วฒั นธรรมของภาคใต้
เสนอ
คุณครูชนินทร์ สุนาพนั ธ์
จัดทำโดย
1) นายกลา้ พิสิษฐ์ จนั ตะ๊ อิน เลขท่ี 2 ม. 4/14
2) นายฌฐั วุฒิ วิสารวุฒิ เลขท่ี 7 ม. 4/14
3) นายอิทธิพทั ธ์ จงประเสริฐ เลขท่ี 12 ม. 4/14
4) เด็กชายชญานนท์ นรลกั ษณ์ เลขท่ี 15 ม. 4/14
5) เด็กชายกชกร ชูเชิด เลขท่ี 27 ม. 4/14
คำนำ
รายงานเลม่ น้ีจดั ทาข้ึนเพ่ือใหเ้ ด็กรุ่นหลงั ไดศ้ ึกษาเก่ียวกบั วฒั นธรรม ประเพณี อาหาร
เคร่ืองแตง่ กาย ภาษาทอ้ งถ่ิน ท่ีอยูอ่ าศยั ของภาคใต้
ภาคใตเ้ ป็นภูมิภาคหน่ึงของไทย ตงั้ อยูบ่ นคาบสมุทรมลายู ทางใตข้ องประเทศถดั ลงไป
จากบริเวณภาคตะวั นตก (หรือภาคกลางข้ึนอยูก่ บั การจดั แบง่ ของแตล่ ะหน่วยงาน)
ขนาบดว้ ยอา่ วไทยทางฝ่ังตะวนั ออก และทะเลอนั ดามนั ทางฝ่ังตะวนั ตก มีเน้ื อท่ีรวม
70,715.2 ตารางกิโลเมตร ความยาวจากเหนื อจดใตป้ ระมาณ 750 กิโลเมตร ทุก
จงั หวดั ของภาคมีพ้ืนท่ีติดชายฝ่งั ทะเล ยกเวน้ จงั หวดั ยะลาและจงั หวดั พทั ลุง
สารบญั
เร่ ื อง หนา้
วฒั นธรรมดา้ นการแตง่ กาย 4-5
วฒั นธรรมดา้ นอาหาร 6-7
วฒั นธรรมดา้ นภาษา 8
วฒั นธรรมดา้ นท่ีอยูอ่ าศยั 9-10
ประเพณีตา่ งๆ ในภาคใต้ 11-12
วฒั นธรรมดา้ นการแตง่ กาย
การแตง่ กายของชาวใตน้ ั้นแตกตา่ งกนั ในการใชว้ สั ดุ และรูปแบบ
โดยมีเอกลกั ษณ์ไปตามเช้ือชาติ ของผูค้ นอนั หลากหลายท่ีเขา้ มา
อยูอ่ าศยั ในดินแดนอนั เกา่ แกแ่ หง่ น้ีพอจาแนกเป็น
กลุม่ ใหญๆ่ ไดด้ งั น้ี
1. กลุม่ เช้ือสายจีน – มาลายู เรียกชนกลุม่ น้ีวา่
ยะหยา หรือ ยอนยา่ เป็นกลุม่ ชาวจีน เช้ือสายฮก
เก๊ียนท่ีมาสมรสกบั ชนพ้ืนเมืองเช้ือสายมาลายู ชาว
ยะหยาจึงมีการแตง่ กายอนั สวยงาม ท่ีผสมผสาน
รูปแบบของชาวจีนและมาลายูเขา้ ดว้ ยกนั อย่าง
งดงาม ฝ่ายหญิงใสเ่ ส้ือฉลุลายดอกไม้ รอบคอ,เอว
และปลายแขนอยา่ งงดงาม นิยมนุ่งผา้ ซ่ินปาเต๊ะ
ฝ่ายชายยงั คงแตง่ กาย คลา้ ยรูปแบบจีนดง้ั เดิมอยู่
2. กลุม่ ชาวไทยมุสลิม ชนดงั้ เดิม ของดินแดนน้ีนับ การแตง่ กายของภาคใต(้ ตอ่ )
ถือศาสนาอิสลาม และมี เช้ือสายมาลายู ยงั คงแตง่
กายตามประเพณี อนั เกา่ แก่ฝ่ ายหญิงมีผา้ คลุม
ศีรษะ ใสเ่ ส้ือผา้ มสั ลิน หรือลูกไมต้ วั ยาวแบบมลายู
นุ่งซ่ินปาเต๊ะ หรื อ ซ่ินทอแบบมาลายู ฝ่ายชายใส่
เส้ือคอตง้ั สวมกางเกงขายาว และมีผา้ โสร่งผืนสนั้
ท่ีเรียกวา่ ผา้ ซองเก็ต พนั รอบเอวถา้ อยู่ บา้ นหรื อ
ลาลองจะใสโ่ สร่ง ลายตารางทอดว้ ยฝ้าย และสวม
หมวกถกั หรือ เย็บดว้ ยผา้ กามะหย่ี
3. กลุม่ ชาวไทยพุทธ ชนพ้ืนบา้ น แตง่ กายคลา้ ย
ชาวไทยภาคกลาง ฝ่ายหญิงนิยมนุ่งโจงกระเบน
หรือ ผา้ ซ่ินดว้ ย ผา้ ยกอนั สวยงาม ใสเ่ ส้ือสีออ่ นคอ
กลม แขนสามสว่ น สว่ นฝ่ายชายนุ่งกางเกงชาวเล
หรื อ โจงกระเบนเชน่ กนั สวมเส้ือผา้ ฝ้ายและ มี
ผา้ ขาวมา้ ผูกเอว หรื อพาดบา่ เวลาออกนอกบา้ น
หรือไปงานพิธี กลบั หนา้
วฒั นธรรมดา้ นอาหาร
ชาวใตส้ ว่ นใหญช่ อบอาหารรสจดั คือ เปร้ียวจดั เผ็ดจดั ถา้ เป็นแกงก็ตอ้ งมีรสกะปิเขม้ และมกั มีสีเหลืองจดั รสฉุนของขม้ินคอ่ นขา้ งแรง วฒั นธรรมการใชข้ ม้ินผสม
เคร่ืองแกงเป็นเอกลกั ษณเ์ ฉพาะของภาคใต้ ทงั้ น้ีเพ่ือใชฆ้ า่ กล่ินคาว นอกจากน้ีชาวภาคใตใ้ นสมยั กอ่ นยงั มีความเช่ือวา่ ขม้ินเป็น “ยาแกย้ า” หรือ “พญายา” คือทาให้
บรรดาเวทมนตค์ าถาหรือคุณไสยตา่ งๆ ท่ีผูอ้ ่ืนกระทาหรือปองรา้ ยใหเ้ ส่ือมสูญ ทง้ั ยงั เป็นสมุนไพรแกโ้ รคไดห้ ลายชนิด ชาวใตไ้ มน่ ิ ยมใชก้ ระชายผสมในเคร่ืองแกง
สว่ นมากไมร่ บั ประทานผกั ชีและย่ีหร่ี
“แกงไตปลา” เป็ นแกงท่ีใชก้ ะเพาะของปลา เชน่ ปลาทู,
ปลาคงั และปลาทะเลอ่ืนๆ นามาแปรรูปถนอมอาหารหมกั กบั
เกลือ นามาทาน้าพริกรวมถึงแกงไตปลายอดฮิต บางสูตรก็
ใสก่ ะทิหรือบางสูตรก็จะไมม่ ีการใสก่ ะทิ มีรสชาติกลมกลอ่ ม
เค็มไตปลาหมกั เผ็ดรอ้ นถึงเคร่ืองแกงแตไ่ มร่ อ้ นแรงเทา่ แกง
เหลือ ทานกบั ขา้ วหรือขนมจีนแนมผกั สดทอ้ งถ่ินของภาคใต้
วฒั นธรรมดา้ นอาหาร(ตอ่ )
“ขา้ วยาปักษ์ใต”้ เป็ นเมนูอาหารใตท้ ่ีเหมาะสาหรับคนรักสุขภาพอีกเมนู หน่ึ งก็ว่า
ได้ เน่ืองจากมีวตั ถุดิบท่ีใชผ้ กั คอ่ นขา้ งเยอะและรสชาติยงั อร่อยอีกดว้ ย โดยหลกั แลว้ จะ
ประกอบไปดว้ ย ใบมะกรูดซอย, ถว่ั พลูซอย, ตะไคร้ สม้ โอและผกั ตา่ งๆ รวมถึงกุง้ แหง้
ป่น เวลาทานคลุกเคลา้ ใหเ้ ขา้ กนั กบั น้ายากะปิหวาน รวมทงั้ มะนาวและมะพรา้ วขูดค่วั
พริกป่น ถือวา่ เป็นจานเด็ดจานเด่ียวเพ่ือสุขภาพและใหส้ ารอาหารครบถว้ นจริงๆ
“ปลาทอดขม้ิน” เป็นอาหารพ้ืนบา้ นทางภาคใต้ แตท่ ่ีไดร้ ับความนิยมจะเป็ นเมนูปลาทราย
ทอดขม้ิน โดยใชว้ ตั ถุดิบหลกั เป็ นขม้ิน ซ่ึงมีสารตา้ นอนุมูลอิสระ ฆา่ เช้ือแบคทีเรีย
ป้องกนั และรักษาโรคกระเพาะอาหาร ขบั ลมทอ้ งอืด วิธีการทาจะนาขม้ินมาโขลกรวม
กบั พริกไทย กระเทียม กะปิและใสเ่ กลือเล็กนอ้ ยแลว้ นามาหมกั ปลาทรายไวส้ ักครู่ นาไป
ทอดดว้ ยใหห้ นงั ปลากรอบและแตเ่ น้ือดา้ นในสุกนุ่ม ทานกบั ขา้ วสวยรอ้ นๆและน้าจ้ิมซีฟ้ดู
วฒั นธรรมดา้ นภาษา
ภาษาถ่ินใต้ ไดแ้ ก่ ภาษาถ่ินท่ีใชส้ ่ือสารอยูใ่ นจังหวดั ตา่ ง ๆ ของ
ภาคใตข้ องประเทศไทย ลงไปถึงชายแดนประเทศมาเลเซีย รวม 14
จงั หวดั เช่น ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พทั ลุง สงขลา
นครศรีธรรมราช เป็นตน้ และบางสว่ นของจงั หวดั ประจวบคีรีขนั ธ์
ภาษาถ่ินใต้ ยงั มีภาษาถ่ินยอ่ ยลงไปอีก เป็ นภาษาถ่ินใต้ ภาค
ตะวนั ออก เชน่ ภาษาถ่ินท่ีใชใ้ น จงั หวดั นครศรีธรรมราช พทั ลุง
สงขลา ปัตตานี ตรัง สตูล ภาษาถ่ินใตต้ ะวนั ตก เชน่ ภาษา
ถ่ินท่ีใชใ้ นจงั หวดั กระบ่ี พงั งา ระนอง สุราษฎร์ธานี และชุมพร
และภาษาถ่ินใตส้ าเนี ยงเจ๊ะเห เช่น ภาษาถ่ินท่ีใชใ้ นจังหวัด
นราธิวาส และ ปัตตานี ในแตล่ ะภาคก็จะมีภาษาถ่ินใต้ เป็ น
ภาษาถ่ินยอ่ ยลงไปอีก เชน่ ภาษาถ่ินระนอง ภาษาถ่ินภูเก็ต ภาษา
ถ่ินพทั ลุง ภาษาถ่ินสงขลา เป็นตน้ ภาษาถ่ินยอ่ ยเหลา่ น้ีอาจจะมี
เสียง และคาท่ีเรียกส่ิงเดียวกนั แตกตา่ งกนั ออกไป
วฒั นธรรมดา้ นท่ีอยูอ่ าศยั
ในการสรา้ งท่ีอยูอ่ าศยั ของชาวภาคใตใ้ นสมยั กอ่ น จะมีลกั ษณะเป็นบา้ นหรือเรื อน
ซ่ึงเรียกกนั โดยสาเนียงภาษาใตว้ า่ “เริน” ลกั ษณะของเรือนของชาวใตม้ ี 2 ลกั ษณะ
คือ เรือนเคร่ืองผูกและเรือนเคร่ืองสบั
1. เรือนเคร่ืองผูก
คือเรื อนท่ีใชว้ ัสดุตา่ ง ๆ ประกอบกนั เชา้ กบั
โครงสรา้ งและตวั เรือน โดยการผูกยึดดว้ ยเชือก
เถาวลั ย์ วสั ดุหลกั มกั เป็ นไมไ้ ผแ่ ละไมย้ ืนตน้
ขนาดเล็กท่ีลว้ นแลว้ แตห่ าได้ ภายในทอ้ งถ่ินมี
การปรับแปรวสั ดุงา่ ย เพียงนามาผูกยึด สอด
สานเรียบรอ้ ยเขา้ ดว้ ยกนั ประกอบ กนั เป็นเรือน
เรือนเคร่ืองผูกมีขนาดเล็ก ยกพ้ืนไม่สูงมากนัก
มีขนาดเล็ก (2 ชว่ งเสา) ไมม่ ีความคง ทนถาวร
และใหค้ วามปลอดภยั ไมม่ ากนัก
วฒั นธรรมดา้ นท่ีอยูอ่ าศยั (ตอ่ )
2. เรือนเคร่ืองสบั
เป็ นเรื อนท่ี เกิ ดข้ึ นหลังเรื อนเคร่ื องผู ก
เน่ื องจากเคร่ื องมือเคร่ื องใช้ ในการแปรรูปไม่
พฒั นา ยงั ใชข้ วาน เล่ือย สาหรับตดั โคน่ และ
ตดั แตง่ ตน้ ไมใ้ หเ้ ป็นเหล่ียมไดง้ า่ ย เรือนเคร่ือง
สบั จึงใชไ้ มเ้ หล่ียม ขน้ั แรกอาจมีแค่ มีด พรา้
ขวาน สาหรับสบั ตกแตง่ จึงเรียกเรือนท่ี ใชซ้ ่ึง
สับ ตกแตง่ ดว้ ยขวาน และมีดพร้าวา่ เรื อน
เคร่ ื องสบั
ประเพณีตา่ งๆ ในภาคใต้
ประเพณี
ลากพระ
(ชกั พระ)
ชิงเปรต
งานประเพณี
แหพ่ ระแขง่ เรือ
ประเพณีข้ึน
ถา้ วดั ถา้ เขา
ขุนกระทิง
ประเพณี
อาบน้าคน
แก่
บรรณานุกรม
ขอ้ มูลของวฒั นธรรมดา้ นแตง่ กายจาก https://sites.google.com/site/cultureofthai/home/phakh-ti/kar-taeng-kay-phakh-ti
ขอ้ มูลของวฒั นธรรมดา้ นอาหารจาก https://sites.google.com/site/arhanprajumpak/xahar-praca-phakh-ti
ขอ้ มูลของประเพณีตา่ งๆ จาก https://sites.google.com/site/wathnthrrmphakhti/prapheni-phakh-ti
ขอ้ มูลของวฒั นธรรมดา้ นท่ีอยูอ่ าศยั จาก https://sites.google.com/site/thesouthofthailand2016/thi-xyu-xasay-khxng-phakh-ti
จบ
แลว้ คร๊าบบบบบบ