The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศรียาลอ หนังสือแนะนำแหล่งข้อมูลคติชนวิทยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-04-17 09:15:53

ศรียาลอ หนังสือแนะนำแหล่งข้อมูลคติชนวิทยา

ศรียาลอ หนังสือแนะนำแหล่งข้อมูลคติชนวิทยา

คํานํา

หนงั สือแนะนําแหลง่ ขอ้ มลู คติชนวิทยา เป็ นผลงาน นายซไุ ฮมี บิตนั นกั ศึกษาชน้ั ปี ที่3 คณะ
ศึกษาศาสตรแ์ ละศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลยั หาดใหญ่ จดั ทําข้ึนเพ่ือใชป้ ระกอบการเรยี นรายวิชา

604-305 คติชนวิทยาสาํ หรบั ครู ประจําปี การศึกษา 2564 ซ่ึงจะมีเน้ือหาเกี่ยวกบั สถาปัตยกรรม

อาหารพ้ืนบา้ นขนมพ้ืนบา้ นหตั ถกรรมพ้ืนบา้ นเป็ นการลงพ้ืนท่ีของจงั หวดั ยะลา อําเภอบนั นงั สตา
และอําเภอเมืองจงั หวดั ยะลา

ขอขอบคณุ ผสู้ นบั สนนุ อาจารยส์ พุ ิศตรา อภิชาโต ท่ีใหค้ าํ แนะนําและช่วยเหลอื ในงานครง้ั น้ี
ขอขบคณุ นางสาว ซีตีฮาวอ อาลมี ามะ (มารดา) ที่ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ดา้ นขอ้ มลู และสง่ิ อํานวยความ
สะดวกตลอดมา นางสาววนิดา นอ้ งพงศ์ ผใู้ หข้ อ้ มลู เกี่ยวกบั ดา้ นสถาปัตยกรรม นางแวแยนะ๊
กาหลง และนางสาวมรุ นี และบรานีง ผใู้ หข้ อ้ มลู เกี่ยวกบั ขนมและอาหารพ้ืนบา้ น
นาย มฮู มั มะ บิตนั ผใู้ หข้ อ้ มลู เก่ียวกบั หตั ถกรรมพ้ืนบา้ น

สารบญั ๑
๑. สถาปัตยกรรมพ้ืนบา้ น ๗
๑๐
วดั คหู าภิมขุ วดั หนา้ ถ้ํา ๑๖
๒. อาหารพ้ืนบา้ น ๒๓
๒๔
๒.๑ ขนมถว่ั ทอด(ปี แนกอแต)
๒.๒ ขนมอาเกา๊ ะ
๓. หตั ถกรรมพ้ืนบา้ น
กรงนก
๕. อา้ งอิง
๖. ภาคผนวก

สถาปั ตยกรรม

วัดหนา้ ถาํ้ หรือ วัดคหู าภมิ ขุ ตงั้ อย่ทู ่ี ตาํ บลหนา้ ถาํ้ อาํ เภอเมอื งยะลา เป็ นวัดที่สาํ คญั และเก่าแกว่ ัดหนง่ึ ของจงั หวัดยะลา เดิม
วดั นชี้ อื่ วัดหนา้ ถา้ํ ไดเ้ ปลย่ี นชอื่ เป็ น วัดคหู าภมิ ขุ ในสมยั จอมพลแปลก พบิ ลู สงคราม เป็ นนายกรัฐมนตรี ภายในวดั มถี า้ํ ใหญ่
ประดิษฐาน พระพทุ ธไสยาสนข์ นาดใหญ่ พระพทุ ธรปู เกา่ แก่หลายองค์ นอกจากนยี้ ังมหี ินงอกหนิ ยอ้ ยสวยงาม และนา้ํ ใส
สะอาดไหลรินจากโขดหนิ มพี ิพิธภณั ฑศ์ รีวิชยั เก็บวตั ถโุ บราณทไ่ี ดม้ าจาก วดั ถา้ํ ภเู ขากาํ ปัน่ พระพมิ พด์ นิ ดบิ สถปู เม็ดพระ
ศก อิฐฐานพระพทุ ธรปู ภายในหอ้ งโถงประดษิ ฐานพระพทุ ธรปู ปางไสยาสนข์ นาดใหญ่ ความยาว 81 ฟุต 1 นวิ้ ชาวบา้ น
เรียกว่า พ่อท่านบรรทม พระพทุ ธไสยาสนอ์ งคท์ ี่เห็นอย่ใู นปัจจบุ ันเป็ นองคท์ ่ีมกี ารบรู ณะทบั องคเ์ ดิมไว้ องคเ์ ดมิ ใชโ้ ครงไมไ้ ผจ่ ดั
สวนเป็ นตะแกรงโบกดว้ ยดินดิบ พระนอนองคน์ ม้ี สี ่วนแตกตา่ งจากองคอ์ น่ื อย่บู า้ ง คือ มพี ญานาคทอดตวั อย่เู หนอื องคพ์ ระ
และแผพ่ งั พานปกอย่เู หนอื เศียร พระกรขวาทอดขอ้ ศอกออกไปขา้ งหนา้ ตามแบบอนิ เดีย โดยกรมศิลปากรขนึ้ ทะเบียนเป็ น
โบราณสถานไว้ พระพทุ ธรปู ปางไสยาสนม์ คี วามศกั ดิ์สทิ ธิ์ทเ่ี ชอื่ ว่าหากใครไดม้ ากราบไวข้ อพรจะสมดงั่ ปราถนา ปากทางเขา้
ถาํ้ มรี ปู ปั้นยักษ์ ซ่ึงชาวบา้ นเรียกว่า พ่อทา่ นเจา้ เขา เป็ นรปู ปั้นยกั ษค์ อนกรีตมคี วามสงู ประมาณ 6 เมตร มลี กั ษณะไมเ่ หมอื น
ยักษท์ ่อี ืน่ ในประเทศไทยตรงที่ท่านเจา้ เขานน้ั เป็ นยักษป์ ่ า มรี ปู ร่างหนา้ ตาคลา้ ย เงาะป่ าซาไก ดวงตาโปน มงี เู หา่ พนั รอบคอและ
รอบแขน นงุ่ ผา้ สแี ดงเพียงผนื เดียว ยืนถือกระบองอย่ทู ่ปี ระตเู ขา้ ถาํ้ สรา้ งขนึ้ โดยชา่ งฝี มอื พืน้ บา้ น จดุ ประสงคข์ องการสรา้ ง
ก็เพราะว่าในสมยั นนั้ กาํ ลงั อย่ใู นชว่ งสงครามโลกครง้ั ท่ีสอง ผหู้ ลกั ผใู้ หญ่ของตาํ บลหนา้ ถาํ้ ในสมยั นนั้ และชาวบา้ นอีกหลายๆ
คน รวมถึงพระพทุ ธไสยารักษเ์ จา้ อาวาสองคท์ ่ี 7 ของวดั ในตอนนน้ั ทา่ นคิดกนั ว่าจะสรา้ งพ่อท่านเจา้ เขาขน้ึ เพือ่ เป็ นขวญั
กาํ ลงั ใจแกช่ าวบา้ น และมคี วามเชอื่ ว่าท่านจะปกปักษร์ กั ษาชาวบา้ นหนา้ ถา้ํ ใหพ้ น้ ภยั และเป็ นการป้ องกนั รักษาองคพ์ ระพทุ ธ
ไสยาสน์ ไมใ่ หค้ นมาทาํ มดิ ีมริ า้ ยและทาํ ลายองคพ์ ระได้ นางสาววนดิ า นอ้ ยพงศ์ ผใู้ หข้ อ้ มลู

ภาพท่ี ๑ อาคารวิสาหกจิ ชมุ ชน กลมุ่ ผา้ มดั ยอ้ ม สยี ามา รา้ นขายของฝาก

ภาพที่ ๒ บริเวณทางเขา้ ถา้ํ และสะพานขา้ มแมน่ า้ํ พรอ้ มป้ ายชอ่ื วดั ถา้ํ สีสนั สดใส

ภาพที ๓ พระพทุ ธไสยาสน:์ พระนอนศรีวิชยั

ภาพท่ี ๔
พอ่ ทา่ นเจา้ เขา

ภาพที่ ๕ หอวฒั นธรรมศรีวชิ ยั จงั หวดั ยะลา

อาหารพ้ืนบา้ น ขนม (ปี แนกอแต) เป็ นอาหารประเภทขนมขนมพื้นบา้ น
ประจาํ ถ่ินมลี กั ษณะรปู คลา้ ยดอกไม้ 3 แฉก เป็ นอาหาร
ประเภททอดขา้ งในไสเ้ ป็ นไสถ้ วั่ เขยี วมรี สหวานซ่ึง
โดยทวั่ ไปก็จะกนิ กบั นาํ้ ชา ขนมประเภทนจ้ี ะวางจาํ หนา่ ย
ในรา้ นนา้ํ ชาทกุ ๆเชา้ นางแวแยนะ๊ กาหลง เลา่ วา่ “ขนม
นเี้ ธอฝึ กตง้ั แตเ่ ด็กโดยมคี ณุ แมข่ องเธอสอน เป็ นขนม
ประจาํ บา้ นของเธอไวก้ ินรับแขก กอ่ นที่จะนาํ มาสกู่ าร
ประกอบอาชพี การทาํ ขนมนไ้ี ปขาย โดยสตู รมาจากคณุ
แมท่ าํ มาตง้ั แตเ่ ด็กเป็ นขนมท่ีสืบทอดร่นุ สรู่ นุ่ ในอาํ เภอ
บนั นงั สตามเี จา้ แรกเจา้ เดยี วท่ที าํ ขนมนี้ เป็ นเจา้ ของเธอ
เอง”

วิธที าํ สว่ นผสมแป้ ง
แป้ งขา้ วเหนยี ว 1 กิโลกรมั
สาํ หรับวิธที าํ นนั้ เราจะเร่ิมดว้ ยการนาํ ถวั่ เขยี วเตรียมไวม้ า แป้ งขา้ วเจา้ 1/2กโิ ลกรัม
ลา้ งนาํ้ ใหส้ ะอาดแลว้ นาํ ไปตม้ ใหถ้ ัว่ แตก ใสน่ า้ํ ตาลลงไป แลว้ นา้ํ ตาลทราย 1/2กโิ ลกรัม
คอ่ ยใสเ่ กลอื เล็กนอ้ ยกวนจนถวั่ แหง้ พกั ไวใ้ หถ้ วั่ เย็นลง เมอ่ื ไข่ 1 ฟอง
ถวั่ เย็นลงแลว้ เรามาปั้นเป็ นกอ้ นเทา่ ลกู แกว้ เสร็จสิ้นแลว้ ใน นาํ้ ปูนใส 1 ชอ้ นโตะ๊
การทาํ ไส้ ถดั มาเราจะทาํ การผสมแป้ งขา้ วเหนยี วแป้ งขา้ ว เกลือ 1/2ชอ้ นชา
เจา้ นา้ํ ตาลทรายเกลอื ไขไ่ ก่ คนสว่ นผสมเขา้ ดว้ ยกนั ใชม้ อื ใน นาํ้ กะทิ 3 ถว้ ยตวง
การกวนนวดค่อยๆเตมิ นาํ้ ปูนใสลงไป ใสน่ า้ํ ตาลลงไปทีละ นาํ้ มนั สาํ หรับทอด 2 กิโลกรัม
นอ้ ยทลี ะนอ้ ย นวดจนสว่ นผสมไดท้ ่ี พอเขา้ กนั ดีแลว้
ตามดว้ ยการเตมิ นาํ้ กะทคิ นใหเ้ ขา้ กนั และเอาถัว่ ทป่ี ้ันเป็ นกอ้ น สว่ นผสมถวั่ 1 กโิ ลกรัม
มาชบุ ในเป้ งแลว้ เรามาหยอดใสก่ ระทะเล็กใหเ้ ป็ นดอก 3ให้ ถัว่ เขยี ว 1 กโิ ลกรมั
ตดิ กนั จงึ ค่อยเอาไปใสใ่ นกระทะใบใหญ่ ขนมนต้ี อ้ งใชก้ ระทะ นา้ํ ตาลทราย 3 ชอ้ นชา
2 ใบ เกลอื 3 ลิตร
นาํ้

ภาพ ขนมถว่ั ทอด (ตือโปงบงู อกาแจ)

ขนมอาเกา๊ ะ

“ปลายดา้ มขวาน” ดินแดนพหวุ ฒั นธรรมท่ีงดงามดว้ ยความหลากหลาย
ของวิถีชีวิตท่ีถือปฏิบตั ิสบื ต่อกนั มาชา้ นานทงั้ ประเพณีวฒั นธรรม ความเช่ือ
ประวตั ิศาสตรท์ ี่ชวนหลงไหลนา่ คน้ หาซึ่งหนึ่งในเรอ่ื งราวท่ีไดร้ บั ความสนใจ
จากผคู้ นทง้ั ภายในและนอกพ้ืนท่ีก็คือ เรอื่ งอาหารพ้ืนถิ่นแบบดง้ั เดิม ซึ่งใน
จงั หวดั ชายแดนภาคใตไ้ ดส้ ืบทอดการทําอาหารที่เป็ นเอกลกั ษณจ์ นเป็ นท่ี
รจู้ กั ของทง้ั ประเทศและทว่ั โลก "ขนม" ก็เป็ นหน่ึงสิ่งที่นา่ สนใจ ทง้ั กรรมวิธี
รสชาติ และเรอ่ื งราวท่ีมาพรอ้ มขนม ขา่ วภาคใตช้ ายแดนจึงตอ้ งลงพ้ืนที่
เพ่ือที่จะคน้ หาขนมอรอ่ ยเจา้ ดงั ที่ข้ึนช่ือในลิสตล์ าํ ดบั ตน้ ๆของพ้ืนท่ีในช่วง
เดือนรอมฎอน(เดือนถือศีลอดของชาวมสุ ลมิ )เราเลยนึกถึงขนมอาเกาะ

ขนมอาเกาะเป็ นขนมโบราณของชนพ้ืนเมืองในสามจงั หวดั ชายแดนภาคใตไ้ ดแ้ ก่ ยะลา
ปัตตานี และนราธิวาส สนั นิษฐานกนั วา่ ช่ือเดิมนา่ จะมาจากคําวา่ อาเกา๊ ะ อาจเพ๊ียนมา
จากคาํ วา่ อาเกะ๊ ที่แปลว่า “ยกข้ึน” อาจหมายถึงกรรมวิธีการผลิตของอาเกา๊ ะท่ีตอ้ ง
ยกไฟท่ีวางองั ไวข้ า้ งบนออกทกุ ครงั้ เม่ือขนมสกุ ซึ่งขนมอาเกา๊ ะจะมีลกั ษณะเหมือน
คสั ตารด์ หรอื คลา้ ยขนมหมอ้ แกงที่มีเน้ือแนน่ กล่ินหอม มกั มีรปู ทรงเป็ นทรงรแี ละแบน
ซ่ึงเราอาจพบขนมอาเกา๊ ะในหลายสตู รซ่ึงจะทําใหข้ นมมีเน้ือสมั ผสั และรสสมั ผสั ท่ี
แตกต่างกนั ไป ขนมอาเกา๊ ะปรงุ จากแป้ ง ไขเ่ ป็ ด ตะไคร้ นํ้าตาลและกะทิ ผสมรวมกนั
กอ่ นนําไปหยอดลงในพิมพท์ องเหลืองและสิง่ ท่ีน่าสนใจท่ีสดุ ในการทําอาเกา๊ ะคือ
ขนั้ ตอนการทําใหข้ นมสกุ ดว้ ยการผิงไฟบนลา่ งดว้ ยเช้ือไฟจากกาบมะพรา้ วใหค้ วาม
รอ้ นทว่ั ถึง เราจะมกั เห็นควนั ลอยโขมง่ อยรู่ อบๆบรเิ วณรา้ นที่ขายขนมอาเกา๊ ะ และ
ถึงแมเ้ วลาจะผา่ นไปบรรดาแมค่ า้ ท่ีทําขนมอาเกา๊ ะก็ยงั คงใชว้ ิธีแบบดง้ั เดิม แทนการใช้
แกส๊ เพราะขนมอาเกา๊ ะแบบวิธีดงั้ เดิมน้ีจะมีกล่ินหอมเยา้ ยวนชวนใหล้ อง

สว่ นผสม
ไขเ่ ป็ ด12 ฟอง
ไขไ่ ก่ 5 ฟอง
แป้ งสาลี 1/2 กิโลกรัม
นาํ้ ตาลแวน่ 400 กรัม
เกลือ 2ชอ้ นชา
นา้ํ เปลา่ 1.5 ลติ ร
กะทิสด 1 กโิ ลกรัม
นาํ้ มนั พชื (ใชท้ าพิมพ)์

วิธีทําขนมอาเกา๊ ะ ขนมโบราณ
ทํามาจากไขเ่ ป็ ดและไขไ่ ก่ กะทิสด แป้ งสาลี นํ้าตาลโตนดที่เป็ นแว่นแลว้ นํามา บด ตะไคร้ และเกลือ
วิธีการทํา คือ นําไขท่ งั้ สอง มาผสมกบั ตะไครท้ ี่ทบุ มาขยา้ํ ใหเ้ ขา้ กนั สกั 5 นาที ตะไครจ้ ะช่วยใหด้ บั
กล่ินคาวของไขไ่ ด้ เมื่อไขก่ บั ตะไครเ้ ขา้ กนั แลว้ เราก็เอากากตะไครอ้ อกใหห้ มด แลว้ เทกระทิใสล่ งไป
พรอ้ มแป้ งสาลี และน้ําตาลโตนดท่ีบด เกลือตดั เค็มนิดหนอ่ ย คนใหเ้ ขา้ จนเป็ นเน้ือเดียวกนั แลว้
นํามากรองดว้ ยผา้ (ทําในจํานวนมาก) แต่ถา้ ทํากนิ เอง ใชต้ ะแกลงกรองก็ได้ การกรองจะชว่ ยให้
เน้ืออาเกา๊ ะ ละเอียด น่ิม น่มุ เวลาทาน คือ สามารถละลายในปากไดเ้ ลย สว่ นรสชาดบางคนบอกว่า
มีสว่ นคลา้ ยกบั ขนมหมอ้ แกง แต่ขนมหมอ้ แกงจะใสห่ วั หอมเจียว แต่อาเกา๊ ะ จะไมใ่ ส่ เสร็จแลว้ ตกั
ใสใ่ นกาน้ําเพ่ือนําไปเทใสใ่ นแมพ่ ิมพ์ ท่ีมีลกั ษณะเป็ นหลมุ วงรี มีไมต่ ่ํากว่า 10 หลมุ ถา้ มีหลมุ เยอะ ก็
จะเพ่ิมปรมิ าณไดม้ าก เสรจ็ แลว้ ปิ ดฝาครอบไดเ้ ลย เตาจะเป็ นเตาที่เผาดว้ ยกาบมะพรา้ วแบบ
โบราณ เตาลา่ งจะเป็ นถ่านท่ีไดก้ ารเผากาบมะพรา้ ว สว่ นเตาบนจะมีลกั ษณะเหมือนฝาครอบแต่มี
ไฟจากกาบมะพรา้ วเป็ นถา่ นทําความรอ้ นของดา้ นบน เมื่อปิ ดฝาครอบขนมกจ็ ะเป็ นเหมือนการ อบ
ขนม แต่ท่ีสาํ คญั ตอ้ งหมน่ั ดไู ฟทง้ั บนและลา่ งใหด้ ี ไมอ่ ยา่ งนน้ั ขนมจะสกุ ไมเ่ ท่ากนั ทง้ั บนและลา่ ง

ภาพท่ี วิธีการแกะขนมออกจากเตา

หตั ถกรรมพน้ื บา้ น การทํากรงนกถือเป็ นภมู ิปัญญาของชมุ ชนต่าง ๆ ใน
กรงนก จงั หวดั ภาคใต้ โดยเฉพาะภาคใตต้ อนลา่ ง ซ่ึงในยคุ แรก ๆ ที่
เทคโนโลยยี งั ไมเ่ จรญิ กา้ วหนา้ มาก จึงตอ้ งใชภ้ มู ิปัญญาชาวบา้ น
ในการเจาะรไู มท้ ่ีทํากรงนก เชน่ ในหมทู่ ่ี 10 ตําบลคลองแห
อําเภอหาดใหญ่ ใชก้ า้ นรม่ เสียบกบั ไมผ้ ดั ลนไฟผดั กบั มือเพื่อเจาะ
ร ู ซ่ึงใชเ้ วลานานมากในการทําเนื่องจากไมม่ ีเครอื่ งมือท่นุ แรง
ต่อมาเมื่อมีเครอื่ งมือ เชน่ สวา่ นมือหมนุ หรอื เครอ่ื งเจาะร ู
อตั โนมตั ิ การทํากรงนกในปัจจบุ นั น้ีมีการทํากรงนกกนั มาก
เพราะมีลกู คา้ มารบั กรงนกถึงที่บา้ น ซึ่งอาจจะโทรมาสงั่ โดยบอก
ขนาดและรปู แบบที่ตอ้ งการ หรอื มีพอ่ คา้ คนกลางเขา้ มาทําใหท้ ํา
ตลาดไดม้ ากข้ึน ทําใหช้ มุ ชนบางชมุ ชนทําเป็ นอาชีพหลกั ไปเลยก็มี

คนใตช้ อบเล้ียงนกเหมือนกบั คนไทยในภาคอ่ืน ๆ จะเห็นไดจ้ ากเกือบทกุ บา้ นทง้ั ของไท
ยมสลิมและไทยพทุ ธจะมีการชกั กรงนกข้ึนสยู่ อดเสาแขวนเรยี งกนั เป็ นแถวแนวตาม
ชมุ ชนทว่ั ไปจนกลายเป็ นสญั ลกั ษณเ์ ชื่อมโยงความสมั พนั ธส์ มคั รสมานระหว่างชาวไทย
ที่มีความแตกต่างทางดา้ นศาสนา นกที่คนใตช้ อบเล้ียงกนั มากไดแ้ ก่ นกเขาชวา
ชาวบา้ นนิยมเรยี กวา่ นกเขาเล็ก และนกปรอดหวั จกุ ชาวบา้ นนิยมเรยี กว่านกกรงหวั จกุ
สว่ นใหญ่จะเล้ียงไวด้ เู ลน่ ฟังเสยี งรอ้ ง และนําไปประกวดแขง่ ขนั ซึ่งมีแทบทกุ เสาร-์
อาทิตย์ ตลอดถึงงานเทศกาลต่าง ๆ และความเช่ือปัจจบุ นั น้ีมีผนู้ ิยมเล้ียงนกเขาหนั ไป
ประกอบอาชีพที่เกีย่ วกบั นกเขาไดห้ ลายอาชีพ เชน่ อาชีพการเพาะพนั ธ์ุ โดยแยกระดบั
การเล้ียงนกคือบางรายเพาะเล้ียงนกเขาแบบธรรมดา ไมเ่ นน้ ลกั ษณะเดน่ ทงั้ สดั สว่ น
รปู ทรงและเสยี ง เพ่ือสนองความตอ้ งการของผเู้ ล้ียงสมคั รเลน่ บางรายเพาะเล้ียง
นกเขาสายพนั ธด์ ุ ี ซ่ึงสายพนั ธน์ุ ้ีจะไดม้ าจากนกท่ีชนะการประกวดจากงานสาํ คญั ต่าง
ๆ โดยนกเขาที่ชนะการประกวด บางตวั มีราคานบั ลา้ นบาท แมก้ ระนน้ั ในบางตวั ท่ีไดร้ บั
รางวลั ลดหลนั่ ลงมาก็มี ราคาตงั้ แต่หลกั พนั ไปจนถึงหลกั แสนบาท เมื่อเป็ นนกเขาเกรด
ดีสายพนั ธด์ ุ ี ผเู้ ล้ียงจึงตอ้ งสรรหากรงสาํ หรบั เล้ียงใหเ้ หมาะสมกบั ราคาของนก

คณุ ค่าของนกตวั นน้ั ดว้ ย เมอื่ มกี ารนยิ มเล้ียงนกสิ่งท่ี
ตามมาก็คืออาชพี การทาํ กรงนก ซึ่งสามารถสรา้ งรายไดท้ ี่
มงั่ คงใหก้ บั ครอบครวั ได้ กรงนกที่ทาํ ออกมามหี ลายแบบทง้ั
แบบทวั่ ไปแบบสงั่ ทาํ ตามปกตแิ ละแบบสงั่ ทาํ พเิ ศษ ซึ่งกรง
นกท่ีสงั่ ทาํ นน้ั จะมคี วามละเอยี ด ประณีตและสวยงามเป็ น
พเิ ศษทงั้ นขี้ น้ึ อยกู่ บั วสั ดทุ ่ใี ชท้ าํ ดว้ ย กรงนกเขาชวาและกรง
นกกรงหวั จกุ มลี กั ษณะแตกตา่ งกนั โดยกรงนกเขาชวานยิ ม
ทรงรปู กลมมน โดยมเี สน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางประมาณ 14 นว้ิ
สงู ประมาณ 16-18 นว้ิ มลี กั ษณะเรียบ ๆ และไดม้ กี าร
พฒั นาโดยแกะดอกเป็ นรปู ตา่ ง ๆ ทีซ่ ่ีกรงเรียกวา่ “กรงมี
ดอก” ลา่ สดุ มกี ารพฒั นาถึงขน้ั ทาํ ดว้ ยไมส้ าวดาํ ไมม้ ะมว่ ง
ป่ าและไมช้ งิ ชนั ทงั้ ตวั กรงและซ่ีกรงพรอ้ มทง้ั แกะสลกั ทีฐ่ าน
กรง

การทาํ กรงนก
การทาํ กรงนกจะประกอบดว้ ยพนื้ กรง

ตวั กรงหรือเปลอื กกรง และหัวกรง ตวั
กรงหรือเปลอื กกรง ซึ่งชา่ งท่ที าํ จะ
เชยี่ วชาญแตล่ ะอยา่ ง เพราะฉะนนั้ กรงหนง่ึ
ลกู จะมชี า่ งทาํ หลายคน เชน่ ชา่ งคนท่ีหนงึ่
เชย่ี วชาญเฉพาะพืน้ กรงวางพนื้ ไมพ้ ยงุ หรือ
ชงิ ชงั จากนนั้ นาํ ไปใหช้ า่ งอกี คนหนง่ึ ทาํ หวั
กรง โดยถา้ เป็ นหัวกรงชนดิ ที่ทาํ มาจาก
งาชา้ งก็จะใชง้ าแทจ้ ากพยหุ คีรี จงั หวดั
นครสวรรค์ หรือถา้ เป็ นมกุ ตอ้ งใหช้ า่ งจาก
จงั หวดั พระนครศรีอยธุ ยาเป็ นผทู้ าํ เป็ นตน้

การทํากรงนกในปัจจบุ นั จะนิยมทํากรงนกหวั จกุ หรอื นกปรอด ท่ีนิยมทรงสีเ่ หล่ยี มคางหมสู งู ประมาณ 30 น้ิว
ดา้ นลา่ งกวา้ งประมาณ 14 น้ิว นอกจากน้ียงั มีอีกหลายแบบ เชน่ แบบปัตตานี แบบนราธิวาส แบบ
นครศรีธรรมราช แบบสงิ คโปร์ ทรงกลมแบบถงั เบียร์ แบบสม่ ุ ไก่ แบบหกเหลย่ี ม แบบสี่เหล่ยี ม และแบบโดม
มสั ยิด สาํ หรบั ไมท้ ่ีนํามาทําเป็ นกรงนกประกอบดว้ ย ไมส้ าวดํา ไมม้ ะมว่ งป่ า ไมป้ ระด่ ูไมช้ ิงชนั ไมม้ ะเกลอื ไม้
หลมุ พลอ ไมต้ ะเคียน และไมส้ กั สว่ นไมท้ ี่นํามาทําซี่ลกู กรงคือไมไ้ ผ่ อาทิ ไผส่ ีสกุ ไมไ้ ผล่ าํ ละลอก และไมไ้ ผต่ ง
ซ่ึงจะตอ้ งคดั สรรไผท่ ่ีแกจ่ ดั เท่านน้ั กอ่ นนํามาเหลาจะตอ้ งเอาไปแช่นํ้าทะเลประมาณ 2-3 เดือนแลว้ นํามาเก็บ
ในท่ีรม่ ประมาณ 2-3 เดือนจะทําใหเ้ น้ือไผเ่ หนียวและมอดไมก่ ิน ดา้ นสว่ นประกอบที่สาํ คญั ของกรงนกมี 3
สว่ นคือโครงกรง ซ่ีกรง และหวั กรง โดยเฉพาะกรงนกหวั จกุ เนน้ ใชไ้ มเ้ น้ือแข็ง โดยตอ้ งกลึง เลื่อย เป็ นช้ินสว่ น
ต่าง ๆ ถึง 18 ช้ิน ไดแ้ ก่
1. ไมเ้ สา สงู ประมาณ 32 น้ิว จํานวน 4 ช้ิน
2. ไมค้ านบน ยาวประมาณ 12 น้ิว จํานวน 5 ช้ิน
3. ไมค้ านลา่ ง ยาวประมาณ 14 น้ิว จํานวน 5 ช้ิน
4. ไมค้ น่ั กรง ยาวประมาณ 12.5 น้ิว จํานวน 4 ช้ิน

โดยไมค้ าน คนั กรง จะตอ้ งวดั ขนาด เจาะรดู ว้ ยสว่านตาเล็กเจาะทะลบุ นสนั ใหร้ บั กนั เพื่อไวเ้ สยี บ
รอ้ ยซ่ีกรงโดยเจาะเป็ นจํานวนคี่ เชน่ 13, 15, 17, 19 หรือ 21 ร ู ซึ่งเป็ นไปตามความเลก็ ใหญ่ของกรงนก

รปู แบบกรง
สาํ หรบั รปู แบบของกรงนกมาตรฐานนนั้ มีหลายรปู แบบ

โดยจดั ตามขนาดของซี่กรงไดแ้ ก่ ขนาด 13 ซ่ี, 15 ซ่ี, 17 ซี่, 21
ซ่ี, 23 ซี่ และ 25 ซ่ี สาํ หรบั ขนาดมาตรฐานคือ 13 และ 15 ซี่
สว่ นขนาดท่ีไดร้ บั ความนิยมซ้ือขายกนั มากคือ ขนาด 13-21 ซ่ี
ข้ึนอยกู่ บั ความตอ้ งการของผเู้ ล้ยี งวา่ ตอ้ งการกรงนกขนาดใด

อปุ กรณส์ าํ หรบั ทํากรงนก
1. ไม้ (โครง) ไมไ้ ผ่ (ซี่)
2. กาวรอ้ น ยรู ีเทน กาวลาเท็กซ์
3. มีดแกะสลกั มีด เวอรเ์ นีย ไมฉ้ าก คีมปากนกแกว้
4. เครอื่ งขดั มือ เลอื่ ยเหล็ก เลอื่ ยฉล ุฉลไุ ฟฟ้ า
5. ใบเลือ่ ยฉล ุกรรไกรตดั กิ่ง
6. สว่านแท่น สวา่ นมือ
7. ถงั ลม กาพน่ สี กบรีดไม้ และเครือ่ งผา่ ไม้

ภาพ กรงนกและเคร่ืองมอื อปุ กรณ์
ของนายมฮู มั มะ บิตนั

อา้ งอิง

• นางสาววนดิ า นอ้ ยพงศ์ (ผใู้ หส้ มั ภาษณ)์ นายซไู ฮมี บิตนั (ผสู้ มั ภาษณ)์ วดั คหู าภิมขุ ตง้ั อยเู่ ลขท่ี
136 หม.ู่ 1 บา้ นหนา้ ถาํ้ ตาํ บลหนา้ ถา้ํ อาํ เภอเมอื งยะลา จงั หวดั ยะลา

• นางแวเเยนะ๊ กาหลง (ผใู้ หส้ มั ภาษณ)์ นายซไู ฮมี บิตนั (ผสู้ มั ภาษณ)์ หมบู่ า้ นเงาะกาโป หม.ู่ 3 ตาํ บล
บันนงั สตา อาํ เภอบันนงั สตา จงั หวดั ยะลา

• นางสาวมรุ ณี และบรานงี (ผใู้ หส้ มั ภาษณ)์ นายซไู ฮมี บิตนั (ผสู้ มั ภาษณ)์ หมบู่ า้ นฆแู ด หม.ู่ 3 ตาํ บล
บนั นงั สตา อาํ เภอบนั นงั สตา จงั หวดั ยะลา

• นายมฮู มั มะ บิตนั (ผใู้ หข้ อ้ มลู ) นายซไู ฮมี บิตนั (ผเู้ ก็บขอ้ มลู ) หมบู่ า้ นเงาะกาโป ตง้ั อยเู่ ลขท่ี 55 หม.ู่ 3
ตาํ บลบนั นงั สตา อาํ เภอบนั นงั สตา จงั หวดั ยะลา

แหลง่ ขอ้ มลู จากอินเทอรเ์ น็ต
• จาก https://clib.psu.ac.th/southerninfo/content/5/ec3885c6
• จาก ขนมอาเกา๊ ะ ราชา ขนมพื้นบา้ น เดอื นเดียวรับหลกั แสน สยามรฐั (siamrath.co.th)

ดา้ นสถาปัตยกรรม วดั คหู าภิมขุ ขนม ปี แนกอแต เป็ นอาหารพ้ืนถ่ิน
เป็ นวดั สาํ คญั ของจงั หวดั ยะลามีสถาปัตยกรรม เฉพาะจงั หวดั ยะลาเป็ นอาหารที่ผมกินตง้ั แต่
ต่างๆท่ีสวยงาม เป็ นสถานที่ท่องเที่ยวและสาํ หรบั เด็กและชอบเพราะไสม้ ีรสหวานแป้ งมีความ
การมาสกั การะบชู า วดั คหู าภิมขุ หรือวดั ถ้ํายะลามี กรอบลกั ษณะคลา้ ยดอกไมค้ ลา้ ยปะการงั กิน
ประวตั ิมาอยา่ งยาวนานตง้ั แต่สงครามโลกครง้ั ท่ี 2 ควบคก่ ู บั น้ําชายามเชา้ ๆซึ่งขนมพ้ืนบา้ นน้ีมีแค่
มีทง้ั ดา้ นความเชื่อคติชนเก่ียวกบั ถ้ํา ยกั ษว์ ดั ถํ้า(พอ่ เจา้ เดียวในพ้ืนถ่ินท่ีทําอยแู่ ละสบื ทอดจนถึงทกุ
ท่านเจา้ เขา) และความศกั ด์ิสทิ ธ์ิในการขอพรสม วนั น้ีหายากมากสาํ หรบั อาหารพ้ืนถ่ินแบบน้ี
ปรารถนา พระพทุ ธไสยาสนค์ ือพระนอนศรีวิชยั อีก ดว้ ยวิธีการทําที่ยากและรสู้ กึ การใชว้ ตั ถดุ ิบนน้ั
ทงั้ ในวดั ยงั มีหอวฒั นธรรมศรวี ิชยั จงั หวดั ยะลาเป็ น มากเกินไปอาจจะดว้ ยวิธีการทําท่ีตอ้ งใช้
พิพิธภณั ฑใ์ หช้ มเก่ียวกบั ของเกา่ วตั ถโุ บราณของ กระทะ 2 ใบและเวลานานพอสมควรในการ
จงั หวดั ยะลาวดั แหง่ น้ียงั คงรกั ษาวฒั นธรรมอนั เดิม กวนทําไสห้ รือทําแป้ ง แต่อยา่ งไรก็ตามกย็ งั มี
ประเพณีอนั งดงามและคงความเช่ือตง้ั แต่ยคุ สมยั ขนมข้ึนบา้ นน้ีเอามาใหไ้ ดช้ ิมไดก้ ิน
จนถึงปัจจบุ นั

กรงนก ดว้ ยความเป็ นชาวมลายกู ารอยกู่ บั คู่
นกเป็ นสงิ่ ท่ีควบคกู่ นั มาตง้ั แต่โบราณนกเป็ น
ขนมอาเกา๊ ะ เป็ นขนมพ้ืนถิ่นของ 3 สตั วท์ ่ีสวยงามการหากรงท่ีใหเ้ หมาะกบั นกที่
จงั หวดั ชายแดนภาคใตด้ ว้ ยความท่ีขนมน้ีมีการสืบมาชา้ สวยงามก็จําเป็ นที่จะตอ้ งตกแต่งดงั นนั้ จึง
นานเป็ นประเพณีและวฒั นธรรมในการไปทําบญุ หรือ เป็ นท่ีมาของการทํากรงนกใหส้ วยงาม
รบั แขกข้ึนบา้ นใหมก่ ็จะใชข้ นมน้ีในการรบั ประทาน เป็ นขนม ปัจจบุ นั กรงนกเป็ นอาชีพประเภทหนึ่งที่สรา้ ง
ท่ีน่าสนใจประเภท 1 ดว้ ยหนา้ ตาและกลิน่ รสมีความ รายไดใ้ หก้ บั ชมุ ชนหรอื ผปู้ ระกอบการที่ทํา
นม่ ุ นวลหวานอรอ่ ยสว่ นใหญ่ก็นิยมมารบั ประทานในเดือน กรงนกขาย แมจ้ ะเป็ นธรุ กิจเลก็ หรือธรุ กจิ
บวชของชาวมสุ ลิมหรอื เดือนถือศีลอดของชาวมสุ ลมิ ใหญ่ ท่ีบา้ นผมเองก็ประกอบอาชีพรองคือ
ปัจจบุ นั มีการเปลี่ยนแปลงในการรบั ประทานจากเดิมที่ การทํากรงนกขายดว้ ยเวลาในการทํากรงนก
เอาไวเ้ ป็ นของเยี่ยมของฝากข้ึนบา้ นใหมม่ าเป็ นอาหารที่ นานพอสมควร ทําใหไ้ มค่ อ่ ยมีเวลามากนกั
แมแ้ ต่ทกุ วนั ทกุ วยั ก็สามารถรบั ประทานและสามารถซ้ือได้ อาจจะทําเป็ นงานอดิเรกแต่ก็สรา้ งรายได้
ตามทอ้ งตลาดทว่ั ไป แต่มีเอกลกั ษณอ์ ยา่ งหนึ่งของขนมอา ใหก้ บั ครอบครวั ทงั้ เป็ นงานฝี มือและ
เกา๊ ะคือแต่ละรา้ นแต่ละเจา้ จะไมเ่ หมือนกนั มีสตู รแตกต่าง สามารถสบื สานสืบทอดงานฝี มือใหก้ บั รน่ ุ สู่
กนั ดีใจท่ียงั คงมีขนมแบบน้ีใหไ้ ดช้ ิมจนถึงปัจจบุ นั รน่ ุ ได้

ประวตั ิผแู้ ต่ง

ชอ่ื นายซไู ฮมี บติ นั (ลกู หม)ี
สญั ชาติ ไทย เชอ้ื ชาติ ไทย ศาสนา อิสลาม
เกิดวนั ท่ี 21/04/1999 อายุ 23 ปี
ที่อยปู่ ัจจบุ นั 55 หมู่ 3 ต.บนั นงั สตา อ.บนั นงั สตา จ.ยะลา

กาํ ลงั ศึกษา คณะศึกษาศาสตรแ์ ละศิลปศาสตร์
สาขาวิชาภาษาไทย ชนั้ ปี ท่ี3
มหาวิทยาลยั หาดใหญ่


Click to View FlipBook Version