PAGE \* MERGEFORMAT 2
๑ คำนำ แบบรายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) “นวัติวิถี ครูสอนดี สพป.ระนอง” ครั้งที่ 3 ประจำปี 2566 ด้านการบริหารจัดการศึกษา เป็นการนำเสนอผลดำเนินงาน ด้วยนวัตกรรม เรื่อง ATM CLASS Model นวัตกรรมการบริหารการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรม ศึกษา เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาระนอง จัดทำขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ซึ่งได้บอก ถึงความเป็นมาและความสำคัญ วัตถุประสงค์และ เป้าหมายของการดำเนินงาน หลักการและแนวคิด ที่มีการนำ “ATM CLASS Model” มาเป็น กระบวนการในการบริหารงานคุณภาพ ขั้นตอนการ ดำเนินงาน ผลสำเร็จของการดำเนินงาน แนวทางการนำนวัตกรรมไปใช้ และแนวทางการพัฒนาต่อ ยอด และการเผยแพร่นวัตกรรม นวัตกรรม“ATM CLASS Model”เป็นนวัตกรรมการบริหารจัดประสบการณ์เรียนรู้ของเด็ก ปฐมวัยตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา ที่สามารถนำมาใช้พัฒนาการจัดประสบการณ์เรียนรู้ เพื่อ ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยในบริบทพหุวัฒนธรรมมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปัญญาอย่างสมดุล ที่สอดคล้องกับบริบท ความพร้อม ความต้องการของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้าน เขานางหงส์ ในสังคมพหุวัฒนธรรม นวัตกรรมการบริหารตามแนวคิดพหุวัฒนธรรม “ATM CLASS Model” ได้มีการพัฒนาต่อยอดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องจนได้รับการยอมรับ นางสุพรรษา กรอกสำโรง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขานางหงส์
๒ สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ 1 สารบัญ 2 ความสำคัญของนวัตกรรม 3 วัตถุประสงค์ 6 ขั้นตอนการดำเนินงาน 7 ผลสำเร็จของการดำเนินงาน 9 แนวทางการนำนวัตกรรมไปใช้ 13 การเผยแพร่นวัตกรรม/การยกย่องชมเชย 18 ภาคผนวก 20
๓ แบบรายงานผลงาน “นวัติวิถี ครูสอนดี สพป.ระนอง” รูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อ แก้ปัญหาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของผู้เรียน (Learning Loss) ที่ประสบผลสำเร็จเป็น แบบอย่างได้ ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง ข้อมูลสถานศึกษา โรงเรียน บ้านเขานางหงส์ ที่ตั้ง 123/1 หมู่ที่ 5 บ้านเขานางหงส์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัด ระนอง รหัสไปรษณีย์ 85000 ผู้บริหารสถานศึกษา นางสุพรรษา กรอกสำโรง ผู้รับผิดชอบ .นางสุพรรษา กรอกสำโรง เบอร์โทรศัพท์081-6765272 รายละเอียดผลงาน ชื่อผลงาน ATM CLASS Model นวัตกรรมการบริหารตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา เพื่อส่งเสริม พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ประเภทผลงาน สถานศึกษาขนาดเล็ก สถานศึกษาขนาดกลาง สถานศึกษาขนาดใหญ่ ความสำคัญของนวัตกรรม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545) และฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2553) มาตรา 14 (1) กำหนดให้การจัดการศึกษาปฐมวัยจัดในสถาน พัฒนาเด็ก ปฐมวัย ได้แก่ ศูนย์เด็กเล็กศูนย์ พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ของสถาบัน ศาสนา ศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มของเด็กพิการและเด็กซึ่งมีความต้องการพิเศษหรือสถาน พัฒนาเด็กปฐมวัย ที่เรียกชื่ออย่างอื่น และมาตรา 13 (1) ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง มีสิทธิได้รับ สิทธิประโยชน์ในการสนับสนุนจากรัฐ ให้มีความรู้ ความสามารถในการอบรมเลี้ยงดู และการให้ การศึกษาแก่บุตร หรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแล หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560 กล่าวไว้ว่า เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการอบรม เลี้ยงดูและการส่งเสริมพัฒนาการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กตลอดจนได้รับการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้ อย่างเหมาะสมด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็กกับผู้สอนเด็กกับผู้เลี้ยงดูหรือ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดู การพัฒนา และให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัย เพื่อให้เด็กมีโอกาส พัฒนาตนเองตามลำดับขั้น ของพัฒนาการทุกด้านอย่างเป็นองค์รวมมีคุณภาพ และเต็มตามศักยภาพ โดยกำหนด หลักการ ดังนี้1.ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกคน 2.ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึง ความแตกต่างระหว่าง
๔ บุคคลและวิถีชีวิตของเด็กตามบริบทของ ชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย 3.ยึดพัฒนาการและการ พัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นอย่างมีความหมาย และ มีกิจกรรมที่หลากหลายได้ลงมือกระทำใน สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้เหมาะสมกับวัยและ มีการพักผ่อนเพียงพอ 4.จัดประสบการณ์การ เรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิตและสามารถปฏิบัติตนตามหลัก ปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นคนดีมี วินัยและมีความสุข 5.สร้างความรู้ ความเข้าใจ และประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่าง สถานศึกษากับพ่อแม่ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย เนื่องจากตามแนวคิดจิตวิทยาสังคมนั้น เด็กอายุ 3-5 ขวบ อยู่ในช่วงเริ่มต้นพัฒนาความ เข้าใจเกี่ยวกับตัวเอง (Self) และความแตกต่างระหว่างตัวเองกับผู้อื่น (Self from Others) เด็กเริ่มน าประสบการณ์จากโลกรอบตัวและในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น มาปลูกฝังและพัฒนาอัตมโนทัศน์ตน (Self Concept) ทั้งเชิงมองตนเองอย่างมีคุณค่าและด้อยค่าและมองคนอื่นที่เหมือนต่างด้อยค่าและมี คุณค่าต่างจากตน เด็กเริ่มอ่านสัญลักษณ์ที่สังคมมอบความหมายให้อย่างเข้าใจ รวมทั้งเริ่มสวม บทบาท (Role Taking) ตนเองในตำแหน่งและความหมายต่าง ๆ (Keenan, 2002) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นพื้นฐานสำคัญ ในการพัฒนาอัตลักษณ์ที่ทับซ้อน (Hybrid Identities) และตระเตรียมความ พร้อมเพื่อการเป็นพลเมืองโลก(Global Citizen)ต่อไป ที่กล่าวคือเป็นพลเมืองที่เข้าอกเข้าใจตนเอง และผู้อื่นแบบให้ความเคารพ จัดสร้างความสัมพันธ์แบบยืดหยุ่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นทุนทรัพยากรมนุษย์ (Cultural/Human Capital) ที่มีคุณภาพยุคศตวรรษที่ 21 ดังจะเห็นได้จากนโยบายและวิสัยทัศน์ ของบุคคล องค์กรนานาชาติและรัฐบาลไทย ต่อการส่งเสริมการศึกษาปฐมวัย (เช่น จากนัก เศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล James Heckman (2006); กรอบแนวคิด 5 STEP ข อง World Bank (2012) ; การก่อตั้ง Pacific Early Childhood Education Research Association-PECERA และ Early Childhood Education Study-ECES; และร่างนโยบาย และแผนยุทธศาสตร์ด้านเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2560-2564 ของประเทศไทย) ถัดมาในช่วงระยะการปฏิรูปการศึกษาของ รัฐบาลปัจจุบัน การศึกษาระดับปฐมวัยได้รับความสำคัญมากขึ้น ระดับนโยบายการศึกษานั้น นอกจากให้การศึกษา ระดับอนุบาลเป็นส่วนต้นของการศึกษาแบบให้เปล่าแล้ว ยังมีการตราหลักสูตรปฐมวัย ปี พ.ศ. 2560 ขึ้นใหม่ ที่เน้นให้สถานศึกษามีบทบาทคู่ขนาน คือ การจัดการเรียนรู้และการเลี้ยงดูอนุบาลเด็ก (Caring) ก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยเน้นให้การศึกษาปฐมวัยเป็นไปเพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง ทว่าตาม พระราชบัญญัติฉบับใหม่ การจัดการเรียนรู้ระดับปฐมวัยเน้นสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กด้วย มีการนำแนวคิดทางปรัชญา Contructivism สู่โลกของห้องเรียนอนุบาลภายใต้คำจัดประสบการณ์ที่ ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ทิศนา แขมมณี(2554)อธิบายว่ามุมหนึ่งของแนวคิด Contructivism ที่เป็น บ่อเกิดของมโนทัศน์“ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” นั้น พัฒนามาจากความเชื่อเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างการ ทำงานด้านจิตวิทยากับการเรียนรู้ของเด็ก โดยชี้ว่าการพัฒนาจิตและปัญญาของผู้เรียนนั้นเกิดจาก ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับปัจจัยทางภาษาและสังคมวิทยา ซึ่งหมายถึงระบบโครงสร้างสังคมที่ แวดล้อมเด็ก เด็กจึงสร้างความรู้เพื่อรู้จักตน ผู้อื่น และสิ่งรอบตัวได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับปฏิสัมพันธ์ที่ เอื้อต่อเด็ก อาทิ จากการเลียนแบบเพื่อน ผู้ใหญ่ และบุคคลใกล้ชิด ผ่านการเรียนรู้ทางภาษา ที่เด็ก
๕ เรียนรู้จากการฟังซ้ำ ๆ ทว่าการฟังภาษาและการสื่อสารมิได้มีความหมายเฉพาะการเรียนรู้เสียง แต่ จะส่งผลต่อการเกิดการจำหมายหรือสร้างมโนทัศน์ต่อสิ่งต่าง ๆ ผ่านภาษาที่เด็กได้เรียน ภาษาจึงเป็น หน้าต่างนำเด็กสู่โลกของตัวเองและโลกกว้างรอบตัว ที่สำคัญกลไกทางจิตวิทยาในการสร้างความรู้นั้น เด็กสร้างความรู้จากต้นทุนเดิมไปสู่การนำต้นทุนใหม่ ที่เด็กได้ปะทะสังสรรค์ มีการผสมผสานกัน ระหว่างเก่า และใหม่อยู่ตลอดเวลา เมื่อเชื่อมโยงตัวปรัชญา Contructivism กับสาระที่ปรากฏใน พระราชบัญญัติการศึกษา ปฐมวัยปี พ.ศ. 2560 ชี้ให้เห็นว่า แม้รัฐไทยมิได้สร้างคำพหุวัฒนธรรม และการศึกษาพหุวัฒนธรรมโดยชัดแจ้ง ในพระราชบัญญัติ แต่การนำเข้ามโนทัศน์ผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง กำหนดใช้กิจกรรมเป็นฐานในการจัดประสบการณ์ผู้เรียน ซึ่งเน้นด้านสิทธิเข้าถึงการศึกษา ถ้วนหน้า เน้นพัฒนาเด็กบนพื้นฐานความแตกต่างเฉพาะบุคคล ให้ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องตัวตน ผู้อื่นและ ชุมชนผ่านการเล่น รวมทั้งนำชุมชนเข้าร่วมจัดการศึกษา ชี้ว่าเด็กมีโอกาสพัฒนาเรียนรู้ตนเองและ ผู้อื่น ซึ่งลักษณะทางสังคมวิทยาของผู้เรียนนั้นมีความหลากหลายอย่างมาก รวมทั้งเด็กมีโอกาสสร้าง ความรู้บนฐานชุมชนที่หลากหลายเช่นกัน ดังนั้นถ้าสถานศึกษา ครู และหลักสูตรนำแนวคิดพหุ วัฒนธรรมศึกษามาบูรณาการย่อมส่งเสริมการพัฒนาเด็กทั้งด้านจิตวิทยา การสร้างความรู้และการ หมายรู้ ที่นำเด็กไปสู่การเห็นคุณค่าในตัวเอง ผู้อื่นบนพื้นฐานความเป็นมนุษย์ มีความเท่าเทียมแม้ แตกต่างมีต้นทุนการอยู่ร่วมกับผู้อื่นแบบอดทนอดกลั้น นับถือเคารพในความเหมือนและความต่างบน ฐานการแยกแยะ ทางสังคมวิทยา อาทิ การจำแนกผู้คนตามชนชั้น ศาสนา สีผิว ชาติพันธุ์ เพศภาพ และอื่น ๆ ซึ่งงานวิจัยที่ผ่าน มานั้นชี้ให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้แม้มีความสำคัญยิ่ง ทว่าการจัดการศึกษาใน สังคมไทย รวมทั้งระดับปฐมวัยยังละเลย เป็นอย่างมาก สถานศึกษาเองกำลังเผชิญกับความคาดหวัง เรื่องการเรียนในการอยู่ร่วมกันแบบใหม่ เนื่องจากสังคมไทยอยู่ในห้วงของการเปลี่ยนแปลง ที่ต้อง ปะทะประสานกับคนวัฒนธรรมและความคิดเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ และความเป็นชาติแบบใหม่ ที่ สำคัญการศึกษาข้างต้นได้รับการเน้นย้ำ ผ่านนโยบายอื่น ๆ เช่น นโยบายการศึกษาพื้นที่ชายแดนและ เขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ที่รัฐไทยเห็นประเด็นปัญหาในการสร้างสังคมที่ขาดมุมมองพหุวัฒนธรรมและ ความหลากหลายในพื้นที่ จึงสร้างยุทธศาสตร์การศึกษาชายแดนที่ให้สถานศึกษา และหลักสูตรต้อง เน้นย้ำนำพาผู้เรียนอยู่ร่วมกับผู้คนต่างภาษาและวัฒนธรรมอย่างเข้าอกเข้าใจและเป็นสุข โรงเรียนบ้านเขานางหงส์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง เป็น โรงเรียนที่เปิดโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนที่มีความแตกต่างทางด้านชาติพันธุ์ ภาษา ศาสนา ขนบประเพณีและวิถีชีวิต เปิดการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับปฐมวัย(อนุบาล 2 - อนุบาล 3) จนถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่ของโรงเรียนบ้านเขานางหงส์เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เชื้อ สายเมียนมาร์ ที่ผู้ปกครองไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา บวกกับครอบครัวมีความยากลำบาก อาชีพผู้ปกครองส่วนใหญ่คือประกอบอาชีพรับจ้าง นักเรียนระดับปฐมวัยสามารถเข้ารับการศึกษาได้ ได้ตามกฎหมาย โรงเรียนบ้านเขานางหงส์มีการบริหารจัดการสถานศึกษาอย่างอิสระ ถึงแม้ว่าการจัด ประสบการณ์เรียนรู้ของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก เพราะ นอกจากครูผู้จัดประสบการณ์จะต้องจัดประสบการณ์สอนให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน เพื่อให้เด็ก
๖ พัฒนาครบทุกด้าน ทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างสมดุล ซึ่งการจัดประสบการณ์ เรียนยรู้ต้องสอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ตามความต้องการของชุมชนและเป็นไปตามนโยบาย การศึกษาชาติแล้ว ยังต้องเร่งกระจายโอกาสทางการศึกษาให้เกิดความเท่าเทียมและอย่างหลากหลาย เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีประสบการณ์เรียนรู้ที่จำเป็น เพื่อพัฒนาคุณภาพของเด็กปฐมวัยของโรงเรียนบ้าน เขานางหงส์ให้ขับเคลื่อนอย่างต้อเนองในปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านเขานางหงส์จึงได้ศึกษา ค้นคว้า สังเคราะห์ พัฒนารูปแบบการบริหารการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรม ศึกษา เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ให้เป็นไปตาม คุณภาพเป้าหมายการศึกษาที่กำหนดไว้อย่างเต็มศักยภาพ จนได้นวัตกรรม ATM CLASS Model นวัตกรรมการบริหารจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา เพื่อส่งเสริม พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ วัตถุประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน 1.วัตถุประสงค์ 1.1 เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ตามแนวคิด พหุวัฒนธรรมศึกษา โดยใช้นวัตกรรม ATM CLASS Model 1.2 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของเด็กปฐมวัยครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ต่อการบริหารการจัดประสบการณ์เรียนรู้ด้วยนวัตกรรม ATM CLASS Model ในการส่งเสริม พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ 1.3 เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดประสบการณ์เรียนรู้ด้วยนวัตกรรม ATM CLASS Model ในการส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ 2.เป้าหมายของการดำเนินงาน 2.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ (1) เด็กปฐมวัยร้อยละ 80 มีการพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน (2) เด็กปฐมวัย ครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ร้อยละ 80 มีความ พึงพอใจต่อการบริหารจัดประสบการณ์เรียนรู้ด้วยนวัตกรรม ATM CLASS Model ในการส่งเสริม พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ (3) ครูร้อยละ 80 มีการพัฒนาสมรรถนะการจัดประสบการณ์เรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ในบริบทพหุวัฒนธรรม 2.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ (1) เด็กปฐมวัยมีการพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปัญญาอยู่ในระดับมากขึ้นไป (2) เด็กปฐมวัยมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตร ปฐมวัยในบริบทพหุวัฒนธรรมอยู่ในระดับมากขึ้นไป
๗ (3) ครูมีการพัฒนาสมรรถนะการจัดประสบการณ์เรียนรู้ของเด็กปฐมวัยในบริบทพหุ วัฒนธรรมอยู่ในระดับมากขึ้นไป (4) นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีมีความพึงพอใจ ในการบริหารสถานศึกษาระดับปฐมวัยในบริบทพหุวัฒนธรรมด้วยรูปแบบ ATM CLASS โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากขึ้นไป (5) ประสิทธิภาพการบริหารสถานศึกษาระดับปฐมวัยในบริบทพหุวัฒนธรรม ด้วย รูปแบบ ATM CLASS มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากขึ้นไป ขั้นตอนการดำเนินงาน ๑. ค้นหานวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ การพัฒนานวัตกรรม ATM CLASS Model เพื่อพัฒนาการจัดประสบการณ์เรียนรู้ของเด็กปฐมวัย โรงเรียนบ้านเขานางหงส์แต่ละขั้นตอนจะมีผลลัพธ์นำไปสู่ขั้นตอนต่อไป ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ ขั้นตอนที่ ๑. การวางแผน (Plan) มีขั้นตอน ดังนี้ ๑.๑ ผู้บริหาร ครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา ตลอดจนชุมชนและ หน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมประชุมชี้แจงผลการประเมินจากรายงานการประเมินคุณภาพ ภายใน(SAR)ระดับปฐมวัย และผลการประเมินจากรายงานการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ. 2559 -2564) ด้วยการระดมสมอง วิเคราะห์ปญหาของเด็กปฐมวัยที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษา ศาสนา ขนบประเพณีและวิถีชีวิตที่เข้ามาเรียนร่วมกัน รับทราบเป้าหมายวิสัยทัศน์ของโรงเรียน เพื่อหาแนวทางพัฒนานวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาร่วมกัน ชี้แจงทำความเข้าใจกับ บุคลากรทุกคนในโรงเรียน ๑.๒ กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนา ออกแบบกิจกรรมเพื่อนำไปทำแผนดำเนินการ และศึกษาสภาพปัจจุบันการดำเนินงานของโรงเรียน งบประมาณ บุคลากรที่รับผิดชอบ กำหนด วัตถุประสงค์ในการพัฒนานวัตกรรม ได้ดังนี้ (1) เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา โดยใช้นวัตกรรม ATM CLASS Model (2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของเด็กปฐมวัย ครู บุคลากรทางการศึกษาและผู้มี ส่วนเกี่ยวข้อง ต่อการบริหารการจัดประสบการณ์เรียนรู้ด้วยนวัตกรรม ATM CLASS Model ในการ ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ (3) เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดประสบการณ์เรียนรู้ด้วยนวัตกรรม ATM CLASS Model ในการส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ขั้นตอนที่ 2 ปฏิบัติการดำเนินงาน D (Do) 2.1. ศึกษาบริบท สภาพปัจจุบัน สภาพปัญหา และสภาพที่พึงประสงค์ ปัจจัยเอื้อ ในการบริหารจัดการตามแนวคิดพหุวัตนธรรมศึกษา
๘ ภาพประกอบที่ 1 แสดงองค์ประกอบรูปแบบนวัตกรรม “ATM CLASS Model” 2.2 ศึกษาเอกสารแนวคิด ทฤษฎี และความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการบริหารจัดการ ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา กำหนดกรอบแนวคิดสำหรับนำไปใช้สังเคราะห์นวัตกรรม 2.3 นำความรู้ไปประยุกต์สร้างรูปแบบการบริหารประสบการณ์เรียนรู้ระดับปฐมวัยตาม แนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา 2.4 ได้รูปแบบการบริหารประสบการณ์เรียนรู้ระดับปฐมวัยตามแนวคิดพหุวัฒนธรรม ศึกษา ขั้นตอนที่ 3 ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผล C (Check) 3.1 นำรูปแบบการบริหารประสบการณ์เรียนรู้ระดับปฐมวัยตามแนวคิดพหุวัฒนธรรม ศึกษาไปออกแบบสร้างต้นแบบนวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษา 3.2 นำนวัตกรรมต้นแบบ นวัตกรรมการจัดประสบการณ์เรียนรู้ระดับปฐมวัยตาม แนวคิดพหุวัฒนธรรมพร้อมคู่มือการใช้นวัตกรรม ไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน พิจารณาตรวจสอบ ยืนยันแสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ขั้นตอนที่ 4 ค้นหาแนวปฏิบัติที่ดี A (Act) 4.1 นำต้นแบบนวัตกรรมรูปแบบการบริหารจัดประสบการณ์เรียนรู้ระดับปฐมวัย ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา พร้อมคู่มือการใช้นวัตกรรมต้นแบบ ที่ผ่านการพิจารณาตรวจสอบ ยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน ไปปรับปรุงพัฒนาตามข้อเสนอแนะ ได้“รูปแบบการบริหารจัด ประสบการณ์เรียนรู้ระดับปฐมวัยตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา (ATM CLASS Model) ดัง ภาพประกอบที่ 1
๙ สรุปขั้นตอนการพัฒนานวัตกรรม ผลสำเร็จของการดำเนินงาน ผลที่เกิดขึ้นกับเด็กปฐมวัย ร้อยละของเด็กปฐมวัยที่มีผลการประเมินพัฒนาการมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์แต่ละ ด้านในระดับ ๓ ขึ้นไป ตามเกณฑ์ประเมินของโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ปีการศึกษา 2565 ระดับชั้น ผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้าน ครบทั้ง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญา 4 ด้าน อ.2 21 80.77 23 76.67 23 76.67 20 76.92 83.65 อ.3 25 83.33 26 86.67 25 83.33 23 76.67 82.50 ร้อยละ 82.14 87.50 85.71 76.79 83.03 รวม 46 49 48 43 83.03 ภาพประกอบที่ 2 แสดงการสรุปขั้นตอนการดำเนินการพัฒนาวิธีการปฏิบัติที่ดี “ATM CLASS Model” สู่สถานศึกษาบริบทพหุวัฒนธรรม
๑๐ ร้อยละของผลการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่อยู่ในระดับ ดี ขึ้นไป ชั้นอนุบาล 2 - 3 ปีการศึกษา 2565 ส่งผลให้เด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ได้รับการยกย่องชมเชย ชื่นชมในระดับต่างๆ ตลอดจนได้รับรางวัล ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ผลที่เกิดขึ้นกับครู ครูมีสมรรถนะและมีประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้เพี่มมากขึ้น สามารถแจกแจง รายละเอียดได้ดังนี้ 1. ด้านการเรียนการสอน เป็นนักบูรณาการ การจัดการเรียนรู้ มีทักษะในการสื่อสารกับ นักเรียน มีความเข้าใจพื้นฐานในภาษาของการสื่อสารของนักเรียนเป็นหลัก ครูเอาใจใส่การสอนดี ยิ่งขึ้น จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เอื้อให้นักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติเพื่อพัฒนาโรงเรียน 2. ด้านศีลธรรมที่ดีงาม มีจรรยาบรรณความเป็นครู เป็นแบบอย่างที่ดี เข้าใจใน ลักษณะเฉพาะของกลุ่มชน มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ส่ง งานตามกำหนดเวลา รับประทานอาหารไม่เหลือ ใช้สิ่งของอย่างคุ้มค่า และใช้น้ำและไฟฟ้าอย่าง ประหยัดและคุ้มค่า แต่งกายตามระเบียบและข้อตกลงของหน่วยงาน ไม่นำทรัพย์สินของทางราชการ ไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน ช่วยเหลืองานโรงเรียนและชุมชนด้วยความเต็มใจ ส่งผลให้ครูโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ได้รับการยกย่องชมเชย ชื่นชมในระดับต่างๆ ตลอดจน ได้รับรางวัล ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังผลงานที่ปรากฏเชิงประจักษ์ 80.77 83.33 76.67 86.67 76.67 83.33 76.92 76.67 0.00 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00 70.00 80.00 90.00 100.00 อนุบาล 2 อนุบาล 3 ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์และจิตใจ ด้านlสังคม ด้านสติปัญญา
๑๑ ผลที่เกิดขึ้นกับผู้บริหารสถานศึกษา คุณลักษณะและภาวะผู้นำเชิงพหุวัฒนธรรมของผู้บริหารสถานศึกษามีการพัฒนาเพิ่มสูงขึ้น สามารถแจกแจงรายละเอียดได้ดังนี้ 1.คุณลักษณะของผู้บริหารเชิงพหุวัฒนธรรม พบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขานางหงส์มี ความสามารถในการปรับตัวในการบริหารในสถานการณ์ต่างๆ การเป็นผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์และมี ทักษะด้านมโนทัศน์ การมีความสัมพันธ์กับชุมชน ซึ่งต้องมีการแสดงออกถึงความสัมพันธ์อันดีกับ ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้คนที่มาจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน สามารถประยุกต์แนวทางจัดการกับปัญหาที่ เกิดขึ้นจากความหลากหลายทางวัฒนธรรม ลดช่องว่างทางสังคมและวัฒนธรรมระหว่างครูกับนักเรียนให้ สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมที่มีความแตกต่างได้อย่างมีความสุขเกิดการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น 2. ภาวะผู้นำเชิงพหุวัฒนธรรม ของผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ได้แสดงออกทาง พฤติกรรม ดังเช่น การกล้าแสดงออกถึงความตระหนักและการตัดสินใจในการสร้างวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มีเป้าหมายในการจัดการศึกษาที่ชัดเจน เป็นผู้ส่งเสริมให้เกิดการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เสริมสร้างความเท่าเทียมกันทางสังคม รวมถึงการจัดการศึกษาในเชิงบูรณาการกับวิถีชีวิตและอาชีพ ของคนในพื้นที่ ให้เกิดความสอดคล้องกับความแตกต่างทางพหุวัฒนธรรม ส่งผลให้ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ได้รับการยกย่องชมเชย ชื่นชมในระดับต่างๆ ตลอดจนได้รับรางวัล ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังผลงานที่ปรากฏเชิงประจักษ์ ผลที่เกิดขึ้นกับโรงเรียน โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมที่สะอาดเป็นระเบียบ ร่มรื่น สวยงาม เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่มี แหล่งเรียนรู้ที่มีความหลากหลายเพียงพอกับจำนวนนักเรียน มีการพัฒนาอาคารสถานที่และ สิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้เชิงพหุวัฒนธรรม เพื่อปลูกฝังให้นักเรียนเกิดจิตสำนึกที่ ดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และยอมรับการสนับสนุนงานวิชาการจากชุมชน ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตนเรื่องการรับส่งนักเรียน โดยจอดรถรับส่งนักเรียนบริเวณ หน้าโรงเรียน แทนการเข้ามาส่งภายในโรงเรียน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและความเป็น ระเบียบของโรงเรียน ผู้ปกครองยึดแนวปฏิบัติตามพฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวกที่ได้ร่วมกำหนดขึ้น ทำให้ เกิดเป็นการฝึกปฏิบัติทั้งครอบครัว ส่งผลให้ครอบครัวนักเรียนมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ลดลง เช่น พูดหยาบคายน้อยลง และให้พฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวกเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อชุมชน โดย ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของโรงเรียนมากขึ้น และคนในชุมชนชื่นชมนักเรียนและ โรงเรียนมากขึ้น ให้การยอมรับในการดำเนินกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน และพร้อมให้ความร่วมมือใน การดำเนินงานต่างๆ ของโรงเรียน มีการประสานงานและมีส่วนร่วมกับชุมชนในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดปีการศึกษา ตลอดจนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เช่น กิจกรรมวันสำคัญ ได้แก่ กิจกรรมวันเด็ก แห่งชาติ กิจกรรมวันแม่แห่งชาติ กิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา กิจกรรมส่งเสริมทักษะชีวิตและอาชีพ
๑๒ ตลอดจนกิจกรรมการพัฒนาอาคารสถานที่ภานในโรงเรียน เป็นต้น ทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีต่อกัน เกิดความรัก ความภาคภูมิใจในโรงเรียน การประสานความร่วมมือจึงดำเนินไปด้วยความราบรื่น ซึ่ง จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ได้รับการยกย่องชมเชย ชื่นชมใน ระดับต่างๆ ตลอดจนได้รับรางวัล ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังผลงานที่ปรากฏเชิง ประจักษ์ (ผ่านการประเมินได้รับตราพระราชทานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย ประจำปีการศึกษา 2565 จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานร่วมกับ มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และเครือข่ายโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย) โรงเรียนบ้านเขานางหงส์มีการจัดประสบการณ์เรียนรู้ระดับปฐมวัยตามแนวคิดพหุวัฒนธรรม ศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการปฏิบัติจริง มีการศึกษาวิธีการพัฒนานวัตกรรม ศึกษาองค์ความรู้ การจัดประสบการณ์เด็กเพื่อพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ของเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบ ดำเงินงาน การขับเคลื่อนนวัตกรรมโดยการสร้างการมีส่วนร่วมจากเครือข่ายผู้ปกครอง เครือข่ายโรงเรียน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยกันพัฒนาการจัดประสบการณ์เรียนรู้ ระดับปฐมวัย ส่งผลให้เด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์มีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างสมดุล ตามมาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย ครูและผู้บริหารมี คุณภาพเต็มศักยภาพ ครูมีการพัฒนาสมรรถนะการจัดประสบการณ์เรียนรู้ที่ดีขึ้น หลังจากการใช้ ATM CLASS Model นวัตกรรมการบริหารการจัดประสบการณ์เรียนรู้ระดับปฐมวัยตามแนวคิดพหุวัฒนธรรม ศึกษา มีปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ ดังนี้ ปัจจัยภายใน 1. ผู้บริหารเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงกล้าคิดกล้าทำ กล้าตัดสินใจ กล้าเปลี่ยนแปลง มีภาวะ ความเป็นผู้นํา มีคุณธรรมจริยธรรม ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี 2.ครูและบุคลากรทางการศึกษามีส่วนร่วมในการทำงาน สามารถนำความรู้ไปถ่ายทอด ร่วมกับ เนื้อหาวิชาในการจัดประสบการเรียนรู้ได้ร่วมคิด ร่วมทำงาน จนงานสำเร็จลุล่วงตาม วัตถุประสงค์และมีคุณภาพ ๓.เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้านที่มีคุณภาพ ทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างสมดุล 4. โรงเรียนมีการวางแผนใช้งบประมาณอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การมีเงินทุนหมุนเวียนจาก การระดมทรัพยากรจากเครือข่ายสถานศึกษา ทำให้สามารถดำเนินกิจกรรมและขยายการดำเนินการ ในบางกิจกรรมได้ตลอด เกิดความเชื่อมั่นที่จะดำเนินการได้ต่อไป 5.โรงเรียนมีการดำเนินงานอย่างมีขั้นตอน มีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และมีการนิเทศ ติดตามอย่างต่อเนื่องรายงานและการปรับปรุงแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ทำให้เกิด เป็นระบบการดำเนินการที่ ชัดเจน ส่งผลให้การดำเนินการมีความสำเร็จ บรรลุวัตถุประสงค์ ปัจจัยภายนอก 1.การมีส่วนร่วมของเครือข่ายผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งทรัพยากรด้านงบประมาณและวัสดุ สิ่งของ ส่งผลให้โรงเรียนสามารถดำเนินการขับเคลื่อน
๑๓ นวัตกรรม ATM CLASS Model ในการพัฒนาการจัดประสบการณ์เรียนรู้ระดับปฐมวัยตามแนวคิดพหุ วัฒนธรรมศึกษา ของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ได้อย่างต่อเนื่อง 2.เครือข่ายสถานศึกษา เปิดโอกาสให้โรงเรียนไปร่วมจัดนิทรรศการเป็นการประชาสัมพันธ์ ผลการดำเนินงานของโรงเรียน 3.หน่วยงานต้นสังกัด คือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระนอง เปิดโอกาสให้ โรงเรียนได้ไปจัดนิทรรศการนำเสนอผลงานและเผยแพร่ผลงานสม่ำเสมอ แนวทางการนำนวัตกรรมไปใช้ แนวทางการพัฒนาต่อยอด และแนวทางการพัฒนาเพิ่มเติมให้ ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น 1. แนวทางการนำนวัตกรรมไปใช้ (1.1)การขับเคลื่อนการพัฒนาโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ด้วย ATM CLASS Model โดยการ ประยุกต์ใช้ทฤษฎีเชิงระบบ (System Theory) และขับเคลื่อนกระบวนการ(Process)ด้วยวงจร ควบคุมคุณภาพ(PDCA) สู่งานบริหารการศึกษาทั้ง 4 ฝ่าย ดังภาพประกอบที่ 3 (1.2) ตรวจสอบ ปรับปรุงคุณภาพนวัตกรรม 2.1 นำหลักสูตรปฐมวัยของสถานศึกษาบริบทพหุวัฒนธรรม บูรณาการผ่านชั่วโมง การจัดประสบการณ์เด็กปฐมวัยที่เป็นสาระหลัก และจัดประสบการณ์เรียนรู้เพิ่มเติม ภายใต้ชื่อกิจกรรม “พัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ เสริมสร้างเจตคติสุจริต”เพื่อส่งเสริมพัฒนาการณ์ทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัย 2.2 ครูผู้จัดประสบการณ์เรียนรู้ระดับปฐมวัยศึกษาข้อมูลเด็กปฐมวัยรายบุคคล เพื่อ นำสถาพปัญหาไปออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ตามระดับความสามารถของนักเรียนในแต่ละระดับชั้น 2.3 ครูผู้จัดประสบการณ์เรียนรู้เชิงรุก(Active Learning) อิงบริบทพหุวัฒนธรรม สำหรับการจัดประสบการณ์เรียนรู้ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ของเด็กปฐมวัย 2.4 การขับเคลื่อน ATM CLASS Model นวัตกรรมการบริหารการจัด ประสบการณ์เรียนรู้ปฐมวัยตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา โดยดำเนินการขับเคลื่อนผ่าน กระบวนการดำเนินงานบริหารสถานศึกษาทั้ง 4 กลุ่มงานของโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ตาม แผนปฏิบัติการของโรงเรียนที่กำหนดไว้ เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ให้มีพัฒนาการ ทั้ง 4 ด้าน ทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ภาพประกอบที่ 3 แสดงการขับเคลื่อน นวัตกรรมการบริหารการจัดประสบการณ์ เรียนรู้ระดับปฐมวัย “ATM CLASS Model” สู่สถานศึกษาบริบทพหุวัฒนธรรม
๑๔ ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งทรัพยากร งบประมาณ วัสดุ สิ่งของ และทรัพยากร ตัวบุคคลผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน (1.3) วัดผล ประเมินผล เพื่อตรวจสอบคุณภาพการใช้นวัตกรรม 1) ผลการใช้ATM CLASS Model นวัตกรรมการบริหารจัดประสบการณ์เรียนรู้ เพื่อ ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา คุณภาพด้านความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของรูปแบบการพัฒนา พบว่าในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.64, S.D. = 0.24) สามารถแจกแจงข้อมูลเป็นรายด้านได้ดังนี้ (1) A = (Aim) การมีเป้าหมายร่วมกันของบุคคลในองค์กรบริบทพหุวัฒนธรรม อยู่ในระดับ มาก ( X = 4.44, S.D. = 0.24) (2) T = (Teacher characteristics) คุณลักษณะของครูในบริบทพหุวัฒนธรรม อยู่ในระดับ มาก( X = 4.47, S.D.= 0.12) (3) M = (Multicultural Enhancement) การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนในบริบทพหุ วัฒนธรรม อยู่ในระดับมาก( X = 4.46, S.D.= 0.45) (4) C = (Curriculum) หลักสูตรที่สอดคล้องในบริบทพหุวัฒนธรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.54, S.D.= 0.43) (5) L = (Leadership) ภาวะผู้นำของผู้บริหารในบริบทพหุวัฒนธรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.84, S.D.= 0.32) (6) A = (Administratorcharacteristics) คุณลักษณะของผู้บริหารในบริบทพหุวัฒนธรรม อยู่ในระดับมากที่สุด( X = 4.67, S.D.= 0.24) (7) S = (Synergy) ความสัมพันธ์กับชุมชนและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในองค์กรบริบท พหุวัฒนธรรม อยู่ในระดับมาก ( X = 4.47, S.D.= 0.32) (8) S = (Schoolnetwork) การสร้างเครือข่ายสถานศึกษาในองค์กรบริบทพหุวัฒนธรรม อยู่ในระดับมากที่สุด( X = 4.85, S.D.= 0.34) 2) ผลการตรวจสอบคุณภาพ ของคู่มือการใช้นวัตกรรม ในภาพรวมพบว่ามีความ เหมาะสมในระดับมากที่สุด ( X = 4.74, S.D. = 0.45) 3) ผลการประเมิน ATM CLASS Model นวัตกรรมการบริหารตามแนวคิดพหุวัฒนธรรม ศึกษา พบว่า (1) ผลการประเมินนวัตกรรม ATM CLASS ในภาพรวมมีความเหมาะสม เป็นไป ได้ เป็นประโยชน์ และมีความถูกต้องครอบคลุมสอดคล้องกับทฤษฎี หลักการ แนวคิด ตามกรอบการ พัฒนานวัตกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.87, S.D. = 0.47) (2) ผลการประเมินคู่มือการใช้นวัตกรรม ATM CLASS ในภาพรวม มีความ เหมาะสม เป็นไปได้ เป็นประโยชน์ และมีความถูกต้องครอบคลุมสอดคล้องกับทฤษฎี หลักการ แนวคิด ตามกรอบการพัฒนานวัตกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.78, S.D. = 0.41) 4. ผลที่เกิดตามวัตถุประสงค์หลักของการพัฒนานวัตกรรม (4.1) เด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ร้อยละ 87.23 มีการพัฒนา พัฒนาการ ทั้ง 4 ด้าน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด( X = 4.87, S.D. = 0.26)
๑๕ (4.2) เด็กปฐมวัยร้อยละ 87.12 มีการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นไป ตามเป้าหมายของหลักสูตรปฐมวัย โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด( X = 4.76, S.D. = 0.24) (4.3) ครูร้อยละ 91.11 มีการพัฒนาสมรรถนะการจัดประสบการณ์เรียนรู้ในบริบท พหุวัฒนธรรมโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด( X = 4.82, S.D. = 0.25) (4.4) เด็กปฐมวัย ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ร้อยละ 91.21 มีความพึงพอใจในการบริหารการจัดประสบการณ์ปฐมวัยของสถานศึกษาด้วยรูปแบบ ATM CLASS โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.77, S.D. = 0.14) (4.5) ประสิทธิภาพการบริหารการจัดประสบการณ์ปฐมวัยของสถานศึกษาด้วย รูปแบบ ATM CLASS ร้อยละ 84 มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.88, S.D. = 0.22) ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนการวัด ประเมินผล เพื่อหาค่าความเหมาะสมในการใช้งานของ นวัตกรรม ATM CLASS ถ้าผลการวัด ประเมินผล ไม่ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ให้นำนวัตกรรมไปปรับปรุง พัฒนาและนำไปใช้ในการจัดประสบการณ์เรียนรู้ระดับปฐมวัยของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขา นางหงส์ใหม่ในรอบปีการศึกษาถัดไป ถ้าผลการวัด ประเมินผล ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ให้นำข้อมูลไป สรุป รายงานผลและเผยแพร่ในขั้นต่อไป สำหรับการนำนวัตกรรม ATM CLASS ไปใช้ในการจัดประสบการณ์เรียนรู้ของเด็กปฐมวัย โรงเรียนบ้านเขานางหงส์ในครั้งนี้ ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ สามารถนำข้อมูลไปสรุป รายงานผลและเผยแพร่ได้ (4) สรุป รายงานผลและเผยแพร่ 4.1 สรุป รายงานผล จากผลการพัฒนานวัตกรรม “ATM CLASS Model การบริหารจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวคิดพหุ วัฒนธรรมศึกษา เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์”พบว่า (1) ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาตามแนวคิดพหุ วัฒนธรรมศึกษาเพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ พบว่า มี 8 องค์ประกอบ คือ 1.1 A = (Aim) การมีเป้าหมายร่วมกันของบุคคลในองค์กรบริบทพหุวัฒนธรรม 1.2 T = (Teacher characteristics) คุณลักษณะของครูในบริบทพหุวัฒนธรรม 1.3 M = (Multicultural Enhancement) การส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนในองค์กรบริบท พหุวัฒนธรรม 1.4 C = (Curriculum) หลักสูตรที่สอดคล้องในองค์กรบริบทพหุวัฒนธรรม 1.5 L = (Leadership) ภาวะผู้นำของผู้บริหารในองค์กรบริบทพหุวัฒนธรรม 1.6 A = (Administratorcharacteristics) คุณลักษณะของผู้บริหารในองค์กรบริบทพหุวัฒนธรรม 1.7 S = (Synergy) ความสัมพันธ์กับชุมชนและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในองค์กรบริบทพหุ วัฒนธรรม 1.8 S = (Schoolnetwork) การสร้างเครือข่ายสถานศึกษาในองค์กรบริบทพหุวัฒนธรรม
๑๖ (2)สรุปผลการใช้ ผลการนำนวัตกรรม “ATM CLASS Model นวัตกรรมการบริหารจัดประสบการณ์เรียนรู้ตาม แนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์” ไปใช้ในการบริหารการจัดประสบการณ์เรียนรู้ของของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ พบว่า 1. เด็กปฐมวัย ร้อยละ 87.23 มีการพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน(อารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปัญญา) ร้อยละ 87.12 มีการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตร สถานศึกษา 2. ครู ร้อยละ 91.11 มีการพัฒนาสมรรถนะการจัดประสบการณ์เรียนรู้ในบริบทพหุ วัฒนธรรม ร้อยละ 86 มีการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดประสบการณ์เรียนรู้ในบริบทพหุวัฒนธรรม ด้วยรูปแบบ ATM CLASS 3. เด็กปฐมวัยครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ร้อยละ 91.21 มีความ พึงพอใจในการบริหารสถานศึกษาด้วยรูปแบบ ATM CLASS โดยภาพรวมอยู่ในระดับดีมากขึ้นไป 4.ประสิทธิภาพของนวัตกรรม ATM CLASS Model ร้อยละ 84 มีความเหมาะสมโดยภาพ รวมอยู่ในระดับดีมากขึ้นไป (3) ผลการประเมิน ATM CLASS Model การบริหารการจัดประสบการณ์เรียนรู้ เพื่อพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา พบว่า ผลการประเมิน ATM CLASS Model และผลการประเมินคู่มือการใช้ATM CLASS Model ในภาพรวม มี ความเหมาะสม เป็นไปได้ เป็นประโยชน์ และมีความถูกต้องครอบคลุมสอดคล้องกับทฤษฎี หลักการ แนวคิด ตามกรอบการพัฒนานวัตกรรม อยู่ในระดับมากที่สุด (4)ประสิทธิภาพของนวัตกรรม ATM CLASS Model ร้อยละ 84 มีมีความ เหมาะสม เป็นไปได้ เป็นประโยชน์ และมีความถูกต้องครอบคลุมสอดคล้องกับทฤษฎี หลักการ แนวคิด ตามกรอบการพัฒนานวัตกรรม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 5.2 แนวทางการพัฒนาต่อยอด โรงเรียนบ้านเขานางหงส์ได้จัดทำเอกสารคู่มือ แนวทางการดำเนินงานการสร้าง การ ปรับปรุงพัฒนา และการนำไปใช้นวัตกรรมที่ชัดเจน มีการชี้แจง ทำความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องที่นำ นวัตกรรมไปใช้ มีการระดมทรัพยากรหรืองบประมาณในการนำนวัตกรรมไปใช้ มีการนิเทศ ติดตาม ให้ความช่วยเหลือระหว่างการนำนวัตกรรมไปใช้ และมีการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อสร้างชุมชน แห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในโรงเรียน ส่งผลให้เกิดการพัฒนา พัฒนาการเด็กปฐมวัยตาม วัตถุประสงค์ ซึ่งหลังจากการดำเนินงานตามกรอบการทำงานที่ เสร็จสิ้นแล้ว ผู้พัฒนานวัตกรรมได้ นำเสนอผลการใช้นวัตกรรมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ เพื่อสำรวจถึงความคิดเห็นต่อผลการใช้ นวัตกรรมและความเป็นไปได้ในการนำแนวคิดและวิธีการบริหารจัดการศึกษาด้วยรูปแบบการจัด การศึกษาพหุวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาการจัดประสบการณ์เรียนรู้ของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขา นางหงส์ ด้วย 2 กิจกรรม ดังนี้ 1.การสำรวจความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องต่อผลการใช้นวัตกรรมและความเป็นไปได้ในการ เผยแพร่ แนวคิด และวิธีการจัดการศึกษาด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวคิดพหุ
๑๗ วัฒนธรรมศึกษาเพื่อพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ไปยัง โรงเรียน 2.การจัดทำรายงานรูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษาเพื่อ พัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์และเผยแพร่ไปยังโรงเรียน ประถมศึกษาในจังหวัดระนอง 5.3 แนวทางการพัฒนาเพิ่มเติมให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น 1. ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการศึกษาด้วยรูปแบบการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตาม แนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษาเพื่อพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ควรออกนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน พร้อมกับจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการจัด ประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษาเพื่อพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัย โรงเรียนบ้านเขานางหงส์ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารโรงเรียนและครู 2. โรงเรียนควรเลือกใช้จุดเด่นด้านพหุวัฒนธรรม มาสร้างให้รูปแบบการจัดประสบการณ์ เรียนรู้ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษาเพื่อพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้าน เขานางหงส์ให้สามารถบรรลุเป้าหมาย เช่น การเชิญผู้ปกครองของเด็กปฐมวัยต่างชาติมาเป็นวิทยากร ในบางหัวข้อในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยต่างชาติที่ครูไม่มีความรู้ที่จะสอนได้เช่น แนวคิดและวิธีด้านทักษะอาชีพต่างๆของชาวพม่า อาทิ การทำไร่หมุนเวียนของคนพม่า การทำขนม ของชาวไทย/พม่า(คนสองน้ำ) 3. การสำรวจสถานการณ์การบริหารการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรม ศึกษาเพื่อพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์โดยการเก็บข้อมูลเชิง ปริมาณทั้งกับครูและนักเรียน ควรเพิ่มการสำรวจความตระหนักรู้หรือ ความเข้าใจในวัฒนธรรม เพื่อ จะได้ทราบว่า ทั้งครูและเด็กปฐมวัย มีความรู้และความเข้าใจในวัฒนธรรมของตนเองและวัฒนธรรม ของนักเรียนต่างวัฒนธรรมมากน้อยเพียงใด 4. ก่อนการนำนวัตกรรม ATM CLASS Model ไปใช้บริหารจัดประสบการณ์เรียนรู้ตาม แนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษา เพื่อพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ควรให้ความรู้แก่ครูผู้สอนถึงเป้าหมายของการสร้างนวัตกรรม เช่น ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดและวิธีของ นวัตกรรมการบริหารการจัดประสบการณ์เรียนรู้ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษาเพื่อพัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ ควรบรรจุเนื้อหาความรู้ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเด็กปฐมวัยต่างชาติพันธุ์ รวมถึงความรู้เกี่ยวกับภาษา ขนบประเพณี และวิถีชีวิตของเด็กปฐมวัยเหล่านี้ ไว้ในหลักสูตรพหุวัฒนธรรม เพื่อให้แน่ใจว่าครูมี ความรู้อย่างเพียงพอที่จะนำความรู้ไปบูรณาการในเนื้อหาประสบกาณ์ที่สอนได้ 5. ก่อนการนำนวัตกรรม ATM CLASS Model ไปใช้บริหารการจัดประสบการณ์เรียนรู้เพื่อ พัฒนา พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ไปใช้ ควรจัดให้มีการพัฒนา หลักสูตรปฐมวัยของสถานศึกษา หรือหลักสูตรท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของเด็กปฐมวัยกลุ่ม ต่างๆ ให้พร้อมก่อน จึงเริ่มดำเนินการนวัตกรรมไปใช้ เพื่อให้การเรียนการสอนเป็นไปตามแนวทาง ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยอย่างแท้จริง เนื่องจากเนื้อหาของหลักสูตรท้องถิ่นส่วนใหญ่จะทำให้ เกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับคนในชุมชน โดยเฉพาะคนกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ในชุมชน ทำให้
๑๘ นักเรียนได้เห็นแบบอย่างของการปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดการยอมรับและให้เกียรติในความแตกต่าง หลากหลายทางวัฒนธรรม 6. ก่อนการนำนวัตกรรม ATM CLASS Model ไปใช้บริหารจัดประสบการณ์เรียนรู้เพื่อ พัฒนาเด็กปฐมวัยโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ไปใช้ ควรเพิ่มระยะเวลาการใช้ให้ยาวนานกว่า 1 ภาค เรียน เช่น เพิ่มเป็น 1-3 ปีเพื่อให้ผู้สร้างนวัตกรรม และครูในโรงเรียน ได้มีโอกาสปรับรูปแบบการ บริหารจัดการศึกษาตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมศึกษาไปพร้อมกันกับการพัฒนานวัตกรรม และควรเพิ่ม ระยะเวลาการนำนวัตกรรมไปใช้ให้ยาวขึ้น อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนเปลง เจตคติต่อคนต่าง วัฒนธรรมได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เผยแพร่นวัตกรรม (1) เผยแพร่นวัตกรรม ATM CLASS Model ผ่านการเป็นวิทยากรแกนนำ นำเสนอ นวัตกรรมสำหรับเลื่อนวิทยฐานะ (2) โรงเรียนบ้านเขานางหงส์เผยแพร่นวัตกรรม ATM CLASS Model ด้วยการเป็น ตัวแทนของจังหวัดระนอง ในการต้อนรับและนำเสนอนวัตกรรมต่อคณะกรรมาธิการ ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำ และดำเนินการเร่งรัดตามยุทธศาสตร์ชาติ วุฒิสภา (3) โรงเรียนบ้านเขานางหงส์เผยแพร่นวัตกรรม ATM CLASS Model ด้วยการเป็น ตัวแทนของ สพป.ระนอง ในการตั้งบูธนำเสนอนวัตกรรมการบริหาร และนวัตกรรมการสอน ในงาน สรรพศาสตร์ ตลาดวิชา การศึกษาระนอง (4) เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของโรงเรียนบ้านเขานางหงส์(https://data.bopp-obec.info/emis/ school2.) (5) เผยแพร่ผลงานไปยังโรงเรียนในเครือข่ายและโรงเรียนคู่ขนานที่มีการบริหารจัด การศึกษาในรูปแบบที่มีปัจจัยใกล้เคียงกัน (1) เผยแพร่นวัตกรรม ATM CLASS Model ผ่านการเป็นวิทยากร แกนนำ นำเสนอนวัตกรรมสำหรับเลื่อนวิทยฐานะ (2) โรงเรียนบ้านเขานางหงส์เผยแพร่นวัตกรรม ATM CLASS Model ในการต้อนรับและ นำเสนอนวัตกรรมต่อคณะกรรมาธิการ ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำ และดำเนินการเร่งรัดตามยุทธศาสตร์ชาติ วุฒิสภา
๑๙ (3) โรงเรียนบ้านเขานางหงส์เผยแพร่นวัตกรรม ATM CLASS Model ด้วย การเป็นตัวแทนของ สพป.ระนอง ในการตั้งบูธนำเสนอนวัตกรรมการ บริหาร และนวัตกรรมการสอน ในงานสรรพศาสตร์ ตลาดวิชา การศึกษาระนอง (4) เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของโรงเรียนบ้านเขานางหงส์ (https://data.bopp-obec.info/emis/ school2.) (5) เผยแพร่ผลงานไปยังโรงเรียนในเครือข่ายและโรงเรียนคู่ขนานที่มี การบริหารจัดการศึกษาในรูปแบบที่มีปัจจัยใกล้เคียงกัน
๒๐ ภาคผนวก ผลงาน/รางวัลที่ได้รับ ปี 2564- 2565 ผลงาน/รางวัล นักเรียน
๒๑ ผลงาน/รางวัล ครูผู้สอน
๒๒ ผลงาน/รางวัล ผู้บริหารสถานศึกษา
๒๓ ผลงาน/รางวัล สถานศึกษา
๒๔ ภาพกิจกรรมการดำเนินงานการจัดประสบการณืสอนปฐมวัย
๒๕
๒๖
๒๗