The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการหารยาว โดยใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาวของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนฉวาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by siriya3027, 2022-11-29 00:47:35

วิจัยการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการหารยาว โดยใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาวของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนฉวาง

วิจัยการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการหารยาว โดยใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาวของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนฉวาง

การพฒั นาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนเรอื่ งการหารยาว โดยใชช้ ุดการเรียนรู้เรอ่ื งการ
หารยาวของนักเรยี นระดับช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรยี นฉวาง

นางสาวสิริยา สัมพันธ์
ตำแหน่ง ครผู ้ชู ว่ ย

โรงเรียนฉวาง
สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 2

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน

ชอื่ เรื่อง การพฒั นาผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนเรอื่ งการหารยาว โดยใชช้ ุดการเรียนรูเ้ รอื่ งการหารยาวของ

นักเรยี นระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรยี นฉวาง

ผู้วจิ ัย นางสาวสิริยา สัมพันธ์

ปีการศกึ ษา 2564

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ (1) พัฒนาชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว สำหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 3 (2) แก้ปัญหาการหารยาวโดยการตั้งหารแบบมีขั้นตอนได้ (3) ศึกษาความพึงพอใจของ
นักเรียนที่มีต่อชุดการเรียนรู้ ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปี
การศึกษา 2564 โรงเรียนฉวาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 จำนวน
15 คน เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวจิ ัย คอื (1) ชดุ การเรยี นรูเ้ ร่ืองการหารยาว ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน
4 ชุด (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์เรื่องการหารยาว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 แบบอัตนัย จำนวน 5 ข้อ และ
(3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนต่อชุดการเรียนรู้ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย (̅X) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบ (t-
test)

ผลการวิจยั พบว่า
1. ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การหารยาวของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ
เทา่ กบั 76.07/ 79.28 ซึ่งสูงกวา่ เกณฑ์ 70/70
2. นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การหารยาว มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูง
กว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่รี ะดบั .01
3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดฝึกคิดเลขเร็ว เรื่อง การหารสำหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 3 อย่ใู นระดับมาก

กิตติกรรมประกาศ

งานวิจัยเล่มนี้เสร็จสมบูรณ์ไดเ้ ป็นอย่างดี ด้วยได้รับความกรุณาและช่วยเหลือ เอาใจใส่อย่างยิ่งจาก
นางอรอนงค์ พรหมวิหาร และนางบำเพ็ญ หนูกลับ อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก ที่ได้ให้แนวทางคำปรึกษาและ
ข้อเสนอแนะในการทำวิจยั ด้วยความเมตตามาโดยตลอด ผู้วิจัยขอขอบพระคุณเปน็ อยา่ งสงู มา ณ ท่นี ี้

ขอขอบพระคณุ นางสพุ ร วิรตั น์ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนฉวาง และ คณะครู นักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปี
ท่ี ๔ และบคุ ลากรของโรงเรียนฉวาง ท่ใี ห้ความอนุเคราะหใ์ นการเกบ็ รวบรวมข้อมูล

ขอขอบพระคุณ นางวนิดา ดีทองแก้ว ที่กรุณาอำนวยความสะดวกในการเก็บข้อมูล ให้คำแนะนำ
และขอ้ เสนอแนะในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ รวมท้งั ดูแลให้คำแนะนำต่างๆในทำวิจัย

สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณพ่อ แม่ ญาติพี่น้องและเพื่อนๆที่คอยสนับสนุนและเป็นกำลังใจอันสำคัญ
มาโดยตลอด จนทำงานวิจัยนสี้ ำเร็จลลุ ว่ งไปไดด้ ้วยดี

นางสาวสริ ยิ า สมั พันธ์

สารบญั หนา้

เร่ือง ค

บทคัดย่อ จ
กติ ติกรรมประกาศ ฉ
สารบญั ช
สารบัญ (ต่อ) 1
สารบัญตาราง 1
สารบัญภาพ 4
บทท่ี 1 บทนำ 4
4
1.1 ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหา
1.2 วตั ถปุ ระสงคข์ องการวจิ ยั 5
1.3 กรอบแนวคดิ การวิจยั 7
1.4 สมมติฐานการวิจยั 8
1.5 ขอบเขตของการวจิ ยั
1.6 นยิ ามคำศพั ทเ์ ฉพาะ 10
1.6 ประโยชน์ท่ีคาดวา่ ได้รับ 11
บทที่ 2 เอกสารท่เี กีย่ วขอ้ ง 14
2.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
2.2 มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้วี ดั กลุม่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ฉบบั ปรบั ปรงุ 2560 22
2.3 แนวคดิ เกย่ี วกบั การหาร 24
2.4 แนวคิดเก่ียวกบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน 24
2.5 แนวคิดเกย่ี วกับความพงึ พอใจ 25
2.6 งานวจิ ัยทเี่ กี่ยวข้องในประเทศ 26
บทท่ี 3 วธิ ีการดำเนนิ การวจิ ยั 26
3.1 การศึกษาบริบทของโรงเรียนซึ่งเป็นสถานท่กี ารทำวจิ ยั 28
3.2 การกำหนดผูร้ ว่ มวิจยั 29
3.3 การคดั เลอื กกลุ่มเป้าหมาย
3.4 เครื่องมอื ท่ใี ช้ในการวจิ ัย
3.5 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลการวจิ ัย
3.6 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู การวจิ ัย

สารบัญ (ต่อ)

3.7 การนำเสนอผลการวจิ ัย หนา้
บทที่ 4 ผลการวิจยั 29
31
4.1 การวิเคราะหก์ ารคิดทางคณติ ศาสตร์ของนักเรยี นในช้ันเรียนทใี่ ช้วธิ ีการแบบเปิด 32
ตามกรอบแนวคิดของ Isoda & katagiti (2012) โดยการนำเสนอเปน็ โพรโทคอลและ
บรรยายสรปุ 74
4.2 สรปุ การคดิ ทางคณติ ศาสตรข์ องนักเรียนในชน้ั เรียนท่ใี ชว้ ธิ กี ารแบบเปิด
เรื่องการคูณทศนยิ มท้ัง 9 แนวคดิ นำเสนอในรูปแบบตาราง 74
บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภปิ รายและข้อเสนอแนะ 75
5.1 สรุปผลการวจิ ยั 76
5.2 อภิปรายผลการวิจัย 77
5.3 ขอ้ ค้นพบ 77
5.4 ขอ้ เสนอแนะ
บรรณานกุ รม 83
ภาคผนวก 84
ภาคผนวก ก ตวั อยา่ งโพรโทคอลการปฏบิ ัตกิ ารสอนในช้ันเรยี น 115
ภาคผนวก ข ตัวอยา่ งแผนการจดั การเรียนรู้ 169
ภาคผนวก ค ตวั อยา่ งใบกจิ กรรม 184
ภาคผนวก ง รายนามผมู้ สี ่วนเก่ยี วขอ้ งในการวิจัย

สารบัญตาราง หนา้

ตารางที่ 1 แสดงรายละเอยี ดแผนการจัดการเรยี นรู้ในการเก็บข้อมูล 27
ตารางที่ 2 สรปุ การคิดทางคณิตศาสตรข์ องนักเรยี น 30
ตารางที่ 3 สรุปการคดิ ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5/2 74

ในสถานการณป์ ญั หาปลายเปดิ ทงั้ 6 สถานการณ์

สารบัญภาพ หน้า
5
ภาพท่ี 1 ประโยคสญั ลกั ษณก์ ารคณู แบบญปี่ ุน่ (Isoda & Katagiri, 2012) 23
ภาพที่ 2 กรอบแนวคดิ ทใี่ ชใ้ นการวิจัย (Isoda & Katagiri, 2012)

บทท่ี 1

บทนำ

ความเปน็ มาและความสำคญั ของปญั หา

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) (กระทรวงศึกษาธิการ.2560) จุดประสงค์ในการเรียนการการสอน
วิชาคณติ ศาสตรร์ ะดบั ประถมศกึ ษาตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
นั้น มุ่งปลูกฝังให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในคณติ ศาสตรแ์ ละมีทักษะในการคดิ คำนวณ คณิตศาสตร์จึงมี
บทบาทสำคญั อยา่ งยงิ่ ต่อการพัฒนาความคิดมนษุ ย์ ทำให้มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ คดิ อย่างเป็นระบบมีแบบแผน
สามารถวิเคราะห์ปัญหา สถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ ช่วยคาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจ แก้ปัญหา
และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน (กระทรวงศึกษาธิการ.2551 : 1) ดังนั้นเพื่อสนองจุดประสงค์ดังกล่าว ในการ
จดั การเรยี นการสอน ครจู ึงตอ้ งพยายามที่จะจัดประสบการณ์ เพ่อื ใหน้ กั เรยี นเกิดการเรยี นรูแ้ ละเกิดทักษะใน
การคิดคำนวณมากที่สุด เมื่อสอนนักเรียนให้เข้าใจแล้ว จึงต้องมีการฝึกฝน เพื่อให้นักเรียนเกิดความชำนาญ
ถกู ตอ้ ง แม่นยำ และรวดเร็ว

เนอ่ื งจากการจดั การเรยี นการสอนในวชิ าคณิตศาสตรช์ นั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรียนฉวางในปจั จบุ นั
นักเรียนยงั ขาดขัน้ ตอนและวิธกี ารทีถ่ ูกต้องเกี่ยวกบั การหาร ทำให้นักเรียนไม่สามารถตั้งหารยาวได้ ส่งผลตอ่
ทักษะเชื่อมโยงและทักษะการให้เหตุผล รวมถึงทักษะการคิดในด้านอื่นๆและนำไปสู่การนำพื้นฐานเรือ่ งการ
หารไปต่อยอดกบั การหารสนั้ ไม่ได้ รวมไปถึงบทเรยี นอื่นๆ สง่ ผลใหผ้ ลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นของนักเรียนอยู่ใน
เกณฑ์ตำ่ มีผลตอ่ การวัดและประเมินผลในระดบั โรงเรียน

จากเหตุผลดังกล่าวผู้รายงานจึงได้หาวิธีการเพื่อต้องการให้นักเรียนเกิดทักษะและให้เกิด
กระบวนการคิดเลขเร็ว จึงใชน้ วตั กรรมชุดฝึกคดิ เลขเร็วเรอ่ื งการหารยาวของนักเรยี นระดับชัน้ ประถมศึกษาปี
ที่ 3 เพื่อให้ครูและนักเรียนได้ใช้เป็นเครื่องมือในการฝึกฝนทักษะการคำนวณ จนเกิดความชำนาญ แม่นยำ
รวดเร็ว สามารถตั้งหารแบบมีขั้นตอนได้ ถึงแม้การหารยาวจะใช้เวลามากกว่าการหารสั้น แต่เป็นขั้นเริ่มต้น
ในการใช้ฝึกความคิดให้เป็นระบบ เมื่อนักเรียนมีพื้นฐานที่เป็นระบบสามารถนำไปต่อยอดกับการหารสั้นไป
จนถึงการตัดทอนให้เป็นเศษส่วนอย่างต่ำในระดับชั้นที่สูงขึ้นและนักเรียนสามารถนำพืน้ ฐานเรื่องการหารไป
ต่อยอดกบั บทเรยี นอน่ื ๆได้

วตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั

1. พัฒนาชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพ
ตามเกณฑ์ 70/70

2. เพ่อื แก้ปัญหาการหารยาวโดยการต้งั หารแบบมขี ้ันตอนได้

3. เพอ่ื ศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรยี นท่ีมีต่อชุดการเรยี นรู้

กรอบแนวคิดการวจิ ยั

ตวั แปรตน้ ตวั แปรตาม
ชดุ การเรียนรเู้ รอ่ื งการหารยาว ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นเร่อื งการหารยาว

สมมติฐานการวจิ ยั
1. ชดุ การเรียนรูเ้ รอื่ งการหารยาว มปี ระสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 70/70

2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ที่เรียนโดยใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาวมีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรยี นสงู กว่าก่อนใชช้ ดุ การเรยี นรเู้ รื่องการหารยาว

3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาวมีความพึงพอใจอยู่ในระดับดี
มาก
ขอบเขตการวิจยั

1. กลมุ่ ตัวอยา่ งท่ใี ชใ้ นการวิจัยคร้งั น้เี ป็นนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นฉวาง สำนกั งานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียน
จำนวน 14 คน ไดม้ าโดยการเลอื กแบบเจาะจงจากหอ้ งเรียนที่ผู้วิจยั ทำการสอน

2. ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564
ถึงวนั ท่ี 26 พฤศจิกายน 2564 ใชเ้ วลา 6 ชัว่ โมง

3. เน้อื หาทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั

3.1 การหารยาวทมี่ ตี ัวต้งั 3 หลัก ตวั หาร 1 หลกั แบบไมม่ เี ศษ

3.2 การหารยาวท่ีมีตวั ตั้ง 3 หลัก ตวั หาร 1 หลกั แบบมเี ศษ

3.3 การหารยาวทมี่ ีตัวตัง้ 4 หลัก ตัวหาร 1 หลกั แบบไม่มเี ศษ

3.4 การหารยาวที่มตี ัวตง้ั 4 หลกั ตัวหาร 1 หลกั แบบมเี ศษ

3.5 ชุดทดสอบการคดิ เลขเร็วเรือ่ งการหารยาว กอ่ นและหลงั การฝกึ

4. ตัวแปรทใี่ ชใ้ นการวิจยั
4.1 ตวั แปรตน้ ไดแ้ ก่ ชดุ การเรยี นรู้เรอื่ งการหารยาว
4.2 ตวั แปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นเร่ืองการหารยาว

นิยามคำศัพทเ์ ฉพาะ
1. นกั เรียน หมายถึง นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรยี นฉวาง จำนวน 14 คน
2. ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ หมายถึง เอกสารการหารยาว กลุ่มสาระ

การเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 3 จำนวน 1 ชดุ แต่ละชุดประกอบไปด้วยการหารยาวทีม่ ตี ัวต้ัง 3
หลัก ตัวหาร 1 หลัก แบบไม่มีเศษ การหารยาวที่มีตัวตั้ง 3 หลัก ตัวหาร 1 หลัก แบบมีเศษ การหารยาวท่มี ี
ตัวต้ัง 4 หลกั ตวั หาร 1 หลัก แบบไมม่ เี ศษ และ การหารยาวท่ีมตี วั ตง้ั 4 หลกั ตวั หาร 1 หลกั แบบมีเศษ

2. ประสทิ ธภิ าพของชดุ การเรยี นรู้เรือ่ งการหารยาว หมายถงึ คุณภาพของชุดการเรียนรเู้ รือ่ งการหาร
ยาว กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามเกณฑ์มาตรฐาน
ที่ตง้ั ไว้ 70/70

70 ตัวแรก หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนทั้งหมด ที่ได้จากการทำแบบทดสอบย่อย
ในชดุ การเรยี นรไู้ ด้ถูกต้อง ซึ่งไดค้ ะแนนเฉลีย่ อย่างน้อยรอ้ ยละ 70 ของคะแนนเตม็

70 ตัวหลัง หมายถึง รอ้ ยละของคะแนนเฉลีย่ ของนักเรยี นทง้ั หมด ทีไ่ ดจ้ ากการทำแบบทดสอบวัดผล
สมั ฤทธทิ์ างการเรียนหลังเรยี น ซึ่งได้คะแนนเฉลี่ยอยา่ งนอ้ ยร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม

3. ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน หมายถงึ คะแนนทีไ่ ด้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน
ของนักเรยี นด้วยชุดการเรียนรู้เรอ่ื งการหารยาว กอ่ นเรยี นและหลังเรยี น

4. ความพงึ พอใจของนักเรยี นทม่ี ตี อ่ ชดุ การเรียนรเู้ รอ่ื งการหารยาว หมายถงึ ความรสู้ ึก ความคิดเห็น
หรอื ความร้สู กึ เอนเอยี งดา้ นจติ ใจของนกั เรียนหลังใชก้ ารจดั กิจกรรมโดยใช้ชดุ การเรยี นรู้เรื่องการหารยาว ซึ่ง
ไดค้ ะแนนจากทน่ี ักเรียนตอบและสอบถามความพงึ พอใจของนักเรียนทม่ี ชี ุดการเรยี นรเู้ รอื่ งการหารยาว
ประโยชน์ทีค่ าดว่าจะได้รบั

1. นักเรียนสามารถตั้งหารยาวแบบมขี ั้นตอนได้

2. นักเรียนสามารถนำพื้นฐานเรอื่ งการหารไปต่อยอดกับบทเรียนอ่ืนๆ

3. เป็นแนวทางในการจดั การเรียนการสอนวชิ าคณติ ศาสตรเ์ ร่ืองการหารยาว

บทที่ 2
เอกสารและงานวจิ ัยที่เกีย่ วขอ้ ง

การวิจัยเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการหารยาว โดยใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหาร
ยาวของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนฉวาง ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ในประเดน็ ต่างๆตามกรอบแนวคดิ ของการวจิ ัย และนำเสนอตามลำดับ ดังนี้

1. เอกสารท่เี กี่ยวขอ้ ง

1.1 หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

1.2 มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ฉบับปับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐

1.3 แนวคิดเกย่ี วกับชดุ การเรียนรู้

1.4 แนวคิดเกี่ยวกบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น

1.5 แนวคิดเกยี่ วกบั ความพงึ พอใจ

2. งานวจิ ัยที่เกยี่ วข้อง

2.1 งานวิจยั ในประเทศ
2.2 งานวิจยั ต่างประเทศ

1. เอกสารทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร (2551 : 4)หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศทไ่ี ด้มีการกำหนดวิสัยทศั น์ไวว้ า่ หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้น
พื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย
ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจต
คติที่จำเป็นต่อการศกึ ษาต่อ การประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยเน้นผู้เรยี นเป็นสำคญั
บนพ้ืนฐานความเชื่อว่าทุกคนสามารถเรยี นรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ

จุดมุง่ หมาย

กระทรวงศกึ ษาธิการ (2551 : 5)หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
ม่งุ พฒั นานักเรียนให้เป็นคนดี มีปญั ญา มคี วามสุข มศี กั ยภาพในการศกึ ษาต่อและประกอบอาชีพ จึง
กำหนดเป็นจดุ หมายเพอื่ ให้เกดิ กบั นกั เรียนเมื่อจบการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ดังนี้

1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์และเห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและ
ปฏิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง

2. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้
เทคโนโลยี และมที ักษะชวี ติ

3. มสี ขุ ภาพกายและสุขภาพจติ ทดี่ ี มสี ุขนสิ ยั และรักการออกกาลังกาย

4. มีความรักชาติ มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชวี ติ และการ
ปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข

5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนา
สิ่งแวดล้อมมีจิตสาธารณะที่มุ่งทา ประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันอย่างมี
ความสุข

ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
กระทรวงศึกษาธิการ (2551 : 12) ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์เป็น
ความสามารถที่จะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ และ
ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในที่น้ี
เน้นที่ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น และต้องการพัฒนาให้เกิดขึ้นกับบผู้เรียน
ไดแ้ กค่ วามสามาถตอ่ ไปนี้

1. การแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการทำความเข้าใจปัญหา คิดวิเคราะห์ วางแผน
แก้ปัญหาและเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบพร้อมท้ัง
ตรวจสอบความถูกต้อง

2. การสื่อสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร์ เปน็ ความสามารถในการใช้รูป ภาษา
และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และนำเสนอได้อย่างถูกต้อง
ชดั เจน

3. การเชื่อมโยง เป็นความสามารถในการใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการ
เรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ เนอ้ื หหาตา่ งๆ หรอื ศาสตรอ์ น่ื ๆ และนำไปใชใ้ นชีวิตจริง

4. การให้เหตุผล เป็นความสามารถในการให้เหตผุ ล รับฟังและเหตุผลสนับสนุนหรือโต้แย้ง
เพ่อื นำไปสู่การสรุป โดยมีขอ้ เทจ็ จรงิ ทางคณติ ศาสตรร์ ับรอง

5. การคิดสร้างสรรค์ เป็นความสามารถในการขยายแนวคิดที่อยู่เดิมหรือสร้างแนวคิดใหม่
เพ่อื ปรับปรงุ พฒั นาองค์ความรู้

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ในการเรยี นคณติ ศาสตร์
กระทรวงศึกษาธิการ (2551 : 13) การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ควรมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิด
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ตอ่ ไปน้ี

1. ทำความเข้าใจหรือสร้างกรณีทั่วไปโดยใช้ความรู้ที่ได้จากการศึกษากรณีตัวอย่างหลายๆ
กรณี

2. มองเห็นว่าสามารถใช้คณติ ศาสตรแ์ ก้ปญั หาในชวี ติ จริงได้

3. มีความมมุ านะในการทำความเข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์

4. สร้างเหตุผลเพื่อสนับสนุนแนวคิดของตนเองหรือโต้แย้งแนวคิดของผู้อื่นอย่าง
สมเหตุสมผล

5. ค้นหาลักษณะที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และประยุกต์ใช้ลักษณะดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจหรือ
แกป้ ัญหาในสถานการณต์ ่างๆ

มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชวี้ ัดกลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ฉบบั ปบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐
กระทรวงศึกษาธิการ (2551 : 23) มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้

คณิตศาสตร์ ฉบับปับปรุง พ.ศ. 2560 ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3 ดงั นี้

สาระท่ี 1 จำนวนและพชี คณิต

มาตรฐาน ค.1.1 เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การ
ของจำนวน ผลทเี่ กิดข้ึนจากการดำเนนิ การ สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้

มาตรฐาน ค.1.1 ป.3/ 8 หาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คณู รระคนของจำนวนนับไม่เกิน 100,000
และ 0

สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

การบวก การลบ การคณู การหารจำนวนนบั ไมเ่ กนิ 100,000 และ 0

1. การบวกและการลบ

2. การคูณ การหารยาว และการหารสั้น

3. การบวก ลบ คณู หารระคน

4. การแกโ้ จทย์ปญั หาและสรา้ งโจทย์ปญั หาพร้อมทงั้ หาคำตอบ

แนวคิดเกีย่ วกบั ชดุ การเรยี นรู้
ชุดกจิ กรรม
ชุดกิจกรรม หรือชุดการเรียนการสอน ชุดการสอน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หรือชุดการ

เรียนรู้เป็นนวัตกรรมที่พัฒนามาจากวิธีการเรียนการสอนหลาย ๆ ระบบมาประสมประสานกันให้
กลมกลืนกันได้อย่างพอเหมาะ นับตั้งแต่การเรียนรู้ด้วยตนเอง การร่วมกิจกรรมกลุ่ม การใช้สื่อใน
รูปแบบ ต่าง ๆ ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ทีละน้อย มีโอกาสคิดใคร่ครวญ มีส่วนร่วมใน
กจิ กรรมอยา่ งกระฉับกระเฉง ได้ลงมือปฏิบตั ิจริง และผู้เรียนมีโอกาสภาคภูมใิ จในความสำเร็จ (เกริก
และจนิ ตนา ทว่ มกลาง, 2555, น. 122)

ความหมายของชุดกิจกรรม
ระพินทร์ โพธ์ิศรี (2547, น. 1) กล่าวว่า ชุดกิจกรรม หมายถึง ระบบสื่อการเรียนรู้ที่สร้าง
ขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนของครูผู้สอนโดยครูเป็นฝ่ายอำนวยการ (Facilitator) และเสริม
ประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้และทักษะ บรรลุตามมาตรฐานการ
เรยี นรู้ที่กำหนด

ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์ (2552, น. 435) กล่าวว่า ชุดการสอน หมายถึง กระบวนการสอนแบบ
โปรแกรมชนิดหน่ึง อาศัยระบบสื่อประสมท่ีสอดคลอ้ งกับเนื้อหา และประสบการณ์ของแต่ละหน่วย
มาชว่ ยเปลย่ี นแปลงพฤติกรรมการเรียนรใู้ ห้เปน็ ไปอย่างมีประสทิ ธภิ าพ

สุคนธ์ สินธพานนท์ (2553, น. 14) กล่าวว่า ชุดการเรียนการสอน หมายถึง รูปแบบการ
สื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียน ซึ่งประกอบด้วยคา แนะนา ให้ผู้เรียนทา กิจกรรมต่าง ๆ อย่างมี
ขั้นตอนท่ีเป็นระบบ ชัดเจน จนกระท่งั นกั เรยี นสามารถบรรลตุ ามจุดประสงค์ท่ีกำหนดไว้

เกริก และจินตนา ท่วมกลาง (2555, น. 122) กล่าวว่า ชุดการสอนหรือชุดการเรียนรู้
หมายถึง รูปแบบสื่อประสมที่ผลิตขึ้นอย่างเป็นระบบ มีความสมบูรณ์เบ็ดเสร็จในตัวเองทั้งเนื้อหา
สาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้แบบประเมินผลการเรียนรู้ คำแนะนำที่จะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้
อยา่ งเป็นขั้นตอน มารวบรวมเปน็ ชดุ เพ่ือสะดวกตอ่ การเรียนรู้ของผู้เรยี นและง่ายต่อการจัดกิจกรรม
การสอนของครู เพ่อื ชว่ ยให้ผู้เรยี นเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรยี นร้ไู ดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ

จากการศึกษาความหมายของชุดกิจกรรมที่กล่าวมาแล้ว สรุปได้ว่า ชุดกิจกรรม หรือชุด
กิจกรรมการเรียนรู้ เป็นรูปแบบสื่อประสมที่ผลิตขึ้นอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ประกอบการสอนของ
ครูผู้สอน และใช้สื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียน ซึ่งประกอบด้วยคำแนะนา ให้ผู้เรียนทำกิจกรรม
ต่าง ๆ อย่างมีขั้นตอน เพื่อสะดวกต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนและง่ายต่อการจัดกิจกรรมการสอนของ
ครู และช่วยเสริมประสบการณ์เรียนรู้ให้กับผู้เรียน ช่วยให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมการเรียนรูไ้ ดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

ประเภทของชุดกจิ กรรม

นักการศึกษาหลายท่านได้แบ่งประเภทของชุดกิจกรรม หรือชุดการเรียนการสอน หรือชุด
การสอน หรือชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ไวแ้ ตกต่างกันออกไป ดังนี้

ชยั ยงค์ พรหมวงศ์ (2523, น. 118) แบ่งประเภทของชุดการสอนไว้ 4 ประเภท คือ

1. ชุดการสอนประกอบคำบรรยาย เป็นชุดการเรียนการสอนที่มุ่งขยายเนื้อหาสาระแบบ
การสอนแบบบรรยายให้ชัดเจนขึ้น โดยกำหนดกิจกรรมและสื่อการสอนให้ผู้สอนใช้ประกอบการ
บรรยาย ซึ่งอาจเรียกว่าชุดการเรียนการสอนสำหรับครู ชุดการเรียนการสอนนี้จะมีเนือ้ หาวิชาเพียง
หน่วยเดียวและใช้กับผู้เรียนท้ังชัน้ โดยแบ่งหัวข้อที่จะบรรยาย เนื้อหา และกิจกรรมไว้ตามลำดับขน้ั
ชุดการเรียนการสอนแบบนี้มีสื่อการสอนที่หลากหลาย เช่น แผนการสอน แผนภูมิรูปภาพ
ภาพยนตร์ โทรทัศน์ ผู้สอน ซึ่งเป็นผู้จัดทำชุดการเรียนการสอนจะบรรจุชุดการเรียนการสอนใน
กล่องที่มีขนาดเหมาะสม ในกรณีที่สื่อการสอนนั้นเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ราคาแพง หรือขนาดเล็กมาก
หรือเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่สามารถบรรจุลงในกล่องได้ ควรมีการกา หนดข้อมูลการใช้สื่อไว้ในคู่มือครูเพอ่ื
เตรยี มการสอน

2. ชุดการสอนสำหรับกิจกรรมแบบกลุ่ม เป็นชุดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เปน็
ผู้ปฏิบัติกิจกรรม อาจจัดห้องเรียนแบบศูนย์การเรียนก็ได้ ชุดการเรียนการสอนแต่ละชุดจะ
ประกอบด้วย ชุดการเรียนการสอนย่อยที่มีจำนวนเท่ากับจำนวนศูนย์ที่แบ่งไว้ในแต่ละหน่วย ในแต่
ละศูนย์มีชื่อหรอื บทเรียนครบชุดตามจำนวนผู้เรียนที่เข้ามารว่ มกิจกรรมในแต่ละศูนย์ ซึ่งจัดไว้ในรปู

สื่อประสม อาจใช้เป็นสื่อรายบุคคลหรือทั้งกลุ่มใช้ร่วมกันก็ได้ ในขณะทากิจกรรมในแต่ละศูนย์นั้น
ถ้าผู้เรยี นมปี ัญหาหรือมขี อ้ สงสัย สามารถซักถามผู้สอนได้ และถา้ ทำกิจกรรมการเรยี นรใู้ นแต่ละศนู ย์
เสร็จเร็วก่อนกาหนดเวลา ผู้เรียนสามารถศึกษาในศูนย์สำรองที่จัดเตรียมไว้ ในระหว่างรอเวลาท่จี ะ
เข้าศนู ยอ์ นื่ ตอ่ ไป

3. ชุดการสอนรายบุคคล เป็นชดุ การเรยี นการสอนที่จัดไว้ให้ผู้เรียนได้เรียนดว้ ยตนเอง ตาม
คำแนะนาที่ระบุไว้ ถ้าสงสัยในตอนใดก็ถามผู้สอนได้ ผู้เรียนสามารถปรึกษากันระหว่างเรียนได้
ผู้เรียนอาจนำไปศึกษานอกเวลาเรียน หรือนำไปศึกษาที่บ้านก็ได้ โดยมีผู้ปกครองหรือบุคลากรอ่ืน
คอยแนะนำใหค้ วามชว่ ยเหลอื ได้

4. ชุดการสอนทางไกล เป็นชุดการเรียนการสอนสำหรับผู้เรียนต่างถิ่น ต่างเวลา มุ่งสอนให้
ผ้เู รียนศึกษาดว้ ยตนเอง ไมต่ ้องเข้าชนั้ เรียนชุดการเรียนการสอนทางไกลน้ี ประกอบด้วย ส่อื ประเภท
สิ่งพิมพ์ รายการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และการสอนเสริมตามศูนย์บริการ
การศกึ ษา เชน่ ชุดการเรยี นการสอนทางไกลของมหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช เป็นตน้

กาญจนา เกียรติประวัติ (2524, น. 60-61) จา แนกประเภทชุดการเรียนการสอนไว้ 2
ประเภท พอสรุปได้ดงั นี้

1. ชุดการเรียนการสอน สำหรับกิจกรรมกลุ่ม เป็นชุดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียน
ศึกษาหาความร้ดู ้วยตนเองโดยใช้กิจกรรมกล่มุ เช่น วิธกี ารของศูนยก์ ารเรียน หรอื บทเรียนโมดลู

2. ชุดการเรียนการสอน รายบคุ คล เปน็ ชดุ การเรียนการสอนทสี่ ่งเสริมการเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง
ตามลำพัง ผู้เรียนแต่ละคนมีความสามารถในการเรียนรู้ในเวลาที่แตกต่างกัน ผู้เรียนแต่ละคน
สามารถทดสอบความกา้ วหนา้ ในการเรียนของตนเองไดต้ ลอดเวลาและสามารถตรวจคำตอบได้ทันที
ชุดการเรยี นการสอนนีจ้ ะพฒั นาความรบั ผดิ ชอบของผูเ้ รยี น

ยุพิน พิพิธกุล และอรพรรณ ตันบรรจง (2531, น. 181) แบ่งชุดการเรียนการสอนออกเปน็
4 ประเภท สรปุ ไดด้ ังนี้

1. ชุดการเรียนการสอนสำหรับครู ครูใช้เครื่องมือประกอบการสอน ซึ่งใช้สอนนกั เรียนเป็น
กลุ่มใหญ่หรือนักเรียนทั้งชั้น ชุดการเรียนการสอนนี้ประกอบด้วยคู่มือครู และสื่อการเรียนการสอน
ชุดการเรียนการสอนประเภทนี้มีการเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมได้บ้างขึ้นอยู่กับเทคนิค
และวธิ สี อนของครู

2. ชุดการเรียนการสอนตามเอกัตภาพ หรือชุดการเรียนการสอนรายบุคคล เป็นชุดการ
เรยี นการสอนท่ใี หน้ ักเรยี นเรยี นด้วยตนเอง

3. ชุดการเรียนการสอนที่ใช้กับศูนย์การเรียน เป็นชุดการเรียนการสอนที่ให้นักเรียนแต่ละ
คนได้เลอื กเรยี นอยา่ งอสิ ระ โดยเวียนศกึ ษาไปตามศูนยต์ า่ ง ๆ จนครบ

4. ชุดการเรียนการสอนแบบผสม เป็นชุดการเรียนการสอนที่จัดกิจกรรมไว้หลายอย่าง
เพอื่ ใหค้ รูเลือกใชไ้ ดต้ ามความเหมาะสม

จากการศึกษาประเภทของชุดกิจกรรมที่กล่าวมาแล้ว สรุปได้ว่า ประเภทของชุดกิจกรรม
หรือชุดกจิ กรรมการเรยี นการรู้ทเี่ หมาะสมกบั ครผู สู้ อนในการจดั การศึกษาในระบบน้ันสามารถจัดทำ
ได้ 4 รปู แบบ คอื

1. ชุดกิจกรรมสำหรับครูผู้สอน เป็นชุดการเรียนการสอนที่ครูใช้ประกอบการสอน
ประกอบด้วย คู่มือครู สื่อการเรียนการสอนที่หลากหลาย มีการจัดกิจกรรมและสื่อการสอน
ประกอบการบรรยายของครผู ้สู อน ชุดการเรียนการสอนจะมเี น้ือหาสาระวิชาเพยี งหนว่ ยเดียวและใช้
กบั ผเู้ รียนทัง้ ชัน้ โดยจะแบง่ บรรยายเปน็ หวั ขอ้ และมกี ารกำหนดกจิ กรรมตามลำดับขน้ั ตอน

2. ชุดกิจกรรมสำหรับกิจกรรมกลุ่ม เป็นชุดกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ศึกษาความรู้ร่วมกัน
โดยปฏบิ ัติตามขั้นตอนตา่ ง ๆ ทคี่ รกู ำหนดไว้ในชุดกิจกรรม

3. ชุดกิจกรรมรายบุคคล เป็นชุดกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ศึกษาความรู้ด้วยตนเอง โดย
นกั เรียนจะเรยี นรู้ตามข้ันตอนท่กี ำหนดไวใ้ นชดุ กิจกรรม ซึง่ สามารถศกึ ษาไดท้ ้ังในและนอกห้องเรียน
และเม่ือศึกษาจบจนครบทุกขัน้ ตอนแลว้ นกั เรยี นจงึ จะสามารถประเมินผลการเรยี นร้ขู องตนเองได้

4. ชุดกิจกรรมแบบผสม เป็นชุดกิจกรรมที่มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งบางขั้นตอน
ครูผ้สู อนอาจใช้วธิ ีการบรรยายประกอบสือ่ บางขน้ั ตอนอาจใชเ้ กม บางขั้นตอนอาจให้นักเรียนศึกษา
ความรดู้ ว้ ยตนเองจากชุดกจิ กรรมโดยใชก้ จิ กรรมแบบกลมุ่ เปน็ ต้น

ข้ันตอนการสร้างและพัฒนาชุดกจิ กรรม
ชยั ยงค์ พรหมวงศ์ (2523, น. 123) เสนอขนั้ ตอนในการพัฒนาชุดการสอนไวด้ ังนี้

1. การกำหนดหมวดหมู่ เน้ือหาและประสบการณ์ โดยกำหนดเปน็ หมวดวิชาหรือบรู ณาการ
เปน็ แบบสหวิทยาการตามความเหมาะสม

2. การกำหนดหนว่ ยการสอนโดยแบง่ เนือ้ หาออกเปน็ หนว่ ยการสอน

3. การกำหนดหัวเรือ่ ง ผู้สอนจะต้องกาหนดว่าในการสอนแต่ละหน่วยควรให้ประสบการณ์
อะไรแกผ่ ู้เรยี นบา้ ง

4. การกำหนดมโนทัศน์และหลักการ โดยมโนทัศน์หรือหลักการที่กำหนดขึ้นจะต้อง
สอดคล้องกบั หน่วยและหวั เรือ่ ง

5. การกำหนดวัตถุประสงค์ให้สอดคล้องกับหัวเรื่อง โดยเขียนเป็นวัตถุประสงค์ทั่วไป
วัตถุประสงค์เชิงพฤตกิ รรมท่ีตอ้ งมีเกณฑก์ ารเปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรมไวท้ กุ คร้งั

6. การกำหนดกิจกรรมการเรียน โดยให้สอดคล้องกับวตั ถุประสงค์เชงิ พฤติกรรม ซึ่งจะเป็น
แนวทางการเลือกและการผลิตส่ือการเรยี นการสอน

7. การกำหนดแบบวัดและประเมินผล โดยจะต้องประเมินผลให้ตรงกับวัตถุประสงค์เชิง
พฤตกิ รรมที่ต้งั ไว้

8. การเลือกและผลิตสื่อการเรียนการสอน โดยจะถือว่าวัสดุอุปกรณ์และวิธีการที่ครูใช้เปน็
สื่อการเรียนการสอนทั้งสิ้น เมื่อผลิตสื่อการเรียนการสอนแล้ว ก็จัดสื่อการเรียนการสอนเหล่านั้นไว้
เป็นหมวดหมู่ในกล่องหรือซองที่เตรียมไว้ก่อนนำไปทดลอง และหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์
มาตรฐานทีต่ ัง้ ไว้

9. การหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรม เพื่อเป็นการประกันว่าชุดกิจกรรมที่สร้างขึ้นมี
ประสิทธิภาพในการสอน ผู้สร้างจำเป็นต้องกำหนดเกณฑ์ล่วงหน้า โดยคำนึงถึงหลักการที่ว่าการ
เรียนรู้เป็นกระบวนการ เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนให้บรรลุผลตาม
วัตถุประสงค์ ดังนั้นการกำหนดเกณฑ์จึงต้องคำนึงถึง กระบวนการ และผลลัพธ์ โดยกำหนดตัวเลข
เป็นรอ้ ยละของคะแนนเฉลย่ี มีค่าเป็น E1/E2

สุคนธ์ สินธพานนท์ (2553, น. 17) กล่าวว่า การที่ผ้สู อนสรา้ งชดุ กจิ กรรม หรือชุดการเรียน
การสอน เพอื่ นำไปใช้ในการเรียนการสอนน้ัน ครูควรดำเนินการตามขนั้ ตอนดงั นี้

1. เลือกหัวขอ้ (Topic) กำหนดขอบเขต และประเด็นสำคญั ของเน้ือหา ผู้สรา้ งชุดการเรียน
การสอน ควรเลือกหัวข้อและประเด็นสำคัญ ได้จากการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และสาระการ
เรียนรู้ของหลักสตู รการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ในระดบั ช้นั ท่จี ะสอนวา่ หัวข้อใดเหมาะสมท่ีควรนำไปสร้าง
ชุดกจิ กรรมที่ใหผ้ ู้เรยี นสามารถศกึ ษาความรไู้ ดด้ ้วยตนเอง

2. กำหนดเนือ้ หาทจ่ี ะจัดทำชดุ กิจกรรม โดยการคำนงึ ถงึ ความรู้พนื้ ฐานของผูเ้ รยี น

3. เขยี นจุดประสงค์ในการจัดการเรยี นการสอน การเขียนจุดประสงคค์ วรเขียนเป็นลักษณะ
จุดประสงค์เฉพาะหรือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เพื่อให้ผู้สอนและผู้เรียนทราบจุดประสงค์ว่าเม่ือ
ศกึ ษาชุดกจิ กรรมจบแล้ว ผู้เรียนจะต้องมคี วามสามารถอยา่ งไร

4. สร้างแบบทดสอบ การสรา้ งแบบทดสอบมี 3 แบบ คือ

4.1 แบบทดสอบวดั ความร้เู ดมิ ของผเู้ รยี น เพอ่ื ดูวา่ ผเู้ รียนมีความรพู้ นื้ ฐานกอ่ นทจี่ ะ
มาเรียนเพียงพอหรือไม่ (เมื่อทดสอบแล้วถ้าความรู้พื้นฐานไม่เพียงพอ ผู้สอนควรแนะนำให้ผู้เรียน
แสวงหาความรู้จากแหล่งต่างๆโดยวิธีใดเป็นต้น หรือผู้สอนอาจอธิบายความรู้เพิ่มเติมแก่ผู้เรียนใน
เรอื่ งนั้นๆ)

4.2 แบบทดสอบย่อย เพื่อวัดความรู้ของผู้เรียนหลังจากผู้เรียนเรียนจบในแต่ละ
เนื้อหายอ่ ย

4.3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ใช้ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
หลงั จากการศึกษาชุดการเรียนการสอนจบแลว้

5. จดั ทำชุดกจิ กรรม หรอื ชดุ การเรยี นการสอน ประกอบดว้ ย

5.1 บัตรคำสั่ง

5.2 บัตรปฏิบตั กิ าร และบัตรเฉลย (ถ้าม)ี

5.3 บตั รเนือ้ หา

5.4 บัตรฝกึ หัด และบตั รเฉลยบตั รฝึกหดั

5.5 บตั รทดสอบและบตั รเฉลยบตั รทดสอบ

6. วางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ผู้สอนเตรียมออกแบบการจัดกิจกรรมการ
เรยี นการสอน โดยมหี ลกั การสำคัญ คือ

6.1 ผู้เรียนมีบทบาทสำคัญในการทำกิจกรรมด้วยตนเอง ผู้สอนเป็นเพียงผู้คอย
ชแ้ี นะและควบคมุ การเรยี นการสอน

6.2 เลอื กกิจกรรมท่หี ลากหลายและเหมาะสมกับชดุ กิจกรรม

6.3 ฝึกใหผ้ ูเ้ รยี นไดเ้ รียนรูด้ ้วยการคดิ อยา่ งหลากหลาย เชน่ คิดวเิ คราะหค์ ิด

แกป้ ัญหา คดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ คดิ สรา้ งสรรค์ เปน็ ตน้

6.4 มีกจิ กรรมทฝ่ี กึ ให้ผ้เู รยี นได้ทำงานรว่ มกบั ผู้อนื่

7. การรวบรวมและจดั ทาสอ่ื การเรียนการสอน ส่ือการเรียนการสอนมีความสำคญั ต่อการ

เรียนรู้ของผู้เรียน สื่อการเรียนการสอนบางชนิดอาจมีผู้จัดทำไว้แล้ว ผู้สอนอาจนำมาปรับปรุง
ดัดแปลงใหม่ให้สอดคล้องกบั เนื้อหาสาระและจุดประสงค์ที่ต้องการสอน ในกรณีที่ไม่มสี ื่อที่ตรงตาม
จดุ ประสงค์ทีจ่ ะสอน ครูผู้สอนต้องสร้างสอ่ื การเรียนการสอนใหม่ ซ่งึ ตอ้ งใช้เวลามาก

จากการศึกษาข้ันตอนการสร้างและพัฒนาชดุ กจิ กรรมท่กี ล่าวมา สรุปไดว้ า่ ควรดำเนนิ การ

ตามขน้ั ตอนดังน้ี

1. วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และสาระการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
หลกั การ แนวคิด ทฤษฎี และงานวจิ ยั ที่เกี่ยวกบั ชุดกิจกรรมการเรียนรู้

2. วิเคราะห์เนอ้ื หา และกำหนดจดุ ประสงคก์ ารเรียนรวู้ ิชาคณติ ศาสตร์ โดยเรียงเนื้อหาจาก
ง่ายไปสูเ่ นอื้ หาทีย่ ากตามลำดับ

3. กำหนดกรอบผลการเรียนรู้ เนื้อหา กิจกรรม สื่อประกอบการสอน และการวัดผล
ประเมนิ ผล

4. สร้างชุดกิจกรรม ที่ประกอบไปด้วย ชื่อกิจกรรม คำนำ สารบัญ คำแนะนำสำหรับครู
คำแนะนำการใช้สำหรับนักเรียน กิจกรรมการเรียนรู้ ใบความรู้ ใบกิจกรรม ใบตรวจสอบความรู้
ภาคผนวก ประกอบด้วยใบเฉลยใบกิจกรรม ใบเฉลยใบตรวจสอบความรู้ และตารางสรปุ คะแนน

5. วางแผนการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน โดยเลอื กกิจกรรมทีห่ ลากหลายและเหมาะสม
กับชดุ กิจกรรม และฝกึ ใหผ้ ้เู รียนได้ทำงานร่วมกบั ผูอ้ น่ื

6. จัดทำสื่อการเรยี นการสอน ใหส้ อดคล้องกับเนือ้ หาสาระและจุดประสงคท์ ต่ี ้องการสอน

7. หาประสิทธิภาพชุดกจิ กรรม เพื่อให้แน่ใจว่าชุดกิจกรรมที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพในการ
สอนสามารถนำไปใชไ้ ดจ้ รงิ

ประโยชนข์ องชดุ กิจกรรม
ประโยชนข์ องชุดกิจกรรม ชุดการเรียนการสอน ชุดการสอน หรือชุดกิจกรรมการเรียนรูท้ ี่มี
ต่อการเรยี นการสอนมหี ลายประการดังน้ี (บุญเกอื้ ควรหาเวช, 2530, น. 7-8)

1. ช่วยให้ผู้สอนถ่ายทอดเนื้อหาประสบการณ์ที่สลับซับซ้อน และมีลักษณะเป็นนามธรรม
ซึ่งผ้สู อนไมส่ ามารถถา่ ยทอดด้วยการบรรยายได้

2. เร้าความสนใจของผูเ้ รียนต่อสิ่งที่กาลงั ศึกษา เพราะชุดการสอนจะเปิดโอกาสให้ผูเ้ รยี นมี
ส่วนร่วมในการเรยี นรู้ด้วยตนเอง

3. เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็น ฝึกการตัดสินใจ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
และมีความรบั ผิดชอบตอ่ ตนเองและสงั คม

4. เป็นการสร้างความพร้อมและความมั่นใจแก่ผู้สอน เพราะชุดการสอนผลิตไว้เป็น
หมวดหมสู่ ามารถหยิบใชไ้ ด้ทันที

5. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียน เพราะสื่อประสม (MultiMedia) ที่ได้จัด
ไว้ในระบบเป็นการแปรเปลีย่ นกิจกรรมและช่วยรักษาระดบั ความสนใจของผู้เรยี นอยู่ตลอดเวลา

6. แก้ปัญหาความแตกต่างระหว่างบุคคล และส่งเสริมการศึกษารายบุคคลตามความสนใจ
ตามเวลา และโอกาสทเี่ ออ้ื อำนวยแกผ่ ูเ้ รียนซ่ึงแตกตา่ งกนั

7. ช่วยขจัดปัญหาการขาดแคลนครู ชุดการสอนทาให้ผู้เรียนเรียนโดยอาศัยความช่วยเหลือ
จากครเู พียงเล็กน้อย ท้ังสามารถเรยี นด้วยตนเอง ครูคนหนงึ่ จงึ สามารถสอนนกั เรยี นไดจ้ ำนวนมาก

8. ช่วยนักเรียนให้รู้จุดมุ่งหมายของการเรียนที่ชัดเจน ตลอดจนรู้วิธีการที่จะบรรลุ
จุดมุ่งหมายเป็นการเพิม่ พนู การจูงใจในการเรียน

9. ชุดการสอนจะกาหนดบทบาทของครูและนักเรียนไว้ชัดเจน ว่าตอนใด ใคร จะทำอะไร
อยา่ งไร ลดบทบาทของการกระทำของครขู า้ งเดียว นกั เรยี นได้เรยี นร้โู ดยการกระทำมากขึน้

10. ชุดการสอน เกิดจากการนำวิธีเชิงระบบเข้ามาใช้ เมื่อได้ผ่านการทดลอง จึงทำให้การ
สอนมีประสทิ ธิภาพ

11. ชดุ การสอนฝกึ ให้ผเู้ รียนมีความรับผดิ ชอบในการเรียน และรจู้ กั การทำงานร่วมกัน

12. ชุดการสอนเปดิ โอกาสให้ผู้เรยี นเลอื กวสั ดกุ ารเรยี นและกิจกรรมตามความสนใจ

13. ชดุ การสอนทำให้ผู้เรยี นร้กู ารกระทำของเขาและสร้างแรงจงู ใจใหต้ นเอง

สุคนธ์ สนิ ธพานนท์ (2553, น. 21) กลา่ วถงึ ประโยชน์ของชุดการเรียนการสอนดังน้ี

1. ผู้เรียนได้ใช้ความสามารถในการศึกษาความรู้ในชุดการเรียนการสอน ด้วยตนเอง เป็น
การฝกึ ทกั ษะในการแสวงหาความรู้ ทกั ษะการอา่ น และสรุปความรูอ้ ย่างเปน็ ระบบ

2. การทำแบบฝึกหัด แบบฝึกทักษะการเรียนรู้ และแบบฝึกการคิดท้ายชุดการเรียนรู้ ทำ
ให้ผู้เรียนรู้จักคิดเป็นแกป้ ญั หาเปน็ สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการศึกษาทกี่ ำหนดโดย สมศ.

3. ผู้เรียนมีวินัยในตนเอง จากการที่ผู้เรียนทำตามคำสั่งในขั้นตอนต่างๆ ที่กำหนดในชุด
กิจกรรม แบบฝึกทักษะการเรียนรู้ หรือใบงานด้วยตนเองนั้นทำให้ผู้เรียนรู้จักฝึกตนเองให้ทำ ตาม
กตกิ า

4. ผู้เรียนรู้จักทำงานร่วมกับผู้อื่น รับฟังความคิดเห็นของกันและกัน เป็นการฝึกความเป็น
ประชาธิปไตย ซงึ่ เปน็ พ้ืนฐานสำคัญของการรว่ มกนั ในสังคมประชาธิปไตย

5. การใช้ชุดการเรียนการสอน นั้นสามารถศึกษานอกเวลาเรียนได้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบ
ของผูส้ อนทเ่ี อือ้ ต่อการศึกษาด้วยตนเอง

จากการศกึ ษาประโยชน์ของชุดกิจกรรมที่กลา่ วมา สรุปได้ดังนี้ ชุดกิจกรรมเป็นนวตั กรรมท่ี
สามารถช่วยเพ่ิมประสทิ ธิภาพในการเรียนของนักเรียน ช่วยเร้าความสนใจ เปิดโอกาสใหน้ ักเรียนได้
แสดงความคิดเหน็ ไดแ้ สวงหาศกึ ษาความรู้ด้วยตนเองรวมทงั้ ทำให้นกั เรียนมวี นิ ยั มีความรับผิดชอบ
ในการทำงานมากข้นึ และรู้จักทำงานรว่ มกบั ผ้อู ื่น

การหาประสิทธภิ าพชดุ กจิ กรรม

การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรม หรือชุดการเรียนการสอน หรือชุดการสอน หรือชุด

กิจกรรมการเรียนรู้ ต้องดำเนินการทุกครั้งท่ีสรา้ งชุดกิจกรรม เพื่อให้เกิดความมัน่ ใจว่าชดุ กจิ กรรมท่ี

สร้างข้ึนมามปี ระสิทธิภาพ สามารถพัฒนานักเรียนให้เกดิ การเรียนรตู้ ามวตั ถปุ ระสงค์ไดจ้ ริง

เกริก ท่วมกลาง และจินตนา ท่วมกลาง (2555, น. 132-134) กล่าวว่า ชุดการสอนต้องดำ

เนินการหาประสทิ ธิภาพกอ่ นนา ไปใชจ้ รงิ ซึ่งมขี ัน้ ตอนดังน้ี

1. ประเมินตรวจสอบความถกู ต้อง ด้านเนือ้ หา การนำเสนอเนอื้ หา ภาษากิจกรรมประกอบ

รูปภาพ โดยผเู้ ชี่ยวชาญด้านหลกั สูตร ด้านการวัดประเมินผล ด้านการสร้างชุดการสอน โดยใช้เกณฑ์

ประเมินชดุ การสอน ดังน้ี

เหมาะสมมากท่สี ุด 4.51-5.00

เหมาะสมมาก 3.51-4.50

เหมาะสมปานกลาง 2.51-3.50

เหมาะสมนอ้ ย 1.51-2.50

เหมาะสมนอ้ ยทสี่ ุด 1.00-1.50

โดยยึดเกณฑ์การตัดสินความเหมาะสมตั้งแต่ระดับคะแนนเฉลี่ย 3.50 ขึ้นไป จึงถือว่าเป็น
ชุดการสอนทเี่ ขา้ เกณฑ์

2. การนำชุดการสอนมาทดลองใช้ เพื่อหาประสิทธิภาพก่อนนำไปใช้จริง โดยมีการทดลอง
3 ขนั้ ตอน ดงั นี้

2.1 การทดลองแบบหนึ่งตอ่ หนึง่ (One-to-One Testing) เปน็ การนา ชุดการสอน
ทสี่ ร้างข้นึ ไปทดลองกบั ผู้เรยี นจำนวน 3 คน ท่มี รี ะดับสตปิ ัญญา 3 ระดบั คอื เกง่ 1 คน ปานกลาง 1
คน และออ่ น 1 คน

2.2 การทดลองแบบกล่มุ เลก็ (Small-Group Testing) เป็นการนำชดุ การสอนมา
ปรับปรงุ แกไ้ ขภาษาเนอื้ หาสาระ ภาพประกอบ ความเหมาะสม จากการทดลองหน่ึงตอ่ หนึ่งไป
ทดลองกับผ้เู รยี นทมี่ ่รี ะดบั สตปิ ัญญา 3 ระดับ คือ เกง่ 3 คน ปานกลาง 3 คน และอ่อน 3 คน

2.3 การทดลองภาคสนาม (Field Testing) เปน็ การนำชดุ การสอนมาจดั การ
เรียนรจู้ ากการทดลองแบบกลุ่มเลก็ มาปรบั ปรงุ แก้ไข คำสงั่ เน้ือหาสาระการเรียนรู้ คำถามเฉลย จาก
การทดลองแบบกลุ่มเล็กไปทดลองกับผู้เรียนจำนวน 20-30 คน เมื่อมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์
มาตรฐานประสิทธิภาพแล้วจึงนำไปใชจ้ ริงตอ่ ไป
แนวคดิ เกย่ี วกับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน

ความหมายของผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น
พวงรัตน์ ทวีรัตน์ (2530) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนว่า หมายถึง คุณลักษณะรวมถึงความรู้
ความสามารถของบคุ คลอันเปน็ ผลมาจากการเรยี นการสอนหรอื ผลมวลประสบการณ์ทงั้ ปวงที่บุคคล
ได้รับการเรียนการสอน ทำให้บุคคลเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในด้านต่างๆของสมรรถภาพ
สมอง
รัตนาภรณ์ ผ่านพิเคราะห์ (2544) ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หมายถึง ผลของความสามารถ
ทางวิชาการที่ได้จากการทดสอบโดยวิธีตา่ งๆ
วัฒนชัย ถิรศิลาเวทย์ (2546) ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน หมายถึง ความสามารถในการเข้าถึง
ความรู้ การพัฒนาทักษะในการเรียน โดยอาศัยความพยายามจำนวนหนึ่ง และแสดงออกในรูป
ความสำเร็จ ซ่งึ สามารถสังเกตและวัดได้ดว้ ยเคร่ืองมือทางจติ วทิ ยา
สรุปได้ว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คือ การตรวจสอบความสามารถหรือความสัมฤทธิ์ผล
ของบุคคลวา่ เรียนร้แู ลว้ ผเู้ รยี นเกดิ การเปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรมและประสบการณก์ ารเรยี นรู้ในทิศทาง
เพมิ่ ข้นึ โดยใช้แบบทดสอบทางด้านเน้อื หาและด้านการปฏบิ ตั ทิ ่ีไดเ้ รยี นไปแลว้
การวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

กังวล เทียนกณั ฑ์เทศน์ (2540) การวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน ผทู้ ป่ี ระกอบอาชีพครูผู้สอน
ผู้ให้การฝึกอบรม ไม่ว่าจะอยู่ในสถาบันการศึกษาใดหรือในหน่วยงานธุรกิจย่อมจะต้องทราบผลว่า
ผลของการสอน การฝึกอบรมจะบรรลุวัตถุประสงค์เพียงใด เราสามารถนำวิธีการดำเนินการวัดผล
สัมฤทธิ์ทางการเรียนเข้าไปใช้วัดผลได้เสมอ การวัดและประเมินผลเป็นกระบวนการยอ่ ยท่ีประกอบ
อยู่ในกระบวนการเรียนการสอนขั้นสุดท้ายเพื่อให้ทราบว่ากระบวนการเรียนการสอนบรรลุผล
เพยี งใด ซ่ึงการวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนต้องชัดเจนและวัดผลได้

ความหมายของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น
สมนึก ภัทธิยธนี (2546) เป็นแบบทดสอบวัดสมรรถภาพของสมองด้านต่างๆที่นักเรียนได้
เรียนรมู้ าแล้ว
พิชิต ฤทธิ์จรูญ (2547) การที่จะทำให้ทราบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนว่ามีการ
พัฒนาตรงตามจุดประสงค์ของการเรียนรู้หรือไม้ มากน้อยเพียงใด ต้องใช้วิธีการทดสอบที่มีความ
ถูกต้อง เที่ยงตรง มีคุณภาพการสร้างอย่างถูกต้องตามหลักวิชาที่เรียกว่าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ทางการเรยี น
กลา่ วโดยสรุป แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน เป็นเครอ่ื งมือทีใ่ ชใ้ นการวัดทางด้าน
ความรู้ ความสามารถ และทักษะต่างๆของผู้เรียน ที่ได้เรียนรู้ หรือได้รับการสอนและการฝึกฝน
มาแล้ววา่ ผ้เู รยี นมีความรอบรู้มากน้อยเพยี งใด
องค์ประกอบท่ีมีอทิ ธพิ ลตอ่ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น
บลูม (Bloom, 1976 อ้างถึงใน นฤดล สุทิน,2558:44-45) กล่าวถึงสิ่งที่มีอิทธิพลต่อ
ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนว่ามอี ยู่ 3 ตวั แปร คือ
1. พฤติกรรมด้านปัญญา (Cognitive Entry Behavior) เป็นพฤติกรรมดา้ นความรู้ ความคดิ
ความเข้าใจ หมายถึงการเรียนรู้ที่จาเป็นต้องการเรียนเรื่องนั้น และมีมาก่อนเรียน ได้แก่ ความถนัด
และพื้นฐานความรู้เดมิ ของผู้เรียนซงึ่ เหมาะสมกับการเรยี นร้ใู หม่
2. ลักษณะทางอารมณ์ (Affective Entry Behavior) เป็นตัวกาหนดด้านอารมณ์ หมายถึง
แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ความกระตือรือร้นที่มีต่อเนื้อหาที่เรียนรวมทั้งทัศนคติของผู้เรียน ที่มีต่อ
เนื้อหาวชิ า ตอ่ โรงเรียนและระบบการเรยี นและมโนภาพท่ีเกีย่ วกบั ตนเอง
3. คุณภาพของการสอน (Quality of Instruction) เป็นตัวกาหนดประสิทธิภาพทางการ
เรียนของผู้เรียนซึ่งประกอบด้วยการชี้แนะหมายถึงการบอกจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอนและ
งานที่จะต้องให้ผู้เรียนทราบอย่างชัดเจน การให้การเสริมแรงของครู การใชข้ ้อมูลย้อนกลับหรอื การ
ใหผ้ ู้เรียนรผู้ ลวา่ ตนเองกระทาไดถ้ กู ต้องหรือไมแ่ ละการแก้ไขขอบกพร่อง
จากทีก่ ล่าวมาเบอื้ งตน้ สรปุ ได้วา่ องคป์ ระกอบที่มีอทิ ธพิ ลตอ่ ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน คือ 1.
คุณลักษณะของผู้เรียน ได้แก่ นิสัย ทัศนคติ แรงจูงใจ อายุ พื้นฐานเดิม สุขภาพ ความสนใจ รวมทั้ง

สติปัญญา 2. คุณลักษณะของผู้สอน เช่น คุณวุฒิ ระยะเวลาที่สอน ความสามารถและทัศนคติของ
ผู้สอน สุขภาพ 3. องค์ประกอบด้านอื่น ๆ เช่น องค์ประกอบด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
ตา่ ง ๆ

แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจ
ความหมายของความพึงพอใจ
ในการศึกษาความพึงพอใจในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาความหมายของความพึงพอใจ ซึ่งมี

นักวิชาการได้ศกึ ษาทำความเขา้ ใจลักษณะทางด้านความพึงพอใจของบคุ คลไว้เป็นจำนวนมาก และ
ได้ให้ความหมายเกีย่ วกบั ความพงึ พอใจ ดงั นี้

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2542, หนา้ 557-558) ไดใ้ หค้ วามหมายความพงึ พอใจ
คอื สมใจ ชอบใจ และใหค้ วามหมายของคา ว่า พึงใจ วา่ หมายถึง พอใจ ชอบ

วัลภา ตั้งชีพชูชัย (2552, หน้า 62) ได้ให้ความหมายความพึงพอใจ หมายถึง พอใจ ชอบใจ
ความรู้สึกหรือเจตคติที่ดีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ความพึงพอใจเป็นความรู้สึกของบุคคลที่มีต่อสิ่งหนึ่งหรือ
ปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวขอ้ งซึง่ เป็นความรูส้ กึ ส่วนตวั ที่รู้สึกมีความสุขหรอื ยินดที ่ีได้รบั การตอบสนองความ
ต้องการในสง่ิ ท่ขี าดหายไปหรอื บรรลจุ ดุ มุง่ หมาย ความตอ้ งการหรือแรงจงู ใจ

สเตยี รส์ (Steers, 1991 อ้างถึงใน ธีรยา กาญจนานันท์, 2553, หนา้ 44) ไดใ้ ห้ความหมาย
ความพึงพอใจ หมายถงึ ความรู้สึกทางบวกทีบ่ ุคคลทใ่ี หค้ ุณค่ากบั สวัสดกิ ารที่ไดร้ ับ ความพึงพอใจจึง
เป็นผลมาจากการรับรู้ที่บุคคลนั้นประเมินการให้คุณค่ากับสวัสดิการที่ได้รับ ความพึงพอใจมี
ความหมายในแนวทางแรก คอื ความพงึ พอใจในสวัสดกิ าร เป็นความร้สู ึกสนองตอบตอ่ ด้านตา่ งๆ ซ่งึ
สามารถทำความเข้าใจได้คล้ายกับเรื่องทัศนคติ เราไม่อาจสังเกตเห็นความพึงพอใจได้โดยตรง แต่
สามารถคาดเดาจากการแสดงออกและพฤตกิ รรมของบุคลากรในองค์กร ในแนวทางที่สอง ความพึง
พอใจเป็นผลของความต้องการหรือความคาดหวังของบุคคล ที่เกิดจากการเปรียบเทียบกับการ
กระทำท่บี คุ คลไดร้ ับ บุคคลคาดหวังในด้านสวัสดิการจะทำใหม้ คี วามพึงพอใจกบั ผลทไ่ี ด้รับ

วรนุช แสงจันทร์ (2558, หน้า 50) ได้ให้ความหมาย ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึก
หรือเจตคติของบุคคลที่มีต่อความต้องการทา งานในทางบวก เพื่อทำให้บุคคลเกิดความรู้สึก
กระตือรือร้น มุ่งมั่นที่จะทำงานให้มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการทำงานให้
เกิดผลสำเร็จและเปน็ ไปตามเป้าหมายขององค์กร

จากการศึกษาเกี่ยวกับความหมายของความพึงพอใจ สรุปได้ว่า ความพึงพอใจ คือความ
คิดเห็นในทางบวกต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่มีความรู้สึกว่าตนเองได้รับการตอบสนองหรือเป็นไปตามท่ี
คาดหวัง

องคป์ ระกอบทมี่ ผี ลตอ่ ความพึงพอใจ

ความพึงพอใจจะเกดิ ขึน้ ไดม้ ากน้อยเพยี งใด ข้ึนอยู่กับองค์ประกอบตา่ ง ๆ ดังน้ี
เผชิญ กิจระการ (2542, หน้า 7) กล่าวถึง องค์ประกอบที่มีผลต่อความพึงพอใจ
ประกอบดว้ ยองค์ประกอบ 5 ประการ ดังนี้
ตัวแปรท่ี 1 องค์ประกอบเกยี่ วกบั การทำงานในปัจจุบนั ประกอบดว้ ย 1) ความต่นื เต้นความ
น่าเบื่อ 2) ความสนุกสนาน ความไม่สนุกสนาน 3) ความโล่ง ความสลัว 4) ความท้าทาย ไม่ท้าทาย
และ 5) มีความพอใจ ไม่พอใจ
ตวั แปรที่ 2 องค์ประกอบทางดา้ นค่าจ้าง ประกอบด้วย 1) ถือว่าเปน็ รางวัล ไมเ่ ป็นรางวลั 2)
มาก น้อย 3) ยุติธรรม ไมย่ ตุ ธิ รรม และ 4) เปน็ ทางบวก เป็นทางลบ
ตัวแปรที่ 3 องค์ประกอบทางด้านการเลื่อนตา แหน่งประกอบด้วย 1) ยุติธรรม ไม่ยุติธรรม
2) เช่อื ถอื ได้ เชอ่ื ถือไมไ่ ด้ 3) เปน็ เชิงบวก เปน็ เชงิ ลบ และ 4) เป็นเหตผุ ล ไมเ่ ป็นเหตุผล
ตัวแปรที่ 4 องค์ประกอบทางด้านผู้นิเทศ ผู้บังคับบัญชา ประกอบด้วย 1) อยู่ใกล้ อยู่ไกล
2) ยุติธรรมแบบจริงใจ ยุติธรรมแบบไม่จริงใจ 3) เป็นมิตร ค่อนข้างไม่เป็นมิตร และ 4) เหมาะสม
ทางคุณสมบตั ิ ไมเ่ หมาะสมทางคุณสมบัติ
ตัวแปรท่ี 5 องคป์ ระกอบทางด้านเพ่ือนร่วมงาน ประกอบดว้ ย 1) เป็นระเบียบเรยี บร้อย ไม่
เป็นระเบียบเรียบร้อย 2) จงรักภักดีต่อสถานที่ทำงาน ไม่จงรักภักดีที่สถานที่ทำงานและเพื่อน 3)
สนุกสนานร่าเรงิ ไม่มีชวี ิตชีวา และ 4) ดนู ่าสนใจเอาจรงิ เอาจงั ดูน่าเบ่อื หนา่ ย
จากการศึกษาเกี่ยวกับองค์ประกอบที่มีผลต่อความพึงพอใจ สรุปได้ว่า ความพึงพอใจจะ
เกิดขึ้นมากน้อยขึ้นอยู่กับความตื่นเต้น สนุกสนาน การได้รางวัล การได้รับความยุติธรรม ความเป็น
เหตุเป็นผล และความเปน็ มติ ร
การวดั ระดับความพงึ พอใจ
ความพึงพอใจจะเกิดขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่กับการให้บริการขององค์กร ประกอบกับระดับ
ความรู้สึกของผู้มารับบริการในมิติต่าง ๆ ของแต่ละบุคคล ดังนั้น การวัดระดับความพึงพอใจ
สามารถกระทำได้หลายวิธตี อ่ ไปนี้
1. การใช้แบบสอบถาม ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายโดยการขอความร่วมมือ จาก
กลุ่มบุคคลทต่ี อ้ งการวัด แสดงความคิดเหน็ ลงในแบบฟอร์มที่กำหนด
2. การสัมภาษณ์ ต้องอาศัยเทคนิคและความชา นาญพิเศษของผู้สัมภาษณ์ที่จะจูงใจ ให้
ผู้ตอบคำถามตอบตามข้อเท็จจริง
3. การสังเกต เป็นการสังเกตพฤติกรรมทั้งก่อนการรับบริการขณะรับบริการและ หลังการ
รบั บรกิ ารการวัด โดยวิธนี ี้จะต้องกระทำอย่างจริงจงั และมแี บบแผนที่แน่นอน
จากการศึกษาเกี่ยวกับการวัดระดับความพึงพอใจ สรุปได้ว่า การวัดความพึงพอใจทำได้
หลายวิธี เช่น การใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การสังเกต เปน็ ตน้

2. งานวิจัยทเ่ี ก่ียวขอ้ ง

2.1 งานวิจยั ในประเทศ
ศิวพร ชูสิงห์ (2553) ได้พัฒนาชุดการสอนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การหาร สำหรับนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนช้ันประถมศึกษาที่ 3 โรงเรยี นวัดหวั กระทุ่ม อำเภอ
ชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ผลการศึกษาพบว่า ชุดการสอนมีค่าประสิทธิภาพ 84.60/ 81.50 และ
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดการสอนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมี
นยั สำคัญทางสถิติทีร่ ะดับ .05
กชกร พฒั เสมา (2558) ได้พัฒนาชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ เร่อื ง การบวก ลบ คูณ
หารระคน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2558 โรงเรียนวังคลองตะเคียน อำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี
จำนวน 25 คน ผลการศึกษาพบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร
ระคน สา หรบั นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี 3 มีค่าประสทิ ธภิ าพ 81.20/ 80.33 ผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนคณิตศาสตร์ เร่อื ง การบวก ลบ คูณ หารระคน หลังเรียนสูงกวา่ กอ่ นเรยี น อย่างมีนยั สำคัญทาง
สถิตทิ ่รี ะดับ .05 และทักษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์หลังเรยี นสูงกวา่ ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถติ ิทีร่ ะดบั .05
2.2 งานวิจัยต่างประเทศ
Parke (1980, p. 1377) ได้ทำการวิจัยเรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของ
นักเรียนชั้นอนุบาลและประถมศึกษาปี ที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นนักเรียนที่มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูง
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการสอนด้วยชุดการสอน มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงขึ้น และยัง
พบว่าชุดการสอนช่วยอำนวยความสะดวก และสามารถใช้สอนซ่อมเสริมหรือฝึกทักษะ ให้กับ
นกั เรียนไดอ้ กี
Wilson (1989, p. 416) ได้วิจัยเกี่ยวกับผลการใช้ชุดการสอนของครู เพื่อแก้ปัญหาในการ
เรียนของเด็กเรียนช้าด้านคณติ ศาสตร์ เกี่ยวกับการบวก การลบ ผลการวิจัยพบว่า ครูผู้สอนยอมรบั
วา่ การใชช้ ดุ การสอนมีผลดกี ว่าการสอนแบบปกติ สามารถแก้ปญั หาการสอนคณติ ศาสตร์สำหรบั เด็ก
เรยี นชา้ ได้
จากการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ว่า ชุดการสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่พัฒนาขึ้น มี
ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ E1/ E2 = 80/ 80 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้ชุดการสอนอยู่ใน
ระดับมาก และการใช้ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ พบว่า หลังเรียนนักเรียนมี
พฒั นาการหรอื ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนคณิตศาสตรส์ ูงขึน้

บทท่ี 3
วธิ กี ารดำเนนิ การ

การดำเนินการพัฒนาและทดลองใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ไดด้ ำเนินการตามข้นั ตอน ดงั ต่อไปนี้

1. ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง

2. เครือ่ งมอื ท่ใี ชใ้ นการวจิ ัย

3. การสร้างและการหาคณุ ภาพเคร่อื งมือ

4. แบบแผนการทดลอง

5. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู

6. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู

7. สถิตทิ ใี่ ช้ในการวเิ คราะหข์ อ้ มูล

ประชากรและกล่มุ ตัวอยา่ ง
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนฉวาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

นครศรธี รรมราช เขต 2 ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 1 ห้องเรียน มนี ักเรยี นจำนวน 14 คน ไดม้ าโดยการเลือก
แบบเจาะจงจากหอ้ งเรียนท่ีผู้รายงานทำการสอน
เคร่อื งมือท่ีใช้ในการวจิ ยั

1. ชดุ การเรียนรเู้ ร่ืองการหารยาว ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 4 ชดุ ประกอบดว้ ย
ชุดฝึกคิดเลขเร็ว ชุดที่ 1 การหารยาวทม่ี ีตัวตง้ั 3 หลกั ตวั หาร 1 หลกั แบบไม่มีเศษ
ชุดฝกึ คิดเลขเร็ว ชดุ ท่ี 2 การหารยาวท่ีมตี ัวตงั้ 3 หลัก ตวั หาร 1 หลกั แบบมีเศษ
ชดุ ฝกึ คดิ เลขเรว็ ชุดที่ 3 การหารยาวทมี่ ีตวั ตัง้ 3 หลัก ตัวหาร 1 หลกั แบบไม่มเี ศษ
ชุดฝึกคดิ เลขเรว็ ชดุ ที่ 4 การหารยาวที่มตี ัวต้ัง 3 หลัก ตัวหาร 1 หลกั แบบมีเศษ

2. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนกอ่ นและหลังการใชช้ ุดฝกึ คดิ เลขเร็ว
3. แบบสอบถามความพงึ พอใจของนักเรยี นตอ่ ชดุ การเรยี นรู้ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษา
ปที ี่ 3
การสร้างและหาคุณภาพเครอ่ื งมอื
1. การสรา้ งและหาคณุ ภาพของชดุ การเรียนรู้เรอ่ื งการหารยาว

ในการสร้างและหาคุณภาพของชุดการเรียรู้เรื่องการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ช้ั น
ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ผู้วิจยั ไดด้ ำเนนิ ตามขน้ั ตอนดังตอ่ ไปนี้

1.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เอกสารคู่มือการใช้
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์

1.2 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จัดทำคำอธิบาย

รายวิชา และหน่วยการเรยี นรู้ กำหนดโครงสร้างหน่วยการเรียนรู้ เรยี งลำดบั เนื้อหาก่อนหลงั โดยแบ่งเนื้อหา

ดังนี้

ชุดฝึกคิดเลขเรว็ ชดุ ท่ี 1 การหารยาวทมี่ ตี ัวตั้ง 3 หลัก ตัวหาร 1 หลัก แบบไม่มเี ศษ

ชุดฝึกคดิ เลขเร็ว ชดุ ท่ี 2 การหารยาวที่มีตวั ตั้ง 3 หลกั ตัวหาร 1 หลัก แบบมเี ศษ

ชุดฝึกคิดเลขเร็ว ชุดท่ี 3 การหารยาวที่มตี วั ต้ัง 3 หลัก ตัวหาร 1 หลัก แบบไมม่ เี ศษ

ชดุ ฝกึ คิดเลขเร็ว ชุดที่ 4 การหารยาวที่มตี วั ตั้ง 3 หลกั ตัวหาร 1 หลกั แบบมีเศษ

1.3 ศึกษารายละเอียดเก่ียวกับหลกั การ วิธกี ารสรา้ งชดุ การเรียนรู้เรื่องการหารยาว กลมุ่

สาระคณติ ศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3 เพอื่ เปน็ แนวทางในการสร้างชุดการเรียนรูเ้ ร่อื งการหารยาว

1.4 นำสาระการเรียนรู้ที่กำหนดมาออกแบบโดยเขียนชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว กลุ่ม

สาระคณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 1 ชดุ โดยแบ่งเปน็ ดงั นี้

สว่ นที่ 1 การหารยาวทีม่ ีตัวต้งั 3 หลกั ตัวหาร 1 หลกั แบบไมม่ ีเศษ ใช้เวลา 1 ช่ัวโมง

ส่วนท่ี 2 การหารยาวที่มตี ัวตั้ง 3 หลัก ตัวหาร 1 หลกั แบบมีเศษ ใช้เวลา 1 ชว่ั โมง

สว่ นท่ี 3 การหารยาวที่มีตัวตัง้ 4 หลกั ตัวหาร 1 หลัก แบบไม่มเี ศษ ใช้เวลา 1 ชว่ั โมง

สว่ นที่ 4 การหารยาวที่มีตัวตัง้ 4 หลกั ตัวหาร 1 หลัก แบบมีเศษ ใชเ้ วลา 1 ชั่วโมง

รวม 4 ชว่ั โมง
1.5 นำชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว ที่สร้างขึ้นให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่านตรวจสอบ
ประเมนิ เพือ่ นำข้อบกพรอ่ งมาปรับปรงุ ตามข้อเสนอแนะ
1.6 นำคะแนนที่ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว หาค่าเฉลี่ย ได้
คะแนน ดังน้ี
สว่ นท่ี 1 การหารยาวทีม่ ีตวั ตัง้ 3 หลกั ตวั หาร 1 หลัก แบบไม่มเี ศษ ได้คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.40
เหมาะสมระดบั มาก
ส่วนที่ 2 การหารยาวที่มีตัวตั้ง 3 หลัก ตัวหาร 1 หลัก แบบมีเศษ ได้คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.35
เหมาะสมระดบั มาก

ส่วนที่ 3 การหารยาวที่มีตัวตั้ง 4 หลัก ตัวหาร 1 หลัก แบบไม่มีเศษ ได้คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.36
เหมาะสมระดับ มาก

ส่วนที่ 4 การหารยาวที่มีตัวตั้ง 4 หลัก ตัวหาร 1 หลัก แบบมีเศษ ได้คะแนนเฉลี่ย เท่ากับ 4.38
เหมาะสมระดบั มาก

1.7 ปรับปรุงและแก้ไขชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ
เกี่ยวกับสาระการเรียนรู้

1.8 นำชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว ที่ได้ไปปรับปรุงและแก้ไขแล้วไปทดลองกับนักเรียน
ดงั น้ี

1.8.1 นำชุดการเรียนรู้ ไปทดลองครั้งที่ 1 โดยใช้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรียนท่ี2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนฉวาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช
เขต 2 จำนวน 3 คน แบบ 1 : 1 ซึ่งเป็นนักเรียนเก่ง 1 คน นักเรียนปานกลาง 1 คน แบะนักเรียนที่อ่อน 1
คน โดยแจ้งจุดประสงค์ให้นักเรียนทราบ เพื่อหาความเหมาะสมของเนื้อหา รูปแบบอักษร ภาษาที่ใช้ และ
เวลาในการทำกิจกรรม ความเหมาะสมของกิจกรรมและสื่อที่ใช้ในการทำกิจกรรม โดยผู้วิจัยสังเกตอย่าง
ใกล้ชิดและจดบันทกึ ปัญหาที่พบจากการใชช้ ุดการเรยี นรู้เร่อื งการหารยาวคอื เน้อื หาในส่วนตัวเลขยังไม่มีการ
เรยี งลำดับความยากงา่ ย ผ้วู ิจยั จึงนำขอ้ บกพร่องมาปรบั ปรุงแก้ไข

1.8.2 การทดลองโดยนำชุดการเรียนรูเ้ ร่ืองการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ไป
ทดลองใช้ครั้งที่ ๒ โดยใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนฉวาง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 จำนวน 9 คน แบบ 1 : 10 โดยคัดเลือก
นักเรียน เก่ง ปานกลาง และอ่อน อย่างละ 3 คน เพื่อทดสอบความถูกต้องเหมาะสมกับเนื้อหาเวลาและ
กิจกรรมเพื่อหาความเหมาะสมของเนื้อหา กิจกรรม รูปภาพ รูปแบบอักษร ภาษาที่ใช้และเวลาในการทำ
กิจกรรม ความเหมาะสมของกิจกรรม และสอ่ื ทใี่ ช้ในการทำกิจกรรม ปัญหาทพ่ี บคือ เนอื้ หาในส่วนตวั เลขไมม่ ี
การเรียงลำดับจากง่ายไปยาก จึงได้มีการแก้ไขก่อนการพิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์และนำไปทดลองกับกลุ่ม
ตัวอยา่ งต่อไป

1.8.3 นำชุดการเรียนรเู้ ร่อื งการหารยาว ทีไ่ ด้รับการปรบั ปรุงแก้ไขแล้ว มาจัดพิมพ์
เป็นต้นฉบับจริง เพื่อนำไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียน
ฉวางสำนกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครศรธี รรมราช เขต 2 จำนวน 14 คน

1.8.4 จัดทำค่มู ือการใชช้ ดุ การเรยี นรเู้ รอื่ งการหารยาว สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยมีองค์ประกอบดังนี้ คำช้ีแจงในการใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว คำแนะนำ
สำหรับนักเรียน ครู การวิเคราะห์หลักสูตร แผนการสอน แบบบันทึกคะแนน ผลสัมฤทธิ์ และเฉลย
แบบทดสอบ

2. การสรา้ งและหาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธเิ์ รอื่ งการหารยาว

การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์เรื่องการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ไดด้ ำเนนิ การสร้างและหาประสิทธภิ าพดงั นี้

2.1 ศึกษาวิธีการสร้างแบบทดสอบที่ดี การหาค่าอำนาจจำแนก และค่าความเชื่อมั่น ความเท่ยี งตรง

ของแบบทดสอบ จากหนงั สอื การวจิ ัยเบอื้ งต้น (กรมวชิ าการ .2545: 66-68)

2.2 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 เพอ่ื สร้างตารางกำหนดจำนวนข้อสอบ ดงั ตาราง 1

ตาราง 1 กำหนดเน้อื หา จำนวนข้อสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น

กลุ่มสาระคณติ ศาสตร์ จำนวนขอ้ สอบ

(หนว่ ยเรื่องการคูณ การหารจำนวนนบั ไมเ่ กนิ 100,000 และ 0) ทีอ่ อกท้ังหมด ท่ตี อ้ งการ

การหารยาวท่ีมีตวั ตงั้ 3 หลกั ตัวหาร 1 หลัก แบบไม่มเี ศษ 5 4

การหารยาวที่มตี วั ตง้ั 3 หลกั ตวั หาร 1 หลกั แบบมีเศษ 5 4

การหารยาวทม่ี ีตวั ต้งั 4 หลัก ตวั หาร 1 หลกั แบบไมม่ เี ศษ 5 4

การหารยาวที่มตี ัวตง้ั 4 หลกั ตวั หาร 1 หลัก แบบมีเศษ 5 4

รวม 20 16

2.3 สร้างแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษา

ปีที่ 3 เปน็ แบบอตั นยั ให้ครอบคลมุ จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมและเนอื้ หา จำนวน 20 ข้อ

2.4 นำแบบทดสอบที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญประเมินความสอดคล้องระหว่างข้อสอบแต่ละขอ้

กับตัวช้วี ดั ตามเกณฑด์ ังนี้

+ 1 หมายถงึ ถ้าแนใ่ จว่าข้อสอบนั้นวดั ได้ตรงตามตัวชว้ี ัด

0 หมายถงึ ถ้าไม่แน่ใจว่าข้อสอบนนั้ ตรงตามตวั ชว้ี ัด

- 1 หมายถงึ ถา้ แน่ใจว่าข้อสอบนั้นวดั ได้ไม่ตรงตามตัวชี้วดั

2.5 นำแบบทดสอบและตารางวิเคราะห์แบบทดสอบให้ผทู้ รงคุณวฒุ ิพจิ ารณาความถกู ต้องเหมาะสม

ความเที่ยงตรง โดยใช้ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence: IOC) ระหว่าง

แบบทดสอบกับตัวชี้วัด โดยพิจารณาของผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน (Lynn, 1986) ตั้งแต่ 0.50 ถึง 1.00

จำนวน 20 ขอ้

2.6 นำแบบทดสอบที่ได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบปรับปรุงแก้ไข นำไปทดลองใช้

กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนฉวาง จำนวน 24 คน เนื่องจาก

นักเรียนกลุม่ นี้ผ่านการเรยี นรใู้ นเน้ือหาวิชาของชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 แล้ว

2.7 นำกระดาษคำตอบที่นักเรียนตอบแล้วมาตรวจให้คะแนน โดยข้อที่ตอบถูกให้ 1 คะแนน ข้อท่ี
ตอบผิด ไม่ตอบ ให้ 0 คะแนน หลังจากตรวจคำตอบและรวบรวมคะแนนแล้วนำมาวเิ คราะหห์ าคุณภาพของ
แบบทดสอบ ดงั นี้

2.7.1 วิเคราะห์ความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของข้อสอบเป็นรายข้อ เลือก
ข้อสอบที่มีความยากง่าย 0.20 – 0.80 ได้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสารคณิตศาสตร์ ช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 จำนวน 16 ข้อ จาก 20 ข้อ

การวเิ คราะห์ความยากงา่ ย (p) และคา่ อำนาจจำแนก (r) ของขอ้ สอบจำนวน 20 ขอ้ มคี า่
ความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.03-0.90 เมื่อพิจารณาแล้ว มีข้อสอบจำนวน 16 ข้อที่ผ่านเกณฑ์และคัดเลือกไว้
คอื มคี า่ ความยากงา่ ยอยรู่ ะหว่าง 0.30 – 0.50 และมคี า่ อำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.37 – 0.90

2.7.2 นำแบบทดสอบที่ผ่านเกณฑ์ ทั้ง 26 ข้อ ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่
4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนฉวาง จำนวน 24 คน หาความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ โดยใช้
สูตรของคูเตอร์ ริชาร์ดสัน (พวงรัตน์ ทวีรัตน์, 2536, หน้า 130) ได้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
กล่มุ สาระคณิตศาสตร์ เรอ่ื งการหารยาว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 26 ข้อ มคี วามเช่อื ม่นั 0.806

2.7.3 จัดพิมพ์แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระคณิตศาสตร์ เรื่องการหาร
ยาว ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 ฉบับจริงเพ่อื ใชเ้ ป็นเครื่องมอื ในการวิจยั ต่อไป

3. การสรา้ งและหาคณุ ภาพของแบบสอบถามวัดความพึงพอใจ
การสร้างและหาคุณภาพของแบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่
เรยี นเรอ่ื งการหารยาว โดยใช้ชุดการเรียนรเู้ ร่อื งการหารยาว กลุม่ สาระคณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3 ได้
ดำเนนิ การดงั นี้

3.1 ศึกษาเอกสารเกย่ี วกับการวัดและประเมนิ ผล
3.2 สร้างมาตราวัดความพึงพอใจ เป็นมาตราส่วนประมาณค่า โดยกำหนดระดับคะแนน
ความพึงพอใจ เป็น 5 ระดับ คือ ระดับ 5 หมายถึงความพงึ พอใจในระดบั มากทสี่ ดุ ระดบั 4 หมายถงึ ความพึง
พอใจระดับมาก ระดับ 3 หมายถึง ความพึงพอใจในระดับปานกลาง ระดับ 2 หมายถึงความพึงพอใจระดับ
น้อย ระดับ 1 หมายถึงความพึงพอใจในระดับน้อยที่สุด รวบรวมข้อความที่บรรจุลงในมาตราวัด ที่เป็น
ลกั ษณะบ่งชี้หรอื พฤติกรรมของนักเรียนท่ีมีตอ่ ชุดการเรียนรเู้ รอื่ งการหารยาว จำนวน 10 ข้อ
3.3 นำแบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนเรื่องการ
หารยาว โดยใช้ชุดการเรยี นรเู้ รื่องการหารยาว กลมุ่ สาระคณติ ศาสตร์ ใหผ้ ้เู ชีย่ วชาญจำนวน 3 ทา่ นตรวจสอบ
ความเหมาะสมของภาษา ข้อคำถามและความเที่ยงตรง ของแบบสอบถาม เลือกข้อความที่มีดัชนีความ
สอดคล้องกับลักษณะบ่งชี้หรือพฤติกรรมของนักเรียน ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไปไว้ ส่วนข้อความที่มีค่าดัชนีความ
สอดคลอ้ งน้อยกวา่ 0.50 กต็ ดั ทง้ิ ได้แบบสอบถามวัดความพงึ พอใจ จำนวน 10 ขอ้

3.4 นำแบบสอบถามวัดความพึงพอใจนำแบบสอบถามวัดความพึงพอใจของนักเรียนช้ัน

ประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนเรื่องการหารยาว โดยใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์

จำนวน 10 ข้อไปทดลองใชก้ ับนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นฉวาง

จำนวน 24 คน โดยนำชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว ให้นักเรียนศึกษาด้วยตนเอง แล้วให้นักเรียนตอบ

แบบสอบถามวัดความพึงพอใจ เพื่อหาความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับ โดยใช้ค่าสัมประสิทธ์ิ ใช้สูตร

ครอนบัช (Cronbach) (กรมวิชาการ. 2545 : 70 ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามวัดความพึงพอใจของ

นักเรียนตอ่ ชุดการเรยี นรเู้ รื่องการหารยาว และชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3 เทา่ กับ 0.80

แบบแผนการทดลอง
การทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชั้น

ประถมศึกษาปีที่ 3 การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว กลุ่ม

สาระคณิตศาสตร์ และการศึกษาความพึงพอใจ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี3 ผู้วิจัยใช้แบบแผนการ

ทดลองแบบ One Group Pre-test Post-test Design (ล้วน สายยศ และอังศนา สายยศ. 2538 : 249) ที่

มรี ูปแบบดังในตาราง 2

ตาราง 2 แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pre-test Post-test Design

กลมุ่ Pre-test Treatment Post-test

ทดลอง 1 X 2

1 หมายถึง การวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียนก่อนการใช้ชุดการเรียนรู้เร่ืองการหารยาว
(Pre-test)

X หมายถงึ การทดลองใชช้ ดุ การเรยี นรู้เรื่องการหารยาว
2 หมายถึง การวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังการใช้ชดุ การเรยี นร้เู รอื่ งการหารยาว

(Pro-test)
หมายเหตุ 1 และ 2 วัดดว้ ยขอ้ สอบชุดเดียวกนั
การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
การทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 3 การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว และ
การศึกษาความพึงพอใจ โดยนำไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา
2564 จำนวน 14 คน ดังนี้

1. การทดลองครง้ั น้ี ผู้วจิ ยั เป็นผู้ดำเนินการสอนในภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564 ต้งั แต่

15 พฤศจิกายน 2564 ถงึ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ใชเ้ วลา 6 ชวั่ โมง

2. ให้นกั เรียนทำแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน กอ่ นใช้ชดุ การเรยี นรู้เร่ืองการหาร
ยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 (Pre - test) ตรวจผลการสอบและเก็บคะแนน
ของแตล่ ะคนไว้

3. ดำเนินการสอนโดยใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชั้น
ประถมศึกษาปที ี่ 3 โดยดำเนินการดงั นี้

3.1 เตรียมเคร่ืองมอื ในการทดลอง ซึ่งประกอบด้วย แผนการสอนจำนวน 4 แผน
ชุดการเรยี นรเู้ ร่อื งการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 จำนวน 4 ชุด

3.2 จัดกจิ กรรมการเรียนรู้ โดยใช้ชุดการเรียนรเู้ รื่องการหารยาว กลมุ่ สาระ
คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่สร้างขึ้นตามคู่มือการใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว ดัง
ตาราง 3

ตาราง 3 แสดงระยะเวลาทใ่ี ช้ในการทดลองใชห้ นังสือสง่ เสริมการอา่ น

วัน เดอื น ปี รายการทดลอง จำนวนชว่ั โมง
15 พฤศจกิ ายน 2564 ทดสอบก่อนเรยี น 1 ช่วั โมง
17 พฤศจกิ ายน 2564 ชดุ การเรียนรู้ชดุ ที่ 1 1 ช่วั โมง
19 พฤศจกิ ายน 2564 ชุดการเรียนรู้ชดุ ท่ี 2 1 ช่ัวโมง
23 พฤศจกิ ายน 2564 ชุดการเรียนรู้ชดุ ที่ 3 1 ชัว่ โมง
25 พฤศจิกายน 2564 ชดุ การเรียนรชู้ ดุ ที่ 4 1 ชว่ั โมง
26 พฤศจิกายน 2564 ทดสอบหลงั เรียน 1 ชั่วโมง

3.3 ใหน้ กั เรยี นทำแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน หลังใชช้ ุดการเรยี นรู้
เรื่องการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อีกครั้ง (Post - test) ตรวจผลการ
สอบและเก็บคะแนนของแตล่ ะคนไว้

3.4 ใหน้ ักเรียนทำแบบสอบถามวดั ความพงึ พอใจต่อการใช้ชุดการเรยี นรู้เรื่องการ
หารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 3

3.5 นำคะแนนทน่ี ักเรยี นทำแบบแบบฝกึ หัดและแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธทิ์ างการ
เรยี น มาวิเคราะหเ์ พ่อื หาประสิทธิภาพของชดุ การเรียนรเู้ รือ่ งการหารยาว กลุ่มสาระคณติ ศาสตร์ ช้นั
ประถมศึกษาปีที่ 3

3.6 นำคะแนน Pre - test , Post - test มาวิเคราะหเ์ พอื่ เปรยี บเทียบผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนของการเรียนโดยใช้ชดุ การเรยี นรเู้ รอ่ื งการหารยาว กลมุ่ สาระคณิตศาสตร์

3.7 นำคะแนนทน่ี ักเรียนทำแบบสอบถามวดั ความพึงพอใจต่อชุดการเรยี นรู้เร่อื ง

การหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มาวิเคราะห์เพื่อหาค่าเฉลี่ยและส่วน
เบย่ี งเบนมาตรฐาน

การวิเคราะห์ขอ้ มูล
การวิเคราะหข์ อ้ มูล ผู้วจิ ยั คันคว้าวเิ คราะหข์ อ้ มลู ดังน้ี
1. หาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชั้น

ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 คำนวณโดยใช้สูตร 1/ 2 (กรมวชิ าการ. 2545 : 63-64)
2. หาคณุ ภาพของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน
2.1 หาค่าความเที่ยงตรงของข้อสอบ โดยการหาค่าเฉล่ยี เพือ่ ดูค่าดัชนคี วาม

สอดคลอ้ ง IOC ( Index of Item Objective Congruence )
2.2 หาคา่ ความยากง่ายและอำนาจจำแนกรายขอ้ ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน กล่มุ สาระคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โดยวธิ กี ารของกรมวิชาการ ( กรม
วชิ าการ. 2545 : 68)

2.3 หาค่าความเชอ่ื มัน่ ของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นกลุม่ สาระ
คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 3 โดยวธิ ีการของคเู ดอร์ริชาร์ดสัน (ล้วน สายยศและอังคณา สาย
ยศ. 2538 : 197 - 198)

3. หาคุณภาพของแบบสอบถามความพึงพอใจ โดยหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม
ความพงึ พอใจโดยวธิ ีของ ครอนบาค (Cronbach)

4. เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังใช้ชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว กลุ่ม
สาระคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยการทดสอบ ค่า ที แบบไม่อิสระ คำนวณจากสูตร
พศิ ณุ ฟองศรี ( 2549 : 282 )

5. หาระดับความพึงพอใจของนักเรียน ที่เรียนด้วยชุดการเรียนรู้เรื่องการหารยาว กลุ่ม
สาระคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยหาค่าเฉลี่ย (X) และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S .D.)
โดยใชเ้ กณฑก์ ารแปลความหมายดังน้ี

ระดบั 5 4.51 - 5.00 หมายถึง ความพึงพอใจอยูใ่ นระดับมากที่สดุ
ระดบั 4 3.51 - 4.50 หมายถงึ ความพงึ พอใจอยู่ในระดับมาก
ระดับ 3 2.51 - 3.50 หมายถึง ความพึงพอใจอยใู่ นระดับป่านกลาง
ระดบั 2 1.51 - 2.50 หมายถึง ความพงึ พอใจอยู่ในระดับน้อย
ระดับ 1 1.00- 1.50 หมายถึง ความพึงพอใจอย่ใู นระดับน้อยท่สี ุด

สถติ ิที่ใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล
1. สถติ ทิ ใี่ ช้หาคุณภาพของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ

1.1 ในการวเิ คราะหค์ วามยากงา่ ยและคา่ อำนาจจำแนกของแบบทดสอบ คำนวณ

โดยใช้

การวิเคราะหห์ าค่าความยากง่าย (กรมวชิ าการ. 2545 : 66)

P =



เมอ่ื P แทน ความยากงา่ ยของแบบทดสอบแตล่ ะข้อ

R แทน จำนวนผู้ตอบถกู ในแต่ละขอ้

N แทน จำนวนคนทีท่ ำแบบทดสอบนั้นทั้งหมด

การวิเคราะห์หาคา่ อำนาจจำแนก (กรมวชิ าการ. 2545 : 68)



R =

2

เมื่อ r แทน อำนาจจำแนกของแบบทดสอบรายข้อ

Ru แทน จำนวนผตู้ อบถกู ในข้อนน้ั ของกล่มุ สงู

Rl แทน จำนวนผตู้ อบถูกในขอ้ น้นั ของกลมุ่ ต่ำ

N แทน จำนวนนักเรียนทงั้ หมด

1.2 หาความเท่ียงตรงของเนอื้ หาของแบบทดสอบวดั ก่อนเรยี น หลังเรยี นโดยใช้

สูตรดัชนีความสอดคล้อง โดยใช้ดัชนีความสอดคล้อง IOC ( Index of Item Objective

Congruence ) (กรมวิชาการ. 2545 : 65)

IOC = ∑



เมือ่ IOC แทน ดัชนคี วามสอดคลอ้ งระหว่างข้อสอบกบั จุดประสงค์

∑ แทน ผลรวมของคะแนนความคดิ เห็นของผเู้ ชยี่ วชาญท้ังหมด

N แทน จำนวนผู้เช่ยี วชาญ

1.3 การหาคา่ ความเชื่อม่นั (Reliability) ของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการ

เรียนโดยใชส้ ูตรของ คเู ดอร์ ริชารด์ สนั (ล้วน สายยศ และองั คณา สายยศ. 2538 : 197 - 198)

= {1 − ∑ 2 }
−1

เมอ่ื แทน คา่ ความเชื่อมน่ั ของแบบทดสอบ

n แทน จำนวนข้อสอบของแบบทดสอบ

p แทน สดั สว่ นของผ้ทู ำถูกในข้อหนึ่ง ๆ

จำนวนผูต้ อบถูก
p = จำนวนนกั เรียนทั้งหมด
q แทน สดั ส่วนของคนทำผดิ ในขอ้ หนึ่ง ๆ

q = 1-p

2 แทน คะแนนความแปรปรวนของแบบทดสอบทงั้ ฉบบั

2 = ∑ −(∑ )
( − )

เมื่อ ∑ แทน ผลรวมของคะแนนท้งั หมด

∑ แทน ผลรวมของคะแนนแตล่ ะตัวยกกำลงั สอง

(∑ ) แทน ผลรวมของคะแนนท้งั หมดยกกำลงั สอง

N แทน จำนวนคนทีเ่ ขา้ สอบท้งั หมด

2. สถติ ทิ ใี่ ช้หาคณุ ภาพของแบบสอบถามความพงึ พอใจ

การหาความเชื่อมน่ั (กรมวิชาการ. 2545 : 70)

α = [1−∑ 2 ]
2

เมือ่ α แทน สัมประสิทธข์ิ องความเชือ่ ม่ัน

n แทน จำนวนข้อของแบบสอบถาม

∑ 2 แทน ความแปรปรวนรายขอ้

2 แทน ความแปรปรวนของเครอื่ งมือทง้ั ฉบับ
3. สถิติทีใ่ ชใ้ นการทดสอบสมมตฐิ าน

3.1 การหาประสทิ ธิภาพของชุดการเรียนรเู้ รอ่ื งการหารยาว กลุ่มสาระคณิตศาสตร์

ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3 คำนวณโดยใช้สตู ร 1/ 2 (กรมวิชาการ.2545: 63-64)

= ∑ / × 100


= ∑ / × 100


แทน ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยที่ได้จากการทำแบบฝึกหัดหลังใช้

ชดุ การเรยี นรู้เรือ่ งการหารยาว

แทน รอ้ ยละของคะแนนเฉล่ยี ท่ีได้จากการทำแบบทดสอบวดั ผล
สัมฤทธทิ์ างการเรียนการเรียนรู้เร่อื งการหารยาว

∑ แทน คะแนนรวมของแบบฝกึ หัดทงั้ หมด

∑ แทน คะแนนรวมของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน

A แทน คะแนนเตม็ ของแบบฝึกหัดแตล่ ะเล่ม

B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน

N แทน จำนวนนกั เรียน

3.2 การเปรยี บเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นก่อนและหลงั ใช้ชุดการเรยี นรู้เรื่องการ

หารยาว กลุ่มสาระคณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 โดยการทดสอบค่า ที แบบไมอ่ สิ ระ คำนวณ

จากสตู ร พิศณุ ฟองศรี ( 2549 : 282 )

เม่ือ t t = ∑

√ ∑ −(∑ )



หมายถงึ คา่ สถติ ิท่ีจะใชเ้ ปรยี บเทียบกับค่าวกิ ฤติ เพื่อทราบ

ความมีนยั สำคญั

∑ หมายถึง ผลรวมของผลตา่ งของคะแนนแต่ละคู่

∑ หมายถึง ผลรวมของผลตา่ งของคะแนนแตล่ ะคู่ยกกำลังสอง

(∑ ) หมายถงึ ผลรวมของผลตา่ งของคะแนนแตล่ ะคทู่ ้งั หมด

ยกกำลังสอง

N หมายถงึ จำนวนนักเรยี นในกลมุ่ ตัวอยา่ ง

4. สถิตพิ ื้นฐาน

4.1 หาคะแนนเฉลี่ย คำนวณจากสตู ร ( กรมวิซาการ 2545 : 81)

เมอ่ื X X = ∑



แทน คะแนนเฉลย่ี

∑ แทน ผลรวมของคะแนนของนกั เรยี น

N แทน จำนวนนักเรยี นในกลุม่ ตวั อยา่ ง

4.2 ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน คำนวณจากสูตร ( กรมวชิ าการ 2545 : 85)

S.D. = √ ∑ 2−(∑ )2

( −1)

เมื่อ S.D. หมายถงึ สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน

∑ หมายถงึ ผลรวมของคะแนน
∑ 2 หมายถึง ผลรวมของคะแนนแตล่ ะตวั ยกกำลงั สอง
(∑ )2 หมายถงึ ผลรวมของคะแนนท้งั หมดยกกำลงั สอง
N หมายถึง จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอยา่ ง

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก
รายนามผู้เชยี่ วชาญ

รายนามผู้เชี่ยวชาญ

1. นางสพุ ร วริ ตั น์
ตำแหนง่ ผู้อำนวยการโรงเรยี นฉวาง
วฒุ ิการศกึ ษา ศษ.ม. ปริญญาตรีภาษาองั กฤษ ปรญิ ญาโทบรหิ ารการศึกษา

2. นางวนดิ า ดีทองแกว้
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะชำนาญการพเิ ศษ
วฒุ กิ ารศกึ ษา ศษ.ม. ปรญิ ญาตรีประถมศกึ ษา ปริญญาโทสังคมศึกษา

3. นางกติ ิกร ดำรงพิพรรธน์
ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะชำนาญการพิเศษ
ศษ.ม. ปริญญาตรีภาษาองั กฤษ ปรญิ ญาโทบริหารการศกึ ษา

ภาคผนวก ข
ค่าดชั นคี วามสอดคล้องระหวา่ งแบบทดสอบกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง (IOC)
ของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนเรอื่ งการหารยาว กลมุ่ สาระคณิตศาสตร์

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓

ตารางที่ 7 ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับจุดประสงค์การเรียนรู้ (IOC) ของแบบทดสอบ
วดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 3

ตัวชีว้ ดั แบบทดสอบ ข้อที่ คะแนนของผู้เช่ียวชาญ (N) ∑R ค่า IOC
คนท่ี 1 คนท่ี 2 คนท่ี 3
ค 1.2 เข้าใจ ตอนท่ี 1 1 3 1
ถึงผลท่ี ตอนท่ี 2 2 111 3 1
เกิดขนึ้ จาก ตอนที่ 3 3 111 1 0.3
การ 4 001 3 1
ดำเนินการ 5 111 2 0.6
1 101 3 1
ของจำนวน 2 111 1 0.3
และ 3 010 3 1
4 111 3 1
ความสัมพันธ์ 5 111 3 1
ระหวา่ งการ 1 111 3 1
ดำเนนิ การ 2 111 2 0.6
ต่างๆ และใช้ 3 011 3 1
4 111 3 1
การ 5 111 1 0.3
ดำเนินการ 1 010 3 1
2 111 2 0.6
ในการ 3 011 3 1
แก้ปญั หา 4 111 3 1
5 111 1 0.3
ตอนท่ี 4 001

ภาคผนวก ค
คา่ ความยากง่าย ค่าอำนาจจำแนกและความเช่อื มั่นของแบบทดสอบ

ตารางที่ 8 คา่ ความยากงา่ ย (p) ล่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน กล่มุ สาระ
คณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3

แบบทดสอบ ข้อท่ี RU RE p R

ตอนท่ี 1 1
ตอนที่ 2 2
ตอนที่ 3 3
ตอนที่ 4 4
5
1
2
3
4
5
1
2
3
4
5
1
2
3
4
5

จากตารางที่ 8 การวิเคราะห์ความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบกลุ่มสาระ
คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 20 ข้อ มีค่าความยากงา่ ยอยู่ระหว่าง และค่าอำนาจจำแนกอยู่
ระหวา่ ง เมอื่ พจิ ารณาแลว้ มีข้อสอบจำนวน 16 ขอ้ ท่ผี า่ นเกณฑ์และคัดเลอื กไว้

ชื่อ…………………………………………………………ช้นั ……………….. เลขท่ี………………….
ข้อสอบอตั นยั ( จำนวน 20 ข้อ 20 คะแนน )
ตอนท่ี 1 การหารยาวท่ีมตี ัวตง้ั 3 หลกั ตวั หาร 1 หลัก แบบไม่มเี ศษ

1) 369 ÷ 3 = 2) 545 ÷ 5 = 3) 927 ÷ 9 =

วิธที ำ วิธที ำ วิธีทำ

ตอบ ตอบ ตอบ

4) 408 ÷ 3 = 5) 900 ÷ 4 =

วธิ ที ำ วธิ ที ำ

ตอบ ตอบ

ตอนท่ี 2 การหารยาวท่มี ีตัวต้งั 3 หลัก ตัวหาร 1 หลัก แบบมเี ศษ

1) 563 ÷ 4 = 2) 646 ÷ 6 = 3) 898 ÷ 8 =

วิธที ำ วิธที ำ วธิ ที ำ

ตอบ ตอบ ตอบ

4) 200 ÷ 3 = 5) 657 ÷ 7 =

วธิ ที ำ วธิ ีทำ

ตอบ ตอบ

ตอนท่ี 3 การหารยาวทีม่ ีตวั ตัง้ 4 หลกั ตัวหาร 1 หลัก แบบไม่มเี ศษ

1) 9,639 ÷ 3 = 2) 4,948 ÷ 4 = 3) 4,585 ÷ 5 =

วิธที ำ วิธีทำ วธิ ที ำ

ตอบ ตอบ ตอบ

4) 4,664 ÷ 4 = 5) 9,555 ÷ 7 =

วิธีทำ วิธที ำ

ตอบ ตอบ

ตอนท่ี 3 การหารยาวทีม่ ีตวั ตัง้ 4 หลกั ตัวหาร 1 หลัก แบบไม่มเี ศษ

1) 9,639 ÷ 3 = 2) 4,948 ÷ 4 = 3) 4,585 ÷ 5 =

วิธที ำ วิธีทำ วธิ ที ำ

ตอบ ตอบ ตอบ

4) 4,664 ÷ 4 = 5) 9,555 ÷ 7 =

วิธีทำ วิธที ำ

ตอบ ตอบ

ตอนท่ี 3 การหารยาวทีม่ ีตวั ตัง้ 4 หลกั ตัวหาร 1 หลัก แบบไม่มเี ศษ

1) 9,639 ÷ 3 = 2) 4,948 ÷ 4 = 3) 4,585 ÷ 5 =

วิธที ำ วิธีทำ วธิ ที ำ

ตอบ ตอบ ตอบ

4) 4,664 ÷ 4 = 5) 9,555 ÷ 7 =

วิธีทำ วิธที ำ

ตอบ ตอบ


Click to View FlipBook Version