเคราะหแ์ ละติดตามผลการดาเนินการตามตัวชี้วัดของกรมฯ การใช้จ่ายงบประมาณ ตลอดจนการรายงาน
สถานการณ์ตามภารกิจและนโยบาย พร้อมท้ังมีการเปรียบเทียบผลการดาเนินงานกับเปูาหมาย จัดลาดับ
ความสาคัญของการใช้ทรัพยากร และคาดการณ์แนวโน้มความสาเร็จของการดาเนินงานในอนาคต ทาให้สามารถ
รายงานผลการดาเนินการพัฒนาองค์การสกู่ ารเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนุนบรกิ ารสขุ ภาพ
41
ติดตามสถานะความก้าวหน้าของตัวชี้วัดได้แบบ Real Time 2) การปรับรูปแบบการตรวจมาตรฐานสถาน
ประกอบการเพ่ือสุขภาพประเภทนวดเพ่ือสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงามที่มีรายละเอียดไม่มากและคลินิกในพ้ืนที่
เป็นการตรวจมาตรฐานด้วยรูปถ่ายและวีดิโอแทน โดยกาหนดแนวทางการบันทึกภาพให้สถานประกอยการฯ โดย
หลังจากการท่ีมีการอนุญาต ข้อมูลดังกล่าวจะมีการดาเนินการ Post Audit เพื่อสุ่มตรวจประเมินผล พบว่า สถาน
ประกอบการส่วนใหญ่ร้อยละ 92.5 มีมาตรฐานตามที่กฎหมายกาหนด มีเพียงบางส่วนท่ีต้องปรับแก้ไขเล็กน้อย เพ่ือ
เป็นการคุ้มครองผบู้ ริโภคให้ไดร้ ับบริการที่มีความปลอดภัย พร้อมท้ังสร้างนวัตกรรมการให้บริการ เช่น Application
smart อสม. ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบ platform ข้อมูล อสม. และยุวอาสาสมัครสาธารณสุข เป็น Mobile
Application ให้สามารถรองรับการเชื่อมโยงข้อมูล และระบบการสื่อสารด้านสุขภาพแก่ประชาชนโดยผ่านระบบ
สงั คมออนไลน์ (Chat Application) สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วทันสถานการณ์ ระบบการรับข่าวสาร และ
การส่ือสารระหว่าง หน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กับ อสม. ผู้ปฏิบัติงานในพ้ืนท่ี และพัฒนาระบบเฝูา
ระวังและแจ้งเหตเุ ตอื นภยั ดา้ นสุขภาพ โรคระบาดและภัยพิบัติ ระบบทะเบียน อสม. และบัตรประจาตัว อสม.ดิจิทัล
ระบบแสดงสิทธิประโยชน์สาหรับ อสม. ผ่านแอปพลิเคชั่น ระบบสะสะสมคะแนนส่งเสริมการใช้งานแอปพลิเคชั่น
Smart อสม.ระบบรายงานผลงานประจาเดือน และเป็นการพัฒนาระบบ Big Data ด้วยเทคโนโลยี AI 3) การปรับ
รูปแบบการทางานให้เป็นแบบออนไลน์ เช่น การขออนุญาตสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพ่ือสุขภาพ
ผู้รับบริการสามารถย่ืนขอใบอนุญาตผ่านระบบออนไลน์ (Biz Portal และ https://esta.hss.moph.go.th/) โดยไม่
ต้องออกมารับบริการ ณ จดุ บริการ ซ่ึงเปน็ การลดข้นั ตอน ระยะเวลา และค่าใชจ้ า่ ย เป็นตน้
ผลลัพธส์ าคญั ในหมวด 7 ทเี่ ปน็ ผลจากการดาเนนิ งานของหมวด 4
กรม สบส. มีการกาหนดตัวช้ีวัดติดตามผลการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน พร้อมทั้งถ่ายทอดตัวชี้วัดและ
ค่าเปูาหมายตั้งแต่ระดับกรมไปจนถึงบุคคล และขับเคลื่อนงานให้บรรลุเปูาหมายตามพันธกิจและยุทธศาสตร์ มี
การติดตามและประเมินผลการดาเนินงานอย่างสม่าเสมอ พร้อมทั้งนาผลการประเมินมาพัฒนาปรับปรุง
กระบวนงานและการให้บริการ เพ่ือทาให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเน่ืองตามระบบการปรับปรุงผลการดาเนินการ
สรา้ งนวตั กรรมและแนวปฏิบัติท่ีดี (Best Practice) รวมท้ังมีการกาหนดเปูาหมายการดาเนินงานของปีถัดไปต้องมี
แนวโน้มท่ีเพ่ิมสูงข้ึน หรือมีคุณภาพมากข้ึน และยังได้รับรางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ราย
หมวด หมวด 4 การวดั วิเคราะห์ และการจดั การความรู้ ในปี พ.ศ. 2563
รายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาองค์การสูก่ ารเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ
42
หมวด 5 การมุ่งเน้นบุคลากร
5.1 ระบบการจดั การบคุ ลากรทีต่ อบสนองต่อยุทธศาสตร์และสรา้ งแรงจูงใจ
กรม สบส. ตระหนักดีว่าการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ดี จะส่งเสริมให้คนในองค์การทุ่มเททางานอย่าง
เต็มที่ สามารถขับเคลื่อนผลการดาเนินงานขององค์การก้าวไปสู่เปูาหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ทาให้องค์การ
เขม้ แข็ง มัน่ คงและย่ังยืน ดงั นน้ั บคุ ลากรมแี รงจูงใจในการทางาน นาไปสู่ผลการดาเนินการท่ีดี กรมฯนาโดยผู้บริหาร
ระดับสูงใช้ค่านิยม “สมรรถนะเป็นฐาน สร้างสรรค์ส่ิงใหม่
บริการด้วยใจ ใฝุสามัคคี”เสริมสร้างวัฒนธรรมในการทางาน
มีปรับบทบาทและกลยุทธ์เป็นเชิงรุกเพิ่มขึ้น ทบทวน
วิเคราะห์ความต้องการด้านขีดความสามารถ อัตรากาลังด้าน
บุคลากร สมรรถนะเฉพาะสายงาน ความเช่ียวชาญของกรมฯ
เป็นประจาทุกปี เพื่อวางกรอบอัตรากาลังให้เหมาะสมกับ
บทบาทภารกิจที่มีการเปล่ียนแปลงในอนาคต ดาเนินการ
ภายใต้คณะกรรมการกรมฯ การบริหารงานด้านทรัพยากร
รปู ท่ี 5.1 การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรบคุ คล กรม สบส. บุคคลดาเนินการภายใต้กรอบมาตรฐานความสาเร็จด้านการ
บริหารทรัพยากรบุคคล (HR Scorecard) ตามแผนกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยมีการจัดโครงสร้าง
ภายในและอัตรากาลังของหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมท้ังการวางแผนกาลังคนให้เหมาะสมให้
สอดคล้องภารกิจและยุทธศาสตร์กรมฯ ทั้งในระยะส้ันและระยะยาว เพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพของการบริหารงานของ
กรมฯ โดยมีแผนอัตรากาลัง ซ่ึงมีการทบทวน Retreat ภารกิจให้ตรงตามยุทธศาสตร์ การจัดโครงสร้างและ
วิเคราะห์อัตรากาลังให้เหมาะสมกับภารกิจของกรมฯ รองรับการปฏิบัติภารกิจด้านการคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบ
บริการสขุ ภาพ ดา้ นการจดั การสุขภาพภาคประชาชน และกฎหมายพระราชบัญญัติต่าง ๆ ท่ีเพิ่มขึ้น ภายใต้ข้อจากัด
ด้านอัตรากาลังที่จากัด การพิจารณาตาแหน่งว่างสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความจาเป็นเร่งด่วนในการปฏิบัติ
ภารกิจของหน่วยงานตั้งใหม่ที่เกิดข้ึน เช่น ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบริการสุขภาพ ศูนย์พัฒนาการ
สาธารณสขุ มูลฐานทั้ง 5 แหง่ เป็นต้น
การสรรหา/คดั เลือกบุคลากร ท่ีมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะและสมรรถนะท่ีจาเป็นต่อการผลักดันภารกิจ
กรมฯ ภายใต้หลักเกณฑ์ท่ีสานักงาน ก.พ. กาหนด โดยการสรรหาจากภายนอก ใช้วิธีการประกาศรับสมัครท่ี
หลากหลายช่องทาง เช่น Internet การลงประกาศ การใช้หนังสือแจ้งเวียนทั้งในและนอกหน่วยงาน การแนะนา
ผู้สมัครโดยบุคลากรกรมฯ และบุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งการใช้รูปแบบของการสรรหาเชิงรุก
เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนผู้ปฏิบัติงานระดับปฏิบัติการในสายงานหลัก กรมฯยังได้มอบอานาจให้หน่วยงานใน
สงั กัดกรมฯ เป็นผู้คัดเลือกพนักงานราชการ ลูกจ้างเหมาบริการ เพ่ือให้ได้บุคลากรในพ้ืนที่ ซ่ึงเป็นผู้ท่ีมีความรู้ความ
เข้าใจในวัฒนธรรมของพื้นท่ีท่ีส่งผลให้เกิดความผูกพันกับองค์การ มีความสุขในการทางานและลดอัตราการสูญเสีย
บุคลากร และการสรรหาภายในเพ่ือให้ได้มาซึ่งบุคลากรที่มีศักยภาพและผลสัมฤทธ์ิสูง (HIPPS) ของกรมฯ เน้นจูงใจ
และดึงดูดคนดังกล่าวให้อยู่กับองค์การและสร้างสรรค์ผลงานสาคัญๆ ให้กับองค์การอย่างยั่งยืน ทั้งยังได้สรรหา
บคุ ลากรเพ่ือทดแทนตาแหน่งเกษียณล่วงหน้าก่อนตาแหน่งวา่ ง เพ่ือให้เกดิ การถ่ายโอนงานเป็นไปด้วยความราบรื่น
กรมฯ มีระบบการประเมินผลการปฏิบัติราชการ โดยนาแผนยุทธศาสตร์ แผนงานตามนโยบายของรัฐบาล
และกระทรวงสาธารณสุข มากาหนดเป็นกรอบการจัดทาคารับรองปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัด และ
ประกาศเป็นแนวปฏิบัติร่วมกันสาหรับหน่วยงานและบุคลากรอย่างท่ัวถึง เพ่ือเป็นมาตรฐานเดียวกันในการถ่าย
ระดับและจัดทาข้อตกลงผลการปฏิบัติงานของบุคลากร มีการแต่งต้ังคณะกรรมการฯ ระดับกรม เพื่อสร้างความ
โปร่งใส เป็นธรรม มีการเปิดเผยข้อมูลป้อนกลับ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการพัฒนา รวมท้ังมีการประมวลผลท้ัง
รายงานผลการดาเนินการพัฒนาองค์การสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ
43
ภาพรวม เพ่ือวางแผนยุทธศาสตร์การบริหารงานอีกทั้งมีการ
วเิ คราะห์เส้นทางความก้าวหน้าของบุคลากรในแต่ละกลุ่ม กรมฯ มี
การดาเนินการจัดทา Career Path ให้บุคลากร/ความม่ันคงของ
งาน ดาเนินการจัดทาแผนเส้นทางความก้าวหน้าในสายงาน โดย
การมีส่วนร่วมของบุคลากรในสายงานต่างๆ จานวน 37 สายงาน
จัดทาแผนเส้นทางความก้าวหน้าในสายงาน โดยเปิดโอกาสให้
บุคลากรในสายงานต่างๆ ได้พิจารณาข้อคิดเห็น การเปิดโอกาสให้
มีการโยกย้ายสายงาน มีระบบในการเลื่อนระดับสูงข้ึน การจัดทา
ฐานขอ้ มลู บุคลากรเตรียมความพร้อมสู่การเล่ือนระดับสูงขึ้น และระบบการคัดเลือกเพื่อเลื่อนให้ดารงตาแหน่งสูงขึ้น
ให้สอดคล้องกับแนวทางที่สานักงาน ก.พ. กาหนด พร้อมท้ังมีการติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติราชการ เพ่ือนามา
ปรับปรุงและพัฒนาแนวทางการดาเนินงาน และเชื่อมโยงผลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับการบริหารค่าตอบแทน
เพอื่ เปน็ การเสริมสร้างแรงจูงใจของผู้ปฏิบัติงาน
กรมฯ มุ่งเน้นการจัดการด้านระบบบริหารทรัพยากรบุคคลเชิงรุกตามแนวทางระบบราชการ 4.0 มีการวาง
แผนการทางานเพื่อปรับระบบเข้าสู่การบริหารงานแนวใหม่ รวมทั้งส่งเสริมกระบวนการสร้างความผูกพันต่อการ
ปฏิบัติราชการให้เห็นคุณค่าต่อหน้าที่ที่รับผิดชอบเพ่ือการสร้างสรรค์ผลงานที่มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อ
กรมฯ ได้แก่ 1) พัฒนาระบบโดยนาเทคโนโลยีมาช่วยในการดาเนินงาน เช่น การประกาศรายช่ือผู้มีคุณสมบัติเล่ือน
ระดับสูงขึ้น การประเมินผลการปฏิบัติราชการ การโยกย้ายผ่านระบบออนไลน์ฯ 2) การสร้างเครือข่ายด้าน HR
ภายในกรมฯ ท่เี ขม้ แข็ง เน้นการมีส่วนร่วมเพ่ือให้การบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลตอบสนองต่อนโยบายของกรม
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3) การสรรหาบุคลากรและรักษาบุคลากร มีการสร้างกลยุทธ์การสรรหาบุคลากรเชิงรุก
มุ่งเน้นการค้นหาบุคลากรท่ีใช่และตรงกับความต้องการขององค์กร 4) ด้านการสร้าง Engagement ให้กับบุคลากร
สร้างความผูกพันต่อการปฏิบัติราชการเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเหมาะสมโดยเน้นการสร้างคุณค่า ความ
ภาคภูมใิ จในงานท่ีรบั ผิดชอบเพม่ิ ขึ้น 5) การวางแผนกาลังคน มีพัฒนาระบบการวางแผนกาลังคน ให้ชัดเจนและเป็น
รูปธรรม เช่น แผนสร้างความก้าวหน้าในสายอาชีพ แผนสร้างความต่อเนื่องในการปฏิบัติราชการ แผนยุทธศาสตร์
การพัฒนาคุณภาพชีวิตบุคลากรฯ และระบบการพัฒนาบุคลากร มีการกาหนดหลักสูตรการพัฒนาท้ังในประเทศ
และต่างประเทศ เพ่ือเพ่ิมพูน สั่งสม ทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่มีความสาคัญต่อสมรรถนะหลักบรรลุเปูาหมาย
ของกรมฯ รวมทั้งการเพ่ิมทักษะให้มีสมรรถนะที่จาเป็น สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเองเพื่อการพัฒนา
และเปล่ียนแปลงระบบการทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างระบบการถ่ายทอดองค์ความรู้ คลังความรู้ของ
หน่วยงานจากกลุ่มบุคลากรผู้มีความรู้ความเช่ียวชาญเฉพาะ ประสบการณ์ที่หลากหลายในวิชาชีพ ซ่ึงจากโครงสร้าง
อายุของบุคลากร พบว่าในอีก 5 – 10 ปี จะมีผู้เกษียณอายุราชการ คิดเป็นร้อยละ 4 ในปี 2567 จึงได้กาหนดให้มี
การถ่ายทอดองค์ความรู้จากข้าราชการท่ีจะเกษียณอายุราชการในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อส่งมอบองค์ความรู้ที่สาคัญ
ในการปฏิบัติงานจากรุ่นสู่รุ่นไม่ให้สูญหายไปรวมทั้งได้กาหนดแผนสืบทอดตาแหน่งการบริหาร (Succession Plan)
เพอื่ เตรยี มบุคลากรสาหรบั ตาแหน่งบรหิ ารและตาแหน่งอ่ืนๆท่ีมีความสาคัญต่อกรมฯ
5.2 ระบบการทางานที่มีประสิทธภิ าพ คลอ่ งตัว มงุ่ ผลสมั ฤทธิ์
กรมฯ มีการประเมินสภาพแวดล้อมในการทางาน วิเคราะห์ความต้องการในการปรับปรุงสภาพแวดล้อม
ในการทางานของบุคลากร เพ่ือนาผลการวิเคราะห์มาใช้ปรับปรุงปัจจัยและสภาพแวดล้อมในการทางานด้านสุขภาพ
ความปลอดภยั และสวสั ดิภาพ ซ่ึงมีข้อเสนอการปรับปรุงหรือดาเนินการตามลาดับ คือ การปรับปรุงสภาพแวดล้อม
และสิง่ อานวยความสะดวกท่ีเอื้อต่อการปฏิบัติงาน การจัดหาอุปกรณ์ให้เพียงพอ เหมาะสม และทันสมัยสาหรับการ
ปฏิบัติงาน การดูแลให้บุคลากรได้รับความปลอดภัยขณะปฏิบัติงาน บุคลากรทุกระดับได้รับการจัดสวัสดิการที่
รายงานผลการดาเนินการพัฒนาองคก์ ารสกู่ ารเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ
44
เหมาะสมและเท่าเทียมกันและ การพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยนามาจัดทาแผนการปรับปรุง
สภาพแวดลอ้ มในการทางาน ด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และสวัสดิภาพ ในการทางานของบุคลากรมาปรับปรุง ซ่ึง
มกี ารดาเนนิ งาน ดงั น้ี
1. การจัดสรรพ้ืนท่ีในอาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อสร้างบรรยากาศในการทางาน คล่องตัว
และมีความปลอดภัย ท่ีมีความเหมาะสมทั้งทางกายภาพ และบรรยากาศ เช่น มุมพักผ่อน ห้องสมุด/แหล่งเรียนรู้
มุมนิทรรศการ มมุ ออกกาลังกาย ลานเอนกประสงค์ ลาน สบส. สุขใจ ฯลฯ รวมทั้งการวางระบบรองรับภาวะฉุกเฉิน
เช่น การซอ้ มแผนอัคคีภยั กจิ กรรม 5ส. ฯลฯ
2. การปรบั โครงสร้างภายในกรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้มีความเหมาะสม รวมทั้งจัดตั้งหน่วยงานเพื่อ
เปน็ ศูนยก์ ลางข้อมูลที่สาคัญตามภารกิจของกรมฯ เช่น ศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ ศูนย์บริการ
เบ็ดเสรจ็ (One Stop Service)
3. การนาเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานโดยเช่ือมโยงเครือข่ายระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและ
หน่วยงานระดับพื้นท่ี (สบส. เขต 1-12 และ สสม. 5 แห่ง) เพ่ือสร้างความคล่องตัวในการปฏิบัติงานให้เกิด
ประสิทธภิ าพ เช่น การประชุมผา่ นระบบ VDO Conference เปน็ ตน้
อีกท้ังกรมฯ มีนโยบายในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอ้ือให้บุคลากรปฏิบัติงานได้อย่างเต็มความสามารถ
และมีประสิทธิภาพ ได้แก่ การจัดอัตรากาลังตามโครงสร้างภายในกรมฯ การกาหนดความรับผิดชอบของ
ผู้บังคับบัญชาตามสายการบังคับบัญชาท่ีชัดเจนเพ่ือให้เกิดความรับผิดชอบมีอานาจการตัดสินใจ เช่น รอง
ผู้อานวยการ หัวหน้ากลุ่ม/งาน ฯลฯ และการกาหนดผู้รับผิดชอบ ทีมประสานงานในระดับพื้นที่สอดคล้องกับเขต
ตรวจราชการของกระทรวงสาธารณสุข มีระบบการกระจายอานาจการตัดสินใจสู่ผู้บังคับบัญชาระดับหน่วยงาน
อยา่ งเป็นระบบ มกี ารจัดทาฐานขอ้ มลู เพ่ือใชส้ นับสนุนการทางาน และการแก้ปัญหาการทางานอย่างมีประสิทธิภาพ
เช่น ระบบ smart ฯลฯ พร้อมท้ังการปรับปรุงฐานข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคล พร้อมสนับสนุนการทางานอย่างมี
ประสิทธิภาพ เช่น ระบบของสานักงาน ก.พ. (DPIS), ระบบกรมบัญชีกลาง (ระบบบาเหน็จบานาญ, ระบบจ่ายตรง
เงนิ เดือน) ลดขัน้ ตอนการทางานและประหยัดเวลา
กรมฯ มีการพัฒนาระบบการทางานที่เป็นทีม สร้างความร่วมมือกับทั้งภายในและภายนอก เน้นการ
ทางานแบบบูรณาร่วมกับทีมสหสาขาวิชา การวางแผนการทางานอย่างเป็นระบบ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาท่ีซับซ้อน
ได้อย่างมีประสิทธิผล เน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรม ปรับกระบวนการทางความคิด ปรับรูปแบบการทางานด้วย
การเชอื่ มโยงระบบดจิ ิทลั ในกระบวนการต่างๆ ดงั น้ี
1. สร้างเครือข่ายด้านทรัพยากรบุคลในภาพกระทรวงสาธารณสุข ในการสร้างความเข้มแข็ง การมีส่วน
รว่ ม ประสานงาน รวมท้ังเกดิ การทางานเป็นทีมในภาพรวมกระทรวงสาธารณสุข
2. สร้างเครือข่ายและสามารถปฏิบัติงานร่วมกันท้ังในภาครัฐและเอกชน ทั้งในด้านการสรรหา และ
พฒั นาบคุ ลากรให้มีประสิทธิภาพ เช่น สานักงาน ก.พ. สถาบันการศึกษา หน่วยงานหลักสูตรผู้บริหาร ได้แก่ การ
อบรมข้าราชการใหม่รว่ มกบั สถาบนั ฝึกอบรม และสานักงาน ก.พ.ให้สอดรับกับบริบทกรม การปรับปรุงฐานข้อมูล
ดา้ นทรัพยากรบุคคล เช่น ระบบของสานักงาน ก.พ. (DPIS), ระบบกรมบัญชีกลาง (ระบบบาเหน็จบานาญ, ระบบ
จ่ายตรงเงนิ เดือน)
3. ส่งเสริมให้บุคลากรมีสมรรถนะเหมาะสม สร้างสรรค์ผลงาน นวัตกรรม โดยใช้ความเช่ียวชาญ
สติปัญญา อย่างมีคุณค่าเป็นรูปธรรมในการขับเคล่ือนภารกิจของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้แก่ การพัฒนา
แบบอาคารสมรรถนะสูง Green & Clean Hospital ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และการพัฒนาระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศของกรมฯ ร่วมกับมหาวทิ ยาลยั แม่ฟูาหลวง เป็นตน้
รายงานผลการดาเนนิ การพัฒนาองค์การสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพ
45
นอกจากนี้ในการปฏิบัติงานมีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ เพื่อให้การทางานเกิดความคล่องตัว
และมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2565 ได้มีการกาหนดตัวชี้วัดให้ทุกงานใช้ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์แบบ 100%
เพือ่ ลดการใช้กระดาษ เกิดความสะดวก รวดเร็วในการติดต่อประสานงาน และยังลดอุปสรรคเกี่ยวกับระยะเวลาและ
ระยะทาง พรอ้ มทง้ั ปรับรูปแบบการจัดประชมุ ให้เป็นแบบออนไลน์ให้ได้มากที่สดุ
5.3 การสร้างวัฒนธรรมการทางานท่ีเป็นมืออาชีพ การสร้างความผูกพันและความเป็นเจ้าของใหแ้ ก่บคุ ลากร
กรมฯ มีแนวทางการสร้างวัฒนธรรมให้แก่บุคลากรในการทางานอย่างมืออาชีพ ต้ังแต่เริ่มเข้ามา
ปฏิบัติงานที่กรมฯ ผ่านการอบรมข้าราชการบรรจุใหม่ และรับโอนย้ายจากส่วนราชการอื่น และพนักงานราชการที่
จัดจ้างใหม่ของกรมฯ รับทราบโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ นโยบายการบริหารงาน บทบาท ภารกิจ และอานาจ
หน้าที่ความรับผิดชอบ กฎระเบียบ หลักเกณฑ์ สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ รวมท้ังปลูกจิตสานึกการเป็นบุคลากร
ภาครัฐที่ดี เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อนร่วมงานเกิดการเรียนรู้ และแลกเปล่ียนประสบการณ์ร่วมกัน
ซึ่งนาไปสูผ่ ลการดาเนินการทดี่ ี นาโดยผูบ้ รหิ ารระดับสูง ใชค้ า่ นิยม สบส เสรมิ สรา้ งวฒั นธรรมการทางาน ดังนี้
1. ระดมความคิดเห็นรว่ มกันกาหนดคา่ นิยมของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพที่สอดคล้องกับค่านิยมของ
กระทรวงสาธารณสุข "MOPH" และค่านิยมของกรม ส.บ.ส. คือ สมรรถนะเป็นฐาน สร้างสรรค์สิ่งใหม่ บริการด้วย
ใจ ใฝุสามคั คี
2. ขับเคล่ือนค่านิยมและส่งเสริมให้บุคลากรเป็นคนเก่ง และคนดี สอดคล้องตามวัฒนธรรมองค์การ ยก
ย่องชมเชยสร้างขวัญกาลังใจผู้ท่ีมีผลงานดีเด่นท่ีเสริมสร้างผู้รับบริการและภารกิจจนบรรลุผลสาเร็จ ให้ความ
ช่วยเหลือทีมงาน เข้าร่วมกิจกรรมองค์การสม่าเสมอ มีวินัย ซ่ือสัตย์ มีจริยธรรม และจรรยาบรรณในการ
ปฏิบตั งิ าน
3. ส่งเสริมให้มีการสื่อสาร แลกเปล่ียนความรู้ท้ังองค์การ การแบ่งเป็นทักษะบุคลากร เช่น การจัดตั้ง
Small Group ในทุกหน่วยงานเพื่อให้เกิดความร่วมมือ แบ่งปันทักษะภายใน การใช้ VDO Conference ส่ือสาร
กบั บุคลากรทุกกล่มุ ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพ้นื ทสี่ ่วนภูมิภาค เพ่อื ใหบ้ คุ ลากรมีความสามารถและทักษะที่หลากหลาย
4. ส่งเสริมค่านิยม สร้างสรรค์สิ่งใหม่ บริการด้วยใจ ผ่านกระบวนการ Empowerment ให้ผู้ปฏิบัติงาน
สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เกิดความคิดริเริ่ม และสร้างนวัตกรรมทั้งในรายบุคคลและหน่วยงาน ทาให้
เกิดการคล่องตัว ลดเวลาการทางาน โดยคณะกรรมการกรมฯ เผยแพร่กิจกรรมที่โดดเด่นผ่าน Website, KM Day,
การจัดประชุมวิชาการ และเวทีแลกเปล่ียนเรียนรู้ ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมกิจกรรม และมอบรางวัลด้านการ
เรยี นรู้และนวัตกรรม
3. เสริมสร้างค่านิยม ส.บ.ส. ผ่านคารับรองการปฏิบัติราชการของหน่วยงาน ส่ือประชาสัมพันธ์ค่านิยม
ส.บ.ส. ผ่านชอ่ งทางประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ทาง website Application และบอรด์ ประชาสัมพนั ธ์ การดาเนินโครงการ
สานสัมพนั ธเ์ สรมิ สรา้ งวฒั นธรรมร่วมกัน สาธารณะประโยชน์ต่างๆ เช่น การทากิจกรรมจิตอาสา กิจกรรมตลาดน้า
เพอื่ สขุ ภาพ การสวัสดีปีใหม่ การรดน้าดาหัวเพื่อขอพรในวันสงกรานต์ การทาบุญในวันสาคัญทางศาสนา กิจกรรม
การบริจาคส่ิงของให้กับผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ เป็นต้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรได้มีโอกาสในการทาบุญ
ร่วมกัน รู้จักการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและสังคม รวมถึงเพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรทั้ง
ระดบั ผูบ้ รหิ าร และผปู้ ฏิบตั ิงานในแต่ละหนว่ ยงานให้มีโอกาสพบปะพูดคุยแลกเปล่ยี นประสบการณ์ซ่ึงกันและกัน
กรมฯ มีการทบทวน วิเคราะห์ ผลการประเมินความผูกพันของบุคลากรต่อองค์การทุกปี ท้ังผลใน
ภาพรวมของกรมฯ และระดับหน่วยงาน จาแนกตามประเภทของบุคลากร ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ โดยมีการ
สะท้อนของผลการประเมินให้ผู้บริหารรับทราบ นาผลการวิเคราะห์มาใช้ในการปรับปรุงปัจจัยและกิจกรรมในการ
สร้างความผูกพันของบุคลากร และเป็นข้อมูลนาเข้าประกอบการจัดทาแผนยุทธศาสตร์ทรัพยากรบุคลากรต่อไป
โดยมีแนวทางดาเนินการ ดังน้ี 1) การจัดทาเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพให้สอดคล้องกับผลงานและ
รายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาองคก์ ารส่กู ารเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ
46
สมรรถนะ 2) การเตรียมกาลังคนเพื่อรองรับการสูญเสียจาก
การเปลี่ยนแปลง 3) การจัดทาแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) ท่ี
สอดคล้องกับความจาเป็นขององค์การ 4) การพัฒนาขีด
ความสามารถบุคลากรเพ่ือรองรับการเปล่ียนแปลงต่างๆ ใน
การปฏิบัติราชการ 5) การเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนา
ระบบงานให้เหมาะสม สอดคล้องกับภารกิจ ทิศทางและ
นโยบายการพัฒนาของกรมฯ 6) การจัดกิจกรรมตามวันสาคัญ
ประเพณี และกิจกรรมบาเพ็ญ การประเมินความผูกพันของ
บุคลากร เป็นส่ิงท่ีกรมฯ ให้ความสาคัญ โดยการส่งแบบสอบถามให้กับบุคลากรเป็นประจาทุกปีและการตรวจ
ประเมินอย่างไม่เป็นทางการตามช่องทางต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการสวัสดิการ การท่ี
ผู้บริหารพบปะพูดคุยกับผู้ปฏิบัติงาน ตู้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จากการสารวจผ่านแบบสอบถาม
จนถงึ ปี 2559 ได้มีการพัฒนาการประเมินฯผ่านระบบ Online จากผลการสารวจ Happinometer ใน 9 ด้าน ในปี
2561 พบว่า ผลการประเมินความผูกพันของบุคลากรกรมฯ ร้อยละ 78.97 ซ่ึงอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างดี ซึ่ง
ปัจจยั สาคญั ที่ส่งผลต่อความผูกพัน คือ ความม่ันคงในอาชีพท่ีปฏิบัติงานอยู่ท่ีหน่วยงานได้รับการปฏิบัติจากกรมฯ
อย่างถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน และพ.ร.บ.ข้าราชการ พ.ศ.2551 การจัดสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อต่อการทางาน
ค่าตอบแทนทไี่ ด้คมุ้ ค่าเมื่อเทียบกับความเส่ียงท่ีอาจจะเกิดจากากรทางาน การมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น มีส่วน
ร่วมในการให้ข้อเสนอแนะกับผู้บังคับบัญชา รวมท้ังยกย่องชมเชย การคัดเลือกคนดี บุคลากรต้นแบบ เพื่อยกย่อง
บุคคลและสร้างขวัญกาลังใจให้ผู้ที่ยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรมให้เป็นแบบอย่างที่ดีของกรมสนับสนุนบริการ
สุขภาพ เช่น ข้าราชการพลเรือนและลูกจ้างประจาดีเด่น คนดีศรีสาธารณสุข คนดีศรี สบส. และหน่วยงานดีเด่น
ด้านคุณธรรมจริยธรรม ส่งผลให้ภาพรวมแล้ว บุคลากรมีความสุขและมีความภาคภูมิใจที่ได้ทางานในกรม สบส.
รวมท้ังมีความเป็นเจ้าของรว่ มกัน
5.4 ระบบการพฒั นาบุคลากร
กรมฯ มีการวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรในด้านศักยภาพของบุคลากร และทบทวนเส้นทางการ
พัฒนาบุคลากรในแต่ละสายงาน เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของกรม และบทบาทท่ีเปลี่ยนแปลงไป เพื่อ
เพ่มิ ประสิทธภิ าพการปฏิบตั ิงาน โดยมีแผนการพฒั นาบุคลากร ดงั น้ี
1. ดาเนินงานตามมาตรฐานความสาเร็จด้านการบริหาร
ทรัพยากรบุคคล (HR Scorecard) พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้
ความสามารถท่ีจาเป็นสาหรับตาแหน่งตามท่ีกาหนด เช่น การ
ฝึกอบรมท้ังในและต่างประเทศ การประชุมสัมมนา การมอบหมาย
งาน การเรียนรู้ด้วยตนเอง เพื่อนาความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในการ
ปฏิบตั งิ านได้อย่างมีประสิทธภิ าพ
สายงาน 2. สง่ เสริมใหบ้ คุ ลากรเข้ารับการพัฒนาในสาขาวิชาชีพตาม ทเี่ ก่ยี วข้องรใูปนทสี่ 5า.4ยงHาRนSนcoั้นreๆcard
โดยมีการพจิ ารณาบุคลากรเข้ารบั การฝึกอบรมในหลกั สูตรต่างๆ
3. มีการจัดสรรงบประมาณสาหรับการพัฒนาบุคลากร เช่น การพัฒนาตามสายงาน สายวิชาชีพ ทุน
ปริญญาโทและการให้ทุนการศึกษา ตามประเด็นความเช่ียวชาญของหน่วยงานที่กรมฯจาเป็นต้องพัฒนา
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาศักยภาพเครือข่าย ได้แก่ อสม. อสค. ผู้ปฏิบัติงานด้านระบบริการสุขภาพและสุขภาพ
ภาคประชาชน ใหส้ ามารถเปน็ ตัวแทนในการดูแลสุขภาพประชาชนและชุมชนได้ด้วยตนเอง
4. ส่งเสริมให้บุคลากรศึกษาในระดับที่สูงข้ึนโดยพิจารณาอนุมัติให้บุคลากรได้รับการศึกษาต่อเพื่อให้
รายงานผลการดาเนินการพฒั นาองคก์ ารสกู่ ารเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนนุ บริการสขุ ภาพ
47
บคุ ลากรมีความรู้ในสายวิชาชีพเพ่ิมขึ้น
5. พิจารณาพัฒนาบุคลากรให้เข้ารับการพัฒนาในหลักสูตรที่เก่ียวข้องกับด้านดิจิทัล เน้นให้บุคลากร
ตระหนักและเรียนรู้ถึงผลกระทบจากโลกที่เปล่ียนแปลงไปอย่างเฉียบพลัน (Disruptive) สามารถนาความรู้ ทักษะ
และประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนการดาเนินงานได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
6. จัดกิจกรรมวันสาคัญทางศาสนาตามประเพณีนิยม เช่น การสวัสดีปีใหม่ การรดน้าดาหัวในวัน
สงกรานต์ การทาบุญตักบาตร การเป็นจิตอาสา การทา CSR ร่วมกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นต้น
ซ่งึ เปน็ การสร้างความสัมพันธท์ ดี่ ีระหวา่ งบุคลากรทุกระดับและเป็นการสบื สานประเพณที ่ีดีรว่ มกนั
7. การเขา้ รว่ มกิจกรรมสาคัญท่ีเกี่ยวข้องกับชาติ พระมหากษัตริย์ และกระทรวงสาธารณสุข เช่น วันคล้าย
วนั พระราชสมภพ วนั ข้าราชการ พลเรอื น วันสถาปนากระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น
ท้ังนี้ยังมีการรวบรวมองค์ความรู้จากพนักงานท่ีใกล้เกษียณซ่ึงมีความรู้ความชานาญในงาน และบุคลากรท่ี
ลาออกหรือย้ายงานไว้ใน KM Website เพื่อให้ความรู้อยู่คู่กับองค์การต่อไป ทั้งนี้กรมฯได้พัฒนาหลักสูตรการอบรม
ผู้บริหารระดับต้นของกรมฯ โดยใช้ Core Competency ของกรมฯ เพื่อพัฒนาคุณสมบัติการเป็นผู้นาเฉพาะบุคคล
นอกจากนี้บรรจุเรื่องหลักธรรมาภิบาลเป็นเนื้อหาแทรกในหลักสูตรอบรมด้านคุณธรรมจริยธรรม แก่บุคลากรทุกคน
เป็นประจาทุกปี นอกจากนี้ กรมฯ ส่งผู้บริหารระดับสูงเข้าอบรมหลักสูตรธรรมาภิบาลของสถาบันพระปกเปล้า
หลักสูตรผ้บู รหิ ารทางการสาธารณสขุ และสนับสนนุ ด้านเวลา/งบประมาณให้ผู้บริหาร และบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรม
ศาสนา เข้าร่วมประเพณีกับชุมชนในพื้นท่ีปฏิบัติการ เพื่อแสดงเจตจานงในการดาเนินงานอย่างโปร่งใสมีจริยธรรม
มคี วามรบั ผดิ ชอบต่อผูม้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสีย คานงึ ถึงสงั คมและสภาพแวดล้อม
กรมฯ มีการทบทวนปรับแผนพัฒนาบุคลากรท้ังในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้สอดรับกับการปฏิรูป
กรมและการปรับแผนยุทธศาสตร์เพื่อให้ทันต่อการเปล่ียนแปลงและเตรียมความพร้อมรองรับความท้าทายเชิงกล
ยุทธ์ แผนปฏิบัติการ การปรับปรุงระบบการทางานรวมทั้งเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ สอดคล้องกับแผนสร้าง
ความตอ่ เน่อื งในการดารงตาแหน่งท่ีมีความสาคัญเชิงยุทธศาสตร์ (Succession Plan) ของกรมฯ เช่น วิศวกรรมชีว
การแพทย์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ โดยมีกรอบการพัฒนาบุคลากร ดังนี้ 1) การกาหนดการประเมินสมรรถนะ
บุคลากร ตามมาตรฐานและแนวทางการกาหนดความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จาเป็น 2) การจัดทา
แผนพัฒนาบุคลากรรายบุคคล (Individual Development Plan: IDP) ให้มีรูปแบบท่ีชัดเจนเป็นมาตรฐาน
เดียวกัน เช่น การสอนงาน การเป็นพ่ีเลี้ยง การมอบหมายโครงการ สามารถผลักดันให้บุคลากรพัฒนาตนเองไปสู่
เปูาหมายของกรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3) การพัฒนาบุคลากร ด้านทักษะ ความรู้ สมรรถนะตามกรอบการ
พัฒนาบุคลากรทุกระดับทั้งหลักสูตรภายในและหลักสูตรภายนอกกรมฯ ในระดับผู้บริหาร/ผู้อานวยการ เน้นการ
พัฒนาตามสมรรถนะทางการบรหิ าร ในระดับผ้ปู ฏิบัติงานมุ่งเน้นด้านทักษะ ความรู้ความสามารถท่ีตรงกับตาแหน่ง
และภารกิจที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้สามารถนาความรู้และประสบการณ์ท่ีได้รับมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานให้มี
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ระบบราชการ 4.0 ผู้ประกอบการภาครัฐ ผู้นาการเปล่ียนแปลง การคิดเชิงออกแบบ
และการเรียนรู้เคร่ืองมือในการพัฒนาองค์กรต่างๆ PMQA 4.0 IT Disruptive และความรู้และทักษะการใช้
ภาษาอังกฤษ ภาษาต่างประเทศ เป็นต้น 4) พิจารณาขอรับการจัดสรรทุนรัฐบาลทั้งภายในประเทศและศึกษา ณ
ต่างประเทศ สอดคล้องกับภารกิจของกรมฯ มาตรฐานการกาหนดตาแหน่ง และความก้าวหน้าในสายอาชีพในแต่
ละวิชาชีพ
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานด้านมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ เช่น
สถานพยาบาล สถานประกอบการเพ่ือสุขภาพ ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ให้บริการฯ สสจ.และการจัดการสุขภาพภาค
ประชาชน เช่น อสม. อสค. ผู้นาชุมชน และการจัดหลักสูตรพัฒนาข้าราชการกลุ่มศักยภาพสูงเป็นประจาทุกปี เช่น
ผูน้ าทีมทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ (LSP) การขับเคล่ือนองค์กรแห่งการเรียนรู้หลักสูตรอบรมผู้บริหารระดับต้น กรมสนับสนุน
รายงานผลการดาเนินการพฒั นาองค์การสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนนุ บริการสขุ ภาพ
48
บริการสุขภาพ และนักบริหารด้านการสนับสนุนบริการสุขภาพในยุคใหม่ การเงิน การคลัง เป็นต้น โดยได้กาหนด
ระบบประกันคุณภาพการฝึกอบรมเพื่อให้หน่วยงานใช้ในการพัฒนาบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีการติดตาม
ประเมินผลการพัฒนา และทบทวนผลการดาเนินงานในที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สาหรับเป็น
ขอ้ มลู ในการจัดสรรงบประมาณในปตี ่อไป
ผลลัพธส์ าคญั ในหมวด 7 ทเี่ ปน็ ผลจากการดาเนนิ งานของหมวด 5
กรม สบส. มีนโยบายคนสาราญ งานสาเรจ็ จัดระบบสวัสดิภาพ สวัสดิการท่ีเหมาะสมให้แก่บุคลากร โดยให้
ความสาคัญกับบุคลากรทุกระดับของกรมฯ มีการกาหนดตัวชี้วัดแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) เพื่อเป็นการพัฒนา
ทบทวน และเพิ่มพูนความรู้และทักษะต่าง ๆ ท่ีจะนามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังผลักดันให้เกิด
ความก้าวหน้าในสายอาชีพ เช่น มีการจัดติวการสอบ ภาค ก. ของสานักงาน ก.พ. ให้แก่บุคลากรที่สนใจ และการ
ปฐมนิเทศให้แก่บุคลากรใหม่ เพ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจถึงสภาพแวดล้อมการทางาน ความรู้พ้ืนฐานต่าง ๆ
เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ ปลูกจิตสานึกการเป็นบุคลากรท่ีดี และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพ่ือนร่วมงาน
เปน็ ต้น
รายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาองค์การสู่การเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ
49
หมวด 6 การมงุ่ เนน้ ระบบปฏบิ ตั ิการ
6.1 กระบวนการทางานที่เช่อื มโยงตั้งแต่ต้นจนจบสผู่ ลลพั ธท์ ต่ี อ้ งการ
กรม สบส. มีการทบทวนและออกแบบกระบวนงานท่ีสาคัญ และวิเคราะห์ข้อกาหนดท่ีสาคัญของ
ผลผลิต การบริการ ท้ังกระบวนการหลักและกระบวนการสนับสนุนท่ีสาคัญปีละ 1 ครั้ง ด้วย SIPOC MODEL
ตามรูปที่ 6.1 โดยพิจารณา วิสัยทัศน์ พันธกิจ เพื่อให้เกิด
ความมั่นใจได้ว่าการดาเนินงานจะตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ
ยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข นโยบายรัฐบาล กฎหมาย
ต่าง ๆ ความต้องการ ความคาดหวังของผู้รับบริการและผู้มี
สว่ นไดส้ ว่ นเสยี มีการกาหนดยุทธศาสตร์แผนงาน โครงการให้
ตอบสนองต่อความต้องการดังกล่าว และนาข้อกาหนดด้าน
เทคโนโลยีสารสนเทศ ความคล่องตัวท่ีจาเป็นในอนาคต นามา
รปู ท่ี 6.1 SIPOC Model กรม สบส. จัดทาข้อกาหนดของกระบวนการหลักและกระบวนการ
สนับสนุน เพื่อกาหนดเป็นจุดควบคุมกระบวนการ และการบริหารต้นทุน ทาให้การนากระบวนการไปปฏิบัติ
สามารถควบคมุ ผลการดาเนนิ การโดยรวมของกรมฯ ได้ โดยกาหนดตัวชี้วัดที่แสดงถึงความสาเร็จของการจัดการ
กระบวนการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กรมฯ ได้วิเคราะห์จัดทาข้อกาหนดของกระบวนการหลักและ
กระบวนการสนับสนุนอย่างครอบคลุมทุกภารกิจ โดยกาหนดเป็น 3 กระบวนงานหลักท่ีสาคัญ ได้แก่
กระบวนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพและบริหารยุทธศาสตร์ Medical Hub กระบวนงาน
ส่งเสริม สนับสนุน และประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ และกระบวนงานพัฒนาระบบสุขภาพภาค
ประชาชน และ 7 กระบวนงานสนับสนุน ได้แก่ 1) กระบวนการบริหารยุทธศาสตร์และงบประมาณ 2)
กระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล 3) กระบวนการพัฒนาปรับปรุงกฎหมาย 4) กระบวนการพัฒนาระบบ
เทคโนโลยีสารสนเทศ 5) กระบวนการจัดการความรู้ 6)
ก ร ะ บ ว น ก า ร พั ฒ น า อ ง ค์ ก ร 7 ) ก ร ะ บ ว น ก า ร
ประชาสัมพันธ์ ตามภาพที่ 6.2 ทุกหน่วยงานได้มีการ
จ า แ น ก ก ร ะ บ ว น ง า น ห ลั ก ที่ ส า คั ญ ต า ม พั น ธ กิ จ แ ล ะ รูปท่ี 6.2 Value Chain กรม สบส.
สมรรถนะหลัก และพิจารณาผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วน
เสีย ผู้ส่งมอบและพันธมิตร เพ่ือขับเคลื่อนระบบบริการ
สขุ ภาพ เพ่อื ใหป้ ระชาชนมีความรอบรดู้ ้านสขุ ภาพ ได้รับ
บริการสุขภาพที่มมี าตรฐาน คุณภาพ ปลอดภัย อีกทั้งยัง
มีการจัดทาคู่มือปฏิบัติงาน ทั้งกระบวนการหลักและ
กระบวนการสนับสนุนที่สาคัญ ท้ังระดับกรมฯ และทุกหน่วยงาน และผังกระบวนการท่ีชัดเจน โดยมีการ
วิเคราะหค์ วามเส่ียงของปญั หาทีอ่ าจเกิดข้ึน เพอื่ กาหนดเป็นจุดควบคุมกระบวนการและการบริหารต้นทุน ทาให้
สามารถนากระบวนการไปปฏิบัติไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง และสามารถควบคุมผลการดาเนนิ การโดยรวมของกรมฯ ได้
ในกระบวนงานการคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ มีการวิเคราะห์ความเส่ียงของปัญหาที่
อาจเกดิ ขน้ึ เพือ่ กาหนดเป็นจดุ ควบคมุ กระบวนการและการบรหิ ารต้นทุน เพ่ิมประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ
กระบวนการ มีความคุ้มค่า ลดความเส่ียง และลดต้นทุน เช่น การอนุญาตให้ประกอบกิจการและดาเนินการ
สถานพยาบาลเอกชน มีจุดควบคุมข้ันตอน ดังน้ี 1) ขั้นตอนการรับเร่ือง ตรวจสอบหลักฐานคาขอ มีการควบคุม
โดยปรับวิธกี ารปฏิบตั งิ านและให้บรกิ าร เพ่อื ลดความเสย่ี ง และการตดิ ตงั้ กล้องถ่ายรูปผู้มาขออนุญาตดาเนินการ
สถานพยาบาล มีตัวช้ีวัดคือ ร้อยละของผู้ดาเนินการสถานพยาบาลท่ีมายื่นเอกสารมีความถูกต้องตามกฎหมาย
รายงานผลการดาเนินการพัฒนาองคก์ ารสกู่ ารเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ
50
ร้อยละของผู้ยื่นขออนุญาตดาเนินการสถานพยาบาลได้รับคาแนะนาและการบริการเอกสารจากเจ้าหน้าท่ี
ครบถ้วน ถูกต้อง 2) ข้ันตอนการตรวจอนุญาตสถานพยาบาลใหม่ มีการเพ่ิมทีมตรวจประเมินมาตรฐานฯให้
เพียงพอ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรที่ร่วมตรวจประเมิน ตัวชี้วัดคือ ร้อยละของผู้ย่ืนขออนุญาตประกอบ
กจิ การสถานพยาบาลได้รบั การตรวจมาตรฐาน และรอ้ ยละความพงึ พอใจของผรู้ บั บรกิ ารต่อกระบวนการอนุญาต
ให้ประกอบกิจการและดาเนินการสถานพยาบาล และสามารถควบคุมผลการดาเนินการได้ ซึ่งการขออนุญาต
สถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพระบบออนไลน์ผ่าน Central Biz Box สานักงาน ก.พ.ร.
รวมทงั้ การชาระคา่ ธรรมเนยี มผา่ นระบบ e-payment ของกรมบัญชกี ลาง การยื่นขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ
ฯ โดยใช้บัตรประชาชน มีการกาหนดแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกัน เช่น การชาระค่าธรรมเนียม (E-banking)
กับธนาคารกรุงไทย การย่ืนเอกสารทางราชการด้วยเลข 13 หลัก (Zero Copy) โดยเช่ือมโยงข้อมูลการยืนยัน
ตวั ตนกับกรมการปกครอง
กระบวนงานการประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ การพัฒนาระบบการประเมินมาตรฐานระบบ
บริการสุขภาพ (HS4 Software) ซึ่งเป็นโปรแกรมออนไลน์ท่ีใช้เพื่อตรวจสอบ กากับ และประเมินมาตรฐาน
ระบบบริการสุขภาพ คือ 1) ฐานข้อมูลประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ 2) ฐานข้อมูลทดสอบคุณภาพ
เครือ่ งมือแพทย์ และ 3) ระบบรายงานผล โดยหลกั เกณฑ์ดังกล่าวตอ้ งผา่ นการตรวจประเมินและพิจารณารับรอง
จากคณะกรรมการ ประกอบด้วยเจ้าหน้าท่ีผู้ตรวจประเมิน สานักงานสาธารณสุขจังหวัด และศูนย์สนับสนุน
บริการสุขภาพท่ี 1-12 กรมได้MOUร่วมกับสภาสถาปนิก สานักงานสาธารณสุขจังหวัด สภาวิศวกร สมาคม
วิชาชพี สุขศกึ ษา ในการสง่ เสริม สนบั สนุน และประเมินมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ได้แก่ มาตรฐานด้านการ
บริหารจัดการ ด้านการบริการสุขภาพ ด้านอาคาร สถานท่ี และสิ่งอานวยความสะดวก ด้านส่ิงแวดล้อม ด้าน
ความปลอดภยั ดา้ นเครื่องมืออุปกรณท์ างการแพทยแ์ ละสาธารณสขุ ด้านระบบสนับสนุนบริการที่สาคัญ ด้านสุข
ศกึ ษาและพฤตกิ รรมสุขภาพ และดา้ นการรักษาความม่ันคงปลอดภยั ไซเบอร์ งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ กรม
ฯ ได้พฒั นาฐานขอ้ มูลกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น MOU กบั มหาวิทยาลัยแมฟ่ าู หลวง มหาวทิ ยาลยั นเรศวร
กระบวนงานระบบสุขภาพภาคประชาชน กรมฯ ร่วมกับสานักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตาบล ในการพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่าย ในระดับอาเภอ ตาบล หมู่บ้าน และเป็น
คณะกรรมการร่วมในการคัดเลือก อสม. ระดับจังหวัด ระดับเขต ระดับภาค และระดับประเทศ เฝูาระวัง
พฤติกรรมสุขภาพ ส่ือสารสุขภาพ และขับเคล่ือนงานสุขภาพภาคประชาชนในระดับพ้ืนท่ี และ MOU ร่วมกับ
มหาวิทยาลัยนเรศวร ในการพัฒนา และประยกุ ตใ์ ช้งานระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศในงานสุขภาพภาคประชาชน
และ MOU กบั มหาวิทยาลัยมหิดล (สถาบันสุขภาพอาเซียน) สร้างกลไกตามหลักการสาธารณสุขมูลฐาน ในการ
ขบั เคลอื่ นนโยบายระบบสุขภาพไทย ใหเ้ ปน็ แบบอย่างในดา้ นการพฒั นาสขุ ภาพของประชาชนในชุมชน
6.2 การสรา้ งนวตั กรรมในการปรับปรุงผลผลิต กระบวนการ และบริการ
กรม สบส. มีการทบทวนและหาโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการอย่างมีนวัตกรรมร่วมกับผู้บริหาร
ขององค์กร และมีการสร้างบรรยากาศและสนับสนุนหน่วยงานในสังกัด นามาซ่ึงกระบวนการวิจัย สร้าง
นวัตกรรมและพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ให้สอดคล้องกับความต้องการและความคาดหวังของผู้รับบริการ
การสนับสนุน และการทาธุรกรรม (กระบวนภายใน) และด้านการบริการ มีการพัฒนาและกาหนดมาตรฐาน
เพือ่ ใหผ้ ู้รับบรกิ ารเขา้ ถงึ และเช่อื มน่ั ในการบริการท่สี นบั สนนุ การให้บริการได้สะดวก รวดเร็ว ตลอดเวลา มีการ
สนับสนุนงบประมาณ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมในการปรับปรุงกระบวนการให้ทันต่อสภาวะการแข่งขันท่ี
เปล่ียนแปลงไป เพื่อความสาเร็จอย่างย่ังยืนขององค์กร การปรับปรุงกระบวนการโดยการลดระยะเวลาและ
ข้ันตอนการปฏิบัติงาน โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วย ได้แก่ ด้านมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ การพัฒนาชุด
ควบคุมการแพร่กระจายเชื้อทางอากาศเฉพาะจุดเคล่ือนที่ (Isolate Room Mobile Unit) การพัฒนารถเข็น
รายงานผลการดาเนนิ การพัฒนาองคก์ ารสู่การเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ
51
ย้ายผู้ปุวยฉุกเฉินต้นแบบในถิ่นทุรกันดาร การสร้าง Application เพิ่มความสะดวกในการทาธุรกรรม ใน
ลักษณะ E- Payment เพอ่ื อานวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ คือ ลดข้ันตอนการปฏิบัติงาน Customer
Focused โดยเชื่อมโยงกับสถาบันการเงินหลัก และข้อมูลเป็น Real Time เชื่อมโยงกับ Big Data และระบบ
E-Logistics สว่ นกระบวนงานสนบั สนนุ ได้แก่ การจัดการข้อรอ้ งเรียนการให้คาปรึกษา การชาระค่าธรรมเนียม
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ การจองห้องประชุมออนไลน์ สลิปเงินเดือนอิเล็กทรอนิกส์ ระบบทะเบียน
สนิ ทรพั ย์ ระบบจองรถยนต์ และระบบพสั ดุ เปน็ ต้น
กรมฯ ไดม้ ีการพฒั นาห้องปฏบิ ัตกิ ารทดสอบสอบเทียบ จนได้รับการรับรองห้องปฏิบัตกิ ารมาตรฐาน
การสอบเทียบด้านมวล ISO/IEC 17025 จาก สมอ. ส่งผลให้สถานบริการสุขภาพได้รับการทดสอบ สอบเทียบ
เครื่องมือแพทย์จากเครื่องมือมาตรฐานที่มีมาตรฐานในระดับนานาชาติ มีความถูกต้อง แม่นยา การพัฒนาแผน
แม่บทท่สี อดคลอ้ งกับ Service Plan ของระทรวงสาธารณสุข และ การออกแบบมาตรฐานตามแนวทาง Green
& Clean Hospital การพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการด้านอาคารและสภาพแวดล้อมสาธารณสุข
ระดับประเทศและนานาชาติ และSMART Hospital โดยพัฒนาเป็นศูนย์การออกแบบ ด้วย AI เชื่อมโยงกับ Big
Data ให้แล้วเสรจ็ ภายในปี 2579
กรมฯ มีการพัฒนานวัตกรรมเพ่ือยกระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานการให้บริการ ประกอบด้วย
ด้านการจัดการสุขภาพภาคประชาชน ได้แก่ การจัดทา SMART Card อสม.4.0 บัตรเดียวเป็นท้ังบัตร
ประจาตัว อสม. ให้ครอบคลุมท่ัวประเทศ (จานวน 1,054,729 คน) เป็นทั้งบัตร ATM และบัตรเดบิต Card
เช่ือมระบบเบิกจ่ายค่าปุวยการผ่าน e-payment เป็นช่องทางถ่ายทอด Health Literacy สู่ประชาชนท่ัวถึง
และรวดเร็ว และเป็นช่องทางรับข้อมูลข่าวสารจากกรมโดยตรง สามารถร้องเรียนหรือแจ้งเหตุผ่าน
Application บนโทรศพั ท์เคล่ือนท่ไี ดท้ ้งั ระบบ IOS และระบบ Android ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบ
บรกิ ารสขุ ภาพ ไดแ้ ก่ การยนื่ ขอขน้ึ ทะเบยี นเปน็ ผ้ใู หบ้ ริการสถานประกอบการเพื่อสขุ ภาพโดยใช้บัตรประชาชน
ใบเดียว (Zero Copy) การขออนุญาตและข้ึนทะเบียนออนไลน์ (Central Biz Box) ร่วมกับสานักงาน ก.พ.ร.
และกระทรวงดิจทิ ัลเพอื่ เศรษฐกิจและสังคม มีการเช่ือมโยงข้อมูลกรมการปกครองและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
การเป็นอตุ สาหกรรมการแพทยค์ รบวงจร ไดแ้ ก่ ระบบ Claim Center เก็บค่ารักษาพยาบาลของชาวต่างชาติ
ท่ีมาใช้บริการ, ร่างกฎกระทรวงสาธารณสุข “กิจการการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง” และการพัฒนา
ระบบติดตามประเมินผลด้วยระบบ SMART และ HSS Cockpit ที่สะท้อนเปูาหมายตามยุทธศาสตร์กรมและ
ยทุ ธศาสตรช์ าติ
6.3 การลดต้นทนุ และการใชท้ รพั ยากรเพอื่ เพิม่ ประสิทธภิ าพและขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั
กรมฯ มีการบรหิ ารจดั การควบคุมตน้ ทุนภายใน โดยการต่างต้ังมอบหมายผู้รับผิดชอบท่ีชัดเจนในกร
ประชุมวางแผนจดั การกระบวนการทางานไม่ให้เกิดการทางานท่ีซับซ้อน โดยกาหนดวิธีการดาเนินงานที่รัดกุม
มีการวเิ คราะหข์ อบเขตข้นั ตอนการดาเนนิ การ มีหน่วยตรวจสอบภายใน ทาหน้าท่ีในการตรวจสอบการควบคุม
ภายใน และระบบบริหารความเสีย่ ง และ มีการเปิดเผยขอ้ มูลข่าวสาร แผนงานและงบประมาณให้ผู้ท่ีเกี่ยวข้อง
ทราบ กาหนดจรยิ ธรรมข้าราชการ สาหรับเป็นแนวปฏิบัติให้ข้าราชการยึดถือในการทางาน เปิดโอกาสให้ภาค
ประชาชนเข้ามาส่วนร่วมให้ความคิดเห็นในการกาหนดมาตรการ และร้องเรียนเม่ือพบการกระทาท่ีไม่สุจริต
โดยยดึ ตามกฎระเบียบข้อบังคับ มีการกาหนดเปูาหมายกระบวนการดาเนินงานให้สัมพันธ์กันและเชื่อมโยงกับ
แผนยทุ ธศาสตร์ เพื่อการจัดสรรทรัพยากรอยา่ งคุม้ คา่ รวมท้งั มกี ารนาผลจากงานวิจัยและการพัฒนานวัตกรรม
ต่าง ๆ ของกรมฯ ไปใช้ในการดาเนนิ งานเพ่อื เพ่ิมประสิทธิภาพ ประสทิ ธผิ ล ปูองกันข้อผิดพลาดหรือการทางาน
ซ้าซอ้ น และยงั มแี ผนการลดต้นทนุ อย่างเปน็ ระบบท่ีมีการรวบรวมข้อมูลต้นทุนต่างๆ โดยการประสานงานและ
บรู ณาการทางานร่วมกันทั้งหน่วยงานภายใน และเครือข่ายของกรมฯ ในการจัดทาโครงการต่างๆ เพ่ือควบคุม
รายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาองคก์ ารสู่การเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพ
52
และลดต้นทุนที่ซ้าซ้อนและจัดทาแหล่งทุนภายนอกเพ่ือสนับสนุนการดาเนินงานของกรมฯ นอกจากน้ียังเอา
องคค์ วามรู้ เคร่ืองมอ เทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการดาเนินโครงการ เช่น มีการพัฒนาระบบ SMART
4.0 และระบบ HSS Cockpit ซ่ึงเป็นระบบการจัดการสารสนเทศเก่ียวกับข้อมูลผลการดาเนินการและตัวชี้วัด
ของส่วนราชการและหน่วยงานของกรมฯ เช่ือมโยงกับระบบ GFMIS ซึ่งจะทาให้ได้ข้อมูลรายงานผลการเบิก
จ่ายเงนิ งบประมาณของหน่วยงานต่างๆที่ครอบคลุมเป็นรายโครงการ รายหน่วยงาน และแบบสรุปในภาพรวม
แสดงเป็นกราฟ สามารถแปลผลแบบ Real time พร้อมเสนอผู้บริหารได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง สามารถนาไป
ประกอบการตดั สนิ ได้อย่างทันทว่ งที สามารถใชเ้ วลาในการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายได้มากข้ึน และเป็นข้อมูล
ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ เชน่ คา่ สาธารณูปโภค ค่าบริหารโครงการ การเบกิ คา่ ล่วงเวลา เปน็ ตน้
กรมฯ นาผลการวิเคราะห์ทบทวนต้นทุนและการลงทุนในทรัพยากรต่าง ๆ มากาหนดแผนและ
เปูาหมายในการลดต้นทุน/เพ่ิมผลิตภาพของกระบวนการหลัก และกระบวนการสนับสนุน โดยมีเปูาหมายใน
การลดต้นทุน ดังน้ี เปูาหมายระยะสั้น ได้แก่ การควบคุมต้นทุนภายในหน่วยงาน โดยได้กาหนดมาตรการ
ประหยัดในเรื่องต่างๆ เช่น มาตรการประหยัดพลังงาน กระดาษ และน้าตามมติคณะรัฐมนตรี มาตรการ
ประหยัดในการเบิกจา่ ยเงนิ งบประมาณต่างๆ รวมทั้งมกี ารรวมศูนย์ต้นทุนการจัดซ้ือจัดจ้างในภาพรวมของกรม
ฯ เพื่อลดต้นทุนและประหยัดงบประมาณตลอดจนนาเทคโนโลยีมาช่วยอานวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน
โดยพัฒนาโปรแกรมการใช้งานในรูปแบบออนไลน์/อิเล็กทรอนิกส์ และกาหนดเปูาหมายระยะยาว ได้แก่ การ
พัฒนาระบบบริการกรมฯ พัฒนาวิธีการลดต้นทุน ค่าใช้จ่ายท้ังในส่วนการจัดบริการของกรม และเครือข่าย
ผปู้ ฏบิ ัตงิ านในพ้ืนท่ี และผรู้ บั บรกิ าร
กรมฯ มกี ารนานวัตกรรม เทคโนโลยดี จิ ิทลั มาใช้ในการปรบั ปรุงระบบงาน กระบวนการทางานและการ
ให้บริการ เพื่อการลดต้นทุนของกระบวนการ ที่ส่งผลต่อการสร้างขีดความสามารถขององค์การ เพื่อให้
ประชาชนได้รับบรกิ ารสุขภาพทไี่ ดม้ าตรฐาน ปลอดภยั อยใู่ นชุมชนสุขภาพดี และได้รับการคุ้มครองด้านบริการ
สขุ ภาพดว้ ยเทคโนโลยที ที่ ันสมัย ไดแ้ ก่ การจดั ทาตน้ แบบสถานบริการสุขภาพผู้สูงอายุตามแนวทางอาคารเขียว
เพื่อรองรับกับการเป็นสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย การออกแบบสถานพยาบาลแบบ 3 มิติ ด้วยโปรแกรม
BIM (e-Model) การพัฒนาศูนย์ประสานงานกลาง (Claim Center) เพื่อจัดเก็บค่ารักษาพยาบาล
ชาวต่างชาติ สาหรบั สถานพยาบาลภาครัฐ การพฒั นาระบบเบกิ จา่ ยเงนิ คา่ ปวุ ยการ ผ่านบัตร Smart Card อส
ม.(e-payment) เพ่อื สนบั สนุนนโยบาย National e-payment Master Plan การอนุญาตและขึ้นทะเบียน
สถานพยาบาล ผู้ประกอบโรคศิลปะ สถานประกอบการเพื่อสุขภาพออนไลน์ (e- Service) ระบบร้องเรียน
ออนไลน์ ผ่าน Line Facebook และ Website กรมฯ การชาระค่าธรรมเนียมออนไลน์ เป็นต้น เพ่ือให้
ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง ลดอัตราการปุวย ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ลดระยะเวลารอคอย
เพมิ่ ความสามารถในการเข้าถงึ บรกิ ารสุขภาพทเ่ี หมาะสม สะดวก รวดเร็ว อยา่ งทวั่ ถงึ เป็นธรรม
6.4 การมุ่งเนน้ ประสทิ ธผิ ลทวั่ ท้ังองค์การ และผลกระทบตอ่ ยุทธศาสตร์ชาติ
กรมฯ ได้กาหนดตัวชี้วัดและเปูาหมายของวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรหลักในการบริหารจัดการระบบ
บริการสุขภาพ และระบบสุขภาพภาคประชาชนให้มีคุณภาพ เพ่ือการคุ้มครองผู้บริโภคและการพ่ึงพาตนเอง
ด้านสุขภาพท่ีย่ังยืนแบบมีส่วนร่วม” ไว้จานวน 4 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1) ร้อยละ 90 ของสถานประกอบการเพ่ือ
สุขภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามท่ีกฎหมายกาหนด 2) ร้อยละ 90 ของ อ.สม. ได้รับการพัฒนาศักยภาพเป็น
อสม. 4.0 3) สถานพยาบาลภาครัฐผ่านเกณฑ์มาตรฐานระบบบริการสุขภาพ ร้อยละ 98 และ 4) ผู้สูงอายุติด
บา้ นติดเตยี งมี อสค. ดแู ลสุขภาพได้ตามเกณฑท์ ่ีกาหนด รอ้ ยละ 90 และ และจานวนผ้สู ูบบุหรี่ท่ี อสม. สามารถ
เชิญชวนเขา้ ร่วมโครงการ 3 ลา้ น 3 ปี จานวน 3 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวช้ีวัดตามนโยบายเร่งด่วนที่ได้รับมอบหมาย
เป็นพเิ ศษของกระทรวงสาธารณสขุ และใช้ตัวชี้วัดเหล่านี้ในการประเมินความสาเร็จ ความก้าวหน้าของการมุ่ง
รายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาองค์การสกู่ ารเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ
53
สู่เปูาหมายสูงสุดท่ีต้องการให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่มีมาตรฐาน คุณภาพ ปลอดภัย สามารถดูแล
สุขภาพตนเองได้และชุมชนจัดการสุขภาพเพื่อการพึ่งพาตนเองด้านสุขภาพได้อย่างยั่งยืน โดยกาหนดกรอบ
ยุทธศาสตร์ 3 ประเด็นยุทธศาสตร์ และกาหนดระบบงานที่สาคัญอย่างครอบคลุมรอบด้าน ท้ังระบบงานหลัก
ได้แก่ การพฒั นามาตรฐานระบบรกิ ารสุขภาพ การค้มุ ครองผ้บู ริโภคด้านบริการสุขภาพ การจัดการสุขภาพภาค
ประชาชน ระบบริหารจัดการ ได้แก่ การบรหิ ารแผนยุทธศาสตร์ การติดตามและประเมินผล การเรียนรู้รับฟัง
ความต้องการความคาดหวัง การบริหารคุณภาพ การควบคุมภายใน และระบบสนับสนุน ได้แก่ การบริหาร
ทรัพยากรบุคคล การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ การบริหารงานท่ัวไป การบริหารการเงินการคลัง
และการจดั การความรู้
กรมฯ มีการปรับปรุงกระบวนการที่สร้างคุณค่า โดยได้วิเคราะห์กระบวนงานท่ีดาเนินการอยู่ใน
ปัจจุบัน และกระบวนการทีค่ วรจะดาเนินการแต่ยงั ไมไ่ ดด้ าเนินการกจิ กรรมแต่ละกระบวนการ วิเคราะห์ปัญหา
และอุปสรรคของแตล่ ะกิจกรรมในแต่ละด้าน และได้คดั เลอื กกระบวนการทีจ่ ะดาเนนิ การปรับปรุงในทุกกลยุทธ์
โดยกรมมีการกาหนดตัวช้ีวัดของกระบวนการทางาน ทั้งกระบวนงานหลักและกระบวนงานสนับสนุน มีการ
วิเคราะห์ความสัมพันธ์ และผ่านระบบการรายงานผลการปฏิบัติราชการและระบบการติดตามตัวชี้วัดของ
กระบวนการหลกั ในมติ ิตา่ งๆ ดา้ นคณุ ภาพมาตรฐานการให้บริการ การดูแลสาธารณสุข ต้นทุน ความปลอดภัย
เศรษฐกิจ สังคม ผ่านฐานข้อมูล HSS Big Data และการเทียบเคียงตัวช้ีวัดกับมาตรฐานระดับสากลในด้าน
ต่างๆทเ่ี กยี่ วขอ้ ง อาทเิ ช่น ดา้ นมาตรฐานการรักษาพยาบาลเทียบเคียงกับ HA และJCI ด้านมาตรฐานเครื่องมือ
ผ่านระบบ ISO เป็นต้น และมีการติดตามควบคุมกระบวนการสนับสนุนโดยใช้ข้อมูลและตัวช้ีวัดของ
กระบวนการสนับสนนุ ในมติ ิตา่ ง ๆ เพื่อใหเ้ กดิ ประสทิ ธิภาพและประสิทธผิ ลของกระบวนการ
กรม สบส. มีระบบรองรับภาวะฉุกเฉินต่าง ๆ ท่ีอาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบกับภารกิจกับการจัดการ
กระบวนการ เพื่อเตรียมความพร้อมรับภัยสามารถบรรเทาความเสียหายและลดผลกระทบจากการหยุดชะงัก
ในการดาเนินงานได้ ประกอบด้วย 1) เหตุการณ์อัคคีภัย 2) เหตุการณ์ประชุมประท้วง/จลาจล มีการวิเคราะห์
กลยุทธ์ความต่อเน่ือง ให้สามารถดาเนินการได้อย่างต่อเนื่องและบรรลุเปูาหมายตามท่ีกาหนดไว้ จัดทาแผน
บริหารความต่อเนื่อง (EOC) ปูองกันผลกระทบในกรณีเกิดภาวะฉุกเฉินในด้านต่างๆ เช่น ด้านสถานที่
ปฏิบัติงานสารอง ด้านวัสดุอุปกรณ์ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและข้อมูล ด้านบุคลากรสาหรับความต่อเนื่อง
เพื่อปฏิบัติงาน ด้านผู้ให้บริการที่สาคัญ เป็นต้น กรมฯ ได้มีการจัดทาแผนบริหารความต่อเนื่อง (Business
Continuity Plan : BCP) ส่ือสารโดยทางหนังสือแจ้งเวียนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกรมฯ ทราบและถือปฏิบัติ
พร้อมทั้งเผยแพร่ลงใน Web site กรมฯ www.hss.moph.go.th และมีการวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ต่างๆ
ท่อี าจมผี ลกระทบตอ่ การปฏิบัตภิ ารกจิ ของกรมฯ ตลอดจนภัยพบิ ัติทางธรรมชาติ เป็นข้อมูลในการทบทวนและ
ปรับปรุงแผนบริหารความต่อเน่ือง ให้มีความ
เหมาะสม และทันสมัย สามารถนาไปใช้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ และมีการสื่อสารให้ผู้เก่ียวข้อง
รบั ทราบถงึ แนวทางในการปฏบิ ตั ิ มีการซักซ้อมแผน
เป็นประจาทุกปี กรมฯได้มีการทบทวนปรับปรุง
สื่อสารและมีการและซักซ้อมให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ
ในการดาเนินการตามภารกิจได้อย่างต่อเน่ือง และ
เพื่อให้ม่ันใจว่าภารกิจในการให้บริการประชาชน
ของกรมจะดาเนินไปอย่างต่อเน่ืองไม่หยุดชะงัก
และบรรลุผลสัมฤทธ์ิในทุกสภาวการณ์ โดยเฉพาะ
รายงานผลการดาเนนิ การพัฒนาองคก์ ารส่กู ารเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ
54
ในห้วงเวลาท่ีอาจเกิดวิกฤตต่อชีวิตและทรัพย์สิน ครอบคลุมทั้งบุคลากร ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใน
และยังมีการจัดตั้งทีมวิศวกรฉุกเฉิน (Medical Supportive Emergency Response Team: MSERT) เป็น
ทมี เคลือ่ นทีเ่ ร็ว ในการเข้าไปดาเนนิ การให้ความชว่ ยเหลือสถานพยาบาลและประชาชน กรณีเกิดภัยพิบัติต่างๆ
ทีมงาน ไดแ้ ก่ วศิ วกรไฟฟาู วศิ วกรส่ือสาร วิศวกรด้านอาคารและสภาพแวดล้อม และสถาปนิก ทางานร่วมกับ
ภาคีเครือข่าย เข้าไปในพื้นที่อย่างทันทีภายใน 1 วัน เพ่ือกู้ระบบสาธารณูปโภค ไฟฟูา ประปา เครื่องกาเนิด
ไฟฟูา ระบบส่ือสารหลักและมีการฟ้ืนฟูหน่วยงานต่างๆ OPD ER Ward OR ICU ทันตกรรม Supply ห้องยา
ซักฟอก ฯลฯ รวมท้ังมีการวางแผนปูองกันระยะยาวในการร่วมสารวจออกแบบ แนวทางการวางผังเครื่องมือ
แพทย์และโครงสร้าง เพื่อปูองกันในระยะยาวหลังจากฟื้นฟู เช่น กรมฯได้ลงพ้ืนท่ีรพ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เข้า
ตรวจสอบระบบออกซเิ จนเหลว พรอ้ มให้คาแนะนาการตดิ ตั้งและการเก็บออกซเิ จนเหลว หลังจากโดนพายุถล่ม
ทาให้ท่อนาก๊าซได้รับความเสียหายใช้การไม่ได้ เบื้องต้นทางรพ.ได้ดาเนินการแก้ไขสามารถใช้งานได้เป็นปกติ
พรอ้ มใหบ้ รกิ ารรกั ษาพยาบาลแกป่ ระชาชนไดต้ ลอด 24 ชว่ั โมง เปน็ ต้น
กรมฯ กาหนดนโยบายและยุทธศาสตร์โดยอาศัยข้อมูลสารสนเทศที่จาเป็นผ่านระบบการนาองค์การ
เพ่ือขับเคลื่อนนโยบายนาไปสู่การปฏิบัติ มีผลลัพธ์ของการดาเนินการที่ส่งผลกระทบต่อการบรรลุยุทธศาสตร์
ชาติที่สาคัญ และแผนเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 ได้แก่ ยุทธศาสตร์ท่ี 2 ความสามารถในการ
แข่งขัน คือ การพัฒนาศูนย์ประสานงาน (Claim center) เพ่ือจัดเก็บค่ารักษาพยาบาลชาวต่างชาติสาหรับ
สถานพยาบาลภาครัฐ ทางานร่วมกับสานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงการท่องเท่ียว
และกีฬา และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง การส่งเสริมการลงทุนใน EEC พัฒนารูปแบบบริการ Medical Spa ส่งผล
ให้ประเทศไทยมีรายได้ท่ีเพ่ิมข้ึน และชาวต่างชาติมาใช้บริการเพิ่มข้ึน Medical Hub ติดอันดับ 1 ใน 10 ของ
โลก (ปัจจุบัน Health Care Index ประเทศไทยติดอันดับ 7 โลก) ยุทธศาสตร์ท่ี 4 สร้างความเสมอภาคและ
เท่าเทียม คือ การปรับปรุงประกาศฯ ตามมาตรา 33 UCEP ประชาชนสามารถเข้ารักษาพยาบาลใน
โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนในกรณีเจ็บปุวยวิกฤตฉุกเฉิน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น “ฉุกเฉินวิกฤติ มี
สทิ ธท์ิ กุ ท”่ี และ จดั ตัง้ และจัดระบบการให้บริการด้านสุขภาพและเพ่ิมการจัดการสุขภาพชุมชนแบบมีส่วนร่วม
ในสุขศาลาพระราชทานแห่งใหม่ 3 แห่ง ท่ีจังหวัดน่าน (ปัจจุบันมี 22 แห่ง) ทาให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้าน
สุขภาพครอบคลุมพื้นท่ี 10 จังหวดั 16 อาเภอ 53 หมบู่ ้าน 4,073 ครัวเรือน มากกว่า 17,810 คน เพ่ือลดความ
เลื่อมล้าและเพิ่มการเข้าถึงบริการข้ันพ้ืนฐานแห่งรัฐ ยุทธศาสตร์ชาติที่ 5 คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อ
ส่ิงแวดลอ้ ม คอื การพฒั นาแบบอาคารสถานบริการสุขภาพสมรรถนะสูง Green & Clean Hospital เพ่ือให้ได้
เกณฑ์การออกแบบทางวิศวกรรมท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และต้นแบบอาคารสถานบริการสุขภาพสมรรถนะ
สูง ตามาตรฐาน Healthcare Standard (ปัจจุบันมีการออกแบบอาคารผู้ปุวยนอก-อุบัติเหตุ 4 แห่ง) และ
ยุทธศาสตร์ชาติที่ 6 การบริหารจัดการภาครัฐ คือ การขออนุญาตและข้ึนทะเบียนสถานประกอบการเพ่ือ
สุขภาพ สถานพยาบาล ผู้ประกอบโรคศิลปะออนไลน์ และพัฒนาระบบการยื่นขออนุญาตฯผ่านระบบ Central
Biz Box ร่วมกับ สานักงาน ก.พ.ร.และกระทรวงดิจิทัล และการย่ืนขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการฯโดยใช้บัตร
ประชาชนใบเดียว เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ ยึดหลักภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชนและ
ประโยชน์สว่ นรว่ ม
ผลลัพธส์ าคัญในหมวด 7 ทเี่ ปน็ ผลจากการดาเนินงานของหมวด 6
กรม สบส. มีการปรับปรุงกระบวนงานและสร้างนวัตกรรมในระดับหน่วยงาน มีการพัฒนาปรับปรุง
กระบวนงาน โดยเนน้ การนาเทคโนโลยีมาใชใ้ นการลดต้นทุน ขัน้ ตอน และระยะเวลา มาอยา่ งต่อเนื่อง โดยในปี
2564 ได้กาหนดใหเ้ ป็นตัวชี้วดั ให้หน่วยงานสร้างและใช้ประโยชนจ์ ากนวัตกรรม มีการนาเทคโนโลยีสารสนเทศ
เข้ามาใชเ้ พ่ือเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการปฏิบัตงิ านและการให้บริการ และในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค
รายงานผลการดาเนินการพฒั นาองค์การสกู่ ารเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ
55
โควิด-19 มีการสร้างนวัตกรรมข้ึนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบจองคิวออนไลน์ การจัดทาต้นแบบโรงพยาบาล
สนาม หรือการปรับรูปแบบการทางานการตรวจประเมินสถานพยาบาล (คลินิก) และสถานประกอบการเพื่อ
สขุ ภาพ ไดเ้ ปลยี่ นรปู แบบการปฏิบัตงิ านมาเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซ่ึงผู้ประกอบการจะต้องจัดส่งวิดีโอและ
ภาพนิ่ง โดยมีองค์ประกอบและหลักเกณฑ์ตามท่ีกรมฯ กาหนด เช่น ในการตรวจมาตรฐานสถานประกอบการ
เพ่ือสุขภาพประเภทกิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมความงาม ปี 2563 มีสถานประกอบการเพ่ือสุขภาพ
ประเภทกิจการนวดเพื่อสุขภาพหรือเพ่ือเสริมความงาม ยื่นขอรับใบอนุญาตจานวน 865 แห่ง และแจ้งความ
ประสงค์ต้องการตรวจประเมินมาตรฐานด้วยรูปถ่ายและวิดีโอ จานวน 340 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 39 สามารถ
ประหยัดงบประมาณได้ 680,000 บาท นอกจากนี้ยังมีผู้รับบริการย่ืนขอรับบริการผ่านระบบ Biz Portal ติด
TOP 10 ถึง 4 งานบรกิ าร เปน็ ตน้
รายงานผลการดาเนินการพฒั นาองค์การสู่การเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนนุ บริการสขุ ภาพ
สว่ นท่ี 3
ผลลัพธก์ ารดาเนินการ
(หมวด 7)
รายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาองคก์ ารสกู่ ารเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนุนบริการสขุ ภาพ
56
สว่ นที่ 3 ผลลพั ธก์ ารดาเนนิ การ (หมวด 7)
7.1 การบรรลผุ ลลัพธ์ของตัวชี้วัดตามพนั ธกิจ หนว่ ยวัด คา่ เปาู หมาย ผลการดาเนนิ งาน
รอ้ ยละ ปีล่าสดุ 2562 2563 2564
ตัวชี้วัด ร้อยละ 84.52 71.03 98.02 98.05
ฉบับ (คา่ เฉล่ีย)
7.1.1 รอ้ ยละสถานประกอบการเพ่อื สขุ ภาพผ่านการ รอ้ ยละ 98.77 59.23 94.33
รับรองคณุ ภาพตามมาตรฐานทก่ี ฎหมายกาหนด (นวด รอ้ ยละ 80
เพ่ือสขุ ภาพ สปา) 12 18 28
7.1.2 ร้อยละสถานพยาบาลภาครฐั กลุ่มเปูาหมายผา่ น 15
เกณฑม์ าตรฐานระบบบริการสขุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ 84.24 88.69 98.27
7.1.3 จานวนกฎหมายหรอื กฎหมายลาดบั รองไดร้ บั การ 84.46 87.67 77.92 89.01
พัฒนาและประกาศใช้ในการคุม้ ครองผบู้ รโิ ภคดา้ นระบบ (คา่ เฉล่ยี )
บรกิ ารสุขภาพ 82.79
7.1.4 รอ้ ยละของสถานพยาบาลได้รับการเฝาู ระวงั ตาม (ค่าเฉลย่ี )
กฎหมาย
7.1.5 ร้อยละของประชาชนวัยเดก็ วันทางาน มี
ศักยภาพในการจดั การสุขภาพตนเอง
7.2 การบรรลุผลลพั ธ์ตามตวั ชี้วัดดา้ นผู้รบั บริการ และประชาชน
ตัวชีว้ ัด หนว่ ยวดั ค่าเปาู หมาย ผลการดาเนินงาน
ปลี า่ สดุ 2562 2563 2564
7.2.1 ระดบั ความพงึ พอใจของผ้รู บั บรกิ ารและผู้มสี ่วนได้ รอ้ ยละ 83.54 82.08 85 85.50
ส่วนเสยี ภาพรวม (ค่าเฉลีย่ )
7.2.2 ระดบั ความเช่อื มั่นของผรู้ ับบริการและผมู้ สี ่วนได้ รอ้ ยละ 85 70 71.86 88.75
สว่ นเสยี ตอ่ การใหบ้ ริการของกรมฯ ผ่านระบบออนไลน์ 325,782 365,394 379,125
7.2.3 จานวนเครือข่ายเขา้ ร่วมกจิ กรรม อสม. จติ อาสา คน 354,588 10 35 41
7.2.4 จานวนนวตั กรรมบรกิ ารของกรมฯ นวัตกรรม 22.5
(ค่าเฉลย่ี )
7.2.5 ร้อยละของผู้ปวุ ยกลมุ่ เปาู หมายได้รับการดแู ลจาก
อสม. หมอประจาบา้ น มคี ณุ ภาพชีวติ ท่ดี ีข้ึน (ตวั ช้ีวดั รอ้ ยละ 93 0 92.39 97.86
ใหมป่ ี 2563)
7.3 การบรรลผุ ลลพั ธต์ ามตวั ช้ีวดั ด้านการพฒั นาบคุ ลากรและเครอื ขา่ ย
ตัวช้ีวดั หนว่ ยวัด ค่าเปูาหมาย ผลการดาเนินงาน
ปีลา่ สดุ 2562 2563 2564
7.3.1 จานวนนวัตกรรมส่งิ ประดษิ ฐ์ ผลงาน 8 1 6 12
20 28 48
7.3.2 จานวนผลงานวจิ ัยและบทความวชิ าการ ผลงาน 24
84.28 85.32 85.14
7.3.3 ร้อยละของบคุ ลากรทมี่ ีสมรรถนะท่ีเพิ่มขนึ้ ร้อยละ 84.08
(คา่ เฉลี่ย) 18.53 18 27.58
7.3.4 ร้อยละของบคุ ลากรทผ่ี ลการประเมินอยู่ในระดับ ร้อยละ 20 35 58 78
ดีเดน่
7.3.5 รอ้ ยละของบุคลากรทไ่ี ดร้ บั การเลือ่ นตาแหน่ง ร้อยละ 65
รายงานผลการดาเนินการพัฒนาองคก์ ารส่กู ารเปน็ ระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนนุ บริการสขุ ภาพ
57
7.4 การบรรลุผลลัพธ์ตามตวั ชวี้ ดั ดา้ นการเป็นตน้ แบบ
ตวั ชี้วัด หนว่ ยวัด ค่าเปาู หมาย ผลการดาเนนิ งาน
ปีล่าสดุ 2562 2563 2564
7.4.1 จานวนรางวลั การพฒั นาองค์กรดา้ นตา่ ง ๆ รางวัล 5
ร้อยละ 6.9 566
7.4.2 ร้อยละของสถานประกอบการเพ่ือสุขภาพมี 5 8.8 13.8
คุณภาพ เขา้ ส่มู าตรฐาน Thai World Class Spa คน (ค่ามาตรฐาน)
749 754 745 754
7.4.3 จานวน อสม. ดเี ดน่ ระดับจงั หวัด/เขต/ภาค/ชาติ 9 10 11
(คา่ เฉล่ีย) 435
7.4.4 จานวนรางวลั บุคลากรตน้ แบบด้านตา่ ง ๆ รางวัล 10
รางวัล
7.4.5 จานวนบุคลากรที่ได้รบั รางวลั ข้าราชการพลเรอื น 4
ดเี ดน่
7.5 การบรรลผุ ลลัพธ์ตามตวั ชีว้ ัดด้านผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสขุ และสงิ่ แวดล้อม
ตัวชี้วัด หน่วยวัด คา่ เปาู หมาย ผลการดาเนนิ งาน
ปลี า่ สดุ 2562 2563 2564
7.5.1 อัตราการเพ่ิมขึ้นของสถานประกอบการทไ่ี ดร้ ับ รอ้ ยละ 5 0 0 59.31
มาตรฐานการท่องเทย่ี ว (ตัวช้ีวัดใหม่ปี 2564)
7.5.2 ร้อยละสถานพยาบาลภาครฐั ผ่านเกณฑม์ าตรฐาน รอ้ ยละ 80 59.26 78.23 94.33
ระบบบริการสุขภาพเพิ่มขนึ้
7.5.3 รอ้ ยละของสถานกักกันตัวตามท่ีรฐั กาหนด
(AHO/WQ) ไดม้ าตรฐานตามเกณฑก์ ารรับชาวต่างชาติ ร้อยละ 5 0 0 12.34
เพมิ่ ข้ึน (ตัวชวี้ ดั ใหม่ปี 2564)
7.5.4 รอ้ ยละของครอบครวั มศี ักยภาพในการจัดการ รอ้ ยละ 84.87 91.07 78.67 98.48
สขุ ภาพตนเองไดต้ ามเกณฑท์ ่ีกาหนด (ค่าเฉลี่ย)
7.5.5 ร้อยละของผู้ปุวยกลมุ่ เปาู หมายได้รบั การดแู ลจาก รอ้ ยละ 16.09 8.62 25.19 39
อสม.หมอประจาบา้ น มคี ุณภาพชวี ติ ทีด่ ีขึ้น (ค่าเฉลี่ย)
7.6 การบรรลุผลลพั ธต์ ามตัวชว้ี ัดด้านการลดต้นทนุ การสรา้ งนวตั กรรม และการจัดการกระบวนการ
ตัวช้ีวัด หนว่ ยวัด ค่าเปาู หมาย ผลการดาเนนิ งาน
ปลี ่าสดุ 2562 2563 2564
7.6.1 ร้อยละความสาเร็จของจานวนกระบวนงานที่ ร้อยละ 95 80 90 100
ได้รับการปรบั ปรงุ สูก่ ระบวนงานดจิ ิทัล
7.6.2 จานวนนวัตกรรมทเ่ี กิดขน้ึ จากการปรับปรุง นวตั กรรม 10 4 7 26
กระบวนงาน
7.6.3 รอ้ ยละความสาเร็จของการเพ่ิมประสิทธิภาพการ รอ้ ยละ 92.05 90 95 100
ปฏิบตั งิ านและการให้บรกิ ารโดยใช้ Application ต่าง ๆ (ค่าเฉลยี่ )
7.6.4 ร้อยละความสาเร็จของการกู้คืนขอ้ มลู และ รอ้ ยละ 95 90 100 100
ระบบงานใหก้ ลับมาพร้อมใช้งานไดต้ ามมาตรฐาน (ค่าเฉล่ยี )
7.6.5 รอ้ ยละของผ้ปู ุวยยาเสพตดิ ทีไ่ ดร้ ับการดแู ลติดตาม
อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง โดยการมสี ่วนร่วมของชุมชน (ตัวชี้วดั ใหม่ รอ้ ยละ 50 0 0 62.33
ปี 2564)
รายงานผลการดาเนินการพฒั นาองคก์ ารสูก่ ารเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนุนบริการสขุ ภาพ
รายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาองคก์ ารสู่การเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพ
รายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาองคก์ ารส่รู ะบบราชการ 4.0
(PMQA 4.0 Application Report)
กรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพ
ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
ที่ปรกึ ษา อธิบดกี รมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ
รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ (รอง CCO)
นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รองอธิบดีกรมสนับสนนุ บรกิ ารสุขภาพ
นายแพทย์สามารถ ถิระศักด์ิ รองอธบิ ดีกรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ
นายแพทย์ภานวุ ฒั น์ ปานเกตุ ผ้อู านวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสวุ รรณ
พอชม ฉวีวัฒน์
บรรณาธกิ าร นกั วิเคราะห์นโยบายและแผนชานาญการ
นักวิเคราะหน์ โยบายและแผน
ฐิตาภรณ์ ปานขลบิ
จีรนันท์ แทน่ ทอง
ผู้เรียบเรยี ง นักวเิ คราะหน์ โยบายและแผนชานาญการ
นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผน
ฐิตาภรณ์ ปานขลิบ
จรี นนั ท์ แทน่ ทอง
ต้นฉบับ ผู้อานวยการกลุ่มพัฒนาระบบบรหิ าร
นกั วเิ คราะหน์ โยบายและแผนชานาญการ
พอชม ฉววี ัฒน์ นกั วิเคราะห์นโยบายและแผน
ฐิตาภรณ์ ปานขลิบ นักวิเคราะหน์ โยบายและแผน
จีรนันท์ แท่นทอง
นริตา ดอกแส
ผจู้ ดั พมิ พ์
กลุม่ งานพัฒนานวตั กรรมและการบริหารการเปลี่ยนแปลง
กลุม่ พัฒนาระบบบริหาร
พมิ พค์ ร้ังท่ี 1
รายงานผลการดาเนนิ การพัฒนาองคก์ ารส่กู ารเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนับสนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ
กลมุ่ พัฒนาระบบบริหาร
กรมสนบั สนุนบริการสขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสุข
ถ.ตวิ านนท์ อ.เมือง จ.นนทบรุ ี 11000
โทร 0-2193-7010 e-Mail: [email protected]
รายงานผลการดาเนินการพัฒนาองค์การสูก่ ารเป็นระบบราชการ 4.0 (PMQA 4.0 Application Report) ปี 2565 กรมสนบั สนุนบริการสขุ ภาพ