The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานคณิตศาสตร์เรื่อง โคมไฟกระดาษรูปเรขาคณิตจากการใช้แกนสมมาตร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by siriya3027, 2022-11-27 01:47:08

โครงงานโคมไฟ

โครงงานคณิตศาสตร์เรื่อง โคมไฟกระดาษรูปเรขาคณิตจากการใช้แกนสมมาตร



โครงงานคณิตศาสตร์
เร่ือง โคมไฟจากลงั กระดาษรูปเรขาคณติ

จากการใชแ้ กนสมมาตร

โดย

1. เด็กหญิงณฐั ธดิ า ฐานะกาญจน์
2. เด็กหญิงกุลฉัตร จะกอ
3. เดก็ หญงิ ชลธชิ า หม่นื ราช

ครูทีป่ รึกษา นางสาวสริ ิยา สมั พันธ์

โรงเรียนฉวาง
สำนักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษานครศรธี รรมราชเขต ๒

รายงานฉบบั นเ้ี ปน็ สว่ นประกอบของโครงงานคณิตศาสตร์
ประเภทบรู ณาการความรู้ในคณติ ศาสตรไ์ ปประยกุ ต์ใช้

ระดับเขตพนื้ ที่ สพป.นศ. 2



บทคดั ยอ่

ชื่อโครงงาน : โคมไฟจากลงั กระดาษรปู เรขาคณิตจากการใชแ้ กนสมมาตร
ประเภท: บรู ณาการความรู้ในคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ โครงงานคณิตศาสตรป์ ระเภทพัฒนาหรือประดษิ ฐ์
ระดับชน้ั : ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4-6
ผู้ทำโครงงาน : 1. เดก็ หญงิ ณฐั ธิดา ฐานะกาญจน์ ป.4

2. เด็กหญิงกุลฉตั ร จะกอ ป.4
3. เดก็ หญิงชลธชิ า หมื่นราช ป.5
ท่ีปรึกษาโครงงาน : นางสาวสิริยา สมั พนั ธ์
สถาบันการศกึ ษา : โรงเรียนฉวาง
สำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษานครศรีธรรมราชเขต 2
โครงงานนี้มีจุดประสงค์ เพื่อสร้างโคมไฟจากลังกระดาษรูปเรขาคณิตจากการใช้แกนสมมาตร เพ่ือ
ศกึ ษาความพึงพอใจในการใชโ้ คมไฟจากลังกระดาษ
ผลการประเมินคณุ ภาพของโคมไฟจากลงั กระดาษ โดยใช้แบบสอบถามความคดิ เหน็ ของครพู บวา่ โคม
ไฟจากลังกระดาษ ระดับความเห็นที่ 5 มีระดับความเห็นคิดเป็นร้อยละ 63 และระดับความเห็นที่ 4 มีระดบั
ความคิดเหน็ คดิ เปน็ ร้อยละ 37 และพบขอ้ เสนอแนะใหต้ กแตง่ ภายนอกกล่องใหม้ ีสสี ันสดใสขน้ึ
และผลการศกึ ษาความพึงพอใจในการทำโคมไฟจากลงั กระดาษ โดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็นของ
ครแู ละนกั เรยี น พบวา่ มคี ุณภาพในระดับมากถึงมากที่สุดทุกรายการ ระดับความเหน็ ที่ 5 มคี วามพึงพอใจคิด
เป็นรอ้ ยละ 62 และระดบั ความเหน็ ท่ี 4 มีความพึงพอใจคดิ เปน็ ร้อยละ 38 และพบข้อเสนอแนะคือ ให้ใช้เศษ
วสั ดเุ หลือใชอ้ ่ืนในการทำลงั โคมไฟให้หลากหลาย



กิตตกิ รรมประกาศ

โคมไฟกระดาษและกล่องนมรูปเรขาคณิตจากการใช้แกนสมมาตรฉบับนี้สำเร็จได้ด้วยดีเพราะคณะ
ผู้จัดทำโครงงานได้รับความกรุณาเอาใจใส ได้รับคำปรึกษา รวมทั้งข้อเสนอแนะและคำแนะนํารวมท้ังการดูแล
แกไขขอบกพรองต่างๆ จากครูสิริยา สัมพันธ์ คณะผู้จัดทำรู้สึกซาบซึ้งในความกรุณาที่ได้รับและขอกราบ
ขอบพระคณุ เป็นอย่างสงู ไว ณ โอกาสน้ี

ขอกราบขอบพระคุณ ท่านผู้อำนวยการสุพร วิรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนฉวาง คณะคุณครูทุกท่าน
และขอขอบใจเพื่อนนักเรียนท่ีเป็นกลุมตัวอย่างทุกคน ท่ีช่วยสนับสนุน สงเสริมการทำโครงงานในครั้งนี้ ให
สําเรจ็ ลลุ ่วงไปดว้ ยดมี าโดยตลอด คณะผู้จัดทำโครงงานขอขอบพระคณุ มา ณ โอกาสน้ี

ท้ายสุดน้ขี อกราบขอบพระคุณมารดา บิดา ที่คอยใหการชว่ ยเหลือในทุกๆดา้ น คอยเป็นกำลงั ใจหวงใย
มาโดยตลอด ซึ่งคุณประโยชนของโครงงานฉบับน้ี คณะผ้จู ดั ทำขอมอบแดมารดา บิดา และคนในครอบครัวทุก
คน ตลอดจนคณุ ครู ท่ีได้ใหการอบรมสงั่ สอนใหคณะผ้จู ดั ทำโครงงานประสบความสาํ เร็จในการจดั ทำคร้งั น้ี

คณะผู้จัดทำ

สารบัญ ข

กิตติกรรมประกาศ หน้า
บทคดั ยอ่ ก
สารบญั ข
สารบญั ตาราง ค
บทที่ 1 บทนำ ง
บทที่ 2 เอกสารท่เี ก่ียวขอ้ ง 1
บทที่ 3 วธิ ีการดำเนินงาน 3
บทท่ี 4 ผลการดำเนินงาน 7
บทท่ี 5 สรปุ ผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 11
บรรณานุกรม 13
ภาคผนวก 14
15

สารบัญตาราง ค

ตารางท่ี 1 แสดงข้นั ตอนการดำเนนิ งานโคมไฟจากลงั กระดาษรปู เรขาคณิตจากการใชแ้ กนสมมาตร หน้า
ตารางท่ี 2 แสดงผลการประเมนิ คุณภาพโคมไฟจากลงั กระดาษ 7
ตารางที่ 3 แสดงค่าเฉลีย่ ความพงึ พอใจตอ่ การใช้โคมไฟจากลงั กระดาษ 11
12

1

บทที่ 1
บทนำ

1. ทีม่ าและความสำคญั
ปัจจุบันในโรงเรียนและชุมชนตำบลฉวางมีลังกระดาษ ที่เป็นขยะเป็นจำนวนมาก ลังใส่นม

จากการใช้แล้วของโรงเรียนและลังกระดาษจากการสั่งสิ่งของออนไลน์ของชาวบ้านถูกวางไว้ข้างถงั
ขยะของโรงเรยี นและชุมชนในทุกๆวนั ทางผจู้ ัดทำสังเกตเห็นว่าวิธกี ารจดั การลงั ใสน่ มของโรงเรียนลัง
กระดาษของชุมชนใช้วิธีการสะสมและมัดไปชั่งขายเป็นกิโล หรือวางไว้ข้างถังขยะซึ่งไม่ได้นำมาใช้
ประโยชน์เทา่ ทีค่ วร

ดังนั้นผู้จัดทำจึงตัดสินใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับการนำลังกระดาษมาทำเป็นโคมไฟลังกระดาษ
โดยบูรณาการกับวชิ าคณิตศาสตร์ เรื่อง รูปเรขาคณิตจากการใช้แกนสมมาตรในชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่
3 และใช้ทกั ษะสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คณุ ภาพผเู้ รียนด้านสมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนตามกรอบ
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 คือ 1. ความสามารถในการสือ่ สาร ในการ
ถ่ายทอดความรู้การทำโคมไฟจากลังกระดาษให้กับนักเรียนในโรงเรียน 2. ความสามารถในการคิด
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ หาวิธีการนำสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ 3.
ความสามารถในการแกป้ ญั หา การนำความรู้จากการเรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ในระดับชัน้ ประถมศึกษาปี
ที่ 3 มาประยุกต์ใช้ในการทำโคมไฟจากลังกระดาษ 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เรียนรู้การ
ทำงานร่วมกนั ตลอดจนนำสง่ิ ของรอบตัวมาประยกุ ต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ และ 5. ความสามารถในการ
ใช้เทคโนโลยี การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาทำรูปทรงเรขาคณิต เพื่อทำให้ลวดลายในลังกระดาษให้
สวยขนึ้

ผจู้ ดั ทำได้เห็นความสำคัญของการลดปญั หาขยะ จงึ ไดจ้ ดั ทำโครงงานโคมไฟจากลังกระดาษ
รปู เรขาคณิตจากการใช้แกนสมมาตร เพื่อเปน็ การปลกู ฝังจิตสำนกึ ใหน้ ักเรียนไดร้ ู้คุณคา่ ของขยะ ฝึก
ความประหยดั การทำงานแบบมสี ว่ นรว่ ม และการใช้เวลาวา่ งให้เกดิ ประโยชน์ เน้นการปฏิบัติจรงิ ทั้ง
ยงั บรู ณาการความรูใ้ นวชิ าคณติ ศาสตร์ สรา้ งความตระหนักในการดำรงชีวิตอยูอ่ ยา่ งพอเพยี งตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ไดแ้ ก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภมู คิ ุ้มกันในตัวที่ดี และ
ยังบรู ณาการร่วมกับวิชาศิลปะ ในการออกแบบลวดลาย การลงสี วิชาการงานคือการประดิษฐ์โคมไฟ
และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวนั ไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ

2

2. วตั ถปุ ระสงค์

2.1 เพื่อสร้างโคมไฟจากลงั กระดาษรปู เรขาคณิตจากการใช้แกนสมมาตร
2.2 เพอื่ ศกึ ษาความพึงพอใจในการใชโ้ คมไฟจากลงั กระดาษ

3. สมมติฐาน

3.1 โคมไฟจากลังกระดาษรปู เรขาคณติ มีคุณภาพในระดับมาก
3.2 ความพงึ พอใจในการทำโคมไฟจากลงั กระดาษมีคณุ ภาพในระดบั มาก

4. ขอบเขตของการทำโครงงาน

4.1 ตวั แปรท่เี ก่ียวขอ้ ง
ตวั แปรต้น โคมไฟจากลงั กระดาษ
ตัวแปรตาม คณุ ภาพของโคมไฟและความพงึ พอใจของนักเรยี น

4.2 กลมุ่ เป้าหมาย นักเรียนโรงเรียนฉวาง
4.3 เนอื้ หาทใี่ ชด้ ำเนินการ วชิ าคณิตศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 3 เร่ืองแกนสมมาตร
4.4 สถานทดี่ ำเนินการ โรงเรียนฉวาง ตำบลฉวาง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรธี รรมราช
4.5 ระยะเวลาดำเนนิ งาน เดือนมถิ นุ ายน – กันยายน 2565

5. ประโยชนท์ ีค่ าดว่าจะได้รบั จากการทำโครงงาน

5.1 ได้โคมไฟท่ที ำจากลงั กระดาษ
5.2 ไดแ้ นวคิดในการนำเศษวัสดทุ ่ไี มใ่ ช้แลว้ ไปใช้ให้เกดิ ประโยชนใ์ นดา้ นอื่นๆ

3

บทที่ 2
เอกสารที่เก่ยี วขอ้ ง

โครงงานคณิตศาสตร์ เรื่องโคมไฟจากลังกระดาษรูปเรขาคณิตจากการใช้แกนสมมาตร มี
เอกสารทเ่ี กี่ยวข้อง ได้แก่

1. หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
2. มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชว้ี ัดกลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ฉบับปบั ปรงุ พ.ศ. 2560
3. เอกสารทเ่ี กยี่ วข้องกับแกนสมมาตร
4. หลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
1. หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

กระทรวงศึกษาธิการ (2551 : 4)หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
เป็นหลกั สตู รแกนกลางของประเทศทไี่ ด้มีการกำหนดวิสัยทัศนไ์ วว้ ่า หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย
ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ มีความรู้และทกั ษะพื้นฐาน รวมท้ังเจตคติ
ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการศึกษาตลอดชีวิต โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบน
พื้นฐานความเชือ่ ว่าทุกคนสามารถเรยี นรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ

ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
กระทรวงศึกษาธกิ าร (2551 : 12) ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรเ์ ปน็ ความสามารถ
ที่จะนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ และประยุกต์ใช้ใน
ชีวติ ประจำวนั ได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในท่นี ้ี เนน้ ทท่ี กั ษะและ
กระบวนการทางคณิตศาสตร์ที่จำเป็น และต้องการพัฒนาให้เกิดขึ้นกับบผู้เรียน ได้แก่ความสามาถ
ต่อไปน้ี
1. การแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการทำความเข้าใจปัญหา คิดวิเคราะห์ วางแผน
แก้ปัญหาและเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสมเหตุสมผลของคำตอบพร้อมท้ัง
ตรวจสอบความถูกต้อง
2. การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ เป็นความสามารถในการใชร้ ปู ภาษา
และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร สื่อความหมาย สรุปผล และนำเสนอได้อย่างถูกต้อง
ชดั เจน
3. การเชื่อมโยง เป็นความสามารถในการใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการ
เรียนร้คู ณิตศาสตร์ เน้อื หหาต่างๆ หรอื ศาสตรอ์ นื่ ๆ และนำไปใชใ้ นชีวิตจรงิ

4

4. การให้เหตุผล เป็นความสามารถในการให้เหตุผล รับฟังและเหตุผลสนับสนุนหรอื โตแ้ ย้ง
เพ่อื นำไปสกู่ ารสรุป โดยมขี อ้ เท็จจริงทางคณิตศาสตร์รบั รอง

5. การคิดสร้างสรรค์ เป็นความสามารถในการขยายแนวคิดที่อยู่เดิมหรือสร้างแนวคิดใหม่
เพ่อื ปรับปรงุ พฒั นาองคค์ วามรู้

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคใ์ นการเรยี นคณติ ศาสตร์
กระทรวงศึกษาธิการ (2551 : 13) การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ควรมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิด
คณุ ลักษณะอันพึงประสงคต์ อ่ ไปน้ี
1. ทำความเข้าใจหรือสร้างกรณีทั่วไปโดยใช้ความรู้ที่ได้จากการศึกษากรณีตัวอย่างหลายๆ
กรณี
2. มองเหน็ วา่ สามารถใช้คณิตศาสตรแ์ กป้ ญั หาในชวี ติ จริงได้
3. มีความมมุ านะในการทำความเข้าใจปัญหาและแก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์
4. สรา้ งเหตผุ ลเพ่ือสนับสนนุ แนวคิดของตนเองหรอื โต้แย้งแนวคิดของผ้อู ่ืนอย่างสมเหตุสมผล
5. ค้นหาลักษณะที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และประยุกต์ใช้ลักษณะดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจหรือ
แกป้ ัญหาในสถานการณ์ตา่ งๆ
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามกรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551

1. ความสามารถในการสื่อสาร หมายถึง ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ
ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสารและประสบการณ์อันจะเปน็ ประโยชน์ตอ่
การพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพือ่ ขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การ
เลือกรบั หรือไม่รบั ขอ้ มูลขา่ วสารด้วยหลกั เหตุผลและความถกู ต้อง ตลอดจนการเลอื กใช้วธิ ีการสื่อสาร
ที่มีประสทิ ธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบท่ีมตี ่อตนเองและสังคม

2. ความสามารถในการคิด หมายถึง รจู้ ักคิดวิเคราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คดิ อยา่ งสร้างสรรค์ คิด
อย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพื่อการ
ตัดสนิ ใจเก่ียวกับตนเองและสงั คมได้อยา่ งเหมาะสม

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา หมายถึง เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของ
เหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมแสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพืน้ ฐานของหลักเหตุผลคุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งตัดสินใจท่มี ี
ประสทิ ธิภาพ โดยคำนึงถงึ ผลกระทบทีเ่ กิดขึน้ ตอ่ ตนเอง สงั คมและสิง่ แวดลอ้ ม

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต หมายถึง ใช้กระบวนการต่าง ๆ ในการดำเนิน
ชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเองต่อเนื่อง ทำงานและอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริม

5

ความสัมพนั ธ์อนั ดรี ะหวา่ งบุคคล จดั การปญั หาและความขัดแย้งต่าง ๆอยา่ งเหมาะสม ร้จู ักปรับตัวให้
ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมสภาพแวดล้อม และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผล
กระทบตอ่ ตนเองและผู้อนื่

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี หมายถงึ ร้จู ักเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพฒั นาตนเองและสงั คมในดา้ นการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน
การแกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถกู ต้องเหมาะสมและมคี ุณธรรม
2. มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้วี ัดกลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ฉบบั ปับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐

กระทรวงศึกษาธิการ (2551 : 24) มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณติ ศาสตร์ ฉบับปบั ปรุง พ.ศ. 2560 ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 ดงั นี้

สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต

มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์
ระหวา่ งรปู เรขาคณิต และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้

ช้ัน ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ป.3 1. ระบรุ ูปเรขาคณิตสองมิตทิ ี่มแี กนสมมาตร รูปเรขาคณิตสองมติ ิ

และจำนวนแกนสมมาตร -รูปท่ีมแี กนสมมาตร

3. เอกสารท่เี ก่ยี วขอ้ งกับแกนสมมาตร
แกนสมมาตร คือ เส้นที่แบ่งวัตถุหรือรูปนั้น ๆ ออกเป็นสองซีกเท่า ๆ กัน และสามารถพับ

หรือนำรปู ท้งั สองมาซ้อนทบั กันไดพ้ อดี โดยในรปู เรขาคณิตต่าง ๆ จะมแี กนสมมาตรซ่อนอยู่ ซ่งึ รปู เรขาคณิตที่
แตกตา่ งกนั จะมีจำนวนแกนสมมาตรท่ตี า่ งกัน บางรปู อาจมแี กนสมมาตร 1 แกน บางรูปอาจมีแกนสมมาตร 2
แกน หรือบางรูปอาจจะไมม่ ีแกนสมมาตรเลยก็ได้

• แกนสมมาตรของเส้นตรงหรือสว่ นของเส้นตรง
เส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงมีแกนสมมาตรจำนวน 1 แกน ซึ่งจะแบ่งเส้นตรงออกเป็น
เส้นตรง 2 เส้นที่มีความยาวเท่า ๆ กนั และเมือ่ พับตามเส้นน้นั แลว้ เส้นตรงทงั้ สองมาซ้อนทบั กันไดพ้ อดี

• แกนสมมาตรของวงกลม
วงกลมมีแกนสมมาตรนับไม่ถ้วน โดยแกนสมมาตรของวงกลมนี้จะเป็นเส้นที่ลากผ่านจุด
ศูนย์กลางของวงกลมด้วย หรือกค็ ือเส้นผ่านศูนยก์ ลางของวงกลม ซ่ึงจะแบง่ วงกลมออกเปน็ ครง่ึ วงกลม 2 รูปท่ี
มีขนาดเท่ากัน และเม่ือพับตามแนวเส้นนแี้ ล้วรปู ทั้งสองจะมาซอ้ นทบั กนั ได้พอดี

• แกนสมมาตรของรูปสามเหลย่ี มหนา้ จวั่

6

สามเหลี่ยมหน้าจั่วมีแกนสมมาตรจำนวน 1 แกน ซึ่งจะแบ่งสามเหลี่ยมหนา้ จั่วออกเป็นรปู
สามเหลีย่ ม 2 รปู ทม่ี ีขนาดเท่ากัน

• แกนสมมาตรของสามเหล่ียมด้านเทา่
สามเหลี่ยมด้านเท่ามีแกนสมมาตรจำนวน 3 แกน ซึ่งแกนสมมาตรแต่ละเส้นจะแบ่ง
สามเหลี่ยมด้านเท่าออกเป็นรูปสามเหลี่ยม 2 รูปที่มีขนาดเท่ากัน และเมื่อพับตามเส้นนั้นแล้วรูปทั้งสองมา
ซ้อนทับกนั ไดพ้ อดี

• แกนสมมาตรของรปู ส่เี หลีย่ มผนื ผา้
สี่เหลี่ยมผืนผา้ มีแกนสมมาตรจำนวน 2 แกน โดยมที ิศทางอยใู่ นแนวต้งั และแนวนอน ซึง่ แกน
สมมาตรแต่ละเสน้ จะแบง่ รปู ส่เี หล่ียมผนื ผา้ ออกเป็น 2 ส่วนเทา่ ๆ กนั และเม่อื พบั ตามเส้นน้นั แล้วรูปท้งั สองมา
ซ้อนทบั กันได้พอดี

• แกนสมมาตรของรปู สีเ่ หลยี่ มจัตุรัส
สี่เหลี่ยมจัตุรัสมีแกนสมมาตรจำนวน 4 แกน โดยมีทิศทางอยู่ในแนวตั้ง แนวนอน และแนว
เส้นทแยงมมุ ซึ่งแกนสมมาตรในแนวต้ังและแนวนอนจะแบ่งรูปสี่เหลยี่ มจัตรุ ัสออกเป็นรูปส่ีเหล่ียม 2 รปู เท่า ๆ
กัน ส่วนในแนวเส้นทแยงมุมจะแบ่งรูปสี่เหล่ียมจัตรุ ัสออกเป็นรูปสามเหลี่ยม 2 รปู เท่า ๆ กัน และเม่ือพับตาม
เส้นนนั้ แล้วรูปทั้งสองมาซอ้ นทบั กันได้พอดี
4. หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
บทสรปุ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 หว่ ง 2 เงื่อนไข
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3 หว่ ง
ห่วง 1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่
เบยี ดเบยี นตนเองและผอู้ นื่ เช่น การผลิตและการบริโภคท่ีอยใู่ นระดับพอประมาณ
ห่วง 2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้อง
เป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกดิ ขึ้นจากการ
กระทำนั้น ๆ อยา่ งรอบคอบ
ห่วง 3. การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึงการเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบ และการ
เปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนงึ ถึงความเป็นไปไดข้ องสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน
อนาคตท้งั ใกล้และไกล
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 เงือ่ นไข
1. เงือ่ นไข ความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรูเ้ กี่ยวกับวิชาการต่าง ทีเ่ กย่ี วข้องอย่างรอบด้าน
ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความ
ระมดั ระวังในขั้นปฏบิ ัติ
2. เงื่อนไข คุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความ
ชอ่ื สตั ย์สุจริต และมีความอดทน มคี วามพากเพียร ใช้สตปิ ญั ญาในการดำเนนิ ชวี ติ

7

บทที่ 3
วธิ ีการดำเนนิ งาน

1. ขนั้ ตอนการดำเนินงาน
การดำเนนิ โครงงานคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง โคมไฟจากลังกระดาษรปู เรขาคณิตจากการใช้แกนสมมาตร มี

รายละเอียดข้นั ตอนการดำเนนิ งาน ดังน้ี
ตารางที่ 1 แสดงข้ันตอนการดำเนินงานโคมไฟจากลงั กระดาษรปู เรขาคณิตจากการใช้แกนสมมาตร
นักเรียนสำรวจปญั หาและรวบรวมปัญหาได้แก่ ลังใส่นมจากการใช้แล้วของโรงเรียนและ

ลังกระดาษจากการสั่งสิ่งของออนไลน์ของชาวบ้านถูกวางไว้ข้างถังขยะของโรงเรียนและชุมชนใน
ทุกๆวัน โดยการสำรวจปัญหาที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนและชุมชน สรุปปัญหาร่วมกัน พบว่าวิธีการ
จดั การลงั ใสน่ มและลังกระดาษของโรงเรียนและชุมชนใช้วิธีการสะสมและมัดไปช่ังขายเป็นกิโลหรือ
นำไปวางไวข้ า้ งถงั ขยะ ซึ่งไมไ่ ดน้ ำมาใชป้ ระโยชนเ์ ท่าทคี่ วร เป็นปัญหาที่ตอ้ งแก้ไข

ศึกษาความรูท้ างคณิตศาสตร์ เรอื่ งแกนสมมาตร หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่
ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และเอกสารทเ่ี ก่ียวขอ้ ง

วางแผนการนำลังใสน่ มและลังกระดาษมาใช้ประโยชน์ โดยทำเปน็ โคมไฟ และทำเป็น
โครงรา่ งของโครงงาน

นำโครงร่างของโครงงานเสนอต่อครทู ่ปี รกึ ษาเพื่อปรับปรุงแกไ้ ข

ดำเนินการจดั ทำโคมไฟจากลงั กระดาษ โดยมคี รเู ป็นทป่ี รกึ ษาและให้คำแนะนำ

ประเมนิ คุณภาพของโคมไฟจากลงั กระดาษ โดยใช้แบบประเมนิ คณุ ภาพ

นำโคมไฟหลากหลายรปู ทรงไปใช้ในโรงเรียน

ประเมินความพึงพอใจรปู ทรงของโคมไฟ โดยใช้แบบประเมนิ ความพึงพอใจ 8
สรปุ ผลโครงงาน

รายงานผล

จดั ทำป้ายนเิ ทศและนำเสนอผลงาน

2. เคร่อื งมือการดำเนินงาน
วัสดุอุปกรณ์
1. ลังกระดาษ
2. กระดาษวา่ ว
3. กระดาษแข็งสีขาว
4. หลอดไฟและสายไฟ
5. สีน้ำและพกู่ นั
6. กรรไกร กาวสองหนา้ คัตเตอร์
7. ปืนกาว
8. กระดาษลอกลาย
วิธที ำ
1. สรา้ งด้านแตล่ ะดา้ นของโคมไฟ โดยวดั ลงั กระดาษ และตัดเป็นรูปตามขนาดที่ต้องการ
2. วัดกระดาษแข็งสีขาวและตดั ตามขนาดท่ีตอ้ งการตามขนาดของลงั กระดาษ
3. นำแบบรูปแกนสมมาตรที่วาดลงบนกระดาษลอกลาย คัดลอกลายลงบนลังกระดาษสีขาวแต่ละ
ดา้ น และกรดี เปน็ ช่องตามทรี่ ่างไว้
4. ประกอบแต่ละดา้ นใหเ้ ป็นกลอ่ ง และนำกระดาษวา่ วมาติดแต่ละดา้ นข้างในของลงั กระดาษ
5. เจาะกระดาษแข็งด้านบนเพื่อนำหลอดไฟใสเ่ ข้าไปดา้ นใน
6. ตกแตง่ ระบายสใี หส้ วยงาม

3. แบบประเมนิ คณุ ภาพโคมไฟจากลังกระดาษ
3.1 รายการประเมิน
แบบประเมนิ คณุ ภาพโคมไฟจากลังกระดาษ เป็นเครอ่ื งมือทจี่ ัดทำขึ้นเพ่อื ใช้แบบประเมนิ คณุ ภาพโคม

ไฟจากลังกระดาษ มีรายการประเมนิ ไดแ้ ก่
- สอดคล้องกับสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
- สอดคล้องกบั หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
- ความแขง็ แรงของโคมไฟจากลงั กระดาษ

9

- ความสวยงามโคมไฟจากลังกระดาษ
- มปี ระโยชน์ในการนำไปใช้
3.2 ระดบั ความคิดเห็น
ใหผ้ ูต้ อบแบบประเมิน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั คุณภาพของโคมไฟจากลงั กระดาษ โดยทำ
เคร่อื งหมาย ✓ ในชอ่ งระดับความคดิ เห็น 5 ระดับ ไดแ้ ก่
ระดบั 1 หมายถงึ น้อยทส่ี ุดหรอื ตอ้ งปรับปรุงแก้ไข
ระดับ 2 หมายถึง นอ้ ยหรือตำ่ กว่ามาตรฐาน
ระดับ 3 หมายถงึ ปานกลางหรอื พอใช้
ระดับ 4 หมายถงึ มากหรอื ดี
ระดบั 5 หมายถึง มากทส่ี ุดหรือดมี าก
2.3 ผตู้ อบแบบประเมิน
ผตู้ อบแบบประเมนิ ไดแ้ ก่ ครูจำนวน 7 คน
2.4 เมื่อรวบรวมแบบประเมินไดค้ รบ 7 ชุด แลว้ นำความคดิ เห็นมาสรุปในแบบบนั ทึกความคิดเห็น
4. แบบประเมินความพึงพอใจในการใชโ้ คมไฟจากลงั กระดาษ
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจในการใช้โคมไฟ เปน็ เครอ่ื งมอื ท่จี ัดทำขน้ึ เพือ่ ใช้ประเมินความพึงพอใจใน
การใชโ้ คมไฟจากลงั กระดาษมีรายการประมิน ได้แก่
- ความน่าสนใจ/ความสวยงาม
- รูปทรงหลากหลาย
- เปน็ ประโยชน์ต่อสิง่ แวดลอ้ ม
- สง่ เสริมการใช้เวลาวา่ งให้เป็นประโยชน์
- มีความพอเพียงและประหยดั
- สง่ เสรมิ ความคิดสร้างสรรค์
- ส่งเสรมิ การแก้ปญั หา
- ชว่ ยลดขยะในโรงเรียนและชุมชน
3.2 ระดบั ความคิดเห็น
ใหผ้ ตู้ อบแบบประเมิน แสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั ความพึงพอใจของโคมไฟจากลังกระดาษ โดยทำ
เครอ่ื งหมาย ✓ ในชอ่ งระดับความคดิ เห็น 5 ระดับ ได้แก่
ระดบั 1 หมายถึง น้อยทส่ี ุดหรือตอ้ งปรบั ปรงุ แกไ้ ข
ระดบั 2 หมายถงึ นอ้ ยหรือตำ่ กวา่ มาตรฐาน
ระดบั 3 หมายถึง ปานกลางหรอื พอใช้
ระดับ 4 หมายถึง มากหรือดี
ระดับ 5 หมายถึง มากที่สุดหรือดีมาก
2.3 ผูต้ อบแบบประเมนิ

10

ผ้ตู อบแบบประเมนิ ได้แก่ ครูจำนวน 7 คน
นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4-6 ชั้นละ 5 คน
2.5 เมื่อรวบรวมแบบประเมินได้ครบ 22 ชุด แล้วนำความคดิ เห็นมาสรุปในแบบบนั ทกึ ความคิดเหน็

11

บทที่ 4

ผลการดาเนินงาน

ผลการดำเนินงาน โครงงานคณิตศาสตร์ เร่ือง โคมไฟจากลังกระดาษรูปเรขาคณติ จากการใช้แกน

สมมาตร ได้ดำเนนิ การตามข้นั ตอน ปรากฏผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู ตามรายละเอยี ดตอ่ ไปนี้

1. ผลการดำเนินงานตามวตั ถปุ ระสงคข์ ้อที่ 1

ผลการทำโคมไฟจากลังกระดาษ

สมมตุ ฐิ านขอ้ ท่ี 1 โคมไฟจากลังกระดาษรปู เรขาคณิต มีคุณภาพในระดบั มาก

การหาคุณภาพครง้ั ที่ 1

เมื่อผู้จัดทำได้นำโคมไฟจากลังกระดาษ แล้วนำไปหาคุณภาพ โดยนำไปให้คุณครูช่วยกัน

ตรวจผลงานประเมิน พบข้อบกพร่อง ได้แก่ โคมไฟไม่มีความสว่างมากเพราะมีรูน้อย จึงนำมา

ปรับปรุง

การหาคุณภาพคร้งั ที่ 2

นำไปให้คุณครูประเมินผลงานเป็นครั้งที่ 2 โดยใช้แบบสอบถาม สรุปผลการประเมินตาม

ตารางไดด้ ังน้ี

ตารางที่ 2 แสดงผลการประเมินคณุ ภาพโคมไฟจากลังกระดาษ

ระดบั ความคดิ เหน็

ท่ี รายการ 5 4 3 2 1

มากที่สุด มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทส่ี ุด

1 สอดคลอ้ งกับสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ 73 27 - - -

2 สอดคล้องกับหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 68 32 - - -

3 ความแขง็ แรงของโคมไฟจากลังกระดาษ 50 50 - - -

4 ความสวยงามโคมไฟจากลงั กระดาษ 59 41 - - -

5 มีประโยชน์ในการนำไปใช้ 64 36 - - -

รวม 314 186 - - -

เฉลย่ี รอ้ ยละ 63 37 - - -

เฉล่ยี รวม 100 - - -

จากตารางที่ 1 สรปุ ได้ว่า โคมไฟจากลงั กระดาษ มคี ณุ ภาพในระดับมากถึงมากที่สดุ ทุกรายการ พบว่า
ระดบั ความเหน็ ที่ 5 มรี ะดบั ความเห็นคิดเป็นรอ้ ยละ 63 และระดับความเห็นท่ี 4 มรี ะดับความคิดเห็นคิดเป็น
ร้อยละ 37 และพบขอ้ เสนอแนะใหต้ กแตง่ ภายนอกกลอ่ งใหม้ สี ีสนั สดใสขน้ึ

นับว่าสอดคล้องกับสมมุติฐานข้อที่ 1 ได้แก่ โคมไฟจากลังกระดาษรูปเรขาคณิต มีคุณภาพในระดับ
มาก

12

2. ผลการดำเนนิ งานตามวัตถุประสงคข์ อ้ ที่ 2

ผลการศกึ ษาความพึงพอใจ

สมมตุ ิฐานขอ้ ท่ี 2 ความพงึ พอใจในการทำโคมไฟจากลงั กระดาษมคี ุณภาพในระดับมาก

จากการนำโคมไฟจากลงั กระดาษไปใช้ในโรงเรียน ให้ครูและนักเรยี นตอบแบบสอบถาม เพื่อ

ประเมนิ ความพงึ พอใจในการใช้โคมไฟจากลังกระดาษ แสดงเป็นกราฟได้ดงั นี้

ตารางที่ 3 แสดงค่าเฉลี่ยความพึงพอใจต่อการใช้โคมไฟจากลังกระดาษ ครูจำนวน 7 คน และ

นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4-6 จำนวน 15 คน ของโรงเรียนฉวาง

ระดับความคดิ เห็น

ที่ รายการ 54 3 2 1

มากท่ีสุด มาก ปานกลาง นอ้ ย น้อยท่ีสดุ

1 ความนา่ สนใจ/ความสวยงาม 73 27 - - -

2 รปู ทรงหลากหลาย 59 41 - - -

3 เปน็ ประโยชน์ต่อส่ิงแวดล้อม 55 45 - - -

4 ส่งเสรมิ การใชเ้ วลาวา่ งให้เป็นประโยชน์ 68 32 - - -

5 มคี วามพอเพียงและประหยดั 59 41 - - -

6 สง่ เสรมิ ความคิดสรา้ งสรรค์ 55 45 - - -

7 สง่ เสรมิ การแกป้ ญั หา 68 32 - - -

8 ชว่ ยลดขยะในโรงเรียนและชมุ ชน 59 41 - - -

รวม 496 304 - - -

เฉลย่ี ร้อยละ 62 38 - - -

เฉล่ยี รวม 100 -- -

จากตารางที่ 2 สรุปไดว้ า่ โคมไฟจากลังกระดาษ มีคณุ ภาพในระดับมากถงึ มากท่ีสุดทกุ รายการ พบว่า

ระดบั ความเห็นที่ 5 มีความพึงพอใจคิดเปน็ รอ้ ยละ 62 และระดับความเหน็ ที่ 4 มคี วามพงึ พอใจคิดเปน็ ร้อยละ

38 และพบข้อเสนอแนะคอื ให้ใชเ้ ศษวสั ดเุ หลือใชอ้ ื่นในการทำลงั โคมไฟให้หลากหลาย

นับว่าสอดคล้องกับสมมุติฐานข้อที่ 2 ได้แก่ ความพึงพอใจในการทำโคมไฟจากลงั กระดาษมีคุณภาพ

ในระดบั มาก

13

บทท่ี 5
สรุปผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ

สรปุ ผลการดำเนินงาน
จากการทำโคมไฟจากลังกระดาษ ได้ผลงานนกั เรียนเปน็ ไปตามวัตถปุ ระสงค์ ดงั น้ี
1 เพือ่ สรา้ งโคมไฟจากลงั กระดาษรปู เรขาคณิตจากการใช้แกนสมมาตร
2 เพอ่ื ศกึ ษาความพึงพอใจในการใช้โคมไฟจากลงั กระดาษ
ผลจากสมมุติฐาน
ผลการประเมินคณุ ภาพของโคมไฟจากลงั กระดาษ โดยใชแ้ บบสอบถามความคดิ เห็นของครพู บว่า โคม

ไฟจากลังกระดาษ ระดับความเห็นที่ 5 มีระดับความเห็นคดิ เป็นร้อยละ 63 และระดับความเห็นที่ 4 มีระดบั
ความคดิ เห็นคิดเปน็ รอ้ ยละ 37 และพบข้อเสนอแนะใหต้ กแตง่ ภายนอกกล่องให้มีสสี นั สดใสข้นึ

ผลการศึกษาความพึงพอใจในการทำโคมไฟจากลงั กระดาษ โดยใช้แบบสอบถามความคดิ เห็นของครู
และนักเรยี น พบว่า มคี ุณภาพในระดบั มากถึงมากทสี่ ุดทุกรายการ ระดบั ความเห็นที่ 5 มีความพึงพอใจคิดเป็น
รอ้ ยละ 62 และระดบั ความเห็นท่ี 4 มคี วามพงึ พอใจคดิ เป็นรอ้ ยละ 38 และพบขอ้ เสนอแนะคือ ให้ใช้เศษวัสดุ
เหลอื ใชอ้ นื่ ในการทำลงั โคมไฟใหห้ ลากหลาย

อภิปรายผล
การทำโคมไฟจากลังกระดาษ เม่ือนำไปให้ครูและนกั เรยี นประเมนิ คุณภาพและความพงึ พอใจ พบว่ามี
คุณภาพในระดับมาก โดยการวิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุ พบว่า โรงเรียนและชุมชนมีลังกระดาษเป็น
จำนวนมาก ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์เท่าที่ควร โครงงานโคมไฟจากลังกระดาษนี้น่าจะเป็นการลดปัญหา
ขยะ ปลูกฝังจิตสำนึกให้นักเรียนได้รู้คณุ ค่าของขยะ ฝึกความประหยัด การทำงานแบบมีส่วนร่วม การใช้
เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เน้นการปฏิบัติจริง ทั้งยังบูรณาการความรู้ในวิชาคณิตศาสตร์สร้างความ
ตระหนักในการดำรงชีวติ อยู่อยา่ งพอเพียงตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ไดแ้ ก่ ความพอประมาณ
ความมเี หตุผล การมภี มู คิ ้มุ กนั ในตวั ท่ีดี ยงั บูรณาการรว่ มกบั วิชาศิลปะ ในการออกแบบลวดลาย การลงสี
วิชาการงานคือการประดิษฐ์โคมไฟ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมี
ความสุขอกี ด้วย
ขอ้ เสนอแนะ
1. ควรมกี ารนำเศษวสั ดุเหลือใช้อนื่ มาทำเปน็ โคมไฟให้หลากหลาย
2. ควรมกี ารเพ่ิมลวดลายรูปแกนสมมาตรให้ดูมมี ติ ิขน้ึ

14

บรรณานกุ รม

นายอนุศกั ด์ิ วงศม์ สู า และคณะ. (2561). โครงงานคณิตกบั เศรษฐกิจพอเพียง เรื่องเปล่ียนขยะไรค้ า่ มาเปน็ สอื่
คณติ คิดสนกุ . (ออนไลน)์ . แหล่งทีม่ า : https://online.anyflip.com/wzcuv/ryhl/mobile/

โรงเรยี นเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รชั ดา. (2565). แหล่งเรียนรเู้ ศรษฐกิจพอเพียง. (ออนไลน)์ . แหล่งทีม่ า :
http://www.tupr.ac.th/sufficency1.php

สว่ นอำนวยการสำนกั สง่ เสริมการปลูกป่ากรมปา่ ไม.้ (2017). ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง. (ออนไลน์).
แหล่งทม่ี า : https://www.forest.go.th/reforest-admin

อรุณ ไชยวรรณ์.(2561). สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน. (ออนไลน์). แหล่งท่ีมา :

https://sites.google.com/a/kanlayanee.ac.th/smrrthna-sakhay-khxng-phu-reiyn/home

Ricky Naibann. (2016). 31 ไอเดียโคมไฟ รปู ทรงเรขาคณติ สรา้ งลูกเลน่ เพ่มิ แกภ่ ายในหอ้ งน่งั เลน่ แบบมนิ มิ อล.
(ออนไลน)์ . แหลง่ ทม่ี า : https://www.naibann.com/31-eometric-light-designs/

sanomaru. (2563). แกนสมมาตรของรปู เรขาคณติ . (ออนไลน์). แหล่งท่มี า :

https://www.trueplookpanya.com/blog/content/80078/-blo-scimat-sci-

ภาคผนวก

วสั ดอุ ปุ กรณ์
1. ลังกระดาษ

2. กระดาษว่าว

3. กระดาษแข็งสีขาว
4. หลอดไฟและสายไฟ

5. สีน้ำและพู่กนั

6. กรรไกร กาวสองหน้า คตั เตอร์

7. ปนื กาว

8. กระดาษลอกลาย
วิธีทำ
1. สร้างด้านแต่ละดา้ นของโคมไฟ โดยวดั ลังกระดาษ และตดั เปน็ รูปตามขนาดที่ตอ้ งการ

2. วัดกระดาษแขง็ สขี าวและตัดตามขนาดทีต่ อ้ งการตามขนาดของลังกระดาษ

3. นำแบบรูปแกนสมมาตรที่วาดลงบนกระดาษลอกลาย คัดลอกลายลงบนลังกระดาษสีขาวแต่ละ
ด้าน และกรดี เป็นชอ่ งตามท่รี า่ งไว้

4. ประกอบแต่ละด้านใหเ้ ป็นกล่อง และนำกระดาษวา่ วมาตดิ แต่ละด้านขา้ งในของลงั กระดาษ

5. เจาะกระดาษแขง็ ด้านบนเพอ่ื นำหลอดไฟใส่เข้าไปดา้ นใน

6. ตกแต่งระบายสใี ห้สวยงาม

แบบประเมินคณุ ภาพโคมไฟจากลงั กระดาษ
โรงเรยี นฉวาง

คำช้แี จง โปรดเติมเครือ่ งหมาย ✓ และกรอกข้อความให้สมบรู ณ์

ส่วนท่ี 1 ขอ้ มูลทว่ั ไป

1. เพศ  ชาย  หญงิ

2. ตำแหนง่  ครู  นักเรียน

สว่ นท่ี 2 การประเมินคุณภาพโคมไฟจากลงั กระดาษ

ระดับ 5 = มากท่ีสดุ หรอื ดีมาก 4 = มากหรอื ดี 3 = ปานกลางหรือพอใช้

2 = นอ้ ยหรอื ตำ่ กว่ามาตรฐาน 1 = นอ้ ยทสี่ ุดหรอื ตอ้ งปรับปรุงแก้ไข

ระดบั ความคดิ เหน็
ที่ รายการ 5 4 3 2 1

มากท่สี ดุ มาก ปานกลาง น้อย นอ้ ยทส่ี ดุ

1 สอดคลอ้ งกบั สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
2 สอดคล้องกับหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
3 ความแขง็ แรงของโคมไฟจากลังกระดาษ

4 ความสวยงามโคมไฟจากลังกระดาษ
5 มปี ระโยชน์ในการนำไปใช้

รวม

ส่วนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะ

……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..

……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..

แบบประเมินความพึงพอใจในการใช้โคมไฟจากลงั กระดาษ
โรงเรยี นฉวาง

คำช้แี จง โปรดเติมเครื่องหมาย ✓ และกรอกขอ้ ความให้สมบรู ณ์

ส่วนที่ 1 ขอ้ มลู ท่ัวไป

1. เพศ  ชาย  หญิง

2. ตำแหน่ง  ครู  นักเรยี น

สว่ นที่ 2 การประเมินความพงึ พอใจในการใช้โคมไฟจากลงั กระดาษ

ระดับ 5 = มากท่สี ดุ หรือดมี าก 4 = มากหรือดี 3 = ปานกลางหรือพอใช้

2 = นอ้ ยหรือตำ่ กวา่ มาตรฐาน 1 = น้อยทสี่ ดุ หรอื ตอ้ งปรับปรงุ แกไ้ ข

ระดับความคดิ เห็น

ท่ี รายการ 54 3 2 1

มากท่ีสดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทส่ี ดุ

1 ความน่าสนใจ/ความสวยงาม
2 รูปทรงหลากหลาย
3 เป็นประโยชนต์ ่อสงิ่ แวดลอ้ ม

4 ส่งเสริมการใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชน์
5 มีความพอเพียงและประหยัด
6 ส่งเสรมิ ความคิดสร้างสรรค์
7 ส่งเสรมิ การแกป้ ัญหา
8 ช่วยลดขยะในโรงเรียนและชุมชน

รวม

สว่ นท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………..


Click to View FlipBook Version