The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by auy2966, 2022-02-22 03:38:56

B3BDCAC5-0027-4047-88EB-59C09CFD41FD

B3BDCAC5-0027-4047-88EB-59C09CFD41FD

หมู่บ้านชาวประมง Reine เป็น
หมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ทางตอน
เหนือของประเทศนอร์เวย์และเป็นส่วน
หนึ่งของหมู่เกาะโลโฟเทน (Lofoten)
ในมณฑลนูร์ลันด์ อาณาเขตของ
หมู่บ้านตั้งอยู่เหนือเส้นอาร์คติกเซอร์เคิ
ลบริเวณใกล้ขั้วโลกเหนือ ล้อมรอ
บด้วยฟยอร์ดและเทือกเขาที่มีหิมะ
ปกคลุมตลอดปี และถึงแม้จะอยู่เหนือ
เส้นอาร์คติกเซอร์เคิล แต่ภูมิอากาศ
ของหมู่บ้านแห่งนี้ก็ไม่ได้หนาวจัด
เหมือนที่อื่นๆ

REINE LOFOTEN


ไฮไลท์ของหมู่บ้าน Reine ก็คือความสวยงามที่

โดดเด่นนั่นเอง ถึงแม้ว่าหมู่เกาะโลโฟเทนจะมี
หมู่บ้านตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ Reine ก็ยังได้
ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่สวยที่สุดในนอร์เวย์มาตั้งแต่
อดีตจนถึงปัจจุบัน ความสวยงามของที่นี่เริ่มต้น
จากภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาและฟ
ยอร์ด สถาปัตยกรรมบ้านไม้ชาวประมงที่สร้างขึ้น
ในรูปแบบเดียวกัน ดูน่ารักและเป็นระเบียบ ทาสี
สันสดใสตัดกับสีฟ้าครามของน้ำทะเล บรรยากาศ
สงบเงียบเป็นส่วนตัว เนื่องจากจำนวนประชากร
ของหมู่บ้าน Reine มีเพียงประมาณ 300 คน
เท่านั้น

เพราะเป็นพิกัดที่ได้รับอิทธิพลลมร้อน
จากอ่าวเม็กซิโกและมีกระแสน้ำอุ่นไหล
ผ่านหมู่เกาะที่ตั้งของหมู่บ้าน ทำให้
Reine มีอากาศเย็นสบายตลอดปี แม้
ในฤดูหนาวก็จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ไม่
ต่ำกว่า -5 องศาเซลเซียสเท่านั้น ใน
ขณะที่ฤดูร้อนก็ยังคงมีอากาศเย็นสบาย
อุณหภูมิเฉลี่ยไม่สูงกว่า 15 องศา นับได้
ว่าเป็นสถานที่ที่สามารถมาท่องเที่ยวได้
ตลอดปีเลยทีเดียว ความสวยงามของที่
นี่เป็นความสวยงามที่แตกต่างกันไปใน
แต่ละฤดู

IN NORWAY

วิถีชีวิตแบบชาวประมงดั้งเดิม นอกจากความ
สวยงามของทิวทัศน์ในทุกฤดูแล้ว วิถีชีวิตแบบ
ชาวประมงดั้งเดิมซึ่งได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่าง
ดีของที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว
จำนวนมากให้เข้ามาเที่ยวชมหมู่บ้าน ไฮไลท์ก็คือ
บ้านแต่ละหลังจะมีเรือผูกไว้หน้าบ้าน โดยชาว
ประมงที่ Reine จะออกหาปลาและนำปลามา
ผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยการตากแห้งเพื่อส่ง
ขายและเก็บไว้ทานในฤดูหนาว ปลาส่วนใหญ่ที่จับ
ได้ในเขตนี้คือปลาค็อด ซึ่งเพื่อนๆ จะได้เห็นชาว
ประมงนำปลามาตากแห้งบนราวหรือชั้นไม้ทั่ว
หมู่บ้าน ซึ่งปลาแห้งถือเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกที่
เก่าแก่ที่สุดของนอร์เวย์เลยทีเดียว

Faroe Islands

เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คุณสามารถบิน drone ได้เกือบทุกที่อย่างไม่ต้องกลัว
ใครมาจับ แค่ระวังไม่ไปบินตามที่ที่เค้าห้ามบินเท่านั้นเอง ซึ่งภาพที่เราได้
จาก Drone มานี่สุดยอดเกือบทุกภาพ แต่ข้อควรระวังคือ ที่นี่ลมค่อยข้าง
แรง ยิ่งเวลาเดินขึ้นเขาหรือไปตามหน้าผาต่างๆ นี่ ลมพักคนเกือบปลิว
สมควรดูให้ดีว่าบินไหวมั้ยแล้วค่อยบิน

สัมผัสกับที่สุดของธรรมชาติอันสมบูรณ์แบบของหมู่เกาะแฟโร ดินแดนในการปกครองของ
เดนมาร์ก ที่ประกอบด้วย 18 เกาะกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ตั้งอยู่ระหว่างประเทศนอร์เวย์
กับไอซ์แลนด์ ทางเหนือของประเทศสก็อตแลนด์ มีภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหน้าผาริมทะเล
และเทือกเขาตามแนวภูเขาไฟ ทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่ยังคงความบริสุทธิ์
มากมาย ทัศนียภาพงดงามไม่แพ้ไอซ์แลนด์ อีกทั้งวัฒนธรรมของผู้คนที่มีจำนวนน้อยกว่า
ประชากรแกะก็น่ารักมีเสน่ห์ ทำให้แฟโรเป็นจุดหมายที่กำลังเป็นเทรนด์สำหรับนักท่องเที่ยวทั่ว
โลก

The Faroe Islands


DEN

บ้านแนวคอทเทจหลากสีและโบสถ์ไม้มุงหลังคาด้วยหญ้า ช่วยเพิ่มความโดด
เด่นให้กับทุ่งหญ้าอันยิ่งใหญ่ที่ไร้ขอบเขต เมื่อมองไปตามยอดเขา คุณจะเห็น
ร่องน้ำสีดำเป็นชั้นๆ แบบเลเยอร์เค้กคาดผ่านตัวเขา ดูแล้วโดนเด่น แปลกตา
ถึงกระนั้น แม้กระทั่งหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อยู่แทบจะสุดขอบโลก ก็ยังถูกเชื่อมโยง
กันด้วยอุโมงค์ถนนทั้งทะลุเขาทั้งใต้น้ำที่น่าทึ่ง และแม้ว่าคุณจะถูกล้อมรอบ
ไปฟยอร์ดอันอลังการงานสร้างแค่ไหน โทรศัพท์มือถือของคุณก้อยังรับ
สัญญาณ 4G หรือ LTE ได้เป็นอย่างดี เอาเป็นว่า อยู่สุดขอบโลกก็ Facetime
ได้สบายๆ

Gasadalur Village หมู่บ้านริมผางามท่ามกลางธรรมชาติน่ารื่นรมย์
ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะ Vagar มีลักษณะเป็นหมู่บ้านกระท่อมมี
สีสันสวยงามแปลกตา โดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันงดงาม มีทั้งเทือก
เขา Arnafjall หรือเทือกเขา Eysturtindur เป็นฉากหลังรวมไปถึง
ลำธารสายหลักของหมู่บ้าน ที่ไหลเป็นน้ำตกลงจากหน้าผาสู่ทะเล
อย่าง Mulafossur Waterfall สวยงามน่าจดจำ

Village of Gásadalur

MARK

G

i

e

t

h Venice หมู่บ้านไร้ถนนกีโธร์น “Giethoorn” เป็นหนึ่ง เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่
of the ในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ จริง ๆ หากเดินทางมาที่นี่รถบัสจะ
จอดที่ป้าย Dominee
Netherlands เนเธอร์แลนด์ ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ‘เวนิส Hylkemaweg ยังไม่ถึงตัวหมู่บ้าน
เลย ต้องเดินข้ามถนนมาอีกฝั่งจะเจอ
o เนเธอร์แลนด์’ (Venice of the Netherlands) กับลานจอดรถขนาดใหญ่ ทางด้าน
ตั้งอยู่ในจังหวัดโอเฟอร์ไรส์เซิล (Overijssel) อยู่ ซ้ายมือเป็นจุดเช่าเรือและลำคลอง
ในเขตเทศบาลสเตนไวค์เคอร์ลันด์ ขนาดเล็กที่มีเรือจอดอยู่จำนวนมาก
ด้านหน้าถัดจากลานจอดรถเป็นที่ตั้ง
o (Steenwijkerland) ห่างจากเมืองสเตนไวค์ ของสำนักงานบริการข้อมูลนักท่อง
เที่ยว หากใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
(Steenwijk) ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 5 ก็สามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ด้านใน
กิโลเมตร ที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ผู้คนใช้ชีวิตแบบ ได้ ส่วนทางด้านขวามือเป็นเส้นทาง
เดินไปยังตัวหมู่บ้านไร้ถนนกีโธร์น
เรียบง่าย ไม่มีเส้นทางการเดินรถ เน้นการสัญจร ก่อนจะถึงตัวหมู่บ้านก็มีร้านอาหาร
หลายร้าน ฝั่งแม่น้ำมีจุดเช่าเรือเลือก
ด้วยเรือเป็นส่วนใหญ่ เหมาะสำหรับการสัมผัส ได้ตามความชอบเลย หรือจะไปเช่าที่
ด้านในหมู่บ้านก็ได้
r บรรยากาศการใช้ชีวิตของผู้คนในพื้นที่แบบไม่เร่ง
รีบท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบ เดินทางสะดวก
ด้วยระบบขนส่งสาธารณะ หากมีเวลาเหลือจาก

n การเที่ยวที่ หมู่บ้านไร้ถนนกีโธร์น (Giethoorn) ก็
ยังสามารถไปเที่ยวต่อที่เมืองซโวลเลอ (Zwolle)
ได้อีก เป็นเดย์ทริปแนะนำที่ถือว่าคุ้มค่ากับการ

เดินทางจากอัมสเตอร์ดัมมาก ๆ

ด้านในหมู่บ้านไร้ถนนกีโธร์น (Giethoorn) ผู้คนที่นี่ ส่วนมากมีอาชีพเป็นชาวไร่ ฐานะค่อนข้างดี N
มีบรรยากาศที่ร่มรื่นมากค่ะ โอบล้อมด้วย มีฟาร์มเป็นของตัวเอง บ้านแต่ละหลังถูกออกแบบให้ e
ธรรมชาติและต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก มี เป็นกระท่อมสไตล์ตะวันตกมีความโดดเด่นสวยงาม t
ลำคลองทอดยาวไปตามถนนทางเดิน บางช่วง ในช่วงฤดูใบไม้ผลิคาบเกี่ยวกับฤดูร้อน ถือเป็นช่วง h
มีสะพานข้ามไปยังอีกฝั่ง บ้านเรือนโดยส่วน เวลาที่พีคที่สุดในการมาท่องเที่ยวหมู่บ้านแห่งนี้ e
ใหญ่สร้างแบบเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่หาดูไม่ เพราะจะได้ล่องเรือชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงาม
ได้จากตัวเมืองใหญ่ ๆ เป็นภาพฉากหลัง ภายในหมู่บ้าน อากาศกำลังดี รวมถึงได้รื่นรมย์กับ
ปรากฏในรูปภาพจำนวนมากจากโลก ดอกไม้ที่ผลิบานสะพรั่งต้อนรับผู้มาเยือน
ออนไลน์ที่ใครหลายคนอาจจะเคยเห็นผ่านตา
มาบ้างแล้ว บ้านเรือนบางส่วนนอกจากจะใช้
เป็นที่อยู่อาศัยแล้วยังถูกดัดแปลงเป็นร้านค้า
ร้านอาหาร รวมถึงโรงแรมที่พักไว้ต้อนรับผู้มา
เยือนที่ต้องการพักค้างคืนที่นี่

5 ยูโร คือค่าใช้จ่ายในการล่องเรือชมหมู่บ้าน นอกจากนี้ ยัง r
มีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น l
มิวเซียม ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟสุดชิค และร้าน
อาหารเก๋ ๆ ที่เห็นแล้วน่านั่งไปหมดเลย

a

n

d

s

Plitvice Lakes
National Park

Republic
of Croatia

อุทยานแห่งชาติทะเลสาบพลิทวิเซ่
(Plitvice Lakes National Park)

ตั้งอยู่ที่เมืองลิก้า (Lika) ในดินแดนทางด้าน
ตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรป ประเทศโครเอเชีย
เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีลักษณะเป็นธารน้ำ
ไหลบนหินปูน ผ่านแม่น้ำโครานา (Korana)
ทำให้เกิดทะเลสาบ 20 แห่งไหลผ่านหินปูน
และหินชอล์ก ระหว่างทะเลสาบมีน้ำตกหลาย
แห่งและชั้นหลากหลายที่ชวนมหัศจรรย์ ที่บ่ง
บอกถึงสภาพความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้
ทะเลสาบถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ชั้นบน
และชั้นล่าง

ทะเลสาบพลิทวิเซ่ ตั้งอยู่ท่ามกลาง 3
เทือกเขา ทั้งเทือกเขา “Pljesevica”,
“Mala Kapela” และ “Medvedak” ที่
โอบล้อมทะเลสาบแห่งนี้ไว้ โดยทะเลสาบมี
ลักษณะทอดตัวยาวไปตามแนวร่อง
ระหว่างเทือกเขา และมีเขื่อนที่เกิดขึ้นตาม
ธรรมชาติ ขวางกันทะเลสาบเป็นช่วง ๆ ซึ่ง
เกิดขึ้นจากพวกมอส สาหร่าย และ
แบคทีเรีย ที่ก่อตัวเป็นเปลือกแข็งห่อหุ้ม
สลับกันไปเป็นชั้น ๆ แถมยังมีน้ำตก “เว
ลิกิ สแล็พ” (Veliki Slap) น้ำตกที่ใหญ่ นอกจากความสวยงามตามธรรมชาติแล้วนั้น ทะเลสาปพลิทวิเซ่แห่งนี้ ยังแวดล้อมไปด้วย
และสูงกว่า 70 เมตร ตั้งตระหง่านอย่างยิ่ง ป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด อาทิเช่น หมีสีน้ำตาล นกอินทรี
ใหญ่ คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยม และนกชนิดอื่น ๆ อีกกว่า 140 สายพันธุ์ ซึ่งเหตุนี้เอง จึงทำให้องค์การยูเนสโก้ได้ประกาศ
ชมด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1979 อีกด้วย


Click to View FlipBook Version