ภาษาไทย
ช้ันมัธยมศึกษา ปีที่ ๕
ตอนที่ ๒ กระบวนการพฒั นาการสือ่ สาร
หนว่ ยที่ ๑ ความคิดกับภาษา
นางสาวอาอีฉ๊ะ หมีดหรน
ครูผู้สอน
โรงเรียนตัรกีย้ ะตุลอุมมะห์
สาํ นักการศกึ ษาเอกชนจังหวัดสตูล
มนุษย์มวี ธิ ีการตดิ ต่อสื่อสารกนั หลายรูปแบบบ เช่น การสนทนา
การอ่าน การเขยี นจดหมาย การเลือกวธิ ีการส่ือสารรูปแบบใด ต้อง
พจิ ารณาจุดมุ่งหมาย เนื้อหาสาระ โอกาสและกาลเทศะ ตลอดจนบุคคลท่ี
ต้องการตดิ ต่อส่ือสารด้วย ทกั ษะด้านการคดิ เป็ นส่ิงจาํ เป็ นอย่างยง่ิ ทผี่ ู้ส่ง
สารและผู้รับสารจะต้องมี
ดงั น้ันการเรียนรู้เรื่องภาษากบั ความคดิ จงึ เป็ นพืน้ ฐานในการสื่อสาร
และสามารถทจี่ ะนําไปพฒั นากระบวนการคดิ และการสื่อสารของตนเองให้
มปี ระสิทธิภาพมากยงิ่ ขนึ้
1. วิเคราะห์ คือ การ 2. สังเคราะห์ คือ การรวม 3. ประเมินคา่
พิจารณาโดยการคิด สว่ นต่างๆ ใหป้ ระกอบกันเขา้ คือ การตัดสิน
แบบแยกแยะ เพือ่ ใหเ้ กิด ด้วยวิธีที่เหมาะสมเกิดเปน็ สิ่ง คุณค่าของสิง่
ความเข้าใจ ใหม่ ที่จะนําไปใชป้ ระโยชน์ ต่าง ๆ
ตอ่ ไป
๒. ประเภทของการคดิ
๒.๑ การคิดฝนั เปน็ การคิดทีท่ าํ ให้เกิดความสุขความเพลิดเพลินคิดต่อเนือ่ ง
เปน็ เรือ่ งราวอาจเปน็ การค้นหาความจริงที่สงสัยอาจเป็นการคน้ หาวิธีการที่
เหมาะสมเพือ่ สรา้ งสรรคส์ ิง่ ใหมๆ่
๒. ประเภทของการคิด
๒.๒ การคิดใคร่ครวญ เปน็ การคิดที่มนุษย์ทําอยูเ่ ป็นปกติในชีวิตประจําวนั เปน็ การ
คิดทีม่ ีจดุ มุง่ หมายแน่ชดั มีเนื้อหาอยูใ่ นขอบเขตจํากดั พอสมควร การคิดประเภทนีต้ อ้ ง
อาศยั พื้นความรู้ทีม่ ีนาํ มาประยกุ ตใ์ หเ้ ข้ากับสถานการณ์ที่คิดน้ัน
๒. ประเภทของการคิด
๒.๓ การคิดแก้ปัญหา เปน็ การคิดที่มีจดุ มุ่งหมายทีเ่ จาะจงมากยิ่งขึน้ และมีขน้ั ตอนที่
แนน่ อน การแก้ปัญหาจะเริ่มตน้ จากการกําหนด รปู้ ญั หา หาสาเหตุ ตง้ั จุดประสงค์ หา
เกณฑ์ในการแก้ พิจารณาหาทางเลือก
๓.การคดิ อยา่ งมีเหตุผลและไมม่ ีเหตผุ ลตา่ งกันอยา่ งไร
การคิดของมนุษย์ ๑. การคิดอย่างมีเหตุผล
แบ่งออกได้กวา้ งๆ ตอ้ งอาศัยหลกั การหรือ
เป็น ๒ ประเภท
ข้อเท็จจริงทีถ่ ูกต้อง
๒. การคิดอยา่ งไม่มี
เหตผุ ล เปน็ การคิดที่
ขาดขอ้ สนบั สนนุ ที่มี
นาํ้ หนักเพียงพอ
๖. ความเรง่ รัด ๑. อคติ เป็น
เกี่ยวกบั เวลา ปจั จยั พื้นฐานที่
การคิดเรือ่ ง ทาํ ใหม้ นุษยไ์ ม่
ตา่ งๆ ใชค้ วามคิด
๒. ความ
๕. การไมม่ ี ๔.
ความรแู้ ละ บกพร่องของ
ประสบการณ์ สุขภาพ
๔. การขาด ๓.
ทักษะทาง สภาพแวดลอ้ ม
ที่ไม่เหมาะสม
ภาษา
๕.ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งภาษากบั ความคดิ
• ๕.๑ ภาษาเปน็ เครื่องมือสือ่ ความคิด ๕.๒ ภาษาเปน็ สิง่ สะท้อนความคิดใหป้ รากฏ
มนุษยต์ ิดต่อกันโดยอาศัยภาษาซึ่งเป็น ไมว่ ่ามนษุ ย์จะใชภ้ าษาลกั ษณะใดกต็ ามใน
ระบบ ขณะที่ใชภ้ าษาถ่ายทอดความต้องการของ
ตนนนั้ จะท าให้ผรู้ ับสารรบั รู้ว่า ผสู้ ง่ สารคิด
• สัญลกั ษณ์อาจเป็นการพดู การเขียน อะไรอย่างไร
การแสดงทา่ ทาง และอื่นๆ
๕. ความสมั พันธ์ระหว่างภาษากับความคิด
๕.๓ ภาษามีอิทธิพลต่อความคิดและความคิดกม็ ีอิทธิพลต่อภาษา แม้ว่าภาษาจะเปน็ เพียง
สัญลกั ษณ์ที่มนุษย์ก าหนดข้ึน แต่มนุษย์กเ็ ข้าใจว่าภาษาคือสิง่ ทีแ่ ทนความคิด นนั่ ท าให้การใช้ภาษามี
ส่วนช่วยก าหนดความคิดของมนุษย์ได้ด้วย เช่น การต้ังชือ่ ของคนไทยต้องเลือกชือ่ ที่มีความหมายดีเพือ่
เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
๕.๔ ภาษาช่วยพฒั นาความคิดและความคิดก็ช่วยพฒั นาภาษา สมรรถภาพในการคิดและ
สมรรถภาพในการใช้ภาษาของบคุ คลจะมีผลต่อเนือ่ งกันเปน็ ปฏิกิริยาลูกโซ่ ขณะทีม่ นษุ ย์คิดน้ันจะต้อง
อาศัยภาษาเป็นเครื่องมือในการคิด
๖.แนวทางปฏบิ ัติโดยท่ัวไปเพือ่ ชว่ ยสร้างเสริมความคดิ
อผยู้ใฝ่าใ่งจไรศึกส๖ษา.เา๑หคตใน้ฝหุ คใ่นจวึ่งคา้เปห้นน็คาคเวพวา้ ารใมานะรเไวู้ มเลกม่ า็บีคทขวีค่ ้อาิดมมนลูร้ันู้ใตนป่าเญังรๆื่อหงสานะห้ันสนดมึง่ ีพไทวอีม่ ้ในกั ผสเู้ทกมี่ติดออ้ขงงึ้นเกพคาือ่ือรเสชครื่อิด้ามงไมเโสยอ่ รงอิมสกคิง่ ตวไมา่างม่รู้จคๆะิดไคจดิดะ้ วต่าอ้ งเปน็
๖.๒ หมั่นหาประสบการณ์ ประสบการณเ์ ป็นวตั ถุดิบเบื้องตน้ ที่จะชว่ ยท าใหเ้ กิดความคิด
การได้สมั ผสั กับสภาพความจริง
๖.แนวทางปฏิบตั โิ ดยท่วั ไปเพือ่ ช่วยสร้างเสรมิ ความคดิ
๖.๓ เสริมสร้างความสามารถทางภาษา การร้จู ักจัดลาํ ดบั ความคิดให้
เปน็ ระเบียบ เลือกเฟ้นถ้อยคําที่เหมาะสมถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาที่ชดั เจน
เข้าใจง่ายกจ็ ะช่วยพฒั นาความคิดข้ึนโดยลําดบั และขณะเดียวกันก็พัฒนา
ความคิดของผ้รู ับสารด้วย
๖.๔ ใช้ปญั ญาสร้างภาพ วิธีที่จะช่วยสร้างความคิดอีกวิธีหนึ่ง คือ การ
นึกเหน็ ภาพในใจก่อนภาพนี้ไม่ใช่ภาพประเภทเพ้อฝนั ไร้สาระ แต่เปน็ ภาพที่ใช้
ข้อมลู มาประกอบการสร้างความคิด
๗. รูปแบบของการคดิ
การคิดของมนุษย์แบ่งออกได้กว้างๆ เปน็ ๒ รปู แบบ คือ
๗.๑ การคิดอย่างมีเหตผุ ล ต้องอาศยั หลกั การหรือข้อเท็จจริงทีถ่ ูกต้อง สนับสนุนอย่างพียงพอ จึงท าให้
ผิดพลาดน้อย
๗.๒ การคิดอย่างไม่มีเหตผุ ล เปน็ การคิดที่ขาดข้อสนบั สนุนทีม่ ีน้ าหนักเพียงพอ จึงมกั ผิดพลาดไม่เกิด
ประโยชน์
บุคคลทีช่ อบคิดอย่างไม่มีเหตผุ ล เมื่อได้รับข้อเทจ็ จริงบางอย่างมักสรุปเองง่ายๆ ว่าจะต้องเปน็ เช่นน้ัน เช่นนี้
ส่วนบคุ คลที่คิดอย่างมีเหตุผล มักจะเปน็ คนทีไ่ ม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ ก่อนทีจ่ ะไตร่ตรองให้ถ่องแท้เสียก่อน
๗. ๑ การคิดอยา่ งมีเหตุผล
แไมล่สะมขบอ้ ูรสณกรปุา์พรจอแะใสนขดกางดาครชวใว่าชงมภ้หคานิดษึ่งทาชี่มเ่วพีเงหือ่ใดตแไุผสมลดไ่ จงดเะ้ หถตต้า้อขุผงาลปดรมชะีถ่วกอ้งอผยบู้รคดับว้าสยซาขึ่งรจอ้จคะาเวเกปาิดม็นคต๒วอ้ างชมนว่ งงนุาดมง้วงายใเกชพนัเ้ รสาคมะืออรับเเหชส่นตารุผไลด้
๑. การใชค้ ํานาํ หน้าข้อความแสดงเหตุ เชน่
๑.๑ เพราะ เพราะว่า เพราะฉะน้ัน เพราะเหตทุ ี่ เพราะเหตุว่า
๑.๒ โดยที่ โดยเหตทุ ี่ ตราบใดที่
๑.๓ เนื่องด้วย เนือ่ งจาก
๗. ๑ การคดิ อย่างมเี หตุผล
๑.๑ การคิดอย่างมีเหตผุ ล
๒. การใชค้ ํานาํ หนา้ ข้อความแสดงผล เช่น
จึง ฉะนั้น เพราะฉะนั้น ฉะนั้น.....จึง เพราะฉะนน้ั .....จึง
๓. การใชค้ าน าหน้าทง้ั ขอ้ ความแสดงเหตุและขอ้ ความแสดงผล เชน่
.....................เพราะ.......................จึง.........................
.....................โดยที.่ .......................ฉะนนั้ ...................
.....................เพราะเหตทุ ี.่ ..............จึง........................
.....................ท้งั นี้เพราะว่า.............ฉะนัน้ ...................
• ๘แล.๑ะขโอ้คสรงรสุปร้างของการแสดงเหตุผล ประกอบดว้ ย ตัวเหตผุ ล หรือเรียกว่าขอ้ สนับสนนุ
• ๘.๒ ภาษาที่ใชใ้ นการแสดงเหตุผล มี ๔ ลักษณะดังตอ่ ไปนี้
คเพาํ รสาันะธวา๑่าน) ใเชพส้รเนัาพะธราานะเทฉพะี่จรนาํ าเั้นะปว็นา่ เพบทารง้ั งานคะีเ้ พ…าํ มร…ักาจะเรึงวียา่ หงเรหือตอผุ าลจไเวรก้ียอ่งขนอ้สสรรปุ ุปโไดวยก้ ใ่อชน้สเนัหธตาุผนลจโึงดยเพใชร้าะ
• ๒) ไมใ่ ช้สนั ธาน แต่เรียบเรียงข้อความโดยวางส่วนทีเ่ ป็นเหตผุ ลหรือส่วนที่เปน็
ข้อสรุปไวใ้ หเ้ หมาะสม เชน่ ฉันจะไม่ยอมแพต้ อ่ อุปสรรคใด ๆ เปน็ อนั ขาด ฉนั ไดร้ บั
การสั่งสอนจากคณุ แมใ่ ห้สเู้ สมอ
• ๓) ใช้กลุ่มคําเรียงกัน บ่งชีว้ า่ ตอนใดเป็นเหตุผล หรือข้อสรุป โดยใช้คาํ ว่า ข้อสรุป
ข้อสรปุ ว่า เหตผุ ลคือ เหตผุ ลที่สาํ คัญคือ
• ๔) ใชเ้ หตุผลหลายขอ้ ประกอบกนั เพือ่ เปน็ การเพิม่ นํ้าหนกั ให้แกข่ อ้ สรุปของตนโดย
แยกแยะเหตผุ ลเป็นข้อ ๆ ไป เพื่อชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจง่ายขึน้
การใชภ้ าษาแสดงทรรศนะ
ทรรศนะ คือความคิดเหน็ ที่ประกอบดว้ ยเหตุผล
โครงสรา้ งของการแสดงทรรศนะ ประกอบด้วยส่วนสําคญั 3 ส่วน
1. ที่มา คือส่วนทีเ่ ปน็ 2. ขอ้ สนับสนนุ คือ 3. ข้อสรปุ คือ สารสําคัญทีส่ ุดของ
เรื่องราวต่างๆที่ทาํ ให้ ขอ้ เท็จจริงหลกั การ รวมท้ัง ทรรศนะอาจเปน็ ข้อเสนอแนะ ขอ้
เกิดการแสดงทรรศนะ ทรรศนะหรือมติของผู้อืน่ ทีผ่ ู้ วินิจฉัย หรือ ประเมินค่าความ
แสดงทรรศนะนาํ มาใสเ่ พือ่ แตกตา่ งระหว่างทรรศนะของบุคคล
สนับสนุนทรรศนะของตน
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน
• ๑ นกั เรียนคิดว่า ภาษากบั ความคิดมีความสําคัญอย่างไร จงระบุเป็นขอ้ ๆ
• ๒ จงแต่งขอ้ ความที่แสดงเหตผุ ลตามทรรศนะของนักเรียน เกีบ่ วกบั เรื่องใด
เรือ่ งหนึ่ง พรอ้ มขัดข้อความที่เปน็ เหตผุ ลและขอ้ สรุป
• ๓ ใหน้ ักเรียนยกตวั อย่างเหตกุ ารณช์ ีวิตประจําวันที่แสดงให้เห็นอุปสรรคของ
การคิด (๓ ข้อ)