The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กำหนดการสอน ส 22103 สังคมศึกษา ม.2 2.63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jidaporn11, 2020-12-18 04:54:35

กำหนดการสอน ส 22103 สังคมศึกษา ม.2 2.63

กำหนดการสอน ส 22103 สังคมศึกษา ม.2 2.63

กำหนดกำรสอน

รำยวิชำ ส22103 สงั คมศกึ ษำ
ช้ันมัธยมศกึ ษำปที ่ี 2 ภำคเรยี นท่ี 2
จำนวน 1.5 หน่วยกติ เวลำเรียน 3 ชัว่ โมง/ สัปดำห์

สอนโดย
นำงสำวจิดำภรณ์ ถนิ่ ตองโขบ

ตำแหน่ง ครผู ู้ชว่ ย

กลุม่ สำระกำรเรียนรู้สงั คมศกึ ษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
โรงเรยี นโคกโพธไ์ิ ชยศกึ ษำ อำเภอโคกโพธไ์ิ ชย จังหวดั ขอนแก่น

สำนกั งำนเขตพื้นท่กี ำรศึกษำมัธยมศกึ ษำ เขต 25
สังกดั สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พ้นื ฐำน



คำนำ

เอกสารกาหนดการสอนเลม่ น้ี จัดทาขน้ึ เพอื่ เป็นแนวทางในการวางแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน
รายวิชา ส22103 สงั คมศึกษา ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ซง่ึ รายละเอยี ดในเลม่ ประกอบด้วยหลักการของหลักสตู ร จดุ หมายหลกั สตู ร
วสิ ยั ทัศนข์ องกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม มาตรฐาน การเรียนร้ชู ่วงช้ัน คาอธิบายรายวิชา หน่วยการ
เรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้และอัตราคะแนน กาหนดการจัดการเรียนรู้

หวังเป็นอยา่ งย่งิ ว่าเอกสารเลม่ น้ีคงเป็นประโยชน์แกผ่ สู้ นใจตามสมควร

นางสาวจดิ าภรณ์ ถ่ินตองโขบ

สำรบญั

เร่ือง หน้ำ

วิสัยทัศน์หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
- หลกั การ .........................................................……………………………………………….…………………………...1
- จดุ หมาย........................…..………………………………………………………………………………………………………...1
- วิสยั ทศั น์โรงเรยี นโคกโพธิไ์ ชยศึกษา.........................................................................................................1
- พันธกจิ .....................................................................................................................................................2
- เป้าประสงค.์ ............................................................................................................................ .................2
- กลยทุ ธ์โรงเรียน........................................................................................................................................2
- กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม………...………………............................................2
- สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน .........................................…………………………………………………………………3
- คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์........................................................................................................................4
- สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม .......................5
- คณุ ภาพผเู้ รยี น........................................................................................................................... ...............6
- ตวั ชวี้ ดั และสาระการเรียนรูแ้ กนกลาง.......................................................................................................8
- วิเคราะหม์ าตรฐานการเรียนรู้ตัวชีว้ ัด/ตวั ชว้ี ดั .……………………………………………………..………………………..14
- คาอธิบายรายวชิ า ……………………………….…………………………………………………………………………………….20
- โครงสรา้ งรายวชิ าและกาหนดหน่วยการเรยี นรู้........................................................................................21
- มาตรฐาน/ตัวชี้วัดและอัตราส่วนคะแนน……………………………………………………………………………………...23
- กาหนดการจัดการเรียนรู้………………………………………………………………………….......................................26

1

วสิ ยั ทัศน์หลักสตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำขั้นพ้นื ฐำน

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกาลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มี
ความสมดุลทง้ั ดา้ นรา่ งกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็น พลโลก ยึดมั่นในการ
ปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ มคี วามรแู้ ละทกั ษะพ้ืนฐาน รวมท้ัง เจตคติ
ที่จาเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญบนพื้นฐาน
ความเช่อื ว่า ทุกคนสามารถเรยี นรู้และพัฒนาตนเองไดเ้ ต็มตามศกั ยภาพ

หลักกำร

หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน มหี ลกั การทีส่ าคัญ ดงั น้ี
1.เปน็ หลกั สูตรการศึกษาเพ่ือความเปน็ เอกภาพของชาติมีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้

เป็นเปา้ หมายสาหรบั พฒั นาเดก็ และเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคณุ ธรรมบนพ้ืนฐานของความเปน็ ไทย
ควบคู่กบั ความเป็นสากล

2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเสมอภาค และมี
คณุ ภาพ

3. เป็นหลักสูตรการศึกษาท่ีสนองการกระจายอานาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
ให้สอดคล้องกบั สภาพและความตอ้ งการของทอ้ งถิ่น

4. เป็นหลกั สตู รการศึกษาที่มีโครงสรา้ งยดื หย่นุ ทงั้ ดา้ นสาระการเรียนรู้ เวลาและการจดั การเรียนรู้
5. เปน็ หลกั สูตรการศึกษาทเี่ นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั
6. เป็นหลักสูตรการศึกษาสาหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก
กลุ่มเปา้ หมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู้ และประสบการณ์

จุดหมำย

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข
มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกาหนดเป็นจุดหมายเพ่ือให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อจบการศึกษา
ขนั้ พนื้ ฐาน ดงั น้ี

1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตนตาม
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนาทีต่ นนับถอื ยดึ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

2. มคี วามรู้ ความสามารถในการส่อื สาร การคดิ การแกป้ ญั หา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต
3. มสี ุขภาพกายและสุขภาพจติ ทีด่ ี มีสุขนสิ ัย และรักการออกกาลังกาย
4. มคี วามรกั ชาติ มีจติ สานกึ ในความเปน็ พลเมืองไทยและพลโลกยึดมัน่ ในวิถีชวี ติ และการปกครองตาม
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ

5. มีจติ สานกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย การอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นาสิง่ แวดลอ้ ม
มจี ิตสาธารณะทีม่ ุ่งทาประโยชน์และสร้างสิ่งทดี่ ีงามในสงั คม และอยู่ร่วมกันในสงั คมอยา่ งมคี วามสขุ

วสิ ัยทัศน์โรงเรียนโคกโพธิ์ไชยศึกษำ

โรงเรียนโคกโพธไ์ิ ชยศกึ ษา เปน็ องค์กรแหง่ การเรียนรู้และเป็นศนู ย์กลางพฒั นาชมุ ชน บริหารจัดการศึกษา
ดว้ ยระบบคณุ ภาพตามหลักธรรมาภบิ าลและหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง สคู่ วามเป็นสากลตามวิถีความเปน็ ไทย
ครมู คี ณุ ภาพตามมาตรฐานวชิ าชีพ นักเรยี นมคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความเปน็ เลิศทางวชิ าการ ก้าวทัน
เทคโนโลยแี ละมจี ิตสานึกรักษ์สง่ิ แวดล้อม

2

พนั ธกจิ (MISSION)

1. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การใหบ้ รกิ ารการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐานอยา่ งเสมอภาคทัว่ ถึงทกุ กลุ่มเปา้ หมาย
2. พัฒนาผู้เรียนให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาและมีความเป็นไทยโดยเน้นปฏิรูประบบการ
เรียนรทู้ ี่ยดึ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั
3. สง่ เสรมิ พฒั นา ระบบการบรหิ ารงาน การจดั การในองคก์ รให้มปี ระสิทธิภาพ โดยใหช้ ุมชน และ
องคก์ รสว่ นท้องถิน่ มสี ว่ นรว่ ม
4. พัฒนา บรรยากาศสิ่งแวดลอ้ มและแหลง่ เรียนรู้ภายในโรงเรยี น ให้เอ้ือตอ่ การจดั การเรยี น
การสอน

เป้ำประสงค์ (GOAL)

นักเรียนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเสมอภาคเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
ของชาติ เปน็ คนดี คนเกง่ และดารงชวี ิตอยใู่ นสังคมอย่างมคี วามสุข

กลยุทธ์โรงเรยี น

1. สง่ เสริมการผลติ การใช้สอ่ื นวตั กรรมและภูมิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ในการจดั การเรียนการสอนท่ีเน้นผู้เรียน
เป็นสาคัญ

2. พัฒนาครใู ห้มีมาตรฐานวชิ าชพี ครูตามพระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ.2542
3. พฒั นาระบบการบรหิ ารงบประมาณและสนิ ทรพั ย์ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพตรวจสอบได้
4. พัฒนาระบบการบรหิ ารและการจดั การศกึ ษาตามมาตรฐานการศึกษาแหง่ ชาตโิ ดยใช้โรงเรียน
เปน็ ฐาน
5. สง่ เสรมิ และพัฒนานกั เรียนให้มีคณุ ลกั ษณะตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษาแหง่ ชาติ
6. พฒั นาอาคารสถานที่ บรรยากาศสง่ิ แวดลอ้ มและแหลง่ เรียนรู้ ให้เอือ้ ตอ่ การเรียนรู้
7. สง่ เสริมการมสี ่วนร่วมในการบรหิ ารและจดั การศึกษาของผูม้ สี ่วนเกย่ี วข้องกับ

กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศกึ ษำ ศำสนำและวัฒนธรรม

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมเป็นกลุ่มสาระท่ีพัฒนาความคิดของมนุษย์
ส่งเสรมิ ผ้เู รยี นให้เป็นคนดี มีปญั ญา มคี วามสุข พัฒนาศักยภาพของผู้เรยี นให้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิด
สังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรองมีวิสัยทัศน์ พร้อมที่จะแข่งขันและร่วมมืออย่าง
สรา้ งสรรคต์ ามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภายในปี 2554

พันธกจิ

1. บริหารการจัดการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยยึดผู้เรียนเป็นสาคัญ
มุง่ เน้น ใหเ้ กิดประสิทธิภาพ / ประสทิ ธิผล ตามหลักธรรมาภิบาล และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

2. จัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนที่เอือ้ ต่อการเรยี นรแู้ ละสง่ เสรมิ การใชแ้ หล่งเรยี นรู้ภายนอก
โรงเรียน

3. สรา้ งความพร้อมและพัฒนาบุคลากรในด้านการใช้สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีการจัดการเรียนรู้วิชา
สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

เปำ้ ประสงค์

นักเรียนทุกคนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาด้านคุณภาพผู้เรียน มีศักยภาพในการศึกษาต่อ
ประกอบอาชพี และดารงชวี ติ ในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสขุ

3

กลยทุ ธ์

1. พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ
วัฒนธรรม เชิงบูรณาการให้ผู้เรียนได้พัฒนาบรรลุตามสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์
และทักษะการดารงชวี ิตได้ตามศักยภาพ

2. เสรมิ สร้างศกั ยภาพบุคลากรในกลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ให้เป็นครูมอื
อาชีพมีทกั ษะในการปฏบิ ัติงานสามารถจดั กระบวนการเรียนรู้และพฒั นาคุณภาพผเู้ รียนไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ

3. พฒั นาสมรรถนะในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสอ่ื สาร และภูมิปัญญาท้องถ่ินของกลุ่มสาระ
การเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพ่ือจัดกระบวนการเรียนรู้และบริหารจัดการเพ่ือให้เกิดประโยชน์
สูงสุด

4. จดั บรรยากาศสง่ิ แวดล้อมและแหลง่ เรยี นรู้ภายในโรงเรียนใหเ้ อ้ือต่อการเรยี นรู้
5. ใชก้ ระบวนการวิจัยเพ่ือพัฒนาการจัดการเรยี นรู้ ในกลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนาและ
วฒั นธรรม

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนโคกโพธ์ไิ ชยศกึ ษา ม่งุ ให้ผเู้ รยี นเกดิ สมรรถนะสาคญั 5 ประการ ดงั น้ี
1. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร เป็นความสามารถในการรับและสง่ สาร มวี ฒั นธรรมในการใชภ้ าษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเขา้ ใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลยี่ นข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อนั จะเปน็ ประโยชน์ตอ่ การพัฒนาตนเองและสังคม รวมท้งั การเจรจาต่อรองเพื่อขจดั และลดปัญหา
ความขดั แย้งตา่ ง ๆ การเลอื กรับหรอื ไมร่ บั ข้อมูลข่าวสารดว้ ยหลักเหตผุ ลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลอื กใช้
วิธีการสื่อสาร ทมี่ ีประสิทธิภาพโดยคานงึ ถึงผลกระทบทีม่ ีต่อตนเองและสังคม
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ และการคดิ เป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพื่อ
การตัดสินใจเก่ยี วกับตนเองและสังคมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3. ควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ เปน็ ความสามารถในการแก้ปัญหาและอปุ สรรคต่าง ๆ ทีเ่ ผชญิ ได้อย่าง
ถูกต้องเหมาะสมบนพนื้ ฐานของหลกั เหตผุ ล คณุ ธรรมและข้อมลู สารสนเทศ เข้าใจความสัมพนั ธ์และการ
เปล่ยี นแปลงของเหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใชใ้ นการปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หา
และมกี ารตดั สินใจท่ีมปี ระสทิ ธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกดิ ขนึ้ ต่อตนเอง สังคมและสงิ่ แวดล้อม
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะชวี ิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่างๆ ไปใชใ้ น
การดาเนินชวี ติ ประจาวนั การเรียนร้ดู ้วยตนเอง การเรียนรูอ้ ย่างต่อเน่ือง การทางาน และการอย่รู ว่ มกนั ในสงั คม
ด้วยการสรา้ งเสรมิ ความสัมพันธ์อนั ดรี ะหวา่ งบคุ คล การจดั การปญั หาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การ
ปรับตวั ให้ทันกับการเปลย่ี นแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ ม และการรูจ้ ักหลกี เล่ียงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่
สง่ ผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ื่น
5. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร
การทางาน การแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม

4

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 8 ประกำร

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถ
อยู่ร่วมกบั ผูอ้ ื่นในสังคมไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ ในฐานะเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ดงั นี้

1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
2. ซ่อื สัตย์สุจรติ
3. มีวินัย
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพยี ง
6. มุ่งม่นั ในการทางาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
นอกจากนี้ สถานศึกษาสามารถกาหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพิ่มเติมให้สอดคล้องตามบริบทและ
จุดเน้นของตนเอง

ทำไมตอ้ งเรียนสังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม

สังคมโลกมกี ารเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเรว็ ตลอดเวลา กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้ ความเขา้ ใจ ว่ามนุษยด์ ารงชีวติ อย่างไร ทงั้ ในฐานะปัจเจกบคุ คล และการอยู่
ร่วมกันในสงั คม การปรบั ตวั ตามสภาพแวดลอ้ ม การจดั การทรพั ยากรทมี่ ีอยูอ่ ย่างจากดั นอกจากนี้ ยงั ชว่ ยให้
ผู้เรียนเขา้ ใจถึงการพัฒนา เปล่ียนแปลงตามยคุ สมัย กาลเวลา ตามเหตุปัจจยั ต่างๆ ทาใหเ้ กดิ ความเข้าใจในตนเอง
และผูอ้ น่ื มีความอดทน อดกลน้ั ยอมรับในความแตกตา่ ง และมีคุณธรรม สามารถนาความรู้ไปปรบั ใชใ้ นการดาเนิน
ชวี ิต เปน็ พลเมืองดีของประเทศชาติ และสงั คมโลก

เรยี นรอู้ ะไรในสงั คมศึกษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม

กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมวา่ ด้วยการอย่รู ่วมกันในสังคม ทมี่ ีความเช่อื ม
สัมพนั ธก์ ัน และมคี วามแตกต่างกนั อย่างหลากหลาย เพ่ือช่วยให้สามารถปรบั ตนเองกับบรบิ ทสภาพแวดล้อม เป็น
พลเมอื งดี มคี วามรับผดิ ชอบ มคี วามรู้ ทกั ษะ คุณธรรม และค่านิยมทเ่ี หมาะสม โดยได้กาหนดสาระต่างๆไว้ ดงั นี้

 ศำสนำ ศีลธรรมและจริยธรรม แนวคิดพ้ืนฐานเก่ียวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หลักธรรมของ
พระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตนนับถือ การนาหลักธรรมคาสอนไปปฏิบัติในการพัฒนาตนเอง และการอยู่ร่วมกัน
อย่างสันติสุข เป็นผู้กระทาความดี มีค่านิยมท่ีดีงาม พัฒนาตนเองอยู่เสมอ รวมท้ังบาเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและ
สว่ นรวม

 หน้ำที่พลเมือง วัฒนธรรม และกำรดำเนินชีวิต ระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบันการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ลักษณะและความสาคัญ การเป็นพลเมืองดี
ความแตกต่างและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ค่านิยม ความเช่ือ ปลูกฝังค่านิยมด้านประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข สทิ ธิ หน้าที่ เสรภี าพการดาเนินชวี ิตอยา่ งสนั ติสุขในสงั คมไทยและสงั คมโลก

 เศรษฐศำสตร์ การผลิต การแจกจ่าย และการบริโภคสินคา้ และบริการ การบริหารจัดการทรัพยากร
ที่มีอยู่อย่างจากัดอย่างมีประสิทธิภาพ การดารงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ และการนาหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ใน
ชวี ติ ประจาวนั

5

 ประวัติศำสตร์ เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ พัฒนาการของ
มนุษยชาติจากอดีตถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์และเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ผลกระทบท่ีเกิดจากเหตุการณ์
สาคัญในอดตี บุคคลสาคัญท่ีมีอิทธิพลต่อการเปล่ียนแปลงต่างๆในอดีต ความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรมและ
ภมู ปิ ญั ญาไทย แหลง่ อารยธรรมที่สาคัญของโลก

 ภมู ิศำสตร์ ลักษณะของโลกทางกายภาพ ลักษณะทางกายภาพ แหล่งทรัพยากร และภูมิอากาศของ
ประเทศไทย และภูมิภาคต่างๆ ของโลก การใช้แผนท่ีและเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์กันของสิ่งต่างๆ
ในระบบธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของมนุษย์กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และสิ่งท่ีมนุษย์สร้างข้ึน การนาเสนอ
ขอ้ มลู ภูมสิ ารสนเทศ การอนรุ กั ษส์ งิ่ แวดล้อมเพื่อการพัฒนาทยี่ ั่งยืน

สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้

สำระที่ 1 ศำสนำ ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวตั ิ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตน

นบั ถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกัน
อย่างสนั ติสขุ
มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาที่ตนนบั ถอื

สำระท่ี 2 หนำ้ ท่ีพลเมือง วัฒนธรรม และกำรดำเนินชวี ติ ในสงั คม
มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบัตติ นตามหนา้ ท่ีของการเปน็ พลเมืองดี มคี ่านยิ มที่ดีงาม และ
ธารงรักษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดารงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมไทย และ สังคมโลก
มาตรฐาน ส 2.2 อย่างสนั ตสิ ขุ
เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธารงรักษาไว้ซึ่ง
การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข

สำระท่ี 3 เศรษฐศำสตร์
มาตรฐาน ส.3.1 เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจดั การทรัพยากรในการผลิตและการบรโิ ภคการใช้

ทรัพยากรที่มอี ย่จู ากัดได้อย่างมีประสทิ ธิภาพและค้มุ คา่ รวมทง้ั เขา้ ใจ
หลกั การของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดารงชวี ติ อย่างมีดุลยภาพ
มาตรฐาน ส.3.2 เข้าใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกจิ ตา่ ง ๆ ความสมั พนั ธท์ างเศรษฐกจิ
และความจาเปน็ ของการร่วมมอื กนั ทางเศรษฐกิจในสังคมโลก

สำระท่ี 4 ประวัตศิ ำสตร์
มาตรฐาน ส 4.1 เขา้ ใจความหมาย ความสาคญั ของเวลาและยุคสมยั ทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้วิธีการ
มาตรฐาน ส 4.2 ทางประวตั ิศาสตร์มาวิเคราะหเ์ หตกุ ารณต์ า่ งๆ อย่างเปน็ ระบบ
เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการ
มาตรฐาน ส 4.3 เปล่ยี นแปลงของเหตกุ ารณอ์ ย่างตอ่ เนอ่ื ง ตระหนักถึงความสาคัญและสามารถ วิเคราะห์
ผลกระทบท่ีเกิดขนึ้
เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจและ
ธารงความเป็นไทย

6

สำระที่ 5 ภูมศิ ำสตร์

มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะของโลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซ่ึงมีผล ต่อกันและ

กันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนที่และเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหาวิเคราะห์

สรุป และใช้ขอ้ มูลภูมสิ ารสนเทศอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏิสัมพันธร์ ะหว่างมนุษย์กบั สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพท่ีก่อใหเ้ กิด

การสรา้ งสรรค์วฒั นธรรม มีจิตสานกึ และมสี ว่ นร่วมในการอนรุ กั ษ์ ทรัพยากรและ

ส่ิงแวดลอ้ ม เพื่อการพฒั นาที่ยงั่ ยนื

คุณภำพผเู้ รยี น

จบช้นั ประถมศกึ ษำปที ่ี 3

 ได้เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับตนเองและผู้ท่ีอยู่รอบข้าง ตลอดจนสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น ที่อยู่อาศัย
และเช่อื งโยงประสบการณไ์ ปสู่โลกกว้าง

 ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีทักษะกระบวนการ และมีข้อมูลที่จาเป็นต่อการพัฒนาให้เป็น ผู้มี
คุณธรรม จริยธรรม ประพฤติปฏิบัติตามหลักคาสอนของศาสนาที่ตนนับถือ มีความเป็นพลเมืองดี มีความ
รับผิดชอบ การอยู่ร่วมกันและการทางานกับผู้อื่น มีส่วนร่วมในกิจกรรมของห้องเรียน และได้ฝึกหัดในการ
ตดั สนิ ใจ

 ได้ศึกษาเร่อื งราวเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน และชุมชนในลักษณะการบูรณาการ ผู้เรียนได้
เข้าใจแนวคิดเก่ียวกับปัจจุบันและอดีต มีความรู้พื้นฐานทางเศรษฐกิจได้ข้อคิดเก่ียวกับรายรับ-รายจ่ายของ
ครอบครวั เขา้ ใจถงึ การเปน็ ผผู้ ลิต ผู้บริโภค รจู้ ักการออมขั้นต้นและวธิ ีการเศรษฐกจิ พอเพยี ง

 ได้รับการพัฒนาแนวคิดพื้นฐานเก่ียวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์
ประวตั ิศาสตร์ และภมู ปิ ัญญา เพื่อเปน็ พนื้ ฐานในการทาความเขา้ ใจในขนั้ ที่สงู ต่อไป

จบชนั้ ประถมศกึ ษำปีที่ 6

 ได้เรียนรู้เรื่องของจังหวัด ภาค และประทศของตนเอง ท้ังเชิงประวัติศาสตร์ ลักษณะทางกายภาพ
สังคม ประเพณี และวัฒนธรรม รวมทงั้ การเมอื งการปกครอง สภาพเศรษฐกิจโดยเน้นความเปน็ ประเทศไทย

 ได้รบั การพัฒนาความรู้และความเข้าใจ ในเรอ่ื งศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม ปฏบิ ัติตนตามหลักคาสอน
ของศาสนาทีต่ นนบั ถอื รวมทง้ั มีส่วนร่วมศาสนพธิ ี และพธิ ีกรรมทางศาสนามากยง่ิ ขน้ึ

 ได้ศกึ ษาและปฏบิ ตั ติ นตามสถานภาพ บทบาท สทิ ธหิ น้าท่ีในฐานะพลเมืองดีของท้องถิ่น จังหวัด ภาค
และประเทศ รวมท้ังไดม้ ีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ของท้องถน่ิ ตนเองมากยง่ิ ขน้ึ

 ไดศ้ กึ ษาเปรียบเทยี บเรือ่ งราวของจังหวดั และภาคตา่ งๆของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้รับ
การพัฒนาแนวคิดทางสังคมศาสตร์ เกี่ยวกับศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์
ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์เพ่ือขยายประสบการณ์ไปสู่การทาความเข้าใจ ในภูมิภาค ซีกโลกตะวันออกและ
ตะวันตกเก่ียวกับศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมความเช่ือ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การดาเนิน
ชีวิต การจดั ระเบียบทางสังคม และการเปลีย่ นแปลงทางสังคมจากอดีตสู่ปัจจุบนั

7

จบช้ันมธั ยมศกึ ษำปีท่ี 3

 ได้เรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปของโลก โดยการศึกษาประเทศไทยเปรียบเทียบ
กับประเทศในภูมิภาคตา่ งๆในโลก เพอ่ื พฒั นาแนวคิด เร่ืองการอยรู่ ว่ มกันอย่างสนั ตสิ ขุ

 ไดเ้ รียนรู้และพัฒนาให้มีทักษะท่ีจาเป็นต่อการเป็นนักคิดอย่างมีวิจารณญาณได้รับการพัฒนาแนวคิด
และขยายประสบการณ์ เปรียบเทยี บระหวา่ งประเทศไทยกับประเทศในภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก ได้แก่ เอเชีย โอเชีย
เนีย แอฟริกา ยุโรป อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ในด้านศาสนา คุณธรรม จริยธร รม ค่านิยม ความเชื่อ
ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม การเมืองการปกครอง ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ ด้วยวิธีการทาง
ประวัตศิ าสตร์ และสังคมศาสตร์

 ได้รับการพัฒนาแนวคิดและวิเคราะห์เหตุการณ์ในอนาคต สามารถนามาใช้เป็นประโยชน์
ในการดาเนนิ ชวี ติ และวางแผนการดาเนินงานไดอ้ ย่างเหมาะสม

จบชั้นมัธยมศึกษำปีท่ี 6

 ไดเ้ รยี นรแู้ ละศกึ ษาความเป็นไปของโลกอย่างกวา้ งขวางและลึกซง้ึ ยิง่ ขึ้น
 ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้พัฒนาตนเองเป็นพลเมืองที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม ปฏิบัติตาม
หลกั ธรรมของศาสนาท่ีตนนับถอื รวมทั้งมีค่านิยมอันพึงประสงค์ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนและอยู่ในสังคมได้อย่างมี
ความสุข รวมท้ังมีศักยภาพเพอื่ การศึกษาตอ่ ในช้นั สูงตามความประสงคไ์ ด้
 ได้เรยี นรเู้ รอ่ื งภูมปิ ัญญาไทย ความภมู ใิ จในความเป็นไทย ประวัตศิ าสตรข์ องชาติไทย ยึดม่ันในวิถีชีวิต
และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ
 ได้รับการส่งเสริมให้มีนิสัยท่ีดีในการบริโภค เลือกและตัดสินใจบริโภคได้อย่างเหมาะสมมีจิตสานึก
และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ ประเพณีวัฒนธรรมไทย และส่ิงแวดล้อม มีความรักท้องถิ่นและประเทศชาติ มุ่งทา
ประโยชน์ และสรา้ งส่งิ ทด่ี ีงามใหก้ ับสังคม
 เป็นผู้มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ของตนเอง ชี้นาตนเองได้ และสามารถแสวงหา
ความรูจ้ ากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆในสงั คมไดต้ ลอดชีวติ

8

ตวั ชวี้ ัดและสำระกำรเรียนรแู้ กนกลำง

สำระที่ 1 ศำสนำ ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส 1.1 รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ีตน

นบั ถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดม่ัน และปฏิบัติตามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกัน
อยา่ งสันติสขุ

ช้ัน ตวั ชวี้ ัด สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง

ม.2 1. อธบิ ายการเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือ  การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเขา้ สูป่ ระเทศ

ศาสนาทต่ี นนบั ถือส่ปู ระเทศ เพ่อื นบา้ นและการนบั ถือพระพทุ ธ -ศาสนา

เพอื่ นบา้ น ของประเทศเพ่ือนบ้านในปจั จุบนั

2. วิเคราะหค์ วามสาคัญของพระพทุ ธ-  ความสาคญั ของพระพุทธศาสนาที่ชว่ ย
ศาสนา หรอื ศาสนาทต่ี นนบั ถือท่ีช่วย เสริมสร้างความเขา้ ใจอนั ดีกบั ประเทศเพื่อน

เสรมิ สร้างความเขา้ ใจอันดีกบั ประเทศเพ่ือน บา้ น

บ้าน

3. วเิ คราะห์ความสาคัญของ  ความสาคัญของพระพุทธศาสนาตอ่

พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาท่ตี นนับถือใน สงั คมไทยในฐานะเปน็

ฐานะทีเ่ ป็นรากฐานของวัฒนธรรม  รากฐานของวฒั นธรรม

เอกลกั ษณ์ของชาติและมรดกของชาติ  เอกลกั ษณ์และ มรดกของชาติ

4. อภิปรายความสาคญั ของพระพุทธ -  ความสาคญั ของพระพุทธศาสนากบั

ศาสนา หรือศาสนาที่ตนนบั ถือกับ การพัฒนาชุมชนและการจัดระเบียบสงั คม

การพัฒนาชมุ ชนและการจดั ระเบียบสังคม

5. วิเคราะห์พทุ ธประวัติหรอื ประวตั ิศาสดา  สรุปและวเิ คราะห์ พทุ ธประวัติ

ของศาสนาทต่ี นนับถือตามที่กาหนด  การผจญมาร

 การตรสั รู้

 การสั่งสอน

6. วเิ คราะหแ์ ละประพฤตติ นตามแบบอย่าง  พระสารีบุตร

การดาเนนิ ชวี ิตและข้อคิดจากประวัตสิ าวก  พระโมคคัลลานะ
ชาดก/เรอื่ งเลา่ และ  นางขชุ ชตุ ตรา
ศาสนิกชนตวั อย่างตามที่กาหนด  พระเจา้ พิมพสิ าร
 มิตตวนิ ทุกชาดก

 ราโชวาทชาดก

7. อธบิ ายโครงสร้าง และสาระสังเขปของ  โครงสร้ำง และสำระสังเขปของ

พระไตรปิฎก หรือคัมภีร์ของศาสนาทีต่ น พระวนิ ัยปฎิ ก พระสุตตนั ตปิฎก

นับถอื และพระอภิธรรมปิฎก

9

ชั้น ตวั ชว้ี ดั สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง
 พระรตั นตรัย
8. อธบิ ายธรรมคณุ และขอ้ ธรรมสาคญั ใน  ธรรมคณุ ๖
กรอบอริยสจั ๔ หรอื หลักธรรมของศาสนาท่ี
ตนนับถอื ตามทก่ี าหนด เห็นคณุ ค่าและ  อริยสจั ๔
นาไปพัฒนา แก้ปัญหาของชมุ ชนและสังคม  ทกุ ข์ (ธรรมทคี่ วรรู้)
o ขันธ์ ๕
- อายตนะ
 สมุทยั (ธรรมท่คี วรละ)
o หลกั กรรม
- สมบตั ิ ๔
- วบิ ัติ ๔
o อกศุ ลกรรมบถ ๑๐
o อบายมุข ๖

 นิโรธ (ธรรมทคี่ วรบรรลุ)

o สุข ๒ (สามสิ , นริ ามสิ )

 มรรค (ธรรมท่ีควรเจรญิ )

o บุพพนิมิตของมชั ฌิมาปฏปิ ทา

o ดรณุ ธรรม ๖

o กุลจิรัฏฐิตธิ รรม ๔

o กศุ ลกรรมบถ ๑๐

o สติปัฏฐาน ๔

o มงคล ๓๘

- ประพฤติธรรม

- เวน้ จากความชว่ั

- เวน้ จากการดมื่ นา้ เมา

 พทุ ธศาสนสุภาษิต

 กมฺมุนา วตฺตตี โลโก

สตั วโ์ ลกย่อมเปน็ ไปตามกรรม

 กลฺยาณการี กลยฺ าณ ปาปการี จ ปาปก

ทาดไี ดด้ ี ทาชัว่ ได้ช่วั

 สุโข ปุญฺญสฺส อุจจฺ โย การสัง่ สม

บุญนาสุขมาให้

 ปูชโก ลภเต ปชู วนฺทโก ปฏวิ นทฺ น

ผูบ้ ชู าเขา ย่อมได้รับการบูชาตอบ

ผ้ไู หวเ้ ขายอ่ มไดร้ บั การไหว้ตอบ

10

ชนั้ ตวั ช้ีวัด สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง

9. เห็นคณุ ค่าของการพัฒนาจิตเพื่อการ  พัฒนาการเรียนรูด้ ้วยวธิ ีคิดแบบโยนโิ ส-

เรียนรู้และดาเนินชวี ติ ดว้ ยวธิ คี ดิ แบบโยนโิ ส มนสิการ ๒ วธิ ี คอื วธิ คี ิดแบบอบุ ายปลุก

มนสกิ ารคือ วธิ ีคดิ แบบอุบายปลุกเรา้ เรา้ คณุ ธรรม และวิธคี ดิ แบบอรรถธรรม

คุณธรรม และวธิ ีคดิ แบบอรรถธรรมสัมพันธ์ สัมพันธ์

หรอื การพัฒนาจติ ตามแนวทางของศาสนาที่

ตนนับถือ

10. สวดมนต์ แผเ่ มตตา บรหิ ารจติ และ  สวดมนต์แปล และแผเ่ มตตา

เจรญิ ปญั ญาดว้ ยอานาปานสติ หรือตาม  รูแ้ ละเขา้ ใจวธิ ปี ฏบิ ัตแิ ละประโยชนข์ องการ
แนวทางของศาสนาท่ีตนนบั ถือ
บริหารจิตและเจริญปัญญา

 ฝกึ การบริหารจติ และเจริญปัญญาตามหลัก

สตปิ ัฎฐาน เน้นอานาปานสติ

 นาวิธีการบริหารจิตและเจริญปญั ญา ไปใช้

ในชีวิตประจาวัน

11.วเิ คราะหก์ ารปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรมทาง  การปฏิบตั ติ นตามหลกั ธรรม (ตามสาระ

ศาสนาทตี่ นนบั ถือ เพือ่ การดารงตนอยา่ ง การเรยี นรู้ ข้อ ๘.)

เหมาะสมในกระแสความเปล่ยี นแปลงของโลก

และการอยู่รว่ มกันอย่างสันติสขุ

สำระท่ี 1 ศำสนำ ศลี ธรรม จรยิ ธรรม

มาตรฐาน ส 1.2 เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ
ศาสนาทตี่ นนับถือ

ช้ัน ตัวชว้ี ดั สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง

2 1. ปฏบิ ตั ิตนอย่างเหมาะสมต่อบคุ คล  การเปน็ ลกู ทดี่ ี ตามหลกั ทิศเบื้องหนา้ ในทิศ

ตา่ ง ๆ ตามหลกั ศาสนาท่ีตนนับถือ ตามที่ ๖

กาหนด

2. มมี รรยาทของความเป็นศาสนกิ ชนท่ดี ี  การตอ้ นรับ (ปฏสิ ันถาร)
ตามทก่ี าหนด  มรรยาทของผู้เป็นแขก
 ฝึกปฏิบัตริ ะเบียบพิธี ปฏบิ ตั ิตอ่ พระภิกษุ
 การยืน การใหท้ นี่ ง่ั การเดนิ สวน

การสนทนา การรับส่ิงของ
 การแตง่ กายไปวดั การแต่งกายไปงานมงคล

งานอวมงคล

11

ช้ัน ตวั ชี้วดั สำระกำรเรยี นรูแ้ กนกลำง
3. วิเคราะห์คุณค่าของศาสนพธิ ี และ
ปฏิบตั ิตนไดถ้ ูกตอ้ ง  การทาบญุ ตักบาตร
 การถวายภัตตาหารสิ่งของที่ควรถวายและ
4. อธิบายคาสอนทเ่ี กยี่ วเนอ่ื งกับ
วันสาคญั ทางศาสนา และปฏิบตั ติ น สง่ิ ของต้องห้ามสาหรับพระภิกษุ
ไดถ้ ูกตอ้ ง  การถวายสงั ฆทาน เครอ่ื งสังฆทาน
 การถวายผ้าอาบน้าฝน
 การจัดเครื่องไทยธรรม เคร่ืองไทยทาน
 การกรวดนา้
 การทอดกฐิน การทอดผา้ ปา่
 หลกั ธรรมเบ้ืองต้นทีเ่ กยี่ วเนื่องใน

วนั มาฆบูชา วันวิสาขบูชา
วนั อัฏฐมบี ชู า วันอาสาฬหบูชา
 วนั ธรรมสวนะและเทศกาลสาคญั
 ระเบียบพธิ ีและการปฏิบตั ติ น
ในวันธรรมสวนะ วันเขา้ พรรษา
วนั ออกพรรษา วนั เทโวโรหณะ

5. อธบิ ายความแตกต่างของศาสนพธิ ี  ศาสนพิธี/พธิ ีกรรม แนวปฏิบัตขิ องศาสนาอื่น
พิธีกรรม ตาม แนวปฏิบัติของศาสนา ๆ
อ่ืน ๆ เพื่อนาไปสกู่ ารยอมรบั และความ
เขา้ ใจซ่งึ กันและกนั

12

สำระท่ี 2 หน้ำท่ีพลเมือง วฒั นธรรม และกำรดำเนินชวี ิตในสังคม

มำตรฐำน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบัติตนตามหน้าทขี่ องการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงามและธารงรักษาประเพณี
และวฒั นธรรมไทย ดารงชวี ิตอยรู่ ่วมกันในสงั คมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสนั ติสขุ

ชั้น ตวั ชว้ี ดั สำระกำรเรียนรูแ้ กนกลำง

2 1. อธบิ ายและปฏบิ ัติตนตามกฎหมายท่ี  กฎหมายที่เกี่ยวข้องกบั ตนเอง ครอบครวั เช่น
- กฎหมายเกีย่ วกบั ความสามารถของผู้เยาว์
เกย่ี วขอ้ งกับตนเอง ครอบครัว ชมุ ชนและ
- กฎหมายบตั รประจาตวั ประชาชน
ประเทศ
- กฎหมายเพง่ เก่ยี วกับครอบครวั และมรดก

เช่น การหมัน้ การสมรส การ

รับรองบตุ ร การรบั บตุ รบุญธรรม และ

มรดก

 กฎหมายที่เกยี่ วกบั ชมุ ชนและประเทศ

- กฎหมายเกย่ี วกบั การอนุรกั ษธ์ รรมชาติและ

ส่ิงแวดล้อม

- กฎหมายเกยี่ วกบั ภาษีอากร และกรอกแบบ

แสดงรายการ ภาษีเงินไดบ้ คุ คลธรรมดา

- กฎหมายแรงงาน

2. เห็นคุณคา่ ในการปฏบิ ัตติ นตาม  สถานภาพ บทบาท สทิ ธิ เสรีภาพ หนา้ ที่ใน

สถานภาพ บทบาท สทิ ธิ เสรภี าพ หน้าที่ ฐานะพลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธิปไตย

ในฐานะพลเมอื งดตี ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย  แนวทางส่งเสรมิ ให้ปฏิบัตติ นเปน็ พลเมืองดี

ตามวถิ ีประชาธปิ ไตย

3. วิเคราะห์บทบาท ความสาคญั และ  บทบาท ความสาคัญและความสัมพนั ธ์ของ
ความสัมพันธข์ องสถาบันทางสงั คม
สถาบันทางสงั คม เช่น สถาบนั ครอบครวั
4.อธิบายความคลา้ ยคลงึ และความ
แตกตา่ งของวัฒนธรรมไทย และ สถาบนั การศึกษา สถาบนั ศาสนา สถาบัน
วัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย
เพ่อื นาไปส่คู วามเข้าใจอนั ดรี ะหวา่ งกนั เศรษฐกิจ สถาบัน ทางการเมืองการ

ปกครอง

 ความคล้ายคลึงและความแตกตา่ งของ
วฒั นธรรมไทย และวฒั นธรรมของประเทศใน
ภมู ภิ าคเอเชยี วัฒนธรรม เปน็ ปัจจยั
สาคัญในการสร้างความเข้าใจอนั ดรี ะหวา่ งกัน

13

สำระที่ 2 หน้ำที่พลเมือง วฒั นธรรม และกำรดำเนินชวี ติ ในสงั คม

มาตรฐาน ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจั จุบัน ยึดมนั่ ศรัทธาและธารงรักษา

ไว้ซงึ่ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมขุ

ชนั้ ตัวช้วี ดั สำระกำรเรียนรู้แกนกลำง

2 1. อธิบายกระบวนการในการตรา  กระบวนการในการตรากฎหมาย
กฎหมาย - ผูม้ สี ิทธิเสนอร่างกฎหมาย
- ข้นั ตอนการตรากฎหมาย
- การมสี ่วนรว่ มของประชาชนใน

กระบวนการตรากฎหมาย

2. วิเคราะหข์ อ้ มูล ขา่ วสารทางการเมือง  เหตกุ ารณ์ และการเปลย่ี นแปลงสาคญั ของ
การปกครองทม่ี ีผลกระทบต่อสังคมไทย
สมัยปจั จบุ นั ระบอบการปกครองของไทย
 หลักการเลอื กข้อมูล ข่าวสาร

14

วิเครำะห์มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตวั ชี้วัด

รำยวิชำ ส22103 ชัน้ มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 2 ภำคเรียนที่ 2 ปีกำรศกึ ษำ 2562

สำระที่ 1 ศำสนำ ศีลธรรม จรยิ ธรรม

มำตรฐำน ส 1.1 รู้ และเขำ้ ใจประวตั ิ ควำมสำคญั ศำสดำ หลักธรรมของพระพุทธศำสนำหรือศำสนำทีต่ นนบั

ถือและศำสนำอ่ืน มีศรัทธำที่ถูกต้อง ยดึ มั่น และปฏบิ ตั ติ ำมหลักธรรม เพอ่ื อย่รู ่วมกันอย่ำง

สนั ติสุข

สำระ/ มำตรำฐำน ตัวชว้ี ัด สำระกำรเรียนรู้

สำระท่ี 1 ศำสนำ ศีลธรรม 1. อธิบายการเผยแผ่  การเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาเขา้ สู่

จรยิ ธรรม พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาท่ี ประเทศเพื่อนบา้ นและการนับถือพระ

มำตรฐำน ส 1.1 รู้ และเข้ำใจประวัติ ตนนบั ถือสู่ประเทศ พทุ ธ -ศาสนาของประเทศเพื่อนบ้านใน
ควำมสำคัญ ศำสดำ หลักธรรมของ
พระพุทธศำสนำหรือศำสนำท่ีตนนับ เพอ่ื นบ้าน ปัจจุบัน
ถือและศำสนำอื่น มีศรัทธำท่ีถูกต้อง 2. วิเคราะห์ความสาคัญของ  ความสาคญั ของพระพุทธศาสนาที่ชว่ ย
ยึดมั่น และปฏิบัติตำมหลักธรรม พระพทุ ธ- ศาสนา หรอื ศาสนาท่ี
เพอื่ อยรู่ ่วมกันอยำ่ งสันตสิ ขุ ตนนับถือทช่ี ่วยเสรมิ สร้างความ เสรมิ สร้างความเข้าใจอันดีกับประเทศ
เขา้ ใจอันดกี บั ประเทศเพื่อนบ้าน เพ่อื นบ้าน

3. วเิ คราะห์ความสาคัญของ  ความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนาตอ่

พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาที่ สังคมไทยในฐานะเป็น

ตนนับถอื ในฐานะที่เป็นรากฐาน  รากฐานของวฒั นธรรม

ของวัฒนธรรม เอกลักษณ์ของ  เอกลกั ษณ์และ มรดกของชาติ

ชาติและมรดกของชาติ

4. อภิปรายความสาคญั ของพระ  ความสาคัญของพระพุทธศาสนากับ

พุทธ -ศาสนา หรอื ศาสนาท่ีตน การพัฒนาชมุ ชนและการจดั ระเบียบ

นับถอื กับ การพฒั นา สังคม

ชมุ ชนและการจดั ระเบียบสังคม

5. วิเคราะหพ์ ุทธประวตั หิ รือ  สรปุ และวเิ คราะห์ พุทธประวัติ

ประวัตศิ าสดาของศาสนาทีต่ น  การผจญมาร

นับถือตามที่กาหนด  การตรัสรู้

6. วิเคราะหแ์ ละประพฤติตน  การสง่ั สอน
ตามแบบอยา่ งการดาเนนิ ชีวติ
และข้อคดิ จากประวตั ิสาวก  พระสารีบุตร
ชาดก/เรอ่ื งเล่าและ  พระโมคคัลลานะ
ศาสนิกชนตัวอย่างตามท่ีกาหนด  นางขชุ ชตุ ตรา
 พระเจา้ พิมพิสาร
 มติ ตวนิ ทุกชาดก

 ราโชวาทชาดก

15

สำระ/ มำตรำฐำน ตัวชวี้ ดั สำระกำรเรียนรู้

สำระท่ี 1 ศำสนำ ศีลธรรม 7. อธิบายโครงสรา้ ง และ  โครงสรำ้ ง และสำระสังเขปของ
จริยธรรม สาระสงั เขปของพระไตรปฎิ ก พระวนิ ัยปิฎก พระสุตตนั ตปฎิ ก
มำตรฐำน ส 1.1 รู้ และเข้ำใจ หรือคมั ภรี ์ของศาสนาทตี่ นนับ และพระอภธิ รรมปิฎก
ประวัติ ควำมสำคัญ ศำสดำ ถอื
หลกั ธรรมของพระพุทธศำสนำหรือ  พระรตั นตรยั
ศำสนำท่ีตนนับถอื และศำสนำอืน่ มี 8. อธบิ ายธรรมคุณ และขอ้  ธรรมคุณ ๖
ศรัทธำที่ถูกต้อง ยดึ มัน่ และปฏบิ ตั ิ ธรรมสาคัญในกรอบอริยสัจ ๔
ตำมหลักธรรม เพ่ืออยรู่ ว่ มกันอยำ่ ง หรือหลักธรรมของศาสนาทต่ี น  อรยิ สัจ ๔
สันตสิ ขุ นับถอื ตามทีก่ าหนด เหน็  ทกุ ข์ (ธรรมทีค่ วรรู้)
คณุ ค่าและนาไปพัฒนา o ขนั ธ์ ๕
แก้ปัญหาของชุมชนและสงั คม - อายตนะ
 สมุทยั (ธรรมทคี่ วรละ)
o หลักกรรม
- สมบตั ิ ๔
- วิบตั ิ ๔
o อกศุ ลกรรมบถ ๑๐
o อบายมุข ๖
 นิโรธ (ธรรมทคี่ วรบรรลุ)
o สุข ๒ (สามสิ , นริ ามิส)
 มรรค (ธรรมท่ีควรเจรญิ )
o บุพพนิมติ ของ
มชั ฌิมาปฏปิ ทา
o ดรณุ ธรรม ๖
o กุลจิรัฏฐติ ธิ รรม ๔
o กุศลกรรมบถ ๑๐
o สติปัฏฐาน ๔
o มงคล ๓๘
- ประพฤติธรรม
- เว้นจากความช่ัว
- เวน้ จากการด่ืมนา้ เมา

 พุทธศาสนสภุ าษติ
 กมฺมนุ า วตตฺ ตี โลโก
สตั ว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
 กลฺยาณการี กลฺยาณ ปาปการี จ
ปาปก ทาดีได้ดี ทาช่ัว ไดช้ วั่

16

สำระ/มำตรำฐำน ตัวชว้ี ดั สำระกำรเรียนรู้

สำระที่ 1 ศำสนำ ศลี ธรรม จริยธรรม  สุโข ปญุ ฺญสสฺ อุจฺจโย การสั่ง

มำตรฐำน ส 1.1 รู้ และเข้ำใจประวัติ สมบญุ นาสขุ มาให้

ควำมสำคัญ ศำสดำ หลกั ธรรมของ  ปชู โก ลภเต ปชู วนทฺ โก

พระพทุ ธศำสนำหรอื ศำสนำท่ีตนนับ ปฏวิ นฺทน

ถือและศำสนำอืน่ มีศรัทธำท่ีถกู ต้อง ผู้บชู าเขา ย่อมไดร้ ับการบูชา

ยึดมน่ั และปฏิบัตติ ำมหลกั ธรรม เพอ่ื ตอบ

อย่รู ่วมกันอย่ำงสนั ติสุข ผู้ไหวเ้ ขายอ่ มไดร้ บั การไหว้ตอบ

9. เห็นคุณคา่ ของการพฒั นาจิต  พฒั นาการเรียนรดู้ ว้ ยวิธคี ิดแบบ

เพ่อื การเรยี นร้แู ละดาเนนิ ชวี ติ โยนิโส-มนสิการ ๒ วธิ ี คอื วธิ ีคิดแบบ

ดว้ ยวธิ คี ดิ แบบโยนิโสมนสกิ าร อบุ ายปลกุ เรา้ คณุ ธรรม และวิธีคิดแบบ

คอื วธิ ีคิดแบบอุบายปลกุ เร้า อรรถธรรมสมั พันธ์

คณุ ธรรม และวิธคี ดิ แบบอรรถ

ธรรมสัมพันธ์ หรือการพฒั นาจิต

ตามแนวทางของศาสนาทต่ี นนับ

ถือ

10. สวดมนต์ แผ่เมตตา บรหิ าร  สวดมนตแ์ ปล และแผเ่ มตตา

จิตและเจริญปัญญาด้วยอานา  รแู้ ละเขา้ ใจวธิ ีปฏบิ ัตแิ ละประโยชน์ของ
ปานสติ หรอื ตามแนวทางของ การบริหารจิตและเจริญปญั ญา
ศาสนาท่ีตนนบั ถือ
 ฝึกการบรหิ ารจติ และเจริญปัญญาตาม

หลกั สติปัฎฐาน เนน้ อานาปานสติ

 นาวิธกี ารบริหารจิตและเจรญิ ปญั ญา

ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน

11.วเิ คราะห์การปฏิบตั ิตนตาม  การปฏิบัตติ นตามหลักธรรม (ตาม

หลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถอื สาระ การเรียนรู้ ข้อ ๘.)

เพอ่ื การดารงตนอยา่ งเหมาะสม

ในกระแสความเปลยี่ นแปลงของ

โลก และการอยรู่ ว่ มกนั อยา่ ง

สนั ตสิ ุข

17

มาตรฐาน ส 1.2 เขา้ ใจ ตระหนกั และปฏบิ ัตติ นเป็นศาสนิกชนทีด่ ี และธารงรกั ษาพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา
ทต่ี นนบั ถือ

สำระ/มำตรำฐำน ตวั ชี้วัด สำระกำรเรียนรู้

มาตรฐาน ส 1.2 1. ปฏิบตั ติ นอย่างเหมาะสมต่อบคุ คล  การเป็นลกู ทด่ี ี ตามหลกั ทิศเบื้องหนา้
ในทิศ ๖
เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตน ตา่ ง ๆ ตามหลกั ศาสนาท่ีตนนับถอื
เป็นศาสนิกชนที่ดี และธารง
รั ก ษ า พ ร ะ พุ ท ธ ศ า ส น า ห รื อ ตามทีก่ าหนด

ศาสนา ทตี่ นนับถือ

2. มมี รรยาทของความเป็นศาสนกิ ชนทด่ี ี  การต้อนรับ (ปฏสิ นั ถาร)

ตามท่กี าหนด  มรรยาทของผเู้ ป็นแขก

 ฝกึ ปฏบิ ัตริ ะเบยี บพิธี ปฏบิ ตั ติ ่อ

พระภกิ ษุ

 การยืน การให้ท่นี ัง่ การเดนิ สวน

การสนทนา การรบั สิ่งของ

 การแตง่ กายไปวดั การแตง่ กายไปงาน

มงคล งานอวมงคล

3. วเิ คราะห์คณุ คา่ ของศาสนพธิ ี และ  การทาบญุ ตักบาตร

ปฏิบตั ิตนไดถ้ ูกตอ้ ง  การถวายภตั ตาหารสิง่ ของท่ีควรถวาย

และสงิ่ ของต้องหา้ มสาหรับพระภิกษุ

 การถวายสงั ฆทาน เครื่องสังฆทาน

 การถวายผ้าอาบนา้ ฝน

 การจดั เครื่องไทยธรรม เครื่องไทยทาน

 การกรวดน้า

 การทอดกฐนิ การทอดผา้ ปา่

4. อธิบายคาสอนทเี่ ก่ียวเนอ่ื งกบั  หลกั ธรรมเบือ้ งต้นทีเ่ ก่ยี วเนือ่ งใน

วนั สาคัญทางศาสนา และปฏิบัตติ น วนั มาฆบชู า วนั วสิ าขบูชา

ไดถ้ ูกตอ้ ง วนั อัฏฐมีบชู า วนั อาสาฬหบูชา

 วนั ธรรมสวนะและเทศกาลสาคัญ

 ระเบยี บพธิ แี ละการปฏบิ ตั ติ น

ในวนั ธรรมสวนะ วนั เข้าพรรษา

วันออกพรรษา วันเทโวโรหณะ

5. อธิบายความแตกตา่ งของศาสนพิธี  ศาสนพธิ ี/พิธีกรรม แนวปฏบิ ตั ิของ

พิธีกรรม ตาม แนวปฏิบัติของศาสนา ศาสนาอืน่ ๆ

อ่ืน ๆ เพือ่ นาไปสู่การยอมรับ และความ

เข้าใจซ่งึ กันและกนั

18

สำระท่ี 2 หน้ำทพ่ี ลเมือง วฒั นธรรม และกำรดำเนินชวี ิตในสงั คม

มำตรฐำน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบตั ิตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มคี า่ นิยมท่ดี งี ามและธารงรักษาประเพณี
และวัฒนธรรมไทย ดารงชวี ิตอยู่รว่ มกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสนั ติสขุ

สำระ/มำตรำฐำน ตวั ชว้ี ดั สำระกำรเรียนรู้

มำตรฐำน ส 2.1 เข้าใจและ 1. อธิบายและปฏิบตั ิตนตามกฎหมายที่  กฎหมายทีเ่ กีย่ วข้องกบั ตนเอง
ปฏบิ ตั ิตนตามหน้าท่ีของการเป็น เก่ยี วข้องกบั ตนเอง ครอบครัว ชุมชน ครอบครัว เชน่
พลเมอื งดี มีคา่ นยิ มทดี่ งี ามและ และประเทศ - กฎหมายเกยี่ วกับความสามารถ
ธารงรกั ษาประเพณีและวฒั นธรรม ของผเู้ ยาว์
ไทย ดารงชวี ติ อยู่รว่ มกันใน
สงั คมไทยและสงั คมโลกอยา่ งสนั ติ - กฎหมายบัตรประจาตัวประชาชน
สุข
- กฎหมายเพง่ เก่ยี วกบั ครอบครัวและ

มรดก เชน่ การหมัน้ การสมรส

การรบั รองบุตร การรับบตุ รบุญ

ธรรม และมรดก

 กฎหมายทีเ่ กย่ี วกับชุมชนและประเทศ

- กฎหมายเกย่ี วกบั การอนุรกั ษ์

ธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม

- กฎหมายเกี่ยวกบั ภาษีอากร และ

กรอกแบบแสดงรายการ ภาษีเงนิ ได้

บคุ คลธรรมดา

- กฎหมายแรงงาน

2. เหน็ คณุ ค่าในการปฏบิ ัตติ นตาม  สถานภาพ บทบาท สทิ ธิ เสรีภาพ

สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรภี าพ หน้าท่ี หนา้ ทใ่ี นฐานะพลเมืองดตี ามวถิ ี

ในฐานะพลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธิปไตย ประชาธิปไตย

 แนวทางสง่ เสริมให้ปฏิบัติตนเป็น

พลเมืองดีตามวิถีประชาธปิ ไตย

3. วิเคราะห์บทบาท ความสาคัญ และ  บทบาท ความสาคญั และ

ความสมั พันธข์ องสถาบนั ทางสงั คม ความสัมพันธ์ของสถาบันทางสังคม

เชน่ สถาบนั ครอบครวั

สถาบนั การศึกษา สถาบันศาสนา

สถาบันเศรษฐกิจ สถาบนั

ทางการเมอื งการปกครอง

4.อธบิ ายความคล้ายคลึงและความ  ความคล้ายคลงึ และความแตกต่างของ

แตกตา่ งของวัฒนธรรมไทย และ วฒั นธรรมไทย และวฒั นธรรมของ

วัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชยี ประเทศในภูมภิ าคเอเชียวฒั นธรรม

เพอื่ นาไปสู่ความเข้าใจอันดรี ะหวา่ งกนั เป็นปจั จยั สาคญั ในการสร้างความ

เข้าใจอนั ดรี ะหว่างกนั

19

มาตรฐาน ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธาและธารงรกั ษา
ไวซ้ ง่ึ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ

สำระ/มำตรำฐำน ตัวช้วี ัด สำระกำรเรียนรู้

มาตรฐาน ส 2.2 1. อธบิ ายกระบวนการในการตรา  กระบวนการในการตรากฎหมาย
เข้าใจระบบการเมืองการ กฎหมาย - ผู้มีสทิ ธเิ สนอรา่ งกฎหมาย
ปกครองในสังคมปัจจบุ นั - ข้ันตอนการตรากฎหมาย
ยึดม่ัน ศรัทธาและธารง 2. วเิ คราะหข์ อ้ มลู ข่าวสารทาง - การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนใน
รกั ษาไว้ซ่ึงการปกครอง การเมืองการปกครองท่ีมผี ลกระทบ
ระบอบประชาธปิ ไตย ต่อสังคมไทยสมัยปัจจุบนั กระบวนการตรากฎหมาย
อันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรง
เปน็ ประมขุ  เหตกุ ารณ์ และการเปล่ียนแปลงสาคัญของระบอบ

การปกครองของไทย
 หลกั การเลอื กข้อมูล ข่าวสาร

20

คำอธิบำยรำยวชิ ำ

รำยวิชำ สังคมศึกษำ รหัสวิชำ ส22103

ชน้ั มธั ยมศึกษำปที ่ี 2 ภำคเรยี นที่ 2 3 ชว่ั โมง / สปั ดำห์

60 ช่วั โมง / ภำคเรยี น 1.5 หน่วยกติ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาวเิ คราะห์ความเปน็ มา การเผยแพร่พระพทุ ธศาสนาเขา้ ส่ปู ระเทศตา่ ง ๆ ท่วั โลก และการนบั ถือ

พระพุทธศาสนาในประเทศเหล่านั้นในปัจจบุ นั ศึกษาความสาคัญของพระพทุ ธศาสนาในฐานะเป็นรากฐานของ

วัฒนธรรมไทย และเอกลกั ษณข์ องชาติไทย ศึกษาและวิเคราะห์ประวัตบิ คุ คลสาคัญทางพระพุทธศาสนา

ศกึ ษาหลักธรรม วิเคราะหข์ ้อมลู สารสนเทศในสังคมไทยเกี่ยวกับการทาความดตี ามหลักจริยธรรมทางศาสนา

และค่านิยม ศกึ ษาวิเคราะหบ์ ุคคลที่เปน็ ตัวอย่างกระทาความดที างศีลธรรมในสงั คมทวปี เอเชีย ศกึ ษาเกีย่ วกบั ศา

สนพิธี พิธกี รรมภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ เกีย่ วกบั ศาสนพิธี พิธกี รรมทางศาสนา ศกึ ษาวิเคราะหห์ ลักการบริหารจติ

และเจรญิ ปัญญา

โดยกระบวนการคิดวิเคราะห์กระบวนการสร้างความคิดรวบยอดกระบวนการสบื คน้ กระบวนการกล่มุ

กระบวนการปฏบิ ัติกระบวนการแก้ปัญหากระบวนการเชงิ เหตผุ ลกระบวนการทางจริยธรรม กระบวนการขดั เกลา

ทางสงั คม

ศึกษาวเิ คราะห์ความเป็นพลเมอื งดีตามวิถปี ระชาธิปไตยในท้องถิ่น ศกึ ษาเกย่ี วกับสทิ ธิมนุษยชน

เอกลกั ษณ์ของท้องถน่ิ และชาติศกึ ษาค้นคว้าระบบการเมอื งการปกครองของไทยท่ใี ช้ในปัจจบุ นั หลกั การ

เจตนารมณ์ โครงสร้าง และสาระสาคัญของรฐั ธรรมนูญฉบบั ปจั จุบัน

โดยกระบวนการขัดเกลาทางสังคม กระบวนการประชาธิปไตย กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการคิด

วเิ คราะห์ กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการสบื ค้น กระบวนการกลมุ่ กระบวนการทางาน กระบวนการคิด

อย่างมีวจิ ารณญาณ

เพอ่ื ใหต้ ระหนักถงึ คณุ ค่าในความเป็นพลเมืองดีและความสาคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ทาประโยชนแ์ กส่ ังคมและประเทศชาติ รักประเทศชาติ รักท้องถ่นิ รักและภมู ใิ จในความเปน็ ไทย รเู้ ท่าทัน

สถานการณ์ มีค่านิยมท่ีดีตอ่ การปกครองระบอบประชาธิปไตย มรี ะเบียบวนิ ัย ซ่อื สัตย์ เพื่อคุ้มครองปกป้อง

ตนเองและคนอ่ืนใหด้ าเนนิ ชวี ิตในสงั คมไดอ้ ย่างสนั ติสุข เห็นคณุ คา่ ในภมู ปิ ัญญาและวฒั นธรรมไทย อนรุ ักษ์

วัฒนธรรมไทย

รหัสตัวช้ีวดั
ส 1.1 ม.2/1-11 ส 1.2 ม.2/1-5 ส 2.1 ม.2/1-4 ส 2.2 ม.2/1-2

รวมท้ังหมด 22 ตัวชี้วดั

21

โครงสร้ำงรำยวิชำและกำหนดหน่วยกำรเรยี นรู้

รหัส ส22103 รำยวชิ ำ สงั คมศกึ ษำ ช้ันมธั ยมศึกษำปที ี่ 2

ภำคเรียนที่ 2 เวลำเรียน 3 ชว่ั โมง/สัปดำห์ จำนวน 1.5 หน่วยกิต

ลาดับ ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ัด เวลาเรียน น้าหนกั

ท่ี (ช่ัวโมง) คะแนน

(100)

1 หน่วยกำรเรียนรูท้ ่ี 1 พลเมอื งดีตำมวถิ ี ส 2.1 ม.2/2 2-6 8

ประชำธิปไตย

-พลเมอื งดตี ามวถิ ีประชาธิปไตย

-สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ หน้าทใ่ี นฐานะ

พลเมอื งดตี ามวิถีประชาธปิ ไตย

-ผลจากการปฏิบัตติ นเป็นพลเมอื งดตี ามวิถี

ประชาธิปไตย

2 หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี 2 กฎหมำยกบั กำรดำเนิน ส 2.1 ม.2/1 7-12 19

ชวี ติ ประจำวัน ส 2.2 ม.2/1

- ความหมายและความสาคัญของกฎหมาย

- กระบวนการในการตรากฎหมาย

- กฎหมายท่เี กยี่ วข้องกับตนเองและครอบครัว

- กฎหมายทเ่ี ก่ียวข้องกลบั ชุมชนและประเทศชาติ

3 หนว่ ยกำรเรยี นรทู้ ี่ 3 เหตุกำรณ์และกำร ส 2.2 ม.2/2 13-18 9

เปลีย่ นแปลงสำคัญของระบอบกำรปกครองไทย

-เหตกุ ารณ์และการเปล่ียนแปลงสาคญั ของระบอบ

การเมืองการปกครองของไทย

-การเลือกรบั ขอ้ มูลข่าวสารเกี่ยวกับการเมือง

-การปกครองของไทยในสงั คมปัจจุบนั

4 หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ี่ 4 สถำบันทำงสงั คม ส 2.1 ม.2/3 19-24 7

-ความหมายและความสาคัญของสถาบันทางสังคม

-บทบาทของสถาบนั ทางสังคม

-ความสัมพนั ธ์ของสถาบันทางสงั คม

5 หน่วยกำรเรยี นรู้ท่ี 5 วัฒนธรรมของไทยและ ส 2.1 ม.2/4 25-29 7

วัฒนธรรมประเทศใน ภมู ิภำคเอเชีย

-ความร้เู กี่ยวกบั วัฒนธรรม

-ที่มาของวัฒนธรรม

-ลักษณะของวฒั นธรรมไทย

-ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหวา่ ง

วฒั นธรรมไทยกับวัฒนธรรมของประเทศในภาค

เอเชีย

6 สอบกลำงภำค 30

22

ลาดบั ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี นรู้/ เวลาเรยี น น้าหนัก
(ช่ัวโมง) คะแนน (100)
ที่ ตัวชวี้ ดั 31-33 10

หน่วยกำรเรยี นรู้ที่ 1 ประวัติและควำมสำคัญของ ส 1.1 ม.2/1 ม.2/2 34-39 6
พระพุทธศำสนำ
-การเผยแผแ่ ละการนับถือพระพุทธศาสนาใน ม.2/3 ม.2/4 40-42 5
43-45 3
ประเทศเพื่อนบ้าน 46-48 2
49-52 8
-วเิ คราะห์ความสาคัญของพระพุทธศาสนา 53-56 9
57-59 7
หน่วยกำรเรยี นรู้ท่ี 2 ประวตั ิพระสำวก ศำสนิกชน ส 1.1 ม.2/4 ม.2/6
ตัวอยำ่ งและชำดก

-พทุ ธประวัติ

-ประวัติพุทธสาวกพุทธสาวกิ า

-ศาสนิกชนตัวอยา่ ง

-ชาดก

หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี 3 หลักธรรมทำง ส 1.1 ม.2/8

พระพุทธศำสนำ

-พระรตั นตรยั

-อริยสจั 4

หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ่ี 4 พระไตรปฎิ กและพทุ ธศำสน ส 1.1 ม.2/7 ม.2/8
สภุ ำษิต

-โครงสร้างและสาระสาคญั ของพระไตรปฎิ ก

-พุทธศาสนสภุ าษติ

หน่วยกำรเรยี นรทู้ ี่5 หนำ้ ทีช่ ำวพทุ ธและมำรยำท ส 1.2 ม.2/1 ม.2/2
ชำวพุทธ

-หนา้ ท่ีชาวพทุ ธ

-มารยาทชาวพทุ ธ

หน่วยกำรเรียนรทู้ ่ี6 วนั สำคัญทำงพระพุทธศำสนำ ส 1.2 ม.2/1 ม.2/4
และศำสนำพธิ ี
-วันสาคญั ทางพระพุทธศาสนา ม.2/2

-ศาสนาพิธี

หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ่ี 7 กำรบริหำรจิตและกำรเจรญิ ส 1.1 ม.2/9 ม.2/10
ปญั ญำ

-การบรหิ ารจิตและการเจรญิ ปญั ญา

-การเจริญปัญญาโดยการคดิ แบบโยนิโสมนสิการ

หน่วยกำรเรียนร้ทู ี่ 8กำรปฏิบตั ติ นตำมหลกั ธรรม ส 1.1 ม.2/11
ทำงพระพุทธศำสนำ

-การปฏบิ ัติตนอยา่ งเหมาะสมในกระแสความ

เปลย่ี นแปลงของโลก

-การปฏิบัตติ นเพื่อการอยู่รว่ มกนั อย่างสนั ตสิ ุข

23

มำตรฐำน/ตวั ชวี้ ัดและอัตรำสว่ นคะแนน
รหสั ส22103 รำยวชิ ำ สังคมศึกษำ ชนั้ มัธยมศึกษำปที ่ี 2
ภำคเรยี นที่ 2 เวลำเรียน 3 ชว่ั โมง/สปั ดำห์ จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

จำนวน คะแนนกำรวดั ผล
ระหว่ำง กลำงภำค ปลำย
ที่ มำตรฐำน/ตวั ชี้วดั ชัว่ โมง เรยี น(50) ( 20 ) ภำค

(20) ( 30 )
21-
1 1.อธิบายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตนนับถือสู่ 2 11-
ประเทศเพื่อนบ้าน 1
2 2. วเิ คราะหค์ วามสาคัญของพระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาที่ 2 11-
ตนนับถอื ท่ีชว่ ยเสริมสร้างความเขา้ ใจอนั ดีกบั ประเทศ
เพ่ือนบ้าน 2 21-
3 3.วิเคราะหค์ วามสาคัญของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาที่ 2 21-
ตนนับถอื ในฐานะท่ีเป็นรากฐานของวฒั นธรรม เอกลกั ษณ์ 2 12-
ของชาตแิ ละมรดกของชาติ 2
3 21-
4 4.อภปิ รายความสาคญั ของพระพุทธศาสนา หรอื ศาสนาที่ 32-
ตนนบั ถือกบั การพัฒนาชมุ ชนและการจดั ระเบยี บสงั คม 2
5 5.วิเคราะห์พุทธประวัตหิ รอื ประวัติศาสดาของศาสนาทต่ี น 31-
นับถอื ตามที่กาหนด 2
6 6.วเิ คราะหแ์ ละประพฤติตนตามแบบอย่างการดาเนินชวี ิต 32-
และข้อคดิ จากประวตั ิสาวก ชาดกเรื่องเล่า และศาสนิกชน 2
ตัวอย่างตามทีก่ าหนด 21-
7 7.อธิบายโครงสรา้ งและสาระโดย สังเขปของพระไตรปฎิ ก
หรอื คัมภรี ์ของศาสนาทีต่ นนบั ถือ
8 8.อธบิ ายธรรมคณุ และข้อธรรมสาคัญในกรอบอริยสจั ๔
หรอื หลกั ธรรมของศาสนาที่ตนนบั ถอื ตามทีก่ าหนด เห็น
คุณค่าและนาไปพฒั นา แกป้ ัญหาของชมุ ชนและสงั คม
9 9.เห็นคุณค่าของการพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรู้และดาเนนิ
ชีวติ ดว้ ยวธิ คี ิดแบบโยนโิ สมนสิการคอื วธิ คี ดิ แบบอุบาย
ปลุกเรา้ คุณธรรม และวิธีคดิ แบบอรรถธรรมสมั พันธ์ หรือ
การพฒั นาจิตตามแนวทางของศาสนาท่ีตนนับถือ
10 10.สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิตและเจรญิ ปัญญาดว้ ยอา
นาปานสติ หรอื ตามแนวทางของศาสนา
ที่ตนนับถือ
11 11.วเิ คราะหก์ ารปฏิบัตติ นตามหลักธรรมทางศาสนาท่ตี น
นบั ถอื เพอ่ื การดารงตนอยา่ งเหมาะสมในกระแสความ
เปลีย่ นแปลงของโลก และการอยรู่ ่วมกนั อย่างสนั ตสิ ขุ

24

จำนวน คะแนนกำรวดั ผล
ระหว่ำง กลำงภำค ปลำย
ที่ มำตรฐำน/ตัวชี้วดั ชว่ั โมง เรยี น(50) ( 20 ) ภำค

(20) ( 30 )
11-
12 12.ปฏบิ ตั ิตนอยา่ งเหมาะสมต่อบุคคลต่าง ๆ ตามหลกั 1
ศาสนาทีต่ นนับถือตามทก่ี าหนด 1 11-
2 21-
13 13.มมี รรยาทของความเป็นศาสนิกชนที่ดีตามที่กาหนด 2 32-
14 14.วเิ คราะหค์ ุณคา่ ของศาสนพิธี และปฏิบตั ติ นได้ถูกตอ้ ง 2
15 15.อธิบายคาสอนทเี่ กีย่ วเน่ืองกบั วันสาคัญทางศาสนา และ 11-
6
ปฏบิ ัติตนได้ถูกต้อง 4 5-5
16 16. อธบิ ายความแตกต่างของศาสนพิธี พธิ กี รรมตามแนว
6 3-5
ปฏบิ ัติของศาสนาอืน่ ๆ เพ่ือนาไปสูก่ ารยอมรับและความ 4
เขา้ ใจซ่ึงกนั และกนั 4-5
17 17.อธิบายและปฏิบัติตนตามกฎหมายท่ีเกยี่ วข้องกบั ตนเอง 6
ครอบครัว ชมุ ชนและประเทศ 4 2-5
18 18.เห็นคุณคา่ ในการปฏิบตั ติ นตามสถานภาพ บทบาท 20
สทิ ธิ เสรภี าพ หน้าทีใ่ นฐานะพลเมอื งดีตามวถิ ี 4-5
ประชาธปิ ไตย 2-5
19 19.วิเคราะหบ์ ทบาท ความสาคญั และความสัมพนั ธข์ อง
สถาบนั ทางสงั คม 50 20 30
20 20.อธิบายความคลา้ ยคลงึ และความแตกต่างของ
วัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมของประเทศในภมู ิภาคเอเชีย
เพ่อื นาไปสคู่ วามเข้าใจอันดรี ะหว่างกนั
21 21.อธิบายกระบวนการในการตรากฎหมาย
22 22.วเิ คราะห์ข้อมูล ขา่ วสารทางการเมืองการปกครองทม่ี ี
ผลกระทบต่อสังคมไทยสมยั ปัจจุบัน

รวม

กำรวดั ผลและประเมนิ ผล

อัตรำสว่ นคะแนน ระหว่างภาค:ปลายภาค = 20:30
อตั รำส่วนคะแนนระหวำ่ ง ระหวา่ งภาค:กลางภาค = 30:20

ตวั ชว้ี ัดทีใ่ ช้ประเมนิ ระหวา่ งภาค คอื ข้อท่ี 1-22
ตัวชี้วดั ทีใ่ ช้ประเมนิ กลางภาค คอื ข้อที่ 1-16
ตวั ชวี้ ัดที่ใช้ประเมินปลายภาค คอื ข้อท่ี 17-22

25

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 8 ประกำร

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้

สามารถอยู่รว่ มกบั ผ้อู น่ื ในสงั คมได้อย่างมคี วามสุข ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดงั น้ี
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ซอื่ สัตย์สุจรติ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝเ่ รียนรู้
5. อยอู่ ย่างพอเพียง
6. มงุ่ มัน่ ในการทางาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มีจติ สาธารณะ

กำรอำ่ น คิดวเิ ครำะหแ์ ละเขยี นสือ่ ควำม

1. สามารถส่ือความและจับใจความจากเร่ืองที่อ่านได้
2. สามารถแสดงความคดิ เห็น วิเคราะห์วิจารณ์ เนื้อเรอื่ งที่อา่ นได้อยา่ งมเี หตผุ ล
3. สามารถเขยี นส่ือความตามจดุ ประสงคท์ ่ตี ้องการ
4. มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟงั และการพดู
5. มีนิสยั รกั การอ่านและการเขียน

26

กำหนดกำรจัดกำรเรียนรู้

รหสั ส22103 รำยวชิ ำ สังคมศึกษำ ช้ันมัธยมศกึ ษำปที ่ี 2
ภำคเรยี นท่ี 2 เวลำเรียน 3 ชว่ั โมง/สปั ดำห์ จำนวน 1.5 หนว่ ยกติ

ลำดบั ที่ ชวั่ โมง จำนวน ชือ่ หน่วยกำรเรยี นรู้ ผลกำรเรยี นร้ทู ่ีคำดหวัง/ตัวชีว้ ัด
ท่ี ชั่วโมง

1 1 1 ปฐมนิเทศ บอกลกั ษณะรายวชิ า ส22103

สงั คมศึกษาในเน้ือหาสาระหน้าท่ี

พลเมืองและสาระศาสนา

ศีลธรรม จริยธรรม วิธวี ัดผล

ประเมินผล แนวทางการเรยี นให้

ไดผ้ ลการเรยี นดี

2 2-6 5 พลเมืองดตี ำมวถิ ีประชำธปิ ไตย เห็นคุณค่าในการปฏบิ ัติตนตาม

-พลเมอื งดีตามวิถีประชาธปิ ไตย สถานภาพ บทบาท สทิ ธิ เสรภี าพ

-สถานภาพ บทบาท สทิ ธิ เสรีภาพ หนา้ ท่ีใน หน้าท่ีในฐานะพลเมืองดตี ามวถิ ี

ฐานะพลเมืองดตี ามวิถปี ระชาธิปไตย ประชาธปิ ไตย

-ผลจากการปฏบิ ตั ิตนเปน็ พลเมืองดตี ามวิถี

ประชาธิปไตย

3 7-12 6 กฎหมำยกับกำรดำเนินชวี ิตประจำวนั 1.อธิบายและปฏบิ ตั ิตนตาม

- ความหมายและความสาคญั ของกฎหมาย กฎหมายที่เก่ยี วข้องกบั ตนเอง

- กระบวนการในการตรากฎหมาย ครอบครัว ชุมชนและประเทศ

- กฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับตนเองและครอบครัว 2.อธบิ ายกระบวนการในการตรา

- กฎหมายทีเ่ กย่ี วข้องกลับชุมชนและ กฎหมาย

ประเทศชาติ

4 13-18 6 เหตกุ ำรณ์และกำรเปลีย่ นแปลงสำคัญของ วเิ คราะห์ข้อมลู ข่าวสารทาง

ระบอบกำรปกครองไทย การเมืองการปกครองที่มี

-เหตุการณแ์ ละการเปลยี่ นแปลงสาคญั ของ ผลกระทบต่อสงั คมไทยสมัย

ระบอบการเมืองการปกครองของไทย ปัจจุบัน

-การเลอื กรับข้อมูลขา่ วสารเก่ียวกับการเมือง

-การปกครองของไทยในสังคมปจั จุบนั

5 19-24 6 สถำบนั ทำงสงั คม วิเคราะห์บทบาท ความสาคัญ

-ความหมายและความสาคัญของสถาบันทาง และความสมั พนั ธ์ของสถาบันทาง

สงั คม สงั คม

-บทบาทของสถาบนั ทางสงั คม

-ความสัมพันธ์ของสถาบันทางสงั คม

27

ลำดับที่ ชั่วโมง จำนวน ชอ่ื หน่วยกำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรทู้ ีค่ ำดหวัง/ตัวช้ีวัด
ท่ี ชว่ั โมง

6 25-29 5 วฒั นธรรมของไทยและวัฒนธรรมประเทศใน อธิบายความคลา้ ยคลึงและความ

ภมู ิภำคเอเชีย แตกตา่ งของวฒั นธรรมไทย และ

-ความรเู้ กีย่ วกับวฒั นธรรม วฒั นธรรมของประเทศในภมู ิภาค

-ทีม่ าของวัฒนธรรม เอเชียเพ่ือนาไปสู่ความเขา้ ใจอันดี

-ลกั ษณะของวัฒนธรรมไทย ระหว่างกัน

-ความคล้ายคลงึ และความแตกต่างระหวา่ ง

วฒั นธรรมไทยกบั วัฒนธรรมของประเทศใน

ภาคเอเชีย

7 30 1 สอบกลำงภำค ตวั ช้ีวดั ในข้อที่ 2-6

8 31-33 3 ประวตั แิ ละควำมสำคญั ของพระพทุ ธศำสนำ 1. อธิบายการเผยแผ่
-การเผยแผ่และการนับถือพระพุทธศาสนาใน พระพุทธศาสนา หรือศาสนาท่ีตน
ประเทศเพ่ือนบ้าน
-วิเคราะห์ความสาคัญของพระพุทธศาสนา นับถือสปู่ ระเทศ
เพือ่ นบา้ น

2. วิเคราะห์ความสาคัญของ

พระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตน

นับถือท่ชี ่วยเสริมสรา้ งความเข้าใจ

อันดีกับประเทศเพ่ือนบ้าน

3. วิเคราะหค์ วามสาคัญของ

พระพทุ ธศาสนา หรือศาสนาที่ตน

นับถอื ในฐานะท่เี ปน็ รากฐานของ

วฒั นธรรม เอกลักษณข์ องชาติ

และมรดกของชาติ

4.อภิปรายความสาคญั ของ

พระพุทธศาสนา หรือศาสนาทตี่ น

นบั ถอื กับการพัฒนาชุมชนและ

การจัดระเบียบสังคม

9 34-39 6 ประวตั พิ ระสำวก ศำสนิกชนตัวอย่ำงและ 1. วิเคราะห์พุทธประวตั หิ รือ
ชำดก
-พุทธประวัติ ประวัติศาสดาของศาสนาทีต่ นนบั
-ประวัตพิ ุทธสาวกพทุ ธสาวกิ า
-ศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง ถือตามท่กี าหนด
-ชาดก 2.วิเคราะหแ์ ละประพฤตติ นตาม
แบบอยา่ งการดาเนินชวี ติ และ
ข้อคิดจากประวัติสาวก ชาดก/

ศาสนกิ ชนตัวอยา่ งตามที่กาหนด

28

ลำดบั ที่ ช่วั โมง จำนวน ชอื่ หน่วยกำรเรยี นรู้ ผลกำรเรยี นรู้ท่คี ำดหวัง/ตัวช้วี ดั
ที่ ช่วั โมง

10 40-42 3 หลักธรรมทำงพระพุทธศำสนำ อธิบายธรรมคณุ และข้อธรรม

-พระรตั นตรยั สาคัญในกรอบอรยิ สัจ ๔ หรือ

-อรยิ สัจ4 หลักธรรมของศาสนาทต่ี นนับถือ

ตามทก่ี าหนด เหน็ คุณค่าและ

นาไปพฒั นา แก้ปญั หาของชุมชน

และสงั คม

11 43-45 3 พระไตรปฎิ กและพุทธศำสนสภุ ำษติ 1.อธบิ ายโครงสร้าง และ

-โครงสร้างและสาระสาคญั ของพระไตรปฎิ ก สาระสังเขปของพระไตรปฎิ ก

-พุทธศาสนสภุ าษิต หรือคัมภีร์ของศาสนาทีต่ นนับถอื

12 46-48 3 หน้ำท่ีชำวพุทธและมำรยำทชำวพุทธ 1.มีมรรยาทของความเป็นศาสนิก

-หน้าทช่ี าวพุทธ ชนทีด่ ี ตามท่กี าหนด

-มารยาทชาวพุทธ

13 49-52 4 วนั สำคญั ทำงพระพุทธศำสนำและศำสนำพธิ ี 1.วิเคราะห์คณุ ค่าของศาสนพิธี

-วนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนา และปฏบิ ัตติ นได้ถกู ต้อง

-ศาสนาพธิ ี 2.อธบิ ายคาสอนท่เี กยี่ วเนื่องกบั

วันสาคญั ทางศาสนา และปฏิบตั ิ

ตนไดถ้ ูกตอ้ ง

3.อธบิ ายความแตกต่างของศาสน

พิธีพิธีกรรม ตาม แนวปฏิบัติ

ของศาสนาอื่น ๆ เพอ่ื นาไปสกู่ าร

ยอมรบั และความเข้าใจซึง่ กัน

และกนั

14 53-56 4 กำรบรหิ ำรจิตและกำรเจรญิ ปัญญำ 1. เหน็ คณุ คา่ ของการพฒั นาจิต

-การบริหารจติ และการเจริญปัญญา เพอื่ การเรยี นรแู้ ละดาเนนิ ชีวิต

-การเจรญิ ปญั ญาโดยการคดิ แบบโยนิโส ด้วยวธิ ีคดิ แบบโยนิโสมนสิการคอื

มนสกิ าร วิธีคิดแบบอุบายปลกุ เร้าคุณธรรม

และวิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์

หรือการพัฒนาจิตตามแนวทาง

ของศาสนาทตี่ นนับถอื

2.สวดมนต์ แผเ่ มตตา บริหารจติ

และเจริญปญั ญาด้วยอานาปาน

สติ หรือตามแนวทางของศาสนา

ท่ตี นนบั ถือ

29

ลำดบั ที่ ชัว่ โมง จำนวน ช่ือหน่วยกำรเรียนรู้ ผลกำรเรียนรทู้ ่ีคำดหวัง/ตัวชวี้ ดั
ที่ ชั่วโมง

15 57-59 3 กำรปฏบิ ตั ติ นตำมหลกั ธรรมทำง 1. วิเคราะห์การปฏบิ ตั ิตนตาม

16 60 พระพทุ ธศำสนำ หลักธรรมทางศาสนาท่ีตนนับถอื
รวม 60
-การปฏิบัตติ นอยา่ งเหมาะสมในกระแสความ เพือ่ การดารงตนอย่างเหมาะสมใน

เปล่ยี นแปลงของโลก กระแสความเปล่ียนแปลงของโลก

-การปฏิบตั ติ นเพ่ือการอยูร่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ติสุข และการอยู่ร่วมกนั อยา่ งสนั ติสขุ

2.ปฏิบตั ิตนอยา่ งเหมาะสมต่อ

บุคคล ตา่ ง ๆ ตามหลกั ศาสนาท่ี

ตนนับถอื ตามทกี่ าหนด

1 สอบปลำยภำค ตัวช้วี ัด 8-15

60


Click to View FlipBook Version