รามเกียรติ์
ตอน นารายณ์ปราบนนทก
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒
สารบัญ
ความเป็นมาและผู้แต่ง
แนะนำตัวละคร
เนื้ อเรื่องย่อ
คุณค่าด้านวรรณศิลป์
สารบัญ
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง
คลังคำศัพท์
กิจกรรมนารายณ์ปราบเซียน
ความเป็นมา
รามเกียรติ์ มีที่มาจากเรื่อง รามยณะ ที่ฤๅษีวลมิกิ ชาวอินเดีย
แต่งขึ้นเป็นภาษาสันกฤต เมื่อประมาณ 2,400 ปีเศษ มาแล้ว และได้
แพร่หลายจากอินเดียไปยังประเทศใกล้เคียง และได้มีการเพิ่มเติม
รายละเอียด ผิดแผกแตกต่างออกไปจากต้นฉบับเดิมไปไม่น้อย
รามยณะเป็นปางหนึ่งในสิบปางของการอวตารมาปราบยุคเข็ญของ
พระนารายณ์ ที่มีชื่อว่า รามาวตาร
สำหรับเรื่องรามเกียรติ์ ของไทยนั้นมีมาแต่สมัยอยุธยาในสมัย
กรุงธนบุรีสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีได้ทรงพระราชนิพนธ์สำหรับ
ให้ละครหลวงเล่น ปัจจุบันมีอยู่ไม่ครบ ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯได้ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น
เพื่อรวบรวมเรื่องรามเกียรติ์ซึ่งมีมาแต่เดิมให้ครบถ้วนสมบูรณ์
ตั้งแต่ต้นจนจบ
ความเป็นมา
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่อง
รามเกียรติ์ โดยดัดแปลงจากพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ
หล้าฯ เพื่อใช้ในการเล่นโขน ซึ่งจะมีอยู่เพียงบางตอนที่คัดเลือกไว้เท่านั้น เช่น
ตอนนางลอย ตอนหักคอช้างเอราวัณ ตอนสีดาลุยไฟเป็นต้น
รามเกียรติ์เป็นวรรณคดีที่สำคัญของไทย เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
เนื้อเรื่องและสำนวนกลอน ในเรื่องรามเกียรติ์มีความไพเราะ มีคติสอนและแง่คิด
ในด้านต่าง ๆ อยู่เป็นอันมาก สอดแทรกเอาไว้ตลอดทั้งเรื่อง ตามหลักนิยมของ
อินเดียในเนื้อเรื่องและหลักนิยมของไทยในสำนวนกลอน จิตรกรรมฝาผนังเรื่อง
รามเกียรติ์ ที่รอบพระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เขียนขึ้น
มาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ จำนวน 178 ห้อง เขียนโดย
จิตรกรที่มีฝีมือยอดเยี่ยมของไทยเป็นภาพวิจิตรงดงามทรงคุณค่าทางศิลปกรรม
เป็นอย่างยิ่ง
ที่มา : ภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ วัดพระแก้ว
ผู้แต่ง
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีพระนามเดิมว่าด้วง
หรือ ทองด้วง เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธ เดือน ๔ แรม ๔ ค่ำปีมะโรง
จุลศักราช ๑๐๙๘ หรือวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๒๗๙ ด้วยความที่
พระองค์ทรงสนพระทัยในงานด้านวรรณศิลป์เป็นอย่างมาก จึงได้ทรงพระ
ราชนิพนธ์งานวรรณกรรมที่ทรงคุณค่าไว้จำนวนหนึ่ง และที่รู้จักกันดีได้แก่
พระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ อันเป็น สุดยอดวรรณคดีเอกของไทย
จุดประสงค์ในการแต่งบทละครเรื่องรามเกียรติ์
สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเกรงว่าวรรณคดี
อันทรงคุณค่านี้จะหายไป เพราะรามเกียรติ์เป็นวรรณคดีที่แทรก
ข้อคิดมากมาย นอกจากนี้ยังใช้บทประพันธ์เพื่อเล่นโขนอีกด้วย
ลักษณะคำประพันธ์
ลักษณะคำประพันธ์ของบ
ทละครเรื่องรามเกียรติ์ คือ
“กลอนบทละคร” มีลักษณะบังค
ับเหมือนกลอนสุภาพ แต่วรรค
แรกมักขึ้นด้วย เมื่อนั้น บัดนั้น ม
าจะกล่าวบทไป เป็นต้น จำนวน
คำไม่กำหนดตายตัว
แนะนำตัวละคร
พระอิศวร
พระอิศวร เป็นเทพเจ้าสำคัญองค์หนึ่ง มีพระกายสีขาว แต่พระศอ
มีสีนิลเพราะเคยดื่มยาพิษ มีพระเนตรถึง ๓ ดวง ดวงที่สามอยู่กลาง
พระนลาฏ อาวุธประจำพระองค์คือ ตรีศูล ธนู คทา มีพระอุมาเป็น
พระมเหสี ทั้งสองพระองค์ประทับอยู่ในวิมาน ณ เขาไกรลาส
พระนารายณ์
พระนารายณ์เป็นเทพเจ้าฝ่ายปราบปราม มีพระกายสีดอกตะแบก
(สีม่วง) และมี ๔ กร อาวุธประจำพระองค์คือ ตรี คทา จักร สังข์ บาง
ครั้งถือธนูและพระขรรค์ พระมเหสีคือพระลักษมี
แนะนำตัวละคร
นนทก
นนทก เป็นยักษ์ที่ทำหน้าที่ล้างเท้าเทวดาอยู่ที่เชิงบันไดเขาไกรลาส
ถูกเหล่าเทวดากลั่นแกล้ง ลูบหัว ตบหัวบ้าง ถนอมผมบ้าง จนหัวล้าน
นางสุวรรณอัปสร
นางสุวรรณอัปสร เป็นนางฟ้าจำแลงขององค์พระนารายณ์
ซึ่งพระนารายณ์ได้แปลงร่างเป็นนางสุวรรณอัปสรที่ไปปราบนนทก
เนื้ อเรื่องย่อ
นนทกมีหน้าที่ล้างท้าเทวดาอยู่ที่เชิงเขาไกรลาส เมื่อเทวดาพากันไปเฝ้า
พระอิศวร พวกเทวดาชอบข่มเหงนนทก อยู่เป็นประจำด้วย การลูบหัวบ้าง
ตบหัวบ้าง จนกระทั่งผมร่วงหมดนนทกแค้นใจเป็นอันมาก
จึงไปเฝ้าพระอิศวร กราบทูลว่าตนได้รับใช้มานาน ยังไม่เคยได้รับสิ่ง
ตอบแทนเลย จึงทูลขอให้นิ้วเป็นเพชร มีฤทธิ์ชี้ผู้ใดก็ให้ผู้นั้นตายได้ พระอิศวรก็
ประทานให้ตามขอ
เนื้ อเรื่องย่อ
เมื่อเทวดามาลูบศีรษะเล่นเช่นเคย นนทกก็ชี้ให้ตายลงเป็นจำนวนมาก
พระอิศวรทรงทราบก็กริ้ว โปรดให้พระนารายณ์ไปปราบ
พระนารายณ์แปลงเป็นนางฟ้ามายั่วยวน นนทกนักรักจึงเกี้ยวนาง
เนื้ อเรื่องย่อ
นางแปลงจึงชวนให้นนทกรำตามนางก่อนจึงจะรับรัก นนทกตกลงรำ
ตามไปจนถึงท่ารำที่ใช้นิ้งเพชรชี้เข่าตนเอง นนทกล้มลงก่อนตายนนทกเห็นนาง
แปลงปรากฏร่างเป็นพระนารายณ์ จึงต่อว่าพระนารายณ์มีอำนาจ มีถึง ๔ กร
เหตุใดจึงต้องทำอุบายมาหลอกลวงตน พระนารายณ์จึงให้นนทกไปเกิดใหม่ให้มี
ถึง ๒๐ มือ แล้วพระองค์จะตามไปเกิดเป็นมนุษย์มีเพียง ๒ มือลงไปสู้ด้วย
นนทก จึงไปเกิดเป็นทศกัณฐ์ ส่วนพระนารายณ์ก็อวตารลงมาเป็นพระราม
คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๑. คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์
คือ ความงามด้านภาษาในการเลือกสรรใช้คำ เพื่อก่อให้เกิดความ
ไพเราะ เกิดจินตนาการ และให้ความหมายที่ลึกซึ้ง กินความได้มาก
ทำให้ผู้อ่านมีความรู้สึกประทับใจ และซึบซับกับบทประพันธ์ ตัวอย่าง
คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์จากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์
ตอน นารายณ์ปราบนนทก ดังนี้
๑.๑ การดำเนินเรื่องได้รวดเร็ว อย่างกระชับ แต่สามารถทำให้ผู้
อ่านได้เข้าใจถึงลักษณะของตัวละครได้อย่างชัดเจน ดังตัวอย่างตอนที่
เปิดเรื่องกล่าวถึงนนทกเพียง ๓ คำกลอน สามารถทำให้ผู้อ่านรู้จัก
นนทกว่าทำหน้าที่อะไร อยู่ที่ไหน ดังบทกลอนที่ว่า
“มาจะกล่าวบทไป ถึงนนทกน้ำใจกล้าหาญ
ตั้งแต่พระสยมภูวญาณ ประทานให้ล้างเท้าเทวา
อยู่บันไดไกรลาสเป็นนิจ สุราฤทธิ์ตบหัวแล้วลูบหน้า
คุณค่าด้านวรรณศิลป์
และเหตุใดจึงมีรูปลักษณะที่น่าเกลียด ทั้งยังทำให้เห็นภาพที่ชัดเจน
ดังบทกลอนที่ว่า
“...จนผมโกร๋นโล้นเกลี้ยงถึงเพียงหู...”
ตอนที่นนทกดีใจที่ได้นิ้วเพชร เมื่อกลับมาทำหน้าที่ตรงบันได
ไกรลาส ดังบทกลอนที่ว่า
“...ขัดสมาธินั่งยิ้มริมอ่างใหญ่...”
๑.๒ การใช้คำหลากเพื่อให้เห็นถึงความรุ่มรวยของศัพท์ใน
วรรณคดีไทยตัวอย่างเช่น การเรียกชื่อพระอิศวรว่า พระสยมภูวญาณ
พระอิศราธิบดี พระศุลี เป็นต้น หรือเมื่อจะกล่าวถึงเหล่าเทวดา ก็
ใช้คำต่างๆ เช่น สุราฤทธิ์ สุรารักษ์ สุราลัย เป็นต้น
๑.๓ การใช้คำซ้ำ ซึ่งก่อให้เกิดจินตนาการ และภาพพจน์
ในบทชมโฉมความงามของนางเทพอัปสรที่พระนารายณ์ได้แปลง
กายมาโดยกวี(ผู้แต่ง) ใช้คำว่า “งาม” ซ้ำๆกัน เพื่อย้ำให้เห็นความ
งามอย่างยิ่งของนางเทพอัปสร และยังท้ายด้วยความว่า
“...งามอ่อนทั้งกายา” เพื่อบ่งบอกว่าเป็นความงามของสตรีเพศ
คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๑.๔ การเปรียบเทียบ เพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นภาพพจน์และ
เข้าใจถึงความรู้สึกของตัวละคร กวีก็ได้ใช้ภาพพจน์ง่าย เช่น
เปรียบเทียบอาการโกรธของนนทกว่า “ตาแดงดั่งแสงไฟฟ้า”
เปรียบฤทธิ์ของนิ้วเพชร “ดั่งพิษอสุนีไม่ทนได้”
เปรียบความงามของนางรำว่า “งามองค์ยิ่งเทพอัปสร”
๒. คุณค่าทางด้านเนื้อหาและสังคม
๒.๑ การให้ความรู้เกี่ยวกับท่ารำ โดยสอดแทรกกับเนื้อเรื่อง
อย่างกลมกลืน ใช้ตัวละครในเรื่องอธิบาย ลักษณะของท่ารำต่างๆ
ที่เรียกว่า “รำแม่บท” หมายถึง ท่าที่เป็นหลักของการรำหรือ
แม่ท่าเป็นตำราท่ารำไทย
๒.๒ ความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างฐานะ โดยให้ยึดหลักที่ว่า
สังคมจะสงบสุขอยู่ได้ หากคนเรามีน้ำใจต่อกัน ช่วยเหลือเกื้อกูล
ไม่ข่มเหงน้ำใจกัน เรื่องระหว่างนนทกกับเหล่าก็จะไม่เกิดขึ้น
คุณค่าด้านวรรณศิลป์
๒.๓ ความโกรธและความอาฆาตรุนแรง ทำให้นนทกขอนิ้วเพชร
แล้วนำมาใช้สังหารผู้ที่กลั่นแกล้งตน เป็นเหตุให้เทวดาล้มตายเป็น
จำนวนมาก สร้างความปั่นป่วนให้เทวสังคม พระอิศวรจึงต้องจัดการ
เรื่องราวให้คืนสู่สันติโดยเร็ว และนนทกต้องถูกสังหารเพราะความ
อาฆาตแค้นของตน ซึ่งทำให้ผู้อ่านเห็นว่าความโกรธและความ
อาฆาตแค้นไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใดเลยแต่สุดท้ายแล้วก็กลับ
มาทำร้ายตนเอง
๒.๔ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อในเรื่องการกลับชาติมาเกิด ซึ่งเป็น
ความเชื่อของคนไทยตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน
๒.๕ พฤติกรรมของการจองเวรก่อให้เกิดการล้างแค้นที่ไม่สิ้นสุด
๒.๖ คติธรรมจากเรื่องนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต
ประจำวันได้ เช่น การถูกรังแกจากผู้อำนาจทำให้เกิดการแก้แค้น
เมื่อผู้นั้นหมดความอดทนหรือแก้แค้นเมื่อมีโอกาส ทั้งยังสะท้อนให้
เห็นว่าการลุ่มหลงในสตรีเพศอาจทำให้ขาดสติได้
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง
๑.อำนาจตกอยู่ในมือของคนที่ลืมตัวจะเกิดผลร้ายตามมาได้
๒.เมื่อคนมีอำนาจจะตัดสินใจด้วยความรู้สึกก้าวร้าวรุนแรงได้ง่าย
เมื่อคิดว่าถูกรังแก
๓.คนเราควรใช้อำนาจเพียงเพื่อป้องกันตัวไม่ให้รับพิบัติเท่านั้นไม่ใช่
เพื่อทำลายผู้อื่นเพื่อแก้แค้น
๔.ความหลงอำนาจเป็นกิเลสอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้อยู่ร่วมในสังคมต้อง
ได้รับความเดือดร้อน
๕.วรรณคดีเป็นบทวิจารณ์ชีวิตที่ทำให้คนเราเข้าใจชีวิตของเพื่อน
มนุษย์ได้อีกทางหนึ่ง
กิจกรรมนารายณ์ปราบเซียน
บัดนั้น นนทกน้ำใจแกล้วกล้า
กริ้วโกรธร้องประกาศตวาดมา อนิจจาข่มเหงเล่นทุกวัน
จนหัวไม่มีผมติด สุ ด คิ ด ที่ เ ร า จ ะ อ ด ก ลั้น
วันนี้ จะได้เห็ นกัน ขบฟันแล้วชี้ นิ้วไป