Plant transportation
การลําเลียงของพืช
นางสาว มนชุ าธปิ ประเสรฐิ สขุ ม.5/4 เลขท่ี 44 Vocabulary
The meaning
SYMPLAST PATHWAY
ซิมพลาสต
เปน การลําเลยี งนา้ํ จากเซลลห นึ่งไปยงั อีกเซลลห นงึ่ ผานพลาสโม
เดสมาตา ซง่ึ เปนชอ งที่มีสายไซโทพลาสซึมเชื่อมตอระหวา ง 2 เซลล
ซึ่งตดิ กนั เมื่อถงึ เอนโดเดอรม สิ น้ําจะลําเลียงเขา สเู ซลลเ อนโดเดอร
มิสผานพลาสโมเดสมาตาและเขาสไู ซเลม็
PLASMODESMATA
พลาสโมเดสมาตา
เปนชอ งวา งเลก็ ๆจํานวนมากทอ่ี ยูบนผนังเซลลชว ยทําหนา ทเี่ ชอื่ ม
เซลลท ่อี ยใู กลเคยี งกัน เพ่ือชวยในการขนถา ยส่ิงๆตางๆระหวา งเซลล
พืชแบบ (apoplast)
APOPLAST PATHWAY
อโพพลาสต
เปนการลาํ เลยี งแบบไมผานเขา สูเ ซลล แตเคลื่อนท่ไี ปตามผนัง
เซลลแ ละชอ งวา งระหวา งเซลล จะเกิดข้ึนจนถงึ เอนโดเดอรมิสทม่ี ี
แถบเเคสพาเรยี นและน้าํ จะไมสามารถผา นผนังเซลลแ ละชองวาง
ระหวางเซลลแบบอโพพลาสตไ ดอกี ตอมาการลาํ เลียงจะเปล่ียนไป
เปนซมิ พลาสตห รอื ทรานสเมมเบรน แลว ผา นเอนโดเดอรม ิสเขา สู
ไซเลม็
ROOT PRESSURE
เเรงดันราก
แรงดันรากเกดิ ในภาวะท่ีมีนํ้าในอากาศและในดินสงู ทาํ ใหพืช
ไมสามารถคายนํา้ ได แตร ากยงั คงออสโมซิสนาํ้ อยา งตอ เน่ือง ทําให
น้ําคอยๆ ดนั ขนึ้ ไปตามทอ ไซเล็ม แตพืชท่มี ลี าํ ตนสูงๆ ไมไ ดใ ชวธิ ีน้ี
เปน หลกั เพราะแรงดันน้าํ ของรากมีไมม ากพอที่จะสง นํา้ ขึ้นไปสูยอด
ได ในพืชที่ลาํ ตนเต้ียๆ หากนา้ํ ดนั ขึ้นมาเร่อื ยๆอาจจะเกดิ ปรากฏการณ
Guttation คือ นา้ํ โผลอ อกมาเปนหยดน้าํ ตามรทู ี่ผิวใบทเี่ รียกวา
Hydathode
CAPILLARY ACTION
การซมึ ตามรเู ลก็
เปนการลําเลยี งนํา้ ทเ่ี กดิ จากแรงระหวางโมเลกลุ ของน้ํากับผนงั
ทอไซเลม็ ซงึ่ ถา ทอไซเล็มมขี นาเลก็ จะลาํ เลียงไดดกี วา ทอ ไซเล็มท่ีมี
ขนาดใหญ เพราะฉะนน้ั ทอไซเลม็ ยิง่ เล็กยง่ิ ดี
COHESION
แรงยึดเหนี่ยวระหวา งโมเลกลุ ของน้าํ กบั นา้ํ
เปน เเรงดึงดูดระหวางโมเลกลุ น้ําและโมเลกลุ นาํ้ ทอี่ ยูใกลเคียง
ชวยใหนํ้าเคลื่อนท่ีในทอลาํ เลียงตอ เนือ่ งกันไมขาดสาย ซึง่ เเรงทั้ง
สองเกิดข้นึ โดย "พนั ธะไฮโดเจน"
ADHESION
แรงยึดเหน่ียวระหวางโมเลกุลของนา้ํ กับผนังเซลล
เปนเเรงดงึ ดดู ระหวา งโมเลกุลน้าํ และทอลําเลยี งนํา้ (xylem) ชวย
ใหโ มเลกลุ น้ําเคลอ่ื นท่จี ากรากไปสรู ากได
TRANSPIRATION PULL
เเรงดันเนอ่ื งจากการคายน้าํ
เปน แรงดึงท่เี กดิ ขึ้นเน่ืองจากการคายนํ้าของพืช ทาํ ใหเซลลใบขาดนาํ้ จงึ
เกิดแรงดงึ นํา้ ข้ึนจากขา งลา งขนึ้ มาแทนที่ ซ่ึงถาคายนํา้ มากจะดงึ มาก แตถ าคาย
น้าํ นอยกจ็ ะดงึ น้าํ นอย ทําใหน ํา้ ไหลตอ กันไปเร่ือยๆ ไมข าดสาย เพราะนํ้ามี
แรงดงึ ดดู ระหวา งโมเลกลุ เปนแรงทโ่ี มเลกลุ ของนาํ้ เกาะกับผนังของทอเวส
เซล (Vessel) ของไซเล็ม ทําใหน ้าํ ถูกดงึ สูงขน้ึ ไปได และการท่ีน้ําถกู ใชไ ปที่
ใบ จะกอ ใหเ กิดแรงดงึ ขน้ึ ซึ่งแรงดงึ นจ้ี ะถายทอดกลบั ไปยัง Xylem (ทอ
น้ํา) ในลาํ ตนจนถึงขนราก (Root hair)
TRANSPIRATION
การคายนา้ํ
กระบวนการท่ีพืชกาํ จัดน้ําออกมาในรปู ของไอน้าํ ซึ่งอาจเกิดขน้ึ
ที่ปากใบ นา้ํ จากสปอจมี โี ซฟล ลจะระเหยออกสชู องอากาศภายใน
ปากใบทาํ ใหนา้ํ ในสปอจีมโี ซฟลลบ ริเวณปากใบลดลง และนาํ้ จาก
เซลลข า งๆจะดูดดึงเขามาดว ยเเรงโคฮชี ัม
HYDATHODE
รูหยาดนา้ํ
อยูปลายสุดของไซเลม็ บรเิ วณขอบใบหรือปลายใบ โดยน้าํ จะ
เคลือ่ นที่ออกมาในรปู แบบของหยดนํ้า
GUTTATION
กัตเตชนั
เกิดจากปรากฏการณท ่พี ืชสูญเสียนา้ํ ในรูปแบบของหยดนํ้าและ
ออกมาโดยผานทางรหู ยาดนาํ้
HYDROPONICS
ไฮโดรพอนกิ ส
การปลกู พชื โดยไมใ ชดิน โดยใหร ากแชอ ยูในนํา้ ทีม่ ธี าตอุ าหาร
พืชละลายอยู และสวนลาํ ตนและสวนอ่ืนๆ จะอยูเหนอื ระดบั
สารละลาย โดยมวี สั ดพุ ยุงไวอยา งเหมาะสม
RHIZOBIUM SP.
ไรโซเบยี ม
เปน แบคทเี รยี ทส่ี ามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาสรางเปน
แอมโมเนยี ทพี่ ชื นาํ ไปใชป ระโยชนไ ด โดยไรโซเบยี มจะกระตนุ ใหราก
พืชสรา งปมซึ่งเปนโครงสรางทมี่ ีภาวะเหมาะสมตอ การตรงึ ไนโตรเจน
เมอื่ เกบ็ เก่ยี วและไถกลบไนโตรเจนทีอ่ ยูใ นปมรากนีจ้ ะกลายเปน ปยุ ให
กับพชื ในรนุ ตอไป
WATER POTENTIAL
ชลศักย
หมายถึงพลังงานอสิ ระทมี่ อี ยูในกลมุ กอ นโมเลกุลของนํา้ ย่ิงมโี ม
เลกลุ ของนํา้ มาก กย็ ิ่งมีพลังงานศักยม าก
OSMOSIS
ออสโมซิส
เปน กระบวนการแพรโมเลกุลของเหลวหรอื นา้ํ ผา นเย่ือเลือก
ผา นจากบรเิ วณที่มคี วามเขม ขน ของนํ้ามากไปยังบรเิ วณทีม่ ีความเขม
ขนของน้ํานอย
PASSIVE TRANSPORT
การลําเลยี งแบบไมใชพ ลงั งาน
เปน การเคลอื่ นยา ยสารผานเมมเบรน จากดานทม่ี ีความเขมขน
สงู ไปยังความเขมขน ตํา่ โดยไมใ ชพ ลงั งาน
ACTIVE TRANSPORT
การลาํ เลียงแบบใชพ ลังงาน
เปน การเคลอื่ นสารจากบริเวณที่มคี วามเขม ขน ของสารต่าํ ไปยงั
บริเวณท่มี คี วามเขม ขน สูง เปนการลาํ เลียงแบบใชพลังงาน