The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

Left on Read - โครงงานมารยาททางสังคม (SWU351)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kanitta Tassanatorn, 2023-09-21 11:49:34

Left on Read - โครงงานมารยาททางสังคม (SWU351)

Left on Read - โครงงานมารยาททางสังคม (SWU351)

Keywords: Left on Read,โครงงานมารยาททางสังคม,SWU351

Left on Read ส่วนหนึ่งของรายวิชา SWU351 Personality Development ไทย เท่ ทำ ไม่ซ้ำ ใคร โ ค รงงา น ม าร ย า ท ท าง สั ง ค ม


ม้ว่ม้าว่เทคโนโลยีจยีะพัฒพันาไปมากเพียพีงใด สิ่ง สิ่ หนึ่ง นึ่ ที่ยั ที่ งยัคงอยู่คู่ยู่ กัคู่ บกัสังสัคม ไทยเรื่อ รื่ ยมา คือคืกุศกุโลบายหรือรือุบอุายอันอัแยบคาย ที่ถู ที่ กถูผูกผูโยงเข้าข้กับกัความเชื่อ ชื่ ของท้อท้งถิ่น ถิ่ เพื่อ พื่ วาดหวังวัให้เห้ป็นป็เครื่อ รื่ งมือมืในการปรับรัเปลี่ย ลี่ นพฤติกติรรมไม่พึม่งพึ ประสงค์ขค์องบุคบุคล ทั้ง ทั้ นี้เ นี้ ราอาจคุ้นคุ้ เคยกับกักุศกุโลบายที่ว่ ที่ าว่ “เมื่อ มื่ ทานข้าข้วห้าห้มเคาะ จาน เพราะวิญวิญาณจะมาทานข้าข้วด้วด้ย” แต่ใต่ครจะไปรู้ว่รู้ าว่เบื้อ บื้ งลึกลึกลับลัแฝงไป ด้วด้ยเหตุผตุลมากมายที่ม ที่ ากกว่าว่การสอนให้กห้ลัวลั ทั้ง ทั้ นี้กุ นี้ ศกุโลบายดังดักล่าล่วที่ผู ที่ กผูโยงกับกัความเชื่อ ชื่ ได้มีด้กมีารนำ มาใช้ใช้นการสอน มารยาทไทยตั้ง ตั้ แต่โต่บราณจนถึงถึปัจปัจุบัจุนบัผ่าผ่นรูปรูแบบของการสั่ง สั่ สอน และบอก กล่าล่วกันกัรุ่นรุ่ ต่อต่รุ่นรุ่ จนเกิดกิเป็นป็วาทกรรมที่ว่ ที่ าว่ “โบราณว่าว่ ไว้.ว้..” เอกสารฉบับบันี้จ นี้ ะบอกเล่าล่เรื่อ รื่ งราว ความหมายของกุศกุโลบายที่ผู ที่ กผูโยง และแฝงไว้กัว้บกัความเชื่อ ชื่ ในด้าด้นมารยาท ซึ่ง ซึ่ ถูกถูสอนและถ่าถ่ยทอดมาตั้ง ตั้ แต่อต่ดีตดี โดยจะชี้ใชี้ ห้เห้ห็นห็ว่าว่กุศกุโลบายดังดักล่าล่วแท้จท้ริงริแล้วล้มีจุมีดจุประสงค์เค์พื่อ พื่ อะไร และมากไป กว่าว่นั้น นั้ จะทำ ให้ผู้ห้อ่ผู้ าอ่นเข้าข้ใจบริบริทคำ สอนของสังสัคมในอดีตดีและปัจปัจุบัจุนบั ได้เด้ป็นป็ อย่าย่งดี คณะผู้จัผู้ ดจัทำ หวังวัเป็นป็อย่าย่งยิ่ง ยิ่ ว่าว่เอกสารฉบับบันี้จ นี้ ะทำ ให้ผู้ห้อ่ผู้ าอ่นทั้ง ทั้ หลาย ได้ รู้แรู้ละเข้าข้ใจกุศกุโลบายที่เ ที่ กี่ย กี่ วข้อข้งกับกัมารยาท และใช้เช้ป็นป็แนวทางในการระมัดมัระวังวั ตนให้เห้ป็นป็บุคบุคลที่มี ที่ มมีารยาทเหมาะสมตามกาลเทศะ คณะผู้จัดทำ ห น้ า|ก แ


ห น้ า|ข ที่มา และ ความสำ คัญ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ความ เชื่อหลากหลายในสังคม โดยความเชื่อ ถือเป็นสิ่งที่อยู่กับเรามาตั้งแต่อดีต ซึ่ง ความเชื่อนั้นมีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ความเชื่อเรื่องศาสนา ความเชื่อในวิถี การดำ รงชีวิตประจำ วัน ความเชื่อเรื่อง ผี และความเชื่อประจำ ถิ่น ซึ่งมักจะถูก สอดแทรกเป็นกุศโลบายเพื่อทำ ให้คนใน สังคมปฏิบัติตนไปในทางที่เหมาะสมโดย แต่ละท้องถิ่นในประเทศไทยต่างมีความ เชื่อที่ส่งผลต่อการปฏิบัติของคนใน พื้นที่ต่างกัน ความเชื่อที่เราสามารถเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำ วันมักจะถูกสอดแทรกมา ในรูปแบบของข้อกำ หนดหรือข้อปฏิบัติในชีวิตประจำ วันซึ่งได้รับการถ่ายทอดมาจาก บรรพบุรุษที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนคือ “มารยาท” หรือแนวทางการปฏิบัติตน ของคนในสังคมที่มีแบบแผนและแนวทางในการปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาในสังคม เรา อาจจะเคยชินกับแนวทางปฏิบัติที่ถูกสอนต่อกันมาตามแต่ละท้องถิ่น แต่เรามักจะไม่รู้ จักที่มาหรือสิ่งที่สอดแทรกเป็นกุศโลบายไว้ในข้อปฏิบัติเหล่านั้น อีกทั้งมารยาทและ ข้อปฏิบัติในสังคมไทยล้วนเต็มไปด้วยความเชื่อที่แตกต่างและหลากหลายนี้ยังมีอีก หลายอย่างหรือหลายข้อปฏิบัติที่คนในสังคมไทยหลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อน


ห น้ า|ค ดังนั้น ทางคณะผู้จัดทำ จึงได้เห็นความสำ คัญของมารยาทและข้อปฏิบัติ ตนตามความเชื่อในท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการปฏิบัติตนของคนในสังคม อีก ทั้งได้เล็งเห็นว่าการศึกษาและการนำ เสนอเรื่องของมารยาทและข้อปฏิบัติตนตาม ความเชื่อในท้องถิ่นต่าง ๆ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษาต่อหรือบุคคลทั่วไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของคนในสังคมทุกคน อีกทั้งยังเป็นแนวทางในการ ปฏิบัติตนให้คนในสังคมเป็นผู้ที่มีมารยาทงาม บุคลิกภาพดี และเป็นผู้ที่มีการ ปฏิบัติตนอยู่ในสังคมไทยได้อย่างเหมาะสม


ห น้ า| 1มารยาท ที่ผูกกับ ความเชื่อ แต่ทต่ว่าว่ความเชื่อ ชื่ ที่น่ ที่ าน่สนใจบางอย่าย่งถูกถู ถ่าถ่ยทอดผ่าผ่นกุศกุโลบายที่แ ที่ ยบยลพร้อร้มทั้ง ทั้ แฝงไว้ ซึ่ง ซึ่ มารยาทที่ค ที่ วรรู้ ในสังสัคมไทยมักมัมีคมีวามเชื่อ ชื่ ใน เรื่อ รื่ งต่าต่ง ๆ ที่เ ที่ ชื่อ ชื่ ต่อต่กันกัมา อาทิ ความเชื่อ ชื่ ทางศาสนา เช่นช่คนทำ ดีไดีด้ขึ้ด้น ขึ้ สวรรค์ คนทำ ชั่ว ชั่ ต้อต้งตกนรก, ความเชื่อ ชื่ ในเรื่อ รื่ งโชคชะตา เช่นช่ชีวิชีตวิจะดำ เนินนิไปตามวันวั /เดือดืน/ปีเปีกิดกิหรือรื ชีวิชีตวิถูกถูลิขิลิตขิไปตามเส้นส้ลายมือมืของแต่ลต่ะคน ความเชื่อ ชื่ ในเรื่อ รื่ งไสยศาสตร์ เช่นช่เชื่อ ชื่ เรื่อ รื่ งผี เทวดา การทำ เสน่ห์น่ ,ห์ความเชื่อ ชื่ ในสิ่ง สิ่ ศักศัดิ์สิ ดิ์ ทสิธิ์ ต่าต่งๆ เช่นช่เชื่อ ชื่ เรื่อ รื่ งคาถาอาคม วัตวัถุมถุงคล เครื่อ รื่ งรางของขลังลัต่าต่ง ๆ หรือรืความเชื่อ ชื่ ในเรื่อ รื่ งที่ คนโบราณเล่าล่สืบสืต่อต่กันกัมา เช่นช่พิธีพิทำธีทำบุญบุต่าต่ง ๆ ผีปผีอบ ผีแผีม่หม่ม้าม้ย จิ้ง จิ้ จกทักทั, ความเชื่อ ชื่ ในเรื่อ รื่ ง อื่น อื่ ๆ เช่นช่การกลับลัชาติมติาเกิดกิเป็นป็ต้นต้ เดิม


หน้า| 2 ความเชื่อที่น่าสนใจ บางอย่างถูกถ่ายทอดผ่านกุศโลบายที่แยบยลพร้อมทั้งแฝงไว้ซึ่งมารยาทที่ควรรู้


ห น้ า| 3 ห้ามช้อนกระทบกัน เวลากินอาหาร ; จะมีคนนำ ข่าวร้ายมาให้


ห น้ า| 4 ามวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของ คนไทยมักจะใช้ช้อนส้อมเป็นหลัก ดังนั้นขณะ รับประทานอาหารจึงควรมีความระมัดระวัง ไม่ควรตักอาหารพร้อมกัน ควรรอให้อีกฝ่าย ตักอาหารเสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วจึงค่อยตัก อาหารอีกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นมารยาทที่ดีในการ รับประทานอาหาร อีกทั้งยังเป็นกุศโลบายเพื่อ สอนไม่ให้คนตะกละตะกลามในการรับประทาน อาหารจนเกินงาม ต การที่ป้ที่ อป้งกันกั ไม่ใม่ห้เห้กิดกิการกระทบกันกัของ ช้อช้นขณะรับรั ประทาน ยังยัเป็นป็การป้อป้งกันกั ไม่ใม่ห้เห้กิดกิ การกระทบกระทั่ง ทั่ กันกัของจิตจิใจ ไม่ใม่ห้ผู้ห้คผู้ นมีกมีาร ผิดผิใจกันกั ในขณะที่รั ที่ บรั ประทานอาหาร เพราะตั้ง ตั้ แต่ โบราณการรับรั ประทานอาหารจะมารับรั ประทาน พร้อร้มหน้าน้พร้อร้มตากันกัทั้ง ทั้ ครอบครัวรัเป็นป็การใช้ เวลาเพื่อ พื่ พูดพูคุยคุปรึกรึษาหารือรืถึงถึเรื่อ รื่ งราวต่าต่งๆ ภายในบ้าบ้น ดังดันั้น นั้ จึงจึไม่คม่วรที่จ ที่ ะมีเมีหตุที่ตุไที่ ม่ดีม่มดีา ขัดขัจังจัหวะการพบปะพูดพูคุยคุของครอบครัวรั คนโบราณจึงจึได้ตั้ด้ง ตั้ เป็นป็กุศกุโลบายที่แ ที่ ยบยลให้ผู้ห้คผู้ น ยึดยึถือถืปฏิบัฏิติบั ติ นอกจากนี้...


ห น้ า| 5 ห้ามเคาะ จานข้าว เวลากิน อาหาร ; เป็นการเรียกผี


ห น้ า| 6 นความเชื่อของคนโบราณถือว่าการ เคาะจานขณะรับประทานอาหารนั้น เป็นการเรียกวิญญาณที่พเนจร ซึ่งเมื่อได้ยินเสียงเคาะจาน วิญญาณเหล่านั้นก็พากันมา แย่งอาหารของเรา หลายคนต้องเคยเห็นเวลาไหว้ศพ หรือการไหว้ในวันสำ คัญ เราจะจัดชุด อาหารสำ หรับผีไม่มีญาติ และทำ พิธีเรียกผีมารับของไหว้ โดยใช้วิธีเคาะถ้วยชาม ดังนั้นผู้ใหญ่จึงให้ ความสำ คัญกับเรื่ิองดังกล่าวเป็นอย่าง มาก ใ ในความเป็นจริง


ห น้ า| 7 ห้ามแช่ ครกและสาก ไว้ด้วยกัน ถ้าเป็นผู้หญิง (ทั้งแต่งงาน แล้วและยังไม่แต่งงาน) จะคลอดลูกยาก เป็นคำ สอนของ คนโบราณที่กล่าวไว้ว่าห้ามแช่ ครกและสากไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็น กุศโลบายที่ต้องการสั่งสอน เนื่องจากต้องการให้ทำ ความ สะอาดและเก็บเครื่องครัวไว้ให้ เป็นระเบียบเรียบร้อย ล้างครก และสากทุกครั้งหลังจากใช้งาน กุสโลบายเรื่องการคลอดลูกยากที่ใช้แฝงอยู่นี้สะท้อนถึงสังคมที่ยังคง มองผู้หญิงว่าต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือน อยู่บ้านทำ อาหาร ซึ่งสังคมไทยมีการ เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย มีความเท่าเทียมทางเพศ กุศโลบายนี้จึงไม่ คลอบคลุมกับสังคมในปัจจุบัน ; จะคลอดลูกยาก


ห น้ า| ห้ 8 ห้ ามใช้สาก ตำ ครกเปล่า ครกและสากเป็นเครื่องครัวที่ จำ เป็นสำ หรับทุกครัวเรือน เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำ หรับ การเตรียมอาหาร ไม่ว่าจะ เป็นการใช้ตำ กระเทียม พริกไทย พริก พริกแกง หรือน้ำ พริก เพื่อเตรียมพร้อมสำ หรับการทำ อาหาร ครกและสากจึงเป็น เครื่องครัวที่จะประจำ ตำ แหน่ง อยู่ในครัวเสมอ ; จะทำ ให้นมยาน ความเชื่อ ชื่ ของคนโบราณโดยเฉพาะทางภาคใต้ขต้องไทย การนำ ครกมา ตำ เล่นล่เป็นป็กุศกุโลบายที่มี ที่ จุมีดจุมุ่งมุ่ หมายให้มีห้คมีวามสำ รวมทางกิริกิยริามารยาท เพราะ การตำ ครกเปล่าล่ทำ ให้เห้กิดกิเสียสีงดังดัซึ่ง ซึ่ จะสร้าร้งความรำ คาญให้แห้ก่ผู้ก่อื่ผู้ น อื่ อีกอีทั้ง ทั้ ยังยัเกี่ย กี่ วกับกัการระวังวัสิ่ง สิ่ ของเครื่อ รื่ งใช้ไช้ม่ใม่ห้เห้กิดกิความเสียสีหาย การยกเรื่อ รื่ ง หน้าน้อกยานมาอ้าอ้งจึงจึเป็นป็กุศกุโลบายเพื่อ พื่ ห้าห้มไม่ใม่ห้เห้ด็กด็หญิงญิหรือรืหญิงญิสาวที่รั ที่ กรั สวยรักรังามตำ ครกเปล่าล่เพื่อ พื่ สร้าร้งความรำ คาญให้แห้ก่ผู้ก่อื่ผู้ น อื่


ห น้ า| 9 ในอดีตดีหน้าน้ที่ใที่ นการจัดจัหาอาหารเป็นป็หน้าน้ที่ข ที่ องผู้หผู้ ญิงญิส่วส่นผู้ชผู้ ายจะออก ไปทำ งานนอกบ้าบ้น โดยในสมัยมันั้น นั้ ไม่ไม่ด้มีด้กมีารซื้อ ซื้ อาหารจากนอกบ้าบ้นมา รับรัประทานอย่าย่งแพร่หร่ลายเหมือมืนอย่าย่งสมัยมัปัจปัจุบัจุนบัดังดันั้น นั้ การจัดจัหาอาหารจึงจึจะ ต้อต้งทำ เองภายในครัวรัซึ่ง ซึ่ การทำ อาหารโดยเฉพาะอาหารไทยที่เ ที่ป็นป็ทั้ง ทั้ ศาสตร์แร์ละ ศิลศิป์ แม่คม่รัวรัจะต้อต้งใช้มีช้สมีมาธิใธินการทำ อาหาร ถ้าถ้ร้อร้งเพลงขณะทำ อาหารไปด้วด้ย น้ำ ลายก็อก็าจจะกระเด็นด็ลงไปในอาหารที่กำ ที่ กำลังลัทำ อยู่ ทำ ให้ส่ห้งส่ผลเสียสี ด้าด้นสุขสุลักลัษณะในอาหารที่บ ที่ ริโริภคของสมาชิกชิภายในครอบครัวรั อีกทั้งยังอาจทำ ให้อาหารไหม้ หรือลืมว่าใส่เครื่องปรุงรสอย่างอื่นใน การประกอบอาหาร จึงทำ ให้มีการบอกว่าถ้าร้องเพลงในครัวจะได้สามีแก่ หรือมีอายุ ส่งผลให้ผู้หญิงซึ่งทำ หน้าที่ประกอบอาหารในครัวไม่กล้าที่จะร้อง เพลงเพราะว่าไม่ต้องการมีสามีแก่นั่นเอง ห้ามร้องเพลง ในครัว ; จะได้สามีแก่


ห น้ า| 10


ห น้ า| 11 ถ้ากินข้าว ขณะนอน ; ชาติหน้าจะเกิดเป็นงู


ห น้ า| 12 เป็นคำ บอกเล่าของผู้ใหญ่ที่ บอกกับเด็กว่า ถ้าหากกำ ลังรับ ประทานอาหารอยู่ ไม่ควรนอน แล้วกินอาหารไปด้วย และถ้าไม่ เชื่อฟังชาติหน้าจะเกิดเป็นงู เพราะงูกินเหยื่อในลักษณะนอน ซึ่งเป็นกุศโลบายของคนโบราณ ที่ต้องการสั่งสอนให้รับประทาน อาหารอย่างสุภาพ มีระเบียบ อีกทั้งการนอนรับประทาน อาหารยังเป็นลักษณะของคน ป่วยหรือคนเกียจคร้าน จึงดูไม่ เป็นมงคล และหากอวัยวะในการกินไม่ อยู่ในท่าที่เหมาะสม อาจเกิด อันตรายได้ ทั้งเสี่ยงต่อการเป็น กรดไหลย้อน และท้องอืด ซึ่งจะ อธิบายเป็นหลักการทางการ แพทย์ได้ยาก คนโบราณจึงใช้ ลักษณะของงู มาอ้างเพื่อให้เกิดความกลัว ในรูปแบบนามธรรมแทน


รู้หรือไม่…


จะเห็นได้ว่ามารยาทที่สังคมยึดถือ ล้วนมีความแตกต่างกันตามบริบทของสังคม นั้น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคสมัยของสังคม โดยมารยาทต่าง ๆ เหล่านี้ต่างมีที่มาจาก รากฐานของความเชื่อมาจากคนในสังคม เฉกเช่นประเทศไทยของเราที่มีชุดความคิด ความเชื่อ ค่านิยมที่ถูกส่งต่อกันมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น ในฐานะมนุษย์ใน ยุคศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นยุคที่มีความเป็นพลวัต เทคโนโลยี และการศึกษาพัฒนาอย่าง รวดเร็ว ประกอบกับการเป็นสังคมที่เริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ควรต้องศึกษาและทำ ความ เข้าใจข้อปฏิบัติที่เกี่ยวกับมารยาทในการอยู่ร่วมกันในสังคม เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกัน ในสังคมได้อย่างมีความสุข และปฏิบัติตนได้ถูกต้องตามจารีต ประเพณี และวัฒนธรรม ของสังคม บทสรุป


บรรณานุกรม


นายวัชวัรพล สอนสี หน้าน้ที่:ที่สืบสืค้นค้เนื้อนื้หาและข้อข้มูลมู 64103010011 คณะผู้จัดทำ กลุ่ม Left on Read คณะสังคมศาสตร์ สาขาสังคมศึกษา นายอินอิ ฟาน เดชสุวสุรรณรัตรัน์ หน้าน้ที่:ที่ตัดตัต่อต่วิดีวิ โดีอ 64103010012 นายทีวทีากร สังสัข์นวล หน้าน้ที่:ที่รูปรูเล่มล่รายงาน 64103010261 นายพัทพัธพล แก้วก้คำ ดี หน้าน้ที่:ที่ตัดตัต่อต่วิดีวิ โดีอ 64103010268 นายเมธาสิทสิธิ มโนลีหลีกุลกุ หน้าน้ที่:ที่สืบสืค้นค้เนื้อนื้หาและข้อข้มูลมู 64103010269 นางสาวกรรณิกณิา ไชยสาลี หน้าน้ที่:ที่บันบัทึกทึเสียสีง 64103010849 นายพงศภัคภั ไพยะแสน หน้าน้ที่:ที่สืบสืค้นค้เนื้อนื้หาและข้อข้มูลมู 64103010856 นางสาวแองชาริกริา ทับทัครบุรีบุรี หน้าน้ที่:ที่รูปรูเล่มล่รายงาน 64103010860 นางสาวขนิษนิฐา ทัศทันาธร หน้าน้ที่:ที่รูปรูเล่มล่รายงาน 64103010634 นายพิชพิญ์ชญ์ยพล พิชพิญะธีรธีธรรม หน้าน้ที่:ที่ถ่าถ่ยวิดีวิ โดีอ 64103010637 นางสาวปณาลี เหลี่ยลี่มวัฒวันา หน้าน้ที่:ที่สืบสืค้นค้เนื้อนื้หาและข้อข้มูลมู 64103010265


Click to View FlipBook Version