ก รายงาน เรื่อง ฟุตซอล จัดท าโดย นางสาวนัชชา ไพรชัฎ ช้นัมธัยมศ ึ กษาปีที่6/2 เลขที่ 21 เสนอ คุณครูกานต์ แสงศิริ รายงานงานเล่มน้ีเป็ นส่วนหน่ึ งของวิชาสุขศ ึ กษาและพลศึกษา ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2567 โรงเรียนช านิพิทยาคม สา นกังานเขตพ้ื นที่การศ ึ กษามธัยมศ ึ กษาบุรีรัมย์
ข ค ำน ำ รายงานเล่มนี้จัดท าขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาสุขศึกษาและพลศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องฟุตซอล และได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับการเรียน ผู้จัดท าหวัง ว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่ก าลังหาข้อมูลเรื่อง นี้อยู่หากมีข้อแนะน าหรือข้อผิดพลาดประการใคผู้จัดท าขอน้อมรับและขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ผู้จัดทำ นางสาวนัชชา ไพรชัฎ
ค สำรบัญ เรื่อง หน้ำ บทที่ 1 ประวัติกีฬำฟุตซอล สาระส าคัญ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ขอบขยายเน้ือหา ประวัติของฟุตซอล 1 1 1 1 1 บทที่ 2 ประโยชย์และประเภทของกีฬำฟุตซอล ประโยชน์ทางด้านจิตใจ ประโยชน์ทางด้านทัศนคติ ประโยชน์ทางด้านสังคม ประโยชน์ทางด้านสติปัญญาการออกกา ลา งกายอยา่งสม่าเสมอจะท าให้ ความคิดอ่านสมองปลอดโปร่ง มีไหวพริบ ประโยชน์ทางด้านการเมือง ประโยชน์ทางด้านชื่อเสียงของประเทศ 6 6 8 8 9 9 9 บทที่ 3กติกำกำรแข่งขันฟุตซอล กติกาสนามแข่งขนั พ้ืนผวิสนามแข่งขนั การแข่งทวั่ ไป การแข่งระหวา่งประเทศ อุปกรณ์การเล่น ฟาวล์ 10 10 10 11 11 11 11 บทที่ 4กำรบำดเจ็บจำกกำรเล่นกีฬำฟุตซอลและกำรปฐมพยำบำลเบื้องต้น สาระส าคัญ การรักษา 12 12 12
ง บรรณำนุกรม ประวัติฟุตซอลแหล่งที่มา: http://www.kptc.ac.th วันที่สืบค้นข้อมูล 7 มีนาคม 2568 ทกัษะการเล่นฟุตซอลแหล่งที่มา :https://oarkm.oas.psu.ac.th/node/532 วันที่สืบค้นข้อมูล 24 กุมภาพันธุ์2568 กติกาการแข่งขนับาสเกตบอล แหล่งที่มา https://www.thestratchada.com/Bio/55/5-basic-skills-for-playing-futsal วันที่สืบค้นข้อมูล7 มีนาคม 2568
1 บทที่ 1 ประวัติกีฬาฟุตซอล สาระส าคัญ ฟุตซอลจึงเป็นเกมการแข่งขันที่ชาวอเมริกาใต้นิยมเล่นกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศ บราซิลซึ่งมีนักกีฬาที่มีทักษะความสามารถเฉพาะตัวในการเล่นฟุตบอลสูง ด้วยลีลาอันเร้าใจ และสนุกสนานจากนักเตะชื่อก้องโลกอย่าง เปเล่ ซิโก้โซคราเตส เบเบโต้โรนัลดินโญ่และนักเตะชื่อดัง จากบราซิลคนอื่น ๆจ านวนมากต่างก็เคยเข้าแข่งขันฟุตซอลมาแล้วทั้งสิ้นในขณะที่บราซิลมีการเล่นอย่าง ต่อเนื่องและเป็นการเผยแพร่การเล่นฟุตซอลแก่ประเทศอื่น ๆ ในโลกภายใต้การดูแลของสหพันธ์ ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA)และทีมอื่น ๆ ที่มีความสามารถอันยอดเยี่ยมจากทุกมุมโลกการแข่งขันครั้งแรก มีขึ้นในปี ค.ศ. 1965จัดการแข่งขันครั้งแรกในอเมริกาใต้ประเทศปารากวัยได้แชมป์ทวีปอเมริกาใต้และ ในปี ค.ศ.1979ทีมชาติบราซิลมีชัยชนะเหนือทีมทั้งหมดที่เข้าร่วมการแข่ง ขันซึ่งท าให้บราซิลเริ่มโดดเด่น เหนือทีมจากกลุ่ม Pan American ในปี ค.ศ. 1980 และชนะติดต่ออีกครั้งในปี ค.ศ. 1984อย่างไรก็ตามสหพันธ์ฟุตซอลแห่งสหรัฐอเมริกา (TheU.S. Futsal Federation) ถูกก่อตั้งใน ปี ค.ศ. 1981นายออสวัลโด การ์เซีย (Osvaldo Garcia)เป็นประธานคนแรกของสหพันธ์ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง 1. เข้าใจเกี่ยวกับประวัติของฟุตซอล 2. เข้าใจเกี่ยวกับลีกระดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา และลีกอื่น ๆ 3. เข้าใจเกี่ยวกับลีกอื่น ๆ 4. เข้าใจเกี่ยวกับฟุตซอลระดับสากล ขอบขยายเนื้อหา เรื่องที่ 1 ประวัติของฟุตซอล เรื่องที่ 2 ลีกระดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาและลีกอื่นๆ เรื่องที่ 3 ลีกอื่น ๆ เรื่องที่ 4 ฟุตซอลระดับสากล
2 ลีกระดับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา และลีกอื่น ๆ การแข่งขันกีฬาฟุตซอลในต่างประเทศกีฬาฟุตซอลมีการแข่งขันอย่างเป็นทางการมาช้านาน ดัง รายการต่าง ๆ ดังนี้ (FootballAssociation of Singapore, 1997.P.26)ในปี ค.ศ. 1965 มีการแข่งขัน ระหว่างประเทศเป็นครั้งแรก เรียกว่า "การแข่งขันอเมริกาใต้คัพ ครั้งที่ 1" ต่อมามีการแข่งขันอเมริกา ใต้คัพอย่างต่อเนื่องมากกว่า 6 ครั้ง จนถึงปี ค.ศ. 1979 ซึ่งประเทศบราซิลเป็นทีมที่ชนะเลิศทุกครั้ง และ ประเทศบราซิลยังได้รับชัยชนะอย่างต่อเนื่องในการแข่งขันแพนอเมริกันคัพในปี พ.ศ. 1980 และ ชนะเลิศอีกครั้งในเวลาต่อมาที่จัดการแข่งขันขึ้นในปีค.ศ. 1984ในการแข่งขันกีฬาฟุตซอลชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 1 จัดขึ้นภายใต้การควบคุมของพีฟุซซ่า (Fifusa) ซึ่งปัจจุบันได้ถูกรวมไว้เป็นสมาชิกอยู่ในพี่ฟ่า ตั้งแต่ปี 1989 ได้จัดการแข่งขันขึ้นที่เมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ในปี ค.ศ. 1982 โดยประเทศ บราซิลเป็นทีมที่ชนะเลิศ และประเทศบราซิล ยังคงแสดงความสามารถได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อได้เป็น แชมป์โลกอีกสมัย ในปี ค.ศ. 1985 ที่ประเทศสเปน แต่มาเสียแชมป์โลกครั้งที่ 3 ให้กับประเทศปรากวัย ที่ประเทศออสเตรเลียในปี ค.ศ. 1989 ที่ประเทศฮอลแลนด์ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ได้เข้ามา ดูสนับสนุนและควบคุมการแข่งขัน ได้จัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกอย่างเป็นทางการครั้งแรก ซึ่งจัดการ แข่งขัน ณประเทศฮอลแลนด์ในปี ค.ศ. 1992 ได้มีการจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 2 ที่ประเทศ ฮ่องกงในปี ค.ศ. 1996 ได้มีการจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 3 ที่ประเทศสเปน ซึ่งประเทศ บราซิลได้ชนะเลิศ ครองแชมป์โลกทั้ง 3 ครั้ง นับเป็นการชิงแชมป์โลกครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 3 อย่างเป็น ทางการภายใต้การควบคุมดูแลของฟี่ฟ่าต่อมาปี ค.ศ. 2000 ได้มีการจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกเป็นครั้ง ที่ 4 ที่ประเทศกัวเตมาลาและทีมชาติไทยได้ผ่านการคัดเลือกเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก โดย ทีมที่ชนะเลิศในการแข่งขันครั้งนี้ คือ ทีมชาติสเปนในปี ค.ศ. 2004 ได้มีการจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลก เป็นครั้งที่ 5 ที่ประเทศจีนไต้หวัน ทีมที่ชนะเลิศได้แก่ ทีมชาติสเปนต่อมาในปี ค.ศ. 2008 ได้มีการ จัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 6 ที่ประเทศบราซิล ทีมที่ชนะเลิศได้แก่ ทีมชาติบราซิล ต่อมาในปี ค.ศ. 2012 ได้มีการจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 7 ที่ประเทศไทย ทีมที่ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมชาติบราชิล ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้มีปัญหาหลายด้าน เช่น มีปัญหากรณีที่สหพันธ์ฟุตบอล นานาชาติ (ฟีฟ่า) ไม่อนุญาตให้ใช้สนาม "บางกอก ฟุตซอล อารีน่า" เป็นสนามแข่งขันรอบ 8 ทีมถึงรอบ ชิงชนะเลิศ เนื่องจากว่าสร้างเสร็จไม่ทันก าหนดของฟี่ฟ่า ซึ่งพี่ฟ่าได้เป็นห่วงเรื่องของปลอดภัยของผู้ชม ทีมที่เข้าแข่งขัน จะเกิดอันตรายจากการเข้ามาในสนาม ซึ่งเป็นเรื่องที่ "ฟีฟ่า"ให้ความส าคัญมาก และได้ มีการจัดแข่งขันฟุตซอลโลกขึ้นในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก ได้แก่จังหวัดนครราชสีมา ณ สนามชาติชาย ฮอล์ในปี ค.ศ. 2016 ได้มีการจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 8 ที่ประเทศโคลอมเบีย ทีมที่
3 ชนะเลิศได้แก่ ทีมชาติอาร์เจนตินาส่วนในปี ค.ศ. 2020 จะได้มีการจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 9 ที่ประเทศลิทัวเนีย การแข่งขันกีฬาฟุลซอลในประเทศไทย การแข่งขันกีฬาฟุตซอลในประเทศไทยได้มีการการจัดการแข่งขันฟุตบอล 5 คน ขึ้นอย่างเป็น ทางการเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2535-2536 โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์กับบริษัท รีบอค โดยน าทีมสโมสรฟุตบอลระดับถ้วยพระราชทานประเภท ก ซึ่ง เป็นสโมสรฟุตบอลระดับสูงสุดของประเทศไทย ให้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2540 บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ปจ ากัด ได้เริ่มเข้ามาด าเนินการจัดการแข่งขันกับ สมาคมฟุตบอลแห่ง ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกันด าเนินการจัดการแข่งขันฟุตบอล 5 คน ในรายการ "Star Indoor Soccer 1997"ท าการแข่งขันระหว่างวันที่ 12-21 กรกฎาคม 2540 ณ ห้องคอนเวนชั่นฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์บางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยมี 12 ทีม เข้าร่วมการแข่งขัน ทีมชนะเลิศได้แก่ สโมสร การท่าเรือแห่งประเทศไทย ทีมรองชนะเลิศได้แก่สโมสรทหารอากาศ และทีมอันดับที่ 3 ได้แก่สโมสร ทหารบกในปีต่อมาได้มีการจัดการแข่งขันฟุตบอล 5 คน ขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง ประจ าปี 2541 "Bangkok Star Indoor Soccer 1998" โดยในการแข่งขันครั้งนี้ได้จัดให้มีการแข่งขันขึ้น 2 ประเภท คือ ประเภทประชาชน และประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี ประเภทประชาชนชนะเลิศได้แก่ทีม สโมสรกรุงเทพมหานคร ทีมรองชนะเลิศได้แก่สโมสรการท่าเรือแห่งประเทศไทย และทีมอันดับที่ 3ได้แก่ สโมสรทหารอากาศ ส่วนประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปี ทีมชนะเลิศได้แก่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา (จังหวัดชลบุรี) ทีมรองชนะเลิศได้แก่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และทีมอันดับที่ 3ได้แก่ โรงเรียนปทุมคงคา พ.ศ.2543 ถือได้ว่าเป็นปีที่ได้มีการริเริ่มด าเนินการจัดการแข่งขันฟุตซอลอย่างเป็น ทางการ ขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยขึ้น โดยมีการแข่งขันรอบคัดเลือกในแต่ละภาคทั่วประเทศ เพื่อน า ทีมชนะเลิศ และทีมรองชนะเลิศมาท าการแข่งขันกับสโมสรชั้นน าจากไทยลีก 24 ทีมสุดท้าย
4 ฟุตซอลไทยในการแข่งขันระดับโลก กีฬาประเภททีมในประเทศไทยมีไม่มากนักที่ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันในระดับโลก แต่กีฬา ฟุต ซอลเป็นกีฬาประเภททีมที่เริ่มมีการแข่งขันในประเทศไม่นานนัก แต่มีการพัฒนาได้อย่างรวดเร็วจน สามารถผ่านการคัดเลือกได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขัน "ฟุตซอลชิงแชมป์โลก (FIFA Futsal World Cup)" เป็นการแข่งขันฟุตซอลระหว่างประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายใต้การควบคุมของฟีฟ่า จัดขึ้นทุกๆ 4 ปี เว้น ระยะจากการแข่งขันฟุตบอลโลก 2 ปี จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1989 ภายหลังจากการแข่งขันรอบ คัดเลือกตามทวีปต่าง ๆ มีทีมที่เข้าแข่งขันรอบสุดท้ายทั้งสิ้น 24 ทีม ดังนี้ ทวีปเอเชีย 4 ทีม ทวีป แอฟริกา 3 ทีม ทวีปอเมริกาเหนือ 4 ทีม ทวีปเอมริกาใต้ 4 ทีม โอเชียเนีย 1 ทีม ทวีปยุโรป 7 ทีม และ เจ้าภาพ 1 ทีม ฟุตซอลทีมชาติไทย (Thailand national futsal team) เป็นทีมฟุตซอลตัวแทนจากประเทศ ไทยร่วมแข่งขันในระดับนานาชาติ ภายใต้การดูแลของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ทีมชาติไทยใน อดีตได้ร่วมเล่นฟุตซอลเวิลด์คัพ 5 ครั้ง ได้แก่ ในปี ค.ศ. 2000 ที่ประเทศกัวเตมาลา ในปี ค.ศ. 2004 ที่ประเทศไต้หวัน ในปี ค.ศ. 2008 ที่ประเทศบราซิล ในปี ค.ศ. 2012 ที่ประเทศไทยและ ในปี ค.ศ. 2016 โคลอมเบีย จากการได้เข้าร่วมการแข่งขันในทัวร์นาเมนท์ต่าง ๆ ของทีมฟุตซอลชาติไทยนั้น ได้เก็บเกี่ยว ประสบการณ์ต่าง ๆ และน ามาพัฒนาฝีเท้าสู่ระดับนานาชาติได้อย่างน่าภาคภูมิใจ สามารถสร้าง ชื่อเสียง ให้กับประเทศไทยไม่แพ้กีฬาชนิดอื่น ๆ โดยได้รับการจัดล าดับฟุตอลโลกในปัจจุบันในขณะนี้ (13 มกราคม 2561) ล าดับฟุตซอลของทีมชาติไทยอยู่ล าดับที่ 17 ของโลก และเป็นอันดับที่ 3 ของเอเชีย ถือ ว่าเป็นล าดับที่ดีที่สุดของกลุ่มประเทศในอาเซียน และอันดับสามในทวีปเอเชีย
5 พัฒนาการของกติกาการแข่งขัน สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ FIFA ได้เข้ามาด าเนินการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอลแทน ฟีฟุซ ซ่า ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1989 ได้มีการจัดท ากติกาการแข่งขันกีฬาฟุตซอลที่ใช้เป็นสากลเกิดขึ้น ซึ่งเรียกว่า "กติกาการแข่งขันฟุตบอล 5 คน ปี ค.ศ. 1988 (The Laws of the Game for Indoor (Five-A-Side) Football 1988)' ซึ่งถือว่าเป็นกติกาสากลฉบับแรกของ FIFA ที่ใช้ในการด าเนินการแข่งขันฟุตซอลชิง แชมป์โลกครั้งที่ 1 ณ ประเทศฮอลแลนด์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1992 ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกติกาการ แข่งขันอีกครั้ง เพื่อรองรับการจัดการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 2ณ ประเทศฮ่องกง ในปี เดียวกัน ซึ่งการจัดการแข่งขันจะมีขึ้นทุก ๆ 4 ปีต่อครั้งเช่นเดียวกันกับการแข่งขันฟุตบอลโลก ต่อมาปี ค.ศ. 1995 ได้มีการเปลี่ยนแปลงกติกาการแข่งขันอีกครั้ง โดยมีการปรับเปลี่ยนกติกาทั้งเนื้อหาและ รูปแบบต่าง ๆ มากมาย และเรียกกติกาฉบับใหม่นี้ว่า "กติกาการแข่งขันฟุตซอล ปี ค.ศ. 1995" และได้ น ากติกาฉบับใหม่นี้ไปเป็นแนวทางในการแข่งขันฟุตซอล ชิงแชมป์โลกครั้งที่ 3 ในปี ค.ศ. 1996 ณ ประเทศสเปน ส าหรับกติกาฉบับต่อมาซึ่งใช้ในการแข่งขัน ฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 4 ปีค.ศ. 2000 ที่ มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขึ้นใหม่ เพื่อใช้กับการแข่งขัน ฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 5 ในปีค.ศ. 2004 ณ ประเทศได้หวัน มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 6 ในปีค.ศ. 2008 ณ ประเทศบราซิล มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์โลกครั้งที่ 7 ในปี ค.ศ. 2012 ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ และมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในการแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์ โลกครั้งที่ 8 ในปีค.ศ. 2016 ที่ประเทศโคลอมเบีย ฟี่ฟ่า (FIFA) มักจะมีการเปลี่ยนกติกาการแข่งขันทุกครั้งก่อนที่จะมีการแข่งขันฟุตซอลชิง แชมป์โลกในครั้งต่อ ๆ ไป
6 บทที่ 2 ประโยชย์และประเภทของกีฬาฟุตซอล ในยุคที่โลกยังไม่เจริญ การด ารงชีวิตของมนุษย์ส่วนใหญ่ ต้องใช้แรงกายในการท ามาหากิน ได้แก่ การล่าสัตว์ การท าไร่ ท านา การย้ายถิ่นที่อยู่ การเดินทางที่ต้องใช้การเดินเท้า ขี่ม้า ขี่วัว หรือ ขี่ ช้าง ซึ่งถือว่าเป็นการด าเนินชีวิตประจ าวัน ดังนั้นจะเห็นได้ว่า ร่างกายของมนุษย์ยุคนั้นมีรูปร่างแข็งแรง และอดทน มีอายุที่ยาวนาน การออกก าลังกายจึงไม่มีความจ าเป็นส าหรับมนุษย์ ต่อมามนุษย์มี พัฒนาการด้านเทคโนโลยี สร้างเครื่องจักรกล และคอมพิวเตอร์สามารถท างานแทนมนุษย์ได้มากมาย มหาศาล จนท าให้มนุษย์ลืมสิ่งที่จ าเป็นต่อชีวิต คือ เรื่องสุขภาพของตนเอง โดยขาดการออกก าลังกาย ร่างกายเริ่มอ่อนแอลง เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย การด ารงชีวิตไม่ยืนยาว มนุษย์จึงหันมา ดูแลสุขภาพของ ตนเองมากขึ้น ด้วยการหาเวลาไปออกก าลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง เบิกบานและสดชื่น สามารถลด ความเครียดหลังจากตรากตร าท างานมาตลอดวัน การออกก าลังกาย หรือเล่นกีฬาในปัจจุบันมีให้เลือก หลายประเภท ผู้ปฏิบัติจะต้องเลือกและพิจารณาให้เหมาะสมกับตนเอง ตามเพศ วัยสังคม และ วัตถุประสงค์ กีฬาฟุตซอลเป็นกีฬายอดนิยมประเภทหนึ่ง ที่ประชาชนให้ความสนใจกันทั่วโลก สามารถใช้เป็นกิจกรรม การออกก าลังกายได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นกิจกรรมการออกก าลังกายประเภทแอโรบิกสามารถสร้าง ความแข็งแรง และอดทนให้กับระบบกล้ามเนื้อ ระบบหายใจ และการไหลเวียนโลหิตรวมทั้งระบบอื่น ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี กีฬาฟุตซอลได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันจะเห็นได้จากมีสนามฟุต ซอลเกิดขึ้นมากมายทั้งในร่มและกลางแจ้ง มีการเล่นอยู่ทั่วไปเพราะใช้จ านวนผู้เล่นข้างละ 5 คนก็ สามารถเล่นได้ มีหลายหน่วยงานได้น าเอากีฬาฟุตซอลมาเป็นตัวเชื่อมโยงให้ประชาชนหันมาออกก าลัง กาย โดยได้มีการจัดการแข่งขันกีฬาฟุตซอลหลายระดับ ประโยชน์ที่ได้รับจากกีฬาฟุตซอลมีมากมาย หลายด้าน เกิดได้ทั้งตนเอง สังคม และประเทศชาติ ดังต่อไปนี้
7 1. ประโยชน์ทางด้านร่างกาย อวัยวะทุกส่วนในร่างกายสามารถท างานประสานกันได้มีประสิทธิภาพ มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา และ เป็นประจ าเป็นผลให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง อดทน มีบุคลิกภาพที่ดี สามารถประกอบกิจกรรมการงาน ได้อย่างกระฉับกระเฉง ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคสูง เราจะพบว่าร่างกาย มีการเปลี่ยนแปลงด้าน สรีรวิทยาดังนี้ 1.1 ท าให้กล้ามเนื้อแข็งแรง และอดทน 1.2 ท าให้การยืดและหดของกล้ามเนื้อมีประสิทธิภาพ 1.3 ท าให้การหายใจและการไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น 1.4 ท าให้การขับถ่ายและการรักษาอุณหภูมิของร่างกายดีขึ้น 1.5 ท าให้ร่างกายมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและคล่องแคล่วว่องไว1.6 ท าให้เกิดทักษะการ เคลื่อนไหว ซึ่งน าไปสู่การเคลื่อนไหวของการเล่นกีฬาหลายประเภท และการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ อื่น ๆ 1.7 ท าให้ร่างกายมีการทรงตัวที่ดี 1.8 ท าให้อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน 1.9 ท าให้เป็นผู้มีบุคลิกภาพดี สง่างาม 2. ประโยชน์ทางด้านจิตใจ การได้ออกก าลังกายอย่างสม่ าเสมอนอกจากจะท าให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ก็จะท าให้จิตใจแจ่ม ใส่่าเริงเบิกบานด้วย เนื่องจากร่างกายได้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ยิ่งได้ออกก าลังกายด้วยกันครั้ง ละหลาย ๆ คนก็ยิ่งจะท าให้เกิดความรักความผูกพัน เกิดความเอื้อเ่อ มีเหตุมีผลอดกลั้น สุขุมรอบครอบ และยุติธรรม จึงพอจะสรุปได้ดังนี้ 2.1 ท าให้จิตใจสบาย อารมณ์แจ่มใส สดชื่น 2.2 ท าให้ผ่อนคลายความตึงเครียดของอารมณ์ 2.3 ท าให้รู้จักอดกลั้นอารมณ์เมื่อพบกับสิ่งที่ไม่ดี 2.4 ท าให้มีจิตใจอดทนและเสียสละ 2.5 ท าให้รู้จักการเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ 2.6 ท าให้เป็นผู้มีน้ าใจนักกีฬา 2.7 ท าให้เกิดความพึงพอใจในความสามารถของตนเอง
8 3. ประโยชน์ทางด้านทัศนคติ การจะก้าวเป็นมืออาชีพในด้านกีฬาทางเข้านั้นหากมองข้ามในส่วนของพรสวรรค์ และพรแสวง แล้ว สิ่งที่ส าคัญเป็นอย่างยิ่งในล าดับต่อมานั้นก็คือทัศนคติของการเล่นกีฬา ทัศนคติถือเป็น กุญแจ ส าคัญของพัฒนาการในหลาย ๆ อย่าง และยังเป็นตัวเครื่องชี้วัดที่ชัดเจนถึงความแตกต่างในระยะยาว ระหว่างผู้เล่นกีฬาด้วยกันได้เป็นอย่างดี สถานการณ์ที่กดดันต่าง ๆ ในการเล่นล้วนเป็น อุปสรรคที่ส าคัญ ที่เป็นเครื่องชี้วัดทัศนคติผู้เล่นจะเห็นได้ชัดว่าการมีทัศนคติที่ดี จะน าพาคุณฝ่าฟัน อุปสรรคที่อยู่ตรงหน้า ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้ว่าอุปสรรคนั้นจะยิ่งใหญ่ และดูยากล าบากแค่ไหนแต่กับนักกีฬาที่พร้อมทั้งกาย ทั้งใจ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นแค่ความท้าทายส่วนหนึ่งในชีวิตของเขาเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อยิ่งผ่านพ้น เรื่องเหล่านี้มากขึ้นเท่าไหร่มันจะกลายเป็นประสบการณ์สะสม และท าให้เขารู้ว่าเมื่อต้องพบกับ เหตุการณ์แบบนี้อีกเขาจะต้องปฏิบัติตัวเช่นไร ทัศนคติที่ดีทางกีฬา จึงพอสรุปได้ ดังนี้ 3.1 ท าให้รู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น 3.2 ท าให้รู้จักปฏิบัติตนในขอบเขตอันพึงกระท า 3.3 ท าให้รู้จักรักความยุติธรรม 3.4 ท าให้รู้จักมองคนในแง่ดี 3.5 ท าให้รู้จักแพ้ รู้จักชนะ และรู้จักอภัย 3.6 ท าให้เป็นผู้รักการออกก าลังกายหรือเล่นฟุตซอลเป็นนิสัย 4. ประโยชน์ทางด้านสังคม สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีมและผู้ร่วมงานอื่น ๆ ได้ดี เพราะการเล่นกีฬาหรือการ ออกก าลังกายร่วมกันเป็นหมู่คณะ จะท าให้เกิดความเข้าใจกันและได้เรียนรู้พฤติกรรมซึ่งกันและกัน มี บุคลิกภาพที่ดีมีความเป็นผู้น า มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีและสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขประโยชน์ ทางด้านสังคมจึงสรุปได้ดังนี้ 4.1 ท าให้มีเพื่อนใหม่และรู้จักสามัคคี 4.2 ท าให้รู้จักการท างานร่วมกันเป็นหมู่คณะ 4.3 ท าให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในสังคม 4.4 ท าให้มีวินัย เคารพกฎระเบียบของสังคม 4.5 ท าให้รู้จักการเป็นผู้น า ผู้ตามที่ดี 4.6 ท าให้เป็นบุคคลที่มีมารยาทดีในสังคม
9 4.7 ท าให้เกิดความเสมอภาคขึ้นในสังคม 4.8 ท าให้วิถีการด าเนินชีวิตมีแนวโน้มไปในทางที่ดี ไม่ก่อปัญหาให้กับสังคม 4.9 นักกีฬาฟุตซอลที่ดีย่อมเป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนรุ่นต่อ ๆ ไป 5. ประโยชน์ทางด้านสติปัญญาการออกก าลังกายอย่างสม่ าเสมอจะท าให้ความคิดความอ่านสมอง ปลอดโปร่ง มีไหวพริบ มีความคิดสร้างสรรค์ มีการคิดค้นหาวิธีเอาชนะคู่ต่อสู้ในวิถีทางของเกมส์การแข่งขัน ซึ่งบางครั้งสามารถ น ามาใช้ในการด าเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ประโยชน์ทางด้านสติปัญญาจึงพอสรุปได้ ดังนี้ 5.1 ท าให้เป็นผู้มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ 5.2 ท าให้มีความรู้ด้านกฎกติกา ระเบียบ ยุทธวิธี และระบบการแข่งขัน 5.3 ท าให้มีไหวพริบดี รู้จักการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า 5.4 ท าให้เป็นผู้รู้จักวิเคราะห์สถานการณ์ล่วงหน้า 5.5 ท าให้เป็นผู้รู้จักตั้งเป้าหมายและวางแผนงานล่วงหน้า 5.6 ท าให้เป็นผู้กล้าแสดงออกทางกายและการเสนอความคิดเห็นอย่างมีเหตุมีผล 6. ประโยชน์ทางด้านการเมือง กีฬาได้ถูกน าเอาไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของประเทศที่มีระบอบและแนวคิด ทางการเมืองที่แตกต่างกัน ทั้งเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีแก่ประเทศเหล่านั้น และการกีด กัน ของประเทศคู่กรณี ตลอดจนเป็นการโฆษณาชวนเชื่อต่าง ๆ การด าเนินกิจการหลาย ๆ อย่างของ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ล้วนมีตัวแปรมาจากการเมือง เช่น การตัดสินใจเลือกประเทศที่จะเป็น เจ้าภาพฟุตซอลโลกในครั้งต่อ ๆ ไปด้วย 7. ประโยชน์ทางด้านชื่อเสียงของประเทศ หลายคนได้รู้จักประเทศไทยผ่านทางนักกีฬาทีมชาติไทยที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเรารู้จักชื่อนัก ฟุตซอลที่เก่งที่สุดในโลกมากกว่าชื่อนายกรัฐมนตรีของประเทศเสียอีก ถ้าพูดถึงกีฬา ฟุตบอล กีฬาฟุตซอ ลทุกคนต้องรู้จักประเทศบราซิล หากการแข่งขันฟุตบอลโลกและฟุตซอลโลก ครั้งใดไม่มีประเทศบราซิล เข้าร่วมการแข่งขัน คนดูจะรู้สึกว่าเหมือนกับขาดสีสันไปเลย
10 บทที่3 กติกาเกี่ยวกับฟุตซอล การเคารพกฎเกณฑ์เป็นหลักการพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันของผู้คนในสังคมโดยปกติสุขไม่ ว่าจะเป็นสังคมใดหรือประเทศใด การอยู่ร่วมกันของผู้คนเป็นจ านวนมากในสังคมต้องอาศัยกฎระเบียบ กติกาของสังคม ซึ่งคนในสังคมนั้น ๆ จ าต้องเรียนรู้กฎกติกาของสังคม พร้อมทั้งต้องมีความรับผิดชอบ ต่อสังคมส่วนรวมนั่นคือ ต้องยอมรับและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กติกาทางสังคมเช่นเดียวกับในเชิงของกีฬา ทุกชนิดกีฬาก็จะมีกติกาประจ าในแต่ละชนิดกีฬาแตกต่างกันออกไปเพื่อให้การแข่งขันเป็นไปอย่าง สนุกสนานมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการเล่นกีฬาฟุตซอล เราควรมาท าความรู้จักกติกาฟุตซอลเบื้องต้นห้ ดีเสียก่อน ท าให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการเล่น อาศัยความได้เปรียบในเชิงกติกามาใช้ในการเล่น และ ที่ส าคัญยังช่วยในการลดปัญหาการบาดเจ็บของนักกีฬาได้อีกด้วย ถ้าหากนักกีฬาพัฒนาการเล่นในระดับ ที่สูงขึ้นไปเล่นในระดับสากลก็ไม่ต้องปรับตัวให้ยุ่งยากและเป็นปัญหาต่อไป กติกาข้อ 1 สนามแข่งขัน (The Pitch) พื้นผิวสนามแข่งขัน (Pitch Surface) การแข่งขันต้องเล่นบนพื้นเรียบไม่มีรอยแตกแยกต่างระดับ พื้นสนามต้องท าจากไม้หรือยาง สังเคราะห์ ควรหลีกเลี่ยงการใช้พื้นปูนหรือยางมะตอย ไม่อนุญาตให้ใช้สนามหญ้าเทียมในการแข่งขันในระดับ นานาชาติ หรือการแข่งขันสโมสรนานาชาติ การท าเส้นสนามแข่งขัน (Pitch Markings) สนามต้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประกอบด้วยเส้นต่าง ๆ เส้นเหล่านั้นเป็นพื้นที่ของเขตนั้น ๆ ต้องเขียนให้ชัดเจนและแตกต่างจากสีของสนามแข่งขันเส้นด้านยาวสองเส้น เรียกว่า "เส้นข้าง" (Touch Lines) เส้นด้านสั้นสองเส้น เรียกว่า "เส้นประตู" (Goal Lines) เส้นทุกเส้นต้องมีความกว้าง 8 เซนติเมตร สนามแข่งขันแบ่งออกเป็นสองครึ่งเท่าๆ กัน โดยมีเส้นแบ่งแดน (A Halfway) ที่กึ่งกลางสนามของเส้น แบ่งแดน มีจุดกึ่งกลางสนาม (Center Mark) และมีวงกลมรัศมี 3 เมตร ล้อมรอบจุดนี้ไว้ ท าเส้นตั้งฉากกับระยะประตูไว้ด้านนอกสนาม โดยวัดห่างจากส่วนโค้งมุมสนามเป็นระยะห่าง 5 เมตร เพื่อให้แน่ใจว่าในขณะที่มีการเตะจากมุม ผู้เล่นฝ่ายรับได้ปฏิบัติได้ถูกต้องตามระยะที่ก าหนดความกว้าง ของเครื่องหมาย 8 เซนติเมตร
11 ท าจุดสองจุด มีระยะห่างจากจุดโทษจุดที่สองไปทางด้านซ้ายและด้านขวาด้านละ 5 เมตรเพื่อ เป็นที่แน่ใจว่ามีการถอยตามระยะที่ก าหนด เมื่อมีการเตะโทษจากจุดโทษจุดที่สอง ความกว้างของจุดนี้ 8 เซนติเมตรขนาด สนาม (Dimensions) สนามต้องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความยาวของเส้นข้างต้องยาวกว่าความยาวของเส้นประตู เส้นทุกเส้นต้องมีความกว้าง 8 เซนติเมตร การแข่งขันทั่วไป ความยาว (เส้นข้าง)ต่ าสุด 25 เมตร สูงสุด 42 เมตร ความกว้าง (เส้นประตู) ต่ าสุด 16 เมตร สูงสุด 25 เมตร การแข่งขันระหว่างชาติ (International Matches) ความยาว (เส้นข้าง)ต่ าสุด 38 เมตร สูงสุด 42 เมตร ความกว้าง (เส้นประตู) ต่ าสุด 20 เมตร สูงสุด 25 เมตร เขตโทษ (Penalty Area) วัดจากด้านนอกของเสาประตูแต่ละข้างมีความยาวข้างละ 6 เมตร บนเส้นประตูเขียนส่วนโค้ง รัศมี 6 เมตรจากเสาประตูด้านนอกเข้าไปในพื้นที่ของสนามจนปลายส่วนโค้งครบ 1/4 ของวงกลมและ มาบรรจบกันโดยลากเส้นตรง 3.16 เมตรขนานกับเส้นประตูเชื่อมต่อจากปลายของส่วนโค้ง พื้นที่ภายใน เขตและเส้นประตูนี้เรียกว่า "เขตโทษ" จุดโทษ (Penalty Mark) วัดจากจุดกึ่งกลางประตูเป็นแนวตั้งฉากเข้าไปในสนามแข่งขันเป็นระยะทาง 6 เมตร และให้ ท าจุดแสดงไว้ จุดนี้เรียกว่า " จุดโทษ" จุดโทษจุดที่สอง (The Second Penalty Mark)
12 วัดจากจุดกึ่งกลางประตูเป็นแนวตั้งฉากเข้าไปในสนามแข่งขันเป็นระยะทาง 10 เมตร และให้ ท าจุดแสดงไว้ จุดนี้เรียกว่า " จุดโทษจุดที่สอง" เขตมุม (Corner Area) ให้ท ารัศมีมุมสนามทั้งสี่ด้าน โดยให้เขียนส่วนโค้งรัศมี 1/4 ของส่วนโค้งไว้ด้านในของ สนามแข่งขัน โดยมีรัศมี 25 เซนติเมตร เขตเปลี่ยนตัว (Substitution Zone) ตั้งอยู่บนเส้นข้างของสนามแข่งขันด้านที่จัดที่นั่งผู้เล่นส ารองไว้ เป็นเขตให้ผู้เล่นเปลี่ยนตัวเข้า และออก ต้องอยู่ภายในเขตเปลี่ยนตัวนี้และเป็นเขตเปลี่ยนตัวของทีมตนเองเท่านั้น เขตเปลี่ยนตัววัด จากเส้นแบ่งแดนออกมาบนเส้นข้างของแต่ละข้าง ๆ ละ 5 เมตร แล้ววัดท าเขตระยะการเปลี่ยนตัวอีก 5 เมตรเป็นช่วงของการเปลี่ยนตัว เขตเปลี่ยนตัวจุดเริ่มต้นและจุดสุดท้ายของเขตเปลี่ยนตัวให้ท า เครื่องหมายแต่ละด้านยาว 80 เซนติเมตร โดยวัดจากขอบเส้นข้างเข้าไปในสนามและออกนอกสนาม ด้านละ 40 เซนติเมตร ความกว้างของเส้นนี้ 8 เซนติเมตร ประตู (Goals) ประตูต้องอยู่บนกึ่งกลางของเส้นประตูแต่ละด้าน ประกอบด้วยเสาประตูสองเสามี ระยะห่าง กัน 3 เมตร และเชื่อมต่อกันด้วยคานตามแนวนอน ซึ่งส่วนล่างของคานจะอยู่ห่างจากพื้น 2 เมตรเสาและคานประตูจะต้องมีความกว้าง 8 เซนติเมตร ตาข่ายติดไว้ที่ประตูและคานประตู ตาข่าย ประตูต้องท าด้วยป่าน ปอ หรือไนล่อน จึงจะอนุญาตให้ใช้ได้ เสาประตูและคานประตูต้องมีสีแตกต่าง จากสนามแข่งขัน มีระบบยึดติดกับพื้นสนามเพื่อป้องกันการล้ม0.08mต้องอยู่บนเงื่อนไขของความ ปลอดภัยและกติกาที่ก าหนด
13 บทที่4 การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาฟุตซอลและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น กีฬามีประโยชน์ส าหรับบุคคลทุกเพศ ทุกวัย ท าให้ร่างกายเจริญเติบโต แข็งแรงสมบูรณ์ ช่วยปลูกฝังความมีน้ าใจเป็นนักกีฬา รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ดังนั้นกีฬาจึงมีคุณค่ามากมายใน ท านองเดียวกันเมื่อกีฬามีคุณค่า ก็ย่อมมีโทษไม่น้อย เพราะในการเล่นกีฬาทุกชนิดมักจะประสบ อุบัติเหตุไม่มากก็น้อยอยู่สม่ าเสมอ ซึ่งอุบัติเหตุดังกล่าวมักเกิดขึ้นจากสาเหตุต่าง ๆ กันไป ถ้าเราศึกษา ถึงสาเหตุที่มาของอุบัติเหตุ หรือถ้าหากนักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ได้รับการดูแลและ รักษาอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยให้ความรุนแรงของการบาดเจ็บลดลงเพราะฉะนั้นการรักษาและการป้องกัน อันตรายจากการกีฬาจึงมีความส าคัญอย่างมากส าหรับผู้เล่นกีฬาโดยทั่วไปซึ่งการบาดเจ็บทางการกีฬา หมายถึง ลักษณะหรือพฤติกรรม ของบุคคลที่มีร่างกายหรือ จิตใจได้รับความทรมาน ความทุกข์ ความ เสียหาย หรือสูญเสียองค์ประกอบของร่างกายไป อันเนื่องมาจากการเข้าร่วมในการเล่นกีฬา หรือ หมายถึง การป้องกันอันตรายหรือการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการเล่นกีฬา และถ้าหากได้รับบาดเจ็บจาก การกีฬาแล้วก็มีวิธีการ และหลักการรักษาอย่างถูกต้องเพื่อต้องการให้การบาดเจ็บลดน้อยลง หรือ ป้องกันไม่ให้ลุกลามไปเกินกว่าที่แพทย์จะท าการเยียวยาและรักษาได้ ในส่วนของการปฐมพยาบาล ก็มี ความส าคัญอย่างยิ่ง เราสามารถหาสาเหตุของการ